ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน บางรัก, กรุงเทพมหานคร

ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน บางรัก, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

อนุธิดา เทศกุล
อนุธิดา เทศกุล
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 26 ปี

เป็นคนรักสัตว์ และรักเด็ก ชอบความเป๋นส่วนตัว

แสดงเพิ่มเติม
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
Saijai ประสบการณ์ 4-5 ปี
Saijai อายุ 43 ปี

ใจเย็น รักสัตว์ นอนกับสุนัข์ทุกวัน

แสดงเพิ่มเติม
ศิริวิมล ทรงศิริ
ศิริวิมล ทรงศิริ
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 43 ปี

ที่บ้านมีสถานที่ ให้น้องวิ่งเล่น มีไซ เพศเมียอายุ 1 ปี น้องน่ารักนิสัยดีค่ะ มีโกลเด้น 1 ตัว น้องชอบเล่นมาก ที่บ้านมีอาหาร ห้องแอร์ ของเล่น ขนม พร้อมให้น้องๆค่ะ ที่รับเลี้ยงเพราะน้องไซที่บ้านจะได้มีเพื่อนใหม่ๆด้วยค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
ศิริกานต์ จาวะลา
ศิริกานต์ จาวะลา
Saijai ประสบการณ์ 4-5 ปี
Saijai อายุ 29 ปี
มูฮัมหมัดอาซีซี ใบกาเด็ม
มูฮัมหมัดอาซีซี ใบกาเด็ม
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 27 ปี
เกียรติศักดิ์ ศรีชาย
เกียรติศักดิ์ ศรีชาย
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 27 ปี
อารยา หนูทอง
อารยา หนูทอง
Saijai อายุ 25 ปี

เคยมีประสบการณ์ทำงานเเม่บ้านมาก่อน สามารถทำความสะอาดได้ โดยส่วนตัวเป็นคนใจเย็นกับสถานการณ์ต่างๆพร้อมรับมือ

แสดงเพิ่มเติม

สวัสดีค่ะชื่อ ปุ๊ ค่ะ ทำอาชีพค้าขายค่ะ ชอบงานอิสระที่สามารถได้มีเวลาอยู่กับคนที่เรารัก สัตว์เลี้ยง หรือสิ่งที่เราชอบ ตอนนี้ที่บ้านเลี้ยงแมว9ตัว เลี้ยงสุนัข2ตัวค่ะ มีความสุขมากๆที่ได้อยู่กับพวกเค้า เลยสนใจเลือกงานนี้เป็นอาชีพเสริมค่ะ ขอบคุณค่ะ

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

มองหาพี่เลี้ยงสัตว์ที่มีความรู้ด้านนี้มาช่วยดูแลเค้าที่บ้าน เจอเว็บใส่ใจ ลองเข้าไปดูรายละเอียดและสามารถสอบถามราคาได้อย่างชัดเจน ก่อนที่เราจะตัดสินใจจ้าง แถมราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด เยี่ยมไปเลยค่ะ
Saijai
ปัทมา เลิศชนะ
5 ปีที่แล้ว
น้องแมว 2 ตัว ไม่สามารถเดินทางไปกับครอบครัวเราได้ ลูกสาวจึงหาที่ดูแล เจอเว็บใส่ใจ ที่ฝากเลี้ยงอยู่ใกล้บ้าน จึงฝากใส่ใจให้ดูแล ห้องพักแยกออกมาเป็นสัดส่วน น้องมีของเล่น คลายเหงา
Saijai
วรากร พงศ์ศิริพัฒน์
5 ปีที่แล้ว
ชอบมากเลย บริการคือดีมาก ดูแลน้องหมาเราดี ปลื้มสุด
Saijai
อรอนงค์ วาร์ด
5 ปีที่แล้ว
ลองจองพี่เลี้ยงดูแลน้องหมาผ่านเว็ปใส่ใจ รู้สึกประทับใจมากครับ เจ้าด้อบบี้เองก็ดูเหมือนจะดีใจที่ได้เล่นกับเพื่อนใหม่ด้วย เห็นตามติดน้องที่มาช่วยดูแลไม่ห่างเลย
Saijai
ชิตพล เจียรเวชพรกุล
5 ปีที่แล้ว
เว็บใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก ใช้ครั้งแรกชอบเลย ได้พี่เลี้ยงมาดูแลน้องแมวให้ถึงบ้าน สบายใจทาสแมวอย่างเราไปเลยค่ะ
Saijai
ณัฐฐา แก้วดี
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลสัตว์เลี้ยง

ความสำคัญของการมีสัตว์เลี้ยง
การมีสัตว์เลี้ยงเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในงานอดิเรกของหลาย ๆ คนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ซึ่งสัตว์เลี้ยงที่คนนิยมเลี้ยงกันก็มีมากมายหลายชนิด แน่นอนว่านั่นหมายถึงการที่เราต้องใช้เวลาไปกับการดูแลเอาใจใส่สิ่งมีชีวิตเหล่านี้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นทั้งการดูแลเรื่องอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย สุขภาพ รวมไปถึงสภาพจิตใจของสัตว์เหล่านี้ด้วย

การดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงในทุก ๆ ด้านที่กล่าวมาข้างต้นนั้นนับว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะมันส่งผลดีให้กับทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ในมุมมองของเจ้าของ การได้ให้อาหาร หรือการเล่นกับสัตว์เลี้ยงนั้นเปรียบเสมือนความสุขอย่างหนึ่ง ในวันที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน หากได้กลับมาเจอสัตว์เลี้ยงนั่งรออยู่ที่หน้าประตู เพียงเท่านี้ก็ช่วยคลายความเหนื่อยไปได้เยอะเลยทีเดียว กลับกันในมุมของสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างครบถ้วนนั้นจะส่งผลดีให้กับพวกเขาเช่นกัน สัตว์เลี้ยงสัมผัสได้ถึงความรักที่ได้รับจากเจ้าของ ในขณะเดียวกันพวกเขาจะมอบความรักกลับคืนให้เจ้าของเช่นเดียวกัน

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญของการมีสัตว์เลี้ยงในบ้านคือ สามารถเยียวยาสภาพจิตใจของผู้เลี้ยงได้ ซึ่งการได้ใช้เวลาทำกิจกรรมดี ๆ ร่วมกันระหว่างคนและสัตว์เลี้ยงช่วยลดอาการตึงเครียดและภาวะซึมเศร้าได้ ทั้งยังช่วยให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงมีสุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย เช่นการพาสัตว์เลี้ยงออกไปเดินเล่นทำให้ผู้เลี้ยงเองได้ออกกำลังกายไปด้วย

เห็นได้ชัดว่าการมีสัตว์เลี้ยงนั้นมีประโยชน์ต่อคนมากมาย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพราะฉะนั้น ก่อนเลี้ยงต้องมั่นใจว่าคุณจะมีความรับผิดชอบมากพอที่จะดูแลเขา เพราะสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนมนุษย์เช่นกัน หากคุณอยากมีสัตว์เลี้ยงไว้ที่บ้าน แต่ไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงของคุณ การใช้บริการรับดูแลสัตว์เลี้ยงก็นับว่าเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว
คุณสมบัติของพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงมีอะไรบ้าง
หากคุณกำลังมองหาคนช่วยดูแลบรรดาสัตว์เลี้ยงแสนรักที่บ้านในยามที่คุณไม่มีเวลา สิ่งเหล่านี้คือลักษณะและคุณสมบัติสำคัญของผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่ดีควรมี

1. มีใจรักงานบริการด้านนี้ และมีความรักที่แท้จริงต่อบรรดาสัตว์เลี้ยง ไม่รังเกียจที่จะต้องเก็บกวาดกรงหรือทำความสะอาดบริเวณที่สัตว์เลี้ยงอยู่ บางครั้งเจ้าสัตว์เลี้ยงเหล่านี้อาจเล่นซนจนทำให้บ้านสกปรก ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงจะต้องทำความเข้าใจและหาทางแก้ไข โดยไม่แสดงอารมณ์หงุดหงิดต่อสัตว์เลี้ยงเหล่านั้น
2. มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เนื่องจากบรรดาสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ต้องได้รับการดูแลอย่างเสมอต้นเสมอปลาย พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงจำเป็นต้องบริหารเวลาในการดูแลอย่างมืออาชีพ เช่น เวลาให้อาหาร อาบน้ำ ออกกำลังกาย ฯลฯ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีสุขอนามัยและสภาพจิตใจที่ดี
3. มีความรู้ในเรื่องของสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างดี สัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดมีวิธีการเลี้ยงดูที่แตกต่างกันไป เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสุนัขและแมว สุนัขค่อนข้างเป็นสัตว์สังคม ชอบอยู่กับผู้คน จึงสามารถพาออกไปเดินเล่นในที่สาธารณะได้ กลับกันแมวค่อนข้างเป็นสัตว์ที่รักสันโดษ หากเจอผู้คนมาก ๆ อาจทำให้ตื่นคนและอาจส่งผลให้เกิดความเครียดตามมา ดังนั้นพี่เลี้ยงสัตว์ที่ดีจำเป็นต้องรู้ว่าสัตว์ชนิดไหนเหมาะกับการเลี้ยงแบบใด
4. มีประสบการณ์ในการดูแลสัตว์เลี้ยง การอยู่กับสัตว์เหล่านี้มาเป็นเวลานานจะทำให้เกิดความเคยชิน และสามารถรับมือกับสถานการณ์คับขันได้เป็นอย่างดี เช่น ยามสัตว์เลี้ยงป่วยและจำเป็นจะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ผู้ดูแลที่มีความรู้ในการปฐมพยาบาลสัตว์สามารถสร้างความไว้วางใจให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้

คุณสมบัติทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมานั้นนับว่าเป็นคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่ดีเลยก็ว่าได้ อย่าลังเลที่จะเลือกใช้บริการพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงในทันที เพื่อความสบายใจของคุณ ลำพัง
ข้อสังเกตุว่าสัตว์เลี้ยงของคุณอาจจะมีอาการป่วย
หลาย ๆ คนที่เคยมีสัตว์เลี้ยงย่อมเคยผ่านเหตุการณ์ที่สัตว์เลี้ยงป่วย การสังเกตพฤติกรรมในแต่ละวันเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามแม้อาจจะเป็นเพียงความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็ก ๆ น้อย เพราะหลายครั้งกว่าที่เราจะรู้ว่าสัตว์เลี้ยงป่วยก็ต่อเมื่อพวกเขามีอาการหนักแล้ว

วันนี้เรามีวิธีการสังเกตอาการเบื้องต้นที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ควรมองข้ามมาแชร์ให้ทราบกันค่ะ

1 สัตว์เลี้ยงมีอาการซึมเศร้า ไม่ร่าเริง นอนมากกว่าปกติ ไม่กระฉับกระเฉง ไม่มาเล่น ไม่อ้อนเหมือนเคย
2 พฤติกรรมเบื่ออาหาร กินอาหารได้น้อยลง หากสัตว์เลี้ยงของเรามีอาการเบื่ออาหาร ทั้ง ๆ ที่ปกติกินเก่ง เจ้าของควรเฝ้าสังเกตอาการหรือนำไปให้คุณหมอตรวจ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงเริ่มป่วย แต่ทั้งนี้เจ้าของต้องแยกให้ได้ก่อนว่า อาการกินอาหารลดลงนั้นไม่ได้มาจากสภาพแวดล้อมภายนอก เช่น อากาศร้อนเกินไป เปลี่ยนอาหารใหม่ ที่อาจเป็นสาเหตุให้สัตว์เลี้ยงกินน้อยลง
3 พบความผิดปกติ หรืออาการอื่นๆ เช่น มีขี้ตาเยอะ อาเจียน ตาแดง มีน้ำมูก มีกลิ่นตัวแรง เดินผิดปกติ ถ่ายเหลว
4 กินน้ำมากกว่าปกติ ก็เป็นสัญญาณเบื้องต้นที่อาจจะบ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของเราป่วยได้เช่นกัน
5 สัตว์เลี้ยงอาจมีอาการ นอนไม่หลับ ตาเหล่ ตาเอียง ไม่มีแรงเดิน ซึ่งอาการเหล่านี้อาจจะเป็นสัญญาณของความผิดปกติทางระบบประสาทในสัตว์เลี้ยง
6 สัตว์เลี้ยงเดินวนไปวนมาในเวลากลางคืน เป็นอาการที่พบบ่อยว่าเกิดจากโรคสมองเสื่อมในสัตว์วัยชรา หรืออาจจะบ่งชี้ได้ว่ามีโรคทางสมองอยู่ จนทำให้วงจรการหลับมีปัญหา นอกจากนี้โรคเบาหวาน กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ลำไส้อักเสบ ก็อาจจะเป็นสาเหตุทำให้ตื่นขึ้นมากลางดึกก็เป็นได้
ก่อนจ้างพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงผู้ว่าจ้างจะต้องทำข้อตกลงดังนี้?
ทุกคนที่มีสัตว์เลี้ยงย่อมเข้าใจถึงความห่วงใยเมื่อเราต้องอยู่ห่างไกลจากสัตว์เลี้ยงของเราไม่ว่าจะในระยะสั้นหรือระยะยาว ดังนั้น การเลือกพี่เลี้ยงสัตว์มาอยู่ที่บ้านจึงมีเงื่อนไขและข้อตกลงที่ต้องพูดคุยกันก่อนการจ้างงานดังนี้

