ช่างซ่อมบำรุง ใน ปทุมธานี

ช่างซ่อมบำรุง ใน ปทุมธานี

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่
ดำรงค์ ทักวงษ์ศรี
ดำรงค์ ทักวงษ์ศรี
Saijai ค่าบริการ ฿500 - 1,500/วัน

ช่างรับเหมาไฟฟ้า ระบบแอร์ บริการล้างแอร์ มีประสบการณ์และความชำนาญครับ

แสดงเพิ่มเติม
นครศักดิ์  พ่วงสมบัติ
นครศักดิ์ พ่วงสมบัติ
Saijai ค่าบริการ ฿700 - 2,500/วัน
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 36 ปี

รักงานบริการ เป็นช่างแอร์บ้าน มา10 ปี

แสดงเพิ่มเติม
สุทธศักดิ์ ทองหนู
สุทธศักดิ์ ทองหนู
Saijai ค่าบริการ ฿700 - 1,000/วัน
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

บริการด้วยใจ ใส่ใจลูกค้า เพราะเรารักงานที่ทำ

ด้วยประสบการณ์มากกว่า20กว่าปี คุยง่ายเป็นกันเอง

ไมทิ้งงาน ไมหนีงาน ไมเลือกงาน ทำด้วยใจเต็ม100%

ปรึกษาฟรีได้24ซม. พร้อมให้บริการ24ซม. ให้บริการทุกวัน

แสดงเพิ่มเติม

รับซ้อมล้างติดตั้งแอร์

รับประกันงาน

บริการด้วยใจใส่ใจทุกงาน

แสดงเพิ่มเติม
เอกนรินทร์ สิทธิแก้ว
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

บริการล้างแอร์ซ้อมแอร์ทุกชนิด

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

จรรยา ถนอมจันทร์
6 เดือนที่แล้ว
อยากปูพื้นกระเบื้องเพราะที่เป็นอยู่ตอนนี้คือสภาพกระเบื้องไม่น่ามองสักนิด มีคนแนะนำให้จ้างช่างจากใส่ใจ บริการดีค่ะ ช่างทำงานไวและงานก็ออกมา ชื่นชม ถ้ามีโอกาสจะกลับมาใช้บริการอีกค่ะ
ภูมินทร์ พฤกษ์
8 เดือนที่แล้ว
รีโนเวทห้องเก็บของแล้วสภาพผนังห้องคือแย่มากก เคยได้ยินว่ามีบริการช่างทาสีจาก SAIJAI ผ่านๆ เลยลองติดต่อดู ผนังบ้านออกมาดูดีมาก ช่างเก่งจริง ๆ เก็บงานละเอียด
เมลาณี ภพพิกุล
10 เดือนที่แล้ว
นี่ใช้บริการช่างล้างแอร์ แต่เครื่องทำน้ำอุ่นเสียพอดีเลยถือโอกาสลองถามช่างที่มาล้างแอร์ดู ตอบได้หมดดีมากกกก
อลิส เจตจินต์
1 ปีที่แล้ว
ใช้บริการผ่านใส่ใจแทบทุกอย่างแล้ว บริการดีเสมอต้นเสมอปลายมากค่ะ
วรรณา อนุรักษ์
1 ปีที่แล้ว
ช่างแอร์ที่ติดต่อจาก SAIJAI บริการดี เชี่ยวชาญถามาตอบไป ถามอะไรตอบได้หมด รอบหน้าจะมาใช้บริการอีกนะคะ

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ช่างซ่อมบำรุง

การซ่อมบำรุงสำคัญอย่างไร
หลายคนอาจจะยังนึกไม่ถึงอันตรายที่อาจเกิดจากใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ขาดการดูแลรักษาและการซ่อมบำรุง เช่น น๊อตบานประตูตู้เสื้อผ้าที่หลวมจากการเปิดปิดบ่อย ๆ หากเราไม่จัดการไขน๊อตให้แน่นตั้งแต่ตอนที่เราทราบแรก ๆ เวลาผ่านไปมันจะยิ่งหลวมกว่าเดิมเพราะมีการเปิดปิดตู้เสื้อผ้าอยู่เป็นประจำ และเพราะเราไม่จัดการมันตั้งแต่เนิ่น ๆ นั้นอาจส่งผลให้บานประตูของตู้เสื้อผ้านั้นหลุด และอาจจะหล่นมาทับตัวเรา หรืออาจจะให้เกิดการเลือดตกยางออกได้
เพราะเหตุนี้ “การซ่อมบำรุง” หรือ บำรุงรักษา จึงมีความจำเป็นต่อทุก ๆ คน เพราะสิ่งนี้จะยืดระยะเวลาการใช้งานเครื่องจักรเครื่องมือของเราได้มากขึ้น และยังเป็นการประหยัดทรัพยากร ประหยัดเงินที่จะต้องเสียไปหากเราปล่อยให้เครื่องจักรเครื่องมือของเราเกิดความเสียหายจนไม่สามารถแก้ไขได้ อีกทั้งยังลดการสร้างขยะได้อีกด้วย
“การซ่อมบำรุง” หรือ บำรุงรักษา คือการจัดการให้เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ในสภาพที่พร้อมที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา รวมถึงการรักษาอุปกรณ์ เครื่องมือ หรือเครื่องจักร ให้อยู่ในสภาพที่ดี และเป็นการทำสิ่งที่ชำรุดให้กลับคืนสู่สภาพที่ดี
เราจึงควรที่จะใส่ใจในการดูแลและรักษาสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในบ้าน หรือที่ทำงานเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย และเพื่อที่สิ่งของเครื่องใช้เหล่านี้จะสามารถใช้งานในสภาพที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอ จะเป็นประโยชน์มากขึ้นถ้าหากเราสามารถบำรุงรักษามันให้อยู่ในสภาพที่ดีจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเครื่องมือเครื่องจักร และยังเป็นการป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากอุบัติที่เกิดจากเครื่องมืออุปกรณ์ที่ชำรุดจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ



คุณสมบัติข้อใดที่ช่างซ่อมบำรุงที่ดีควรมี
งานซ่อมบำรุง คือ การซ่อมแซม บำรุงรักษาสิ่งของ เครื่องจักรเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ดีขึ้น สามารถยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์และสิ่งของนั้น ๆ ให้ยาวนานขึ้น การนำความรู้ความสามารถไปใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่พบ ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันอย่างถูกต้อง ถูกวิธี ประหยัด และปลอดภัย การที่จะประสบความสำเร็จในงานช่าง นอกจากจะต้องมีคุณธรรมในการประกอบอาชีพงานช่างแล้ว ยังต้องยึดหลักความปลอดภัยในการปฏิบัติตน เช่น ในขณะปฏิบัติงานไม่ดื่มของมึนเมา แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่เหมาะสม รักษาความปลอดภัยและความเป็นระเบียบในขณะปฏิบัติงานด้วย
ในการประกอบอาชีพช่างทุกสาขานั้น หัวใจสำคัญของการทำงานคือ ความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่เราอาจจะลืมไปว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือคนที่จะทำงานนั้น ๆ จะต้องมีความรอบรู้ในงานที่ตัวเองทำ ช่างซ่อมบำรุงที่ดีก็เช่นกัน จะต้องมีความรู้ มีความเข้าใจ
ในงานของตนเป็นอย่างดี ต้องมีทักษะและมีไหวพริบในการทำงาน มีทักษะในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ดี มีความรับผิดชอบต่อลูกค้า ยอมรับการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดในการผลิตหรือการบริการด้วยความเต็มใจ มีบุคลิกภาพและมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีอัธยาศัยที่เป็นมิตรไมตรีกับทุกคน สิ่งนี้จะทำให้เพื่อนร่วมงานเต็มใจทำงานด้วย และทำให้การดำเนินการธุรกิจร่วมกันได้เป็นอย่างดี ทำให้การประกอบอาชีพมีโอกาสสำเร็จมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญเลยคือผู้ใช้บริการก็จะประทับใจและจะกลับมาใช้บริการซ้ำในครั้งถัดไป
การนำความรู้ความสามารถไปใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่พบ ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันอย่างถูกต้อง ถูกวิธี ประหยัด และปลอดภัย
ซ่อมเองหรือเรียกช่าง แบบไหนจะดีกว่ากัน
งานติดตั้ง หรืองานซ่อมบำรุงบางอย่างอาจหาข้อมูล และทำความเข้าใจได้ แต่เราต้องการให้งานนั้นถูกต้องและเรียบร้อยที่สุด เราคงต้องใช้คนที่มีทักษะ หรือความชำนาญในการทำงานเฉพาะทาง และอุปกรณ์ที่เราอาจไม่มีด้วย สิ่งนี้จะทำให้งานของเรานั้นดีขึ้นอย่างมากแน่นอน งานซ่อมแซมบางอย่างอาจมีความเสี่ยงก่อให้เกิดอันตราย เช่น
- ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ควรเรียกช่างซ่อมบำรุงผู้ชำนาญการมาทำจะปลอดภัยกว่า เพราะเราทำเองบางครั้งอาจเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิต และสูญเสียทรัพย์สินได้
- บางครั้งปัญหาเล็กๆ อย่างหลอดไฟที่เคยสว่างอยู่ดีๆ เกิดกะพริบๆ มีเสียงดังขณะเปิด หรือกว่าจะสว่างก็ใช้เวลานาน หนักสุดคือ ดับไปเลย อาการเหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเป็นที่บัลลาสต์เสีย แกนหลวม หลอดไฟขาด หรือเสื่อมสภาพ หลอดไฟก็มีหลายแบบทั้งหลอดเกลียว แบบขาสปริง เราควรตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะนำมาใช้แล้ว ในกรณีที่หลอดไฟนั้นอยู่สูง ควรจะใช้บันไดไม่ควรใช้เก้าอี้ เพราะการใช้เก้าอาจทำให้เกิดอันตรายได้
- การเปลี่ยนก๊อกน้ำ การยิงซิลิโคน การเจาะผนัง การทะลวงท่อน้ำนั้นต้องใช้เครื่องมือมากมายในการแก้ปัญหา
- ส่วนของช่องสำหรับการซ่อมบำรุงอาจเป็นสิ่งที่ถูกละเลยมากที่สุดในบ้าน โดยเฉพาะระบบสายไฟบนเพดานที่มีฝ้าปิดทึบทั้งหมด หากบ้านที่คุณอยู่ไม่มีช่องเปิดฝ้า แล้วมีหนูหาทางขึ้นฝ้าไปกัดสายไฟจนขาด ก็จะเป็นเรื่องลำบากมากในการแก้ไขสายไฟให้กลับมาเป็นปกติ ดังนั้น บ้านทุกหลังจำเป็นต้องมีช่องสำหรับซ่อมบำรุงสายไฟบนฝ้าเผื่อไว้ด้วย โดยเฉพาะชั้นล่างหรือชั้นที่ไม่ได้ติดหลังคา ส่วนชั้นที่ติดหลังคาจะมีช่องปีนขึ้นฝ้าอยู่ ถ้าไม่มั่นใจเราก็สามารถเรียกช่างซ่อมบำรุงมาตรวจดูได้
บริการ ซ่อมบำรุง บนแพลตฟอร์ม SAIJAI มีอะไรบ้าง
คุณสามารถหาช่างซ่อมบำรุงในด้านต่าง ๆ จาก SAIJAI มีให้คุณเลือกใช้บริการ
- ช่างทาสี ท่านสามารถหาช่างทาสีให้กับบ้านใหม่หรือห้องของท่านได้จาก SAIJAI การทาสีผนังบ้านเก่ากับบ้านใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ จะมีวิธีการเตรียมพื้นผิว และใช้ผลิตภัณฑ์ทาสีที่แตกต่างกัน รวมถึงการทาสีภายในและภายนอกนั้นจะใช้สีที่มีคุณสมบัติเฉพาะที่แตกต่างกัน ถึงแม้ว่านวัตกรรมสมัยใหม่จะมีทางเลือกสีที่ใช้ได้ทั้งภายนอกและภายใน แต่ช่างทาสีก็จะแนะนำว่าให้เลือกใช้สีที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ จะดีที่สุด
- ช่างปูกระเบื้อง ถ้าพูดถึงงานปูกระเบื้องไม่ว่าจะเป็นในส่วนของพื้นหรือผนังนั้นก็มีขั้นตอนและรายละเอียดมากมาย ตั้งแต่การเลือกใช้เทคนิควิธีการปูที่เหมาะสมกับชนิดกระเบื้อง และยังต้องใช้ความชำนาญของช่างปูกระเบื้อง และความประณีตละเอียดอ่อนของช่างปูกระเบื้องอีกด้วย
- ช่างฝ้าเพดาน ฝ้าเพดานบ้านก็เป็นอีกอย่างที่จะทำให้บ้านสวย และช่วยเก็บงานโครงสร้างใต้หลังคาให้เรียบร้อย นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้อีกด้วย
- คนดูแลสวน การที่สวนในรั้วบ้านของเราจะสวยงามได้นั้น จะต้องมีความรู้พื้นฐานไม่ใช่แค่การทำให้จบ ๆ ไป และไม่ใช่แค่การทำให้สวยงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะแค่ความสวยงามอย่างเดียวนั้นไม่พอ เราจะต้องดูแลใส่ใจเพื่อที่สวนของเรานั้นจะได้อยู่ได้อย่างยาวนาน
- ช่างดูแลสระว่ายน้ำ สระว่ายน้ำที่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ จะมีคุณภาพน้ำที่ใสสะอาด ปราศจากคราบตะกอน สร้างความมั่นใจในการใช้สระว่ายน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

4 ขั้นตอน ซ่อมที่นอนส่งเสียงดังรบกวนทำตามง่าย ๆ

ขั้นตอนที่ 1

ขั้นตอนแรกเราจะต้องหาที่มาของเสียงจากเตียงนอนของเรานั้นว่ามาจากที่ไหน มันอาจจะมาจากตัวที่นอน ฐานเตียงนอน หรือขอบเตียงนอน วิธีการที่จะรู้ให้แน่ชัดที่สุดคือต้องแยกชิ้นส่วนออกมาเป็นชิ้น ๆ และลองทดสอบทีละชิ้น ถ้าหากห้องนอนของเพื่อน ๆ ค่อนข้างเล็กเกินไปที่จะแยกชิ้นส่วนเตียงนอนออกมาทั้งหมดได้ ก็ให้แยกมาทีละชิ้นก็พอ

ขั้นตอนที่ 2

โดยปกติแล้วที่นอนจะไม่ส่งเสียงดังออกมาเวลานอนหรือขยับตัว อย่างไรก็ตามหากที่นอนสปริง หรือที่นอนไฮบริดที่มีสปริงไม่ได้รับการดูแลที่ดี มีการวางของหนัก กระโดด ยืนบนที่นอน หรือมีอายุนานมาก ๆ ก็อาจมีปัญหาเรื่องของสปริงภายในที่ล้ม หรือเสื่อมสภาพ นำมาสู่การส่งเสียงดังได้เช่นเดียวกัน วิธีการคือให้เอาที่นอนแยกออกมาจากเตียงนอนและฐาน ลองนั่ง นอน กลิ้งไปกลิ้งมา กดส่วนต่าง ๆ บนที่นอนดูว่าเกิดเสียงหรือไม่ ถ้าหากเกิดเสียงดังขึ้น งานนี้ก็เป็นปัญหาจากที่นอนแล้วล่ะ ก็ต้องมานั่งเช็คประกันก่อนว่ายังมีอายุคุ้มครองอยู่ไหม ถ้ามีก็ลองสอบถามไปดู แต่ถ้าไม่งานนี้ก็คงต้องซื้อที่นอนใหม่เท่านั้น เพราะค่าซ่อมรับรองว่าไม่คุ้มค่าแน่นอน

ขั้นตอนที่ 3

หากตรวจสอบที่นอน แล้วไม่พบว่ามีปัญหาอะไร ลำดับต่อมาที่ต้องตรวจสอบก็คือฐานรองที่นอน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่มักจะเป็นต้นตอของปัญหาเสียงดังในเตียงนอน วิธีการตรวจสอบก็คล้าย ๆ กับที่นอน แยกออกมาแล้วลองนั่ง นอน กลิ้งไปกลิ้งมา ลองกดส่วนต่าง ๆ ดูว่ามีเสียงไหม ถ้ามีก็ถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว

ขั้นตอนที่ 4

เมื่อตรวจสอบที่นอน และฐานรองที่นอนแล้ว เรายังคงแนะนำให้ทดสอบส่วนอื่น ๆ ของเตียงนอนด้วย ไม่ว่าจะเป็นหัวเตียงมุมต่าง ๆ โดยเฉพาะขาเตียง เป็นอีกหนึ่งจุดที่มักจะมีปัญหาส่งเสียงดังเป็นประจำ หากพบว่ามีส่วนใดหลุดออกมา เพื่อน ๆ ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่มีสว่าน และตะปู นอกจากนั้นแล้วหากคุณพบว่ามีส่วนบางส่วนในเตียงนอนที่เสียดสีกับส่วนข้าง ๆ เป็นประจำ ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดสารหล่อลื่นเข้าไปในจุดเหล่านั้น



5 ทริค จัดห้องนอน ให้ดูเรียบร้อย น่าอยู่

ห้องนอนมักเป็นห้องที่รกที่สุดในบ้าน นั่นเป็นเพราะห้องนอนคือห้องที่เรามักจะเอาสิ่งของที่ไม่มีที่เก็บมาสุมไว้รวมกัน ซึ่งทำให้ห้องดูรก แต่ไม่ต้องกลัว วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการแก้ปัญหาความรกและวิธีเก็บห้องนอน โดยเพียงแค่ใช้เวลาไม่นาน ห้องของคุณก็จะสะอาดเป็นระเบียบขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ทั้งนี้ คุณต้องมีการวางแผนที่ดีอย่ารอช้า ยิ่งคุณลงมือเร็วเท่าไหร่ คุณก็จะได้ห้องที่น่าอยู่กลับคืนมาเร็วขึ้นเท่านั้น

1. ดูว่าคุณต้องรับมือกับอะไรบ้าง

ก่อนอื่น เขียนรายการที่เก็บของทั้งหมดในห้อง (จากซ้ายไปขวา หรือจากมุมในสุดห้องมาถึงประตู ตามที่คุณสะดวก) ซึ่งอาจจะได้แก่ ตู้เสื้อผ้า ตู้ลิ้นชัก ใต้เตียง ชั้นหนังสือ กล่อง หรือตะกร้าใส่ของขนาดใหญ่ที่อยู่ในห้อง

2. นำทุกสิ่งออกมากองรวมกัน

เอาของทุกชิ้นที่อยู่ในตู้หรือชั้นเก็บของทั้งหมดออกมา ไม่ว่าจะในตู้เสื้อผ้าหรือลิ้นชัก แล้วนำมากองรวมกันไว้ที่กลางห้อง

3. คัดแยกสิ่งของในห้องตามแต่ละประเภท

การคัดแยกสิ่งของนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณจะนำไปจัดเก็บไว้ในที่ใด เราแนะนำให้แยกตามประเภท เมื่อคัดแยกเรียบร้อยแล้ว คุณก็จะเริ่มมองเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าสิ่งของที่คุณมีนี้จะต้องใช้พื้นที่ในห้องนอนของคุณเท่าใด และรู้ว่าควรจะนำไปเก็บไว้ตรงไหนบ้าง

วิธีเก็บห้องขั้นต่อไปก็คือการนำสิ่งของที่คุณแน่ใจว่าไม่มีที่พอจะใส่ไว้ในห้องมากองแยกไว้ จากนั้นคัดแยกสิ่งที่คุณจะต้องเอาออกจากห้องนอน เรารู้ว่าการทิ้งของสะสมแสนรักสมัยวัยรุ่นนั้นเป็นเรื่องอาจจะตัดใจอยากอยู่สักหน่อย แต่ท้ายที่สุดแล้ว นั่นคือสิ่งที่คุณควรทำ ถ้าคุณไม่อยากทิ้งของเหล่านั้นไปโดยเปล่าประโยชน์ อาจจะนำสิ่งของเหล่านั้นไปบริจาคหรือขายต่อ

4. กำหนดสิ่งของแต่ละกองสำหรับชั้นหรือกล่องสำหรับจัดเก็บแต่ละจุด

ชั้นหนังสือควรใช้เก็บหนังสือ ตู้เสื้อผ้าควรใช้สำหรับใส่เสื้อผ้า และอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

5. จัดเก็บสิ่งของตามที่วางแผนไว้

เมื่อจัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว รับรองได้ว่าห้องของคุณจะสะอาดเอี่ยม ดูเป็นระเบียบและกว้างขวางขึ้นมาทันตา จนคุณแทบจะจำไม่ได้เลย



