ช่างซ่อมบำรุง ใน พัทยา, ชลบุรี

ช่างซ่อมบำรุง ใน พัทยา, ชลบุรี

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

สุจิน พินิจดี
สุจิน พินิจดี
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

ช่างซ่อมบำรุงในบริษัท์ 15ปี งานไฟฟ้า งานแอร์ 7 ปี ปัจจุบันทำงานบริษัท์ควบคู่งานไฟฟ้าและงานแอร์

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

ช่างมีความชำนาญ สามารถตรวจสอบและแก้ไขปัญหาได้ดี กลับมาใช้บริการแน่นอน
Saijai
ภูวมินทร์ อาริชชา
3 ปีที่แล้ว
เห็นคลิป SAIJAI จากใน tiktok เลยถือโอกาสติดต่อสอบถามเรื่องช่างทาสี แอดมินตอบคำถามดีมากกก
Saijai
ลาน่า สะฟา
3 ปีที่แล้ว
บ้านค่อนข้างมีอายุพอสมควร เลยลองทักไปสอบถามเรื่องทาสีผนักนอกบ้าน แอดมินตอบดีมาก
Saijai
เบพิริน เหมสิรักษ์
4 ปีที่แล้ว
ช่างที่ติดต่อผ่าน SAIJAI บริการดีมากครับ ครั้งหน้ามาใช้บริการอีกแน่นอน
Saijai
เจนภพ อรุณพิทักษ์
4 ปีที่แล้ว
พื้นบ้านเดิมสภาพแย่มากได้ช่างจากใส่ใจมาปูกระเบื้องใหม่ให้ ช่างปูกระเบื้องทำงานไวมาก แถมงานออกมาดีมาก
Saijai
กนก พิชัยกุล
1 วินาทีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ช่างซ่อมบำรุง

การซ่อมบำรุงสำคัญอย่างไร
หลายคนอาจจะยังนึกไม่ถึงอันตรายที่อาจเกิดจากใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ขาดการดูแลรักษาและการซ่อมบำรุง เช่น น๊อตบานประตูตู้เสื้อผ้าที่หลวมจากการเปิดปิดบ่อย ๆ หากเราไม่จัดการไขน๊อตให้แน่นตั้งแต่ตอนที่เราทราบแรก ๆ เวลาผ่านไปมันจะยิ่งหลวมกว่าเดิมเพราะมีการเปิดปิดตู้เสื้อผ้าอยู่เป็นประจำ และเพราะเราไม่จัดการมันตั้งแต่เนิ่น ๆ นั้นอาจส่งผลให้บานประตูของตู้เสื้อผ้านั้นหลุด และอาจจะหล่นมาทับตัวเรา หรืออาจจะให้เกิดการเลือดตกยางออกได้
เพราะเหตุนี้ “การซ่อมบำรุง” หรือ บำรุงรักษา จึงมีความจำเป็นต่อทุก ๆ คน เพราะสิ่งนี้จะยืดระยะเวลาการใช้งานเครื่องจักรเครื่องมือของเราได้มากขึ้น และยังเป็นการประหยัดทรัพยากร ประหยัดเงินที่จะต้องเสียไปหากเราปล่อยให้เครื่องจักรเครื่องมือของเราเกิดความเสียหายจนไม่สามารถแก้ไขได้ อีกทั้งยังลดการสร้างขยะได้อีกด้วย
“การซ่อมบำรุง” หรือ บำรุงรักษา คือการจัดการให้เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ในสภาพที่พร้อมที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา รวมถึงการรักษาอุปกรณ์ เครื่องมือ หรือเครื่องจักร ให้อยู่ในสภาพที่ดี และเป็นการทำสิ่งที่ชำรุดให้กลับคืนสู่สภาพที่ดี
เราจึงควรที่จะใส่ใจในการดูแลและรักษาสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในบ้าน หรือที่ทำงานเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย และเพื่อที่สิ่งของเครื่องใช้เหล่านี้จะสามารถใช้งานในสภาพที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอ จะเป็นประโยชน์มากขึ้นถ้าหากเราสามารถบำรุงรักษามันให้อยู่ในสภาพที่ดีจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเครื่องมือเครื่องจักร และยังเป็นการป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากอุบัติที่เกิดจากเครื่องมืออุปกรณ์ที่ชำรุดจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ



คุณสมบัติข้อใดที่ช่างซ่อมบำรุงที่ดีควรมี
งานซ่อมบำรุง คือ การซ่อมแซม บำรุงรักษาสิ่งของ เครื่องจักรเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ดีขึ้น สามารถยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์และสิ่งของนั้น ๆ ให้ยาวนานขึ้น การนำความรู้ความสามารถไปใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่พบ ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันอย่างถูกต้อง ถูกวิธี ประหยัด และปลอดภัย การที่จะประสบความสำเร็จในงานช่าง นอกจากจะต้องมีคุณธรรมในการประกอบอาชีพงานช่างแล้ว ยังต้องยึดหลักความปลอดภัยในการปฏิบัติตน เช่น ในขณะปฏิบัติงานไม่ดื่มของมึนเมา แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่เหมาะสม รักษาความปลอดภัยและความเป็นระเบียบในขณะปฏิบัติงานด้วย
ในการประกอบอาชีพช่างทุกสาขานั้น หัวใจสำคัญของการทำงานคือ ความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่เราอาจจะลืมไปว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือคนที่จะทำงานนั้น ๆ จะต้องมีความรอบรู้ในงานที่ตัวเองทำ ช่างซ่อมบำรุงที่ดีก็เช่นกัน จะต้องมีความรู้ มีความเข้าใจ
ในงานของตนเป็นอย่างดี ต้องมีทักษะและมีไหวพริบในการทำงาน มีทักษะในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ดี มีความรับผิดชอบต่อลูกค้า ยอมรับการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดในการผลิตหรือการบริการด้วยความเต็มใจ มีบุคลิกภาพและมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีอัธยาศัยที่เป็นมิตรไมตรีกับทุกคน สิ่งนี้จะทำให้เพื่อนร่วมงานเต็มใจทำงานด้วย และทำให้การดำเนินการธุรกิจร่วมกันได้เป็นอย่างดี ทำให้การประกอบอาชีพมีโอกาสสำเร็จมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญเลยคือผู้ใช้บริการก็จะประทับใจและจะกลับมาใช้บริการซ้ำในครั้งถัดไป
การนำความรู้ความสามารถไปใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่พบ ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันอย่างถูกต้อง ถูกวิธี ประหยัด และปลอดภัย
การเรียกช่างซ่อมบำรุงดีกว่าซ่อมเองอย่างไร
เครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเสีย ใช้งานไม่ได้ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งซับซ้อนและเกี่ยวโยงสัมพันธ์กับระบบการทำงานเฉพาะทาง ดังนั้นในการแก้ปัญหาให้ตรงจุดจึงต้องอาศัย "ความแม่นยำ" จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เกี่ยวกับระบบการทำงานของสิ่งของเหล่านั้น นอกจากนี้ช่างซ่อมบำรุงที่มีความเชี่ยวชาญนั้นจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดแล้ว โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาในการลองทำเองหรือปล่อยให้พังแล้วค่อยซ่อมทีเดียว การปล่อยให้พังแล้วซ่อมทีเดียวนั้นอาจทำให้เกิดอันตรายแก่ตัวเราได้ การให้ช่างซ่อมบำรุงมาดูให้นั้นจะเป็นผลดีต่อตัวเราเองในเรื่องความปลอดภัย ประหยัดเวลาในการลองผิดลองถูกของเราที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นได้ และช่างซ่อมบำรุงยังสามารถให้คำแนะนำแก่เราถึงวิธีการใช้ หรือวิธีการดูแลรักษาให้ของเหล่านั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวมากขึ้น และเพื่อป้องกันปัญหาเดิม ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย
และการที่เราจะทำการซ่อมแซมสิ่งของเหล่านี้ด้วยตัวเองนั้นบางครั้งอาจเกิดความยากลำบาก เกิดความไม่สะดวกในการทำ อาจจะต้องการคนช่วยยก ช่วยดู และที่สำคัญเลยบางคนอาจจะไม่มีอุปกรณ์ในการซ่อมแซม และไม่ควรอย่างยิ่งที่เราจะนำอุปกรณ์ที่มีอยู่มาใช้แล้วคิดว่าก็แทน ๆ กันได้ สิ่งนี้อาจก่อให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีกไม่จบไม่สิ้น
ดังนั้นการให้ผู้ที่มีความชำนาญในด้านนั้น ๆ มาจัดการตรวจสอบและซ่อมบำรุงให้จะเป็นการประหยัดเวลาให้ตัวเราเองได้อย่างมาก
คุณสามามารถหาช่างซ่อมบำรุงด้านใดได้บ้าง จากแพลตฟอร์ม SAIJAI
การบำรุงรักษาสิ่งต่าง ๆ ภายในบ้านของเรา นอกบ้าน หรือบริเวณพื้นที่ของบ้านนั้นจะทำให้บ้านของเราน่าอยู่มากขึ้น อีกทั้งยังสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอาศัยอยู่ให้ตัวเราเองอีกด้วย
เมื่อว่าด้วยเรื่องของการทาสีบ้านนั้น เป็นเรื่องที่ต้องยกให้มืออาชีพอย่าง “ช่างทาสี” โดยเฉพาะเพราะการทาสีบ้านนั้นเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียด ความใส่ใจ รวมถึงการเลือกสีที่มีความคงทนติดอยู่ได้นานเพื่อสร้างความสวยงามให้กับบ้านของเรา
การใช้บริการช่างจาก “ช่างปูกระเบื้อง” ที่มีความชำนาญนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพื่อที่เราจะได้รับงานที่มีคุณภาพ มีความละเอียดอ่อนและมีความสวยงาม
สำหรับฝ้าเพดานที่หลายคนมองข้ามนั้นก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้บ้านมีความลงตัวมากยิ่งขึ้น การเลือกฝ้าเพดานจึงเป็นอีกอย่างหนึ่งสำคัญ การใช้บริการช่าง “ช่างฝ้าเพดาน” เป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่ง เพื่อจะเลือกฝ้าเพดานที่เหมาะสมกับบ้านของเรา ให้มีความทนทาน และสามารถคงอยู่ได้อย่างยาวนาน
การดูแลสวนเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนและความใส่ใจเป็นอย่างมาก การทำสวนไม่ใช่การทำแค่เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะต้องทำให้สวนนั้นสามารถอยู่ได้อย่างยาวนาน การมี “คนดูแลสวน” จึงเป็นสิ่งที่เพิ่มความสะดวกและประหยัดเวลาให้แก่ตัวเราขึ้นมาก ๆ
คุณภาพของสระว่ายน้ำจะดีได้นั้น จะต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ การดูแลที่มีขั้นตอนมากมาย และยากลำบากสำหรับเจ้าของสระบางรายจึงทำให้ต้องมีการจ้าง “ช่างดูแลสระว่ายน้ำ” เพื่อการดูแลสระว่ายน้ำของเราที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

5 ขั้นตอน ซ่อมหัวเตาแก๊สหัวตันเบื้องต้น ก่อนจ้างช่าง

“เตาแก๊ส” เมื่อถูกใช้เป็นเวลานาน หากเกิดอาการผิดปกติ หรือเปลวไฟทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ควรเริ่มจากการตรวจสอบ “หัวเตาแก๊ส” เพราะเป็นส่วนจ่ายไฟและความร้อน หากเกิดอาการอุดตัน จะเป็นสาเหตุให้เปลวไฟออกมาไม่ปกติ ร้อนเกินไป เปลวไฟออกมามาก หรือน้อยจนเกินไป ไม่สม่ำเสมอ และอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้น SaiJai จึงมีวิธีการซ่อมแซมเบื้องต้นมาฝาก เผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินในอนาคต ไปดูกันเลย

ขั้นตอนที่ 1 ถอดชุดสายแก๊สออกจากชุดหัวแก๊ส และแยกถาดชุดหัวแก๊สออกจากกัน เพื่อดูให้แน่ใจว่า รูในถาดมีอาการอุดตันหรือไม่ เพราะนั้นถือเป็นส่วนต้นต่อของปัญหาทั้งหมด

ขั้นตอนที่ 2 ทำความสะอาดถาดชุดหัวแก๊ส โดยการใช้น้ำยาทำความสะอาด และแปรงขนแข็ง ปัดคราบสกปรก ทำความสะอาดคราบไขมัน ที่อาจเกิดจากการทำอาหาร เข้าไปอุดตันอยู่ตามรูถาดชุดหัวแก๊ส จากนั้นให้นำผ้าสะอาดมาเช็ดออก และใช้เข็มกลัด หรือเข็มเย็บผ้า แหย่เข้าไปตามรูเพื่อเคลียร์สิ่งสกปรกที่อุดตันตามจุดเล็ก ๆ ที่แปรงเข้าไม่ถึงที่ช่องปล่อยแก๊สทุกช่อง สุดท้ายให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ พร้อมน้ำยาทำความสะอาด ขัดที่หัวแก๊สอีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 3 ถอดชุดวาล์ว และหัวฉีดออก เพื่อทำความสะอาดช่องส่งแก๊ส และอากาศ หากไม่ทำความสะอาดจุดนี้ รับรองว่าแก๊สไม่สามารถส่งไปถึงยังหัวแก๊สได้แน่นอน

ขั้นตอนที่ 4 ประกอบชิ้นส่วนทั้งหมดกลับเข้าไปที่เดิม หมุนจนมั่นใจว่ามันแน่นเข้าด้วยกัน มิเช่นนั้น อาจเกิดการรั่ว หรือทำให้การส่งความร้อนได้ไม่ดีเท่าที่ควร

ขั้นตอนที่ 5 ทดลองเปิด-ปิดเตาแก๊ส เพื่อดูการทำงานว่าปล่อยแก๊สปกติ สม่ำเสมอ หรือมันเกิดอาการชำรุดอื่น ๆ เพิ่มขึ้น เช่น การรั่ว จุดไฟไม่ติด หรือไฟแรง-เบาเกินหรือไม่

วิธีซ่อมทั้งหมดนี้เป็นวิธี “ซ่อมเตาแก๊สหัวตัน” และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการแก้ไข เป็นการแก้ไขอาการเบื้องต้นเท่านั้น หากแก้ไขแล้ว เตาแก๊สยังไม่กลับมาทำงานได้ปกติ ควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อมาดูแลต่อ เพื่อการซ่อมแซมได้อย่างตรงจุด เพราะหากเกิดความผิดพลาด อาจเกิดอันตรายที่ร้ายแรงได้ ดังนั้น ควรระมัดระวังเป็นอย่างมากในระหว่างการซ่อมแซม และควรหมั่นตรวจเช็คประสิทธิภาพในการทำงานของเตาแก๊สอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัยต่อตนเอง และผู้ใช้งานคนอื่น ๆ



5 ทริค จัดห้องครัวเล็ก ๆ ให้ดูกว้างขึ้นได้

1. เฟอร์นิเจอร์อะคริลิกช่วยได้

สำหรับบางบ้าน ไม่ได้ใช้ห้องครัวเป็นแค่สถานที่ทำอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังใช้เป็นห้องกินข้าวไว้ในพื้นที่เดียวกัน ฉะนั้น ถ้าไม่อยากให้ห้องครัวดูแน่นเพราะเต็มไปด้วยตู้ ชั้นวางของ โต๊ะ เก้าอี้ และของใช้อื่น ๆ ลองเปลี่ยนจากเฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือโลหะ มาใช้เฟอร์นิเจอร์อะคริลิกใสแทนในบางส่วน เช่น โต๊ะหรือเก้าอี้นั่งกินข้าว เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ห้องครัวเล็ก ๆ ของเรา ดูสบายตา และไม่อึดอัด

2. ตู้ติดผนังลดการใช้พื้นที่

ห้องครัวที่มีขนาดเล็กอยู่แล้ว ก็ไม่ควรใช้ตู้แบบตั้งพื้นหลาย ๆ ตัวมาวาง เพราะกินพื้นที่ แถมจะยิ่งทำให้มีที่ว่างน้อยกว่าเดิม เปลี่ยนจากตู้พื้นเป็นตู้ติดผนังแทน ก็จะทำให้มีที่เก็บเครื่องครัว ข้าวสาร และอาหารแห้งเพิ่มขึ้น เดินหยิบของได้สบาย ไม่ต้องกลัวว่าจะสะดุดหกล้ม และที่สำคัญยังเหลือพื้นที่สำหรับทำอาหาร วางของมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องหงุดหงิดหัวเสียกับการเก็บของไป ทำครัวไป อีกด้วย

3. ขยายพื้นที่ด้วยกระจก

ทริคตกแต่งบ้าน ที่ไม่ใช่เอาไว้ใช้กับห้องน้ำ หรือห้องนอนเพียงเท่านั้น แต่ยังนำมาใช้กับการตกแต่งห้องน้ำได้อีกด้วย โดยของตกแต่งชิ้นสำคัญ ที่สามารถเปลี่ยนห้องครัวเล็ก ๆ ให้ดูกว้างขวางมากขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนต่อเติม เพราะเงาสะท้อนในกระจกจะช่วยพรางตา ทำให้ห้องครัวห้องเดิม ดูกว้างขึ้นกว่าขนาดห้องครัวจริง

4. ใช้สีเดียวกันทั้งห้อง

ไม่ว่าเวลาผ่านไปกี่ปี ๆ ทริคนี้ก็ยังใช้ได้ผลเสมอ โดยสีที่นำมาตกแต่งห้องครัวเล็ก ๆ ควรเป็นสีอ่อน ๆ เช่น สีขาว จะดูเหมาะสมที่สุด และดีกว่าการใช้สีเข้ม เพราะสีเข้ม นอกจากจะทำให้ห้องครัวดูเล็กลงกว่าเดิมแล้ว ยังทำให้บรรยากาศดูอึมครึม คับแคบ และน่าอึดอัดอีกด้วย

5. เลือกของใช้ที่วางโชว์ได้

อีกหนึ่งเคล็ดลับในการแต่งห้องครัวขนาดเล็กคือ การเลือกซื้อของใช้ที่มีดีไซน์สวย ๆ สามารถนำมาทำอาหารและวางโชว์ได้ โดยไม่ต้องเก็บเข้าตู้ สามารถนำมาวางบนเคาน์เตอร์ หรือชั้นวางของได้ ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะทำให้รู้สึกอยากเข้าครัวมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังทำให้เราไม่ต้องเก็บทุกอย่างเข้าตู้ ช่วยลดพื้นที่เก็บของ และยังช่วยให้เหลือพื้นที่ไว้เก็บอาหารสำรอง ทำให้ห้องครัวเล็ก ๆ ดูดีขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ



เรื่องน่ารู้ ใช้ห้องครัวอย่างไร ให้ปลอดภัย ไร้กังวล

ไม่วางวัสดุที่ติดไฟง่าย ไว้ใกล้แหล่งกำเนิดไฟ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เพราะการนำวัสดุที่สามารถติดไฟได้ง่าย เช่น กระดาษทิชชู ผ้าที่ติดไฟง่าย มาวางไว้ใกล้เตาแก๊ส สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้เกิดอันตรายขณะที่กำลังปรุงอาหารได้ ทางที่ดีคือการเตรียมเครื่องมือ และวัสดุต่าง ๆ ให้พร้อมอยู่ในที่ที่เหมาะสม ของติดไฟง่ายก็นำออกห่างจากเตาแก๊ส ของมีคมก็จัดวางในที่เฉพาะป้องกันการตกหล่น เพราะเราไม่รู้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ดังนั้นปลอดภัยไว้ก่อนจะดีกว่า

บางครั้ง อาจจะต้องทำอาหารหลายอย่างพร้อมกัน จนอาจจะเผลอหลงลืมเวลา ทำให้เมนูอาหารที่ทำอยู่ทิ้งค้างไว้ได้ เป็นเหตุให้อาหารที่ทำอยู่ไหม้ และยิ่งกว่านั้น อาจจะทำให้เกิดเพลิงไฟลามไปได้ ทางที่ดีสำหรับมือใหม่ ควรจะหาเครื่องจับเวลามาใช้ แทนที่เราจะได้สะดุ้งจากเสียงระเบิดของเตาแก๊ส ก็จะได้เป็นเสียงเตือนของเครื่องจับเวลาที่ช่วยในการทำอาหารของเราแทน

ในห้องครัวที่มีการใช้น้ำและน้ำมัน สำหรับการประกอบอาหารเป็นประจำ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง คือการที่ไม่ทำความสะอาดคราบเหล่านี้ จนส่วนต่าง ๆ ในครัวเปียกลื่นไปหมด เพราะอาจจะทำให้เผลอลื่นล้มบาดเจ็บเอาได้ ทางที่ดีคือเมื่อเกิดอุบัติเหตุน้ำหก หรือมีน้ำมันกระเด็นติดเตาแก๊ส ควรจะรีบเช็ด และทำความสะอาดจุดนั้นให้เรียบร้อย

นอกจากถังก๊าซ และเตาแก๊สแล้ว ในห้องครัวส่วนมาก มักจะมีการนำอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหารเช่นกัน บางห้องครัวอาจจะมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด ไม่ว่าจะไมโครเวฟ เตาอบ กระทะไฟฟ้า หม้อหุงข้าว กาต้มน้ำ ฯลฯ เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ ควรมีการตรวจสอบสภาพการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะที่ตัวเครื่อง หรือที่สายไฟ ปลั๊กต่อต่าง ๆ เนื่องจากหากมีการชำรุดเกิดขึ้นตรงจุดไหนขึ้นมา อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอาจจะกลายเป็นอุบัติเหตุใหญ่โตเอาได้