คนขับรถ ใน บางพลัด, กรุงเทพมหานคร

คนขับรถ ใน บางพลัด, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ประดิภัทร ขันธ์วงศ์
ประดิภัทร ขันธ์วงศ์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 38 ปี

ผม นายประดิภัทร ขันธ์วงศ์ ผมเป็นคนนิสัยร่าเริงอัธยาศัยดีเข้ากับคนง่ายมีประสบการณ์ขับรถแท็กชี่มาประมาณ8-9ปีและสามารถเดินทางไกลได้ครับ

แสดงเพิ่มเติม
ดลศักดิ์ บุญแต้ม
ดลศักดิ์ บุญแต้ม
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

ใจเย็น สุภาพเรียบร้อย ชำนาญเส้นทาง ประสพการณ์10ปี

แสดงเพิ่มเติม
ณภพ ธนโชควราเมท
ณภพ ธนโชควราเมท
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

แจ้งมาได้ครับ ถ้าต้องการให้ช่วยขับรถ

แสดงเพิ่มเติม
Sarawut  Buabut
Sarawut Buabut
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

ประสบการณ์การขับรถ20 ปี

ประสบการณ์ขับรถรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ 8 ปี

ขับรถผู้บริหาร3 ปี

ไม่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่

ใจเย็น

ดูแลตรวจสภาพรถเบื่องต้นได้เป็นอย่างดี

ซื่อสัตย์

แสดงเพิ่มเติม
ไพรัช สุทธิปริญญานนท์
ไพรัช สุทธิปริญญานนท์

เคยขับรถให้ผู้บริหาร รับ-ส่งเด็ก ไปโรงเรียน ส่งสินค้าทั้งในกรุงเทพๆ และ ต่างจังหวัด

ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ กินแต่กาแฟ สุขภาพแข็งแรง งานอดิเรก วิ่ง ฟิตเนส พูดภาษาอังกฤษได้ ปัจจุบันทำงานประจำอยู่ จ-ส แต่ สามารถลาหยุดได้ รบกวนแจ้งล่วงหน้า1-2วัน

แสดงเพิ่มเติม
วิทยา เจวรัมย์
วิทยา เจวรัมย์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 50 ปี

ขับรถนุ่มนวล ใจเย็น มีทัศนะคติที่ดีต่อเพื่อนร่วมทาง ไม่ขี้หงุดหงิด,ไม่ใจร้อน ออกเดินทาง ตจว.ได้ ค้างคืนได้ ธุระส่วนตัวน้อย สถานะโสด คำนึงถึงความปลอดภัยต่อเพื่อนร่วมทางและตนเอง อัธยาศัยดี ยินดีช่วยเหลือเรื่องงานต่างๆนอกเหนือการดูแลเรื่องบริการขับรถที่พอจะมีความสามารถได้ รักความสะอาด สุภาพ

แสดงเพิ่มเติม
สุพจน์ พลศรีเมือง
สุพจน์ พลศรีเมือง
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี
Saijai อายุ 53 ปี

ผ่านการบรมพนักงนขับรถมืออาชีพ ปัจจุบันขับรถให้นายญี่ปุ่น มา 3 ปี แล้ว ต้องการรับงานขับรถในช่วงวันหยุด เคยชับรถตู้นำเที่ยว รถกระบะส่งของ

แสดงเพิ่มเติม
ณัฐพงษ์ แป้งนวล
ณัฐพงษ์ แป้งนวล
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี

ไม่สูบบุหรี่ ขับรถใจเย็น มีสมาธิในการขับรถ

แสดงเพิ่มเติม
วรญา นาทวราพงศา
วรญา นาทวราพงศา
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 53 ปี

มีประสบการณ์ขับอูเบอร์และแกรบ ปัจจุบันยังขับอยู่

แสดงเพิ่มเติม
อาทิตย์ บรรเทา
อาทิตย์ บรรเทา
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี

เคยเป็นพนักงานขับรถ U Drink I Drive ขับรถให้กับลูกค้า VIP สามารถขับได้ทั้งรถยุโรป แล้วรถญี่ปุ่น ทั้งเกียร์ Auto และเกียร์ ธรรมดา สาเหตุที่ออกเนื่องจากสถานะการณ์ Covid 19 ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบ จึงลาออก มีประสบการณ์บริษัท 3 ปี มีประสบการ์ขับรถ 15 ปี มีใบขับขี่ สามารถดูแลและเช็คสภาพรถเบื้องต้นได้ รู้เส้นทางในกรุงเทพ และ ปริมณฑล สามารถเดินทางไปต่างจังหวัดได้ เสาร์-อาทิตย์ เก็บความลับของลูกค้า เป็นคนใจเย็น ไม่ขับรถเร็ว ปลอดภัย ขับรถถนุถนอม สามารถดูแลลูกค้าได้ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ตรงต่อเวลา พักอยู่ บางบัวทอง นนทบุรี สามารถตกลงรายละเอียดกันก่อนได้ ยืดหยุ่นได้เต็มที่ครับ

แสดงเพิ่มเติม
เจนจิรา เจริญลาภ
เจนจิรา เจริญลาภ
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี

ดิฉันชื่อเจนค่ะ มีความใจเย็นในการขับรถ เน้นความปลอดภัยตลอดการขับค่ะ ได้รับวัคซีนครบสองเข็มแล้วค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
ไพศาล จงชนะ
ไพศาล จงชนะ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 44 ปี

มีรถส่วนตัว ค่าจ้างตามต่อรอง

แสดงเพิ่มเติม
โสภณ  อ่ำพันธ์
โสภณ อ่ำพันธ์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

ประสบการณ์การขับรถมามากกว่า 25 ปี ขับรถตู้รับส่งผู้โดยสารด้วย มีรถตู้เป็นของตัวเอง สามารถรับงาน คนขับพร้อมรถได้ รับงานในกรุงเทพและต่างจังหวัดได้ด้วย

แสดงเพิ่มเติม
เกรียงศักดิ์ เพ็งสมบูรณ์
เกรียงศักดิ์ เพ็งสมบูรณ์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 64 ปี

บริษัทเทเลคอมเอเซีย. บริษัทหัวเว่ยเทคโนโลยี่ประเทศไทยจำกัด. ส่วนตัวผมไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มสุราเป็นคนใจเย็นสุขุมพูดน้อยแต่มีเหตุผล ค่าจ้างตามที่บริษัทให้ครับ

แสดงเพิ่มเติม
ปัฐพงษ์ แพรวพรรณราย
ปัฐพงษ์ แพรวพรรณราย
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

เคยวิ่งรับส่งผู้โดยสารผ่าน app Grab/Bolt/Uber/Indriverทำงานประจำเป็นคนขับรถให้นายฝรั่ง

แสดงเพิ่มเติม
กฤษณะ คะระนันท์
กฤษณะ คะระนันท์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

เคยขับรถให้เจ้านายมาหลายท่าน เน้นรับงานอีเว้นท์ เคยขับรถแท็กซี่ รถเช่า ประสบการณ์ขับรถมากกว่า 20 ปี - ไม่สูบบุหรี่ดื่มเหล้า รับงานได้ทั่วประเทศไทย รู้จักเส้นทางเป็นอย่างดี เคยวิ่งรถมาเกือบทั่วประเทศไทย เป็นคนร่าเริง เฮฮา ใช้จิตวิทยาในการคุยกับลูกค้า - มีคนขับรถที่เคยทำงานจากบ้านใส่ใจแนะนำมา

แสดงเพิ่มเติม
Pattarachai Sirisaranon
Pattarachai Sirisaranon
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี
ชัยวัฒน์ รุ่งวัฒน์
ชัยวัฒน์ รุ่งวัฒน์
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 46 ปี

