ดูแลเด็ก ใน หลักสี่, กรุงเทพมหานคร

ดูแลเด็ก ใน หลักสี่, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

วิไล นันต๊ะภาพ
วิไล นันต๊ะภาพ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 48 ปี
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 39 ปี

ใส่ใจดูแลเหมือนลูกเจ้าของเองใจเย็น ดูแลได้ตลอด

แสดงเพิ่มเติม

มีความอดทน ขยัน รักความสะอาด ใจเย็น

แสดงเพิ่มเติม
Piyatida Dumluck
Piyatida Dumluck
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 40 ปี
ทิพวรรณ์ ราศรี
ทิพวรรณ์ ราศรี
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 28 ปี

เป็นคนอัธยาศัยดีค่ะ ใจเย็นค่ะชอบเล่นกับเด็ก ส่งเสริมพัฒนาการของน้องได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
ฉันทนา สิทธิ
ฉันทนา สิทธิ
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 46 ปี

เป็นคนง่ายๆรักเด็กใจเย็นไม่เคยโกรธหรือโมโหอะไรง่ายๆนอนน้อยทําได้หมดแต่ไม่ชอบจู้จี้

แสดงเพิ่มเติม
กัญญาภัทร บุตรพรม
กัญญาภัทร บุตรพรม
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

สวัสดีค่ะ ชือ ภัทรค่ะ อายุ 52 ถนัดดูแลเด็กแรกคลอด คุณแม่หลังคลอดค่ะ นวดเด็กแรกเล็กได้ ช้วยให้เด็ก อารมณ์ดีไม่งอแง ช่วยระบบขับถ่าย เลือดลมไหลเวียนดี ร่างกายแข็งแรง.นวดประคบสมุนไพร คุณแม่หลังคลอดช่วยในการอยู่ไฟสมัยโบราณ ทำให้มดลูกเข้าอู่ไว้ ร่างกายแข็งแรง รับงานได้ทั้งในและต่างประเทศค่ะ รับดูแลทั้งคนไทยและต่างชาติ

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

ลาคลอดได้แค่ 3 เดือน ค่ะ ต้องกลับไปทำงานต่อ จะฝากลูกไว้กับยายก็กลัวแกจะดูไม่ไหว เลยลองหาพี่เลี้ยงจากเว็บใส่ใจดู ตอนแรกก็กังวลอยู่เหมือนกันค่ะ ไม่กล้าทิ้งลูกไว้กับพี่เลี้ยง แต่ก็วางใจอย่างนึงว่าพี่เลี้ยงมีประสบการณ์ ตอนนี้ทุกอย่างลงตัว โอเคมาก ๆ ค่ะ
Saijai
สุชาดา มิ่งมงคล
5 ปีที่แล้ว
บ้านอยู่แถว สุขุมวิท71 ลองใช้เว็บใส่ใจครั้งแรก เพราะเพื่อนๆ แนะนำมา อยากได้พี่เลี้ยงเด็ก มองหามาหลายที่ ที่นี่รายละเอียดครบ ราคาชัดเจน โทรปรึกษาพนักงานก็อธิบายเข้าใจง่ายมาก สะดวกสบาย ง่ายกว่า search หาเองใน Google ชอบมากๆ ค่ะ
Saijai
นงคราญ แซ่ตั้ง
5 ปีที่แล้ว
เป็นครั้งแรกที่เลือกใช้บริการพี่เลี้ยงเด็กในเว็บใส่ใจ ตอนแรกคิดว่าจะยุ่งยากในจอง แต่พอเข้าไปในเว็บไซต์ เว็บไซต์ใช้งานง่ายมาก ๆ มีความสะดวกในการใช้งาน อีกทั้งยังมี Guideline ให้อีกด้วย และขั้นตอนการนัดสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเพราะมีตัวเลือกให้เลือกด้วยว่าเราสะดวกสัมภาษณ์ทางไหน เหมาะแก่คนที่ไม่มีเวลาอย่างเราจริง ๆ
Saijai
สุริยา ดำรงรักษ์
5 ปีที่แล้ว
ลองค้นหาบริการพี่เลี้ยงเด็กอยู่หลายที่ จนได้มาเจอเว็บใส่ใจ ลองเข้าไปดู รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างมีขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ให้เลือกพี่เลี้ยง ขั้นตอนนัดสัมภาษณ์ รายละเอียดและคำแนะนำต่าง ๆ พี่เลี้ยงที่ได้มาก็ตรงตามความต้องการสุด ๆ รู้สึกประทับใจมาก
Saijai
ณัฐณิชา ทิวาสวัสดิ์
5 ปีที่แล้ว
อยู่ ๆ พี่เลี้ยงคนเก่าลาออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้าต้องรีบหาพี่เลี้ยงใหม่แบบเร่งด่วน ไม่รู้จะทำยังไง บังเอิญมาเจอเว็บใส่ใจ หาพี่เลี้ยงคนใหม่ได้ง่ายมาก ๆ แถมได้คนดี มีประสบการณ์ ทำงานคล่อง เยี่ยมเลยค่ะ ประทับใจสุด ที่สำคัญคุณแม่สบายใจได้คนมาทำงานทันที
Saijai
ภัทรา กิจบำรุง
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลเด็ก

หากคุณพ่อคุณแม่ต้องทำงานนอกบ้านและไม่มีเวลาเลี้ยงลูกเอง ลองเปรียบเทียบกันระหว่างส่งลูกไปเนอสเซอรี่และจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลลูกที่บ้าน อะไรจะตรงใจคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด
บริการรับเลี้ยงเด็กในปัจจุบันมีหลายทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นพี่เลี้ยงเด็ก หรือเนอสเซอรี่ เรามาดูข้อดีข้อเสียกันเลยค่ะ

ข้อดีของพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านมีดังนี้

1) พี่เลี้ยงสามารถดูแลลูกน้อยของคุณได้อย่างใกล้ชิด ลูกของคุณจะได้รับความเอาใจใส่ที่ส่งผลต่อพัฒนาการเด็กทางด้านอารมณ์
2) พี่เลี้ยงสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กผ่านการทำกิจกรรมต่าง
3) พ่อแม่ประหยัดเวลามากขึ้น หากจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลที่บ้าน
4) เด็กจะไม่ป่วยบ่อย เนื่องจากเด็กจะอยู่ในบ้านของตนเอง

ข้อดีของเนอสเซอรี่

1) เด็ก ๆ จะรู้จักการเข้าสังคม
2) เนอสเซอรี่มีบริเวณกว้างเพื่อให้เด็กได้ทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ
3) เด็กจะได้ฝึกดูแลตัวเอง เพราะครูพี่เลี้ยงไม่ได้ดูแลเด็กแบบใกล้ชิด

ข้อเสียของพี่เลี้ยง

1) ค่าใช้จ่ายอาจจะสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเข้าศูนย์เนอสเซอรี่
2) เด็กอาจจะติดพี่เลี้ยงเกินไป
3) ลดความเป็นส่วนตัวของครอบครัว

ข้อเสียของเนอสเซอรี่

1) เด็กป่วยบ่อยเพราะมีภูมิคุ้มกันที่น้อยเนื่องจากอยู่กับเด็กหลายคน
2) ลูกจะไม่ได้รับการดูแลใกล้ชิดแบบตัวต่อตัวอาจส่งผลถึงอารมณ์ของเด็กได้
3) เด็กจะอยู่ห่างไกลจากพ่อแม่

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาบริการพี่เลี้ยงเด็ก ใส่ใจมีบริการพี่เลี้ยงมืออาชีพที่พร้อมจะให้บริการคุณค่ะ
คุณสมบัติอะไรบ้างที่พี่เลี้ยงเด็กควรมี
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงเด็กส่วนตัว ใส่ใจขอแนะนำให้คุณพ่อคุณมองหาคุณสมบัติและทักษะเหล่านี้ในตัวพี่เลี้ยงเด็กเพื่อให้ได้คนที่ตรงใจที่สุดค่ะ

