ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน คลองสามวา, กรุงเทพมหานคร

ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน คลองสามวา, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

อารยา หนูทอง
อารยา หนูทอง
Saijai อายุ 25 ปี

เคยมีประสบการณ์ทำงานเเม่บ้านมาก่อน สามารถทำความสะอาดได้ โดยส่วนตัวเป็นคนใจเย็นกับสถานการณ์ต่างๆพร้อมรับมือ

แสดงเพิ่มเติม
ศตวรรษ ทับทิม
ศตวรรษ ทับทิม
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

ผมรักสัตว์เคยทำงานเป็นผช.สัตว์แพทย์​ มีความอดทนสูง​

แสดงเพิ่มเติม
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
Saijai ประสบการณ์ 4-5 ปี
Saijai อายุ 43 ปี

ใจเย็น รักสัตว์ นอนกับสุนัข์ทุกวัน

แสดงเพิ่มเติม
เกียรติศักดิ์ ศรีชาย
เกียรติศักดิ์ ศรีชาย
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 27 ปี

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

ราคาไม่แพง มีการบอกรายละเอียดค่าใช้จ่ายต่างๆให้ด้วย ซึ่งตอนนี้ใช้บริการมา 4ครั้งแล้วครับ บริการดีทุกครั้งเลยครับ
Saijai
ศิลา ใจอารีย์
5 ปีที่แล้ว
หลังจากได้ทดลองใช้บริการดูแลสัตว์เลี้ยงมา 2 ครั้ง ตอนนี้สัมผัสได้ถึงนิสัยของน้องหมาที่เปลี่ยนไปเลยค่ะ เหมือนอาการชอบกัดและชอบข่วนของในบ้านจะหายไปเลย น้องหมาเรียบร้อยขึ้นมาก เพราะก่อนหน้าที่ได้แจ้งน้องที่ดูแลสัตว์เลี้ยงไปว่าน้องหมาชอบกระโดดกัดแขนมากแถมยังชอบขย่ำโซฟาอยู่บ่อยๆ คือแค่จะบอกให้น้องระวังตัวเฉยๆ แต่ไม่คิดว่าน้องเค้าจะช่วยดูแลและแก้นิสัยน้องหมาให้ขนาดนี้ คิดว่าจะใช้บริการต่อไปเรื่อยๆทุกครั้งที่มีโอกาส อยากขอบคุณมากๆเลยค่ะ
Saijai
อารียา หรรษา
5 ปีที่แล้ว
ชอบมากเลย บริการคือดีมาก ดูแลน้องหมาเราดี ปลื้มสุด
Saijai
อรอนงค์ วาร์ด
5 ปีที่แล้ว
เหตุผลที่เลือกใช้บริการดูแลสัตว์เลี้ยง เพราะว่าไม่มีเวลาดูแลน้องหมาน้องแมวที่บ้านเลยจ้างพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงมาดูแลแทนเวลาเราไม่อยู่ อยากแนะนำสำหรับใครที่กำลังมองหาพี่เลี้ยงสัตว์ที่ราคาไม่สูง ผู้ให้บริการบนเว็บไซต์ใส่ใจเป็นตัวเลือกที่ดีเลยค่ะ
Saijai
มัจฉา รุ่งอนันต์
5 ปีที่แล้ว
หมดปัญหาว่าจะเอาหมาไปฝากที่ไหนเวลาต้องไปต่างจังหวัด บริการดี รายละเอียดครบ ชอบ ๆ
Saijai
เนตรศิกา วัฒนาไกร
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลสัตว์เลี้ยง

ความสำคัญของการมีสัตว์เลี้ยง
การมีสัตว์เลี้ยงเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในงานอดิเรกของหลาย ๆ คนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ซึ่งสัตว์เลี้ยงที่คนนิยมเลี้ยงกันก็มีมากมายหลายชนิด แน่นอนว่านั่นหมายถึงการที่เราต้องใช้เวลาไปกับการดูแลเอาใจใส่สิ่งมีชีวิตเหล่านี้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นทั้งการดูแลเรื่องอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย สุขภาพ รวมไปถึงสภาพจิตใจของสัตว์เหล่านี้ด้วย

การดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงในทุก ๆ ด้านที่กล่าวมาข้างต้นนั้นนับว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะมันส่งผลดีให้กับทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ในมุมมองของเจ้าของ การได้ให้อาหาร หรือการเล่นกับสัตว์เลี้ยงนั้นเปรียบเสมือนความสุขอย่างหนึ่ง ในวันที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน หากได้กลับมาเจอสัตว์เลี้ยงนั่งรออยู่ที่หน้าประตู เพียงเท่านี้ก็ช่วยคลายความเหนื่อยไปได้เยอะเลยทีเดียว กลับกันในมุมของสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างครบถ้วนนั้นจะส่งผลดีให้กับพวกเขาเช่นกัน สัตว์เลี้ยงสัมผัสได้ถึงความรักที่ได้รับจากเจ้าของ ในขณะเดียวกันพวกเขาจะมอบความรักกลับคืนให้เจ้าของเช่นเดียวกัน

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญของการมีสัตว์เลี้ยงในบ้านคือ สามารถเยียวยาสภาพจิตใจของผู้เลี้ยงได้ ซึ่งการได้ใช้เวลาทำกิจกรรมดี ๆ ร่วมกันระหว่างคนและสัตว์เลี้ยงช่วยลดอาการตึงเครียดและภาวะซึมเศร้าได้ ทั้งยังช่วยให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงมีสุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย เช่นการพาสัตว์เลี้ยงออกไปเดินเล่นทำให้ผู้เลี้ยงเองได้ออกกำลังกายไปด้วย

เห็นได้ชัดว่าการมีสัตว์เลี้ยงนั้นมีประโยชน์ต่อคนมากมาย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพราะฉะนั้น ก่อนเลี้ยงต้องมั่นใจว่าคุณจะมีความรับผิดชอบมากพอที่จะดูแลเขา เพราะสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนมนุษย์เช่นกัน หากคุณอยากมีสัตว์เลี้ยงไว้ที่บ้าน แต่ไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงของคุณ การใช้บริการรับดูแลสัตว์เลี้ยงก็นับว่าเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว
ทักษะที่พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่ดีควรมี
การดูแลสัตว์เปรียบเสมือนการดูแลบุคคลในครอบครัว เมื่อตัดสินใจรับมาเลี้ยงแล้ว ต้องมีความรับผิดชอบที่จะดูแลเขาไปตลอดชีวิต แต่หากเรามีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปต่างจังหวัด หรือมีภาระอื่น ๆ ที่ต้องรับผิดชอบ และไม่สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงของเราได้ในบางตรั้ง และจำเป็นต้องหาคนมาดูแลสัตว์เลี้ยงชั่วคราว หรือที่เรียกว่าพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง

พี่เลี้ยงสัตว์ควรมีทักษะและคุณลักษณะดังต่อไปนี้

• มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์สายพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันในหลายๆด้าน
• รู้จักลักษณะนิสัยของสัตว์ และรักสัตว์
• ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาเฉพาะทางหรือผ่านการฝึกอบรม แต่ควรมีความคุ้นเคยกับการดูแลสัตว์และเข้าใจพฤติกรรมของสัตว์ในทุก ๆ ด้าน
• พี่เลี้ยงสัตว์ทำหน้าที่คล้ายกับพี่เลี้ยงเด็ก คือ คอยดูแลใส่ใจรายละเอียดต่าง ๆ ของสัตว์ หากสัตว์เลี้ยงป่วยและปล่อยไว้นานและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
• พี่เลี้ยงสัตว์มีหน้าที่ให้น้ำและอาหาร พาสัตว์ไปออกกำลังกาย และรู้จักการให้ยาหรือดูแลเบื้องต้นเมื่อสัตว์ป่วย
• หากเป็นพี่เลี้ยงสัตว์ประเภท สุนัขหรือแมวจะต้องสามารถแปรงขนและทำความสะอาดฟันเบื้องต้นได้
• ทำความสะอาดอุจจาระหรือปัสสาวะของสัตว์เลี้ยง
• พี่เลี้ยงสัตว์ต้องคอยรายงานความเป็นอยู่ของสัตว์ให้เจ้าของได้รับทราบเป็นระยะ ๆ อาจมีการถ่ายรูปหรือคลิปส่งให้เจ้าของได้ดูเพื่อความมั่นใจและสบายใจด้วย
• พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงจะต้องอยู่ที่บ้านในขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ดังนั้น ควรมีความซื่อสัตย์และบุคลิกที่น่าไว้วางใจ
สัญญานที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของคุณมีอาการป่วยมีอะไรบ้าง
สำหรับผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง การสังเกตพฤติกรรมในแต่ละวันของสัตว์เป็นสิ่งสำคัญที่เราไม่สามารถมองข้ามได้ เพราะหลายๆครั้งกว่าที่เราจะรู้ว่าสัตว์เลี้ยงที่เรารักมีอาการป่วยก็ต่อเมื่อพวกเขามีอาการหนักแล้ว ใส่ใจอยากแบ่งปันความรู้กันและวิธีการสังเกตอาการเบื้องต้นที่เหมือนเป็นสัญญาณอันตรายที่เราไม่ควรมองข้าม เพื่อให้เราได้สังเกตและช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงที่เรารักได้ทันเวลา

1. พบอาการป่วย หรือพบความผิดปกติอื่นๆที่สังเกตได้ เช่น มีขี้ตาเกรอะกรัง ตาแดง มีน้ำมูก หายใจติดขัด ขนร่วงเป็นหย่อมๆ มีสะเก็ดหรือมีกลิ่นตัวแรง เดินกะเผลก อาเจียน ถ่ายเหลว น้ำหนักลดลงในเวลาอันรวดเร็ว หรือแม้กระทั่งกินน้ำมากกว่าปกติ เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่อาจจะบ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของเรากำลังป่วยก็เป็นได้
2. มีพฤติกรรมเบื่ออาหาร กินอาหารได้น้อยลง เป็นสิ่งที่เห็นชัดที่สุด หากสัตว์เลี้ยงของเรามีอาการเบื่ออาหาร ทั้งๆ ที่นิสัยเดิมกินเก่ง เจ้าของควรเฝ้าสังเกตอาการหรือนำไปให้คุณหมอตรวจสุขภาพ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงเริ่มป่วย แต่ทั้งนี้เจ้าของต้องแยกให้ได้ก่อนว่า อาการกินอาหารลดลงนั้นไม่ได้มาจากสภาพแวดล้อมภายนอกอื่นๆ เช่น วัยที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนอาหารใหม่ อากาศที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล หรือมีสิ่งมากวนใจที่อาจเป็นสาเหตุให้สัตว์เลี้ยงตัวน้อยกินได้ลดลง
3. มีอาการซึมไม่ร่าเริง นอนมากผิดปกติ เวลาเจ้าของเรียกจะไม่กระฉับกระเฉง ไม่มาเล่น ไม่มาหาเหมือนเคย เช่นสุนัขมีอาการ หาวบ่อย หากสุนัขดูอ่อนเพลีย ง่วง อยากพักผ่อน เกิดอาการหาวบ่อยครั้ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนว่าน้องหมากำลังเครียด เบื่อ หรือกระวนกระวายใจ แต่หากเป็นสัตว์เลี้ยงที่อายุมากแล้ว อาจจะร่าเริงน้อยลง ถือว่าเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้อาการซึมอาจเกิดมาจากอาการเหงา ซึมเศร้า ซึ่งนับเป็นอาการป่วยทางใจ อันอาจเป็นผลมาจากเจ้าของไม่ค่อยมีเวลาให้ก็เป็นได้ ดังนั้นเมื่อเรามีสัตว์เลี้ยงแล้ว การมีเวลาการเอาใจใส่ การได้สัมผัสก็ช่วยป้องกันและรักษาอาการป่วยทางใจได้
ผู้ว่าจ้างควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงก่อนทำการจ้าง
ผู้ว่าจ้างควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงก่อนทำการจ้าง เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่เป็นห่วงและต้องการพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงและมาดูแลสัตว์เลี้ยงในช่วงเวลาที่ไม่อยู่บ้านหรือไม่มีเวลาพาน้อง ๆ ไปเดินเล่น มักมองหาผู้ช่วยงานในส่วนนี้และก่อนที่จะเริ่มงานกันต้องมีข้อตกลงกัน เพื่อให้พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงและผู้ว่าจ้างรู้สึกสบายใจกันทั้งสองฝ่าย

