ดูแลเด็ก ใน หลักสี่, กรุงเทพมหานคร

ดูแลเด็ก ใน หลักสี่, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ระบุวันที่
ผู้ให้บริการดูแลเด็ก ใน หลักสี่, กรุงเทพมหานคร:

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ฉันทนา สิทธิ
ฉันทนา สิทธิ
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 45 ปี

เป็นคนง่ายๆรักเด็กใจเย็นไม่เคยโกรธหรือโมโหอะไรง่ายๆนอนน้อยทําได้หมดแต่ไม่ชอบจู้จี้

แสดงเพิ่มเติม
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 38 ปี

ใส่ใจดูแลเหมือนลูกเจ้าของเองใจเย็น ดูแลได้ตลอด

แสดงเพิ่มเติม
ฮามีด๊ะฮ์ โต๊ะขวัญ
ฮามีด๊ะฮ์ โต๊ะขวัญ
Saijai อายุ 30 ปี

มีความอดทน ขยัน รักความสะอาด ใจเย็น

แสดงเพิ่มเติม
อานนท์ ทองแสง
อานนท์ ทองแสง
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 30 ปี

ผมเป็นคนสุภาพ เรียบร้อย ไม่ยุ่งอบายมุข ไม่พูดคำหยาบ ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย ทำได้ทุกอย่างครับ สอนได้ทุกวิชา ค่าจ้างเป็นต่อชั่วโมงหรือให้เป็นรายเดือนก็ได้ครับ

แสดงเพิ่มเติม
ทิพวรรณ์ ราศรี
ทิพวรรณ์ ราศรี
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 27 ปี

เป็นคนอัธยาศัยดีค่ะ ใจเย็นค่ะชอบเล่นกับเด็ก ส่งเสริมพัฒนาการของน้องได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
Piyatida Dumluck
Piyatida Dumluck
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 39 ปี
กัญญาภัทร บุตรพรม
กัญญาภัทร บุตรพรม
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

สวัสดีค่ะ ชือ ภัทรค่ะ อายุ 52 ถนัดดูแลเด็กแรกคลอด คุณแม่หลังคลอดค่ะ นวดเด็กแรกเล็กได้ ช้วยให้เด็ก อารมณ์ดีไม่งอแง ช่วยระบบขับถ่าย เลือดลมไหลเวียนดี ร่างกายแข็งแรง.นวดประคบสมุนไพร คุณแม่หลังคลอดช่วยในการอยู่ไฟสมัยโบราณ ทำให้มดลูกเข้าอู่ไว้ ร่างกายแข็งแรง รับงานได้ทั้งในและต่างประเทศค่ะ รับดูแลทั้งคนไทยและต่างชาติ

แสดงเพิ่มเติม
วิไล นันต๊ะภาพ
วิไล นันต๊ะภาพ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 47 ปี

