คนขับรถ ใน บางพลัด, กรุงเทพมหานคร

คนขับรถ ใน บางพลัด, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

เป็นคนนิ่งๆไม่ค่อยพูดไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่ไม่ชอบความเร็ว

แสดงเพิ่มเติม
อธิชา มิ่งมงคล
อธิชา มิ่งมงคล

ง่ายๆครับ สบายๆ ไม่สะดวกแบบไหนบอกแจ้งได้เลยครับ

เป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง ลูกค้าสะดวกแบบไหน ผมก็จัดให้ครับ

แสดงเพิ่มเติม
Sarawut  Buabut
Sarawut Buabut
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

ประสบการณ์การขับรถ20 ปี

ประสบการณ์ขับรถรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ 8 ปี

ขับรถผู้บริหาร3 ปี

ไม่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่

ใจเย็น

ดูแลตรวจสภาพรถเบื่องต้นได้เป็นอย่างดี

ซื่อสัตย์

แสดงเพิ่มเติม
ธนัชชา  แก้วผลึก
ธนัชชา แก้วผลึก
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

เป็นคนใจเย็น เข้ากับคนง่าย ใช้กูเกิลแมปได้อย่างดีค่ะ เคยขับรถส่งของพอสมควรค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
เบญญาภา โฉมแพ
เบญญาภา โฉมแพ
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

สวัสดีคะ ขี่มอเตอร์ไซด์ได้ รถยนต์เกียร์กระปุก รถยนต์เกียร์ออโตั รถตู้เคยลองขับ ตั้งใจในการทำงานคะ

แสดงเพิ่มเติม
นันท์นภัส อินทรนัฎ
นันท์นภัส อินทรนัฎ
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี

นันท์นภัส อินทรนัฎ ชื่อเล่นออยค่ะ

ทำงานประจำที่ศูนย์บริการสาธารณสุข30 วัดเจ้าอาม

จึงให้ความสำคัญกับป้องกันอย่างเคร่งครัดตามหลักของกรมควบคุมโรค ปลอดภัยตลอดการเดินทางค่ะ

สามารถแจ้งรายละเอียดตามความต้องการก่อนการเดินทางได้ หรือข้อควรระวังอื่นๆ เพื่อศึกษาข้อมูลและเตรรยมให้พร้อมก่อนการเดินทาง

แสดงเพิ่มเติม
พรเทพ รักษ์มณี
พรเทพ รักษ์มณี
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

ชอบงานบริการ ขับรถนิ่ม บริการดีมากคับ

แสดงเพิ่มเติม
ปัฐพงษ์ แพรวพรรณราย
ปัฐพงษ์ แพรวพรรณราย
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

เคยวิ่งรับส่งผู้โดยสารผ่าน app Grab/Bolt/Uber/Indriverทำงานประจำเป็นคนขับรถให้นายฝรั่ง

แสดงเพิ่มเติม
อาทิตย์ บรรเทา
อาทิตย์ บรรเทา
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี

เคยเป็นพนักงานขับรถ U Drink I Drive ขับรถให้กับลูกค้า VIP สามารถขับได้ทั้งรถยุโรป แล้วรถญี่ปุ่น ทั้งเกียร์ Auto และเกียร์ ธรรมดา สาเหตุที่ออกเนื่องจากสถานะการณ์ Covid 19 ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบ จึงลาออก มีประสบการณ์บริษัท 3 ปี มีประสบการ์ขับรถ 15 ปี มีใบขับขี่ สามารถดูแลและเช็คสภาพรถเบื้องต้นได้ รู้เส้นทางในกรุงเทพ และ ปริมณฑล สามารถเดินทางไปต่างจังหวัดได้ เสาร์-อาทิตย์ เก็บความลับของลูกค้า เป็นคนใจเย็น ไม่ขับรถเร็ว ปลอดภัย ขับรถถนุถนอม สามารถดูแลลูกค้าได้ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ตรงต่อเวลา พักอยู่ บางบัวทอง นนทบุรี สามารถตกลงรายละเอียดกันก่อนได้ ยืดหยุ่นได้เต็มที่ครับ

