คนขับรถ ใน บางพลัด, กรุงเทพมหานคร

คนขับรถ ใน บางพลัด, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ขวัญชัย จงชนะ
ขวัญชัย จงชนะ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 46 ปี

รักการทำงาน ใจเย็น เน้นความปลอดภัย

แสดงเพิ่มเติม
ทศพร เจริญบุญณะ
ทศพร เจริญบุญณะ
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี
Saijai อายุ 38 ปี

ผมขับรถตามทีลูกค้าต้องการ

แสดงเพิ่มเติม
อภิเดช เบญจพงศาพันธุ์
อภิเดช เบญจพงศาพันธุ์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 56 ปี

ตรงเวลา ซื่อสัตย์ เป็นคนตรงๆและมีความรับผิดชอบทำงานจริงจัง

แสดงเพิ่มเติม

นิสัยใจเย็น..สามารถรอลค.ได้..ไม่เลือกงานค่ะ..พูดจาสุภาพกับลคเสมอค่ะ ถ่าใช้รถ+คนขับคิดตามระยะทาง/ใช้คนขับอย่างเดียวชม.ละ250ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม

มากมาย ดี มีประสบการณ๋ ค่าบริการตามตกลง

แสดงเพิ่มเติม
จักรพล หวานคำ
จักรพล หวานคำ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 32 ปี

รักในการบริการครับผม ค่าจ้างตามตกลง

แสดงเพิ่มเติม
ศิริกานต์ จาวะลา
ศิริกานต์ จาวะลา
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 29 ปี
ธัญนิสิษฐ์ บุตรภักดีธรรม
ธัญนิสิษฐ์ บุตรภักดีธรรม
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 48 ปี

ใจเย้น ขับรถตามกฏ หรือ ตาม คำสั่ง 9ชม. คิด 1500 บาท

แสดงเพิ่มเติม
อรรถพล  เชื่อมเป็น
อรรถพล เชื่อมเป็น
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

ประสบการณ์ ขับรถได้ทุกอย่าง (ยกเว้นสิบล้อ+พ่วง)ขับรถนายมา 5 ปี เป็นรถ Benz Alphard Porsche ให้บริการขับรถตู้เที่ยวทั่วไทยครับ

แสดงเพิ่มเติม
ชัยวัฒน์ จิตพุทธิ
ชัยวัฒน์ จิตพุทธิ
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 40 ปี

มนุษย์สัมพันธ์ดี ค่าจ้างแร้วแต่ผู้จ้างงานจะเสนอให้คับ

แสดงเพิ่มเติม
ปภัสร์ญาณ์ ตรองพาณิชย์
ปภัสร์ญาณ์ ตรองพาณิชย์
Saijai อายุ 32 ปี
วันชัย มธุรพจน์โสภณ
วันชัย มธุรพจน์โสภณ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 62 ปี

ไม่สูบบุหรี่, ไม่ดื่มเหล้า, สุขุมใจเย็น

แสดงเพิ่มเติม
ฐิติพันธ์ จิตร์ถาวรมณี
ฐิติพันธ์ จิตร์ถาวรมณี
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 53 ปี

ประสบการณ์ขับรถนายและส่วนกลาง ไม่่ดื่มเหล้า ไม่สูบ ไม่สัก

แสดงเพิ่มเติม
ชาญณรงค์ ตัดสุนทร
ชาญณรงค์ ตัดสุนทร
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี
Saijai อายุ 45 ปี

ค่าจ้างรายวัน ตั้งแต่08.00-17.00 หลัง17.00เป็นโอทีจะให้ผมพาไปต่างจังหวัดหรือกลับดึกไปใด้หมดทุกสถานะกสรคับเคยขับรถโรงเรียนนานาชาติฟรั่งเศษ ขับรถส่วนกลาวที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นิสัยชอบคุยใด้ทุกเรื่องเก็บความลับของเจ้านายอยู่เป็นคนเขาใด้กับทุกคนคุยเล่นสนกสนานเป็นกันเอง