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

ลาคลอดได้แค่ 3 เดือน ค่ะ ต้องกลับไปทำงานต่อ จะฝากลูกไว้กับยายก็กลัวแกจะดูไม่ไหว เลยลองหาพี่เลี้ยงจากเว็บใส่ใจดู ตอนแรกก็กังวลอยู่เหมือนกันค่ะ ไม่กล้าทิ้งลูกไว้กับพี่เลี้ยง แต่ก็วางใจอย่างนึงว่าพี่เลี้ยงมีประสบการณ์ ตอนนี้ทุกอย่างลงตัว โอเคมาก ๆ ค่ะ
Saijai
สุชาดา มิ่งมงคล
4 ปีที่แล้ว
ลูกยังเล็กเราจ้างพี่เลี้ยงมา ตกลงเวลาเริ่มงาน 9.30-17.30 น. (พี่เลี้ยงมา 8.30 น. ทุกวัน ) ประสบการณ์ เคยดูแล เด็กเล็ก 4 เดือน – 2 ขวบ พอเด็กเข้าโรงเรียน ก็ว่าง พอดีที่บ้านช่วยกันหา เจอเว็บนี้เห็นรีวิวประสบการณ์คนเลี้ยงเลย คุยดู พี่เลี้ยงทำงานดีมาก่อนเวลา เตรียมของใช้ ทำงานเป็นระเบียบเหมือนอบรมมาดี อุ่นใจ คิดถูกที่ใช้บริการใส่ใจ แนะนำค่ะ
Saijai
ณัฐวรรณ แสงสีเงิน
4 ปีที่แล้ว
เราทำงานนอกบ้าน เลยหาพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลน้องที่บ้าน ค้นหาข้อมูลดูเวปนี้ให้รายละเอียดพี่เลี้ยงน่าสนใจ ราคาเรารับได้ เราเลยให้น้องมาทดลองงานก่อนเราไปทำงาน น้องมีประสบการณ์มา เลยปรับตัวไม่ยาก เวลาเราอยู่น้องจะช่วยหยิบจับของทำโน่นทำนี่ไป ประทับใจคะ สองเดือนแล้วน้องทำงานดี มีระเบียบเรียบร้อย คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เราไว้ใจให้น้องคนนี้ดูแล
Saijai
แม่น้องกัญ
4 ปีที่แล้ว
เป็นครั้งแรกที่เลือกใช้บริการพี่เลี้ยงเด็กในเว็บใส่ใจ ตอนแรกคิดว่าจะยุ่งยากในจอง แต่พอเข้าไปในเว็บไซต์ เว็บไซต์ใช้งานง่ายมาก ๆ มีความสะดวกในการใช้งาน อีกทั้งยังมี Guideline ให้อีกด้วย และขั้นตอนการนัดสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเพราะมีตัวเลือกให้เลือกด้วยว่าเราสะดวกสัมภาษณ์ทางไหน เหมาะแก่คนที่ไม่มีเวลาอย่างเราจริง ๆ
Saijai
สุริยา ดำรงรักษ์
4 ปีที่แล้ว
อยู่ ๆ พี่เลี้ยงคนเก่าลาออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้าต้องรีบหาพี่เลี้ยงใหม่แบบเร่งด่วน ไม่รู้จะทำยังไง บังเอิญมาเจอเว็บใส่ใจ หาพี่เลี้ยงคนใหม่ได้ง่ายมาก ๆ แถมได้คนดี มีประสบการณ์ ทำงานคล่อง เยี่ยมเลยค่ะ ประทับใจสุด ที่สำคัญคุณแม่สบายใจได้คนมาทำงานทันที
Saijai
ภัทรา กิจบำรุง
4 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลเด็ก

หากคุณพ่อคุณแม่ไม่มีเวลาดูแลลูกน้อยควรเลือกใช้บริการการเลี้ยงเด็กแบบใด พี่เลี้ยงเด็กส่วนตัว หรือเนอสเซอรี่
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาพี่เลี้ยงเด็ก วันนี้เรามาดูข้อดีขอเสียของพี่เลี้ยงเด็กกันค่ะ ทำไมต้องเลือกใช้บริการพี่เลี้ยงเด็ก

1) พี่เลี้ยงช่วยแบ่งเบาภาระของคุณพ่อคุณแม่ได้ หากคุณไม่มีเวลาดูแลลูกน้อยเนื่องจากต้องทำงานนั้น พี่เลี้ยงเด็กคือทางออกของคุณค่ะ
2) หากคุณเลือกพี่เลี้ยงที่มีคุณสมบัติที่ดีสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกของคุณได้ค่ะ
3) พี่เลี้ยงสามารถดูแลลูกน้อยของคุณแบบใกล้ชิดมากกว่าส่งลูกเข้าศูนย์เลี้ยงเด็ก เพราะศูนย์เลี้ยงเด็กนั้นไม่สามารถดูแลเด็ก ๆ แบบใกล้ชิดได้
4) พี่เลี้ยงสามารถยืดหยุ่นเวลาทำงานให้สอดคล้องกับการทำงานของคุณได้
5) คุณไม่ต้องเสียเวลาไปรับไปส่งลูกน้อยที่ศูนย์หากคุณจ้างพี่เลี้ยงมาที่บ้านเพื่อดูแลลูกน้อยของคุณ
6) ลูกของคุณจะไม่ป่วยบ่อยเหมือนเข้าศูนย์เลี้ยงเด็กที่มีเด็กมากกว่า20คน อาจจะเกิดความเสี่ยงติดโรคจากเพื่อน ๆ ได้
7) พี่เลี้ยงสามารถอยู่ดูแลลูกของคุณและเฝ้าบ้านของคุณได้หากในกรณีคุณกลับบ้านดึก
8) คุณสามารถบอกพี่เลี้ยงเด็กได้หากคุณต้องการให้พี่เลี้ยงมุ่งเน้นพัฒนาการของลูกคุณในด้านไหนเพราะพี่เลี้ยงของคุณจะดูแลเด็กแบบใกล้ชิด และมุ่งเน้นความสนใจให้ลูกของคุณ ต่างจากเข้าศูนย์เลี้ยงเด็กที่ต้องเฉลี่ยดูแลอย่างเท่าเทียมกัน