How to จัดตู้เสื้อผ้า แยกสีตามประเภท

ต้องบอกก่อนเลยว่า คำแนะนำเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เราต้องการนำมาบอกต่อสำหรับคนที่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ในการที่จะจัดตู้เสื้อผ้าครั้งใหม่ ไปดูกันเลย

คำแนะนำในการจัดตู้เสื้อผ้านั้น ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 : นำเสื้อผ้าทั้งหมดออกมารวมกัน

ให้เก็บรวบรวมเสื้อผ้าทั้งหมดมากองรวมกัน ในห้องโล่งสักห้องในบ้าน แล้วแยกเสื้อผ้าเป็นกอง ๆ โดยแบ่งจากวาระการใช้สอย คือ เสื้อที่นาน ๆ ใช้ที เช่น เสื้อผ้าสำหรับตะลุยเมืองหนาว ชุดออกงานหรู หรือชุดที่ใส่ในฤดูร้อนบนชายหาด

ขั้นตอนที่ 2 : แยกกลุ่มเสื้อผ้าเป็นหมวดหมู่

ค่อย ๆ จัดการแยกกลุ่มเสื้อผ้าที่ใส่ประจำ เสื้อเชิ้ต กระโปรง เสื้อคอกลม คอปาด กางเกง สูท ฯลฯ แขวนใส่ไม้แขวนให้เรียบร้อย

ขั้นตอนที่ 3 : เครื่องประดับ เครื่องตกแต่งเสื้อผ้า

เข็มขัด ผ้าผูกเอว ผ้าพันคอผืนเล็ก หรือที่เป็นผ้าต่าง ๆ มีสองตัวเลือกคือ แขวนไว้กับชุดนั้นเลย หรือเก็บไว้ในกล่องรวมกัน เป็นกล่องใส่ของพวกนี้โดยเฉพาะ จะทำให้หาง่าย และเก็บง่ายมากขึ้น

ขั้นตอนที่ 4 : การแขวนเสื้อผ้า

การนำเสื้อขึ้นไม้แขวน ควรระวังเรื่องเนื้อผ้า ผ้าชนิดที่ผสมเส้นใยที่ให้ความยืดตัว เวลานำขึ้นไม้แขวนเสื้ออาจเป็นรอยปูดโปน ควรหาไม้แขวนแบบพิเศษ (บุนวม หรือช่วงบ่าโค้งลาด) อย่าใช้แต่ไม้แขวนแบบเป็นโครงเหล็กดัด เพราะไม้แขวนแบบนั้นเหมาะสำหรับเสื้อเนื้อบางเท่านั้น

ขั้นตอนที่ 5 : การแยกสีสันเสื้อผ้า

การแขวนเสื้อแบบแยกสีเสื้อ จะดีมากสำหรับการแต่งกายแบบผสมผสาน

ขั้นตอนที่ 6 : พับเสื้อผ้า

บางคนชอบแขวนให้เห็นทั้งหมด แต่สำหรับคนที่มีพื้นที่น้อย เสื้อผ้าที่พับได้ เสื้อยืด ชุดอยู่บ้าน ชุดชั้นใน กรณีพวกชุดชั้นใน ถุงน่อง ถุงเท้า ให้แยกไว้อย่างเป็นระเบียบในลิ้นชัก จะทำให้ประหยัดพื้นที่มากกว่า

ขั้นตอนที่ 7 : ชุดชั้นในบางประเภท

ถ้าเป็นชั้นในที่นาน ๆ ใส่ที เช่น กางเกงในสเตย์แบบรัดรูป สำหรับสวมกับชุดราตรี ให้ใส่ถุงซิปล็อกก่อนจัดไว้ในลิ้นชัก เวลาใช้จะได้หาง่าย

สุดท้ายแล้ว หมั่นคอยเช็คตู้เสื้อผ้าเป็นระยะ ไม้แขวนไหนที่ไม่ดีก็ทิ้งไป เสื้อผ้าที่เก่าแล้วก็นำไปทำประโยชน์อย่างอื่น ดีกว่าเก็บเก่าอยู่ในตู้ สาว ๆ บางคนถือคติ ทิ้งของเก่า เพื่อซื้อของใหม่ แบบนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิด