คนขับรถ ใน บางกะปิ, กรุงเทพมหานคร
- ผู้ให้บริการอิสระ
- รีวิวจากผู้ใช้
- ติดต่อโดยตรง
วิธีการทำงาน
ค้นหาในไดเรกทอรี
ค้นหาตามประเภทบริการและพื้นที่ เพื่อดูผู้ให้บริการอิสระที่แสดงข้อมูลไว้บน Saijai
ดูข้อมูลของผู้ให้บริการ
เปรียบเทียบประสบการณ์ พื้นที่ให้บริการ และอัตราค่าบริการที่ผู้ให้บริการแต่ละรายเลือกแสดงไว้เอง
ติดต่อผู้ให้บริการโดยตรง
ส่งคำถามผ่าน Saijai แล้วระบบจะส่งต่อไปยังผู้ให้บริการ การนัดหมายทั้งหมดเป็นการตกลงกันโดยตรงระหว่างท่านและผู้ให้บริการ
ค้นหาผู้ให้บริการคนขับรถอิสระในบางกะปิ
SaiJai เป็นแหล่งแสดงข้อมูลผู้ให้บริการคนขับรถอิสระในบางกะปิ ดูประสบการณ์ รีวิวจากผู้ใช้ และอัตราค่าบริการที่ผู้ให้บริการแสดงไว้ แล้วติดต่อผู้ให้บริการโดยตรง
ผมมีประสบกราณ์ขับรถนายไทยและญี่ปุ่นมา 15ปี ผมเป็นคนเกิดวันเสาร์ ใจเย็นและมีเหตุผล
มากมาย ดี มีประสบการณ๋ ค่าบริการตามตกลง
นิสัยใจเย็น..สามารถรอลค.ได้..ไม่เลือกงานค่ะ..พูดจาสุภาพกับลคเสมอค่ะ ถ่าใช้รถ+คนขับคิดตามระยะทาง/ใช้คนขับอย่างเดียวชม.ละ250ค่ะ
ค่าจ้างรายวัน ตั้งแต่08.00-17.00 หลัง17.00เป็นโอทีจะให้ผมพาไปต่างจังหวัดหรือกลับดึกไปใด้หมดทุกสถานะกสรคับเคยขับรถโรงเรียนนานาชาติฟรั่งเศษ ขับรถส่วนกลาวที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นิสัยชอบคุยใด้ทุกเรื่องเก็บความลับของเจ้านายอยู่เป็นคนเขาใด้กับทุกคนคุยเล่นสนกสนานเป็นกันเอง
เป็นคนเอาการเอางานร่าเริงสนุกสนาน ค่าบริการแล้วแต่หน้างานระยะทาง ต่างจังหวัด
ตรงเวลา ซื่อสัตย์ เป็นคนตรงๆและมีความรับผิดชอบทำงานจริงจัง
ใจเย็น มีเหตุผล ซื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ รายเดือนเดือนละ 18000 บาท ไม่รวม OT และสวัสดิ์การ
อาชีพที่ผ่านมา คือ ขับรถให้นาย ญี่ปุ่น อเมริกา ต่างชาติส่วนใหญ่ และเคยขับให้นายคนไทยที่ธนาคารไทยพานิช และงานล่าสุดคือดูแล กัปตันเรือทหารอเมริกาคล้ายเป็นธุระการ โควิดทำพิษเรือไม่สามรถเข้าฝั่งได้ เลยตกงานแบบไม่ตั้งตัว
รีวิวล่าสุด
คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา คนขับรถ
ทำความรู้จักเขตบางกะปิ
“เขตบางกะปิ” ตั้งอยู่ทางตอนกลางของฝั่งพระนคร เป็นเขตหนึ่งในห้าสิบเขตของกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตนี้ หนาแน่นถึงหลักแสนกว่าคน ทางการจึงแบ่งหน่วยการปกครองย่อยเพื่อให้ดูแลและปกครองอย่างทั่วถึงเป็น 2 แขวง คือ แขวงคลองจั่น และแขวงหัวหมาก โดยมีคลองแสนแสบฝั่งเหนือเป็นเส้นแบ่งการปกครองระหว่างสองแขวง มีพื้นที่โดยประมาณ 28.523 ตารางกิโลเมตร สภาพภูมิประเทศทั่วไปเป็นที่ราบลุ่ม มีลำคลองไหลผ่าน
ย่านบางกะปิเปรียบเสมือนศูนย์กลางของกรุงเทพฯ เพราะมีพื้นที่ติดต่อกับชุมชนอื่น ๆ ที่สำคัญรอบด้าน โดยมีทิศเหนือติดกับเขตลาดพร้าว และบึงกุ่ม ทิศตะวันออกติดกับเขตสะพานสูง ทิศใต้ติดกับเขตสวนหลวง และทิศตะวันตกติดกับเขตห้วยขวางและวังทองหลาง สำหรับการเดินทางในอดีต ผู้คนมักใช้เส้นทางน้ำในการเดินทาง เพราะชุมชนบางกะปินั้นเป็นชุมชนริมคลองขนาดใหญ่ที่อยู่ติดกับคลองแสนแสบ ซึ่งเป็นคลองที่ชาวบ้านนิยมใช้ในการสัญจรมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันนี้ เมื่อกาลเวลาผ่านไป มีความเจริญและความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ขยายตัวเข้ามาในเขตพื้นที่นี้ ทั้งเส้นทางถนนสายหลัก สายรอง มีการปลูกสร้างอาคารบ้านเรือน คอนโด และดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ทำให้การเดินทางเริ่มเปลี่ยนแปลงรูปแบบมาเป็นการใช้รถยนต์เป็นหลัก ส่งผลให้พื้นที่โดยรอบเขตบางกะปิเริ่มขยายตัวและมีหมู่บ้านจัดสรรเพิ่มขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นปีพุทธศักราช 2514 มีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหง บนถนนรามคำแหง เขตบางกะปิ ทำให้พื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัยเริ่มมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการศึกษา หอพัก บ้านเช่า และร้านอาหารต่าง ๆ ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เส้นทางการคมนาคมในเขตบางกะปิ
พูดถึงภาพรวมของการเดินทางในเขตบางกะปินั้น นับได้ว่าสะดวกสบายมาก มีหลากหลายเส้นทางให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นรถส่วนตัว หรือการใช้บริการรถสาธารณะ เช่น รถเมล์ รถตู้ รถสองแถว เรือ และวินมอเตอร์ไซค์ ผู้คนที่เดินทางในพื้นที่นี้ต้องเผื่อเวลาเดินทาง เพราะอาจจะเจอกับสภาพการจราจรที่หนาแน่นเกือบตลอดทั้งวัน และต้องใช้เวลาอยู่บนรถนานเป็นชั่วโมงเลยก็เป็นได้ เพราะย่านนี้เป็นศูนย์รวมความเจริญ และสถานที่สำคัญต่าง ๆ มากมาย แต่ถึงอย่างไร ระบบขนส่งสาธารณะที่มีอยู่ สามารถรองรับปริมาณการใช้บริการของผู้คนที่สัญจรไปมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีทางเลือกการเดินทาง ทางน้ำที่ใช้ คลองแสนแสบ และคลองลาดพร้าวในการเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจราจรติดขัด
นอกจากนั้นเขตบางกะปิ ยังเป็นพื้นที่ของแหล่งงานขนาดใหญ่ในส่วนของภาครัฐและเอกชน โดยมีโครงการเชิงพาณิชย์ที่มีความนิยมหลากหลาย และกำลังมีแผนพัฒนาเส้นทางคมนาคมรูปแบบรางอีกในอนาคต ซึ่งเป็นโครงการรถไฟฟ้า โดยเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง ได้แก่
1) รถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้มวิ่งเส้นทาง ลาดพร้าว-สำโรง ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร คาดการว่าสามารถเปิดใช้งานได้ในปี 2570
2) รถไฟฟ้าสายสีเหลือง วิ่งเส้นทาง ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระยะทางประมาณ 22.57 กิโลเมตร เปิดให้บริการ พ.ศ. 2565
3) รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล แคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) ระยะทาง 22.1 กิโลเมตร ภายใต้ชื่อโครงการ Bangkapi Smart District เปิดให้บริการ พ.ศ. 2568
โดยการก่อสร้างรถไฟฟ้าในครั้งนี้อาจทำให้การจราจรบางสายติดขัดในช่วงที่กำลังก่อสร้าง แต่ทางผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทำการหารือ รับฟังข้อคิดเห็น และชี้แจงถึงผลประโยชน์จากการจากก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้า ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีความเข้าใจถึงแผนพัฒนาดังกล่าว มองเห็นภาพความก้าวหน้า และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน รวมถึงโอกาสในการประกอบอาชีพหรือทำธุรกิจต่อไปในอนาคตข้างหน้า นับได้ว่าภาพอนาคตในเขตบางกะปิเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะนักอสังหาริมทรัพย์ที่มักมองหาพื้นที่ทำเลที่รถไฟฟ้าเข้าถึงในการทำธุรกิจ
ข้อดีของใช้บริการรถยนต์และคนขับ
ในโลกยุคปัจจุบันนี้ มีรูปแบบและตัวเลือกสำหรับการเดินทาง เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีระบบขนส่งสาธารณะที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้คน และง่ายต่อการวางแผนการเดินทางในแต่ละวัน
เมื่อกล่าวถึงการขับขี่ยานพาหนะนั้น มีบุคคลบางประเภทที่ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง เช่น คนพิการ เด็ก ผู้สูงอายุ หรือแม้แต่คนหนุ่มสาวทั่วไปในวันที่ไม่สบาย ลองนึกถึงเช้าวันที่เร่งรีบโดยเฉพาะเขตพื้นที่ในเมืองกรุง เด็ก ๆ นักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ต้องตื่นเช้ามืดเพื่อไปให้ถึงโรงเรียน ที่ทำงาน ก่อนที่จะถึงช่วงเวลารถติด ที่ผู้คนต่างใช้รถยนต์ส่วนตัว 1 คน ต่อ 1 คัน นี่แหละคือสาเหตุหลักของการจราจรที่หนาแน่นในทุกวันนี้ อีกทั้งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมลภาวะเป็นพิษทางอากาศของฝุ่นละออง PM 2.5 ในช่วงกลางปีที่ผ่านมาและมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาในช่วงหน้าร้อนของทุกปีในอนาคต ซึ่งปัญหาทั้งสองควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนไม่ว่าจากทางภาครัฐ เอกชน และตัวประชาชนเอง
วิธีการแก้ไขอีกอย่างที่ช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้ คือ หากวันนี้มีการรณรงค์ให้ผู้คนที่นิยมใช้รถส่วนตัว หันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะที่มีพร้อมทั้งคนขับรถ ที่มีความรู้เกี่ยวกับรถ เส้นทาง และกฎจราจรบนท้องถนนเป็นอย่างดี และคนรถที่คอยอำนวยความสะดวก และสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการได้ ภาพการจราจรในเมืองกรุงจะเปลี่ยนไปเช่นไร หากมีการส่งเสริมรูประบบขนส่งสาธารณะโดยให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัยกับเด็กให้สามารถโดยสารรถสาธารณะด้วยตัวเองได้โดยที่พ่อแม่ไม่ต้องเป็นกังวล ผู้พิการสามารถเดินทางไปไหนมาไหนด้วยตัวเองได้ หรือแม้แต่บุคคลทั่วไปที่มีความจำเป็นในการเดินทาง แต่เพียงเพราะไม่มั่นใจในระบบการขนส่งสาธารณะ หรืออาจด้วยจากสาเหตุอื่น ๆ ซึ่งตัวแปรเหล่านี้จะทำสถานการณ์ด้านการจราจรดีขึ้นอย่างแน่นอน ถ้าผู้คนให้ความสนใจกับขนส่งสาธารณะที่เปรียบเสมือนมีคนขับรถส่วนตัวในทุกเส้นทาง ทำให้มีเวลาได้มองสิ่งต่าง ๆ รอบบริเวณสองข้างทาง, บางคนอาจจะใช้ช่วงเวลาเหล่านี้ในการพักสายตา หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในแต่ละวันกับเพื่อนร่วมทาง และผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดจากการหันมาใช้บริการคนขับรถ หรือขนส่งสาธารณะนั้นก็คือ อุบัติเหตุบนท้องถนนจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
Saijai.io เป็นเพียงแหล่งแสดงข้อมูลผู้ให้บริการอิสระ ผู้ให้บริการเป็นผู้ส่งข้อมูลของตนเอง Saijai ไม่ตรวจสอบผู้ให้บริการ ไม่รับจองหรือชำระเงิน ไม่กำหนดราคา ไม่มีทีมบริการลูกค้า และไม่รับประกันบริการใดๆ การติดต่อและการตกลงทั้งหมดเป็นการดำเนินการโดยตรงระหว่างผู้ใช้และผู้ให้บริการ และเป็นความเสี่ยงของแต่ละฝ่ายเอง