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

ใช้บริการคนขับรถชั่วคราวของทางใส่ใจอยู่บ่อยครั้ง เพราะเบื่อกับการโดนปฏิเสธอยู่บ่อยครั้งเวลาเรียกรถแท็กซี่ ขั้นตอนการจองนั้นง่ายมาก ๆ สะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งคนขับรถยังมาตรงเวลาอีกด้วย พึงพอใจกับการให้บริการของใส่ใจมาก ๆ ค่ะ
Saijai
แพรวา ทุ่งสะกาว
5 ปีที่แล้ว
หาคนขับไว้ขับรถรับส่งพนักงาน จนมาเจอกับคนขับรถผ่านเว็บใส่ใจ ค่าจ้างไม่แพง ใช้บริการมาได้ 3 สัปดาห์แล้วค่ะ คนขับรถมีมารยาทดีมาก ขับรถปลอดภัย ตรงเวลา ประทับใจมากค่ะ
Saijai
กาญจนาถ บัวใส
5 ปีที่แล้ว
คนขับรถทำงานดี บริการดี เดินทางไปไหนก็สะดวก ไม่ต้องเสียเวลาหลงทางและรอรถติดอีกต่อไป เพราะคนขับรถรู้เส้นทางลัด สะดวกรวดเร็วในการเดินทางมาก ๆ
Saijai
เอมอร สวัสดิรักษา
5 ปีที่แล้ว
สัปดาห์ก่อนต้องไปถ่ายงานที่อยุธยา แต่ในกลุ่มไม่มีใครชำนาญเส้นทางเลย บวกกับกลัวจะเสียเวลา เลยจ้างคนขับรถในเว็บใส่ใจดู พี่คนขับแกเคยไปอยุธยาบ่อย ถือว่าเข้าทางเลย ถ่ายงานเสร็จมีเวลาเหลือเฟือเลยตกลงกันว่าจะเที่ยวแถว ๆ นั้นก่อน พี่เขาแนะนำที่เที่ยวให้แล้วพาไปได้หมดเลย ประทับใจมาก ๆ ค่ะ วันนั้นทั้งวันได้ทั้งถ่ายงานได้ทั้งเที่ยวเลย แนะนำสำหรับคนที่กำลังมองหาบริการคนขับรถมาก ๆ รอบหน้าจะใช้บริการของใส่ใจอีกแน่นอนค่ะ
Saijai
สุพิชญา แก้วนุช
5 ปีที่แล้ว
สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น แต่เรายังไม่สามารถไปรับลูกค้าที่โรงแรมมาประชุมที่ออฟฟิศได้ เลยเลือกใช้บริการคนขับรถในเว็บใส่ใจไปรับแทน เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาได้รับคำชม คนขับรถไปรอที่โรงแรมก่อนเวลาลูกค้าลงมาจากห้องก็เข้าไปแนะนำตัวถามชื่อแล้ว ตรงมาออฟฟิศ บริการสุภาพเรียบร้อยมาก ผมเลยไว้วางใจให้คนขับรถดูแล ที่สำคัญ คนขับรถใส่ใจเรื่องสุขอนามัย ใส่หน้ากากตลอดการบริการ
Saijai
สัมพันธ์ ลาภอุดมกิจ
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา คนขับรถ