1. ความอดทน พี่เลี้ยงเด็กต้องมีเข้าใจในธรรมชาติและอดทนต่อพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนที่แตกต่างกัน
2. ทักษะการต่อรอง พี่เลี้ยงเด็กต้องมีเทคนิคในการเจรจาสื่อสารเพื่อโน้มน้าวให้เด็กเชื่อฟังโดยไม่ใช้การบังคับ
3. ทักษะแก้ปัญหา พี่เลี้ยงเด็กต้องมีความสามารถในการจัดการและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องรายงานคุณพ่อคุณแม่หากไม่ใช่เรื่องร้ายแรง
4. ความคิดสร้างสรรค์ พี่เลี้ยงเด็กควรมีความคิดสร้างสรรค์ หากิจกรรมที่เหมาะสำหรับเด็กในแต่ละช่วงวัยเพื่อให้เด็กได้เล่นเพลิดเพลินและฝึกช่วยเหลือตัวเอง
5. ตรงต่อเวลา พี่เลี้ยงเด็กต้องเป็นคนที่ตรงต่อเวลาและมีความรับผิดชอบในงานของตัวเอง คือต้องมาทำงานและเลิกงานตามเวลาที่ตกลงไว้กับคุณพ่อคุณแม่ หากมีเหตุสุดวิสัยทำให้มาสายควรแจ้งให้คุณพ่อคุณแม่ทราบโดยเร็วที่สุด
6. สุขภาพดี พี่เลี้ยงต้องเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงและดูแลตัวเองทั้งเสื้อผ้า หน้า ผมให้สะอาดอยู่เสมอ
7. วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรืออุบัติเหตุ พี่เลี้ยงต้องมีความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และสามารถช่วยเหลือเด็กได้ทันที
อะไรที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่คลายความกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ลูก ๆ อยู่กับพี่เลี้ยงตามลำพัง
เมื่อคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลลูก ๆ ของคุณ ความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจ คุณพ่อคุณแม่มีวิธีการใดบ้างที่จะหาพี่เลี้ยงที่วางใจได้ ใส่ใจมีวิธีการที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รู้จักตัวตนของพี่เลี้ยงเด็กมากขึ้น

1. ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีหากครอบครัวหรือเพื่อนของคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้แนะนำพี่เลี้ยงเด็กที่พวกเขารู้จัก อย่างน้อยก็มีคนรับรองพวกเขาได้ แต่สิ่งสำคัญก็คือต้องทำการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กและตรวจสอบประวัติของคุณเองเพื่อให้แน่ใจว่าเชื่อถือได้มากที่สุด
2. สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มองหาพี่เลี้ยงจากสื่อออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย (Social Media) เช่น เฟสบุ๊ค หรือไลน์ มองหาพี่เลี้ยงเด็กที่มีรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการก่อนหน้า ใช้เวลาอ่านและศึกษารีวิวเหล่านั้น
3. เชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง เมื่อคุณพ่อคุณแม่มีโอกาสสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงาน หากมีสัญญาณที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกไม่สบายใจ เช่น พี่เลี้ยงเด็กดูเป็นคนไม่กระตือรือร้น หรือไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส จงเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองที่ชี้ว่าคนคนนี้ไม่เหมาะสมกับงาน
4. ตรวจสอบประวัติ คุณพ่อคุณแม่อาจร้องขอให้พี่เลี้ยงตรวจสอบประวัติอาชญากรรมกับกองทะเบียนประวัติอาชญากร( http://www.criminal.police.go.th/ ) เพื่อให้แน่ใจว่าพี่เลี้ยงเด็กไม่มีประวัติกระทำผิดกฎหมายทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือและช่วยในการตัดสินใจ
พ่อแม่ควรตกลงอะไรบ้างก่อนจ้างพี่เลี้ยงเด็ก?
เมื่อคุณพ่อคุณแม่สามารถหาพี่เลี้ยงเด็กที่ถูกใจได้แล้ว ควรพูดคุยและตกลงกันเรื่องใดบ้างก่อนเริ่มงาน

1. วันและเวลาทำงาน คุณพ่อและคุณแม่ควรมีแผนการทำงานของพี่เลี้ยงที่ชัดเจน เช่นกำหนดวันทำงาน วันหยุด และเวลาทำงานในแต่ละวันให้ชัดเจน และควรถามความสมัครใจหากต้องการให้พี่เลี้ยงทำงานล่วงเวลา
2. ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ คุณพ่อคุณแม่ควรระบุขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจน หากต้องการให้พี่เลี้ยงทำงานบ้านหรืองานอื่น ๆ นอกจากดูแลเด็ก ควรตกลงกันให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน
3. ระยะเวลาการทดลองงาน หาดคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้พี่เลี้ยงทดลองงานก่อนสักระยะหนึ่งก่อนทำสัญญาว่าจ้าง ควรระบุช่วงระยะเวลาและเงื่อนไขในการทดลองงานให้ชัดเจน
4. ค่าจ้าง คุณพ่อคุณแม่ควรสอบถามและตกลงค่าจ้างของพี่เลี้ยงให้ชัดเจน และค่าจ้างควรจะสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และจำนวนชั่วโมงทำงานในแต่ละวัน ประสบการณ์ในการทำงานอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ประกอบการพิจารณาอัตราค่าจ้างได้
5. กรณีจ้างพี่เลี้ยงประจำแบบพักอาศัยร่วม คุณพ่อคุณแม่ต้องจัดการเรื่องที่พักให้กับพี่เลี้ยง รวมถึงอาหารในแต่ละวันตามตกลงกัน
6. ข้อตกลงในการอยู่อาศัยร่วมกัน คุณพ่อคุณแม่ควรบอกกล่าวพี่เลี้ยงให้ชัดเจนถึงกฎระเบียบต่าง ๆ สิ่งใดไม่ควรปฏิบัติของการอาศัยอยู่ร่วมกัน

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่ควรพูดคุยตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน

จุดเด่นและจุดด้อยของศูนย์ดูแลเด็ก (Day Care)

บริการดูแลเด็ก พี่เลี้ยงเด็ก มีหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบมีจุดเด่นและจุดด้อยต่างกันไป และศูนย์บริการดูแลเด็กช่วงกลางวัน (Day Care Center) ก็ไม่มีข้อยกเว้น ลองพิจารณาข้อมูลเหล่านี้เพื่อช่วยในการตัดสินใจในการเลือกใช้บริการที่ตรงกับความต้องการ

จุดเด่นศูนย์ดูแลเด็ก

• ชั่วโมงการให้บริการ ศูนย์รับเลี้ยงเด็กกลางวันให้บริการในวันและเวลาที่ลงตัวและรองรับกับการทำงานของพ่อแม่ ผู้ปกครอง บางแห่งขยายเวลาบริการให้ครอบคลุมช่วงเช้าตรู่และช่วงดึกด้วย

• พัฒนาทักษะทางสังคม เด็กได้ใช้เวลากับเพื่อนในวัยเดียวกัน ทั้งเล่น รับประทานอาหาร เรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับคนอื่น ๆ นอกจากสมาชิกในครอบครัวของตัวเอง

• เน้นการศึกษาปฐมวัย เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้และเตรียมตัวก่อนเข้าเรียนในชั้นอนุบาล ผู้ดูแลหรือพี่เลี้ยงเด็กมีกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการ การเล่นที่มีประโยชน์ เช่นการเล่านิทาน สอนอ่าน ABCs และ นับเลขแบบง่าย ๆ

จุดด้อยของศูนย์ดูแลเด็ก

• มีการเปลี่ยนแปลงผู้ดูแลเด็กประจำศูนย์อยู่บ่อย ๆ ความคุ้นเคยเป็นสิ่งสำคัญต่อความมั่นคงทางอารมณ์ของเด็ก คงไม่ผลดีต่อเด็กแน่ ถ้าศูนย์ดูแลเด็กมีการเปลี่ยนแปลงผู้ดูแลเด็กประจำศูนย์อยู่บ่อย ๆ นอกจากส่งผลกระทบต่อเด็กแล้ว การเปลี่ยนพนักงานบ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณที่แสดงถึงความไม่มั่นคงและปลอดภัยของศูนย์บริการนั้น ๆ ด้วย

• เวลาให้บริการที่ไม่ยืดหยุ่น เนื่องจากศูนย์ดูแลเด็กมีวันและเวลาให้บริการที่แน่นอน แต่พ่อแม่ ผู้ปกครองบางคน อาจมีงานด่วนหรืองานพิเศษที่ตรงกับวันหยุดของศูนย์ จำเป็นต้องมองหาตัวช่วยอื่น

• ค่าใช้จ่ายสูงมากหากเทียบรายได้ที่คุณพ่อคุณแม่หาได้ ในระดับปานกลาง

• เชื้อโรค การที่ต้องอยู่ปะปนกับเด็กจำนวนมาก มีความเสี่ยงที่เด็กจะได้รับเชื้อโรคและทำให้เจ็บป่วยได้

คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองลองพิจารณาข้อมูลเหล่านี้เพื่อช่วยในการเลือกใช้บริการดูแลเด็กที่เหมาะสมกับความต้องการคุณมากที่สุด



ฝึกและเตรียมพร้อมเป็นพี่เลี้ยงเด็ก

1. ฝึกพื้นฐานการดูแลเด็ก ผู้ให้บริการดูแลเด็กหรือพี่เลี้ยงเด็กควรสามารถจัดการหน้าที่พื้นฐานของการดูแลเด็ก รวมถึงการดูแลและติดตามความปลอดภัยของเด็ก การเตรียมอาหารและของว่าง ช่วยให้เด็กรักษาสุขอนามัยที่ดีและสุขอนามัยในห้องน้ำ การเปลี่ยนผ้าอ้อมของทารกและเด็กวัยหัดเดิน และการจัดกิจกรรมและเวลาเล่นที่เหมาะสมกับวัย

2. ความรู้ในการดูแลทารก สำหรับพี่เลี้ยงเด็กทารกต้องเข้าใจว่าวัยทารกเป็นวัยที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ผู้ดูแลหรือพี่เลี้ยงเด็กมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้มากมาย ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการดูแลทารก รวมถึงวิธีเปลี่ยนผ้าอ้อม วิธีป้อนนม สิ่งที่ควรทำเมื่อทารกร้องไห้และสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย ดังนั้นผู้ดูแลเด็กหรือพี่เลี้ยงเด็กไม่ควรให้บริการดูแลทารก นอกจากจะผ่านการอบรมในการดูแลเด็กทารกโดยเฉพาะ หรือมีประสบการณ์จริงในการดูแลเด็กทารกมาก่อน

3. เรียนรู้กฎของบ้านและปฏิบัติตาม ก่อนที่พี่เลี้ยงเด็กหรือผู้ดูแลเด็กจะเริ่มงานรับเลี้ยงเด็ก ต้องทำความเข้าใจกฎระเบียบสำคัญของครอบครัวที่คุณจะให้บริการเสียก่อน รวมถึงสิ่งที่เด็กกินได้และสิ่งที่ไม่ได้รับอนุญาตให้กิน ห้ามทำกิจกรรมอะไร ควรเข้านอนกี่โมง หากเลี้ยงเด็กหรือผู้ดูแลเด็กไม่แน่ใจหรือสงสัยเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ใด ๆ ให้ถามผู้ปกครองก่อนที่จะเริ่มงาน การเตรียมการล่วงหน้าแต่เนิ่น ๆ ย่อมส่งผลดีต่องานบริการของคุณอย่างแน่นอน

4. ให้เกียรติ พี่เลี้ยงเด็กหรือผู้ดูแลเด็กต้องเข้าใจในความแตกต่างในการดำเนินชีวิตหรือวัฒนธรรม ของครอบครัวนายจ้างหรือผู้ใช้บริการ

5. รับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย ทุกคนทราบดีว่าอุบัติเหตุและการบาดเจ็บสามารถเกิดขึ้นได้ และแน่นอนว่าจะเกิดขึ้นได้ ผู้ดูแลหรือพี่เลี้ยงเด็กต้องรับมือกับบาดแผลและรอยถลอกต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนปัญหาร้ายแรง เช่น สำลัก นอกจากนี้ การฝึกอบรมจะช่วยให้ผู้ดูแลหรือพี่เลี้ยงเด็กรู้จักควบคุมสถานการณ์ได้ ตัวอย่างเช่น หากในบ้านมีสระว่ายน้ำหรืออ่างอาบน้ำ ผู้ดูแลหรือพี่เลี้ยงเด็กจะต้องดูแลให้เด็ก ๆ อยู่ห่างไกลจากสระนี้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการจมน้ำ

6. รู้ว่าต้องติดใครและทำอย่างไรในกรณีฉุกเฉิน ผู้ดูแลหรือพี่เลี้ยงเด็กควรมีเบอร์โทรของผู้ปกครองของเด็ก ๆ และในกรณีฉุกเฉิน ผู้ดูแลหรือพี่เลี้ยงเด็กควรมีรายชื่อและเบอร์โทรที่คุณอาจต้องใช้ รายการหมายเลขโทรศัพท์ควรรวมถึงที่ทำงานและโทรศัพท์มือถือสำหรับทั้งผู้ปกครองและผู้ใหญ่ที่เชื่อถือได้คนอื่นๆ ที่สามารถเข้ามาช่วยเหลือได้ หมายเลขสำหรับสายด่วนควบคุมสารพิษและแพทย์สำหรับเด็กที่เข้าถึงได้ง่ายด้วย รู้ว่าควรโทรหา 191 หรือ 1669 เมื่อใด นั่นรวมถึงถ้าเด็กหมดสติ ไม่หายใจ หรือหายใจลำบาก ในสถานการณ์ใด ๆ ที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจหรือไม่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง อย่าลังเลที่จะโทร 191 หรือ 1669