แสดงเพิ่มเติม
สุรพงษ์ พุกไพจิตร
สุรพงษ์ พุกไพจิตร
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี

บริการสุภาพใส่ใจลูกค้า ตรงต่อเวลา ให้เกียรติเเละมีมารยาทต่อลูกค้าเสมอครับ

แสดงเพิ่มเติม
สุรัช มลิวัลย์
สุรัช มลิวัลย์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

ผมเคยขับให้ผู้บริหารโรงแรม(GM)11ปี

และขับให้ผู้บริหาร บริษัทโอสถสภา มหาชน จำกัด

ตอนนี้ผมขับ grab car

ผมเป็นคนเฉยๆ พูดน้อยครับ

แสดงเพิ่มเติม
Sawang  Sangyangyai
Sawang Sangyangyai
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

ตอนนี้ทำงานขับรถผู้บริหารจนถึงปัจจุบัน9 ปี~นาย แสวง แสงยางใหญ่~Sawang sangyangyai~ อายุ 40 ปี~ส่วนสูง 168 หนัก 70~จบวุฒิการศึกษา ม.6~เป็นทหารมา 2 ปี ~ ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่~รับวัคซีนเข็มที่ 3 แล้ว~รู้เส้นทางในกรุงเทพดี และต่างจังหวัด ~ขับได้ทั้งรถยุโรปและญี่ปุ่น~ใช้ google maps คล่อง~ภาษาอังกฤษพื้นฐานได้ และใช้แอพแปลภาษาคล่อง~ 🙏🙏🙏-รับงานเฉพาะวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ครับ

แสดงเพิ่มเติม
ธนภณ  บุญคง
ธนภณ บุญคง
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

เข้าใจงานบริการ ตรงต่อเวลา มึความรับผิดชอบ ต้องการหารายได้พิเศษ

แสดงเพิ่มเติม
ณภพ ธนโชควราเมท
ณภพ ธนโชควราเมท
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

แจ้งมาได้ครับ ถ้าต้องการให้ช่วยขับรถ

แสดงเพิ่มเติม
Jureeเอ❤A มุ่งสวนกลาง
Jureeเอ❤A มุ่งสวนกลาง
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

บริการขับรถในกรุงเทพฯ หรือไปตามต่างจังหวัด ประสบการณ์ขับรถตู้ตั้งแต่ปี 2558 ใจเย็น และรองรับแรงกดดันได้ดี สุภาพ มีความอดทนสูง สามารถขับรถยี่ปุ่นรถยุโรปได้ดี มีน้ำใจและเป็นมิตรต่อลูกค้า ไม่มีประวัติเฉี่ยวชน

ขับรถตู้รถเก๋งได้ รักเด็กและเอ็นดูผู้สูงอายุ สามารถบริการขับให้นั่งได้อย่างปลอดภัยค่ะ.....แล้วพบกันนะคะ

แสดงเพิ่มเติม
ณรงค์ เตชอภิชิต
ณรงค์ เตชอภิชิต
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

ใจเย็น ขับรถได้ทุกสไตล์ที่ลูกค้าต้องการ

แสดงเพิ่มเติม
Piriyaon Wanpiyarat
Piriyaon Wanpiyarat
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

สามารถขับรถรับส่งได้ ขับไปรอรับ-ส่งได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
Pattarachai Sirisaranon
Pattarachai Sirisaranon
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี

ประสบการณ์ เป็นฝ่ายขายของบริษัทนำเข้าสินค้าอุปโภค-บริโภค 15ปี

รู้เส้นทางในกทม.เป็นอย่างดี

รู้เส้นทางตจว.ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้

ใช้ google mapได้เป็นอย่างดี

เดินทางออกต่างจังหวัดบ่อย

ชอบงานบริการ

รับงาน วันหยุด เสาร์-อาทิตย์ วันธรรมดาเช็คคิวว่างก่อนได้

งานประจำเป็นที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์

แสดงเพิ่มเติม
ดลศักดิ์ บุญแต้ม
ดลศักดิ์ บุญแต้ม
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

ใจเย็น สุภาพเรียบร้อย ชำนาญเส้นทาง ประสพการณ์10ปี

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

ใช้บริการคนขับรถชั่วคราวของทางใส่ใจอยู่บ่อยครั้ง เพราะเบื่อกับการโดนปฏิเสธอยู่บ่อยครั้งเวลาเรียกรถแท็กซี่ ขั้นตอนการจองนั้นง่ายมาก ๆ สะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งคนขับรถยังมาตรงเวลาอีกด้วย พึงพอใจกับการให้บริการของใส่ใจมาก ๆ ค่ะ
Saijai
แพรวา ทุ่งสะกาว
5 ปีที่แล้ว
เมื่อไม่กี่วันมานี้ได้ลองใช้บริการคนขับรถ เพราะจะพาเพื่อนชาวต่างชาติไปเที่ยวรอบกรุง ลุงคนขับใจดีมากค่ะ ขับรถนุ่มมาก อยากไปตรงไหนลุงพาไปได้หมด ประทับใจมาก ๆ ค่ะ รับรองว่าจะกลับมาใช้บริการอีกในภายหลังแน่นอนค่ะ
Saijai
ณชยา ฤกษ์ดี
5 ปีที่แล้ว
จ้างคนขับรถส่วนตัวค่ะ ครั้งแรกที่ใช้บริการคนขับรถจากแพลตฟอร์มของใส่ใจ คนขับรถที่ได้มาจากเว็บไซต์ใส่ใจสุภาพมาก ๆ พูดจาดี ดูเป็นมิตรมาก ๆ ที่สำคัญคือขับรถไปส่งที่หมายอย่างปลอดภัยและตรงเวลาเสมอ ตอนนี้ยังจ้างคนขับรถมาแล้ว 1 เดือนและคิดว่าคงจะจ้างต่อไปเรื่อย ๆ เพราะประทับใจในการให้บริการมากค่ะ
Saijai
พลอยไพลิน นิยมเดช
5 ปีที่แล้ว
สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น แต่เรายังไม่สามารถไปรับลูกค้าที่โรงแรมมาประชุมที่ออฟฟิศได้ เลยเลือกใช้บริการคนขับรถในเว็บใส่ใจไปรับแทน เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาได้รับคำชม คนขับรถไปรอที่โรงแรมก่อนเวลาลูกค้าลงมาจากห้องก็เข้าไปแนะนำตัวถามชื่อแล้ว ตรงมาออฟฟิศ บริการสุภาพเรียบร้อยมาก ผมเลยไว้วางใจให้คนขับรถดูแล ที่สำคัญ คนขับรถใส่ใจเรื่องสุขอนามัย ใส่หน้ากากตลอดการบริการ
Saijai
สัมพันธ์ ลาภอุดมกิจ
5 ปีที่แล้ว
ต้องขอบคุณทางเว็บไซต์ของใส่ใจที่มีข้อมูลและรายละเอียดต่างๆครบมาก รับส่งได้ตรงเวลาเป๊ะๆ ขอบคุณใส่ใจที่มีบริการและมีพนักงานดีๆน่ารักแบบนี้มากนะคะ
Saijai
สุทธิดา อุดมพานิชย์
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา คนขับรถ

มีคนขับรถส่วนตัวดีกว่าใช้บริการรถสาธารณะอย่างไร
ในปัจจุบันแทบทุกบ้านมีรถยนต์ส่วนตัวซึ่งช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายกว่าการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ แท็กซี่ หรือรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่ต้องรอมาจอดรับ/ส่งตามเวลาหรือต้องเดินไปหาและเสียเวลาในการรอคอย โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนที่เรามีเวลาจำกัด การมีรถยนต์ส่วนตัวนั้นสะดวกกว่ามาก แต่ในบางครั้งเราอาจจะไม่สะดวกที่จะต้องขับรถเอง ดังนั้นการมีคนขับรถส่วนตัวมาช่วยทำหน้าที่ขับรถให้เราจึงมีข้อดีดังต่อไปนี้

• ในกรณีที่คุณเป็นคนสูงอายุ มีปัญหาทางสายตา หรือมีโรคประจำตัว สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ประสิทธิภาพในการขับรถของคุณลดลงและเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อตัวคุณเองและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ การมีคนขับรถส่วนตัวย่อมมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อพาไปพบแพทย์ตามวันนัดต่าง ๆ หรือไปทำธุระอื่น ๆในขณะที่ลูกหลานไม่ว่างหรือต้องทำงาน
• การมีคนขับรถส่วนตัวช่วยลดปัญหาเรื่องที่จอดรถ เพราะคนขับรถจะทำหน้าที่ไปรับไปส่ง ณ จุดนัด โดยไม่ต้องวนหาที่จอดรถให้เสียเวลา
• หากคุณต้องเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อย ๆ การขับรถทางไกลย่อมเสี่ยงต่ออันตรายหลาย ๆ อย่าง เช่น อุบัติเหตุต่าง ๆ บนท้องถนน หรือหลับในเพราะความเหนื่อยล้าจากการขับรถ หากมีคนขับรถส่วนตัวที่ตื่นตัวและรับผิดชอบในหน้าที่ย่อมมีความปลอดภัยมากกว่า
• ครอบครัวที่มีเด็กเล็กต้องดูแลและไม่มีพี่เลี้ยงเด็ก เมื่อคุณพ่อหรือคุณแม่ต้องขับรถเพียงคนเดียวและต้องคอยดูแลเด็กเล็กในรถไปด้วย ย่อมเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุ การมีคนขับรถย่อมเป็นผลดี
• คนขับรถส่วนใหญ่มักมีความรู้ในเรื่องของเส้นทางเป็นอย่างดี ทำให้นายจ้างประหยัดเวลาในการเดินทางและมีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
• คนขับรถมักมีความรู้เกี่ยวกับการซ่อมบำรุงรถเบื้องต้น เปลี่ยนยาง เช็คน้ำมันเครื่อง หากรถยนต์มีปัญหาก็จะช่วยแก้ไขในเบื้องต้นได้


คนขับรถควรมีทักษะอะไรบ้าง
1. ขับขี่ปลอดภัย เป็นทักษะแรกที่ต้องมี ผ่านการฝึกอบรมให้เป็นพนักงานขับรถที่ดี ไม่ใช่แค่ต้องไปรับไปส่งเจ้านาย หรือรับส่งพนักงานในองค์กรในแต่ละวันเท่านั้น แต่มีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสารบนรถให้ไปถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย
2. มารยาทดี พนักงานขับรถเกือบจะเป็นคนแรกๆ ที่เจ้านายหรือพนักงานคนอื่นๆ ในองค์กรได้เจอในแต่ละวัน พนักงานขับรถที่ดีควรมีจิตใจรักในงานบริการ บางครั้งต้องไปรับบุคคลสำคัญ ลูกค้าคนสำคัญ สิ่งที่คนขับรถแสดงออกจะส่งผลไปถึงองค์กรได้ด้วย
3. เตรียมยานพาหนะให้พร้อมใช้งาน รู้เทคนิคการตรวจสอบและเช็คความปลอดภัย รวมถึงความสะอาด และตัวพนักงานขับรถที่ดีสามารถเตรียมความพร้อมก่อนขับขี่รถ ตัวพนักงานเองก็ต้องมีสุขภาพแข็งแรง มีสติสัมปชัญญะและสมาธิครบถ้วนพร้อมให้บริการ
4. ทัศนคติดี ทัศนคติที่ดีของพนักงานขับรถในขณะปฏิบัติหน้าที่คือ ขับรถตามกฎจราจร มีมารยาทที่ดีต่อผู้ร่วมทาง หากพบผู้ร่วมทางที่มีพฤติกรรมที่ทำให้ไม่พอใจ ก็สามารถควบคุมได้ เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนของทุกฝ่าย และยังมีทัศนคติในการขับขี่ที่ได้มาตรฐานสากล
5. Defensive Driving หรือ ปลอดภัยไว้ก่อน การฝึกใช้กลยุทธ์การขับขี่ที่ลดความเสี่ยงและช่วยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ เช่นเดียวกับการคาดการณ์อันตรายบนท้องถนน (มักใช้ในเชิงเหตุผล) ด้วยการขับขี่เชิงป้องกัน เพราะการขับขี่เชิงป้องกันหรือ ไม่เพียงแต่ให้พนักงานขับขี่ปลอดภัย แต่เป็นทักษะที่ให้ความปลอดภัยขั้นกว่ากับผู้ใช้บริการ พนักงานขับรถที่ดีจะไม่เพียงแค่รู้กฎจราจรขั้นพื้นฐาน แต่ยังมีการฝึกสมาธิระหว่างขับ มีความเข้าใจในการขับขี่ สาเหตุและปัจจัยการเกิดอุบัติเหตุ สามารถประเมินสถานการณ์การขับขี่ได้อย่างละเอียด เรียกได้ว่าเป็นความปลอดภัยขั้นสูงที่พนักงานขับรถที่ผ่านการอบรมอย่างเข้มข้นเพื่องานคุณภาพ
จ้างคนขับรถค่าใช้จ่ายสูงจริงหรือไม่
การเดินทางด้วยรถยนต์ ถือเป็นการเดินทางที่สะดวกสบายและมีความเป็นส่วนตัว ต่างกับการใช้บริการรถสาธารณะที่มีเวลาเดินทางไม่แน่นอนและอาจต้องต่อรถหลายครั้งกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง ยิ่งถ้าในวันหนึ่งๆนั้น เราต้องเดินทางไปหลาย ๆ สถานที่ ยิ่งมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นและความสะดวกสบายลดลง

อย่างไรก็ตามสำหรับนักธุรกิจหรือคนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ การมีคนขับรถส่วนตัวช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นอีกมาก จึงเกิดคำถามว่าการจ้างคนขับรถส่วนตัวค่าใช้จ่ายสูงจริงหรือไม่ หากเราใช้บริการจากบริษัทจัดหาคนขับรถ ที่มีบริการคนขับรถประจำสำนักงานที่มีประสบการณ์ขับรถ (แน่นอน เพราะคนขับรถส่วนตัวต้องใช้ความรับผิดชอบ ทักษะ และประสบการณ์สูง อย่างน้อยต้องมีประสบการณ์ในการขับรถหลายปีขึ้นไป) ชำนาญเส้นทางในที่เราทำงานอยู่หรือสามารถพาเราไปในจังหวัดหรือพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยได้

และหากใครที่ต้องการพนักงานขับรถให้เจ้านายชาวต่างชาติ หรือบริการลูกค้าชาวต่างชาติ เช่น จีน ญี่ปุ่น ฝรั่ง การได้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก และภาษาของเจ้านายหรือลูกค้าบ้างนิด ๆ หน่อยๆ เป็นรอง จะอำนวยความสะดวกมากขึ้นเพราะเจ้านายหรือลูกค้าที่ใช้บริการเหล่านี้ไม่ชำนาญเส้นทางในที่ที่เราทำงานอยู่ หากเรามีพนักงานขับรถที่ไว้ใจได้ ได้มาตรฐานสากลและด้วยในอัตราค่าบริการแบบเหมา "รายเดือน" เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่ได้กลับมาย่อมคุ้มค่ามาก ๆ เพราะลูกค้าที่ใช้บริการได้พักผ่อนระหว่างเดินทาง หรือเตรียมงาน เตรียมตัวบนรถระหว่างเดินทางไปทำธุระ สามารถเดินทางไปได้ทันเวลาไม่ว่าจะไปสนามบิน หรือที่ทำงาน หรือสถานที่ไกลๆ สุดท้ายถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายจ้างพนักงานขับรถไปบ้าง แต่ก็คุ้มค่าที่สุด กับสิ่งที่ได้รับกลับมา “เราได้ซื้อเวลา สุขภาพ ความปลอดภัยในการเดินทางและความสำเร็จทางธุรกิจ”
ข้อตกลงที่ผู้ว่าจ้างควรตกลงกับคนขับรถมีอะไรบ้าง
เมื่อคุณตัดสินใจว่าจ้างหรือใช้บริการคนขับรถส่วนตัว ข้อตกลงสำคัญต่าง ๆ ที่คุณควรทำความเข้าใจร่วมกับคนขับรถก่อนเริ่มงานนั้นมีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ

1. ทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยในสัญญาควรระบุว่าเป็นลักษณะการว่าจ้างแบบระยะยาวหรือระยะสั้น มีระยะเวลาตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน ที่สำคัญควรระบุอัตราค่าจ้างไว้อย่างชัดเจน
2. ผู้ว่าจ้างควรตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ เช่นเอกสารยืนยันผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาตขับขี่ยานพาหนะของคนขับรถที่ถูกจ้างมา เพื่อเป็นการยืนยันว่าคนขับรถคนนั้นได้รับอนุญาตให้ขับขี่ยานพาหนะอย่างถูกกฎหมายและมีความเป็นมืออาชีพสูงเนื่องจากผ่านการฝึกอบรมมาแล้ว
3. ผู้ว่าจ้างควรตรวจสอบประวัติของคนขับรถอีกครั้งให้ละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าคนขับรถที่จ้างมานั้นไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมหรือเคยกระทำผิดร้ายแรงมาก่อน
4. แจกแจงเรื่องสวัสดิการต่าง ๆ ให้คนขับรถทราบ เช่น ประกันสังคม หรือสวัสดิการอื่น ๆ ที่ควรได้รับตามกฎหมายแรงงาน
5. ข้อตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากค่าจ้างของคนขับรถ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าตรวจเช็คสภาพรถ บางครั้งนายจ้างอาจกำหนดค่าใช้จ่ายในการตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ให้คนขับรถรับรู้และประเมินค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ในยามที่ต้องนำรถยนต์ไปเช็คสภาพ
6. ข้อตกลงเกี่ยวกับเงื่อนไขอื่น ๆ ในการปฏิบัติงาน คนขับรถควรและไม่ควรทำอะไรบ้างในระหว่างการปฏิบัติงาน เช่น ไม่ควรดื่มสิ่งของมึนเมา ไม่ควรนำรถไปใช้ในการส่วนตัว ฯลฯ

ทั้งหมดนี้คือข้อตกลงหลัก ๆ ที่คุณและคนขับรถควรทำความเข้าใจร่วมกันก่อนเริ่มปฏิบัติงาน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับบางพลัด

บางพลัด แต่เดิมมีฐานะเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี หลังจากการรวมกันของจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีทำให้ตำบลบางพลัดยกฐานะเป็นแขวงบางพลัด ส่วนอำเภอบางกอกน้อยยกฐานะเป็นเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร จนกระทั่งปี พ.ศ. 2532 บางพลัดได้แยกตัวออกมาเป็น เขตบางพลัด โดยมีแขวงการปกครองย่อยทั้งหมด 4 แขวงได้แก่ บางพลัด บางอ้อ บางบำหรุและบางยี่ขัน ถัดมาในปี พ.ศ. 2534 มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่แขวงและเขตใหม่ ระหว่างเขตบางพลัดและบางกอกน้อย โดยให้พื้นที่บางส่วนของแขวงบางบำหรุและแขวงบางยี่ขันเริ่มจากสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฝั่งซ้ายทั้งหมดให้ไปขึ้นกับเขตบางกอกน้อย มีพื้นที่ทั้งหมด 11.36 ตารางกิโลเมตร โดยทิศเหนือติดกับอำเภอบางกรวยจังหวัดนนทบุรี ทิศตะวันออกติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศใต้และทิศตะวันตกติดกับเขตบางกอกน้อย พื้นที่บริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยลำคลองและสวนที่หนาแน่น ส่งผลให้ผู้คนที่เข้ามาในละแวกนี้เกิดการพลัดหลงเข้าออกไม่ถูกอยู่บ่อยครั้ง ชื่อนี้จึงมีความหมายในเชิงไม่เป็นมงคลในความเชื่อของคนท้องถิ่น ในปี พ.ศ. 2545 มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น บางภัทร์ แต่สุดท้ายไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

