บริการรับจ้างฝึกสอนสัตว์เลี้ยง ใน ภูเก็ต

บริการรับจ้างฝึกสอนสัตว์เลี้ยง ใน ภูเก็ต

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ชาตรี หนูเขต
ชาตรี หนูเขต
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

ใจเย็น ตรงต่อเวลา มนุษย์สัมพันธ์ดี ชอบช่วยเหลือ รักสัตว์ สู้้งานไม่ทิ้งงาน

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

เพิ่งซื้อน้องหมามาใหม่ค่ะ แต่น้องดุมากเลย ชอบเห่าคนเดินผ่านหน้าบ้านบ่อย ๆ จนข้างบ้านรำคาญ แต่หลังจากพาไปให้ครูฝึกสอนดูแลแค่ 3วัน น้องเริ่มเปลี่ยนนิสัย เงียบลง เชื่อฟังแถมลดการเห่าลงด้วยค่ะ ฝึกสอนได้ดีและรวดเร็วทันใจมาก ๆ
Saijai
นิรดา พิญาการ
3 ปีที่แล้ว
เราวางแผนจะให้ลูกหมาเป็นรางวัลกับลูกชายสำหรับผลการเรียนที่ดี แต่ก็กัวว่าน้องหมาจะดื้อ จนมาได้ครูฝึกน้องหมาบนเว็บไซต์ใส่ใจ ครูฝึกเข้าใจน้องดี ไม่บังคับมากและไม่ปล่อยให้เล่น จบคอร์สลูกชายได้เพื่อนเล่นได้ฝึกความรับผิดชอบดีเลยคะ
Saijai
ณัฏฐ์นพัต สิทธ์อุดม
3 ปีที่แล้ว
ได้ครูฝึกน้องหมาจากเว็บใส่ใจ ฝึกน้องแค่อาทิตย์เดียวน้องเริ่มหันมาใช้กระบะทรายในการอึแล้วค่ะ ชื่นชมฝีมือการฝึกสอนของครูฝึกมาก ๆ ค่ะ
Saijai
ณัฐธิดา จันทร์กระจ่าง
3 ปีที่แล้ว
นอกจากจะฝึกน้องหมาให้เราแล้ว ยังสอนเทคนิคให้เราสามารถฝึกหมาเองง่ายๆได้ที่บ้าน ทำให้เราเข้าใจน้องมากขึ้นก่อนเลี้ยงจริงๆ
Saijai
ศิรินวรรณ รัตนพงศ์
3 ปีที่แล้ว
เคยจ้างครูฝึกน้องหมาจากเว็บใส่ใจ ได้ผลดีค่ะ ช่วยแก้ไขเรื่อง ดื้อ กัดแทะ ทำลายข้าวของ และเรื่องฉี่ทั่วบ้านได้ ที่สำคัญเรามีรายได้ไม่มาก ที่นี่ราคาดีงามมาก พูดคุยต่อรองราคาก็ง่าย เหมาะกับคนฐานะปานกลางอย่างเราค่ะ
Saijai
ลินลดา เกื้อชูโชติ
3 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา บริการรับจ้างฝึกสอนสัตว์เลี้ยง

ทำไมต้องเลือกใช้บริการรับจ้างสอนสัตว์เลี้ยง
สาเหตุที่ควรใช้บริการรับจ้างสอนสัตว์เลี้ยงคือ

1. ความแตกต่างของสัตว์เลี้ยงแต่ละสายพันธู์ สัตว์เลี้ยงโดยทั่วไปมีหลายชนิด และสัตว์เลี้ยงบางชนิดก็เป็นสายพันธุ์ป่า ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่นิยมในคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่เลี้ยงสัตว์ประเภทนี้ เช่น แมวป่าคาราคัล ที่ซึ่งเป็นแมวน่ารักแต่มีสัญชาตญาณของสัตว์ป่าอยู่เต็มเปี่ยม โดยสัญชาตญาณดังกล่าวจะแตกต่างจากสัตว์เลี้ยงปกติทั่วไป ไม่ค่อยชอบพบปะผู้คน รักเจ้าของแต่หากเจอคนแปลกหน้าอาจจะมีการขู่คำรามบ้าง ดังนั้นการรับสอนสัตว์เลี้ยงจึงเป็นทางป้องกันที่เหมาะสมสำหรับสัตว์เลี้ยงกลุ่มนี้ เพราะจะเป็นการสอนพื้นฐานการเป็นอยู่และการอยู่ร่วมกับเจ้าของในสถานที่พักอาศัย ทำให้สัตว์เลี้ยงไม่เกิดอาการแตกตื่นกับสถานที่เมื่อไม่ใช่สถานที่แหล่งธรรมชาติของมัน
2. เจ้าของไม่สามารถมีเวลาว่างให้แก่สัตว์เลี้ยง การที่สัตว์เลี้ยงกลุ่มของ สุนัขและแมวนั้น ต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่จำกัดหรือภายในตัวบ้านตัวอาคารที่พักเป็นระยะเวลานาน ๆ จะทำให้เกิดอาการหรือภาวะเครียด ซึ่งจะทำให้เกิดการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวใส่เจ้าของหรือเกิดอาการผิดปกติต่าง ๆ ทางจิตใจ ทำให้เมื่อเจ้าของไม่สามารถหาเวลาว่างเพื่อพาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่นหรือออกนอกที่พักได้นั้น การเลือกให้เจ้าหน้าที่รับจ้างฝึกสอนสัตว์เลี้ยงเป็นคนช่วยดูแล แทนในช่วงนั้นจึงเป็นทางออกที่ดี
3. สัตว์เลี้ยงไม่เชื่อฟังคำสั่งและมีพฤติกรรมแปลก ๆ หรือผิดปกติ เป็นปกติของสัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้ถูกฝึกมาจากต้นทางฟาร์มเพาะพันธุ์ หรือเป็นสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของเก็บมาจากข้างทาง สัตว์เหล่านั้นจะมีพฤติกรรมและสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดเดิมติดตัวมาทำให้บางตัวไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการถูกเลี้ยงได้ จึงจับเป็นต้องให้ผ่านการรับฝึกสอนที่มีความเชี่ยวชาญเสียก่อน
วิธีการฝึกสุนัขพื้นฐานมีอะไรบ้าง
ทุกคนที่เลี้ยงสุนัขย่อมคาดหวังว่าสุนัขที่เลี้ยงนั้นจะต้องโตขึ้นมาเป็นสุนัขที่แสนรู้ น่ารัก นิสัยดี เชื่อฟังคำสั่งของเจ้าของ ไม่ว่าคนหรือสุนัขก็สามารถที่จะฝึกสอนได้ ดังนั้นการฝึกสุนัขตั้งแต่เล็ก ๆ ให้เชื่อฟังคำสั่งง่าย ๆ จึงเป็นสิ่งที่เจ้าของสามารถทำได้

พื้นฐานง่าย ๆ ในการฝึกสุนัข มีดังต่อไปนี้

1. ชื่อของสุนัข เริ่มต้นง่าย ๆ ให้สุนัขรู้จักจดจำชื่อของตัวเอง โดยการเรียกชื่อสุนัขซ้ำ ๆ บ่อย ๆ จะช่วยทำให้สุนัขจำชื่อของเขาได้ ที่สำคัญเมื่อเขาจำชื่อได้แล้ว อย่าลืมให้รางวัลเขาบ้าง เพื่อสุนัขจะได้มีความสุขกับการทำตามคำสั่งต่อไปอีกเรื่อย ๆ
2. ฝึกให้สุนัขกินอาหารให้เป็นเวลา โดยให้อาหารสุนัขในเวลาเดิม ๆ ทุกวัน เช่น มื้อเช้า 1 มื้อและมื้อเย็น 1 มื้อ โดยให้เวลาทานอาหารในแต่ละมื้อไม่เกิน 30 นาที และเมื่ออาหารหมดให้เจ้าของเก็บจานทันที เพื่อให้สุนัขมีวินัยในการกินและไม่กินอาหารมากจนเกินไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่เสี่ยงกับโรคอ้วนและโรคอื่น ๆที่จะตามมาอีกด้วย
3. ฝึกการขับถ่าย ธรรมชาติของลูกสุนัขจะยังไม่รู้จักควบคุมระบบขับถ่าย ดังนั้นจึงควรฝึกการขับถ่ายของสุนัขให้เป็นที่เป็นทาง โดยเริ่มจากการเตรียมสถานที่ โดยอาจใช้หนังสือพิมพ์ปูหรือแผ่นปูรอง แล้วพาลูกสุนัขไปตรงที่ขับถ่ายทุก 2 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่ตื่นนอนและทุกครั้งหลังกินอาหาร หรือหากสังเกตเห็นว่าสุนัขมีอาการเหมือนกำลังอยากขับถ่าย ให้รีบอุ้มไปที่จุดสำหรับขับถ่ายที่เตรียมไว้ทันที

นอกจากฝึกพื้นฐานขั้นต้นให้สุนัขแล้ว อย่าลืมฝึกให้ชินกับการเดินด้วยสายจูง ฝึกการนั่ง การคอย และการหมอบ ซึ่งฝึกได้ตั้งแต่ 12 -16 สัปดาห์ เพื่อให้สุนัขของคุณเติบโตขึ้นมาอย่างมีวินัย

หากสุนัขมีพฤติกรรมก้าวร้าวควรทำอย่างไร
สุนัขมีพฤติกรรมก้าวร้าวอาจเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำหรับผู้เลี้ยงสุนัขหลาย ๆ คนเลยก็ว่าได้ สาเหตุเหล่านี้อาจเกิดจากการที่เจ้าของเลี้ยงสุนัขอย่างตามใจ หรืออาจมาจากพันธุกรรมของสุนัขแต่ละชนิด ในบางครั้งสุนัขต้องการแสดงความมีอำนาจ หรือแสดงความเป็นจ่าฝูง และอาจทำให้แสดงออกมาผ่านพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและไม่เชื่อฟังคำสั่ง

การที่สุนัขมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวนั้นไม่เพียงส่งผลเสียให้กับเจ้าของเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งผลเสียต่อการเข้าสังคมของสุนัขอีกด้วย เพราะสุนัขที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวอาจเป็นอันตรายต่อผู้อื่นในขณะที่อยู่ข้างนอกเช่นกัน วิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้นคือการฝึกสุนัขแบบง่าย ๆ เช่น หากสุนัขมีการแสดงออกที่ดีก็ควรให้รางวัลตอบแทน อาจเป็นขนมหรือของเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้สุนัขรู้สึกดีใจและรับรู้ว่าหากพวกมันแสดงพฤติกรรมดี ๆ จะได้รับสิ่งตอบแทนกลับมาเช่นกัน

แต่หากสุนัขแสดงออกถึงพฤติกรรมก้าวร้าวอยู่บ่อย ๆ และเจ้าของเองไม่สามารถควบคุมได้ ปัญหานี้จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงและแก้ไขภายใต้การดูแลของผู้ฝึกสอนสัตว์เลี้ยงที่มืออาชีพ เพราะครูผู้ฝึกจะสามารถสังเกตพฤติกรรมของสัตว์เหล่านี้และสามารถรับมือได้อย่างถูกวิธี และที่เป็นมีขั้นตอนการฝึกสอนที่เป็นระเบียบแบบแผนยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ตามมาคือสุนัขจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของพวกมันให้เป็นไปในทางที่ดียิ่งขึ้น และจะเชื่อฟังผู้ฝึกสอนและเจ้าของในที่สุดนั่นเอง
ฝึกสุนัขอย่างไรให้เชื่อง และมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น
บางครั้งสุนัขเล่นกับเจ้าของด้วยการกัดมือ กัดเท้า หรือ แทะเบา ๆ การอนุญาตให้สุนัขทำแบบนั้นไปเรื่อย ๆ จะทำให้สุนัขเคยชินและคิดว่าเป็นพฤติกรรมที่ปกติและสามารถทำได้ โดยสุนัขจะเริ่มเล่นแรงขึ้นและอาจแสดงพฤติกรรมรุนแรงขึ้นได้ โดยปกติสัญชาตญาณของลูกสุนัขที่อยู่กับแม่สุนัข แม่สุนัขจะคอยฝึกลูกของตัวเอง เมื่อลูกสุนัขกัด แม่สุนัขจะกัดตอบด้วยความแรงที่มากกว่า ลูกสุนัขจะได้เรียนรู้ว่าไม่ควรทำพฤติกรรมดังกล่าว แต่ถ้าลูกสุนัขอยู่กับคน การฝึกฝนนั้นจะต้องทำโดยเจ้าของ บางคนเข้าใจผิดว่าการตีปากสุนัขให้หยุดกัดเป็นวิธีที่ถูกต้องแต่ความเป็นจริงแล้วกลับเป็นการกระตุ้นให้สุนัขก้าวร้าวและกัดแรงมากขึ้นไปอีก

วิธีปฏิบัติเพื่อปรับพฤติกรรมไม่ให้สุนัขกัด

1. เจ้าของใช้เสียงที่ดังขึ้นเพื่อดุสุนัข โดยใช้คำสั่งว่า ไม่ หรือ หยุด แล้วให้เดินหนีไปโดยไม่สนใจสุนัข การโดนทิ้งให้อยู่ลำพังเป็นวิธีลงโทษที่ได้ผลดีสำหรับสุนัข หรือเจ้าของอาจจะส่งเสียงร้องดังขึ้นเพื่อเป็นการบอกว่าไม่ชอบการกระทำของสุนัข ทำให้สุนัขเรียนรู้ไปเองว่าหากทำพฤติกรรมการกัดแล้วเจ้าของจะไม่พอใจและไม่เล่นกับเขาอีก
2. หาของเล่นชนิดแทะหรือกัดได้มาให้สุนัข เช่น เชือกกัด ยางกัด ขนมสำหรับขัดฟัน หรือ ของเล่นอื่น ๆ สำหรับแทะเล่น
3. ให้รางวัลสุนัขหากเขาทำตามคำสั่ง โดยการให้รางวัลเป็นการสนับสนุนให้สุนัขทำตามคำสั่งต่อไป รวมทั้งการกอด หอมและพูดชม เช่น เก่งมาก น่ารักมาก จะทำให้สุนัขมีความสุขที่จะทำตามคำสั่งมากขึ้นอีกด้วย

การฝึกสุนัขต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป เพื่อให้สุนัขของเรามีพฤติกรรมที่ดีและอยู่ร่วมกับเจ้าของและผู้อื่นได้อย่างมีความสุข