ข้อเสียของพี่เลี้ยงเด็ก

1) ลูกของคุณอาจจะติดพี่เลี้ยงมากเกินไป
2) ค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงหากเทียบกับศูนย์เลี้ยงเด็ก
3) คุณอาจจะสูญเสียความเป็นส่วนตัวภายในครอบครัว

อย่างไรก็ดีข้อดีของพี่เลี้ยงเด็กนั้นจะช่วยแบ่งเบาหน้าที่ของคุณไปได้เยอะเลยทีเดียว หากคุณกำลังมองหาพี่เลี้ยงเด็กสักคน ใส่ใจมีบริการด้านนี้ค่ะ
คุณสมบัติอะไรบ้างที่พี่เลี้ยงเด็กควรมี
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงเด็กส่วนตัว ใส่ใจขอแนะนำให้คุณพ่อคุณมองหาคุณสมบัติและทักษะเหล่านี้ในตัวพี่เลี้ยงเด็กเพื่อให้ได้คนที่ตรงใจที่สุดค่ะ

1. ความอดทน พี่เลี้ยงเด็กต้องมีเข้าใจในธรรมชาติและอดทนต่อพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนที่แตกต่างกัน
2. ทักษะการต่อรอง พี่เลี้ยงเด็กต้องมีเทคนิคในการเจรจาสื่อสารเพื่อโน้มน้าวให้เด็กเชื่อฟังโดยไม่ใช้การบังคับ
3. ทักษะแก้ปัญหา พี่เลี้ยงเด็กต้องมีความสามารถในการจัดการและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องรายงานคุณพ่อคุณแม่หากไม่ใช่เรื่องร้ายแรง
4. ความคิดสร้างสรรค์ พี่เลี้ยงเด็กควรมีความคิดสร้างสรรค์ หากิจกรรมที่เหมาะสำหรับเด็กในแต่ละช่วงวัยเพื่อให้เด็กได้เล่นเพลิดเพลินและฝึกช่วยเหลือตัวเอง
5. ตรงต่อเวลา พี่เลี้ยงเด็กต้องเป็นคนที่ตรงต่อเวลาและมีความรับผิดชอบในงานของตัวเอง คือต้องมาทำงานและเลิกงานตามเวลาที่ตกลงไว้กับคุณพ่อคุณแม่ หากมีเหตุสุดวิสัยทำให้มาสายควรแจ้งให้คุณพ่อคุณแม่ทราบโดยเร็วที่สุด
6. สุขภาพดี พี่เลี้ยงต้องเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงและดูแลตัวเองทั้งเสื้อผ้า หน้า ผมให้สะอาดอยู่เสมอ
7. วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรืออุบัติเหตุ พี่เลี้ยงต้องมีความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และสามารถช่วยเหลือเด็กได้ทันที
ควรทำอย่างไรเพื่อคลายความกังวลเมื่อคุณพ่อคุณแม่ต้องปล่อยให้ลูกอยู่ตามลำพังกับพี่เลี้ยง
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่จะไว้วางใจให้ลูก ๆ ของคุณอยู่ในความดูแลพี่เลี้ยงเด็ก แม้ว่าจะเป็นเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ตามเด็กอาจเกิดความรู้สึกวิตกกังวลเมื่อต้องแยกจากคุณพ่อคุณแม่ ใส่ใจมีวิธีการที่จะช่วยลดความกังวลของทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกได้ดังนี้ค่ะ

1. คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยและทำความเข้าใจกับเด็ก ถึงความจำเป็นที่ต้องให้เด็กๆ อยู่กับพี่เลี้ยง ให้ความมั่นใจกับเด็กว่าคุณพ่อคุณแม่หาคนที่สามารถดูแลพวกเขาได้ดี
2. คุณพ่อคุณแม่ควรหาพี่เลี้ยงที่เข้ากันได้กับลูก ๆ และมีความพร้อมในการดูแลเด็ก
3. แนะนำให้ลูก ๆ ทำความรู้จักกับพี่เลี้ยง โดยอาจจะเล่าให้ฟังว่าพี่เลี้ยงเห็นใคร ชื่ออะไร คุยกับพี่ผ่านทางวิดีโอคอลก่อนวันเริ่มงานจริง เพื่อนลดความตึงเครียดในการเจอกันครั้งแรก
4. คุณพ่อคุณแม่ควรบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของตัวเอง เบอร์โทรฉุกเฉิน และสอนให้ลูกใช้โทรศัพท์เพื่อโทรหาคุณพ่อคุณแม่ได้ หรือโทรขอความช่วยเหลือได้ในกรณีฉุกเฉิน
5. มอบหมายงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เด็ก ๆ ทำระหว่างวัน เพื่อที่เด็ก ๆ จะได้มีกิจกรรมเบนความสนใจและไม่เอาแต่จดจ่อรอเวลาคุณพ่อคุณแม่กลับบ้าน
6. เมื่อถึงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องออกจากบ้านและต้องให้เด็ก ๆ อยู่กับพี่เลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความมั่นใจกับเด็ก ๆ ว่าพี่เลี้ยงจะดูแลเด็ก ๆ เป็นอย่างดีและย้ำว่าพวกเขาสามารถโทรหาคุณได้เสมอ
ข้อตกลงสำคัญที่พ่อแม่ควรตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงานมีอะไรบ้าง?
สัญญาหรือข้อตกลงในการทำงานเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยงเด็กต้องตกลงร่วมกันเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันในขอบเขตการทำงานและค่าตอบแทน การทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรอาจจะไม่จำเป็นเสมอไป แต่การร่างหรือการบันทึกรายการช่วยให้ทั้งสองฝ่ายจดจำรายละเอียดต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น มีอะไรบ้างที่คุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยงเด็กควรตกลงกันก่อนเริ่มงาน

1. วันเริ่มงาน ควรมีวันเริ่มงานให้ชัดเจนเพื่อประโยชน์และไม่เป็นการเสียเวลาของทั้งคุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยงเด็ก
2. ชั่วโมงการทำงานและวันหยุด ตกลงเรื่องเวลาทำงาน จำนวนชั่วโมงการทำงานในแต่ละวันและวันหยุด เพื่อให้ตารางการทำงานของพี่เลี้ยงเด็กสอดคล้องกับเวลาทำงานของพ่อคุณแม่มากที่สุด และทั้งสองฝ่ายควรรักษาเวลา
3. ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ กำหนดความรับผิดชอบของพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจน
4. ค่าแรงและกำหนดการจ่าย ค่าแรงของพี่เลี้ยงเด็กอาจขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงาน เช่นพี่เลี้ยงเด็กรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์และรายเดือน ซึ่งกำหนดการจ่ายเงินอาจจะแตกต่างกันไปตามลักษณะการทำงานนี้ด้วย
5. ค่าแรงในกรณีทำงานล่วงเวลา หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้พี่เลี้ยงเด็กทำงานล่วงเวลา ควรสอบถามความสมัครใจของพี่เลี้ยงและตกลงกันให้ชัดเจนเรื่องค่าแรง
6. การโพสต์รูปหรือข้อความเกี่ยวกับเด็กลงสื่อออนไลน์ (Social Medias) คุณพ่อคุณแม่คงไม่อยากให้มีรูปภาพ หรือข้อความเกี่ยวกับลูก ๆ ถูกโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ค หรืออินสตาแกรม โดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรทำความตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กในเรื่องนี้ด้วย
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่ควรพูดคุยตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน

จุดเด่นและจุดด้อยของศูนย์ดูแลเด็ก (Day Care)

บริการดูแลเด็ก พี่เลี้ยงเด็ก มีหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบมีจุดเด่นและจุดด้อยต่างกันไป และศูนย์บริการดูแลเด็กช่วงกลางวัน (Day Care Center) ก็ไม่มีข้อยกเว้น ลองพิจารณาข้อมูลเหล่านี้เพื่อช่วยในการตัดสินใจในการเลือกใช้บริการที่ตรงกับความต้องการ

จุดเด่นศูนย์ดูแลเด็ก

• ชั่วโมงการให้บริการ ศูนย์รับเลี้ยงเด็กกลางวันให้บริการในวันและเวลาที่ลงตัวและรองรับกับการทำงานของพ่อแม่ ผู้ปกครอง บางแห่งขยายเวลาบริการให้ครอบคลุมช่วงเช้าตรู่และช่วงดึกด้วย

• พัฒนาทักษะทางสังคม เด็กได้ใช้เวลากับเพื่อนในวัยเดียวกัน ทั้งเล่น รับประทานอาหาร เรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับคนอื่น ๆ นอกจากสมาชิกในครอบครัวของตัวเอง

• เน้นการศึกษาปฐมวัย เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้และเตรียมตัวก่อนเข้าเรียนในชั้นอนุบาล ผู้ดูแลหรือพี่เลี้ยงเด็กมีกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการ การเล่นที่มีประโยชน์ เช่นการเล่านิทาน สอนอ่าน ABCs และ นับเลขแบบง่าย ๆ

จุดด้อยของศูนย์ดูแลเด็ก

• มีการเปลี่ยนแปลงผู้ดูแลเด็กประจำศูนย์อยู่บ่อย ๆ ความคุ้นเคยเป็นสิ่งสำคัญต่อความมั่นคงทางอารมณ์ของเด็ก คงไม่ผลดีต่อเด็กแน่ ถ้าศูนย์ดูแลเด็กมีการเปลี่ยนแปลงผู้ดูแลเด็กประจำศูนย์อยู่บ่อย ๆ นอกจากส่งผลกระทบต่อเด็กแล้ว การเปลี่ยนพนักงานบ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณที่แสดงถึงความไม่มั่นคงและปลอดภัยของศูนย์บริการนั้น ๆ ด้วย

• เวลาให้บริการที่ไม่ยืดหยุ่น เนื่องจากศูนย์ดูแลเด็กมีวันและเวลาให้บริการที่แน่นอน แต่พ่อแม่ ผู้ปกครองบางคน อาจมีงานด่วนหรืองานพิเศษที่ตรงกับวันหยุดของศูนย์ จำเป็นต้องมองหาตัวช่วยอื่น

• ค่าใช้จ่ายสูงมากหากเทียบรายได้ที่คุณพ่อคุณแม่หาได้ ในระดับปานกลาง

• เชื้อโรค การที่ต้องอยู่ปะปนกับเด็กจำนวนมาก มีความเสี่ยงที่เด็กจะได้รับเชื้อโรคและทำให้เจ็บป่วยได้

คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองลองพิจารณาข้อมูลเหล่านี้เพื่อช่วยในการเลือกใช้บริการดูแลเด็กที่เหมาะสมกับความต้องการคุณมากที่สุด



ฝึกและเตรียมพร้อมเป็นพี่เลี้ยงเด็ก

1. ฝึกพื้นฐานการดูแลเด็ก ผู้ให้บริการดูแลเด็กหรือพี่เลี้ยงเด็กควรสามารถจัดการหน้าที่พื้นฐานของการดูแลเด็ก รวมถึงการดูแลและติดตามความปลอดภัยของเด็ก การเตรียมอาหารและของว่าง ช่วยให้เด็กรักษาสุขอนามัยที่ดีและสุขอนามัยในห้องน้ำ การเปลี่ยนผ้าอ้อมของทารกและเด็กวัยหัดเดิน และการจัดกิจกรรมและเวลาเล่นที่เหมาะสมกับวัย