จากเดิมที่บางพลัดเป็นพื้นที่รอบนอก แต่ในปัจจุบันมีความเจริญเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก เป็นแหล่งการค้าขาย อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ตั้งอยู่มากมายให้เรียนรู้ มีการสร้างวัดจำนวนมากถึง 23 วัด เนื่องจากเป็นเขตที่เต็มไปด้วยพุทธศาสนิกชน เช่น วัดวิมุตยาราม วัดใหม่เทพนิมิต วัดบางพลัด เป็นต้น



ถนน 5 สาย ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยสุดในกรุงเทพ

อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ทุกเวลา มาจากความประมาท เมาแล้วขับหรือความไม่ชำนาญของผู้ขับขี่ ถึงแม้เราจะระมัดระวังในการขับขี่รถของตัวเอง แต่ถ้าหากผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นไม่ระมัดระวัง ย่อมเกิดอุบัติเหตุและอาจส่งผลถึงตัวเราด้วย อาจจะพูดได้เลยว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขับรถคือ สติ อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ด้วยสภาพการจราจรที่หนาแน่นในกรุงเทพ บวกกับผังเมืองที่ซับซ้อน และเส้นทางที่ออกแบบมาหลายแยก หลายซอย อาจสร้างความสับสนให้กับผู้ขับขี่และก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย หากผู้ขับขี่ไม่ชำนาญทาง ไม่รู้เส้นทางต่างๆ หรือด้วยความมักง่ายและประมาทของผู้ใช้รถใช้ถนนบางคน ล้วนเป็นปัจจัยที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ทั้งสิ้น มาดู 5 เส้นทางจราจรในกรุงเทพฯ ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

1. ถนนเพชรบุรี บริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี จุดที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ บนถนนเส้นนี้คือ ช่วงแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีมักกะสัน เนื่องจากรถที่มุ่งหน้าออกจาก ถนนกำแพงเพชร 7 จะเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนอโศกมนตรี และรถจากถนนอโศก-ดินแดง ทางตรง จะแย่งช่องจราจรทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการเฉี่ยวชนบ่อยครั้ง และบริเวณดังกล่าวยังมีคนขับบางคันที่ใช้วิธีการขับรถย้อนศรและขับตัดหน้าคนอื่น ทำให้บริเวณแยกอโศก-เพชรบุรีเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด

2. ทางด่วนขั้น 2 บริเวณต่างระดับพญาไท อุบัติเหตุในบริเวณนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการเปลี่ยนเลนกะทันหันของรถที่อยู่เลนซ้ายสุด ตัดหน้ารถที่กำลังมุ่งลงทางต่างระดับยมราช ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งรถที่ลงจากทางต่างระดับพญาไทเลนขวาสุดที่จะมุ่งหน้าไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจะต้องแย่งกันเบียดเลนกับรถทางตรงบนถนนพหลโยธิน ก่อให้เกิดอุบัติเหตุเช่นกัน ซึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเกิดจากการเบียดแย่งเลนเพื่อเข้าช่องจราจร

3. ถนนสุขุมวิท ซอยสุขุมวิท 24อุบัติเหตุส่วนใหญ่จะเกิดจากการตัดหน้าแบบกระชั้นชิดของรถจักรยานยนต์ ในขณะที่จอดรอไฟจราจร ทำให้เมื่อรถเคลื่อนตัวออกจึงเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งรถที่ขับออกจากซอยย่อยเพื่อเข้าซอยสุขุมวิท 24 มักจะแย่งช่องจราจรกับรถทางตรง จนเกิดอุบัติเหตุ

4. ถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 101 อุบัติเหตุบริเวณนี้ ส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่รถวิ่งสวนมาจากถนนโพธิ์แก้วมุ่งหน้าเข้าสู่วัดบึงทองหลาง และไม่สังเกตรถทางตรงจึงเกิดการชนในระยะกระชั้นชิด อีกทั้งยังมีการแย่งช่องจราจรกับรถทางตรงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

ที่มา : ถนนในกรุงเทพที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ



การใช้บริการรถสาธารณะให้ปลอดภัย

ปัจจุบันรถโดยสารสาธารณะมีให้บริการด้วยกันหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ รถตู้ รถสองแถว แท็กซี่และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งการใช้บริการเหล่านี้มักมีความเสี่ยงเกิดขึ้นตามมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ การปล้นจี้ การโกงค่าโดยสารเป็นต้น เอกสารรายงานจาก Global Report on Road Safety ได้ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่อันตรายที่สุดในการขับขี่รถจักรยานยนต์ และมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่สูงมาก พบว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้บริการโดยสารสาธารณะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับผู้ใช้บริการที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากต้องการความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด จนทำให้บางครั้งละเลยความปลอดภัย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ การใช้บริการรถสาธารณะให้ปลอดภัยสามารถทำได้ทั้งนี้

1. ก่อนขึ้นรถหรือซื้อบัตรโดยสาร ควรจดจำชื่อผู้ประกอบการคนขับรถหรือบริษัททุกครั้งเพื่อเป็นประโยชน์ในการร้องเรียนเมื่อมีปัญหาและควรเก็บบัตรโดยสารไว้ทุกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานเอาผิดตามกฎหมาย เช็กป้ายทะเบียนขนส่งลักษณะของรถให้ดีด้วย อีกทั้งตรวจสอบให้ดีว่าเลขที่ระบุข้างรถ ตรงกับป้ายทะเบียนหรือไม่

2. ในกรณีนั่งรถตู้หรือแท็กซี่ควรนั่งหลังคนขับ เพื่อไม่ให้คนขับเอี้ยวตัวหันหลังมามองได้ง่าย และไม่ควรคุยเรื่องส่วนตัวกับคนขับรถ หากคนขับถามว่าจะไปเส้นทางไหนควรตอบว่าไปทางที่รถไม่ติด ไม่เข้าซอยเปลี่ยว ควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมของคนขับรถ หากคนขับเลื่อนกระจกเพื่อมองหน้าอกหรือหน้าขาให้ระวังทันที ที่สำคัญหากรู้ว่าต้องเดินทางคนเดียวโดยใช้รถสาธารณะควรแต่งกายให้มิดชิดเพื่อความปลอดภัย

3. หาจุดจอดปลายทางให้ดี ตรวจสอบว่าลงที่ไหน สะดวกและปลอดภัยที่สุด ทำความเข้าใจกับสถานีจุดจอดของรถแต่ละประเภท ซึ่งจะต้องขึ้นและลง ณ จุดจอดเท่านั้นคือต้นทางและปลายทาง เพราะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและปัญหารถติดหากต้องจอดกลางถนนอีกทั้งการจอดในที่เปลี่ยวอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้โดยสารได้เช่นกัน

4. ในการใช้บริการรถสาธารณะทุกประเภทหากพบพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัยเช่น ความเร็วเกิน เมาสุรา หรือคุกคามผู้โดยสาร ควรโทรแจ้ง 1584 คุ้มครองผู้โดยสารสาธารณะหรือ 1508 ร้องทุกข์เกี่ยวกับผู้โดยสารของ บขส. และรถร่วมบริการหรือแจ้งหน่วยงานของผู้ให้บริการรถนั้นๆ

5.ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถโดยสารโดยการทำตามคำแนะนำของบริการแต่ละประเภท เช่นหากนั่งแท็กซี่ ควรคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย เมื่อใช้บริการรถเมล์ หากไม่มีที่นั่งและต้องยืน ควรหาที่จับและยืนในท่าทางที่ถนัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวเราเอง