ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน หนองจอก, กรุงเทพมหานคร

ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน หนองจอก, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

อารยา หนูทอง
อารยา หนูทอง
Saijai อายุ 25 ปี

เคยมีประสบการณ์ทำงานเเม่บ้านมาก่อน สามารถทำความสะอาดได้ โดยส่วนตัวเป็นคนใจเย็นกับสถานการณ์ต่างๆพร้อมรับมือ

แสดงเพิ่มเติม
อนุธิดา เทศกุล
อนุธิดา เทศกุล
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 26 ปี

เป็นคนรักสัตว์ และรักเด็ก ชอบความเป๋นส่วนตัว

แสดงเพิ่มเติม
เกียรติศักดิ์ ศรีชาย
เกียรติศักดิ์ ศรีชาย
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 27 ปี
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
Saijai ประสบการณ์ 4-5 ปี
Saijai อายุ 43 ปี

ใจเย็น รักสัตว์ นอนกับสุนัข์ทุกวัน

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

มองหาพี่เลี้ยงสัตว์ที่มีความรู้ด้านนี้มาช่วยดูแลเค้าที่บ้าน เจอเว็บใส่ใจ ลองเข้าไปดูรายละเอียดและสามารถสอบถามราคาได้อย่างชัดเจน ก่อนที่เราจะตัดสินใจจ้าง แถมราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด เยี่ยมไปเลยค่ะ
Saijai
ปัทมา เลิศชนะ
5 ปีที่แล้ว
น้องแมว 2 ตัว ไม่สามารถเดินทางไปกับครอบครัวเราได้ ลูกสาวจึงหาที่ดูแล เจอเว็บใส่ใจ ที่ฝากเลี้ยงอยู่ใกล้บ้าน จึงฝากใส่ใจให้ดูแล ห้องพักแยกออกมาเป็นสัดส่วน น้องมีของเล่น คลายเหงา
Saijai
วรากร พงศ์ศิริพัฒน์
5 ปีที่แล้ว
หมดปัญหาว่าจะเอาหมาไปฝากที่ไหนเวลาต้องไปต่างจังหวัด บริการดี รายละเอียดครบ ชอบ ๆ
Saijai
เนตรศิกา วัฒนาไกร
5 ปีที่แล้ว
เว็บใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก ใช้ครั้งแรกชอบเลย ได้พี่เลี้ยงมาดูแลน้องแมวให้ถึงบ้าน สบายใจทาสแมวอย่างเราไปเลยค่ะ
Saijai
ณัฐฐา แก้วดี
5 ปีที่แล้ว
โชคดีที่ได้มาเจอเว็บไซต์ของใส่ใจเพราะมีบริการคนดูแลสัตว์เลี้ยงหลากหลายรูปแบบ ประทับใจมาก ๆ ครับ นอกจากจะมีพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงแล้ว ยังมีบริการฝึกสอนสัตว์เลี้ยง อาบน้ำตัดขน อีกทั้งยังมีบริการสัตว์แพทย์นอกสถานที่ บอกได้เลยว่าครบวงจรจริง ๆ
Saijai
ศราวุติ ชัยเกตุ
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลสัตว์เลี้ยง

ขอดีของการมีสัตว์เลี้ยง
เครียด เหงา เศร้า บางครั้งเราต้องการคนมาคอยรับฟังปัญหา ซึ่งนอกจากเพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัวแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกก็คือ การมีสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว นก ปลา ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนนิยม สัตว์เลี้ยง สามารถช่วยเยียวยาจิตใจให้กับผู้ที่กำลังตกอยู่ในสภาวะเหงาและเครียด ไปจนถึงผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี คุณทราบหรือไม่ว่าการเลี้ยงสัตว์มีประโยชน์ต่อเรามากกว่าที่คิด มาดูข้อดีกันเลยค่ะ

- การเลี้ยงสุนัขหรือแมวเพื่อบำบัดความเครียดหรือในต่างประเทศเรียกว่า Pets Therapy (สัตว์เลี้ยงบำบัด) ซึ่งมีผลการศึกษาวิจัยมานานแล้วว่า การเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงนั้น สามารถช่วยเยียวยาผู้ป่วยได้จริง ทั้งยังมีคำแนะนำให้ผู้สูงอายุเลี้ยงสัตว์เพื่อบรรเทาความเหงาและป้องกันโรคซึมเศร้าอีกด้วย

- การมีสัตว์เลี้ยงช่วยลดคอเลสเตอรอลโดยผลการศึกษาพบว่าคนที่เลี้ยงสัตว์จะมีค่าคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือดอย่างไตรกลีเซอร์ไรด์น้อย เนื่องจากมีกิจกรรมพาสัตว์เลี้ยงไปเดินออกกำลังกายนั่นเอง
- ช่วยลดความดันโลหิต เพราะการมีสัตว์เลี้ยงจะทำให้เราคลายเครียด ส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง จากการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์กพบว่า ผู้ที่อยู่ในระหว่างการรักษาโรคความดันโลหิตสูงจะมีค่าความดันโลหิตที่ต่ำลงเมื่อมีสัตว์เลี้ยง

- Rebecca A. Johnson ผู้อำนวยการศูนย์การวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์ มหาวิทยาลัยมิสซูรี ได้กล่าวว่า เพียงแค่มองสัตว์เลี้ยง สมองจะหลั่งออกซิโทซิน ทำให้มีความสุขและลดฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ทำให้เกิดความเครียด โดยมีผลการวิจัยกับทหารผ่านศึกชาวสหรัฐอเมริกา ที่ประสบภาวะผิดปกติทางจิตใจหรือ PTSD พบว่า ทหารผ่านศึกนายนั้นไม่กล้าออกจากบ้านโดยไม่มีภรรยาไปด้วย เมื่อได้ลองเลี้ยงสุนัข เพียงไม่กี่อาทิตย์เขาก็มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นและกล้าที่จะออกจากบ้านเพียงล
ทักษะที่พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่ดีควรมี
การดูแลสัตว์เปรียบเสมือนการดูแลบุคคลในครอบครัว เมื่อตัดสินใจรับมาเลี้ยงแล้ว ต้องมีความรับผิดชอบที่จะดูแลเขาไปตลอดชีวิต แต่หากเรามีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปต่างจังหวัด หรือมีภาระอื่น ๆ ที่ต้องรับผิดชอบ และไม่สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงของเราได้ในบางตรั้ง และจำเป็นต้องหาคนมาดูแลสัตว์เลี้ยงชั่วคราว หรือที่เรียกว่าพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง

พี่เลี้ยงสัตว์ควรมีทักษะและคุณลักษณะดังต่อไปนี้

• มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์สายพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันในหลายๆด้าน
• รู้จักลักษณะนิสัยของสัตว์ และรักสัตว์
• ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาเฉพาะทางหรือผ่านการฝึกอบรม แต่ควรมีความคุ้นเคยกับการดูแลสัตว์และเข้าใจพฤติกรรมของสัตว์ในทุก ๆ ด้าน
• พี่เลี้ยงสัตว์ทำหน้าที่คล้ายกับพี่เลี้ยงเด็ก คือ คอยดูแลใส่ใจรายละเอียดต่าง ๆ ของสัตว์ หากสัตว์เลี้ยงป่วยและปล่อยไว้นานและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
• พี่เลี้ยงสัตว์มีหน้าที่ให้น้ำและอาหาร พาสัตว์ไปออกกำลังกาย และรู้จักการให้ยาหรือดูแลเบื้องต้นเมื่อสัตว์ป่วย
• หากเป็นพี่เลี้ยงสัตว์ประเภท สุนัขหรือแมวจะต้องสามารถแปรงขนและทำความสะอาดฟันเบื้องต้นได้
• ทำความสะอาดอุจจาระหรือปัสสาวะของสัตว์เลี้ยง
• พี่เลี้ยงสัตว์ต้องคอยรายงานความเป็นอยู่ของสัตว์ให้เจ้าของได้รับทราบเป็นระยะ ๆ อาจมีการถ่ายรูปหรือคลิปส่งให้เจ้าของได้ดูเพื่อความมั่นใจและสบายใจด้วย
• พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงจะต้องอยู่ที่บ้านในขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ดังนั้น ควรมีความซื่อสัตย์และบุคลิกที่น่าไว้วางใจ
สัญญานที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของคุณมีอาการป่วยมีอะไรบ้าง
สำหรับผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง การสังเกตพฤติกรรมในแต่ละวันของสัตว์เป็นสิ่งสำคัญที่เราไม่สามารถมองข้ามได้ เพราะหลายๆครั้งกว่าที่เราจะรู้ว่าสัตว์เลี้ยงที่เรารักมีอาการป่วยก็ต่อเมื่อพวกเขามีอาการหนักแล้ว ใส่ใจอยากแบ่งปันความรู้กันและวิธีการสังเกตอาการเบื้องต้นที่เหมือนเป็นสัญญาณอันตรายที่เราไม่ควรมองข้าม เพื่อให้เราได้สังเกตและช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงที่เรารักได้ทันเวลา

1. พบอาการป่วย หรือพบความผิดปกติอื่นๆที่สังเกตได้ เช่น มีขี้ตาเกรอะกรัง ตาแดง มีน้ำมูก หายใจติดขัด ขนร่วงเป็นหย่อมๆ มีสะเก็ดหรือมีกลิ่นตัวแรง เดินกะเผลก อาเจียน ถ่ายเหลว น้ำหนักลดลงในเวลาอันรวดเร็ว หรือแม้กระทั่งกินน้ำมากกว่าปกติ เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่อาจจะบ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของเรากำลังป่วยก็เป็นได้
2. มีพฤติกรรมเบื่ออาหาร กินอาหารได้น้อยลง เป็นสิ่งที่เห็นชัดที่สุด หากสัตว์เลี้ยงของเรามีอาการเบื่ออาหาร ทั้งๆ ที่นิสัยเดิมกินเก่ง เจ้าของควรเฝ้าสังเกตอาการหรือนำไปให้คุณหมอตรวจสุขภาพ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงเริ่มป่วย แต่ทั้งนี้เจ้าของต้องแยกให้ได้ก่อนว่า อาการกินอาหารลดลงนั้นไม่ได้มาจากสภาพแวดล้อมภายนอกอื่นๆ เช่น วัยที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนอาหารใหม่ อากาศที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล หรือมีสิ่งมากวนใจที่อาจเป็นสาเหตุให้สัตว์เลี้ยงตัวน้อยกินได้ลดลง
3. มีอาการซึมไม่ร่าเริง นอนมากผิดปกติ เวลาเจ้าของเรียกจะไม่กระฉับกระเฉง ไม่มาเล่น ไม่มาหาเหมือนเคย เช่นสุนัขมีอาการ หาวบ่อย หากสุนัขดูอ่อนเพลีย ง่วง อยากพักผ่อน เกิดอาการหาวบ่อยครั้ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนว่าน้องหมากำลังเครียด เบื่อ หรือกระวนกระวายใจ แต่หากเป็นสัตว์เลี้ยงที่อายุมากแล้ว อาจจะร่าเริงน้อยลง ถือว่าเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้อาการซึมอาจเกิดมาจากอาการเหงา ซึมเศร้า ซึ่งนับเป็นอาการป่วยทางใจ อันอาจเป็นผลมาจากเจ้าของไม่ค่อยมีเวลาให้ก็เป็นได้ ดังนั้นเมื่อเรามีสัตว์เลี้ยงแล้ว การมีเวลาการเอาใจใส่ การได้สัมผัสก็ช่วยป้องกันและรักษาอาการป่วยทางใจได้
ผู้ว่าจ้างควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงก่อนทำการจ้าง
ผู้ว่าจ้างควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงก่อนทำการจ้าง เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่เป็นห่วงและต้องการพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงและมาดูแลสัตว์เลี้ยงในช่วงเวลาที่ไม่อยู่บ้านหรือไม่มีเวลาพาน้อง ๆ ไปเดินเล่น มักมองหาผู้ช่วยงานในส่วนนี้และก่อนที่จะเริ่มงานกันต้องมีข้อตกลงกัน เพื่อให้พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงและผู้ว่าจ้างรู้สึกสบายใจกันทั้งสองฝ่าย

1. สอบถามประสบการณ์ของพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงทุกคนรู้ดีว่าการเลี้ยงสัตว์ แต่ละชนิดมีความแตกต่างกันตามสายพันธุ์ ต้องมีความรู้ความเข้าใจเป็นพิเศษที่จะดูแลสัตว์นั้นๆ เพราะมีหน้าที่มากกว่าการให้อาหาร หรือ พาสัตว์เข้านอน การชวนสัตว์เลี้ยงเล่นหรือทำกิจกรรม หรือเคยดูแลสัตว์ชนิดไหน สายพันธุ์อะไรมาก่อน
2. ระยะเวลาในการทำงาน อาจจะไม่ต้องตลอดทั้งวันหรือเป็นบางช่วงเวลา การพาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น ไปทำกิจกรรมในเวลาเช้า หรือเวลาเย็น หรือต้องดูแลตลอดทั้งวันในช่วงที่เจ้าของต้องไปทำงาน
3. ค่าจ้างในการทำงานของพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง ขึ้นอยู่กับประเภทของสัตว์เลี้ยง หน้าที่ความรับผิดชอบ เช่น ต้องให้อาหารกี่ครั้ง ต้องพาไปเดินเล่นหรือไม่ ต้องทำความสะอาดด้วยหรือเปล่า และความยากง่ายในการดูแลตามชนิดและสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงนั้น ๆ
4. ลองถามคำถามที่น่าสนใจในระหว่างการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงดูเพื่อให้รู้สึกถึงบุคลิกของผู้สมัคร เช่น อะไรคือสิ่งที่สนุกที่สุดหรือน่าอายที่สุดที่คุณเคยสัมผัสกับสัตว์ตัวหนึ่ง ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่ดีจะแสดงความรักที่แท้จริงต่อสัตว์เลี้ยงในการตอบคำถามของคุณ ถามเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่พวกเขาเคยเป็นเจ้าของหรือดูแลมาก่อน คนที่รักสัตว์จะกระตือรือร้นที่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของตนเองให้คุณฟัง จากการพูดคุยในลักษณะนี้คุณสามารถวัดความรักที่มีต่อสัตว์และระดับความตื่นเต้นเกี่ยวกับโอกาสในการทำงานนี้ได้เลยทีเดียว

จะดีหรือไม่ถ้ามีใครที่เชื่อถือได้พร้อมให้คำแนะนำและพร้อมทำตามข้อตกลง ด้วยใจรักต่อสัตว์เลี้ยงจากใจจริงที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงให้กับท่านทุกความกังวลก็จะหมดไป

ส่องชีวิตสัตว์ที่ลำไทรฟาร์ม

ลำไทรฟาร์ม ตั้งอยู่ชานเมืองของเขตหนองจอก เป็นฟาร์มเพาะพันธ์ุสัตว์สวยงามและสัตว์ปีก รวมถึงนกสวยงามหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น นกเป็ดแมนดาริน เรดเฮด นกกระจอกชวา นกค๊อกกะเทล และยังเป็นฟาร์มที่มีหงส์ดำเป็นจำนวนมากแห่งหนึ่งของไทย นอกจากนี้ยังเปิดฟาร์มเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย โดยแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงแห่งนี้ แบ่งพื้นที่การเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 คือ ปลูกข้าวร้อยละ 30 เลี้ยงสัตว์ร้อยละ 30 ปลูกผักและผลไม้ร้อยละ 30 ที่อยู่อาศัยร้อยละ 10 โดยแบ่งเป็นส่วนๆให้ได้เข้าชมและเรียนรู้ โดยส่วนแรกจะเป็นการเรียนรู้พื้นที่ไร่นาสวนผสม การปลูกข้าว ส่วนต่อไปจะเป็นที่อยู่ของสัตว์สวยงามและสัตว์เพื่อยังชีพ โดยมีการสร้างเล้าสัตว์ไว้บนบ่อปลา เพื่อให้มูลสัตว์กลายเป็นอาหารและลดความเหม็นของมูลสัตว์ซึ่งเป็นการสร้างระบบหมุนเวียนแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน โดยแหล่งเรียนรู้แห่งนี้มีหงส์เป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนและยังถือฟาร์มหงส์ดำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ส่วนต่อมาจะเป็นส่วนของฐาน บ้านกับต้นไม้ มีต้นสักทอง ต้นตะเคียน หวายแดงและยังมีโฮมสเตย์สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสบรรยากาศดีๆเหมือนอยู่ต่างจังหวัด นอกจากนี้ยังมีรถจักรยานให้เช่า ปั่นชมพื้นที่ต่างๆอีกด้วย สำหรับใครที่สนใจการดำรงชีวิตตามแนวพระราชดำริหรือหลักเศรษฐกิจพอเพียง แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเขตหนองจอก ถือเป็นสถานที่สำคัญที่จะทำให้ได้รู้ว่าการใช้ชีวิตตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงนั้นสามารถทำได้จริงเพื่อความเป็นอยู่ที่พอดี พอกิน พอใช้