2. ความรู้ในการดูแลทารก สำหรับพี่เลี้ยงเด็กทารกต้องเข้าใจว่าวัยทารกเป็นวัยที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ผู้ดูแลหรือพี่เลี้ยงเด็กมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้มากมาย ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการดูแลทารก รวมถึงวิธีเปลี่ยนผ้าอ้อม วิธีป้อนนม สิ่งที่ควรทำเมื่อทารกร้องไห้และสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย ดังนั้นผู้ดูแลเด็กหรือพี่เลี้ยงเด็กไม่ควรให้บริการดูแลทารก นอกจากจะผ่านการอบรมในการดูแลเด็กทารกโดยเฉพาะ หรือมีประสบการณ์จริงในการดูแลเด็กทารกมาก่อน

3. เรียนรู้กฎของบ้านและปฏิบัติตาม ก่อนที่พี่เลี้ยงเด็กหรือผู้ดูแลเด็กจะเริ่มงานรับเลี้ยงเด็ก ต้องทำความเข้าใจกฎระเบียบสำคัญของครอบครัวที่คุณจะให้บริการเสียก่อน รวมถึงสิ่งที่เด็กกินได้และสิ่งที่ไม่ได้รับอนุญาตให้กิน ห้ามทำกิจกรรมอะไร ควรเข้านอนกี่โมง หากเลี้ยงเด็กหรือผู้ดูแลเด็กไม่แน่ใจหรือสงสัยเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ใด ๆ ให้ถามผู้ปกครองก่อนที่จะเริ่มงาน การเตรียมการล่วงหน้าแต่เนิ่น ๆ ย่อมส่งผลดีต่องานบริการของคุณอย่างแน่นอน

4. ให้เกียรติ พี่เลี้ยงเด็กหรือผู้ดูแลเด็กต้องเข้าใจในความแตกต่างในการดำเนินชีวิตหรือวัฒนธรรม ของครอบครัวนายจ้างหรือผู้ใช้บริการ

5. รับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย ทุกคนทราบดีว่าอุบัติเหตุและการบาดเจ็บสามารถเกิดขึ้นได้ และแน่นอนว่าจะเกิดขึ้นได้ ผู้ดูแลหรือพี่เลี้ยงเด็กต้องรับมือกับบาดแผลและรอยถลอกต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนปัญหาร้ายแรง เช่น สำลัก นอกจากนี้ การฝึกอบรมจะช่วยให้ผู้ดูแลหรือพี่เลี้ยงเด็กรู้จักควบคุมสถานการณ์ได้ ตัวอย่างเช่น หากในบ้านมีสระว่ายน้ำหรืออ่างอาบน้ำ ผู้ดูแลหรือพี่เลี้ยงเด็กจะต้องดูแลให้เด็ก ๆ อยู่ห่างไกลจากสระนี้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการจมน้ำ

6. รู้ว่าต้องติดใครและทำอย่างไรในกรณีฉุกเฉิน ผู้ดูแลหรือพี่เลี้ยงเด็กควรมีเบอร์โทรของผู้ปกครองของเด็ก ๆ และในกรณีฉุกเฉิน ผู้ดูแลหรือพี่เลี้ยงเด็กควรมีรายชื่อและเบอร์โทรที่คุณอาจต้องใช้ รายการหมายเลขโทรศัพท์ควรรวมถึงที่ทำงานและโทรศัพท์มือถือสำหรับทั้งผู้ปกครองและผู้ใหญ่ที่เชื่อถือได้คนอื่นๆ ที่สามารถเข้ามาช่วยเหลือได้ หมายเลขสำหรับสายด่วนควบคุมสารพิษและแพทย์สำหรับเด็กที่เข้าถึงได้ง่ายด้วย รู้ว่าควรโทรหา 191 หรือ 1669 เมื่อใด นั่นรวมถึงถ้าเด็กหมดสติ ไม่หายใจ หรือหายใจลำบาก ในสถานการณ์ใด ๆ ที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจหรือไม่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง อย่าลังเลที่จะโทร 191 หรือ 1669



