ดูแลเด็ก ใน เมืองสงขลา, สงขลา

ดูแลเด็ก ใน เมืองสงขลา, สงขลา

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ยังไม่มีข้อมูลผู้ให้บริการ
ยังไม่มีข้อมูลผู้ให้บริการ

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

พี่เลี้ยงเด็กที่จ้างผ่านเว็บใส่ใจคือดีจริง ๆ พี่เลี้ยงเด็กมีประสบการณ์ในการเลี้ยงดูเด็กและเป็นคนที่ซื่อสัตย์มาก ทำให้คนเป็นแม่อย่างเราหายห่วงลูกเลยจริง ๆ หากใครที่กำลังมองหาพี่เลี้ยงเด็ก บริการของทางใส่ใจถือเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียวสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน
Saijai
กรรชัย วงศ์พานิชญ์
5 ปีที่แล้ว
ลาคลอดได้แค่ 3 เดือน ค่ะ ต้องกลับไปทำงานต่อ จะฝากลูกไว้กับยายก็กลัวแกจะดูไม่ไหว เลยลองหาพี่เลี้ยงจากเว็บใส่ใจดู ตอนแรกก็กังวลอยู่เหมือนกันค่ะ ไม่กล้าทิ้งลูกไว้กับพี่เลี้ยง แต่ก็วางใจอย่างนึงว่าพี่เลี้ยงมีประสบการณ์ ตอนนี้ทุกอย่างลงตัว โอเคมาก ๆ ค่ะ
Saijai
สุชาดา มิ่งมงคล
5 ปีที่แล้ว
ดิฉันเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ ทำงานทุกวัน ไม่มีเวลาดูแลลูก บางครั้งต้องเอาไปฝากญาติ ๆ แต่ตอนนี้เลยตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงเด็กของทางใส่ใจ ตอนแรกก็ไม่รู้เลยค่ะว่ามีขั้นตอนในการจ้างพี่เลี้ยงเด็กอย่างไรบ้าง เลยติดต่อเบอร์ของทางใส่ใจไป อยากจะบอกว่าประทับใจการให้บริการมาก ๆ ค่ะ ทางใส่ใจให้ข้อมูลทุกอย่างครบถ้วนตามที่เราต้องการอยากทราบ ประทับใจจริง ๆ ค่ะ
Saijai
ปารีณา ภักดีดำรงค์ศักดิ์
5 ปีที่แล้ว
เปลี่ยนพี่เลี้ยงเด็กมาหลายคน ส่วนมากราคาสูง ๆ ทั้งนั้น แต่อยู่ไม่ได้นานก็ลาออก ลองจองพี่เลี้ยงผ่านเวปใส่ใจ เยี่ยมมากเลยครับ แฟนสบายใจ หมดปัญหา ไม่ต้องจ้างพี่เลี้ยงราคาแพง ได้ราคาแบบสมเหตุสมผล แถมมีคุณภาพครับ
Saijai
จิตวัชร จันประทีป
5 ปีที่แล้ว
เป็นครั้งแรกที่เลือกใช้บริการพี่เลี้ยงเด็กในเว็บใส่ใจ ตอนแรกคิดว่าจะยุ่งยากในจอง แต่พอเข้าไปในเว็บไซต์ เว็บไซต์ใช้งานง่ายมาก ๆ มีความสะดวกในการใช้งาน อีกทั้งยังมี Guideline ให้อีกด้วย และขั้นตอนการนัดสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเพราะมีตัวเลือกให้เลือกด้วยว่าเราสะดวกสัมภาษณ์ทางไหน เหมาะแก่คนที่ไม่มีเวลาอย่างเราจริง ๆ
Saijai
สุริยา ดำรงรักษ์
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลเด็ก

พี่เลี้ยงเด็กส่วนตัวหรือเนอสเซอรี่ (Nursery) อะไรคือคำตอบสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้
ข้อดีของการให้พี่เลี้ยงดูแลเด็กที่บ้านของคุณเอง

1. ลูกน้อยของคุณได้รับการดูแลจากพี่เลี้ยงแบบใกล้ชิด ทำให้เด็กรู้สึกได้ถึงความเอาใจใส่ และมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี
2. มีความยืดหยุ่นในการทำกิจวัตรประจำวันเพราะเด็กไม่ต้อง กิน นอน หรือ เล่นตามตารางเหมือนอยู่ในศูนย์รับเลี้ยงเด็กหรือเนอสเซอรี่ (Nursery)
3. พี่เลี้ยงเด็กสามารถปรับเวลาการทำงานให้สอดคล้องกับเวลาทำงานและวันหยุดของคุณพ่อคุณแม่
4. คุณพ่อคุณแม่มีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้นเพราะไม่ต้องเผื่อเวลาในการรับส่ง ก่อนและหลังเลิกงาน
5. เด็กได้รับการดูแลในบรรยากาศที่คุ้นเคยและรู้สึกปลอดภัย
6. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเดินทางรับส่ง หมดปัญหาเรื่องรถติดและมลภาวะบนท้องถนน
7. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเตรียมตัวหรือจัดเตรียมของใช้ให้ลูก เช่น ขวดนม เสื้อผ้า หรือแพมเพิส
8. ลดความเสี่ยงของโรคติดต่อ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ภูมิต้านทานยังน้อยจะเจ็บป่วยได้ง่าย หากต้องอยู่ปะปนกับเด็ก ๆ อื่น
9. มีคนอยู่บ้านตลอดเวลาในขณะที่คุณพ่อคุณแม่ออกไปทำงาน

ข้อดีของการเข้าเนอสเซอรี่ (Nursery)

1. ฝึกทักษะการเข้าสังคมเพราะเด็กต้องอยู่ร่วมกับเด็กคนอื่น ๆ และครูพี่เลี้ยง
2. ค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับการจ้างพี่เลี้ยงส่วนตัว
3. เนอสเซอรี่มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อให้เด็กฝึกทักษะผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ
คุณสมบัติอะไรบ้างที่พ่อแม่ควรมองหาจากพี่เลี้ยงเด็กก่อนตกลงจ้าง
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คุณพ่อคุณแม่สักคนจะตัดสินใจหาใครมาดูแลลูกน้อยที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ วันนี้ใส่ใจมีข้อมูลของทักษะและคุณสมบัติที่พี่เลี้ยงเด็กควรมีมาฝากให้คุณพ่อคุณแม่ลองเช็คกันดูก่อนตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงสักคน

1. พี่เลี้ยงเด็กต้องมีความอดทนสูง คุณพ่อคุณแม่ต้องมั่นใจว่าพี่เลี้ยงเด็กต้องมีความเข้าใจเด็ก สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี และที่สำคัญที่สุดคือเป็นคนที่มีความอดทนสูง
2. พี่เลี้ยงเด็กควรรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรืออุบัติเหตุ พี่เลี้ยงต้องมีความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และสามารถช่วยเหลือเด็กได้ทันที เช่น เด็กที่อยู่ภายใต้การดูแลเกิดอุบัติเหตุหกล้ม มีแผลถลอก พี่เลี้ยงต้องรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อของแผล เป็นต้น ดังนั้นคุณพ่อและคุณแม่ควรเลือกพี่เลี้ยงที่มีทักษะด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพราะเป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ
3. พี่เลี้ยงเด็กควรมีทักษะการแก้ไขปัญหา พี่เลี้ยงจะต้องรู้วิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งผู้ว่าจ้างเสมอไปหากปัญหานั้นไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรง
4. ทำอาหารเป็น ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะที่พี่เลี้ยงเด็กจำเป็นต้องมี พี่เลี้ยงไม่ได้มีหน้าที่แค่ดูแลเด็กอย่างเดียวเท่านั้น แต่พี่เลี้ยงอาจจะต้องเตรียมอาหารให้เด็ก ๆ รับประทานในแต่ละมื้อด้วย หากอาหารอร่อยถูกปาก เด็กจะเจริญอาหารและอารมณ์ดี ที่สำคัญที่สุดที่พี่เลี้ยงต้องใส่ใจและจดจำด้วยว่าเด็ก ๆ ที่ดูแลนั้น แพ้อาหารอะไรบ้าง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากการรับประทานสิ่งที่แพ้เข้าไป
5. มีความคิดสร้างสรรค์ในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก พี่เลี้ยงจะต้องเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถร่วมทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ ในระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวิชาการหรือสันทนาการ เช่น พี่เลี้ยงเด็กอาจจะสอนเด็กนับเลข ฝึกการอ่าน หรือระบายสีเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์เหล่านี้
ควรทำอย่างไรเพื่อคลายความกังวลเมื่อคุณพ่อคุณแม่ต้องปล่อยให้ลูกอยู่ตามลำพังกับพี่เลี้ยง
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่จะไว้วางใจให้ลูก ๆ ของคุณอยู่ในความดูแลพี่เลี้ยงเด็ก แม้ว่าจะเป็นเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ตามเด็กอาจเกิดความรู้สึกวิตกกังวลเมื่อต้องแยกจากคุณพ่อคุณแม่ ใส่ใจมีวิธีการที่จะช่วยลดความกังวลของทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกได้ดังนี้ค่ะ

1. คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยและทำความเข้าใจกับเด็ก ถึงความจำเป็นที่ต้องให้เด็กๆ อยู่กับพี่เลี้ยง ให้ความมั่นใจกับเด็กว่าคุณพ่อคุณแม่หาคนที่สามารถดูแลพวกเขาได้ดี
2. คุณพ่อคุณแม่ควรหาพี่เลี้ยงที่เข้ากันได้กับลูก ๆ และมีความพร้อมในการดูแลเด็ก
3. แนะนำให้ลูก ๆ ทำความรู้จักกับพี่เลี้ยง โดยอาจจะเล่าให้ฟังว่าพี่เลี้ยงเห็นใคร ชื่ออะไร คุยกับพี่ผ่านทางวิดีโอคอลก่อนวันเริ่มงานจริง เพื่อนลดความตึงเครียดในการเจอกันครั้งแรก
4. คุณพ่อคุณแม่ควรบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของตัวเอง เบอร์โทรฉุกเฉิน และสอนให้ลูกใช้โทรศัพท์เพื่อโทรหาคุณพ่อคุณแม่ได้ หรือโทรขอความช่วยเหลือได้ในกรณีฉุกเฉิน
5. มอบหมายงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เด็ก ๆ ทำระหว่างวัน เพื่อที่เด็ก ๆ จะได้มีกิจกรรมเบนความสนใจและไม่เอาแต่จดจ่อรอเวลาคุณพ่อคุณแม่กลับบ้าน
6. เมื่อถึงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องออกจากบ้านและต้องให้เด็ก ๆ อยู่กับพี่เลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความมั่นใจกับเด็ก ๆ ว่าพี่เลี้ยงจะดูแลเด็ก ๆ เป็นอย่างดีและย้ำว่าพวกเขาสามารถโทรหาคุณได้เสมอ
ข้อตกลงสำคัญที่พ่อแม่ควรตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงานมีอะไรบ้าง?
สัญญาหรือข้อตกลงในการทำงานเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยงเด็กต้องตกลงร่วมกันเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันในขอบเขตการทำงานและค่าตอบแทน การทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรอาจจะไม่จำเป็นเสมอไป แต่การร่างหรือการบันทึกรายการช่วยให้ทั้งสองฝ่ายจดจำรายละเอียดต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น มีอะไรบ้างที่คุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยงเด็กควรตกลงกันก่อนเริ่มงาน

1. วันเริ่มงาน ควรมีวันเริ่มงานให้ชัดเจนเพื่อประโยชน์และไม่เป็นการเสียเวลาของทั้งคุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยงเด็ก
2. ชั่วโมงการทำงานและวันหยุด ตกลงเรื่องเวลาทำงาน จำนวนชั่วโมงการทำงานในแต่ละวันและวันหยุด เพื่อให้ตารางการทำงานของพี่เลี้ยงเด็กสอดคล้องกับเวลาทำงานของพ่อคุณแม่มากที่สุด และทั้งสองฝ่ายควรรักษาเวลา
3. ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ กำหนดความรับผิดชอบของพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจน
4. ค่าแรงและกำหนดการจ่าย ค่าแรงของพี่เลี้ยงเด็กอาจขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงาน เช่นพี่เลี้ยงเด็กรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์และรายเดือน ซึ่งกำหนดการจ่ายเงินอาจจะแตกต่างกันไปตามลักษณะการทำงานนี้ด้วย
5. ค่าแรงในกรณีทำงานล่วงเวลา หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้พี่เลี้ยงเด็กทำงานล่วงเวลา ควรสอบถามความสมัครใจของพี่เลี้ยงและตกลงกันให้ชัดเจนเรื่องค่าแรง
6. การโพสต์รูปหรือข้อความเกี่ยวกับเด็กลงสื่อออนไลน์ (Social Medias) คุณพ่อคุณแม่คงไม่อยากให้มีรูปภาพ หรือข้อความเกี่ยวกับลูก ๆ ถูกโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ค หรืออินสตาแกรม โดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรทำความตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กในเรื่องนี้ด้วย
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่ควรพูดคุยตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน

ของอร่อยที่ต้องไปโดน ในตัวเมืองสงขลา

เมนูแนะนำสำหรับคนที่ไปเที่ยวจังหวัดสงขลา มาถึงสงขลาแล้วต้องไม่พลาด มีอะไรบ้าง

- ร้านใต้ฟ้าเย็นตาโฟ ใครเป็นแฟนเย็นตาโฟ ห้ามพลาดร้านนี้เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นเย็นตาโฟต้มยำ หรือเย็นตาโฟธรรมดาก็อร่อยเด็ด ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันอย่างลงตัว เรียกได้ว่ากินได้แบบไม่ต้องปรุงรสเพิ่มเลยทีเดียว สิ่งที่ทำให้ร้านนี้เป็นร้านเด็ดร้านดังที่ใครๆ ต้องมาโดนก็เพราะรสชาติของเย็นตาโฟ ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน รสชาติน้ำซุปที่เปรี้ยวหวานกำลังพอดี แถมยังมีลูกชิ้นปลาเด้ง ๆ ไม่คาว กุ้งทอดกรอบๆ และปลาหมึกกรอบที่ใหม่สด ชิ้นใหญ่ ผักบุ้งก็ยังสดและกรอบ และที่นี่ไม่ได้มีแค่เย็นตาโฟเท่านั้น ยังมีเมนูบะหมี่เกี๊ยวปู ที่เรียกว่า ปูเป็นปู ใส่ปูแบบเน้นๆ ไม่หวงเครื่องเลยทีเดียว

ที่อยู่: ซอย องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา 2051 ตำบล เขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา สงขลา 90000

- ป้าจวบ เถ้าคั่ว ก๋วยเตี๋ยวกระดูกหมู เถ้าคั่ว เป็นอาหารท้องถิ่น ที่คนภาคใต้รู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งจะประกอบไปด้วยเส้นหมี่ขาว กุ้งตัวเล็กชุบแป้งทอด เต้าหู้ทอด และหัวหมู โดยจะมีน้ำราดสูตรเด็ดของร้านที่รสชาติเปรี้ยวหวานนำ หรือหากใครชอบรสจัดจ้าน ก็จะมีพริกน้ำส้มไว้ให้ใส่เพิ่มเพื่อตัดเลี่ยน นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูเด็ดอื่นๆ อีกได้แก่ ก๋วยเตี๋ยวกระดูกหมู ที่ใส่หมูที่ตุ๋นจนเปื่อย แถมชิ้นใหญ่และเนื้อเยอะ แต่เมนูที่นี่ทุกเมนูราคาสบายกระเป๋าอีกต่างหาก

ที่อยู่: ซอย ยะหริ่ง ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา สงขลา 90000

- เจ๊นิ ข้าวต้มปลา-บะหมี่เกี๊ยว ร้านนี้เป็นอีกร้านที่แนะนำสำหรับคนชอบข้าวต้มปลา บอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะข้าวต้มปลาที่นี่มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ข้าวนุ่มมากแต่เม็ดยังสวยงาม ไม่เละ เสิร์ฟมาพร้อมกับเนื้อปลาชิ้นใหญ่ที่ทั้งสดใหม่และไม่มีกลิ่นคาว และอีกเมนูขายดีของร้านก็คือ เกาเหลาปลา ที่ใส่มาทั้งปลาแผ่น ลูกชิ้นปลา เกี๊ยวปลา อร่อย ไม่แพง ใครมาชิมร้านนี้ต้องติดใจและกลับมารับประทานอีกอย่างแน่นอน

ที่อยู่: ถนน นครนอก ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา สงขลา 90000



ต่อด้วยของหวาน ไอติมอร่อยย่านเมืองเก่า

เพลิดเพลินกับเมนูเด็ดจากร้านดังในตัวเมืองสงขลากันแล้ว อย่าลืมมาปิดท้ายความอร่อยด้วยเมนูของหวานอย่างไอศกรีมหรือไอติม ที่นี่มีไอติมอร่อยซึ่งเป็นร้านเก่าแก่อยู่หลายร้านให้ได้เลือกชิมกันตามใจชอบ มีร้านอะไรบ้างมาดูกันดีกว่า

- ร้านบันหลีเฮง ไอติมถั่วเขียวโบราณ ร้านจะตั้งอยู่ตรงข้ามศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นร้านโบราณดั้งเดิมของจังหวัดสงขลา โดยทางร้านมีไอติมถั่วเขียวโบราณและไอติมไข่ ซึ่งราคาไม่แพงเริ่มต้นที่ 20 บาท ส่วนเมนูเด็ดก็คือ ไอติมกะทิถั่วเขียว ที่รสชาติละมุนลิ้น หอมหวานกลมกล่อม ไม่เลี่ยนจนเกินไป ถือว่าเป็น Signature ของร้าน ซึ่งไอศกรีมที่นี่ถูกปากทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

ที่อยู่: 120 นางงาม ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา สงขลา 90000

- ร้านจิ่นกั้วหยวน ไอติมยิว เป็นร้านไอศกรีมเก่าแก่และมีชื่อเสียงอีกร้านหนึ่งในย่านถนนนางงาม บรรยากาศร้านจะตกแต่งแบบคลาสสิค ร้านนี้มีดาราและคนดังแวะเวียนมารับประทานอาหารอย่างมากมาย สามารถสังเกตได้จากฝาผนังร้านที่ติดรูปภาพตกแต่งไว้มากมาย ร้านไอติวยิวเป็นร้านไอศกรีมเล็กๆ มีโต๊ะในร้านประมาณ 4 – 5 โต๊ะ และข้างนอกร้านประมาณ 1 – 2 โต๊ะ โดยร้านตั้งอยู่บริเวณริมถนน นั่งรับประทานไอศกรีมไปชมวิวทิวทัศน์ของผู้คนและการจราจรเมืองสงขลาไป เรียกได้ว่า Chill มากจริงๆ เมนูเด็ดของทางร้านคือ ไอติมไข่แข็ง ใครมาทานเมนูนี้รับรองว่าติดใจทุกราย

ที่อยู่: 162 ถนนนางงาม อำเภอเมืองสงขลา สงขลา 90000

- ร้านไอติมโอ่ง เป็นร้านไอศกรีมเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองสงขลามาอย่างยาวนานอีกร้าน ทางร้านใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการนำเอาโอ่งดินเผาลายสวยๆ มาใส่ไอศกรีม และมีหลากหลายรสชาติให้ได้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีมใส่ไข่, ไอศกรีมกะทิ, ไอศกรีมถั่วเขียว, ไอศกรีมรวมมิตร ฯลฯ แต่ร้านนี้จะพิเศษตรงที่ไม่ได้มีแต่ของหวานเท่านั้น แต่ยังมีเมนูอาหารคาวยอดนิยม ได้แก่ ลูกชิ้นทอด เกี๊ยวทอด

ที่อยู่: 69 นางงาม ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา สงขลา 90000



เด็กไม่สบายดูแลอย่างไร

เดินเข้า ๆ ออก ๆ ชิมอาหารร้านต่าง ๆ บวกกับอากาศที่ค่อนข้างร้อนของเมืองสงขลา อาจจะทำให้เด็กเล็กที่ร่วมการเดินทางไม่สบายได้ หากเด็กมีอาการปวดหัว ตัวร้อน แม้จะไม่ได้เป็นเพราะโรคร้ายแรง ควรสังเกตอาการไข้ของเด็กจากการสัมผัสว่าตัวร้อนกว่าปกติหรือไม่ และเพื่อให้แน่ใจควรใช้เทอร์โมมิเตอร์ในการวัดไข้

ปกติอุณหภูมิของร่างกายไม่ควรเกิน 37.6 องศาเซลเซียส แต่หากมีอุณหภูมิอยู่ที่ 37.6 - 38.4 องศาเซลเซียส แสดงว่าเด็กมีไข้ต่ำ และหากสูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ถือว่ามีไข้สูง นอกจากนี้เด็กอาจมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย หากพบว่าเด็กมีอาการไข้และตัวร้อนเราควรดูแลอย่างไร

- อันดับแรกควรเช็ดตัวให้เด็กด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดา เพื่อช่วยในการลดไข้เบื้องต้น โดยเช็ดย้อนขึ้นจากปลายมือไปยังต้นแขนและลำตัว จากปลายเท้าไปสู่ต้นขา และพักผ้าไว้บริเวณหน้าผากเพื่อระบายความร้อน การเช็ดตัวสามารถช่วยให้อุณหภูมิร่างกายลดลงไดัชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ต้องมีการเช็ดซ้ำอีกครั้งอาจจะทุกๆ 1-2 ชั่ว และห้ามไม่ให้เด็กอาบน้ำเย็น

- ให้เด็กดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้อุณหภูมิร่างกายลดลง แต่ควรให้เด็กดื่มน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำที่ไม่เย็น รวมทั้งหมั่นเฝ้าระวังอาการของภาวะขาดน้ำด้วย

- หากเด็กอาเจียนหรือท้องเสียอาจจะต้องให้ดื่มเกลือแร่เพื่อทดแทน แต่ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเกลือแร่ที่ใช้ทดแทนการเสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย เพราะมีส่วนผสมของน้ำตาลและอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียแทนได้

- หากว่าเด็กมีอาการไข้และหนาวสั่น ควรให้ห่มผ้าหนาๆ และใส่เสื้อผ้าหนาๆ รวมทั้งมีผ้าพันคอ เมื่อไข้ลดลงให้นำผ้าที่ห่มออก และต้องคอยหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของเด็กอยู่ตลอด

- หากมีไข้สูงอย่างต่อเนื่อง และเด็กมีอาการซึม ควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาให้เร็วที่สุด