ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน ราษฎร์บูรณะ, กรุงเทพมหานคร

ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน ราษฎร์บูรณะ, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

เกียรติศักดิ์ ศรีชาย
เกียรติศักดิ์ ศรีชาย
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 27 ปี
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
Saijai ประสบการณ์ 4-5 ปี
Saijai อายุ 43 ปี

ใจเย็น รักสัตว์ นอนกับสุนัข์ทุกวัน

แสดงเพิ่มเติม
ศิริวิมล ทรงศิริ
ศิริวิมล ทรงศิริ
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 43 ปี

ที่บ้านมีสถานที่ ให้น้องวิ่งเล่น มีไซ เพศเมียอายุ 1 ปี น้องน่ารักนิสัยดีค่ะ มีโกลเด้น 1 ตัว น้องชอบเล่นมาก ที่บ้านมีอาหาร ห้องแอร์ ของเล่น ขนม พร้อมให้น้องๆค่ะ ที่รับเลี้ยงเพราะน้องไซที่บ้านจะได้มีเพื่อนใหม่ๆด้วยค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
อนุธิดา เทศกุล
อนุธิดา เทศกุล
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 26 ปี

เป็นคนรักสัตว์ และรักเด็ก ชอบความเป๋นส่วนตัว

แสดงเพิ่มเติม
อารยา หนูทอง
อารยา หนูทอง
Saijai อายุ 25 ปี

เคยมีประสบการณ์ทำงานเเม่บ้านมาก่อน สามารถทำความสะอาดได้ โดยส่วนตัวเป็นคนใจเย็นกับสถานการณ์ต่างๆพร้อมรับมือ

แสดงเพิ่มเติม
ศิริกานต์ จาวะลา
ศิริกานต์ จาวะลา
Saijai ประสบการณ์ 4-5 ปี
Saijai อายุ 30 ปี

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

มองหาพี่เลี้ยงสัตว์ที่มีความรู้ด้านนี้มาช่วยดูแลเค้าที่บ้าน เจอเว็บใส่ใจ ลองเข้าไปดูรายละเอียดและสามารถสอบถามราคาได้อย่างชัดเจน ก่อนที่เราจะตัดสินใจจ้าง แถมราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด เยี่ยมไปเลยค่ะ
Saijai
ปัทมา เลิศชนะ
5 ปีที่แล้ว
หลังจากได้ทดลองใช้บริการดูแลสัตว์เลี้ยงมา 2 ครั้ง ตอนนี้สัมผัสได้ถึงนิสัยของน้องหมาที่เปลี่ยนไปเลยค่ะ เหมือนอาการชอบกัดและชอบข่วนของในบ้านจะหายไปเลย น้องหมาเรียบร้อยขึ้นมาก เพราะก่อนหน้าที่ได้แจ้งน้องที่ดูแลสัตว์เลี้ยงไปว่าน้องหมาชอบกระโดดกัดแขนมากแถมยังชอบขย่ำโซฟาอยู่บ่อยๆ คือแค่จะบอกให้น้องระวังตัวเฉยๆ แต่ไม่คิดว่าน้องเค้าจะช่วยดูแลและแก้นิสัยน้องหมาให้ขนาดนี้ คิดว่าจะใช้บริการต่อไปเรื่อยๆทุกครั้งที่มีโอกาส อยากขอบคุณมากๆเลยค่ะ
Saijai
อารียา หรรษา
5 ปีที่แล้ว
เหตุผลที่เลือกใช้บริการดูแลสัตว์เลี้ยง เพราะว่าไม่มีเวลาดูแลน้องหมาน้องแมวที่บ้านเลยจ้างพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงมาดูแลแทนเวลาเราไม่อยู่ อยากแนะนำสำหรับใครที่กำลังมองหาพี่เลี้ยงสัตว์ที่ราคาไม่สูง ผู้ให้บริการบนเว็บไซต์ใส่ใจเป็นตัวเลือกที่ดีเลยค่ะ
Saijai
มัจฉา รุ่งอนันต์
5 ปีที่แล้ว
เว็บใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก ใช้ครั้งแรกชอบเลย ได้พี่เลี้ยงมาดูแลน้องแมวให้ถึงบ้าน สบายใจทาสแมวอย่างเราไปเลยค่ะ
Saijai
ณัฐฐา แก้วดี
5 ปีที่แล้ว
สะดวกมากเลยค่ะ นัดพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่เราต้องการมาดูแลน้องหมาที่บ้านได้เลย ไม่ยุ่งยาก ระบบใช้งานง่าย สะดวกสุด ๆ ค่ะ ชอบ ๆ
Saijai
ธีรศักดิ์ เหมศักดิ์
1 วินาทีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลสัตว์เลี้ยง

ขอดีของการมีสัตว์เลี้ยง
เครียด เหงา เศร้า บางครั้งเราต้องการคนมาคอยรับฟังปัญหา ซึ่งนอกจากเพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัวแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกก็คือ การมีสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว นก ปลา ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนนิยม สัตว์เลี้ยง สามารถช่วยเยียวยาจิตใจให้กับผู้ที่กำลังตกอยู่ในสภาวะเหงาและเครียด ไปจนถึงผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี คุณทราบหรือไม่ว่าการเลี้ยงสัตว์มีประโยชน์ต่อเรามากกว่าที่คิด มาดูข้อดีกันเลยค่ะ

- การเลี้ยงสุนัขหรือแมวเพื่อบำบัดความเครียดหรือในต่างประเทศเรียกว่า Pets Therapy (สัตว์เลี้ยงบำบัด) ซึ่งมีผลการศึกษาวิจัยมานานแล้วว่า การเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงนั้น สามารถช่วยเยียวยาผู้ป่วยได้จริง ทั้งยังมีคำแนะนำให้ผู้สูงอายุเลี้ยงสัตว์เพื่อบรรเทาความเหงาและป้องกันโรคซึมเศร้าอีกด้วย

- การมีสัตว์เลี้ยงช่วยลดคอเลสเตอรอลโดยผลการศึกษาพบว่าคนที่เลี้ยงสัตว์จะมีค่าคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือดอย่างไตรกลีเซอร์ไรด์น้อย เนื่องจากมีกิจกรรมพาสัตว์เลี้ยงไปเดินออกกำลังกายนั่นเอง
- ช่วยลดความดันโลหิต เพราะการมีสัตว์เลี้ยงจะทำให้เราคลายเครียด ส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง จากการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์กพบว่า ผู้ที่อยู่ในระหว่างการรักษาโรคความดันโลหิตสูงจะมีค่าความดันโลหิตที่ต่ำลงเมื่อมีสัตว์เลี้ยง

- Rebecca A. Johnson ผู้อำนวยการศูนย์การวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์ มหาวิทยาลัยมิสซูรี ได้กล่าวว่า เพียงแค่มองสัตว์เลี้ยง สมองจะหลั่งออกซิโทซิน ทำให้มีความสุขและลดฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ทำให้เกิดความเครียด โดยมีผลการวิจัยกับทหารผ่านศึกชาวสหรัฐอเมริกา ที่ประสบภาวะผิดปกติทางจิตใจหรือ PTSD พบว่า ทหารผ่านศึกนายนั้นไม่กล้าออกจากบ้านโดยไม่มีภรรยาไปด้วย เมื่อได้ลองเลี้ยงสุนัข เพียงไม่กี่อาทิตย์เขาก็มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นและกล้าที่จะออกจากบ้านเพียงล
คุณสมบัติของพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงมีอะไรบ้าง
หากคุณกำลังมองหาคนช่วยดูแลบรรดาสัตว์เลี้ยงแสนรักที่บ้านในยามที่คุณไม่มีเวลา สิ่งเหล่านี้คือลักษณะและคุณสมบัติสำคัญของผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่ดีควรมี

1. มีใจรักงานบริการด้านนี้ และมีความรักที่แท้จริงต่อบรรดาสัตว์เลี้ยง ไม่รังเกียจที่จะต้องเก็บกวาดกรงหรือทำความสะอาดบริเวณที่สัตว์เลี้ยงอยู่ บางครั้งเจ้าสัตว์เลี้ยงเหล่านี้อาจเล่นซนจนทำให้บ้านสกปรก ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงจะต้องทำความเข้าใจและหาทางแก้ไข โดยไม่แสดงอารมณ์หงุดหงิดต่อสัตว์เลี้ยงเหล่านั้น
2. มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เนื่องจากบรรดาสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ต้องได้รับการดูแลอย่างเสมอต้นเสมอปลาย พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงจำเป็นต้องบริหารเวลาในการดูแลอย่างมืออาชีพ เช่น เวลาให้อาหาร อาบน้ำ ออกกำลังกาย ฯลฯ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีสุขอนามัยและสภาพจิตใจที่ดี
3. มีความรู้ในเรื่องของสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างดี สัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดมีวิธีการเลี้ยงดูที่แตกต่างกันไป เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสุนัขและแมว สุนัขค่อนข้างเป็นสัตว์สังคม ชอบอยู่กับผู้คน จึงสามารถพาออกไปเดินเล่นในที่สาธารณะได้ กลับกันแมวค่อนข้างเป็นสัตว์ที่รักสันโดษ หากเจอผู้คนมาก ๆ อาจทำให้ตื่นคนและอาจส่งผลให้เกิดความเครียดตามมา ดังนั้นพี่เลี้ยงสัตว์ที่ดีจำเป็นต้องรู้ว่าสัตว์ชนิดไหนเหมาะกับการเลี้ยงแบบใด
4. มีประสบการณ์ในการดูแลสัตว์เลี้ยง การอยู่กับสัตว์เหล่านี้มาเป็นเวลานานจะทำให้เกิดความเคยชิน และสามารถรับมือกับสถานการณ์คับขันได้เป็นอย่างดี เช่น ยามสัตว์เลี้ยงป่วยและจำเป็นจะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ผู้ดูแลที่มีความรู้ในการปฐมพยาบาลสัตว์สามารถสร้างความไว้วางใจให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้

คุณสมบัติทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมานั้นนับว่าเป็นคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่ดีเลยก็ว่าได้ อย่าลังเลที่จะเลือกใช้บริการพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงในทันที เพื่อความสบายใจของคุณ ลำพัง
วิธีการสังเกตุสัตว์เลี้ยงเมื่อมีอาการป่วย
เพราะสัตว์เลี้ยงไม่สามารถบอกเราได้เมื่อรู้สึกไม่สบาย หากเราไม่สังเกตเห็นว่าพวกเขาเริ่มมีอาการผิดปกติ มารู้อีกทีเขาก็ป่วยหนักจนอาจทำให้ไม่สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที หรืออาจจะต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษามากกว่าเดิมก็เป็นได้

วิธีการสังเกตอาการเบื้องต้นที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของคุณกำลังป่วยมีดังนี้

1. พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของสัตว์เลี้ยง เมื่อสัตว์เลี้ยงของคุณเอาแต่นอนอยู่นิ่ง ๆ บางครั้งก็หลบอยู่ตามซอกหลืบมืด ๆ ในบ้าน หรือมีอาการซึม และไม่ร่าเริงเหมือนปกติแม้ว่าคุณจะเอาของเล่นไปล่อแล้วก็ตาม สาเหตุที่ทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเขากำลังรู้สึกไม่สบายตัว
2. มีอาการเบื่ออาหาร หากสัตว์เลี้ยงของคุณที่เคยกินเยอะเป็นปกติ จู่ ๆ กลับกินอาหารได้น้อยลง หรือไม่กินอาหารเลย อาจจะเป็นเพราะว่าสัตว์เลี้ยงของคุณมีอาการป่วยอยู่ก็เป็นได้
3. มีความผิดปกติอื่น ๆ ตามร่างกาย เช่น มีน้ำมูก มีขี้ตาเกรอะกรัง หายใจติดขัด จนไปถึงอาเจียน และถ่ายเหลว อาการเหล่านี้สามารถบ่งบอกได้ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณกำลังป่วยอยู่ไม่มากก็น้อย ทางที่ดีควรรีบหาทางรักษาสัตว์เลี้ยงของคุณให้เร็วที่สุด
4. เอาแต่ร้องหรือคร่ำครวญมากผิดปกติ บางครั้งเวลาที่คุณเผลอไปจับหรือลูบส่วนใดของสัตว์เลี้ยงแล้วจู่ ๆ เขาขู่หรือเผลอกัดคุณขึ้นมานั้น อาจเป็นเพราะเขากำลังเจ็บตรงอวัยวะส่วนที่คุณเผลอไปโดนโดยไม่รู้ตัวอยู่ก็ได้
5. สัตว์เลี้ยงขนหยาบกระด้าง และขนร่วงมากกว่าปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าสัตว์เลี้ยงของคุณอาจขาดสารอาหารบางอย่าง หรืออาจมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับผิวหนังอยู่นั่นเอง

หากคุณหมั่นเอาใจใส่และสังเกตพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงคุณบ่อย ๆ จะทำให้พวกเขาห่างไกลจากโรคต่าง ๆ และมีชีวิตอยู่กับคุณไปอีกนานเลยทีเดียว
ผู้ว่าจ้างควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงก่อนทำการจ้าง
ผู้ว่าจ้างควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงก่อนทำการจ้าง เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่เป็นห่วงและต้องการพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงและมาดูแลสัตว์เลี้ยงในช่วงเวลาที่ไม่อยู่บ้านหรือไม่มีเวลาพาน้อง ๆ ไปเดินเล่น มักมองหาผู้ช่วยงานในส่วนนี้และก่อนที่จะเริ่มงานกันต้องมีข้อตกลงกัน เพื่อให้พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงและผู้ว่าจ้างรู้สึกสบายใจกันทั้งสองฝ่าย

1. สอบถามประสบการณ์ของพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงทุกคนรู้ดีว่าการเลี้ยงสัตว์ แต่ละชนิดมีความแตกต่างกันตามสายพันธุ์ ต้องมีความรู้ความเข้าใจเป็นพิเศษที่จะดูแลสัตว์นั้นๆ เพราะมีหน้าที่มากกว่าการให้อาหาร หรือ พาสัตว์เข้านอน การชวนสัตว์เลี้ยงเล่นหรือทำกิจกรรม หรือเคยดูแลสัตว์ชนิดไหน สายพันธุ์อะไรมาก่อน
2. ระยะเวลาในการทำงาน อาจจะไม่ต้องตลอดทั้งวันหรือเป็นบางช่วงเวลา การพาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น ไปทำกิจกรรมในเวลาเช้า หรือเวลาเย็น หรือต้องดูแลตลอดทั้งวันในช่วงที่เจ้าของต้องไปทำงาน
3. ค่าจ้างในการทำงานของพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง ขึ้นอยู่กับประเภทของสัตว์เลี้ยง หน้าที่ความรับผิดชอบ เช่น ต้องให้อาหารกี่ครั้ง ต้องพาไปเดินเล่นหรือไม่ ต้องทำความสะอาดด้วยหรือเปล่า และความยากง่ายในการดูแลตามชนิดและสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงนั้น ๆ
4. ลองถามคำถามที่น่าสนใจในระหว่างการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงดูเพื่อให้รู้สึกถึงบุคลิกของผู้สมัคร เช่น อะไรคือสิ่งที่สนุกที่สุดหรือน่าอายที่สุดที่คุณเคยสัมผัสกับสัตว์ตัวหนึ่ง ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่ดีจะแสดงความรักที่แท้จริงต่อสัตว์เลี้ยงในการตอบคำถามของคุณ ถามเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่พวกเขาเคยเป็นเจ้าของหรือดูแลมาก่อน คนที่รักสัตว์จะกระตือรือร้นที่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของตนเองให้คุณฟัง จากการพูดคุยในลักษณะนี้คุณสามารถวัดความรักที่มีต่อสัตว์และระดับความตื่นเต้นเกี่ยวกับโอกาสในการทำงานนี้ได้เลยทีเดียว

จะดีหรือไม่ถ้ามีใครที่เชื่อถือได้พร้อมให้คำแนะนำและพร้อมทำตามข้อตกลง ด้วยใจรักต่อสัตว์เลี้ยงจากใจจริงที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงให้กับท่านทุกความกังวลก็จะหมดไป

ที่มาของเขตราษฎร์บูรณะ

เขตราษฎร์บูรณะเป็นพื้นที่หนึ่งของเขตกรุงเทพมหานคร ที่มาของชื่อเขตนั้นเกิดจากคำว่า "ราษฎร์" + "บูรณะ" มาเป็น "ราษฎร์บูรณะ" ซึ่งความหมายของ "ราษฎร์" แปลว่า "พลเมืองของประเทศ" หรือ "แว่นแคว้นบ้านเมือง" "บูรณะ" แปลว่า "ทำให้เต็ม ปฏิสังขรณ์ซ่อมแซม" เมื่อนำมารวมกันเป็น "ราษฎร์บูรณะ" ทำให้มีความหมายได้เป็นสองอย่าง คือ พลเมืองของประเทศช่วยกันสร้างขึ้นหรือรวบรวมกันตั้งขึ้นเป็นหมู่บ้าน อำเภอหนึ่ง และอีกความหมายคือ เป็นเมืองที่ราษฎรช่วยกันส่งเสริม และบำรุงรักษาให้เป็นเมืองที่มีความเจริญยิ่งๆ ขึ้นให้มีความเจริญเท่าเทียมกับเขตอื่น เดิม เขตราษฎร์บูรณะมีฐานะเป็นอำเภออยู่ในเขตการปกครองของจังหวัดธนบุรี และถูกย้ายไปอยู่ในเขตการปกครองของนครเขื่อนขันธ์ หรือ จังหวัดพระประแดงที่ต่อมาถูกยุบเป็นอำเภอและไปขึ้นกับจังหวัดสมุทรปราการแทน ทำให้อำเภอราษฎร์บูรณะกลับมาขึ้นกับจังหวัดธนบุรีอีกครั้ง

อำเภอราษฎร์บูรณะได้รับการเปลี่ยนแปลงฐานะเป็น เขตราษฎร์บูรณะ ภายหลังที่มีการยุบรวมจังหวัดธนบุรีและจังหวัดพระนคร เปลี่ยนฐานะเป็นนครหลวงกรุงเทพธนบุรีและกรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันเป็นเขตการปกครองขึ้นกับกรุงเทพมหานคร อดีตมีพื้นที่ถึง 42.87 ตารางกิโลเมตร แต่มีการขยายเมืองในกรุงเทพมหานคร ทำให้เกิดการกระจายตัวของประชากรจึงเกิดการปรับเปลี่ยนแบ่งพื้นที่บางส่วนไปขึ้นกับเขตธนบุรี เขตจอมทอง เขตราษฎร์บูรณะ และตั้งเขตทุ่งครุ ทำให้ปัจจุบันมีพื้นที่เพียง15.782 ตารางกิโลเมตร

ปัจจุบันมีสถานที่สำคัญ ๆ อยู่หลายแห่ง เช่น สะพานพระราม 9, วัดเกียรติประดิษฐ์, วัดแจงร้อน, วัดบางปะกอก, วัดประเสริฐสุทธาวาส, วัดราษฎร์บูรณะ, วัดสน, วัดสารอด,โรงพยาบาลบางปะกอก, โรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ, ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ อาคารราษฎร์บูรณะ วิทยาลัยพณิชยการเชตุพน และโรงเรียนอีกหลายแห่งด้วยกัน



สะพานสำคัญในเขตราษฎร์บูรณะ

สะพานพระราม 9 ตั้งอยู่ที่ แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร นับเป็นสะพานขึงแห่งแรกของประเทศไทยที่ใช้ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเชื่อมพื้นที่สองฝั่งในกรุงเทพมหานครคือ ฝั่งธนบุรี และฝั่งพระนคร ให้สามารถเดินทางไปมาสะดวก โดยใช้สายเคเบิลขึงเป็นแนวยาวยึดกับเสาแกนกลางที่สูงใหญ่เพื่อรองรับน้ำหนักของสะพานและรถยนต์ที่วิ่งอยู่บนสะพาน ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่9 (พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร) ใน ปี พ.ศ. 2530 เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 60 พรรษา

มีราคาค่าก่อสร้าง 1,418,100,000 บาท ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี จากวันที่ 1 ต.ค. 2527 ถึงวันที่ 22 พ.ย. 2530 เป็นสะพานที่มีความแข็งแรงมาก เพราะตัวโครงสร้างฐานรากสะพาน ประกอบด้วย เสาตอม่อ แท่นหัวเข็ม เสาเข็ม ทั้งหมดล้วนแต่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 41 เมตร โดยมีความกว้างสะพาน 33 เมตร ความยาวรวมทั้งหมด 2,716 เมตร แบ่งเป็นความยาวของตัวสะพาน ถึง 782 เมตรซึ่งช่วงกลางยาวเป็นอันดับที่ 2 ของโลกในยุคนั้น เชิงลาดสะพาน ฝั่งพระนคร 1,127 เมตร และเชิงลาดสะพาน ฝั่งธนบุรี 807 เมตร มีจำนวนช่องทางจราจร 6 ช่อง นอกจากความแข็งแรงแล้วจุดเด่นอีกข้อของตัวสะพานคือ บนยอดเสาขึงเคเบิลของสะพานพระราม 9 ทางฝั่งพระนคร มีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ ซึ่งเป็นพระอัฐิของพระพุทธเจ้าที่ชาวพุทธเชื่อว่าเป็นวัตถุแทนพระองค์ที่ทรงคุณค่าสูงสุด นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ที่ดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติให้มาชมความงามยิ่งใหญ่ ของเขตนี้ อีกทั้งมีสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งช้อปปิ้ง บริเวณใกล้เคียงสะพานหลายแห่ง เช่น

-เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแนวราบริมแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีทัศนียภาพสวยงาม จุดเด่นคือชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ ที่มีความสูง 60 เมตร สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบกรุงเทพมหานครในมุมสูงได้รอบตัว

-เซ็นทรัลพระราม 3 ซึ่งเป็นศูนย์การค้าที่ครบวงจรที่สุดในย่าน



พาสุนัขเดินออกกำลังกาย ดีอย่างไร

การออกกำลังกาย ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ทุกคน เพราะจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ไม่แก่เร็ว เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย และยังช่วยเรื่องระบบไหลเวียนของเลือด การได้ทำกิจกรรมนี้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันและช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจ ฯลฯ อีกทั้งยังช่วยลดความเครียดและสร้างเสริมสุขภาพจิตได้ด้วย

กล่าวถึงสัตว์เลี้ยงสี่ขาชนิดหนึ่ง ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันนี้นั้นคือ สุนัข ที่มีฐานลูกค้าทั้งวัยผู้สูงอายุ วัยเด็ก วัยกลางคน ต่างให้ความสนใจในการเลี้ยงสัตว์ชนิดนี้ เพราะมันสามารถใช้งานได้หลายจุดประสงค์ ไม่ว่าจะเฝ้าบ้าน เป็นเพื่อนคลายเหงา ออกงานทำรายได้ ฯลฯ ซึ่งมันก็เหมือนมนุษย์ ที่มีความรู้สึก เศร้า ดีใจ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ดังนั้นการออกกำลังกายนั้นก็สำคัญกับพวกมันเหมือนกัน เพราะมีข้อดีหลายอย่างตามมาแน่นอน ทั้งสัตว์เจ็บป่วยน้อยลง สุขภาพดี แข็งแรง อารมณ์ดีส่งผลให้เจ้าของลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลลง อีกทั้งยังเป็นการลดพฤติกรรมก้าวร้าวของพวกมันได้อีกด้วย เพราะสุนัขบางชนิด หากขังไว้แต่ในกรง ก็ยิ่งทำให้เกิดอาการเครียด ดุร้าย และยากต่อการควบคุมได้ หากได้ออกกำลังกายกับเจ้าของด้วยแล้วนั้น จะส่งผลดีอีกข้อคือ กระชับความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์และเจ้าของ ซึ่งกิจกรรมการออกกำลังกายที่สามารถร่วมกันทำได้คือ การพาสุนัขเดินไปต่างสถานที่กว้าง ๆ เสมือนคนเราที่ไม่ชอบถูกขังไว้ในที่แคบเหมือนกัน แต่หากอยากให้ทั้งสุนัขและเจ้าของต่างได้ประโยชน์จากการออกกำลังกาย ก็ควรเดินให้ได้ทุกวัน วันละ 30 นาที หรืออย่างน้อยให้ได้ 5 วันต่อสัปดาห์ หรือสัปดาห์ละ 150 นาที

แต่ปัจจุบันผู้คนมักใช้เวลาทำงานและทำกิจกรรมอย่างอื่นแทน โดยเฉพาะคนชาวกรุงที่มีวิถีชีวิตที่ต้องเผชิญกับรถติด ต้องทำงานเช้า กลับเย็นค่ำกัน จึงเป็นที่มาของอาชีพ บริการรับจ้างพาสุนัขเดิน เกิดขึ้น ซึ่งอัตราค่าจ้างเฉลี่ยในเมืองไทยประมาณ 100-120 บาท ต่อชั่วโมง หรืออาจมากกว่านั้น ขึ้นกับการต่อรองกับเจ้าของสุนัข จึงเป็นอาชีพที่น่าจับตามองสำหรับคนที่มีใจรักสุนัขเลยก็ว่าได้