ข้อดีของการมีคนขับรถส่วนตัว
ข้อดีของการมีคนขับรถส่วนตัว

1. เราสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ให้เสร็จได้ในขณะเดินทาง การขับรถต้องใช้เวลามาก เมื่อเรามีคนขับรถคุณส่วนตัว เราสามารถทำงานให้เสร็จได้ในขณะที่เราอยู่ในรถ ไม่ว่าจะเป็นการส่งอีเมล โทรศัพท์หรืออ่านหนังสือ เราสามารถติดตามงานได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องกังวล กับการจดจ่ออยู่กับท้องถนน
2. ลดความเครียดความหงุดหงิดและอันตรายให้น้อยที่สุด เป็นที่ยอมรับว่าการขับรถอาจทำให้เกิดความเครียดได้ ความเครียดทำให้หงุดหงิดและความโกรธบนท้องถนนจะเพิ่มโอกาสที่จะเกิดอันตราย การมีคนขับรถส่วนตัวที่อยู่หลังพวงมาลัยเราสามารถนั่งและผ่อนคลาย หากเราเหนื่อยจากงาน เรายังสามารถนอนหลับได้ตลอดเส้นทาง
3. บอกลาปัญหาที่จอดรถ ที่จอดรถอาจเป็นฝันร้ายโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ บางครั้งเราต้องจอดรถไกลจนต้องใช้เวลากว่า 20 นาที ในการเดินไปยังจุดหมาย เมื่อเรามีคนขับรถส่วนตัวเราสามารถลงรถและนัดไปรับได้ในที่ที่เราต้องการ โดยไม่ต้องวุ่นวายกับการจอดรถโดยสิ้นเชิง
4. ความตรงต่อเวลา เป็นส่วนหนึ่งของงานของคนขับรถในการวางแผนเส้นทางที่เร็วและมีประสิทธิภาพที่สุดเพื่อให้เราไปถึงที่ที่คุณต้องตรงเวลา โดยจะคำนึงถึงช่วงเวลาของวันสภาพอากาศและปัญหาทางถนนที่อาจเกิดขึ้นเพื่อให้เราทำได้อย่างง่ายดาย เมื่อพนักงานขับรถมืออาชีพดูแลรายละเอียดเหล่านี้ให้เรา เราจะไม่สายสำหรับเที่ยวบิน ตรงเวลาต่อการนัดหมาย
5. การทำงานอย่างมืออาชีพ คนขับรถส่วนตัว มีความภาคภูมิใจในรูปลักษณ์ของตนเองและแต่งกายอย่างสุภาพอยู่เสมอ คนขับรถส่วนตัว ที่ได้รับการอบรมหลายคนสามารถ ขับรถไปรับ ส่งลูกค้า หรือผู้ร่วมงานทางธุรกิจ แทนเรา เป็นการสร้างความประทับใจเบื้องต้นได้
6. อีกหน้าที่ คนขับรถส่วนตัวเหล่านี้ยังดูแลยานพาหนะของเราอย่างดีเยี่ยมและบำรุงรักษาตลอดเวลา ทำให้เราสบายใจในการใช้ยานพาหนะไม่กังวลว่าเสียกลางทาง หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นถ้าเราดูแลยานพาหนะไม่ดีพอ
ทักษะสำคัญของอาชีพคนขับรถมีอะไรบ้าง
อยากหาคนขับรถดี ๆ สักคน ควรมีคุณสมบัติและทักษะอย่างไร ลองมาดูกันค่ะ

• คนขับรถควรมีใบขับขี่รถยนต์ และขับรถได้อย่างสุภาพ นุ่มนวล ถูกกฎจราจร คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งเมื่อทำการขับขี่ เพราะคนขับรถต้องดูแลรับผิดชอบชีวิตของอีกหลายๆชีวิตภายในรถ รวมทั้งทรัพย์สินต่าง ๆของผู้โดยสารอีกด้วย อย่างเช่นตัวอย่างตามข่าวที่เราเห็นกันบ่อย ๆ อุบัติเหตุส่วนมากเกิดจากคนขับรถที่ประมาท
• มีความรอบรู้เรื่องเส้นทางต่าง ๆ เป็นอย่างดี
• เป็นคนตรงต่อเวลา กระตือรือร้น และพร้อมที่จะทำงานอยู่เสมอ
• มีบุคลิกที่ดี มนุษยสัมพันธ์ดี พูดจาไพเราะ มีความสุภาพ และมีมารยาทที่ดี สิ่งเหล่านี้ส่งผลกับผู้ที่นั่งโดยสารอยู่ในรถด้วย ในบางครั้งที่รถติดหากมีคนขับรถที่พูดคุยดีมีมารยาทก็ช่วยลดความเครียดได้ดีเลยทีเดียว
• คนขับรถควรมีทัศนคติดี เช่น ขับอย่างสุภาพ ไม่ขับฝ่าไฟเหลืองหรือไฟแดง ขับด้วยความเร็วและไม่มีมารยาทบนท้องถนน พฤติกรรมเหล่านี้เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
• เป็นคนขับรถที่มีน้ำใจบนท้องถนน ในช่วงเวลาเร่งด่วน ทุกคนต่างต้องการไปให้ถึงจุดหมายตามกำหนดเวลา การขับรถไม่เพียงแต่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ควรมีน้ำใจซึ่งกันและกันด้วย เช่น การจอดรถให้คนข้ามถนน การขับรถช้า ๆเพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นใส่คนที่เดินอยู่ริมถนน หรือการชะลอความเร็วเพื่อให้รถคันอื่นไปก่อน
• คนขับรถควรมีสุขภาพที่แข็งแรง มีสติสัมปชัญญะและสมาธิครบถ้วนพร้อมให้บริการในการขับรถ
• คนขับรถที่ดีต้องรู้เทคนิคการตรวจสอบความปลอดภัยของรถแต่ละรุ่น รู้จักการซ่อมบำรุงรถยนต์ขั้นพื้นฐานได้ เปลี่ยนยาง เช็คน้ำมันเครื่อง มีชำนาญในการล้างรถยนต์ และดูแลรถยนต์ให้สะอาดและอยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ
• รู้จักรักษาความลับของเจ้านายเป็นอย่างดี และเป็นคนที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดี

จ้างคนขับรถค่าใช้จ่ายสูงจริงหรือไม่
การเดินทางด้วยรถยนต์ ถือเป็นการเดินทางที่สะดวกสบายและมีความเป็นส่วนตัว ต่างกับการใช้บริการรถสาธารณะที่มีเวลาเดินทางไม่แน่นอนและอาจต้องต่อรถหลายครั้งกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง ยิ่งถ้าในวันหนึ่งๆนั้น เราต้องเดินทางไปหลาย ๆ สถานที่ ยิ่งมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นและความสะดวกสบายลดลง

อย่างไรก็ตามสำหรับนักธุรกิจหรือคนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ การมีคนขับรถส่วนตัวช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นอีกมาก จึงเกิดคำถามว่าการจ้างคนขับรถส่วนตัวค่าใช้จ่ายสูงจริงหรือไม่ หากเราใช้บริการจากบริษัทจัดหาคนขับรถ ที่มีบริการคนขับรถประจำสำนักงานที่มีประสบการณ์ขับรถ (แน่นอน เพราะคนขับรถส่วนตัวต้องใช้ความรับผิดชอบ ทักษะ และประสบการณ์สูง อย่างน้อยต้องมีประสบการณ์ในการขับรถหลายปีขึ้นไป) ชำนาญเส้นทางในที่เราทำงานอยู่หรือสามารถพาเราไปในจังหวัดหรือพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยได้

และหากใครที่ต้องการพนักงานขับรถให้เจ้านายชาวต่างชาติ หรือบริการลูกค้าชาวต่างชาติ เช่น จีน ญี่ปุ่น ฝรั่ง การได้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก และภาษาของเจ้านายหรือลูกค้าบ้างนิด ๆ หน่อยๆ เป็นรอง จะอำนวยความสะดวกมากขึ้นเพราะเจ้านายหรือลูกค้าที่ใช้บริการเหล่านี้ไม่ชำนาญเส้นทางในที่ที่เราทำงานอยู่ หากเรามีพนักงานขับรถที่ไว้ใจได้ ได้มาตรฐานสากลและด้วยในอัตราค่าบริการแบบเหมา "รายเดือน" เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่ได้กลับมาย่อมคุ้มค่ามาก ๆ เพราะลูกค้าที่ใช้บริการได้พักผ่อนระหว่างเดินทาง หรือเตรียมงาน เตรียมตัวบนรถระหว่างเดินทางไปทำธุระ สามารถเดินทางไปได้ทันเวลาไม่ว่าจะไปสนามบิน หรือที่ทำงาน หรือสถานที่ไกลๆ สุดท้ายถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายจ้างพนักงานขับรถไปบ้าง แต่ก็คุ้มค่าที่สุด กับสิ่งที่ได้รับกลับมา “เราได้ซื้อเวลา สุขภาพ ความปลอดภัยในการเดินทางและความสำเร็จทางธุรกิจ”
ข้อตกลงสำคัญที่ผู้จ้างควรตกลงกับคนขับรถก่อนเริ่มงานมีอะไรบ้าง?
ข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับคนขับรถส่วนตัวควรมีอะไรบ้าง ก่อนตัดสินใจว่าจ้างคนขับรถสักคนลองมาดูกันเลยค่ะ

• มีสัญญาจ้างงานเป็นลายลักษณ์อักษร และแจกแจงสวัสดิการต่าง ๆ ที่จะได้รับนอกเหนือจากเงินเดือน เช่น ประกันสังคม เครื่องแบบ หรือเงินโบนัส
• คนขับรถต้องอนุญาตให้นายจ้างตรวจสอบประวัติการทำงานและประวัติอาชญากรรมได้
• อายุของคนขับรถ นายจ้างมักเลือกอายุตั้งแต่ 25 ปี ขึ้นไป จนถึง 50 ปี ซึ่งเป็นวัยที่มีวุฒิภาวะแล้ว
• คนขับรถต้องมีใบขับขี่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย
• คนขับรถควรมีประสบการณ์ในการขับรถมาก่อน เพราะต้องใช้ความรับผิดชอบ ทักษะ และประสบการณ์ในการทำงานสูง
• คนขับรถมีความชำนาญในด้านเส้นทางสามารถใช้ Google Map หรือ GPS ได้ดี
• มีการตกลงเรื่องวันทำงาน ระยะเวลาที่ทำงาน วันหยุดต่าง ๆ และหากมีการทำงานนอกเวลา หรือเกินจากเวลาปกติจะมีเงินพิเศษให้หรือไม่ ค่าแรงอยู่ที่เท่าไหร่ มีอาหารให้กี่มื้อ
• มีช่วงระยะทดลองงานเป็นระยะเวลากี่วัน และหากผ่านการทดลองงานจะมีการปรับเพิ่มเงินเดือนตามความเหมาะสมหรือไม่
• การลากิจ ลาป่วยต่าง ๆ ต้องแจ้งกับนายจ้างล่วงหน้า
• มีการตรวจสอบสภาพของรถยนต์ของนายจ้างก่อนที่จะให้คนขับรถส่วนตัวเริ่มงาน เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่ายว่ารถยนต์ที่จะนำมาใช้ขับอยู่ในสภาพอย่างไร มีความปลอดภัยหรือไม่
• ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ ค่าน้ำมัน นายจ้างจะรับผิดชอบในส่วนนี้
• ในขณะที่ปฏิบัติงานคนขับรถจะไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มอื่น ๆที่มีผลต่อการขับขี่รถ
• หากเกิดอุบัติเหตุในขณะที่คนขับรถทำงาน ทางนายจ้างจะดูแลและมีสวัสดิการการรักษาอย่างไร

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับบางพลัด

บางพลัด แต่เดิมมีฐานะเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี หลังจากการรวมกันของจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีทำให้ตำบลบางพลัดยกฐานะเป็นแขวงบางพลัด ส่วนอำเภอบางกอกน้อยยกฐานะเป็นเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร จนกระทั่งปี พ.ศ. 2532 บางพลัดได้แยกตัวออกมาเป็น เขตบางพลัด โดยมีแขวงการปกครองย่อยทั้งหมด 4 แขวงได้แก่ บางพลัด บางอ้อ บางบำหรุและบางยี่ขัน ถัดมาในปี พ.ศ. 2534 มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่แขวงและเขตใหม่ ระหว่างเขตบางพลัดและบางกอกน้อย โดยให้พื้นที่บางส่วนของแขวงบางบำหรุและแขวงบางยี่ขันเริ่มจากสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฝั่งซ้ายทั้งหมดให้ไปขึ้นกับเขตบางกอกน้อย มีพื้นที่ทั้งหมด 11.36 ตารางกิโลเมตร โดยทิศเหนือติดกับอำเภอบางกรวยจังหวัดนนทบุรี ทิศตะวันออกติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศใต้และทิศตะวันตกติดกับเขตบางกอกน้อย พื้นที่บริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยลำคลองและสวนที่หนาแน่น ส่งผลให้ผู้คนที่เข้ามาในละแวกนี้เกิดการพลัดหลงเข้าออกไม่ถูกอยู่บ่อยครั้ง ชื่อนี้จึงมีความหมายในเชิงไม่เป็นมงคลในความเชื่อของคนท้องถิ่น ในปี พ.ศ. 2545 มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น บางภัทร์ แต่สุดท้ายไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