อาหารและโภชนาการของลูกน้อย

อาหารและโภชนาการมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครองหรือพี่เลี้ยงเด็กควรให้เด็กได้รับโภชนาการที่เหมาะสม รวมถึงการรับประทานอาหารสามมื้อต่อวันและของว่างที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ นมไขมันต่ำ เป็นต้น หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูงและอาหารที่มีไขมันสูง ปริมาณพลังงานและแคลอรีที่เด็กควรได้รับขึ้นอยู่กับกิจกรรมในแต่ละวัน คำแนะนำด้านโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่อให้เด็กมีสุขภาพที่ดี คือการกระตุ้นให้พวกเขากินอาหารที่หลากหลาย เลือกอาหารจากธัญพืช ผักและผลไม้มากมาย ไขมันต่ำ ไขมันอิ่มตัว และคอเลสเตอรอล น้ำตาลและเกลือปานกลาง มีแคลเซียมและธาตุเหล็กเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายที่กำลังเติบโต พ่อแม่ ผู้ปกครองหรือพี่เลี้ยงเด็กยังช่วยส่งเสริมโภชนาการที่ดีได้ด้วยการสร้างตัวอย่างที่ดีในชีวิตครอบครัว กินเพื่อสุขภาพและออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ควรมรของหวานหรือของขบเคี้ยวที่มีแคลอรีสูง เช่น มันฝรั่งทอด น้ำอัดลมธรรมดา ซีเรียลเคลือบน้ำตาล ลูกอม หรือไอศกรีมทั่วไว้ในตู้เย็น ระวังอาหารที่อาจทำให้เด็กสำลักได้ เช่น แครอทดิบ ถั่วลิสง องุ่นทั้งลูก เนื้อที่เคี้ยวยาก ข้าวโพดคั่ว หมากฝรั่ง หรือลูกกวาด ทอฟฟี่ เด็กบางคนอาจกินอาหารในปริมาณที่น้อยกว่าที่พ่อแม่คาดหวัง แต่ตราบใดที่เด็กยังเจริญเติบโตตามปกติ อารมณ์ดี และสดใสร่าเริง คงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลใจ เพื่อป้องกันปัญหาการกิน ควรปลูกฝังนิสัยการกินอย่างถูกหลักโภชนาการ ชี้ให้เห็นถึงผลเสียของการกินแบบทุโภชนาการ ให้เด็กตั้งแต่อายุน้อย ๆ เพื่อให้เด็กติดเป็นนิสัยและมีสุขภาพแข็งแรงผลไม้มากเกินไปเพื่อไม่ให้พวกเขาหิวข้าว บังคับให้ลูกกินเมื่อไม่หิว หรือการบังคับให้พวกเขากินอาหารที่ไม่ต้องการ โปรดจำไว้ว่า เด็กส่วนใหญ่ไม่รับประทานอาหารที่สมดุลในแต่ละวัน แต่ในช่วงหนึ่งสัปดาห์หรือประมาณนั้น อาหารของพวกเขามักจะมีความสมดุลที่ดี คุณสามารถพิจารณาให้วิตามินแก่ลูกของคุณทุกวันหากคุณคิดว่าพวกเขารับประทานอาหารได้ไม่ดี แม้ว่าเด็กส่วนใหญ่จะไม่ต้องการมันก็ตาม หลีกเลี่ยงการลงโทษลูกของคุณที่ทานอาหารไม่ดี จำกัดการสนทนาในช่วงเวลาอาหารให้อยู่ในหัวข้อที่ดีและน่าพอใจ และหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนิสัยการกินที่ไม่ดีของลูกของคุณขณะอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหาร อย่าใช้อาหารเป็นรางวัล เพราะบางทีเราต้องแลกกับของไม่มีประโยชน์