ประวัติการทำงานทำมาหลายอาชีพคับสุจริตที่ได้เงินนิสัยเข้ากับทุกคนได้คุยได้ใม่หยิ่งแล้วแต่บุคคลที่เข้ามาขับรถเรื่อยๆใม่เร่งรีบเกินไปเปลืองนำมันครับ80-100กิโลเมตรต่อชั่วโมงสามารเรียงของจัดของขึ้นรถให้ได้ขับรถออกต่างจังหวัดได้

แสดงเพิ่มเติม

เป็นคนใจเย็น เข้ากับคนง่าย ใช้กูเกิลแมปได้อย่างดีค่ะ เคยขับรถส่งของพอสมควรค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
ธนโชติ อมรสันต์
ธนโชติ อมรสันต์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 60 ปี

ผ่านงานด้านขับรถรับรองผู้บริหารแบงค์ กสิกรไทย

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

ใช้บริการคนขับรถชั่วคราวของทางใส่ใจอยู่บ่อยครั้ง เพราะเบื่อกับการโดนปฏิเสธอยู่บ่อยครั้งเวลาเรียกรถแท็กซี่ ขั้นตอนการจองนั้นง่ายมาก ๆ สะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งคนขับรถยังมาตรงเวลาอีกด้วย พึงพอใจกับการให้บริการของใส่ใจมาก ๆ ค่ะ
Saijai
แพรวา ทุ่งสะกาว
5 ปีที่แล้ว
ประทับใจมาก ๆเลยครับ บริการดีและคุ้มค่าเกินกว่าราคามาก ๆ ขอบคุณเว็บไซต์ใส่ใจที่ทำให้เจอพี่คนขับรถ
Saijai
กฤษติณ ฉลอม
5 ปีที่แล้ว
เมื่อไม่กี่วันมานี้ได้ลองใช้บริการคนขับรถ เพราะจะพาเพื่อนชาวต่างชาติไปเที่ยวรอบกรุง ลุงคนขับใจดีมากค่ะ ขับรถนุ่มมาก อยากไปตรงไหนลุงพาไปได้หมด ประทับใจมาก ๆ ค่ะ รับรองว่าจะกลับมาใช้บริการอีกในภายหลังแน่นอนค่ะ
Saijai
ณชยา ฤกษ์ดี
5 ปีที่แล้ว
คนขับสุภาพเรียบร้อย ขับรถดีมาก ชำนาญ ใจเย็น รู้ทางหมดไม่ว่าจะไปที่ไหน
Saijai
ชนากานต์ สถิตสานติ์
5 ปีที่แล้ว
ดิฉันต้องออกทำงานต่างจังหวัดอยู่บ่อยครั้ง จึงตัดสินใจจ้างคนขับรถในหน้าเว็บไซต์ใส่ใจ ราคาคุ้มมาก ๆ เพราะปกติจ้างคนขับรถเป็นครั้งเป็นคราว ค่าจ้างแต่ละครั้งก็ไม่ใช่น้อย เลยตัดสินใจจองคนขับรถรายเดือนผ่านทางใส่ใจ ดิฉันลดค่าใช้จ่ายต่อครั้งได้เยอะเลย ตอนนี้จ้างอยู่ตลอดค่ะ สะดวกมาก ๆ
Saijai
นาตาชา กลิ่นมาลัย
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา คนขับรถ