จากเดิมที่บางพลัดเป็นพื้นที่รอบนอก แต่ในปัจจุบันมีความเจริญเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก เป็นแหล่งการค้าขาย อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ตั้งอยู่มากมายให้เรียนรู้ มีการสร้างวัดจำนวนมากถึง 23 วัด เนื่องจากเป็นเขตที่เต็มไปด้วยพุทธศาสนิกชน เช่น วัดวิมุตยาราม วัดใหม่เทพนิมิต วัดบางพลัด เป็นต้น



ถนน 5 สาย ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยสุดในกรุงเทพ

อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ทุกเวลา มาจากความประมาท เมาแล้วขับหรือความไม่ชำนาญของผู้ขับขี่ ถึงแม้เราจะระมัดระวังในการขับขี่รถของตัวเอง แต่ถ้าหากผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นไม่ระมัดระวัง ย่อมเกิดอุบัติเหตุและอาจส่งผลถึงตัวเราด้วย อาจจะพูดได้เลยว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขับรถคือ สติ อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ด้วยสภาพการจราจรที่หนาแน่นในกรุงเทพ บวกกับผังเมืองที่ซับซ้อน และเส้นทางที่ออกแบบมาหลายแยก หลายซอย อาจสร้างความสับสนให้กับผู้ขับขี่และก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย หากผู้ขับขี่ไม่ชำนาญทาง ไม่รู้เส้นทางต่างๆ หรือด้วยความมักง่ายและประมาทของผู้ใช้รถใช้ถนนบางคน ล้วนเป็นปัจจัยที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ทั้งสิ้น มาดู 5 เส้นทางจราจรในกรุงเทพฯ ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

1. ถนนเพชรบุรี บริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี จุดที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ บนถนนเส้นนี้คือ ช่วงแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีมักกะสัน เนื่องจากรถที่มุ่งหน้าออกจาก ถนนกำแพงเพชร 7 จะเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนอโศกมนตรี และรถจากถนนอโศก-ดินแดง ทางตรง จะแย่งช่องจราจรทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการเฉี่ยวชนบ่อยครั้ง และบริเวณดังกล่าวยังมีคนขับบางคันที่ใช้วิธีการขับรถย้อนศรและขับตัดหน้าคนอื่น ทำให้บริเวณแยกอโศก-เพชรบุรีเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด

2. ทางด่วนขั้น 2 บริเวณต่างระดับพญาไท อุบัติเหตุในบริเวณนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการเปลี่ยนเลนกะทันหันของรถที่อยู่เลนซ้ายสุด ตัดหน้ารถที่กำลังมุ่งลงทางต่างระดับยมราช ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งรถที่ลงจากทางต่างระดับพญาไทเลนขวาสุดที่จะมุ่งหน้าไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจะต้องแย่งกันเบียดเลนกับรถทางตรงบนถนนพหลโยธิน ก่อให้เกิดอุบัติเหตุเช่นกัน ซึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเกิดจากการเบียดแย่งเลนเพื่อเข้าช่องจราจร

3. ถนนสุขุมวิท ซอยสุขุมวิท 24อุบัติเหตุส่วนใหญ่จะเกิดจากการตัดหน้าแบบกระชั้นชิดของรถจักรยานยนต์ ในขณะที่จอดรอไฟจราจร ทำให้เมื่อรถเคลื่อนตัวออกจึงเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งรถที่ขับออกจากซอยย่อยเพื่อเข้าซอยสุขุมวิท 24 มักจะแย่งช่องจราจรกับรถทางตรง จนเกิดอุบัติเหตุ

4. ถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 101 อุบัติเหตุบริเวณนี้ ส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่รถวิ่งสวนมาจากถนนโพธิ์แก้วมุ่งหน้าเข้าสู่วัดบึงทองหลาง และไม่สังเกตรถทางตรงจึงเกิดการชนในระยะกระชั้นชิด อีกทั้งยังมีการแย่งช่องจราจรกับรถทางตรงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

ที่มา : ถนนในกรุงเทพที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ



การใช้บริการรถสาธารณะให้ปลอดภัย

ปัจจุบันรถโดยสารสาธารณะมีให้บริการด้วยกันหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ รถตู้ รถสองแถว แท็กซี่และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งการใช้บริการเหล่านี้มักมีความเสี่ยงเกิดขึ้นตามมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ การปล้นจี้ การโกงค่าโดยสารเป็นต้น เอกสารรายงานจาก Global Report on Road Safety ได้ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่อันตรายที่สุดในการขับขี่รถจักรยานยนต์ และมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่สูงมาก พบว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้บริการโดยสารสาธารณะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับผู้ใช้บริการที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากต้องการความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด จนทำให้บางครั้งละเลยความปลอดภัย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ การใช้บริการรถสาธารณะให้ปลอดภัยสามารถทำได้ทั้งนี้

1. ก่อนขึ้นรถหรือซื้อบัตรโดยสาร ควรจดจำชื่อผู้ประกอบการคนขับรถหรือบริษัททุกครั้งเพื่อเป็นประโยชน์ในการร้องเรียนเมื่อมีปัญหาและควรเก็บบัตรโดยสารไว้ทุกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานเอาผิดตามกฎหมาย เช็กป้ายทะเบียนขนส่งลักษณะของรถให้ดีด้วย อีกทั้งตรวจสอบให้ดีว่าเลขที่ระบุข้างรถ ตรงกับป้ายทะเบียนหรือไม่

2. ในกรณีนั่งรถตู้หรือแท็กซี่ควรนั่งหลังคนขับ เพื่อไม่ให้คนขับเอี้ยวตัวหันหลังมามองได้ง่าย และไม่ควรคุยเรื่องส่วนตัวกับคนขับรถ หากคนขับถามว่าจะไปเส้นทางไหนควรตอบว่าไปทางที่รถไม่ติด ไม่เข้าซอยเปลี่ยว ควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมของคนขับรถ หากคนขับเลื่อนกระจกเพื่อมองหน้าอกหรือหน้าขาให้ระวังทันที ที่สำคัญหากรู้ว่าต้องเดินทางคนเดียวโดยใช้รถสาธารณะควรแต่งกายให้มิดชิดเพื่อความปลอดภัย

3. หาจุดจอดปลายทางให้ดี ตรวจสอบว่าลงที่ไหน สะดวกและปลอดภัยที่สุด ทำความเข้าใจกับสถานีจุดจอดของรถแต่ละประเภท ซึ่งจะต้องขึ้นและลง ณ จุดจอดเท่านั้นคือต้นทางและปลายทาง เพราะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและปัญหารถติดหากต้องจอดกลางถนนอีกทั้งการจอดในที่เปลี่ยวอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้โดยสารได้เช่นกัน

4. ในการใช้บริการรถสาธารณะทุกประเภทหากพบพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัยเช่น ความเร็วเกิน เมาสุรา หรือคุกคามผู้โดยสาร ควรโทรแจ้ง 1584 คุ้มครองผู้โดยสารสาธารณะหรือ 1508 ร้องทุกข์เกี่ยวกับผู้โดยสารของ บขส. และรถร่วมบริการหรือแจ้งหน่วยงานของผู้ให้บริการรถนั้นๆ

5.ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถโดยสารโดยการทำตามคำแนะนำของบริการแต่ละประเภท เช่นหากนั่งแท็กซี่ ควรคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย เมื่อใช้บริการรถเมล์ หากไม่มีที่นั่งและต้องยืน ควรหาที่จับและยืนในท่าทางที่ถนัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวเราเอง