ช่างซ่อมบำรุง ใน เชียงใหม่

ช่างซ่อมบำรุง ใน เชียงใหม่

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ยังไม่มีข้อมูลผู้ให้บริการ
ยังไม่มีข้อมูลผู้ให้บริการ

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

ติดต่อจ้างช่างล้างแอร์เพราะเพื่อนแอบกระซิบมาว่าบริการดี ช่างมีความชำนาญ ประทับใจค่ะ โอกาสหน้าจะมาใช้บริการอีกนะคะ
Saijai
อลีน่า เชติพัน
4 ปีที่แล้ว
บริการดี ช่างพูดจาสุภาพ งานละเอียดงานเนี๊ยบ รอบหน้าใช้บริการอีกแน่นอน
Saijai
เมธัต กิจเจริญ
4 ปีที่แล้ว
ช่างที่ติดต่อผ่าน SAIJAI บริการดีมากครับ ครั้งหน้ามาใช้บริการอีกแน่นอน
Saijai
เจนภพ อรุณพิทักษ์
4 ปีที่แล้ว
ฝ้าเพดานเป็นเชื้อราและรั่วหนักมาก นี่คิดว่าคงต้องเปลี่ยนยกแผงเพื่อนเลยแนะนำว่าลองติดต่อผ่านใส่ใจดู เลยลองทักไปสอบถามแอดมิน บริการดีมาก ตอบคำถามไขข้อสงสัยนี่ได้หมดเลย เยียม
Saijai
สุเมธีร์ การณ์พิท
4 ปีที่แล้ว
จบครบที่เดียวจริง ๆ ติดต่อช่างมาปูกระเบื้องกับทาสีห้องใหม่ผ่านใส่ใจ งานเนี๊ยบ บริการดี๊ดี
Saijai
วันพร คงชนะ
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ช่างซ่อมบำรุง

การซ่อมบำรุงสำคัญอย่างไร
หลายคนอาจจะยังนึกไม่ถึงอันตรายที่อาจเกิดจากใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ขาดการดูแลรักษาและการซ่อมบำรุง เช่น น๊อตบานประตูตู้เสื้อผ้าที่หลวมจากการเปิดปิดบ่อย ๆ หากเราไม่จัดการไขน๊อตให้แน่นตั้งแต่ตอนที่เราทราบแรก ๆ เวลาผ่านไปมันจะยิ่งหลวมกว่าเดิมเพราะมีการเปิดปิดตู้เสื้อผ้าอยู่เป็นประจำ และเพราะเราไม่จัดการมันตั้งแต่เนิ่น ๆ นั้นอาจส่งผลให้บานประตูของตู้เสื้อผ้านั้นหลุด และอาจจะหล่นมาทับตัวเรา หรืออาจจะให้เกิดการเลือดตกยางออกได้
เพราะเหตุนี้ “การซ่อมบำรุง” หรือ บำรุงรักษา จึงมีความจำเป็นต่อทุก ๆ คน เพราะสิ่งนี้จะยืดระยะเวลาการใช้งานเครื่องจักรเครื่องมือของเราได้มากขึ้น และยังเป็นการประหยัดทรัพยากร ประหยัดเงินที่จะต้องเสียไปหากเราปล่อยให้เครื่องจักรเครื่องมือของเราเกิดความเสียหายจนไม่สามารถแก้ไขได้ อีกทั้งยังลดการสร้างขยะได้อีกด้วย
“การซ่อมบำรุง” หรือ บำรุงรักษา คือการจัดการให้เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ในสภาพที่พร้อมที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา รวมถึงการรักษาอุปกรณ์ เครื่องมือ หรือเครื่องจักร ให้อยู่ในสภาพที่ดี และเป็นการทำสิ่งที่ชำรุดให้กลับคืนสู่สภาพที่ดี
เราจึงควรที่จะใส่ใจในการดูแลและรักษาสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในบ้าน หรือที่ทำงานเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย และเพื่อที่สิ่งของเครื่องใช้เหล่านี้จะสามารถใช้งานในสภาพที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอ จะเป็นประโยชน์มากขึ้นถ้าหากเราสามารถบำรุงรักษามันให้อยู่ในสภาพที่ดีจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเครื่องมือเครื่องจักร และยังเป็นการป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากอุบัติที่เกิดจากเครื่องมืออุปกรณ์ที่ชำรุดจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ



คุณสมบัติของช่างซ่อมบำรุง
การที่เราจะสามารถเป็นช่างที่ดีได้นั้นเราควรจะมีคุณสมบัติอย่างไร ควรวางตัวแบบไหน ควรมีแนวคิดหรือวิธีการคิดแบบไหนที่จะเป็นการส่งเสริมให้เรานั้นได้รับโอกาสในเส้นทางอาชีพของเรามากขึ้น SAIJAI จึงได้รวบรวมคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ช่างซ่อมบำรุงหรือช่างอื่น ๆ นั้นพึงมี ดังต่อไปนี้
1.ช่างซ่อมบำรุงควรเป็นคนที่ช่างสังเกต และช่างจดจำ รู้จักการคิดปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงสิ่งต่างๆ ให้เกิดประโยชน์
2.ช่างจะต้องมีนิสัยรักในการทำงาน มีความรับผิดชอบ ทำงานด้วยความปลอดภัย ไม่ประมาท และระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่อยู่เสมอ
3.ช่างจะต้องมีความรู้ความสามารถสูงในสาขาอาชีพของตนเอง และมีความรอบรู้ในเชิงช่างทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
4.ช่างนั้นจะต้องมีทักษะความสามารถทางช่าง มีความรู้ ความแม่นยำในเครื่องจักรเครื่องมือและอุปกรณ์ รู้จักวิเคราะห์ขั้นตอนการทำงานของเครื่องจักรเครื่องมือ และยังคงพัฒนาทักษะทางการช่างให้มีความเจริญกก้าวหน้า
5.ความเชื่อมั่นในตนเองเป็นประโยชน์ต่อช่างซ่อมบำรุงมาก ความกล้าที่จะตัดสินใจและมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบผลสำเร็จ และจะต้องคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นตามมาอีกด้วย
6.การมีบุคลิกภาพและมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับช่างซ่อมบำรุง มันจะเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวช่างและลูกค้าที่พบเจอ เพื่อทำให้การทำงานร่วมกันนั้นดำเนินการร่วมกันได้เป็นอย่างดี และจะทำให้การประกอบอาชีพมีโอกาสสำเร็จมากยิ่งขึ้น
และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการทำงานไม่ว่าจะเป็นช่างซ่อมบำรุงหรืออาชีพอื่น ๆ นั่นคือความซื่อสัตย์ ดังสำนวน “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” ดังนั้นเราจึงจะต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ไม่เอารัดเอาเปรียบลูกค้า และมีมาตรฐานในการทำงานให้มีคุณภาพดีที่สุดเสมอต้นเสมอปลาย ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด เพื่อที่ลูกค้าจะได้ไว้วางใจให้เราทำงานในครั้งถัดไป
ซ่อมเองหรือเรียกช่าง แบบไหนจะดีกว่ากัน
งานติดตั้ง หรืองานซ่อมบำรุงบางอย่างอาจหาข้อมูล และทำความเข้าใจได้ แต่เราต้องการให้งานนั้นถูกต้องและเรียบร้อยที่สุด เราคงต้องใช้คนที่มีทักษะ หรือความชำนาญในการทำงานเฉพาะทาง และอุปกรณ์ที่เราอาจไม่มีด้วย สิ่งนี้จะทำให้งานของเรานั้นดีขึ้นอย่างมากแน่นอน งานซ่อมแซมบางอย่างอาจมีความเสี่ยงก่อให้เกิดอันตราย เช่น
- ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ควรเรียกช่างซ่อมบำรุงผู้ชำนาญการมาทำจะปลอดภัยกว่า เพราะเราทำเองบางครั้งอาจเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิต และสูญเสียทรัพย์สินได้
- บางครั้งปัญหาเล็กๆ อย่างหลอดไฟที่เคยสว่างอยู่ดีๆ เกิดกะพริบๆ มีเสียงดังขณะเปิด หรือกว่าจะสว่างก็ใช้เวลานาน หนักสุดคือ ดับไปเลย อาการเหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเป็นที่บัลลาสต์เสีย แกนหลวม หลอดไฟขาด หรือเสื่อมสภาพ หลอดไฟก็มีหลายแบบทั้งหลอดเกลียว แบบขาสปริง เราควรตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะนำมาใช้แล้ว ในกรณีที่หลอดไฟนั้นอยู่สูง ควรจะใช้บันไดไม่ควรใช้เก้าอี้ เพราะการใช้เก้าอาจทำให้เกิดอันตรายได้
- การเปลี่ยนก๊อกน้ำ การยิงซิลิโคน การเจาะผนัง การทะลวงท่อน้ำนั้นต้องใช้เครื่องมือมากมายในการแก้ปัญหา
- ส่วนของช่องสำหรับการซ่อมบำรุงอาจเป็นสิ่งที่ถูกละเลยมากที่สุดในบ้าน โดยเฉพาะระบบสายไฟบนเพดานที่มีฝ้าปิดทึบทั้งหมด หากบ้านที่คุณอยู่ไม่มีช่องเปิดฝ้า แล้วมีหนูหาทางขึ้นฝ้าไปกัดสายไฟจนขาด ก็จะเป็นเรื่องลำบากมากในการแก้ไขสายไฟให้กลับมาเป็นปกติ ดังนั้น บ้านทุกหลังจำเป็นต้องมีช่องสำหรับซ่อมบำรุงสายไฟบนฝ้าเผื่อไว้ด้วย โดยเฉพาะชั้นล่างหรือชั้นที่ไม่ได้ติดหลังคา ส่วนชั้นที่ติดหลังคาจะมีช่องปีนขึ้นฝ้าอยู่ ถ้าไม่มั่นใจเราก็สามารถเรียกช่างซ่อมบำรุงมาตรวจดูได้
บริการ ซ่อมบำรุง บนแพลตฟอร์ม SAIJAI มีอะไรบ้าง
คุณสามารถหาช่างซ่อมบำรุงในด้านต่าง ๆ จาก SAIJAI มีให้คุณเลือกใช้บริการ
- ช่างทาสี ท่านสามารถหาช่างทาสีให้กับบ้านใหม่หรือห้องของท่านได้จาก SAIJAI การทาสีผนังบ้านเก่ากับบ้านใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ จะมีวิธีการเตรียมพื้นผิว และใช้ผลิตภัณฑ์ทาสีที่แตกต่างกัน รวมถึงการทาสีภายในและภายนอกนั้นจะใช้สีที่มีคุณสมบัติเฉพาะที่แตกต่างกัน ถึงแม้ว่านวัตกรรมสมัยใหม่จะมีทางเลือกสีที่ใช้ได้ทั้งภายนอกและภายใน แต่ช่างทาสีก็จะแนะนำว่าให้เลือกใช้สีที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ จะดีที่สุด
- ช่างปูกระเบื้อง ถ้าพูดถึงงานปูกระเบื้องไม่ว่าจะเป็นในส่วนของพื้นหรือผนังนั้นก็มีขั้นตอนและรายละเอียดมากมาย ตั้งแต่การเลือกใช้เทคนิควิธีการปูที่เหมาะสมกับชนิดกระเบื้อง และยังต้องใช้ความชำนาญของช่างปูกระเบื้อง และความประณีตละเอียดอ่อนของช่างปูกระเบื้องอีกด้วย
- ช่างฝ้าเพดาน ฝ้าเพดานบ้านก็เป็นอีกอย่างที่จะทำให้บ้านสวย และช่วยเก็บงานโครงสร้างใต้หลังคาให้เรียบร้อย นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้อีกด้วย
- คนดูแลสวน การที่สวนในรั้วบ้านของเราจะสวยงามได้นั้น จะต้องมีความรู้พื้นฐานไม่ใช่แค่การทำให้จบ ๆ ไป และไม่ใช่แค่การทำให้สวยงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะแค่ความสวยงามอย่างเดียวนั้นไม่พอ เราจะต้องดูแลใส่ใจเพื่อที่สวนของเรานั้นจะได้อยู่ได้อย่างยาวนาน
- ช่างดูแลสระว่ายน้ำ สระว่ายน้ำที่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ จะมีคุณภาพน้ำที่ใสสะอาด ปราศจากคราบตะกอน สร้างความมั่นใจในการใช้สระว่ายน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

5 ข้อควรรู้ ก่อนปูกระเบื้องด้วยตัวเอง

1.เลือกชนิดกระเบื้องที่ต้องการ

เนื่องจากแผ่นกระเบื้อง มีให้เลือกอยู่หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องดินเผา กระเบื้องเซรามิก กระเบื้องแกรนิตโต้ กระเบื้องโมเสก กระเบื้องแก้ว ไปจนถึงหินอ่อน หรือหินธรรมชาติ ควรเลือกให้เข้ากับพื้นที่ โดยดูก่อนว่าจะปูกระเบื้องด้วยตัวเองที่ภายนอก ภายใน หรือปูที่ใด จะช่วยให้เลือกพื้นผิว และคุณสมบัติของแผ่นกระเบื้องให้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด

2.คำนวณพื้นที่ก่อนซื้ออุปกรณ์

ควรคำนวณพื้นที่ก่อนเลือกซื้ออุปกรณ์ปูกระเบื้อง โดยใช้สูตรคำนวณพื้นที่ คือ

กว้าง (เมตร) x ยาว (เมตร) = ขนาดห้อง (ตารางเมตร)

อย่างไรก็ตาม จำนวนกระเบื้องก็ขึ้นอยู่กับขนาดของแผ่นกระเบื้องด้วยเช่นกัน ควรซื้ออุปกรณ์เผื่อไว้ประมาณ 3-5% สำหรับการใช้ซ่อมแซม กรณีเกิดข้อผิดพลาด หรือซ่อมแซมความเสียหายในอนาคต

3.เลือกขนาดกระเบื้องให้เหมาะสม/

หากเป็นพื้นที่ขนาดเล็กอย่างห้องน้ำ ควรเลือกใช้กระเบื้องแผ่นเล็ก หากเป็นห้องใหญ่อย่างห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ควรเลือกใช้กระเบื้องแผ่นใหญ่ โดยเว้นร่องยาแนวเล็ก ๆ เพื่อปูให้ต่อเนื่องกัน สวยงาม ไร้รอยต่อ ช่วยเพิ่มความสวยงาม และเสริมความหรูหราได้อีกด้วย

สำหรับพื้นภายนอกบ้าน สามารถเลือกใช้กระเบื้องทั้งแผ่นเล็กไปจนถึงแผ่นใหญ่ แต่ที่สำคัญควรเลือกกระเบื้องที่แข็งแกร่ง ทนต่อสภาพอากาศ และการสัญจรผ่านเป็นประจำ ควรเป็นกระเบื้องผิวหยาบ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

4.ปูกระเบื้องให้ถูกวิธี

ควรเลือกปูกระเบื้องด้วยกาวซีเมนต์ แทนการปูแบบซาลาเปา เพราะถึงแม้จะดูเป็นวิธีที่ง่าย แต่การปูแบบนี้ จะทำให้ด้านหลังแผ่นกระเบื้องมีช่องว่าง ทำให้ความชื้นเข้าไปสะสม และเกิดปัญหากระเบื้องหลุดล่อนตามมาได้

5.เลือกกาวซีเมนต์และกาวยาแนวให้เหมาะสม

ควรเลือกกาวซีเมนต์และกาวยาแนว ให้เหมาะสมกับชนิดและขนาดกระเบื้อง เพื่อให้การปูกระเบื้องติดแน่น ห่างไกลจากปัญหาหลุดล่อน



กระเบื้องชื้น แก้ไขได้ แก้ง่าย

1.เปิดหน้าต่างให้ลมผ่าน

ในสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง วิธีการเปิดหน้าต่าง ควรจะต้องหันไปทางทิศใต้ หรือทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อลดระดับไอน้ำที่จะเข้ามาในห้อง ถ้าเป็นไปได้ ควรเปิดประตู และหน้าต่างทุกบาน ในตอนเที่ยงหรือวันที่มีแดดจัด เพื่อให้อากาศในห้องไหลเวียนดี ช่วยระเหยความชื้นบนกระเบื้อง

2.วางพรมบนพื้น

การวางพรมหน้าประตู หรือทางเข้าบ้าน พรมจะช่วยดูดซับความชื้นของน้ำที่เกาะมากับรองเท้า อย่าลืมเช็ดรองเท้าให้แห้งก่อนเข้าบ้าน หรือเปลี่ยนไปใส่สลิปเปอร์แทน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีไอน้ำจากภายนอกเข้ามาบริเวณภายในบ้าน และทำให้กระเบื้องเปียก

3.วางกระถางต้นไม้ในห้อง

หลาย ๆ บ้าน อาจชอบที่จะนำกระถางต้นไม้ ไม้ประดับ มาตกแต่งตามห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน นอกจากจะเพิ่มความสดชื่นให้ตัวบ้านแล้ว พืชเหล่านี้ ยังสามารถดูดซับไอน้ำจากกระเบื้องได้อีกด้วย โดยเฉพาะวันที่มีฝนตก ความชื้นในห้องจะสูง กระเบื้องก็อาจโดนความชื้นเล่นงานเข้าได้ ถ้าในห้องมีกระถางต้นไม้ พืชจะดูดซับความชื้นภายในห้อง โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องรดน้ำต้นไม้วันฝนตกเลย

4.หมั่นทำความสะอาดบ่อย ๆ

พื้นและผนังห้องน้ำ ส่วนมากจะปูด้วยกระเบื้องทั้งหมด และกระเบื้องจะอยู่กับความชื้นนั้น ตลอดเวลา จึงทำให้มีโอกาสที่จะเกิดเชื้อราได้ เพื่อให้พื้นและผนังสะอาด คุณต้องหมั่นทำความสะอาดพื้นผิวของกระเบื้องอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงทำความสะอาดช่องว่างระหว่างกระเบื้อง ร่องยาแนวด้วยการขัดด้วยแปรง เพื่อป้องกันโรคราน้ำ ค้างอยู่บริเวณร่องยาแนว

หากคุณลองทำตามวิธีที่เราแนะนำมาทั้งหมด แล้วปัญหาความชื้นบนกระเบื้องยังไม่หายกวนใจเสียที คุณอา0จะต้องไปย้อนดูว่าฐานคอนกรีตใต้ตัวบ้าน ได้มีการลงน้ำยากันความชื้นไว้หรือไม่ อาจจะสอบถามจากผู้รับเหมาสร้างบ้าน เมื่อเจอสาเหตุนี้ แล้วคุณก็จะแก้ไขปัญหาได้ง่ายขึ้น



รวมทริค กระเบื้องขาวไร้คราบ ด้วยของที่มีอยู่ใกล้ตัว

1.มะนาว

สำหรับบ้านไหนมีคราบสนิมมากวนใจ ลองใช้วิธีนี้มากำจัดคราบสนิมบนพื้นง่าย ๆ อย่าง “มะนาว” บอกได้เลยว่าวิธีนี้ง่ายมาก ๆ เพียงแค่บีบมะนาวให้ทั่วรอยคราบ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วนำแปรงสีฟันเก่า ๆ มาขัดถู โดยขั้นตอนนี้อาจจะต้องออกแรง และใช้เวลาสักหน่อย แต่รับรองได้เลยว่าจะไม่มีคราบหลงเหลืออยู่อีก

2.ยาสีฟัน

เพียงแค่ป้ายยาสีฟันลงบนรอยคราบ แล้วนำแปรงสีฟันมาถูเหมือนตอนแปรงฟัน จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำเปล่า เพียงเท่านี้ก็จะได้พื้นที่สะอาดไร้คราบสกปรก

3.สารฟอกขาว

นอกจากจะช่วยให้ผ้าขาวสะอาดแล้ว ยังนำมาใช้กับการทำความสะอาดพื้นกระเบื้องได้อีกด้วย โดยขั้นแรก ให้โรยสารฟอกขาวลงไปให้ทั่วรอยคราบ ไม่จำเป็นต้องใช้ปริมาณเยอะมาก แต่รอให้สารฟอกขาวเซตตัว ประมาณ 15 นาที จากนั้นก็ฉีดน้ำลงไปนิดหน่อย แล้วก็ขัดจนพื้นกระเบื้องสะอาด

4.มะเขือเทศกับเกลือหิน

มะเขือเทศที่เราชอบกิน ก็สามารถใช้ทำความสะอาดคราบสนิมบนกระเบื้องได้ โดยให้เราผ่ามะเขือเทศออกเป็นครึ่งซีก จากนั้นก็นำไปถูบนคราบ พร้อมบีบให้น้ำจากมะเขือเทศกระจายตัวอยู่บนคราบ เสร็จแล้วก็นำเกลือหินมาโรยบนน้ำมะเขือเทศอีกที แล้วจึงใช้แปรงสีฟันขัดคราบออกแบบวนเป็นวงกลมจนคราบหายไป

5.น้ำส้มสายชู

เป็นที่รู้กันดีว่า น้ำส้มสายชู ช่วยทำความสะอาด และกำจัดคราบต่าง ๆ ได้เพียบ ซึ่งแน่นอนว่าคราบสกปรกบนพื้นก็เช่นกัน โดยขั้นตอนก็ง่าย ๆ เพียงแค่ฉีดน้ำส้มสายชูลงไปบนรอยคราบ แล้วออกแรงขัดนิดหน่อย จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่น เท่านี้คราบสกปรกต่าง ๆ ก็จะไม่หลงเหลืออยู่บนพื้นของเราแล้ว