ดูแลเด็ก ใน เชียงใหม่

ดูแลเด็ก ใน เชียงใหม่

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่
ปรารถนา จานเขื่อง
ปรารถนา จานเขื่อง
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

นิสัยส่วนตัวเป็นคนรักเด็ก ชอบอยู่กับเด็ก เเละเป็นพยาบาลประจำหอผู้ป่วยเด็กมา 10 ปี

แสดงเพิ่มเติม

ดิฉันชื่อ นวพร ค่ะ ปัจจุบันทำงานเป็นแม่บ้านรายชั่วโมงค่ะ ด้วยความที่ต้องดูแลลูก ๆ 3 คนด้วยตนเองมาตลอดเลยทำให้ใช้ชีวิตประจำวันอยู่กับการดูแลบ้าน ดูแลลูก ๆ ค่ะ ดิฉันมั่นใจว่าจะสามารถทำวามสะอาดบ้านของคุณได้อย่างดีค่ะ ขอบคุณค่ะ

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

กรรชัย วงศ์พานิชญ์
1 ปีที่แล้ว
พี่เลี้ยงเด็กที่จ้างผ่านเว็บใส่ใจคือดีจริง ๆ พี่เลี้ยงเด็กมีประสบการณ์ในการเลี้ยงดูเด็กและเป็นคนที่ซื่อสัตย์มาก ทำให้คนเป็นแม่อย่างเราหายห่วงลูกเลยจริง ๆ หากใครที่กำลังมองหาพี่เลี้ยงเด็ก บริการของทางใส่ใจถือเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียวสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน
วิลาภรณ์ สุทธิรักษ์
1 ปีที่แล้ว
ดิฉันกับสามีทำงานประจำทั้งคู่ค่ะ ไม่มีใครคอยอยู่ดูแลลูกที่บ้านเลย ลูกติดนิสัยชอบอยู่แต่ในบ้านและซนกับพี่เลี้ยงมาก จนพี่เลี้ยงหลาย ๆ คนทนไม่ไหวถึงกับขอลาออกเอง โชคดีที่ได้เจอพี่เลี้ยงคนนี้บนเว็บใส่ใจ พี่ลี้ยงเข้ากับน้องได้ดีค่ะ
สุริยา ดำรงรักษ์
2 ปีที่แล้ว
เป็นครั้งแรกที่เลือกใช้บริการพี่เลี้ยงเด็กในเว็บใส่ใจ ตอนแรกคิดว่าจะยุ่งยากในจอง แต่พอเข้าไปในเว็บไซต์ เว็บไซต์ใช้งานง่ายมาก ๆ มีความสะดวกในการใช้งาน อีกทั้งยังมี Guideline ให้อีกด้วย และขั้นตอนการนัดสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเพราะมีตัวเลือกให้เลือกด้วยว่าเราสะดวกสัมภาษณ์ทางไหน เหมาะแก่คนที่ไม่มีเวลาอย่างเราจริง ๆ
ณัฐณิชา ทิวาสวัสดิ์
2 ปีที่แล้ว
ลองค้นหาบริการพี่เลี้ยงเด็กอยู่หลายที่ จนได้มาเจอเว็บใส่ใจ ลองเข้าไปดู รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างมีขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ให้เลือกพี่เลี้ยง ขั้นตอนนัดสัมภาษณ์ รายละเอียดและคำแนะนำต่าง ๆ พี่เลี้ยงที่ได้มาก็ตรงตามความต้องการสุด ๆ รู้สึกประทับใจมาก
ภัทรา กิจบำรุง
2 ปีที่แล้ว
อยู่ ๆ พี่เลี้ยงคนเก่าลาออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้าต้องรีบหาพี่เลี้ยงใหม่แบบเร่งด่วน ไม่รู้จะทำยังไง บังเอิญมาเจอเว็บใส่ใจ หาพี่เลี้ยงคนใหม่ได้ง่ายมาก ๆ แถมได้คนดี มีประสบการณ์ ทำงานคล่อง เยี่ยมเลยค่ะ ประทับใจสุด ที่สำคัญคุณแม่สบายใจได้คนมาทำงานทันที

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลเด็ก

หากคุณพ่อคุณแม่ต้องทำงานนอกบ้านและไม่มีเวลาเลี้ยงลูกเอง ลองเปรียบเทียบกันระหว่างส่งลูกไปเนอสเซอรี่และจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลลูกที่บ้าน อะไรจะตรงใจคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด
บริการรับเลี้ยงเด็กในปัจจุบันมีหลายทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นพี่เลี้ยงเด็ก หรือเนอสเซอรี่ เรามาดูข้อดีข้อเสียกันเลยค่ะ

ข้อดีของพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านมีดังนี้

1) พี่เลี้ยงสามารถดูแลลูกน้อยของคุณได้อย่างใกล้ชิด ลูกของคุณจะได้รับความเอาใจใส่ที่ส่งผลต่อพัฒนาการเด็กทางด้านอารมณ์
2) พี่เลี้ยงสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กผ่านการทำกิจกรรมต่าง
3) พ่อแม่ประหยัดเวลามากขึ้น หากจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลที่บ้าน
4) เด็กจะไม่ป่วยบ่อย เนื่องจากเด็กจะอยู่ในบ้านของตนเอง

ข้อดีของเนอสเซอรี่

1) เด็ก ๆ จะรู้จักการเข้าสังคม
2) เนอสเซอรี่มีบริเวณกว้างเพื่อให้เด็กได้ทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ
3) เด็กจะได้ฝึกดูแลตัวเอง เพราะครูพี่เลี้ยงไม่ได้ดูแลเด็กแบบใกล้ชิด

ข้อเสียของพี่เลี้ยง

1) ค่าใช้จ่ายอาจจะสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเข้าศูนย์เนอสเซอรี่
2) เด็กอาจจะติดพี่เลี้ยงเกินไป
3) ลดความเป็นส่วนตัวของครอบครัว

ข้อเสียของเนอสเซอรี่

1) เด็กป่วยบ่อยเพราะมีภูมิคุ้มกันที่น้อยเนื่องจากอยู่กับเด็กหลายคน
2) ลูกจะไม่ได้รับการดูแลใกล้ชิดแบบตัวต่อตัวอาจส่งผลถึงอารมณ์ของเด็กได้
3) เด็กจะอยู่ห่างไกลจากพ่อแม่

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาบริการพี่เลี้ยงเด็ก ใส่ใจมีบริการพี่เลี้ยงมืออาชีพที่พร้อมจะให้บริการคุณค่ะ
ทักษะสำคัญที่พี่เลี้ยงเด็กควรมีคืออะไร
6 ทักษะสำคัญที่พี่เลี้ยงเด็กควรมี

1. ความรู้ด้านการส่งเสริมพัฒนาการ การส่งเสริมพัฒนาการทำได้ทั้งผ่านการเล่นและการทำกิจวัตรประจำวัน พี่เลี้ยงเด็กที่ดีควรหากิจกรรมเพื่อให้เด็กมีส่วนร่วมและช่วยเหลือตัวเองได้ตามวัยที่เหมาะสม
2. ความอดทนและใจรักเด็ก เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกันทั้งลักษณะนิสัย อารมณ์และการแสดงออก บางคนว่านอนสอนง่าย บางคนชอบเล่นซนทั้งวัน หรือบางคนงอแง พี่เลี้ยงเด็กที่ดีควรมีใจรักเด็กเป็นพื้นฐาน พร้อมทำความเข้าใจและมีความอดทน พยายามหาวิธีที่ทำให้เด็กรู้สึกวางใจ ปลอดภัย และยอมเชื่อฟังพี่เลี้ยงในที่สุด
3. ความรู้ด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและรู้เบอร์โทรศัพท์ในกรณีฉุกเฉิน ถ้าเด็กหกล้มมีแผลถลอกพี่เลี้ยงเด็กต้องรู้ว่าจะจัดการกับแผลถลอกอย่างไร ในกรณีฉุกเฉินพี่เลี้ยงเด็กต้องสามารถติดต่อหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือได้
4. ทักษะการสื่อสาร เด็กมีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุ พี่เลี้ยงเด็กต้องเข้าใจการสื่อสารกับเด็ก เช่น เข้าใจภาษากายของทารก การสื่อสารของเด็กเล็ก สำหรับเด็กที่สามารถสื่อสารด้วยทำพูดได้แล้ว พี่เลี้ยงเด็กต้องพูดคุยเพื่อให้เด็กเชื่อฟังโดยไม่ใช้การบังคับและให้เด็กรู้สึกสบายใจ
5. ทักษะการแก้ปัญหา หากไม่ใช่เรื่องที่ร้ายแรงพี่เลี้ยงเด็กต้องรู้วิธีแก้ปัญหาหรือสถานการณ์ตรงหน้าตามสมควรโดยไม่จำเป็นต้องรายงานหรือรอให้คุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจทุกครั้ง
6. ความคิดสร้างสรรค์ คงไม่ดีแน่หากพี่เลี้ยงเด็กดูแลเด็กด้วยการให้เด็กดูสมาร์ทโฟนเป็นชั่วโมง พี่เลี้ยงเด็กที่ดีควรมีความคิดสร้างสรรค์เล่นกับเด็กเพื่อให้เด็กเพลิดเพลินได้นานหลายชั่วโมงและให้เด็กได้พักผ่อนตามเวลา

ทั้งหมดนี้คือคุณสมบัติและทักษะที่ดีที่คุณพ่อและคุณแม่ควรมองหาในตัวพี่เลี้ยงเด็กที่คุณเลือกมาเพื่อดูแลลูกน้อยของคุณค่ะ
หากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ลูก ๆ อยู่กับพี่เลี้ยงตามลำพัง ควรทำอย่างไร
ใส่ใจขอพูดถึงข้อกังวลและแนวทางแก้ไขเมื่อคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลลูกๆ ที่บ้าน

1. ความปลอดภัยของลูกน้อย สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลมากที่สุดคือความปลอดภัย ไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุหรือการกระทำรุนแรงของพี่เลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของลูกน้อยทั้งทางร่างกายและพฤติกรรม ควรพูดคุย ซักถามเด็กอยู่เป็นประจำเกี่ยวกับกิจกรรมระหว่างวันที่ลูก ๆ ทำกับพี่เลี้ยง การติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในบ้านเป็นอีกวิธีที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่อุ่นใจขึ้น
2. ประสบการณ์การทำงาน บางครั้งพี่เลี้ยงเด็กอาจไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับประสบการณ์ทำงานและความชำนาญของตน นอกจากการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่อาจจะให้มีการทดลองงานสักระยะหนึ่งเพื่อดูว่าพี่เลี้ยงเด็กมีความชำนาญหรือสามารถทำงานได้ตามมอบหมายหรือไม่
3. พี่เลี้ยงเด็กหยิบฉวยทรัพย์สินในบ้าน หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่เจอพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์แต่ยังกังวลว่าพี่เลี้ยงเด็กอาจพยายามขโมยสิ่งของมีค่าภายในบ้าน แนวทางป้องกันที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้คือ ไม่วางสิ่งของมีค่าไว้ในที่เปิดเผย ล็อคลิ้นชักเก็บของและประตูห้องที่พี่เลี้ยงเด็กไม่จำเป็นต้องใช้ คุณพ่อคุณแม่อาจจะติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ภายในบ้านเพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาได้อีกทาง
ในวันสัมภาษณ์พ่อแม่ควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงเด็ก
ขั้นตอนของการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่แค่คุณจะได้ทำความรู้จักกับพี่เลี้ยงที่คุณจะจ้าง แต่ในขั้นตอนนี้คุณต้องทำการตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงาน ดังนั้นวันนี้ใส่ใจมีข้อแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังจะสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กและพูดคุยถึงข้อตกลงที่สำคัญมีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ

1) ขอบเขตหน้าที่ที่คุณต้องการให้พี่เลี้ยงทำ เช่น ช่วยเลี้ยงลูกคุณขณะคุณไม่อยู่บ้าน ช่วยเตรียมกับข้าวให้ลูกน้อยรับประทานในแต่ละมื้อ ช่วยสอนการบ้านหากพี่เลี้ยงมีความสามารถ
2) วันและเวลาการทำงาน ในวันที่สัมภาษณ์คุณและพี่เลี้ยงจะต้องตกลงเรื่องวันเวลาการทำงานให้อย่างชัดเจน และคุณควรจะมีวันหยุดให้พี่เลี้ยงตาม กฎหมายกระทรวงแรงงาน นายจ้างต้องให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ และวันพักร้อน ได้ 6 วัน ต่อ ปี และต้องหยุดตามประเพณี ปีละไม่น้อยกว่า 13 วัน
3) ค่าจ้าง คุณจะต้องตกลงเรื่องค่าจ้างกับพี่เลี้ยงให้ชัดเจน หากพี่เลี้ยงปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี คุณควรที่จะเพิ่มเงินเดือนให้ตามความเหมาะสม ในกรณีที่พี่เลี้ยงเด็กทำงานในวันหยุดนายจ้างต้องจ่ายเงินค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน
4) ข้อตกลงในการอาศัยอยู่ในบ้าน หากคุณมีกฎระเบียบที่ต้องการให้พี่เลี้ยงเด็กปฏิบัติตามกฎที่คุณตั้งไว้ คุณต้องแจ้งให้พี่เลี้ยงเด็กรับทราบก่อนเริ่มงานเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
5) ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่ไม่อยากให้ลูกติดโทรศัพท์ คุณควรแจ้งให้พี่เลี้ยงทราบ และควรกำชับพี่เลี้ยงว่าไม่ให้ลูกของคุณเล่นโทรศัพท์ขณะที่คุณไม่อยู่ เพราะเด็กอาจได้รับผลกระทบจากการเล่นโทรศัพท์นานเกินไปจนส่งผลให้เกิดภาวะสมาธิสั้นและส่งผลกับสายตา ดังนั้นพี่เลี้ยงจะต้องหากิจกรรมที่ให้เด็กได้พัฒนาตนเองมากกว่าการเล่นโทรศัพท์มือถือ

สะพานนวรัตน์ สะพานคู่เมืองเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่ เมืองท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติด้วยวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่งดงาม แหล่งท่องเที่ยวในเชียงใหม่ที่ขึ้นชื่อตามลำดับ (Bucket list) นอกจากวัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดพระสิงห์ ถนนคนเดิน ถนนนิมมานเหมินทร์และประตูท่าแพแล้ว ยังมีชื่อของ สะพานนวรัฐ เป็นหนึ่งที่นักท่องเที่ยวรู้จักเพราะเป็นสะพานคู่เมืองเชียงใหม่ที่สร้างข้ามแม่น้ำปิงเป็นลำดับที่ 2

สะพานนวรัฐ เป็นสะพานสำคัญในการข้ามแม่น้ำปิงระหว่างฝั่งตะวันออกไปฝั่งตะวันตก และเป็นสถานที่ ที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ (“งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ” จะจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี) ที่มีชื่อเสียง มีการประกวดพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ และมีขบวนรถบุปผชาติ ซึ่งได้ความร่วมมือจากทุก ๆ หน่วยงาน ทุกอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ มาร่วมกันจัดงาน

สะพานนวรัฐ ที่เห็นและเป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นการสร้างครั้งที่ 3 สะพานนวรัฐอันแรกนั้น สร้างขึ้นมาในสมัยที่เมืองเชียงใหม่ยังใช้การคมนาคมทางน้ำ สะพานอันแรกสร้างขึ้นด้วยไม้สักล้วน (ประมาณปี พ.ศ.2440 – 2450) ซึ่งเป็นสะพานแบบมีคานยื่น โดยมีวิศวกรชาวอิตาเลียน ชื่อ เคานต์ โรเบอร์ตี้ นายปิแอร์ โอร์ต นักกฎหมายชาวเบลเยียมเดินทางมาเมืองเชียงใหม่และบันทึกเกี่ยวกับสะพานข้ามแม่น้ำปิงว่า "…เชียงใหม่ไม่ใช่เมืองเก่าแก่มากนัก (เมื่อเทียบกับเมืองในยุโรป) แบ่งออกเป็น 2 เขต แต่ละเขตมีกำแพงสูงราว 3-4 เมตร และมีป้อมสูงที่แต่ละมุมกำแพง ตัวเมืองตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ ส่วนบนฝั่งซ้ายก็มีอาคารสำคัญ ๆ ตั้งอยู่ มีสะพานไม้สวยงามทอดเชื่อมระหว่างสองฝั่งแม่น้ำ สะพานนี้มีเสา 14 ต้น ระหว่างที่ข้าพเจ้าพำนักอยู่ในเชียงใหม่สะพานนี้โยกคลอนเนื่องจากถูกท่อนไม้ซุงที่มากับกระแสน้ำดัน" สะพานนี้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิงที่เชียงใหม่แห่งแรกทำด้วยไม้สัก สร้างโดยนายชี้กหรือหมอชี้ก ราวปี พ.ศ. 2433 ใช้การต่อมาหลายสิบปีจนพังลง โดยชื่อ "นวรัฐ" ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์สุดท้ายโดยสร้างบนตอม่อไม้สัก 6 ตอม่อด้วยกัน โดยโครงส่วนบนสร้างด้วยไม้สักล้วนทำเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลมมีอยู่ 5 สมัยที่พระยาอนุบาลพายัพกิจ (พระยาอนุบาลพายัพกิจ (ปุ่น อาสนจินดา) เปลี่ยนสถานะจากปลัดมณฑลจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คนแรก) ได้รับแต่งตั้งไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างทางต้องมาพักเตรียมตัวเดินทางในเมืองเชียงใหม่ได้บันทึกเกี่ยวกับสะพานนวรัฐ สะพานแห่งที่สองไว้ว่า "สะพานนวรัฐที่สร้างด้วยไม้นี้ ต่อมาได้เกิดเพลิงไหม้สะพาน ทางราชการจึงสร้างสะพานเหล็กลำลองพอให้รถวิ่งข้าไปมาได้ เมื่อรถไฟมาถึงเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2464 จึงมีการรื้อสะพานไม้เดิมแล้วสร้างสะพานเหล็กขึ้นแทน" สะพานเหล็ก ถูกสร้างขึ้นทดแทนสะพานไม้สัก และเริ่มใช้งานในปี พ.ศ. 2466 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2510 จึงรื้อสะพานเหล็กแล้วก่อสร้างเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กขึ้นแทน โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2510 พร้อมกันกับสะพานเม็งรายอนุสรณ์ ส่วนโครงสร้างสะพานเหล็กที่ถูกรื้อไปแล้วนั้นภายหลังทางอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ขอชิ้นส่วนโครงสร้างสะพานทั้งหมดเพื่อนำมาประกอบใหม่ทดแทนสะพานแบบไม้เดิมที่เสียหายหนักจากเหตุการณ์อุทกภัย

สะพานนวรัฐ อยู่คู่เมืองเชียงใหม่เป็นเวลามายาวนานกว่า 100 ปี ด้วยคุณค่าของสะพานที่ใช้เป็นทางสัญจรของชาวเชียงใหม่ระหว่างฝั่งตะวันออกไปฝั่งตะวันตกได้สะดวกขึ้น



งาน “มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ”

เชียงใหม่ ดินแดนถิ่นไทยงาม ไม่เพียงแต่ด้านวัฒนธรรม วัดวาอารามที่สวยงาม ความสวยงามด้วยธรรมชาติ ความเขียวขจีของป่าเขาลำเนาไพร มวลดอกไม้นานาพันธุ์ ไปจนถึงน้ำตกที่ไม่เคยเหือดแห้ง และเป็นต้นน้ำลําธารของแม่น้ำสายสําคัญ และความงามตามธรรมชาติ จึงเกิดความคิดที่จะอนุรักษ์ความงามของธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ ชาวเชียงใหม่จึงได้ร่วมกันปลูกพันธุ์ไม้ในสถานที่ต่าง ๆ เพื่อสร้างเชียงใหม่ให้เป็น “เมืองดอกไม้บานตลอดปี” เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมีผลพลอยได้ไปถึงการส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกรได้อย่างสําคัญอีกอย่างหนึ่ง โดยได้กําหนดให้มีการจัดงาน “มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ” จนงานกลายเป็นงานประเพณีที่สําคัญอีกงานหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ และจัดต่อเนื่องสืบทอดทุกๆ ปี

โดยงานจะจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี บริเวณประตูสวนปรุงยาวไปถึงบริเวณสวนบวกหาด นอกจากมีการแสดงพันธุ์ไม้ ยังมีการประกวดพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ และมีขบวนรถบุปผชาติ ซึ่งทุก ๆ หน่วยงานในจังหวัดเชียงใหม่จะให้ความร่วมมือ โดยทุก ๆ อำเภอจะจัดขบวนรถบุปผชาติมาร่วมงาน แต่ละอำเภอก็จะเคลื่อนขบวนจากเชิงสะพานนวรัฐฝั่งทิศตะวันออก ผ่าน สะพานนวรัฐ เข้าสู่ถนนท่าแพ ต่อเนื่องไปยังถนนคชสาร ถนนราชเชียงแสน และถนนช่างหล่อ ก่อนจะไปสิ้นสุดขบวนที่สวนสาธารณะหนองบวกหาด

ยังมีกิจกรรมน่าสนใจอื่น ๆ ได้แก่ การประกวดนางงามบุปผชาติ และนางงามบุปผชาตินานาชาติในงานเทศกาลไม้ดอกไม้ประดับ ในส่วนของนักท่องเที่ยวที่มาสัมผัสจะได้เห็นถึงความสวยงามของดอกไม้นานาพันธุ์ ศิลปะและวัฒนธรรม รวมทั้งการแต่งกาย ไปจนถึงการละเล่นต่าง ๆ ของแต่ล่ะท้องถิ่น สร้างความตื่นตาตื่นใจ ในวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวเชียงใหม่ ซึ่งการจัดงานในทุก ๆ ครั้งจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนจะเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก และก่อให้เกิดเงินรายได้สะพัดในจังหวัดเชียงใหม่หลายร้อยล้านบาทในทุก ๆ ปี

สำหรับการเดินทางมาที่จัดงานนั้น ใช้ถนนรอบคูเมืองเชียงใหม่ ขับมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ หรือ แจ่งกู่เฮือง สวนสาธารณะหนองบวกหาดอยู่ตรงข้ามกับแจ่งกู่เฮือง ฝั่งด้านใน เพราะสวนสาธารณะไม่มีที่จอด

รถโดยสาร : จากกาดหลวง (ตลาดวโรรส) นั่งรถสาย B2 หรือ สาย 10 ลงหน้าสวน ค่ารถสาย B2 15 บาท และสาย 10 20 บาท หรือนั่งรถแดงจากตัวเมืองเชียงใหม่ ค่ารถคนละประมาณ 30 บาท



วิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุข (อายุ 5 ถึง 8ขวบ)

อารมณ์ของเด็กอายุ 5 – 8 ขวบ จะซับซ้อนขึ้น แต่สัญญาณภายนอกที่บ่งบอกว่าเด็กมีความสุขหรือไม่มีความสุขก็อ่านได้ไม่ยาก โดยพ่อแม่ผู้ปกครองรวมถึงผู้ที่มีหน้าที่ดูแลเด็ก เช่น พี่เลี้ยงเด็กจะสามารถสังเกตได้ เช่น เด็กที่มีความสุขจะยิ้ม เล่น แสดงความอยากรู้อยากเห็น และเข้ากับเด็กคนอื่น ๆ ได้ ส่วนสัญญาณของเด็กที่ไม่มีความสุขนั้นก็ชัดเจน เช่น เงียบ เบื่ออาหาร ไม่เข้าไปพัวพันกับเด็กคนอื่น ไม่เล่น ไม่ถามคำถาม ไม่หัวเราะและยิ้ม แต่ถ้าเด็กเป็นคนขี้อายหรือชอบเก็บตัว ไม่หัวเราะหรือโต้ตอบมากนัก นั่นไม่ได้หมายความว่าเด็กไม่มีความสุข พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเข้าใจว่าความเขินอายไม่เหมือนกับความเศร้า

เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างเฉพาะตัว สิ่งที่จะช่วยให้พ่อแม่เข้าใจเด็ก คือการสังเกตพฤติกรรม หากเด็กมีความเปลี่ยนทางพฤติกรรมอย่างชัดเจนและรุนแรง เช่น รู้สึกโดดเดี่ยวหรือหวาดกลัวมากขึ้น นั้นเป็นสัญญาณที่พ่อแม่ต้องใส่ใจ เด็กที่ไม่มีความสุขจะขี้กลัวและโมโหง่าย เด็กบางคนเมื่อโกรธมาก ๆ จะแสดงออกด้วยความเศร้า นั้นหมายความว่าเด็กรู้สึกเป็นทุกข์เกินกว่าจะรับมือกับมันได้ เด็กจะมีวิธีการแสดงออกให้พ่อแม่เห็นและพ่อแม่ต้องเรียนรู้สัญญาณที่บ่งบอกว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับพวกเขา

ความสัมพันธ์ที่ดีของพ่อแม่กับเด็กเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสุขให้เด็กวัยนี้ เพราะพ่อแม่คือโลกทั้งใบของพวกเขา อย่าละเลยความรู้สึกของลูก เพื่อให้พวกเขาเติบโตด้วยความรัก ความเข้าใจ อย่างมีความสุข