ดูแลผู้สูงอายุ ใน หาดใหญ่, สงขลา

ดูแลผู้สูงอายุ ใน หาดใหญ่, สงขลา

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ยังไม่มีข้อมูลผู้ให้บริการ
ยังไม่มีข้อมูลผู้ให้บริการ

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

ประทับใจในการให้บริการมาก ๆ ค่ะ
Saijai
สุดาพร มณีทอง
5 ปีที่แล้ว
หาข้อมูล เจอเว็บใส่ใจ ที่มีพี่เลี้ยงดูแลผู้สูงอายุ ลองอ่านประสบการณ์เลย เจอจิต (พี่เลี้ยงดูแลพ่อ) ทุกอย่างเป็นไปตามข้อมูลในเว็บทำให้พวกเราไม่ยากที่จะตัดสินใจ จิตทำงานดีมากเข้ากับคุณพ่อได้ดี ขอบคุณใส่ใจค่ะ
Saijai
พชร ต้นไกลสุทธฺ์
5 ปีที่แล้ว
สะดวก ง่าย เพียงไม่กี่ขั้นตอนเราก็สามารถหาคนดูแลผู้สูงอายุได้ อีกอย่างในเว็บไซต์มีข้อมูลต่าง ๆ ที่ให้เราได้ศึกษาก่อนทำการจ้างอีกด้วย พอได้อ่านข้อมูลทำให้เราได้รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนจ้างคนดูแลมาดูแลคุณแม่ เป็นข้อแนะนำที่ดีมาก ๆเลยค่ะ ประทับใจมาก ๆ ค่ะ
Saijai
วิกานดา ทองดี
5 ปีที่แล้ว
มีคนแนะนำเวปใส่ใจสำหรับหาคนดูแลผู้สูงอายุ ประทับใจมาก ๆ เลยค่ะ พี่ที่ดูแลเขาอยู่เป็นเพื่อนแถมคุณยายอยากไปไหนเขาพาไปตลอดเลยค่ะ ตอนอยู่บ้านก็คอยจัดเตรียมอาหาร เตรียมยาให้ด้วย ต้องขอบคุณใส่ใจมาก ๆ เลยค่ะ เรากับพี่สาวรู้สึกวางใจไปได้เยอะเลย
Saijai
ปิยธิดา อรุณไชย
5 ปีที่แล้ว
เราจ้างคนดูแลผู้สูงอายุมาดูแลคุณยายที่บ้าน พี่เขาทำงานดีมาก ๆ ที่สำคัญเลยคือพี่เขามีประสบการณ์ในการดูแลคนชรา เคยผ่านการอบรมมาแล้ว เลยทำให้เรามั่นใจ และ หายห่วงมาก ๆ
Saijai
นารีรัตน์ ภัทรบัณฑิต
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลผู้สูงอายุ

จ้างคนดูแลคนชราที่บ้านดีกว่าส่งไปบ้านพักคนชราอย่างไร?
ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญต่อเรา ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย คือผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรานั่นเอง ครั้นเมื่อท่านทั้งหลายอายุมากขึ้นหน้าที่ของคนเป็นลูกเป็นหลานต้องคอยดูแลท่านให้ดีที่สุด หากเป็นไปได้คงไม่มีใครที่อยากให้ผู้สูงอายุที่เรารักต้องไปอยู่บ้านพักคนชราและอยู่ห่างไกลจากครอบครัวอย่างแน่นอน

แต่หากเราอยู่ดูแลท่านเองไม่ได้ เนื่องจากต้องทำงานหรือมีภาระอื่นๆ ที่ต้องรับผิดชอบ ควรจ้างคนมาดูแลที่บ้าน เพื่อความสะดวกของเราเองและความปลอดภัยของผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลโดยเฉพาะ อย่างที่ทราบกันมานานสังคมไทยมีแนวคิดในแบบระบบครอบครัวใหญ่ โดยจะช่วยดูแลกันและกัน ซึ่งอาจแตกต่างจากสังคมของชาวตะวันตก ที่ส่วนมากมักมีค่านิยมให้ผู้สูงอายุไปอยู่บ้านพักคนชราในช่วงบั้นปลายชีวิต เพราะคิดว่าสะดวกสบายกว่า และผู้สูงอายุจะได้มีเพื่อนในสังคมวัยเดียวกัน แต่คนไทยโดยส่วนมากไม่คิดแบบนั้น ดังนั้นในครอบครัวของคนไทยจึงต้องการคนดูแลผู้สูงอายุที่มีความรู้ ความสามารถ อีกทั้งต้องไว้ใจให้ช่วยดูแลญาติผู้ใหญ่ของเราที่บ้านได้

ข้อดีของการมีคนดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

หลักๆ ก็คือ เราสามารถอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เรารัก ทั้งยังปลอดภัยมากกว่าเพราะยังอยู่ในสายตาของเราได้ตลอด แตกต่างกับการส่งไปอยู่ที่ศูนย์ดูแลคนชรา ซึ่งอาจจะอยู่ห่างไกล ต้องใช้เวลาเดินทางไปหา โดยเราสามารถเลือกบริการของคนที่จะมาดูแลแบบไปเช้า เย็นกลับ หรือคอยดูแล 24 ชั่วโมงสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และต้องการคนดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไป โดยส่วนมากแล้วทางบริษัทที่จัดหาคนดูแลผู้สูงอายุจะมีการคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพและมีความรู้ในด้านนี้โดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและลดความกังวลของผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดี
ทักษะสำคัญที่ผู้ดูแลผู้สูงอายุควรมี
การที่เราจะเลือกใครสักคนมาดูแลผู้สูงอายุในบ้านของเรา แน่นอนว่าต้องมีปัจจัยและคุณสมบัติหลายอย่างในการตัดสินที่จะรับบุคคลภายนอกเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับคนในครอบครัวของเราทั้งในช่วงเวลาที่เราอยู่หรือไม่อยู่บ้านก็ตาม คุณสมบัติที่คนส่วนใหญ่คาดหวังสำหรับคนดูแลผู้สูงอายุ มีดังต่อไปนี้

1. เป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะ คืออายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถคิดและตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล มีวุฒิภาวะที่ดี
2. เนื่องจากการดูแลผู้สูงอายุเป็นเรื่องละเอียดอ่อน คนดูแลผู้สูงอายุจึงควรเป็นคนที่มีความรู้ทั้งในเรื่องจิตวิทยา และด้านโภชนาการอาหาร รวมทั้งความสะอาดทั่วไปด้วย แม้ว่าการจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่มีความรู้อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะกว่าการจ้างคนทั่วไป แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะหากผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่ไม่ดี คนดูแลขาดความรู้แล้ว อาจส่งผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจอีกด้วย
3. มีความน่าไว้วางใจ เมื่อจ้างคนดูแลผู้สูงอายุเข้ามาอยู่ในบ้าน อาจจะต้องรับรู้ในส่วนของที่เก็บของต่างๆ รู้ตารางชีวิตประจำวันของคนในครอบครัว คนดูแลผู้สูงอายุจึงต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้ มีประวัติที่ดี และมีทัศนคติที่ดี
4. มีความอดทน เนื่องจากการดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องง่ายๆ บางครั้งอาจจะต้องดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุอีกด้วย โดยเฉพาะหากเป็นผู้สูงอายุที่มีอาการป่วยหรือโรคประจำตัว ก็จะมีความยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้นไปอีก
5. ควรจบหลักสูตรผู้ช่วยการพยาบาล หรือสาขาที่เกี่ยวข้องและหากมีประสบการณ์มักจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ แต่หากไม่จบหลักสูตรดังกล่าว แต่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงอายุมาก่อน ก็จะได้รับการพิจารณาเช่นกัน
6. มีความซื่อสัตย์สุจริต เนื่องจากในบางครั้งอาจจะต้องอยู่กับผู้สูงอายุเพียงลำพัง
7. มีความขยันและสามารถช่วยเหลืองานอย่างอื่นได้ตามความเหมาะสม
หากคุณกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุ คนชรา อยู่กับผู้ดูแลตามลำพัง ควรทำอย่างไร
หากคุณกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุ คนชรา อยู่กับผู้ดูแลตามลำพัง ควรทำอย่างไร

การเลือกแม่บ้านหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุ เข้ามาดูแลพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย วัยชรา แม้จะคล้ายกับการดูแลเด็ก แต่มีความแตกต่างกันบ้างในส่วนของรายละเอียด เช่น เรื่องอาหารการกิน การทานยา และเรื่องของการอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งเหตุผลหนึ่งที่เราเลือกใช้บริการ ผู้ดูแลผู้สูงอายุนั้น เพราะเราอยากให้ผู้สูงอายุได้อยู่ในบรรยากาศที่คุ้นเคย ใกล้ชิดลูกหลาน และได้รับการดูแลที่ถูกต้อง เหมาะสม ตามสภาพวัย ของผู้สูงอายุ หากเราต้องทำงานไปด้วยนั้นหมายถึงเราต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่ตามลำพังกับผู้ดูแล เราสามารถลดความกังวลนั้นได้อย่างไร หากกังวลเรื่องอาหารการกิน การทานยาของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องอยู่บ้านลำพัง การที่ได้ผู้ดูแลผู้สูงอายุ เข้ามาดูแลปัญหาเรื่องการทานอาหาร ทานยาไม่ตรงเวลาก็จะหมดไป เมื่อเราได้สรุปงาน หน้าที่ของผู้ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ก็จะทำตามตารางเวลาการทำงานที่เราได้จัดขึ้น แม้เราไม่อยู่เราก็จะแน่ใจได้ว่าผู้สูงอายุจะได้รับการดูแล เราต้องคิดว่า เมื่อเราต่างออกไปทำงาน และผู้สูงอายุที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว ท่านอาจจะรู้สึกเหงาและเบื่อหน่าย หรือบางครั้งเราเองอาจจะรู้สึกกังวลหากเขาหกล้มหรือเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่มีใครอยู่บ้าน แต่การมีผู้ดูแลผู้สูงอายุมาดูแลและอยู่เป็นเพื่อนก็จะช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกดี หมดกังวลและไม่เบื่อหน่าย อาจมีกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้สูงอายุฝึกคิด หรือบางครั้งผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ดูแลยังสามารถพาไปออกกำลังกายเพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุผ่อนคลายได้อีกด้วย กังวลเรื่องการดูแลทุก ๆ รายละเอียด ข้อนี้ถือว่าดีมากเนื่องจากพี่เลี้ยงที่จ้างมาดูแลผู้สูงอายุในบ้าน จะทำหน้าที่แทนเราทุกอย่าง เช่น เช็ดตัว ป้อนข้าว เปลี่ยนผ้าอ้อมผู้ใหญ่ โดยที่ไม่รังเกียจ เพราะมีการอบรมมาเป็นอย่างดี ช่วยดูแลขณะที่เราไม่อยู่ ความกังวลทั้งหมดนี้จะหมดไปหากเราเลือกผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี ใส่ใจในงานบริการ แม้อยู่ตามลำพังกับผู้ดูแล ก็ไม่ต่างกับเราดูแลท่านเอง
ข้อตกลงที่สำคัญในการดูแลผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง
เมื่อตัดสินใจจ้างคนดูแลผู้สูงอายุแล้ว ควรทำข้อตกลงสำคัญระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้ดูแลที่คุณทำการได้จ้างมา เพื่อเป็นการรับประกันความปลอดภัยให้กับผู้สูงอายุตลอดระยะเวลาการดูแล ซึ่งข้อตกลงที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจระหว่างสองฝ่ายมีดังนี้

1. ทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยสิ่งที่ควรระบุอยู่ในสัญญาอย่างชัดเจนได้แก่ ระยะเวลาการดูแล วันที่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ ชั่วโมงการทำงาน จำนวนค่าจ้าง รวมไปถึงสวัสดิการและวันหยุดที่ผู้ดูแลควรได้รับตามกฎหมายแรงงาน โดยที่ทั้งสองฝ่ายต้องเซ็นยินยอมเพื่อเป็นการรับรู้ต่อสัญญาและข้อกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้
2. ผู้ว่าจ้างควรอธิบายข้อมูลส่วนตัวของผู้สูงอายุให้กับผู้ดูแลอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปนิสัย ความชอบส่วนตัว อาหารที่กินได้และไม่ได้ ที่สำคัญหากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว ผู้ว่าจ้างควรบอกให้ผู้ดูแลรับรู้ก่อนเพื่อให้ผู้ดูแลสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้
3. อธิบายขอบเขตและวิธีการทำงานให้กับผู้ดูแลอย่างชัดเจน สิ่งใดที่ทำได้และไม่ได้ เพื่อเป็นการป้องกันขั้นเบื้องต้น
4. ข้อตกลงเรื่องที่อยู่อาศัย หากผู้ว่าจ้างต้องการให้ผู้ดูแลอาศัยอยู่ที่บ้านตลอดช่วงระยะการดูแลผู้สูงอายุ ควรจัดเตรียมที่พักอาศัยให้กับผู้ดูแล รวมไปถึงแจกแจงเรื่องกฎในการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในบ้านตลอดช่วงระยะเวลาเช่นกัน
5. ใส่ใจในเรื่องของสุขอนามัยของผู้ดูแลที่ทำการว่าจ้างมา หากผู้ดูแลมีอาการป่วยกะทันหัน ผู้ว่าจ้างควรออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่ผู้ดูแลควรได้รับ และควรให้ผู้ดูแลลางานได้ทันที เพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อต่อผู้สูงอายุภายในบ้าน

การทำข้อตกลงในการว่าจ้างนั้นนอกจากจะเป็นการช่วยให้ทำความเข้าใจอย่างชัดเจนแล้ว ยังช่วยสร้างความสบายใจให้กับทั้งสองฝ่ายได้อีกด้วย

ขุนนิพัทธ์จีนนคร ผู้บุกเบิกเมืองหาดใหญ่

ขุนนิพัทธ์จีนนคร (เจียกีซี) คนสร้างเมืองหาดใหญ่ เดิมเป็นคนจีนแคะที่อพยพมาจากจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อมาทำมาหากินในประเทศสยาม ในปี พ.ศ. 2452 สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างทางรถไฟสายเพชรบุรีจรดสุดชายแดนภาคใต้ ขุนนิพัทธ์จีนนคร ได้สมัครเข้ามาทำงานกับบริษัทรับเหมาสร้างทางรถไฟสายนี้ โดยรับหน้าที่เป็นผู้ตรวจการและดูแลทั่วไป งานสร้างทางรถไฟสายใต้ในสมัยนั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก ปักษ์ใต้ยังมีพลเมืองน้อยเป็นป่าทึบเต็มไปด้วยไข้ป่าบางแห่งเป็นที่ลุ่มน้ำขึ้นสูง ท่านมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ริมคลองอู่ตะเภา ข้างที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ เนื่องจากแถบสถานีรถไฟอู่ตะเภาเป็นที่ลุ่มบ้านหลังเก่านั้น เกิดน้ำท่วมเป็นประจำ ขุนนิพัทธ์ฯ ผู้ที่มีนิสัยชอบบุกป่าฝ่าดงจึงทำการออกสำรวจหาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกสร้างบ้านเรือนหลังใหม่ จนพบป่าต้นเสม็ดแห่งหนึ่ง มีผู้คนอาศัยอยู่บ้าง ป่าแห่งนี้เป็นป่าที่อยู่ในบริเวณรอบๆ หมู่บ้านต่างๆ เช่น บ้านหาดใหญ่ และบ้านโคกเสม็ดชุน

ป่าต้นเสม็ดแห่งนี้อยู่ห่างจากสถานีรถไฟอู่ตะเภาประมาณ 3 กม. ขุนนิพัทธ์ฯ จึงได้ทำการซื้อที่ป่าต้นเสม็ดจำนวน 50 ไร่ เป็นเงินจำนวน 175 บาทจากชาวบ้านผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณนั้น

“บ้านหาดใหญ่” ในสมัยนั้นมีบ้านเรือนตั้งอยู่สองฟากทางรถไฟสายใต้ อยู่ทางทิศใต้ของสถานีรถไฟหาดใหญ่เลียบริมฝั่งคลองเตยไปทางด้านตะวันออก เป็นหมู่บ้านเก่าแก่แห่งหนึ่งของอำเภอเหนือ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็นอำเภอหาดใหญ่ในปี พ.ศ. 2460 ส่วนบริเวณทางตอนเหนือของสถานีรถไฟหาดใหญ่ ตั้งแต่บริเวณถนนนิยมรัฐ หรือที่ตั้งของโรงแรมโฆษิต เรื่อยไปจนถึงที่ทำการตำรวจรถไฟ ถึงบริเวณวัดโคกสมานคุณ ตลอดจนริมถนนเพชรเกษมจนถึงวงเวียนน้ำพุ เรียกว่า “บ้านโคกเสม็ดชุน”

หลังจากที่ขุนนิพัทธ์ฯ ได้ซื้อป่าต้นเสม็ดแล้ว ก็ทำการถางป่าจนเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ และได้ลงทุนสร้างห้องแถวห้าห้องในปี พ.ศ. 2459 โดยใช้ไม้กลมมาทำเป็นเสาสร้างบ้าน และมีหลังคามุงจาก ท่านได้ตัดถนนเป็นถนนดินสายแรกขึ้นเรียกว่า “ถนนเจียกีซี” ห้องแถวห้าห้องแรกนี้ท่านสร้างอยู่ใกล้กับเขตรถไฟ เขตรถไฟนี้ทางการได้ขอซื้อที่ดินจากขุนนิพัทธ์ฯ ในปี พ.ศ. 2458 กินเนื้อที่เป็นบริเวณกว้างจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ตลอดริมถนนทั้งสองฟากของถนนธรรมนูญวิถีจรดร้านถ่ายรูปโปจินและธนาคารนครหลวงไทย จํากัด ตลอดจนบริเวณสนามฟุตบอลด้านข้างธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์

บ้านหลังแรกที่ขุนนิพัทธ์ฯ เริ่มสร้างนั้น ปัจจุบัน คือที่ตั้งของธนาคารนครหลวงไทย จํากัด และถนนเจียกีซีสายแรกของขุนนิพัทธ์ฯ นั้น ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นถนนธรรมนูญวิถี



สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ สถานที่ออกกำลังกายสำหรับผู้สูงวัย

อำเภอหาดใหญ่ไม่ได้มีแค่แหล่งช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีเท่านั้น หาดใหญ่ยังมีสถานที่ที่เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ว่าจะเป็นการพาครอบครัวไปเดินเล่น หรือพาสูงอายุไปออกกำลังกายเบา ๆ สูดอากาศบริสุทธิ์และชมบรรยากาศ นั่นคือ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่

ถือเป็นจุดที่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่สวยงามมากแห่งหนึ่งได้ในอำเภอหาดใหญ่ ตั้งอยู่บนเขาคอหงส์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของผู้คนภายในเมืองแห่งนี้ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของผู้คนจากทั่วทั้งภาคใต้ ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ได้รับความนิยมเท่านั้น สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งยังมีสถานที่ให้สักการบูชา ตามความเชื่อของศาสนาพุทธ เต๋า และพราหมณ์-ฮินดู รวมไปถึงความเชื่อทางด้านวิทยาศาสตร์ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ ยังมีศูนย์การเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ และดาราศาสตร์ให้บริการเข้าเยี่ยมชมได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ถือเป็นอีกจุดเด่นที่นิยมชมชอบของนักท่องเที่ยวทั้งหลายเช่นกัน ด้วยลักษณะทรงประทับนั่งบนบัลลังก์ดูน่าเกรงขาม ทำให้ดูมีมนต์ขลังของความเป็นสถาบันอันสูงสุดแห่งประเทศไทย ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้ถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมวันปิยมหาราชของทุกปี

และยังมีสถานที่สักการะ เทพเจ้ากวนอู ที่ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่สักการะเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวจีน ผู้ซึ่งได้รับการยอมรับ และเคารพนับถือในฐานะของเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ และมีคุณธรรมอันสูงส่ง โดยสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้กับสถานสักการะ พระโพธิสัตว์กวนอิม และอยู่ภายในสวนสาธารณะแห่งนี้ด้วย ภายในสวนสาธารณะแห่งนี้ก็ยังมี หอศิลป์นครหาดใหญ่เฉลิมพระเกียรติ ตลอดจน เคเบิลคาร์ จุดให้บริการเคเบิลคาร์ไปกลับ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ข้ามฟากไปยังจุดชมวิวอีกด้านหนึ่งของภูเขา และยังถือเป็นจุดให้บริการเคเบิลคาร์แห่งแรกของภาคใต้อีกด้วย



วิธีลดความเครียดให้กับผู้สูงอายุ

การดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวถือได้ว่าเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบสูงและสามารถสร้างความเครียดให้กับผู้ดูแลผู้สูงอายุไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะหากสมาชิกในครอบครัวเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุเอง ไม่ได้ใช้บริการหรือจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีความรู้ความชำนาญ การดูแลผู้สูงอายุเพียงลำพังอาจทำให้ผู้ดูแลมีความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย รวมถึงเบื่อหน่ายเนื่องจากมีเวลาส่วนตัวน้อยหรือออกไปติดต่อสัมพันธ์กับผู้อื่นได้น้อยลงจนเกิดเป็นความเครียด รู้สึกไม่มีความสุข น้อยใจว่าคนในครอบครัวไม่ช่วยแบ่งเบาภาระ นานวันไปความเครียดที่สะสมอยู่จะแสดงออกทางร่างกายและอารมณ์ เช่น ปวดศีรษะ หน้านิ่วคิ้วขมวด พูดจาชวนทะเลาะ บางรายแสดงออกด้วยการทำร้ายร่างกายหรือพูดทำร้ายจิตใจผู้สูงอายุโดยไม่รู้ตัว ส่วนใหญ่ผู้ดูแลเพศหญิงมักมีความเครียดมากกว่าผู้ดูแลเพศชาย บางคนจัดการกับความเครียดด้วยการร้องไห้ ตะโกน หรือระบายอารมณ์กับสิ่งของ แต่วิธีการดังกล่าวไม่ช่วยแก้ปัญหาความเครียดให้หายไป กลับทำให้ความเครียดเพิ่มมากขึ้น

ผู้ดูแลควรฝึกการคลายเครียดด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีของผู้ดูแลของผู้สูงอายุและของทุกคนในครอบครัว โดย การคลายเครียดของผู้ดูแลผู้สูงอายุ นั้นมีหลายวิธีได้แก่

1. การปรับทัศนคติและยอมรับหน้าที่ด้วยความเต็มใจ คิดว่าเป็นโอกาสที่ดีในการตอบแทนผู้มีพระคุณ เป็นช่วงที่ได้ใช้เวลาร่วมกันสร้างความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน

2. อ่านหนังสือแนวให้กำลังใจหรือสอนให้มองโลกในแง่ดี หนังสือศาสนา สวดมนต์ทำสมาธิ นำหลักศาสนา มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้มองเห็นความเป็นจริงของชีวิต

3. ใช้เวลาดูแลผู้สูงอายุสลับกับการทำกิจกรรมที่ชอบหรือทำแล้วรู้สึกผ่อนคลาย เช่น ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ ฟังเพลง ฯลฯ โดยเฉพาะที่มีเนื้อหาตลกขำขัน เพื่อสร้างรอยยิ้มให้กับชีวิต

4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อาจเป็นการออกกำลังกายเบาๆ ภายในบ้าน เช่น การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ แอโรบิก โยคะ หรือหาเวลาออกกำลังกายนอกบ้านให้ได้เหงื่อ เช่น วิ่ง เดินเร็ว

5. ทำกิจกรรมคลายเครียด หาเวลาไปนวดผ่อนคลายในสปาหรือไปร้านเสริมสวย ดูแลตัวเอง ให้รางวัลกับตนเองบ้าง

6. พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงหรือเข้าร่วมชมรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อพูดคุยระบายความเครียด และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ให้กำลังใจซึ่งกันและกันระหว่างผู้ที่มีหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุคนอื่น ๆ

7. หยุดพักผ่อนสัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อมีเวลาส่วนตัว หรือวันหยุดยาว ๆ เดินทางไปพักผ่อนในสถานที่ ทางธรรมชาติ เติมพลังกายและพลังใจให้เต็มที่

8. หาคนผลัดเปลี่ยนช่วยดูแลผู้สูงอายุ คนในครอบครัวควรผลัดเปลี่ยนกันดูแลผู้สูงอายุ การมีผู้ช่วยดูแลจะลดระดับความเครียด ลงไปได้ หรืออาจจ้างผู้ดูแลเป็นครั้งคราว