อาหารและโภชนาการของลูกน้อย

อาหารและโภชนาการมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครองหรือพี่เลี้ยงเด็กควรให้เด็กได้รับโภชนาการที่เหมาะสม รวมถึงการรับประทานอาหารสามมื้อต่อวันและของว่างที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ นมไขมันต่ำ เป็นต้น หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูงและอาหารที่มีไขมันสูง ปริมาณพลังงานและแคลอรีที่เด็กควรได้รับขึ้นอยู่กับกิจกรรมในแต่ละวัน คำแนะนำด้านโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่อให้เด็กมีสุขภาพที่ดี คือการกระตุ้นให้พวกเขากินอาหารที่หลากหลาย เลือกอาหารจากธัญพืช ผักและผลไม้มากมาย ไขมันต่ำ ไขมันอิ่มตัว และคอเลสเตอรอล น้ำตาลและเกลือปานกลาง มีแคลเซียมและธาตุเหล็กเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายที่กำลังเติบโต พ่อแม่ ผู้ปกครองหรือพี่เลี้ยงเด็กยังช่วยส่งเสริมโภชนาการที่ดีได้ด้วยการสร้างตัวอย่างที่ดีในชีวิตครอบครัว กินเพื่อสุขภาพและออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ควรมรของหวานหรือของขบเคี้ยวที่มีแคลอรีสูง เช่น มันฝรั่งทอด น้ำอัดลมธรรมดา ซีเรียลเคลือบน้ำตาล ลูกอม หรือไอศกรีมทั่วไว้ในตู้เย็น ระวังอาหารที่อาจทำให้เด็กสำลักได้ เช่น แครอทดิบ ถั่วลิสง องุ่นทั้งลูก เนื้อที่เคี้ยวยาก ข้าวโพดคั่ว หมากฝรั่ง หรือลูกกวาด ทอฟฟี่ เด็กบางคนอาจกินอาหารในปริมาณที่น้อยกว่าที่พ่อแม่คาดหวัง แต่ตราบใดที่เด็กยังเจริญเติบโตตามปกติ อารมณ์ดี และสดใสร่าเริง คงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลใจ เพื่อป้องกันปัญหาการกิน ควรปลูกฝังนิสัยการกินอย่างถูกหลักโภชนาการ ชี้ให้เห็นถึงผลเสียของการกินแบบทุโภชนาการ ให้เด็กตั้งแต่อายุน้อย ๆ เพื่อให้เด็กติดเป็นนิสัยและมีสุขภาพแข็งแรงผลไม้มากเกินไปเพื่อไม่ให้พวกเขาหิวข้าว บังคับให้ลูกกินเมื่อไม่หิว หรือการบังคับให้พวกเขากินอาหารที่ไม่ต้องการ โปรดจำไว้ว่า เด็กส่วนใหญ่ไม่รับประทานอาหารที่สมดุลในแต่ละวัน แต่ในช่วงหนึ่งสัปดาห์หรือประมาณนั้น อาหารของพวกเขามักจะมีความสมดุลที่ดี คุณสามารถพิจารณาให้วิตามินแก่ลูกของคุณทุกวันหากคุณคิดว่าพวกเขารับประทานอาหารได้ไม่ดี แม้ว่าเด็กส่วนใหญ่จะไม่ต้องการมันก็ตาม หลีกเลี่ยงการลงโทษลูกของคุณที่ทานอาหารไม่ดี จำกัดการสนทนาในช่วงเวลาอาหารให้อยู่ในหัวข้อที่ดีและน่าพอใจ และหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนิสัยการกินที่ไม่ดีของลูกของคุณขณะอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหาร อย่าใช้อาหารเป็นรางวัล เพราะบางทีเราต้องแลกกับของไม่มีประโยชน์