1. สอบถามประสบการณ์ของพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงทุกคนรู้ดีว่าการเลี้ยงสัตว์ แต่ละชนิดมีความแตกต่างกันตามสายพันธุ์ ต้องมีความรู้ความเข้าใจเป็นพิเศษที่จะดูแลสัตว์นั้นๆ เพราะมีหน้าที่มากกว่าการให้อาหาร หรือ พาสัตว์เข้านอน การชวนสัตว์เลี้ยงเล่นหรือทำกิจกรรม หรือเคยดูแลสัตว์ชนิดไหน สายพันธุ์อะไรมาก่อน
2. ระยะเวลาในการทำงาน อาจจะไม่ต้องตลอดทั้งวันหรือเป็นบางช่วงเวลา การพาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น ไปทำกิจกรรมในเวลาเช้า หรือเวลาเย็น หรือต้องดูแลตลอดทั้งวันในช่วงที่เจ้าของต้องไปทำงาน
3. ค่าจ้างในการทำงานของพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง ขึ้นอยู่กับประเภทของสัตว์เลี้ยง หน้าที่ความรับผิดชอบ เช่น ต้องให้อาหารกี่ครั้ง ต้องพาไปเดินเล่นหรือไม่ ต้องทำความสะอาดด้วยหรือเปล่า และความยากง่ายในการดูแลตามชนิดและสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงนั้น ๆ
4. ลองถามคำถามที่น่าสนใจในระหว่างการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงดูเพื่อให้รู้สึกถึงบุคลิกของผู้สมัคร เช่น อะไรคือสิ่งที่สนุกที่สุดหรือน่าอายที่สุดที่คุณเคยสัมผัสกับสัตว์ตัวหนึ่ง ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่ดีจะแสดงความรักที่แท้จริงต่อสัตว์เลี้ยงในการตอบคำถามของคุณ ถามเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่พวกเขาเคยเป็นเจ้าของหรือดูแลมาก่อน คนที่รักสัตว์จะกระตือรือร้นที่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของตนเองให้คุณฟัง จากการพูดคุยในลักษณะนี้คุณสามารถวัดความรักที่มีต่อสัตว์และระดับความตื่นเต้นเกี่ยวกับโอกาสในการทำงานนี้ได้เลยทีเดียว

จะดีหรือไม่ถ้ามีใครที่เชื่อถือได้พร้อมให้คำแนะนำและพร้อมทำตามข้อตกลง ด้วยใจรักต่อสัตว์เลี้ยงจากใจจริงที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงให้กับท่านทุกความกังวลก็จะหมดไป

เดินทางมาเขตคลองสามวาไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ปัจจุบัน “เขตคลองสามวา” มีพื้นที่ทั้งสิ้น 110.686 ตารางกิโลเมตร นับเป็นเขตที่มีพื้นที่มากติดอันดับ 1 ใน 4 จากห้าสิบเขตของกรุงเทพมหานคร และมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับที่ 2 รองจากเขตสายไหม โดยมีพื้นที่อาณาเขตข้างเคียง ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ทิศตะวันออกติดต่อกับเขตหนองจอก ทิศใต้ติดต่อกับเขตมีนบุรี ทิศตะวันตกติดต่อกับเขตคันนายาว เขตบางเขน และเขตสายไหม มีการแบ่งการปกครองย่อยออกเป็น 5 แขวง ดังนี้ แขวงสามวาตะวันตก แขวงสามวาตะวันออก แขวงบางชัน แขวงทรายกองดิน และแขวงทรายกองดินใต้ โดยประชากรนิยมอาศัยอยู่สูงมากในแขวงบางชัน และแขวงสามวาตะวันตก ตามลำดับ อดีตมีการใช้คลองเป็นเส้นทางหลักในการเดินทาง แต่ปัจจุบันมีถนนสร้างเพิ่มขึ้นใหม่ลายสายเพื่อเชื่อมการเดินทางในเขตข้างเคียง โดยมีถนนสายหลักมีดังนี้ ถนนกาญจนาภิเษก ,ถนนนิมิตใหม่, ถนนหทัยราษฎร์, ถนนพระยาสุเรนทร์ (รามอินทรา 109) ,ถนนคู้บอน, ถนนเลียบคลองสอง , ถนนปัญญาอินทรา, ถนนไมตรีจิต, ถนนประชาร่วมใจ และทางพิเศษฉลองรัช ทำให้การเดินทางสะดวกสบายกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก

สำหรับการเดินทางไปเขตคลองสามวา นอกจากการใช้รถยนต์ส่วนตัวแล้ว ยังมีการเดินทางด้วยรถบัสสาธารณะสาย 197 ซึ่งจะเริ่มให้บริการเวลา 5:00 น. ของทุก ๆ วัน และสามารถเลือกใช้บริการรถไฟฟ้าโดยสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้เขตนี้มากที่สุดคือ สถานีเลียบคลองสอง 11, ตรงข้ามเขตคลองสามวา อีกทั้งยังมีเส้นทางตัวเลือกใหม่เกิดขึ้นคือ โครงการ รถไฟฟ้าสายสีชมพู เส้นทางแคราย-ปากเกร็ด-คลองสามวา ที่กำลังก่อนสร้างอยู่และคาดว่าจะเสร็จสิ้นในปี พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นโครงการที่อาจนำมาสู่การพัฒนา เปลี่ยนแปลงพื้นที่ในบริเวณใกล้รถไฟฟ้าในเขตพื้นที่นี้เป็นคอนโดที่พักอาศัย และสถานที่อำนวยความสะดวกสบายต่าง ๆ ขึ้น นั้นหมายถึงมูลค่าที่ดินในย่านนี้ต้องมีราคาที่สูงขึ้นด้วยอย่างแน่นอน นับเป็นเขตชานเมืองที่น่าจับตามองสำหรับนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างยิ่ง ที่ต้องการหาพื้นที่ทำเลรอบนอกเขตกรุงเทพฯ เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่ต้องการความสงบ หลีกหนีความวุ่นวายจากสังคมเมือง ที่มีการเดินทางสะดวกสบาย มีตัวเลือกการเดินทางที่เชื่อมถึงกรุงเทพเขตภายใน



คลองสามวา เมืองแห่งความหลากหลายเชื้อชาติ

เขตคลองสามวา เป็นเขตพื้นที่ที่ตั้งอยู่ทางชานเมืองบนฝั่งพระนครค่อนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดกรุงเทพมหานคร นับเป็นเขตชานเมืองที่มีวิถีชีวิตของผู้คนอาศัยอยู่หลากหลายเชื้อชาติ ศาสนา ทั้งศาสนาพุทธและศาสนาอิสลาม นอกจากนั้นยังมีกลุ่มชุมชนชาวมอญที่มีการอพยพมาตั้งถิ่นฐานในเขตชานเมืองกรุงตั้งแต่สมัยอยุธยา รวมไปถึงเขตพื้นที่นี้ด้วย โดยสังเกตได้จากสิ่งก่อสร้างอันเป็นสถานที่สำคัญและเป็นที่เคารพของแต่ละศาสนา ที่มีมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันอันประกอบไปด้วยวัดและมัสยิดไว้เป็นหลักฐานให้คนรุ่นหลังได้ใช้ทำพิธีกรรมสืบทอดกันมา เช่น วัดแป้นทองโสภาราม, วัดพระยาสุเรนทร์, วัดลำกระดาน, มัสยิดมาลุลอิสลาม, มัสยิดดารุ๊ลอีบาด๊ะห์ (สามวา) , สุเหร่าคลองสี่, สุเหร่าคลองหนึ่ง, สุเหร่าสาวา, สุเหร่าแสนแสบ เป็นต้น ซึ่งมีการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสงบ และมีสันติ

โดยที่มาของชื่อเขตนั้นมาจาก การให้ขุดคลองเชื่อมระหว่างคลองหกวากับคลองแสนแสบ โดยตัวคลอง ลึก 6 ศอก กว้าง 3 วา ปากคลองฝั่งเหนืออยู่ในพื้นที่ของอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ผ่านเขตคลองสามวา และไปรวมกับคลองแสนแสบที่เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ทำให้ชาวบ้านในบริเวณนี้มีความสัมพันธ์กับคลองมายาวนาน ชาวบ้านส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ริมคลองเพราะในเขตพื้นที่นี้มีคลองจำนวนมากที่ใช้เป็นเส้นแบ่งเขตและเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยในการดำรงชีวิต เช่น คลองบางชัน คลองคู้บอน คลองคู้ชุมเห็ด คลองพระยาสุเรนทร์ (หนองใหญ่) คลองเก้า คลองแบนชะโด คลองลัดตาเตี้ย คลองแสนแสบ คลองลำบึงไผ่ คลองสามวา ลำรางสามวา คลองเจ๊ก ลำรางโต๊ะสุข ลำรางคูคต โดยใช้คลองแสนแสบและคลองบางชัน เป็นทางเลือกในการเดินทางน้ำตั้งแต่ในอดีตจวบจนถึงทุกวันนี้



เขตคลองสามวา มีความสัมพันธ์กับชาวมอญอย่างไร

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าเขตพื้นที่คลองสามวา มีวัฒนธรรมหลากหลายในด้านเชื้อชาติ ที่สืบทอดกันมายาวนาน หนึ่งในเชื้อชาติที่ยังคงเอกลักษณ์ทั้งทางด้านการแต่งกาย ประเพณีพิธีกรรรม วัฒนธรรมต่าง ๆ นั้นคือ คนไทยเชื้อสายมอญ ซึ่งในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ชาวมอญที่อาศัยอยู่ในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางไปมา กับเขตคลองสามวา เพื่อทำนาเป็นอาชีพหลัก โดยใช้คลองแสนแสบในการเดินทาง มีการสร้างบ้านเรือนอยู่ริมสองฝั่งคลองสามตะวันตก และ คลองสี่ตะวันตก เมื่อหมดฤดูทำนาจะนำทรัพย์สินกลับบ้านไปที่พระประแดง เพื่อไปร่วมเทศกาลสงกรานต์ และกลับมาในฤดูทำนาใหม่ จะกระทั่งตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่งในพื้นที่คลองสามวาในที่สุด โดยพื้นที่บริเวณใกล้วัด วัดแป้นทองโสภาราม เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชาวมอญจำนวนมาก วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่ถูกสร้างมาเกือบร้อยปี และจัดเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของเขตคลองสามวา ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 18 ซอยหทัยราษฎร์ 39 ถนนหทัยราษฎร์ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เป็นวัดราษฎร์ ของนิกาย มหานิกาย ถูกสร้างโดยนางแป้นและนายทอง ทั้งคู่เป็นสามี ภรรยาที่เลื่อมใส ศรัทธาในศาสนาพุทธ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้ชาวมอญในเขตคลองสามวา นิยมเรียกตนเองว่า “รามัญวัดแป้นทอง” โดยชาวรามัญวัดแป้นทองรุ่นใหม่ใช้ภาษาไทยเหมือนคนไทย แต่คนเก่าแก่ที่มีอายุยังคงใช้ภาษารามัญ อีกทั้งยังมีหน้าตาคล้ายคนไทย ทำให้กลืนเป็นคนไทยแบบแยกออกได้ยากขึ้นทุกวัน แต่ทางราชการยังคงให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ ประเพณี ภาษาของชาวรามัญให้สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ทำให้การทำพิธีในเทศกาลสงกรานต์ยังคงมีการท่อง สวดแบบภาษารามัญจากคนรุ่นหลังอยู่ นอกจากนั้นชาวรามัญวัดแป้นทองยังมีส่วนร่วมในการบริจาคที่ดินเพื่อสร้าง โรงเรียนวัดแป้นท้อง อีกด้วย