ข้อดีของการมีคนขับรถส่วนตัว
ข้อดีของการมีคนขับรถส่วนตัว

1. เราสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ให้เสร็จได้ในขณะเดินทาง การขับรถต้องใช้เวลามาก เมื่อเรามีคนขับรถคุณส่วนตัว เราสามารถทำงานให้เสร็จได้ในขณะที่เราอยู่ในรถ ไม่ว่าจะเป็นการส่งอีเมล โทรศัพท์หรืออ่านหนังสือ เราสามารถติดตามงานได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องกังวล กับการจดจ่ออยู่กับท้องถนน
2. ลดความเครียดความหงุดหงิดและอันตรายให้น้อยที่สุด เป็นที่ยอมรับว่าการขับรถอาจทำให้เกิดความเครียดได้ ความเครียดทำให้หงุดหงิดและความโกรธบนท้องถนนจะเพิ่มโอกาสที่จะเกิดอันตราย การมีคนขับรถส่วนตัวที่อยู่หลังพวงมาลัยเราสามารถนั่งและผ่อนคลาย หากเราเหนื่อยจากงาน เรายังสามารถนอนหลับได้ตลอดเส้นทาง
3. บอกลาปัญหาที่จอดรถ ที่จอดรถอาจเป็นฝันร้ายโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ บางครั้งเราต้องจอดรถไกลจนต้องใช้เวลากว่า 20 นาที ในการเดินไปยังจุดหมาย เมื่อเรามีคนขับรถส่วนตัวเราสามารถลงรถและนัดไปรับได้ในที่ที่เราต้องการ โดยไม่ต้องวุ่นวายกับการจอดรถโดยสิ้นเชิง
4. ความตรงต่อเวลา เป็นส่วนหนึ่งของงานของคนขับรถในการวางแผนเส้นทางที่เร็วและมีประสิทธิภาพที่สุดเพื่อให้เราไปถึงที่ที่คุณต้องตรงเวลา โดยจะคำนึงถึงช่วงเวลาของวันสภาพอากาศและปัญหาทางถนนที่อาจเกิดขึ้นเพื่อให้เราทำได้อย่างง่ายดาย เมื่อพนักงานขับรถมืออาชีพดูแลรายละเอียดเหล่านี้ให้เรา เราจะไม่สายสำหรับเที่ยวบิน ตรงเวลาต่อการนัดหมาย
5. การทำงานอย่างมืออาชีพ คนขับรถส่วนตัว มีความภาคภูมิใจในรูปลักษณ์ของตนเองและแต่งกายอย่างสุภาพอยู่เสมอ คนขับรถส่วนตัว ที่ได้รับการอบรมหลายคนสามารถ ขับรถไปรับ ส่งลูกค้า หรือผู้ร่วมงานทางธุรกิจ แทนเรา เป็นการสร้างความประทับใจเบื้องต้นได้
6. อีกหน้าที่ คนขับรถส่วนตัวเหล่านี้ยังดูแลยานพาหนะของเราอย่างดีเยี่ยมและบำรุงรักษาตลอดเวลา ทำให้เราสบายใจในการใช้ยานพาหนะไม่กังวลว่าเสียกลางทาง หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นถ้าเราดูแลยานพาหนะไม่ดีพอ
หากคุณต้องการจ้างคนขับรถส่วนตัวควรดูจากอะไรบ้าง
การหาพนักงานขับรถที่มีความน่าเชื่อถือนั้นไม่ใช้เรื่องง่าย แต่หากคุณลองพิจารณาจากคุณสมบัติเหล่านี้ อาจจะช่วยให้คุณมีคนขับรถมืออาชีพที่จะคอยพาคุณไปที่ไหนก็ได้ตามที่คุณต้องการ

1. ทักษะในการขับขี่ยานพาหนะอย่างปลอดภัย ถือว่าเป็นทักษะเบื้องต้นที่พนักงานขับรถจำเป็นต้องมี พนักงานขับรถที่ผ่านการฝึกอบรมและมีใบอนุญาตขับขี่อย่างถูกกฎหมายสามารถสร้างความไว้วางใจให้คุณมากยิ่งขึ้น
2. มีความเชี่ยวชาญในการขับขี่ยานพาหนะ พนักงานที่สามารถขับรถยนต์ได้ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ และมีความชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการจราจรติดขัด จะช่วยให้การเดินทางของคุณเป็นไปอย่างง่ายดาย
3. มีบุคลิกภาพที่ดี แต่งกายเหมาะสม สุภาพ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และมีใจรักงานบริการ
4. พนักงานขับรถจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย มีความตรงต่อเวลาและคำนึงถึงความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์
5. มีความเตรียมพร้อมก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ คอยหมั่นตรวจเช็คสภาพและทำความสะอาดรถยนต์ของคุณอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องยนต์จะไม่เกิดปัญหาระหว่างทาง
6. พนักงานขับรถที่ดีจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยต่อคนที่ใช้บริการพนักงานขับรถ และความปลอดภัยต่อผู้ใช้ถนนคนอื่นด้วยเช่นกัน
7. มีทักษะทางด้านภาษา ถือเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญของพนักงานขับรถในยุคนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการในกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ พนักงานขับรถที่สามารถพูดและเข้าใจภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานได้จะช่วยให้การสื่อสารระหว่างลูกค้าและพนักงานง่ายดายยิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้คือทักษะสำคัญของพนักงานขับรถที่มีความเป็นมืออาชีพ ลองพิจารณาจากสิ่งเหล่านี้เพื่อช่วยให้คุณคลายความกังวลเมื่อต้องเลือกใช้บริการคนขับรถในยามที่คุณต้องการ
หากเดินทางบ่อยจ้างคนขับรถส่วนตัวประหยัดกว่าจริงหรือไม่
การเลือกใช้บริการคนขับรถส่วนตัวเป็นทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีรถยนต์ส่วนตัว แต่มีธุรกิจรัดตัวและต้องเดินทางบ่อยๆ อีกทั้งยังไม่อยากใช้บริการรถรับจ้างสาธารณะ ดังนั้นบริการคนขับรถส่วนตัวจึงเป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับสังคมยุคปัจจุบัน ทั้งยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้เพราะมีการตกลงกันล่วงหน้าจึงสามารถรู้ค่าใช้จ่ายที่แน่นอน

แตกต่างจากการใช้บริการรถสาธารณะ เช่น แท๊กซี่ ซึ่งค่าบริการเราไม่สามารถกำหนดได้ โดยจะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามเส้นทางและระยะทาง หรือหากเราต้องการเดินทางไปต่างจังหวัด ก็สามารถนำรถส่วนตัวของเราไปใช้โดยมีคนขับรถที่เราไว้ใจได้ไปด้วย ซึ่งมีความปลอดภัยและน่าไว้ใจกว่าไปจ้างคนในพื้นที่ที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน ยิ่งถ้าเป็นนายจ้างผู้หญิงแล้วย่อมมีความเสี่ยงมากขึ้นไปอีก หรือนายจ้างที่มีธุรกิจที่ต้องไปพบปะสังสรรค์กับกลุ่มลูกค้าต่าง ๆ ที่ต้องมีการดื่มแอลกอฮอล์และหากยังฝืนขับรถด้วยตัวเอง บอกเลยว่าเสี่ยงทั้งอุบัติเหตุและยังผิดกฎหมายอีก หากเกิดอุบัติเหตุหรือโดนตำรวจจับ คงไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่สูงแถมและยังเสียประวัติอีกด้วย

ปัจจุบันในการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวหรือเพื่อกิจกรรมทางธุรกิจ มีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อม รวมทั้งต้องการความสะดวกสบายและปลอดภัย บริการคนขับรถส่วนตัวเป็นทางเลือกที่ดีเนื่องจากมีความสะดวกสบายและมีความปลอดภัยในการเดินทาง และสามารถใช้เวลาระหว่างที่เดินทางในการทำภารกิจอื่น ๆ เช่น บริหาร สั่งงาน ตรวจสอบเอกสารสำคัญ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเรื่องการขับรถยนต์หรือเส้นทาง เพราะคนขับรถส่วนตัวเป็นผู้ทำหน้าที่ขับรถและเตรียมความพร้อมเรื่องเส้นทางไว้ให้ทั้งหมดแล้ว และมีค่าใช้จ่ายประหยัดกว่าการเดินทางโดยวิธีอื่น เนื่องจากใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นพาหนะ
ข้อตกลงสำคัญที่ผู้จ้างควรตกลงกับคนขับรถก่อนเริ่มงานมีอะไรบ้าง?
ข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับคนขับรถส่วนตัวควรมีอะไรบ้าง ก่อนตัดสินใจว่าจ้างคนขับรถสักคนลองมาดูกันเลยค่ะ

• มีสัญญาจ้างงานเป็นลายลักษณ์อักษร และแจกแจงสวัสดิการต่าง ๆ ที่จะได้รับนอกเหนือจากเงินเดือน เช่น ประกันสังคม เครื่องแบบ หรือเงินโบนัส
• คนขับรถต้องอนุญาตให้นายจ้างตรวจสอบประวัติการทำงานและประวัติอาชญากรรมได้
• อายุของคนขับรถ นายจ้างมักเลือกอายุตั้งแต่ 25 ปี ขึ้นไป จนถึง 50 ปี ซึ่งเป็นวัยที่มีวุฒิภาวะแล้ว
• คนขับรถต้องมีใบขับขี่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย
• คนขับรถควรมีประสบการณ์ในการขับรถมาก่อน เพราะต้องใช้ความรับผิดชอบ ทักษะ และประสบการณ์ในการทำงานสูง
• คนขับรถมีความชำนาญในด้านเส้นทางสามารถใช้ Google Map หรือ GPS ได้ดี
• มีการตกลงเรื่องวันทำงาน ระยะเวลาที่ทำงาน วันหยุดต่าง ๆ และหากมีการทำงานนอกเวลา หรือเกินจากเวลาปกติจะมีเงินพิเศษให้หรือไม่ ค่าแรงอยู่ที่เท่าไหร่ มีอาหารให้กี่มื้อ
• มีช่วงระยะทดลองงานเป็นระยะเวลากี่วัน และหากผ่านการทดลองงานจะมีการปรับเพิ่มเงินเดือนตามความเหมาะสมหรือไม่
• การลากิจ ลาป่วยต่าง ๆ ต้องแจ้งกับนายจ้างล่วงหน้า
• มีการตรวจสอบสภาพของรถยนต์ของนายจ้างก่อนที่จะให้คนขับรถส่วนตัวเริ่มงาน เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่ายว่ารถยนต์ที่จะนำมาใช้ขับอยู่ในสภาพอย่างไร มีความปลอดภัยหรือไม่
• ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ ค่าน้ำมัน นายจ้างจะรับผิดชอบในส่วนนี้
• ในขณะที่ปฏิบัติงานคนขับรถจะไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มอื่น ๆที่มีผลต่อการขับขี่รถ
• หากเกิดอุบัติเหตุในขณะที่คนขับรถทำงาน ทางนายจ้างจะดูแลและมีสวัสดิการการรักษาอย่างไร

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับบางพลัด

บางพลัด แต่เดิมมีฐานะเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี หลังจากการรวมกันของจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีทำให้ตำบลบางพลัดยกฐานะเป็นแขวงบางพลัด ส่วนอำเภอบางกอกน้อยยกฐานะเป็นเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร จนกระทั่งปี พ.ศ. 2532 บางพลัดได้แยกตัวออกมาเป็น เขตบางพลัด โดยมีแขวงการปกครองย่อยทั้งหมด 4 แขวงได้แก่ บางพลัด บางอ้อ บางบำหรุและบางยี่ขัน ถัดมาในปี พ.ศ. 2534 มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่แขวงและเขตใหม่ ระหว่างเขตบางพลัดและบางกอกน้อย โดยให้พื้นที่บางส่วนของแขวงบางบำหรุและแขวงบางยี่ขันเริ่มจากสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฝั่งซ้ายทั้งหมดให้ไปขึ้นกับเขตบางกอกน้อย มีพื้นที่ทั้งหมด 11.36 ตารางกิโลเมตร โดยทิศเหนือติดกับอำเภอบางกรวยจังหวัดนนทบุรี ทิศตะวันออกติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศใต้และทิศตะวันตกติดกับเขตบางกอกน้อย พื้นที่บริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยลำคลองและสวนที่หนาแน่น ส่งผลให้ผู้คนที่เข้ามาในละแวกนี้เกิดการพลัดหลงเข้าออกไม่ถูกอยู่บ่อยครั้ง ชื่อนี้จึงมีความหมายในเชิงไม่เป็นมงคลในความเชื่อของคนท้องถิ่น ในปี พ.ศ. 2545 มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น บางภัทร์ แต่สุดท้ายไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

จากเดิมที่บางพลัดเป็นพื้นที่รอบนอก แต่ในปัจจุบันมีความเจริญเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก เป็นแหล่งการค้าขาย อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ตั้งอยู่มากมายให้เรียนรู้ มีการสร้างวัดจำนวนมากถึง 23 วัด เนื่องจากเป็นเขตที่เต็มไปด้วยพุทธศาสนิกชน เช่น วัดวิมุตยาราม วัดใหม่เทพนิมิต วัดบางพลัด เป็นต้น



ถนน 5 สาย ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยสุดในกรุงเทพ

อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ทุกเวลา มาจากความประมาท เมาแล้วขับหรือความไม่ชำนาญของผู้ขับขี่ ถึงแม้เราจะระมัดระวังในการขับขี่รถของตัวเอง แต่ถ้าหากผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นไม่ระมัดระวัง ย่อมเกิดอุบัติเหตุและอาจส่งผลถึงตัวเราด้วย อาจจะพูดได้เลยว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขับรถคือ สติ อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ด้วยสภาพการจราจรที่หนาแน่นในกรุงเทพ บวกกับผังเมืองที่ซับซ้อน และเส้นทางที่ออกแบบมาหลายแยก หลายซอย อาจสร้างความสับสนให้กับผู้ขับขี่และก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย หากผู้ขับขี่ไม่ชำนาญทาง ไม่รู้เส้นทางต่างๆ หรือด้วยความมักง่ายและประมาทของผู้ใช้รถใช้ถนนบางคน ล้วนเป็นปัจจัยที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ทั้งสิ้น มาดู 5 เส้นทางจราจรในกรุงเทพฯ ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

1. ถนนเพชรบุรี บริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี จุดที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ บนถนนเส้นนี้คือ ช่วงแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีมักกะสัน เนื่องจากรถที่มุ่งหน้าออกจาก ถนนกำแพงเพชร 7 จะเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนอโศกมนตรี และรถจากถนนอโศก-ดินแดง ทางตรง จะแย่งช่องจราจรทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการเฉี่ยวชนบ่อยครั้ง และบริเวณดังกล่าวยังมีคนขับบางคันที่ใช้วิธีการขับรถย้อนศรและขับตัดหน้าคนอื่น ทำให้บริเวณแยกอโศก-เพชรบุรีเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด

2. ทางด่วนขั้น 2 บริเวณต่างระดับพญาไท อุบัติเหตุในบริเวณนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการเปลี่ยนเลนกะทันหันของรถที่อยู่เลนซ้ายสุด ตัดหน้ารถที่กำลังมุ่งลงทางต่างระดับยมราช ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งรถที่ลงจากทางต่างระดับพญาไทเลนขวาสุดที่จะมุ่งหน้าไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจะต้องแย่งกันเบียดเลนกับรถทางตรงบนถนนพหลโยธิน ก่อให้เกิดอุบัติเหตุเช่นกัน ซึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเกิดจากการเบียดแย่งเลนเพื่อเข้าช่องจราจร

3. ถนนสุขุมวิท ซอยสุขุมวิท 24อุบัติเหตุส่วนใหญ่จะเกิดจากการตัดหน้าแบบกระชั้นชิดของรถจักรยานยนต์ ในขณะที่จอดรอไฟจราจร ทำให้เมื่อรถเคลื่อนตัวออกจึงเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งรถที่ขับออกจากซอยย่อยเพื่อเข้าซอยสุขุมวิท 24 มักจะแย่งช่องจราจรกับรถทางตรง จนเกิดอุบัติเหตุ

4. ถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 101 อุบัติเหตุบริเวณนี้ ส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่รถวิ่งสวนมาจากถนนโพธิ์แก้วมุ่งหน้าเข้าสู่วัดบึงทองหลาง และไม่สังเกตรถทางตรงจึงเกิดการชนในระยะกระชั้นชิด อีกทั้งยังมีการแย่งช่องจราจรกับรถทางตรงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

ที่มา : ถนนในกรุงเทพที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ



การใช้บริการรถสาธารณะให้ปลอดภัย

ปัจจุบันรถโดยสารสาธารณะมีให้บริการด้วยกันหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ รถตู้ รถสองแถว แท็กซี่และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งการใช้บริการเหล่านี้มักมีความเสี่ยงเกิดขึ้นตามมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ การปล้นจี้ การโกงค่าโดยสารเป็นต้น เอกสารรายงานจาก Global Report on Road Safety ได้ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่อันตรายที่สุดในการขับขี่รถจักรยานยนต์ และมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่สูงมาก พบว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้บริการโดยสารสาธารณะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับผู้ใช้บริการที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากต้องการความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด จนทำให้บางครั้งละเลยความปลอดภัย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ การใช้บริการรถสาธารณะให้ปลอดภัยสามารถทำได้ทั้งนี้

1. ก่อนขึ้นรถหรือซื้อบัตรโดยสาร ควรจดจำชื่อผู้ประกอบการคนขับรถหรือบริษัททุกครั้งเพื่อเป็นประโยชน์ในการร้องเรียนเมื่อมีปัญหาและควรเก็บบัตรโดยสารไว้ทุกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานเอาผิดตามกฎหมาย เช็กป้ายทะเบียนขนส่งลักษณะของรถให้ดีด้วย อีกทั้งตรวจสอบให้ดีว่าเลขที่ระบุข้างรถ ตรงกับป้ายทะเบียนหรือไม่

2. ในกรณีนั่งรถตู้หรือแท็กซี่ควรนั่งหลังคนขับ เพื่อไม่ให้คนขับเอี้ยวตัวหันหลังมามองได้ง่าย และไม่ควรคุยเรื่องส่วนตัวกับคนขับรถ หากคนขับถามว่าจะไปเส้นทางไหนควรตอบว่าไปทางที่รถไม่ติด ไม่เข้าซอยเปลี่ยว ควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมของคนขับรถ หากคนขับเลื่อนกระจกเพื่อมองหน้าอกหรือหน้าขาให้ระวังทันที ที่สำคัญหากรู้ว่าต้องเดินทางคนเดียวโดยใช้รถสาธารณะควรแต่งกายให้มิดชิดเพื่อความปลอดภัย

3. หาจุดจอดปลายทางให้ดี ตรวจสอบว่าลงที่ไหน สะดวกและปลอดภัยที่สุด ทำความเข้าใจกับสถานีจุดจอดของรถแต่ละประเภท ซึ่งจะต้องขึ้นและลง ณ จุดจอดเท่านั้นคือต้นทางและปลายทาง เพราะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและปัญหารถติดหากต้องจอดกลางถนนอีกทั้งการจอดในที่เปลี่ยวอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้โดยสารได้เช่นกัน

4. ในการใช้บริการรถสาธารณะทุกประเภทหากพบพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัยเช่น ความเร็วเกิน เมาสุรา หรือคุกคามผู้โดยสาร ควรโทรแจ้ง 1584 คุ้มครองผู้โดยสารสาธารณะหรือ 1508 ร้องทุกข์เกี่ยวกับผู้โดยสารของ บขส. และรถร่วมบริการหรือแจ้งหน่วยงานของผู้ให้บริการรถนั้นๆ

5.ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถโดยสารโดยการทำตามคำแนะนำของบริการแต่ละประเภท เช่นหากนั่งแท็กซี่ ควรคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย เมื่อใช้บริการรถเมล์ หากไม่มีที่นั่งและต้องยืน ควรหาที่จับและยืนในท่าทางที่ถนัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวเราเอง