ผู้ดูแลผู้สูงอายุสองภาษา ใน เชียงใหม่

ผู้ดูแลผู้สูงอายุสองภาษา ใน เชียงใหม่

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่
ผู้ให้บริการผู้ดูแลผู้สูงอายุสองภาษา ใน เชียงใหม่:

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ยังไม่มีข้อมูลผู้ให้บริการ
ยังไม่มีข้อมูลผู้ให้บริการ

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

ช่วงสามเดือนที่แม่สามีมาอยู่ด้วย เราเลยมองหาพี่เลี้ยงมาช่วยดูแล น้องเก่งและมีประสบการณ์ ทำงานอย่างเป็นขั้นตอน น้องถนัดภาษาอังกฤษ แต่ได้ภาษาไทยนิดหน่อย เราเลยสรุปงานให้ ต้องทำได้ตามต้องการ แม่สามีมีคนดูแลตลอด ชวนคุย พาเดินเล่น หายห่วงเลยคะ
Saijai
โบฟอร์ต กิ่งแก้ว
4 ปีที่แล้ว
แต่งงานกับแฟนชาวต่างชาติ ครอบครัวเขาย้ายมาทำธุรกิจที่เมืองไทย มีคุณตามาด้วย เราทุกคนมีงานยุ่งกันหมด ที่นี่ไม่มีบ้านพักคนชราแบบเมืองนอกที่ให้คุณตาไปอยู่ได้ จึงมองหาคนดูแลแบบ 2 ภาษามาดูแลที่บ้าน ตอนแรกเราคิดว่าจะราคาสูง แต่พอติดต่อพูดคุยตกลงกันแล้วได้ราคาที่เรารับได้ ไม่แพงจนเกินไป ลงตัวค่ะ ชอบเว็บนี้จริงๆ ใส่ใจช่วยเราได้ค่ะ
Saijai
สุกัญญา อากีเลล่า
4 ปีที่แล้ว
พนักงานดูแลที่จ้างมา สุภาพแถมมีมารยาทกับคนในบ้านมากๆ
Saijai
อารีนา เกศุมณี
4 ปีที่แล้ว
จ้างคนดูแลผู้สูงอายุมาบนเว็บใส่ใจ มาดูแลแขกต่างชาติที่มาพักที่บ้าน พอดีแกป่วยกระทันหัน น้องเค้าดูแลดีมากค่ะ
Saijai
สนใจ สิทธิ์ไกรจักร
4 ปีที่แล้ว
คุณปู่ที่บ้านแกเป็นคนเชื้อสายจีนครับ ปกติเป็นคนดื้อ ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย แต่ตอนนี้ดีขึ้นตั้งแต่ได้คนมาช่วยดูแล
Saijai
เมรี รัตนชัยกุล
4 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ผู้ดูแลผู้สูงอายุสองภาษา

เมื่อต้องดูแลผู้สูงอายุชาวต่างชาติ การใช้บริการพี่เลี้ยงหรือคนดูแลสองภาษามีข้อดีอย่างไร
การดูแลผู้สูงอายุ ไม่ใช่งานง่ายๆ ยิ่งถ้าเป็นผู้สูงอายุที่เป็นชาวต่างชาติด้วยแล้วนั้น ย่อมต้องการคนที่สามารถพูดและสื่อสารภาษาที่ 2 หรือภาษาที่ 3 ได้

เหตุผลที่จำเป็นต้องมีผู้ดูแล 2 ภาษา

1. เริ่มจากการดูแลขั้นพื้นฐาน เช่น อาบน้ำ เช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า ดูแลความสะอาดร่างกายของผู้สูงอายุ แน่นอนว่าต้องมีการสื่อสารกันเพื่อที่จะได้ช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ผู้สูงอายุ ดังนั้นหากผู้ดูแลผู้สูงอายุไม่สามารถสื่อสารภาษาที่ 2 ได้ ย่อมสร้างความลำบากในการดูแลผู้สูงอายุอย่างแน่นอน
2. การจัดเตรียมอาหารต่างๆให้ผู้สูงอายุ เนื่องจากญาติของผู้สูงอายุไม่ได้อยู่ด้วยตลอดเวลาดังนั้น ต้องมีการสื่อสารหากต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมหรือแจ้งให้ผู้ดูแลทราบเกี่ยวกับอาหารว่ากินอะไรได้หรือไม่ได้
3. การป้อนยา หากฉลากยาเป็นภาษาอังกฤษ หรือวิธีการรับประทานยาเป็นภาษาอังกฤษ แน่นอนว่าผู้ดูแลต้องมีความรู้ในการอ่านภาษาอังกฤษ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก
4. ผู้ดูแลผู้สูงอายุควรจะอยู่เป็นเพื่อนพูดคุยกับผู้สูงอายุ ช่วยอ่านหนังสือให้ฟัง เพื่อช่วยคลายเครียดและลดความกังวลต่างๆ ดังนั้นหากเป็นผู้สูงอายุเป็นชาวต่างชาติ ผู้ดูแลย่อมต้องพูดสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน
5. ในบางครั้งผู้ดูแลผู้สูงอายุอาจจะต้องติดตามผู้สูงอายุออกไปข้างนอก เช่น ออกไปพบแพทย์ตามนัดหรือทำธุระอื่นๆ ผู้ดูแลผู้สูงอายุจึงเปรียบเสมือนล่ามคอยแปลภาษาให้ผู้สูงอายุชาวต่างชาติหากต้องการความช่วยเหลือ
ต้องรู้อะไรบ้างเมื่ออยากจ้างคนต่างด้าวมาดูแลผู้สูงอายุ
ปัจจุบันผู้ดูแลผู้สูงอายุที่เป็นแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย ส่วนมากมาจากประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) เช่น ประเทศฟิลิปปินส์ พม่า ลาว และกัมพูชา ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง มีตั้งแต่อายุน้อย ๆ ไปจนถึงวัยกลางคน

หากต้องจ้างคนดูแลผู้สูงอายุเป็นชาวต่างด้าว เราควรมีหลักการในการพิจารณาอย่างไร

1. ตรวจสอบประวัติส่วนตัว เช่น ชื่อ อายุ ภูมิลำเนาเดิม รวมถึงโรคประจำตัว เพราะย่อมมีผลกับผู้สูงอายุที่ร่างกายอ่อนแอและมีโอกาสติดโรคได้ง่าย อีกทั้งควรตรวจสอบว่าไม่มีความประพฤติที่เสื่อมเสีย ไม่เป็นผู้วิกลจริตไม่สมประกอบ ไม่ติดสารเสพติดทุกชนิด โดยอาจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้างคนเก่าและสอบถามสาเหตุของการออกจากที่ทำงานเดิมด้วย
2. ผู้ดูแลคนสูงอายุต่างด้าวต้องขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะมีการตรวจสุขภาพและมีการทำใบอนุญาตทำงาน (work permit) ให้ถูกต้อง
3. สังเกตบุคลิกภาพและลักษณะนิสัยของผู้ดูแลผู้สูงอายุจากการสัมภาษณ์ โดยลองถามคำถามที่จะประเมินว่าผู้ดูแลผู้สูงอายุมีใจรักงานบริการหรือมีความอดทนมากน้อยเพียงใดต่อสถานการณ์ที่เอามายกเป็นตัวอย่าง
4. แจ้งรายละเอียดการทำงานให้ชัดเจน ตกลงเรื่องเงินเดือนและหน้าที่รับผิดชอบให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุเข้าใจตั้งแต่เริ่มต้น เกี่ยวกับเรื่องวันหยุดพักผ่อนและสวัสดิการที่มีให้ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นหลังจากรับเข้าทำงานแล้ว
5. อธิบายข้อมูลคร่าว ๆ เกี่ยวกับกฎระเบียบในบ้าน ว่ามีกฎข้อบังคับใดๆ ภายในบ้านหรือไม่ เพื่อความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกันและหลีกเลี่ยงปัญหาหากต้องเข้ามาทำงานและอยู่ในบ้านร่วมกัน
ระหว่างผู้ดูแลผู้สูงอายุชาวไทยที่มีทักษะภาษาอังกฤษกับผู้ดูแลผู้สูงอายุต่างด้าว แบบไหนค่าจ้างจะสูงกว่ากัน
ก่อนอื่นต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า แรงงานไทยที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ จะต้องการค่าจ้างที่สูง ดังนั้นเมื่อเราจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษหรือภาษาที่สองได้ ย่อมทำให้มีรายจ่ายที่สูงขึ้นเป็นธรรมดา หากเราลองมองตัวเลือกที่เป็นผู้ให้บริการชาวต่างชาติ (ต่างด้าว) เช่น ฟิลิปปินส์ ลาว หรือพม่า เป็นต้น ผู้ให้บริการเหล่านี้มาเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุนั้นจะมีข้อดีอย่างไรบ้าง เรามีข้อมูลบางส่วนเพื่อประกอบการตัดสินใจให้ง่ายขึ้น

1. ค่าจ้างแรงงานต่างด้าวถูกกว่าค่าจ้างแรงงานคนไทย ค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายกำหนดไว้ที่ 300 กว่าบาทต่อวัน ซึ่งแรงงานไทยน้อยคนที่จะยอมรับได้ ทำให้พยายามหางานใหม่ที่ค่าจ้างสูงกว่า ลาออกบ่อย แต่สำหรับแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยค่าจ้างขั้นต่ำในอัตรานี้ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเทียบกับค่าแรงในบ้านเกิด ทำให้มีการลาออกน้อยและสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
2. ทักษะและฝีมือในการทำงานใกล้เคียงกับแรงงานชาวไทย
3. แรงงานต่างด้าวมีความยืดหยุ่น มีความอดทนสูงและมีความพร้อมทำงานอย่างเต็มที่อยู่ตลอดเวลา

เว็บไซต์ของใส่ใจมีข้อมูลผู้ให้บริการดูแลผู้สูงอายุที่พูดภาษาอังกฤษได้หรือไม่
สำหรับท่านที่กำลังมองหาผู้ดูแลผู้สูงอายุที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ท่านสามารถค้นหาผู้ดูแลที่มีคุณสมบัติดังกล่าวโดยระบุในตัวคัดกรอง (Filters) เพื่อให้ระบบแสดงข้อมูลของผู้ให้บริการที่ตรงตามความต้องการของท่าน และท่านสามารถเลือกดูประวัติของผู้ให้บริการที่ท่านสนใจ รวมถึงอัตรค่าบริการและรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการ เพื่อเป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจเลือกผู้ดูแลผู้สูงอายุ