ที่อยู่ : 717 ซอยเชื่อมสัมพันธ์ 14 แขวงโคกแฝดเขตหนองจอกกรุงเทพมหานคร 10530

Website : https://sites.google.com/site/lamsaifarm2010/



ของใช้จำเป็นสำหรับเจ้าของสุนัขมือใหม่

สำหรับคนที่เคยเลี้ยงสุนัขอยู่แล้วคงไม่มีปัญหาในเรื่องของการเตรียมอุปกรณ์ แต่สำหรับเจ้าของหรือผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงมือใหม่อาจจะยังไม่รู้ว่าต้องมีข้าวของเครื่องใช้อะไรบ้างที่จำเป็นในการเลี้ยงสุนัข วันนี้เราจะมาแนะนำของใช้ที่จำเป็นมีอะไรบ้างมาดูกัน

1. ที่นอน สามารถเลือกประเภทที่นอนได้ตามพันธุ์สุนัขที่เลี้ยง ซึ่งสุนัขขนหนายาวเช่น ไซบีเรียนฮัสกี้ อาจจะชอบนอนบนพื้นเย็นๆ มากกว่าขดตัวอยู่ในที่นอน ในขณะที่ชิวาวาอาจจะชอบขดตัวอยู่ในที่นอน เพราะต้องการความอบอุ่น ซึ่งที่นอนของสุนัขต้องมีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะสามารถยืดตัว หมุนตัวได้ซึ่ง สุนัขส่วนใหญ่มักจะชอบขดตัวให้กลมหรือซุกใต้ที่นอนให้อุ่น ที่นอนควรจะมีความทนทานแต่ก็ย่อมมีโอกาสที่จะถูกลูกสุนัขทำให้พังอยู่แล้ว แนะนำให้มีที่นอนไว้หลายๆอัน ในบริเวณบ้านอาจจะวางใกล้เก้าอี้ที่เรานั่งเพื่อเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกันด้วย

2. ชามอาหารและน้ำ ชามข้าวของสุนัขมีทั้งแบบพลาสติกและสเตนเลสแนะนำให้ใช้เป็นสเตนเลสเพราะจะทนทานมากกว่าและทำความสะอาดง่ายด้วย ก่อนซื้อควรดูขนาดว่าสามารถใส่อาหารได้เพียงพอและความลึกเหมาะกับโครงหน้าของสุนัขหรือไม่ เพราะเมื่อสุนัขกินข้าวไม่ลำบากและควรมี 2 ใบ คือสำหรับใส่ข้าวและใส่น้ำ

3. อาหารเม็ด เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจมากๆ ไม่ควรให้สุนัขกินอาหารคนเพราะไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก ปัจจุบันอาหารเม็ดมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ควรเลือกให้เหมาะสมกับสุนัขแต่ละช่วงวัย เพราะมีคุณประโยชน์ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายได้ มีหลากหลายรสชาติให้เลือก ก่อนจะนำสุนัขเข้าบ้านทั้งทีควรจะมีอาหารมีติดบ้านไว้เพื่อเตรียมรับมือเวลาสุนัขหิว

4. กรง เป็นอีกอุปกรณ์สำคัญที่ต้องมีไว้มี หลายประเภทให้เลือกซื้อและต้องมีขนาดใหญ่มากพอที่จะทำให้สุนัขอยู่ได้อย่างไม่อึดอัดและต้องไม่ใหญ่จนเกินไปที่สุนัขจะสามารถขับถ่ายในกรุงได้เพราะสุนัขจะไม่ชอบนอนบริเวณที่ตัวเองขับถ่าย

5. ของเล่น ปัจจุบันของเล่นสุนัขมีหลายประเภทมากๆ ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ต้องคิดว่าสุนัขเป็นเหมือนเด็กชอบเล่นของชิ้นใดชิ้นหนึ่งมากกว่าการมีของเล่นเยอะๆ สุนัขจะมีนิสัยชอบเคี้ยว หากมีของเล่นที่สามารถเคี้ยวได้ทั้งวันก็คงจะดี อีกอย่างคือชอบของเล่นที่มีเสียงแหลม กลมๆ เด้งได้ เช่นลูกบอลดังนั้นของเล่นชิ้นเล็กๆควรจะเป็นสิ่งเหล่านี้



อาหารต้องห้ามสำหรับแมว

หลายคนที่เลี้ยงแมวและดูแลเรื่องอาหารการกินของแมว คงทราบดีอยู่แล้วว่าอาหารที่แมวชอบเป็นที่สุดคืออาหารจำพวกโปรตีนและไขมัน โดยทำออกมาเป็นอาหารสำเร็จรูปในรูปแบบต่างๆ แต่สำหรับทาสแมวมือใหม่หลายคน อาจยังไม่รู้และคิดไม่ถึงว่าอาหารที่คนกินในชีวิตประจำวันหลายอย่าง อาจเป็นอาหารที่ห้ามให้แมวกินโดยเด็ดขาด เพราะจะเป็นอันตรายได้ เราได้รวบรวมของกินใกล้ตัว 4 อย่างที่ห้ามให้แมวกินโดยเด็ดขาดมาฝากกัน

1.ปลาดิบ เนื้อดิบ อาหารที่หลายๆคนชอบกิน แต่สำหรับแมวนั้นไม่สมควร เนื่องจากในปลาดิบและเนื้อดิบมีแบคทีเรียที่ชื่อว่า “salmonella” ที่ทำให้แมวเกิดอาการท้องเสียและอาเจียนได้ อีกทั้งยังมีเอนไซม์บางตัวที่ไปทำลายวิตามินบีที่จำเป็นต่อร่างกายของสัตว์

2. ยาพาราเซตามอลหรือยาแก้ปวด ยาสามัญประจำบ้านที่เรากินเวลาปวดหัวหรือเป็นไข้ แต่ยาตัวนี้เป็นอันตรายที่สุดสำหรับแมว หากแมวป่วยหรือเป็นไข้ ห้ามให้กินยาพาราโดยเด็ดขาด อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลย เพราะจะทำให้เกิดความผิดปกติในระบบเลือด เป็นพิษต่อเม็ดเลือดแดง ทำให้การขนส่งออกซิเจนลดลง อาจทำให้เนื้อเยื่อขาดออกซิเจนได้

3. กระดูกต้ม การให้อาหารแมวควรให้อะไรที่แข็งกว่าฟันของแมว เนื่องจากหากแข็งเกินไปอาจทำให้ฟันหักได้และที่ร้ายแรงไปกว่านั้นคือ พวกเศษกระดูกจะไปติดหรือแทงระบบทางเดินอาหาร อาจทำให้ทะลุลำไส้ได้

4.ช็อกโกแลตขนมสุดโปรดของหลายคน แต่กับแมวนั้นเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะในช็อกโกแลตมีสาร “Theobromine” ที่ออกฤทธิ์คล้ายกับคาเฟอีน เป็นพิษทั้งแมวและหมาเพราะทำให้พวกเขาไม่มีเอนไซม์ในการย่อย หากได้รับเข้าไปจะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ กล้ามเนื้อกระตุก ใจสั่น ท้องเสีย อาเจียนและอาจเสียชีวิตได้