• ค่าตอบแทนหรือค่าจ้าง พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงแต่ละคนบนเว็บไซต์ใส่ใจได้ระบุเรทราคาจ้างไว้ชัดเจน นายจ้างจะต้องเลือกพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงโดยพิจารณาจากข้อมูลประวัติส่วนตัว ประวัติการทำงาน รวมถึงเรทราคาค่าจ้างโดยตัวของท่านเอง
• ระยะเวลาในการทำงาน อาจจะมีตารางการทำงานที่ไม่แน่นอนทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับว่านายจ้างมีธุระหรือต้องการใช้บริการในตอนไหนก็สามารถเรียกใช้บริการได้
• พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงมีหน้าที่ดูแลสัตว์ขั้นพื้นฐานทั้งหมด ตัวอย่างเช่น การให้อาหารและน้ำ หรือขนมต่าง ๆ
• หากเป็นสัตว์ เช่น สุนัข หรือแมว พี่เลี้ยงต้องรู้จักการเช็ดตัว แปรงขน และแปรงฟันให้ได้
• พี่เลี้ยงสัตว์ต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สามารถพาสัตว์เลี้ยงไปทำกิจกรรม หรือเดินออกกำลังกายได้
• พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงต้องสนุกกับการใช้เวลาร่วมกับสัตว์และต้องรู้จักวิธีการทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกผ่อนคลาย และไม่เครียดเมื่อต้องอยู่โดยไม่มีเจ้าของ
• พี่เลี้ยงต้องรู้จักวิธีทำความสะอาดเมื่อสัตว์เลี้ยงมีการขับถ่าย
• พี่เลี้ยงต้องรู้จักรักษาความสะอาดของเล่น ที่นอน หรือบริเวณที่สัตว์อยู่ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของสัตว์เลี้ยง
• พี่เลี้ยงสามารถช่วยให้ยาสัตว์เลี้ยงได้ หากสัตว์เลี้ยงมีอาการป่วยหรือมีโรคประจำตัว
• หากมีเหตุฉุกเฉินที่สัตว์เลี้ยงป่วยกะทันหัน พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงสามารถดูแลและพาไปพบแพทย์ได้ทันที
• พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงควรมีประสบการณ์ในการทำงานด้านนี้มาก่อนและสามารถตรวจสอบประวัติก่อนทำการว่าจ้างได้

ณ บางรัก

เขตบางรัก ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เลยคลองผดุงกรุงเกษมซึ่งเป็นเขตเมืองเก่า สืบเนื่องมาจากการตั้งถิ่นฐานริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สมัยก่อนการก่อตั้งเมือง เขตบางรักได้เติบโตจนเป็นเขตสำคัญทางเศรษฐกิจ เนื่องจากมีการสร้างถนนและคลองใหม่ผ่านพื้นที่ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ซึ่งดึงดูดชุมชนของชาวต่างชาติและพัฒนาเป็นย่านการค้าที่สำคัญ การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของกรุงเทพฯ ทำให้พื้นที่ริมถนนสีลมและถนนสาทรกลายเป็นหนึ่งในย่านธุรกิจหลักของเมือง เต็มไปด้วยตึกระฟ้า ครอบคลุมพื้นที่ 5.54 ตารางกิโลเมตรและมีประชากรจดทะเบียน 48,227 (ณ ปี พ.ศ.2562) ปัจจุบัน บางรักเป็นที่รู้จักจากกิจกรรมทางการเงินของสำนักงานการค้า เช่นเดียวกับสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่มีชีวิตชีวา โบราณสถานและศาสนสถานอันหลากหลาย ซึ่งตั้งกระจุกตัวอยู่ในตำบลบางรักริมน้ำ สะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์หลากหลายวัฒนธรรมเฉพาะตัวของเขตนี้ ลักษณะเด่นที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของเขตบางรัก ได้แก่ ตึกระฟ้าสีลมและสาทร ซึ่งบางส่วน ได้แก่ มหานคร สเตททาวเวอร์ และจิวเวลรี่เทรดเซ็นเตอร์ เป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศ สำนักงานใหญ่ธนาคารกรุงเทพ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2524 เป็นสัญลักษณ์ของการนำการออกแบบสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้กับอาคารสูงคอนกรีต เช่นเดียวกับอาคารโรงแรมดุสิตธานีเดิมซึ่งถูกรื้อถอนในปี 2562 ตรงข้ามกับประวัติศาสตร์ยุคอาณานิคม อาคารต่างๆ เช่น ห้องสมุดเนลสัน เฮส์ และสโมสรอังกฤษบนถนนสุรวงศ์ และคฤหาสน์สาทร ใกล้แยกสาทร-นราธิวาส อาคารประวัติศาสตร์อื่นๆ กระจุกตัวอยู่ที่ย่านเจริญกรุงริมน้ำ รวมถึงสถานทูตโปรตุเกส ซึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2363 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ทรงพระราชทานที่ดินผืนนี้ให้แก่พระราชินีมาเรียแห่งโปรตุเกส เพื่อสร้างโรงสินค้าและที่พำนักสำหรับกงสุลโปรตุเกสประจำประเทศไทยในสมัยนั้น ซึ่งตัวอาคารได้รับการออกแบบและก่อสร้างจนแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2413 กรมศุลกากร อาคารเอเซียตะวันออก ย้อนหลังไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 อาคารไปรษณีย์กลางบนถนนเจริญกรุงปัจจุบันเป็นที่ตั้งของประเทศไทย Creative & Design Center ผู้สนับสนุนโครงการ Creative District จากช่วงเวลาเดียวกัน พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกและพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเขตบางรัก ริมถนนเจริญกรุง ใกล้ถนนมหาเศรษฐี จัดแสดงบ้านของครอบครัวชนชั้นกลางในสมัยนั้น และมีการจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเขตบางรัก



บางรัก ...บนความสัมพันธ์กว่า 150

“เขตบางรัก” ถือว่าเป็นย่านเก่าแก่แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์รวมหลายๆ สิ่ง ที่มีเรื่องราวมากมาย ด้วยทำเลที่ตั้งเป็นพื้นที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีความสะดวกคมนาคม และนำมาสู่ความหลากหลายทางวัฒนธรรม บางรักจึงกลายเป็นศูนย์รวมความเจริญตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน อาคารในเขตนี้เหมือนสมุดบันทึกที่เล่าเรื่องราว หรือมีประวัติศาสตร์ เล่าไว้ หนึ่งในนั้น มีประวัติยาวนาน สถานที่เคยเป็นโรงสินค้าและที่พำนักสำหรับกงสุลโปรตุเกสประจำประเทศไทยโดยเริ่มจาก ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) พระองค์ทรงพระราชทานที่ดินผืนนี้ให้แก่พระราชินีมาเรียแห่งโปรตุเกส และ ในปี พ.ศ. 2363 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพระราชทานที่ดินในย่านบางรักเพื่อสร้างเป็นสถานกงสุลโปรตุเกสแห่งแรก ซึ่งตัวอาคารได้รับการออกแบบและก่อสร้างจนแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2413 เป็นอาคารทรงโคโลเนียลแบบโปรตุเกสผสมกับความเป็นไทย เดิมทีวัสดุที่ใช้ก่อสร้างทั้งหมดส่งตรงมาจากโปรตุเกส แต่เรือที่ขนส่งล่มระหว่างทาง จึงเปลี่ยนมาใช้วัสดุท้องถิ่นแทน ในช่วงศตวรรษที่ 20 มีการปรับปรุงอาคารหลังนี้หลายส่วน เช่น เพิ่มระบบไฟฟ้า และเครื่องปรับอากาศ และแม้จะมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงพื้นที่หลายครั้งแต่ยังคงรักษาตัวอาคารและภูมิทัศน์เหมือนในช่วงเริ่มก่อสร้าง ซึ่งกลายมาเป็นสถานทูตโปรตุเกสในทุกวันนี้ ลักษณะทางสถาปัตยกรรม สถานทูตโปรตุเกสเป็นอาคาร 2 ชั้น สถาปัตยกรรมโคโลเนียล หลังคาทรงปั้นหยา หน้าจั่วประดับตราแผ่นดินของประเทศโปรตุเกส และรอบๆ ก็ยังมีมีชุมชนชาวโปรตุเกสตั้งถิ่นฐานอยู่รอบๆ มีโบสถ์กาลหว่าร์ (ภาษาโปรตุเกสออกเสียงว่า กาลวาริอุ) ย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างไทยและโปรตุเกสเกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2054 เมื่อชาวโปรตุเกสล่องเรือมาเจริญสัมพันธไมตรีทางการค้ากับสยามประเทศ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2088 สยามยอมรับโปรตุเกสเป็นพันธมิตร จากการที่โปรตุเกสช่วยสยามร่วมรบกับพม่าที่เชียงกราน ชาวโปรตุเกสจึงได้รับการจัดสรรที่ดินในอยุธยา โดยสมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงให้ลงหลักปักฐาน สร้างบ้านและโบสถ์ได้ หลังจากนั้นด้วยช่วงเวลาแห่งการผสมผสานของทั้งสองวัฒนธรรม จนเกิดการก่อตั้ง “บ้านโปรตุเกส” ที่ริมแม่น้ำในกรุงศรีอยุธยา ถึงแม้ว่าอาณาจักรอยุธยาจะล่มสลายลงใน ชาวโปรตุเกสก็ยังเลือกที่จะตามชาวสยามมายังเมืองหลวงแห่งใหม่ที่กรุงเทพฯ พวกเขาตั้งถิ่นฐานใน ย่านริมแม่น้ำเจ้าพระยา และในปี 2561 ซึ่งครบรอบ 500 ปีสนธิสัญญาทางการค้าเเละไมตรีฉบับเเรกระหว่างโปรตุเกสเเละสยาม (ประเทศไทย) ด้วยความสัมพันธ์ที่ยาวนาน จนวัฒนธรรมบางอย่างได้กลมกลืนไป แต่ก็ยังมีการกล่างถึงบ้างเช่นภาษา คำศัพท์ภาษาไทยหลายคำเป็นคำยืมมาจากภาษาโปรตุเกส อย่างเช่น ศาลา มาจากคำว่า sala (สาลา) ซึ่งในภาษาโปรตุเกสหมายถึง ห้องนั่งเล่น คำว่า สบู่ ก็มาจากคำว่า sabão (ซาเบา) คำว่า ขนมปัง ก็มาจากคำว่า pão (เปา) มีอีกสิ่งหนึ่งที่สำหรับประเทศไทยแล้วโปรตุเกสทิ้งร่องรอยวัฒนธรรมไว้อย่างเด่นชัดนั่นคือขนมหวาน ทองหยิบที่มีชื่อในภาษาโปรตุเกสว่า “ตรูซูช ดาช กัลดัช” (Trouxas das caldas) หรือฝอยทอง ชาวโปรตุเกสก็เรียกขนมชนิดนี้ว่า “ฟีอูซ เดอ ออวูซ” (Fios de ovos) เรียนรู้ความสัมพันธ์คร่าวๆ แล้ว อีกทั้งสถานทูตแห่งนี้ยังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย แต่คือความสัมพันธ์ของสองประเทศ



วิธีพูดว่า 'ฉันรักคุณ' ในภาษาสุนัข

1. การพูดคุยกับสุนัขไม่ใช่เรื่องน่าอาย การศึกษาโดยใช้เทคโนโลยี MRI (แมกเนติกเรโซแนนซ์ อิมเมจิ้ง หรือ เครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ตรวจดูอวัยวะภายในโดยไม่มีการใส่ส่วนของอุปกรณ์ใด ๆ เข้าไปในร่างกาย) แสดงให้เห็นว่าสุนัขเข้าใจภาษามนุษย์ได้และชอบให้เจ้าของพูดคุยด้วย การพูดคุยและช่วยให้สุนัขรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่นในมากขึ้น

2. เป็นผู้ฟังที่ดี เพราะสุนัขไม่สามารถสื่อสารกับคุณด้วยภาษาพูด คุณควรเช้าใจการแสดงออกทางกาย ซึ่งการแสดงภาษากายที่บ่งบอกถึงความสุขของสุนัข ได้แก่กระดิกหาง สบตา ยกคิ้วขึ้น ในทางกลับกัน ให้จับตาดูสัญญาณเตือนของสุนัขที่ไม่มีความสุข เครียด วิตก กังวล : หางซุก เลียปาก มีแววตาตื่นตระหนก

3. การแสดงออกทางสายตา สุนัขสามารถเข้าใจการสื่อสารที่คุณแสดงออกทางสายตา เมื่อคุณสบตาสุนัขด้วยความอ่อนโยน และสุนัขตอบกลับด้วยการสบตาคุณนานๆ นั้นเป็นการแสดงความรักของสุนัขที่มีต่อคุณ หากคุณจ้องมองสุนัขด้วยสายตาที่ดุดันเกรี้ยวกราด สุนัขจะเข้าใจว่าคุณกำลังโกรธ ซึ่งจะทำให้สุนัขหวาดกลัวและอาจจะไม่อยากเข้าใกล้คุณ

4. การแสดงออกทางสีหน้า การศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าสุนัขสามารถอ่านอารมณ์ของมนุษย์ได้ผ่านการแสดงออกทางสีหน้า คุณสามารถบอกสุนัขของคุณได้ว่าคุณกำลังรู้สึกอย่างไร ด้วยการแสดงอารมณ์บนใบหน้า นักวิทยาศาสตร์ด้านพฤติกรรมชาวญี่ปุ่นได้แสดงให้เห็นว่าเมื่อสุนัขรู้สึกผูกพันกับใครสักคน พวกเขามักจะเลิกคิ้วทางซ้ายมากกว่าทางขวา ดังนั้นการทักทายสุนัขของคุณด้วยการเลิกคิ้วและรอยยิ้มที่ผ่อนคลายจะบอกสุนัขของคุณว่าคุณมีความสุขแค่ไหนที่ได้เห็นพวกเขา

5. การเอนตัว การเอนตัวเข้าหาสุนัขอย่างผ่อนคลายหรือเอนพิงกันเบาๆ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้สุนัขสัมผัสได้ถึงความรักที่คุณมีต่อพวกเขา แต่ต้องคำนึงถึงลักษณะรูปร่าง น้ำหนัก และขนาดของสุนัข เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่ทับสุนัขจนพวกเขาได้รับความบาดเจ็บได้

6. กอดและงีบและพักผ่อนด้วยกัน การงีบหลับด้วยกันในยามบ่ายบนโซฟาหรือบนพื้นหญ้าจะทำให้สุนัขของคุณรู้สึกผูกพันกับคุณมากขึ้น