ช่างซ่อมบำรุง ใน นครปฐม

ช่างซ่อมบำรุง ใน นครปฐม

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ยังไม่มีข้อมูลผู้ให้บริการ
ยังไม่มีข้อมูลผู้ให้บริการ

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

จ้างช่างจากใส่ใจมาติดตั้งเพดานใหม่ คุณภาพงานดีเยี่ยมเหมือนไม่เคยพังมาก่อน
Saijai
พิมพร พรพิพันธ์
4 ปีที่แล้ว
สนามหน้าบ้านหญ้าขึ้นจนรกไปหมด ได้ช่างทำสวนจากใส่ใจ งานเร็วงานดีมาก หญ้ารกรอบหน้ากลับมาใช้บริการอีกแน่นอน
Saijai
ลดาวรรณ พิมพัณ
4 ปีที่แล้ว
อยากทาสีห้องใหม่แต่ไม่รู้จะหาช่างจากที่ไหน คนรู้จักเลยแนะนำให้ลองใช้บริการผ่านใส่ใจ ประทับใจมั่ก โอกาสหน้าจะมาใช้บริการอีกแน่นอนนน
Saijai
อลิสา จันดี
4 ปีที่แล้ว
บริการดี ช่างพูดจาสุภาพ งานละเอียดงานเนี๊ยบ รอบหน้าใช้บริการอีกแน่นอน
Saijai
เมธัต กิจเจริญ
4 ปีที่แล้ว
ช่างแอร์ที่ติดต่อจาก SAIJAI บริการดี เชี่ยวชาญถามาตอบไป ถามอะไรตอบได้หมด รอบหน้าจะมาใช้บริการอีกนะคะ
Saijai
วรรณา อนุรักษ์
4 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ช่างซ่อมบำรุง

ทำไมการซ่อมบำรุงจึงมาความสำคัญ
ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความสำคัญและความจำเป็นของ “การซ่อมบำรุง” หลายคนอาจจะมองว่า การซ่อมบำรุงเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ไม่อยากจ่าย หากอุปกรณ์เครื่องมือภายในบ้านหรือในออฟฟิศเกิดชำรุดหรือเสียหาย ก็แค่ซ่อม ในกรณีที่ซ่อมไม่ได้ก็แค่ซื้อใหม่ ไม่เห็นว่าจำเป็นต้องดูแลรักษา หรือซ่อมบำรุงกันอย่างสม่ำเสมอ
แต่ที่จริงแล้ว “การซ่อมบำรุง” หรือ บำรุงรักษา หมายถึง งานหรือกิจกรรมที่จัดให้มีขึ้นเพื่อให้เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ในสภาพที่พร้อมที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา รวมถึงการรักษาอุปกรณ์ เครื่องมือ หรือเครื่องจักร ให้อยู่ในสภาพที่ดี และเป็นการทำสิ่งที่ชำรุดให้คืนดี
อันตรายที่เกิดจากใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ขาดการดูแลและ บำรุงรักษา ที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เช่น การเกิดไฟฟ้ารั่วเนื่องจากการติดตั้งใช้เดินสายไฟที่ไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน การขาดการตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า การใช้งานที่ไม่ถูกต้อง ตลอดไปจนถึงการเสื่อมสภาพของฉนวนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้มาเป็นเวลานาน เป็นต้น
การละเลยขาดความใส่ใจในการซ่อมบำรุงและปล่อยให้เครื่องจักรเครื่องมือของเราเกิดปัญหา อาจทำให้การทำงานหยุดชะงักลงหรืออาจทำให้เครื่องจักรเครื่องมือของเรานั้นเกิดความเสียหายจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ค่าใช้จ่ายที่น้อยในตอนแรกนั้นมากขึ้นกว่าเดิม หรือเราอาจจะต้องเสียเงินซื้อเครื่องจักรและเครื่องมือใหม่เพราะอาจจะชำรุดจนไม่สามารถซ่อมบำรุงได้อีกต่อไป
เครื่องมือเครื่องจักรไม่ว่าจะเป็นในหน่วยงานใหญ่หน่วยงานเล็ก หรือแม้กระทั้งในบ้านของเรา ควรที่จะดูแลและบำรุงรักษา ให้พร้อมใช้งานเสมอในระยะยาว จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเครื่องมือเครื่องจักร และยังเป็นการป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากอุบัติที่เกิดจากเครื่องมืออุปกรณ์ที่ชำรุดจนถึงขั้นต้องรักษาพยาบาล และในบางกรณีอาจร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต
ช่างซ่อมบำรุงที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร
ความซื่อสัตย์และการมีความรับผิดชอบ เป็นสิ่งที่สำคัญในการทำงานทุก ๆ ประเภท การที่เราจะทำงานได้อย่างมีคุณภาพ และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ความซื่อสัตย์และการมีความรับผิดชอบนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดังสุภาษิตที่ว่า “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” กล่าวคือ “ความซื่อสัตย์ทำให้คนเชื่อใจ มีคนนับถือ ไม่มีวันอดตาย มีคนคอยช่วยเหลือ แต่หากมีนิสัยคดโกง เมื่อถูกจับได้ย่อมไม่มีใครอยากช่วยเหลือหรือเกี่ยวข้องด้วย” แล้วช่างซ่อมบำรุงที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไรกันนะ
การมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จลุล่วงภายในระยะเวลาที่ได้ตกลงกับผู้ว่าจ้าง อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าการมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งสำคัญและยังเป็นตัวชี้วัดคุณภาพในการทำงานของบุคคลนั้น ๆ ทำให้เห็นว่าบุคคลนั้น ๆ มีความใส่ใจต่องานมากน้อยเพียงใด ในระยะเวลาที่ตกลงกันไว้
ความซื่อสัตย์เป็นอีกสิ่งที่สำคัญเช่นกัน การที่เรามีความซื่อสัตย์ไม่ว่ากับเพื่อนร่วมงานหรือผู้ว่าจ้างจะทำให้ตัวเรานั้นมีความน่าเชื่อถือ แต่ไม่ได้มีแค่สองสิ่งนี้ที่เป็นคุณสมบัติของช่างซ่อมบำรุง ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ความรู้ความสามารถในงานซ่อมบำรุงและมีความรอบรู้ในเชิงช่างทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ช่างซ่อมบำรุงจะต้องมีความรู้ในเรื่องเครื่องจักร เครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์ และยังต้องมีความกล้าที่จะตัดสินใจ มีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบผลสำเร็จก็เป็นคุณสมบัติที่ดีของช่างซ่อมบำรุงเช่นกัน
ซ่อมเองหรือเรียกช่าง แบบไหนจะดีกว่ากัน
งานติดตั้ง หรืองานซ่อมบำรุงบางอย่างอาจหาข้อมูล และทำความเข้าใจได้ แต่เราต้องการให้งานนั้นถูกต้องและเรียบร้อยที่สุด เราคงต้องใช้คนที่มีทักษะ หรือความชำนาญในการทำงานเฉพาะทาง และอุปกรณ์ที่เราอาจไม่มีด้วย สิ่งนี้จะทำให้งานของเรานั้นดีขึ้นอย่างมากแน่นอน งานซ่อมแซมบางอย่างอาจมีความเสี่ยงก่อให้เกิดอันตราย เช่น
- ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ควรเรียกช่างซ่อมบำรุงผู้ชำนาญการมาทำจะปลอดภัยกว่า เพราะเราทำเองบางครั้งอาจเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิต และสูญเสียทรัพย์สินได้
- บางครั้งปัญหาเล็กๆ อย่างหลอดไฟที่เคยสว่างอยู่ดีๆ เกิดกะพริบๆ มีเสียงดังขณะเปิด หรือกว่าจะสว่างก็ใช้เวลานาน หนักสุดคือ ดับไปเลย อาการเหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเป็นที่บัลลาสต์เสีย แกนหลวม หลอดไฟขาด หรือเสื่อมสภาพ หลอดไฟก็มีหลายแบบทั้งหลอดเกลียว แบบขาสปริง เราควรตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะนำมาใช้แล้ว ในกรณีที่หลอดไฟนั้นอยู่สูง ควรจะใช้บันไดไม่ควรใช้เก้าอี้ เพราะการใช้เก้าอาจทำให้เกิดอันตรายได้
- การเปลี่ยนก๊อกน้ำ การยิงซิลิโคน การเจาะผนัง การทะลวงท่อน้ำนั้นต้องใช้เครื่องมือมากมายในการแก้ปัญหา
- ส่วนของช่องสำหรับการซ่อมบำรุงอาจเป็นสิ่งที่ถูกละเลยมากที่สุดในบ้าน โดยเฉพาะระบบสายไฟบนเพดานที่มีฝ้าปิดทึบทั้งหมด หากบ้านที่คุณอยู่ไม่มีช่องเปิดฝ้า แล้วมีหนูหาทางขึ้นฝ้าไปกัดสายไฟจนขาด ก็จะเป็นเรื่องลำบากมากในการแก้ไขสายไฟให้กลับมาเป็นปกติ ดังนั้น บ้านทุกหลังจำเป็นต้องมีช่องสำหรับซ่อมบำรุงสายไฟบนฝ้าเผื่อไว้ด้วย โดยเฉพาะชั้นล่างหรือชั้นที่ไม่ได้ติดหลังคา ส่วนชั้นที่ติดหลังคาจะมีช่องปีนขึ้นฝ้าอยู่ ถ้าไม่มั่นใจเราก็สามารถเรียกช่างซ่อมบำรุงมาตรวจดูได้
บนแพลตฟอร์ม SAIJAI มีช่างซ่อมบำรุงด้านใดบ้าง
บนแพลตฟอร์มของ SAJAI มีบริการมากมายหลากหลายด้านให้ท่านได้เลือกใช้บริการ และหนึ่งในบริการที่ขาดไม่ได้ คือ งานบริการด้านซ่อมบำรุง ดูแล มีไรอะไรบ้างเราไปดูกันค่ะ
- ช่างทาสี การทาสีนั้นอาจจะดูเหมือนง่ายแต่ก็ไม่ง่ายไปซะทีเดียว การทาสีผนังบ้านใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จกับการทาสีผนังบ้านเก่านั้นมีการเตรียมพื้นผิวในการทาสีและมีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทาสีที่ต่างกัน ดังนั้นจึงจำเป็นในการที่เราจะให้ผู้ที่มีประสบการณ์ในการทาสีเพื่อความสวยงามของบ้านที่เรารักและจะอาศัยอยู่ไปอีกนาน
- ช่างปูกระเบื้อง การใช้บริการช่างจากช่างปูกระเบื้องที่มีความชำนาญนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพื่อที่เราจะได้รับงานที่มีคุณภาพ มีความละเอียดอ่อนและมีความสวยงาม
- ช่างฝ้าเพดาน เพื่อป้องกัน ในแสงแดดที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวของเราและ เพื่อเก็บโครงสร้างใต้หลังคาให้บ้านดูสวยงาม โดยฝ้าเพดานนั้นก็มีให้เลือกหลากหลายประเภท มีความสวยงามเหมาะกับการแต่งบ้านแต่ละแบบต่างกันออกไป
- คนดูแลสวน การดูแลสวนเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนและความใส่ใจเป็นอย่างมาก การทำสวนไม่ใช่การทำแค่เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะต้องให้สวนนั้นสามารถอยู่ได้อย่างยาวนาน
- ช่างดูแลสระว่ายน้ำ สระว่ายน้ำของเราจะสะอาดได้นั้น ต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เราอาจจะคิดว่าเราสามารถที่จะดูสระว่ายน้ำด้วยตัวเองได้ แต่ในความเป็นจริงมีรายละเอียดปลีกย่อยในการดูแลและบำรุงรักษาสระว่ายน้ำอีกมากพอสมควรที่เราอาจจะยังไม่รู้ ดังนั้นการเรียงช่างที่เป็นดูแลสระว่ายน้ำนั้นจะช่วยให้เราสะดวกในการดูแลมากกว่าเดิม เพราะสระว่ายน้ำเป็นสิ่งก่อสร้างที่ถาวรเหมือนกับบ้านและตึกที่เราอาศัย การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก

How to ทำความสะอาดไมโครเวฟง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน

1.อบทิชชูเปียก

นำทิชชูเปียกเข้าไปอบในไมโครเวฟ 3-5 นาที น้ำยาในทิชชู จะระเหยออกมาคลายความเหนียวของคราบอาหาร ที่ติดอยู่ภายในเตาไมโครเวฟ จากนั้น รอให้อุณหภูมิภายในเย็นลง แล้วใช้ทิชชูเช็ดทำความสะอาด

2.โรยเกลือ ป้องกันคราบกระเด็น

ระหว่างที่อบเนื้อสัตว์ หรืออาหาร ให้โรยเกลือลงไปบนถาดเตาอบ จากนั้น อุ่นอาหารตามปกติ เมื่ออาหารสุกเรียบร้อย แทนที่คุณจะเห็นคราบน้ำมัน คราบอาหารเดือดกระเด็นเปรอะเปรื้อนเตาอบเป็นจุดๆ ก็จะกลายเป็นคราบอาหารเกาะเม็ดเกลือเป็นสีดำคล้ำ ทำให้เก็บกวาดง่าย

3.อบคราบสกปรก

ใช้น้ำส้มสายชูเช็ดตะแกรงให้ทั่ว จากนั้นนำตะแกรงเข้าเตาอบ 3 นาที แค่นี้คราบฝังแน่นก็หลุดร่อน

4.เบกกิ้งโซดา

คราบอาหารที่กระเด็นเลอะผนังและจานรอง ให้ใช้เบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำคนให้เข้ากัน แล้วนำไปทาบริเวณคราบสกปรก ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดไมโครเวฟให้ทั่ว

5.ไอระเหยจากน้ำมะนาว

บีบมะนาวใส่ถ้วย แล้วนำน้ำมะนาวไปผสมกับน้ำเปล่า อุ่นในไมโครเวฟด้วยอุณหภูมิสูงสุด 5 นาที ความร้อนจะเปลี่ยนน้ำในถ้วยให้เป็นไอระเหย ซึ่งไอน้ำเหล่านี้จะทำให้คราบฝังแน่นลอกหลุดง่าย จากนั้นใช้ฟองน้ำเช็ดคราบออก มะนาวยังช่วยดับกลิ่นอาหารที่สะสมได้อีกด้วย

6.ยาสีฟัน กำจัดรอยไหม้เกรียม

บีบยาสีฟันลงบนแปรงสีฟัน นำไปขัดที่รอยไหม้ในไมโครเวฟจนรอยไหม้เริ่มหลุดออก เสร็จแล้วผสมสารฟอกขาวกับน้ำสะอาดให้เข้มข้น เทลงบนกระดาษทิชชูแผ่นหนาที่ขนาดใหญ่กว่ารอยไหม้ นำมาวางทับบนรอยไหม้ ทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง คราบไหม้จะอ่อนตัวและหลุดร่อนออกมา เพื่อให้เราเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย

7.วางปะเก็นยาง กันคราบรั่วซึม

ใช้ปะเก็นยางซีลรอบพื้นที่วางไมโครเวฟ เพื่อป้องกันไม่ให้คราบอาหารไหลเข้าไปฝังตัวอยู่ในซอกด้านล่าง



ไมโครเวฟเหมือนจะพัง ไม่อยากเสียเงิน แก้เองได้

ซ่อมไมโครเวฟ ไม่ทำงาน ไม่หมุน

สาเหตุหนึ่งเกิดจาก ห้องอบไมโครเวฟสกปรกจากการอุ่น หรือการประกอบอาหาร ทำให้การกระจายคลื่นไมโครเวฟไม่สะดวก การสะท้อนคลื่นอยู่ที่เดิม ๆ เป็นเวลานาน ทำให้เกิดความร้อนสูง หัวเวฟ หรือแมคนิตรอนทำงานหนัก และไหม้ได้ ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจ ถ้าวันหนึ่งวันใดเกิดการชอร์ตขึ้นมากะทันหัน โดยที่เราไม่ทันตั้งตัว มาดูขั้นตอนการซ่อมไมโครเวฟกัน

1.ถอดปลั๊กไฟ

2.ถอดฝาครอบตัวเครื่อง

3.สังเกตสิ่งผิดปกติ เช่น มีรอยไหม้ ฟิวส์ขาด ฯลฯ

4.ใช้มัลติมิเตอร์เช็คฟิวส์ ถ้าพบว่าฟิวส์ขาด ให้เปลี่ยนใหม่

5.เช็คแผ่นไมก้า หากสกปรก มีรอยไหม้หรือฉีกขาด ให้เปลี่ยนใหม่

ซ่อมไมโครเวฟ ไม่ร้อน

ทั้ง ๆ ที่เราสั่งหรือกดโปรแกรมได้ และมีไฟขึ้นโชว์ในห้องอบปกติ จากประสบการณ์อาการแบบนี้ ให้มุ่งไปที่ฟิวส์และแมคนิตรอน หรือตัวปล่อยคลื่นไมโครเวฟก่อนเลย ถ้าตรวจเช็คแล้วพบว่าฟิวส์ขาด หรือแมคนิตรอนเสีย ให้ถอดอุปกรณ์ทึ่ชำรุดออกมาเป็นตัวอย่าง และซื้อของใหม่มาเปลี่ยนแทน พร้อมประกอบเข้าที่ให้เรียบร้อย มาดูขั้นตอนการซ่อมไมโครเวฟกัน

1.ถอดปลั๊กไฟ

2.เช็คฟิวส์

3.เช็คคาปาซิเตอร์

4.เช็คแมคนิตรอน

5.ทดสอบการใช้งาน และประกอบเข้าที่ให้เรียบร้อย

วิธีเช็คฟิวส์ คาปาซิเตอร์ แมคนิตรอน

- เช็คฟิวส์ ใช้มัลติมิเตอร์วัดขั้วทั้งสองขั้วของฟิวส์แล้วสลับสายกัน ถ้าเข็มขึ้นแสดงว่าฟิวส์ใช้งานได้ แต่ถ้าเข็มไม่ขึ้นแสดงว่าฟิวส์ขาด

- เช็คคาปาซิเตอร์ ตั้งมัลติมิเตอร์ไปที่ X10K วัดระหว่างขั้วทั้งสอง เข็มต้องดีดขึ้น แล้วลงอย่างช้า ๆ แต่ถ้าเข็มดีดขึ้นแล้วค้าง หรือเข็มไม่ขึ้น แสดงว่าอาจจะช็อตหรือขาด

- เช็คแมคนิตรอน ใช้มัลติมิเตอร์วัดที่ขั้วกับตัวถัง ความต้านทานต้องไม่ขึ้น หรือได้ค่าต่ำมาก ๆ แสดงว่าปกติ แต่ถ้าวัดแล้วมีความต้านทานสูง แสดงว่าเสื่อมสภาพหรือเสีย ต้องเปลี่ยนใหม่



วิธีใช้ไมโครเวฟ แบบทะนุถนอม ไม่ต้องซ่อมก่อนถึงเวลา

เตาไมโครเวฟ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่กลายเป็นของที่จำเป็นกันไปเสียแล้วสำหรับหลาย ๆ ครอบครัว เนื่องจากมันเป็นเครื่องใช้ที่ช่วยในการอุ่นอาหาร หรือปรุงอาหารให้สุกได้อย่างรวดเร็ว และสะดวกมากขึ้น ทั้งยังใช้พื้นที่น้อย ไม่มีปัญหาเรื่องควันในการประกอบอาหาร ดังนั้นมันจึงเป็นอุปกรณ์ในครัวที่เป็นขวัญใจคนในเมืองที่มีเวลาน้อย และบางคนก็มีห้องครัวที่มีขนาดเล็ก อย่างไรก็ตามบ่อยครั้งที่การใช้งานมักมีความเลินเล่อ ทำให้เกิดความเสียหาย เพราะส่วนมากคิดว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานง่าย ๆ แต่จริง ๆ แล้วจะต้องใช้งานอย่างถูกต้องเหมาะสมด้วย เพื่อให้สามารถใช้ได้นาน ไม่ต้องหาช่างเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน มาช่วยซ่อมไมโครเวฟให้เสียเงิน หรือต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่บ่อย ๆ เพราะพังเสียหาย

5 ข้อแนะนำในการใช้เตาไมโครเวฟ

1.ระวังเรื่องโลหะ อย่านำเข้าไปในเตาไมโครเวฟเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นภาชนะ ช้อน หรือแม้แต่ฟอยล์ ที่ใช้ห่อหุ้มอาหาร เพราะจะทำให้เกิดการสปาร์ค ทำให้เกิดความเสียหายกับตัวเตา หรือทำให้อาหารเกิดการลุกไหม้ได้เลยทีเดียว

2.อย่าอุ่นอาหารที่มีน้ำ หรือต้มน้ำที่บรรจุจนเต็มภาชนะในเตาไมโครเวฟ เพราะเมื่อมันเกิดความร้อนและเดือด อาจทำให้หกเลอะภายในตู้ได้ ทำให้เกิดการกัดกร่อนเกิดคราบและเสียหายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันกระเด็นไปโดนผนังของเตา

3.อย่านำไข่ดิบทั้งเปลือก มะเขือเทศ หรือผลไม้ที่มีเปลือกบางน้ำฉ่ำเข้าไปอบภายในเตาไมโครเวฟ จะทำให้มันปะทุ แตก เลอะเทอะภายในเตาไมโครเวฟ

4.หลังใช้ทำอาหาร หรืออุ่นอาหาร ควรตรวจสอบและทำความสะอาดภายในตู้ทุกครั้ง ระวังเรื่องเศษอาหารตกค้างในตู้ ซึ่งหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดความสกปรก เกิดการกัดกร่อน หรือแม้แต่เกิดไฟลุกไหม้ภายในตู้ได้

5.ในการใช้ทำอาหาร ควรอ่านคู่มือประกอบด้วย ว่าเป็นเครื่องที่เหมาะสมสำหรับทำอาหารประเภทไหน ด้วยระดับความร้อนไหน และเวลาเท่าใด เพื่อให้ทำเสร็จเร็วตามเวลา ไม่ทำให้เครื่องต้องทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป