ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน กะทู้, ภูเก็ต

ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน กะทู้, ภูเก็ต

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

Naruemol Suttigerd
Naruemol Suttigerd
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล
ชาตรี หนูเขต
ชาตรี หนูเขต
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

ใจเย็น ตรงต่อเวลา มนุษย์สัมพันธ์ดี ชอบช่วยเหลือ รักสัตว์ สู้้งานไม่ทิ้งงาน

แสดงเพิ่มเติม
Arpasiri Salika
Arpasiri Salika
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 48 ปี

มีประสบการณ์ในการดูแลสัตว์เลี้ยงหลายปีค่ะ ตอนนี้น้องแมว 5 ตัว

แสดงเพิ่มเติม
ธนัชชา ชาคริยา
ธนัชชา ชาคริยา
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล
Nuttawan Lompitak
Nuttawan Lompitak
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

เคยดูแลและพยาบาลสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้เองจนสิ้นอายุขัยตามธรรมชาติ ทั้งสุนัข แมว ไก่ และปลา ลูกค้าท่านใดที่มีสัตว์เลี้ยงแปลกๆ สามารถสอบถามก่อนได้ค่ะ พร้อมที่จะเรียนรู้ และยินดีให้บริการค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
สรัญญา บิลยะโฮร์
สรัญญา บิลยะโฮร์
Saijai ประสบการณ์ 2-3 ปี
Saijai อายุ 50 ปี

เป็นคนรักสัตว์ ใจเย็น ตอนนี้เลี้ยงแมว 2 ตัวค่ะ

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

น้องแมว 2 ตัว ไม่สามารถเดินทางไปกับครอบครัวเราได้ ลูกสาวจึงหาที่ดูแล เจอเว็บใส่ใจ ที่ฝากเลี้ยงอยู่ใกล้บ้าน จึงฝากใส่ใจให้ดูแล ห้องพักแยกออกมาเป็นสัดส่วน น้องมีของเล่น คลายเหงา
Saijai
วรากร พงศ์ศิริพัฒน์
5 ปีที่แล้ว
เหตุผลที่เลือกใช้บริการดูแลสัตว์เลี้ยง เพราะว่าไม่มีเวลาดูแลน้องหมาน้องแมวที่บ้านเลยจ้างพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงมาดูแลแทนเวลาเราไม่อยู่ อยากแนะนำสำหรับใครที่กำลังมองหาพี่เลี้ยงสัตว์ที่ราคาไม่สูง ผู้ให้บริการบนเว็บไซต์ใส่ใจเป็นตัวเลือกที่ดีเลยค่ะ
Saijai
มัจฉา รุ่งอนันต์
5 ปีที่แล้ว
ลองจองพี่เลี้ยงดูแลน้องหมาผ่านเว็ปใส่ใจ รู้สึกประทับใจมากครับ เจ้าด้อบบี้เองก็ดูเหมือนจะดีใจที่ได้เล่นกับเพื่อนใหม่ด้วย เห็นตามติดน้องที่มาช่วยดูแลไม่ห่างเลย
Saijai
ชิตพล เจียรเวชพรกุล
5 ปีที่แล้ว
หมดปัญหาว่าจะเอาหมาไปฝากที่ไหนเวลาต้องไปต่างจังหวัด บริการดี รายละเอียดครบ ชอบ ๆ
Saijai
เนตรศิกา วัฒนาไกร
5 ปีที่แล้ว
สะดวกมากเลยค่ะ นัดพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่เราต้องการมาดูแลน้องหมาที่บ้านได้เลย ไม่ยุ่งยาก ระบบใช้งานง่าย สะดวกสุด ๆ ค่ะ ชอบ ๆ
Saijai
ธีรศักดิ์ เหมศักดิ์
1 วินาทีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลสัตว์เลี้ยง

ขอดีของการมีสัตว์เลี้ยง
เครียด เหงา เศร้า บางครั้งเราต้องการคนมาคอยรับฟังปัญหา ซึ่งนอกจากเพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัวแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกก็คือ การมีสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว นก ปลา ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนนิยม สัตว์เลี้ยง สามารถช่วยเยียวยาจิตใจให้กับผู้ที่กำลังตกอยู่ในสภาวะเหงาและเครียด ไปจนถึงผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี คุณทราบหรือไม่ว่าการเลี้ยงสัตว์มีประโยชน์ต่อเรามากกว่าที่คิด มาดูข้อดีกันเลยค่ะ

- การเลี้ยงสุนัขหรือแมวเพื่อบำบัดความเครียดหรือในต่างประเทศเรียกว่า Pets Therapy (สัตว์เลี้ยงบำบัด) ซึ่งมีผลการศึกษาวิจัยมานานแล้วว่า การเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงนั้น สามารถช่วยเยียวยาผู้ป่วยได้จริง ทั้งยังมีคำแนะนำให้ผู้สูงอายุเลี้ยงสัตว์เพื่อบรรเทาความเหงาและป้องกันโรคซึมเศร้าอีกด้วย

- การมีสัตว์เลี้ยงช่วยลดคอเลสเตอรอลโดยผลการศึกษาพบว่าคนที่เลี้ยงสัตว์จะมีค่าคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือดอย่างไตรกลีเซอร์ไรด์น้อย เนื่องจากมีกิจกรรมพาสัตว์เลี้ยงไปเดินออกกำลังกายนั่นเอง
- ช่วยลดความดันโลหิต เพราะการมีสัตว์เลี้ยงจะทำให้เราคลายเครียด ส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง จากการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์กพบว่า ผู้ที่อยู่ในระหว่างการรักษาโรคความดันโลหิตสูงจะมีค่าความดันโลหิตที่ต่ำลงเมื่อมีสัตว์เลี้ยง

- Rebecca A. Johnson ผู้อำนวยการศูนย์การวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์ มหาวิทยาลัยมิสซูรี ได้กล่าวว่า เพียงแค่มองสัตว์เลี้ยง สมองจะหลั่งออกซิโทซิน ทำให้มีความสุขและลดฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ทำให้เกิดความเครียด โดยมีผลการวิจัยกับทหารผ่านศึกชาวสหรัฐอเมริกา ที่ประสบภาวะผิดปกติทางจิตใจหรือ PTSD พบว่า ทหารผ่านศึกนายนั้นไม่กล้าออกจากบ้านโดยไม่มีภรรยาไปด้วย เมื่อได้ลองเลี้ยงสุนัข เพียงไม่กี่อาทิตย์เขาก็มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นและกล้าที่จะออกจากบ้านเพียงล
ทักษะสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยงมีอะไรบ้าง
หากคุณกำลังมองหาพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพื่อที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณ นี่คือลักษณะและทักษะที่สำคัญ 4 ประการที่พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่ดีควรมี

1. สุขุมและเข้าใจสัตว์เลี้ยง พี่เลี้ยงน้องหมา น้องแมวทุกคนรู้ดีว่าการดูแลน้องเหล่านี้มักไม่เป็นไปตามแผนที่เราคิดไว้เสมอไป ดังนั้นพี่เลี้ยงต้องอดทนเวลาที่น้องหมา น้องแมว ดื้อและไม่ปฏิบัติตามที่คาดหวังไว้ ควรสงบสติอารมณ์เพื่อไม่ให้พวกเขารู้สึกกลัวและตอบสนองต่อความวิตกกังวล จะทำให้สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้ดี
2. อ่อนโยน พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่ดีตระหนักถึงความต้องการของสัตว์เลี้ยงของเราและตอบสนองต่อความต้องการนั้นมองสัตว์เลี้ยงของเราด้วยความรักใคร่และไม่ใช้กำลังหรือการลงโทษทางร่างกาย เช่นตี หรือ ลากสายจูงสุนัขของคุณระหว่างเดินเล่น
3. มีประสบการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสัตว์เลี้ยงของเรามีความต้องการดูแลเป็นพิเศษ การจ้างพี่เลี้ยงสัตว์ดูแลสัตว์เลี้ยง ควรจ้างผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่มีประสบการณ์มากเช่น หากเรามีสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ด(German Shepherd)ตัวใหญ่ เราต้องการคนที่เคยดูแลสุนัขขนาดใหญ่มาก่อน ถ้าคนคนนั้นสามารถแสดงใบรับรองเกียรติบัตรที่แสดงถึงประสบการณ์ในการดูแลสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดตัวใหญ่จะยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าของสุนัขยิ่งขึ้น หากสัตว์เลี้ยงของเรามีอาการป่วยหรือต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เราต้องมองหาพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่มีประสบการณ์และน่าเชื่อถือได้ในด้านนั้น ๆ มาดูแลสัตว์เลี้ยงของเรา
4. มีความรักที่แท้จริงต่อสัตว์เลี้ยง ลองถามคำถามที่น่าสนใจในระหว่างการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงดูเพื่อให้รู้สึกถึงบุคลิกของผู้สมัคร เช่น อะไรคือสิ่งที่สนุกที่สุดหรือน่าอายที่สุดที่คุณเคยสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง ๆ ) ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่ดีจะแสดงความรักที่แท้จริงต่อสัตว์เลี้ยงในการตอบคำถามของคุณ หรือถามเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่พวกเขาเคยเป็นเจ้าของหรือดูแลมาก่อน - คนที่รักสัตว์จะกระตือรือร้นที่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของพวกเขาให้คุณฟัง การพูดคุยแบบนี้คุณสามารถวัดความรักของพวกเขาที่มีต่อสัตว์และระดับความตื่นเต้นเกี่ยวกับโอกาสในการทำงานนี้ได้เลยทีเดียว
วิธีการสังเกตุสัตว์เลี้ยงเมื่อมีอาการป่วย
เพราะสัตว์เลี้ยงไม่สามารถบอกเราได้เมื่อรู้สึกไม่สบาย หากเราไม่สังเกตเห็นว่าพวกเขาเริ่มมีอาการผิดปกติ มารู้อีกทีเขาก็ป่วยหนักจนอาจทำให้ไม่สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที หรืออาจจะต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษามากกว่าเดิมก็เป็นได้

วิธีการสังเกตอาการเบื้องต้นที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของคุณกำลังป่วยมีดังนี้

1. พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของสัตว์เลี้ยง เมื่อสัตว์เลี้ยงของคุณเอาแต่นอนอยู่นิ่ง ๆ บางครั้งก็หลบอยู่ตามซอกหลืบมืด ๆ ในบ้าน หรือมีอาการซึม และไม่ร่าเริงเหมือนปกติแม้ว่าคุณจะเอาของเล่นไปล่อแล้วก็ตาม สาเหตุที่ทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเขากำลังรู้สึกไม่สบายตัว
2. มีอาการเบื่ออาหาร หากสัตว์เลี้ยงของคุณที่เคยกินเยอะเป็นปกติ จู่ ๆ กลับกินอาหารได้น้อยลง หรือไม่กินอาหารเลย อาจจะเป็นเพราะว่าสัตว์เลี้ยงของคุณมีอาการป่วยอยู่ก็เป็นได้
3. มีความผิดปกติอื่น ๆ ตามร่างกาย เช่น มีน้ำมูก มีขี้ตาเกรอะกรัง หายใจติดขัด จนไปถึงอาเจียน และถ่ายเหลว อาการเหล่านี้สามารถบ่งบอกได้ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณกำลังป่วยอยู่ไม่มากก็น้อย ทางที่ดีควรรีบหาทางรักษาสัตว์เลี้ยงของคุณให้เร็วที่สุด
4. เอาแต่ร้องหรือคร่ำครวญมากผิดปกติ บางครั้งเวลาที่คุณเผลอไปจับหรือลูบส่วนใดของสัตว์เลี้ยงแล้วจู่ ๆ เขาขู่หรือเผลอกัดคุณขึ้นมานั้น อาจเป็นเพราะเขากำลังเจ็บตรงอวัยวะส่วนที่คุณเผลอไปโดนโดยไม่รู้ตัวอยู่ก็ได้
5. สัตว์เลี้ยงขนหยาบกระด้าง และขนร่วงมากกว่าปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าสัตว์เลี้ยงของคุณอาจขาดสารอาหารบางอย่าง หรืออาจมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับผิวหนังอยู่นั่นเอง

หากคุณหมั่นเอาใจใส่และสังเกตพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงคุณบ่อย ๆ จะทำให้พวกเขาห่างไกลจากโรคต่าง ๆ และมีชีวิตอยู่กับคุณไปอีกนานเลยทีเดียว
ก่อนจ้างพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงผู้ว่าจ้างจะต้องทำข้อตกลงดังนี้?
ทุกคนที่มีสัตว์เลี้ยงย่อมเข้าใจถึงความห่วงใยเมื่อเราต้องอยู่ห่างไกลจากสัตว์เลี้ยงของเราไม่ว่าจะในระยะสั้นหรือระยะยาว ดังนั้น การเลือกพี่เลี้ยงสัตว์มาอยู่ที่บ้านจึงมีเงื่อนไขและข้อตกลงที่ต้องพูดคุยกันก่อนการจ้างงานดังนี้

• ค่าตอบแทนหรือค่าจ้าง พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงแต่ละคนบนเว็บไซต์ใส่ใจได้ระบุเรทราคาจ้างไว้ชัดเจน นายจ้างจะต้องเลือกพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงโดยพิจารณาจากข้อมูลประวัติส่วนตัว ประวัติการทำงาน รวมถึงเรทราคาค่าจ้างโดยตัวของท่านเอง
• ระยะเวลาในการทำงาน อาจจะมีตารางการทำงานที่ไม่แน่นอนทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับว่านายจ้างมีธุระหรือต้องการใช้บริการในตอนไหนก็สามารถเรียกใช้บริการได้
• พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงมีหน้าที่ดูแลสัตว์ขั้นพื้นฐานทั้งหมด ตัวอย่างเช่น การให้อาหารและน้ำ หรือขนมต่าง ๆ
• หากเป็นสัตว์ เช่น สุนัข หรือแมว พี่เลี้ยงต้องรู้จักการเช็ดตัว แปรงขน และแปรงฟันให้ได้
• พี่เลี้ยงสัตว์ต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สามารถพาสัตว์เลี้ยงไปทำกิจกรรม หรือเดินออกกำลังกายได้
• พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงต้องสนุกกับการใช้เวลาร่วมกับสัตว์และต้องรู้จักวิธีการทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกผ่อนคลาย และไม่เครียดเมื่อต้องอยู่โดยไม่มีเจ้าของ
• พี่เลี้ยงต้องรู้จักวิธีทำความสะอาดเมื่อสัตว์เลี้ยงมีการขับถ่าย
• พี่เลี้ยงต้องรู้จักรักษาความสะอาดของเล่น ที่นอน หรือบริเวณที่สัตว์อยู่ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของสัตว์เลี้ยง
• พี่เลี้ยงสามารถช่วยให้ยาสัตว์เลี้ยงได้ หากสัตว์เลี้ยงมีอาการป่วยหรือมีโรคประจำตัว
• หากมีเหตุฉุกเฉินที่สัตว์เลี้ยงป่วยกะทันหัน พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงสามารถดูแลและพาไปพบแพทย์ได้ทันที
• พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงควรมีประสบการณ์ในการทำงานด้านนี้มาก่อนและสามารถตรวจสอบประวัติก่อนทำการว่าจ้างได้

ศาลเจ้ากะทู้

ศาลเจ้าแห่งแรกในภูเก็ตที่เริ่มต้นประเพณีถือศีลกินผัก ตั้งแต่ปี พ.ศ.2368 หรือประมาณ 193 ปีที่ผ่านมา โดยชื่อดั้งเดิมที่คนภูเก็ตเรียกกันคือ ศาลเจ้าในทู้ ก่อนที่จะเพี้ยนมาเป็น ศาลเจ้ากะทู้

ประวัติคร่าวๆ ที่เล่าสู่กันมาก็คือหลังจากที่คณะงิ้วมาเปิดการแสดงที่ตำบลกะทู้แล้ว นักแสดงในคณะงิ้วมีอาการป่วยอยู่ตลอด จึงคิดกันขึ้นมาว่า เพราะเกิดการละเลยไม่ประกอบพิธีถือศีลกินผักเหมือนที่เคยทำตอนอยู่ที่เมืองจีน จึงทำให้เจ็บป่วย จึงได้เริ่มประกอบพิธีถือศีลกินผักขึ้นที่โรงงิ้วนั่นเอง ภายหลังจากประกอบพิธีถือศีลกินผักเสร็จเรียบร้อยแล้ว โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นกับนักแสดงในคณะงิ้วก็หายไปจนหมดสิ้น สร้างความประหลาดใจให้ชาวบ้านที่กะทู้ แต่ก็ไม่มีใครมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิธีนี้อย่างลึกซึ้ง

จนกระทั่งได้มีผู้รู้เดินทางไปยังมณฑลกังไซ้และเห็นชาวบ้านประกอบพิธีถือศีลกินผักกัน จึงได้อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากประเทศจีนนั่นคือ ควันธูป และล่องเรือกลับมายังบางเหลียว หรือบางเหนียวในปัจจุบัน หลังจากนั้นได้ส่งข่าวให้ชาวกะทู้ได้รู้ และท่านผู้รู้ได้ทำการอธิบายเกี่ยวกับประเพณีกินผัก เช่น การประกอบพิธีกรรมและคัมภีร์ต่างๆ แต่คัมภีร์เหล่านี้จะไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ จะใช้เฉพาะช่วงที่มีการจัดพิธีถือศีลกินผักเท่านั้น หลังจากนั้นให้นำมาเก็บไว้ที่ศาลเจ้าเหมือนเดิม

ปัจจุบันในทุกๆ ปีที่มีการจัดเทศกาลถือศีลกินเจหรือเทศกาลถือศีลกินผัก จะมีผู้คนหลั่งไหลมาสักการบูชาเทพเจ้าที่ ศาลเจ้ากะทู้เป็นจำนวนมาก



เที่ยวน้ำตกกะทู้

นอกจากจังหวัดภูเก็ตจะมีชายหาดมากมายหลายหาดเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวแล้ว จังหวัดภูเก็ตก็ยังมีน้ำตกขนาดเล็กที่อยู่ไม่ห่างจากตัวเมืองมากนัก โดยตั้งอยู่ในเขตกะทู้ น้ำตกแห่งนี้มีความสงบและร่มรื่น ทางเข้าน้ำตกไม่ห่างจากสนามกอล์ฟล๊อคปาล์มมากนัก โดยจะมีร้านอาหารบริการอยู่ตรงปากทางเข้าน้ำตก

หากใครสนใจจะไปเที่ยวชมน้ำตกกะทู้ แนะนำว่าให้ไปในช่วงหน้าฝนคือ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนธันวาคม ซึ่งน้ำตกจะเป็นช่วงที่สมบูรณ์ที่สุด

โดยน้ำตกชั้นที่หนึ่ง สามารถนั่งเล่นอยู่ในร่มเงาของต้นไม้ และยังสามารถชมวิวทิวทัศน์ของน้ำตกได้เป็นอย่างดี

ส่วนน้ำตกชั้นที่สองจะมีบันไดทางเดินขึ้นไปและจะมีมุมซึ่งตั้งโต๊ะและเก้าอี้ไว้เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้นั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจและเล่นน้ำตกในบริเวณนี้ได้ด้วย ส่วนมากผู้ที่มาที่นี่จะเป็นนักท่องเที่ยวหรือประชาชนในจังหวัดภูเก็ตมาพักผ่อนกับครอบครัว

สำหรับการเดินทางไปน้ำตกกะทู้นั้น สามารถเดินทางจากถนนเส้นหลักจากป่าตอง ไปยังอำเภอเมืองภูเก็ตแล้วเลี้ยวไปทางซ้ายที่สี่แยกแรกไปยัง กะทู้ ขับต่อไปเป็นระยะทาง 1.5 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้งจะพบป้ายของน้ำตก ขับไปราวๆ 2 กิโลเมตรจะถึงที่หมาย เมื่อมาถึงน้ำตกกะทู้จะเจอลานจอดรถซึ่งไม่กว้างมากนัก และจะเจอร้านอาหารอยู่บริเวณทางขึ้นน้ำตก ส่วนใหญ่ผู้ที่มาที่น้ำตกกะทู้ จะเป็นคนท้องถิ่นในพื้นที่หรือนักท่องเที่ยวที่สนใจมาเดินป่าเพื่อศึกษาธรรมชาติ

น้ำตกตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 6 ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต



พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่กะทู้

ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ถนนสายกะทู้-เกาะแก้ว ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ โดยตั้งอยู่บริเวณเหมืองแร่เก่าท่อสูง ระหว่างเขานางพันธุรัตน์ กับเทือกเขาเก็ตหนี ด้านตะวันออกหรือระหว่างเกาะแก้ว-บางคู ติดกับสนามกอล์ฟล็อคปาล์ม

พิพิธภัณฑ์นี้เป็นสถานที่แสดงประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่ของกะทู้ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ยังถูกกล่าวขานมาจนถึงทุกวันนี้ แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมาหลายทศวรรษแล้วก็ตาม แต่พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่กะทู้ ได้ช่วยบันทึกเรื่องราวไว้ให้เป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของจังหวัดภูเก็ต

พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่กะทู้ เกิดขึ้นเนื่องมาจากแนวคิดเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและประวัติศาสตร์ชุมชน โดยเฉพาะตำบลกะทู้ในสมัยก่อนมีการทำเหมืองแร่ดีบุกอยู่เป็นจำนวนมาก ร่องรอยที่เหลืออยู่ของขุมเหมืองโบราณสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าแห่งภูมิปัญญาของบรรพชนที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนคนรุ่นใหม่

สำหรับตัวอาคารพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ เป็นอาคารรูปทรงแบบชิโนโปรตุกีส 1 ชั้นครึ่ง มีจิ่มแจ้ (ลาน) ตรงกลางบ้านและตกแต่งหน้าต่างด้วยลายปูนปั้น ซุ้มโค้งโดยมีการเรียกชื่ออาคารนี้ว่า “อังมอเหลานายหัวเหมือง” ภายในอาคารมีการจัดนิทรรศการ

โดยรอบของอาคาร ถูกจัดตกแต่งให้คล้ายคลึงกับวิถีการขุดแร่และทำเหมืองแร่ในอดีต ด้วยรางแร่ขุมเหมือง รวมไปถึงสิ่งของจำลองการทำเหมืองแร่ดีบุกและวิถีชีวิตของชาวเหมืองในสมัยนั้น

พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่กะทู้ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 09.00-16.00 น.