พี่เลี้ยงสองภาษา ใน สันกำแพง, เชียงใหม่

พี่เลี้ยงสองภาษา ใน สันกำแพง, เชียงใหม่

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่
ผู้ให้บริการพี่เลี้ยงสองภาษา ใน สันกำแพง, เชียงใหม่:

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ยังไม่มีข้อมูลผู้ให้บริการ
ยังไม่มีข้อมูลผู้ให้บริการ

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

ผมกับสองคนภรรยาตกลงกันว่าจะปูพื้นฐานภาษาอังกฤษ ให้ลูกก่อนเข้าโรงเรียน เลยเริ่มหาข้อมูลเปรียบเทียบ ทำให้รู้ว่า ค่าใช้จ่ายในการจ้างพี่เลี้ยงสองภาษาไม่มากอย่างที่คิด จนเจอข้อมูลของใส่ใจ เลยเปลี่ยนพี่เลี้ยงมาเป็นพี่เลี้ยงฟิลิปินส์ ดีมากครับ ค่าใช้จ่ายพี่เลี้ยงไทย กับ ฟิลิปปินส์ พอพอ กัน
Saijai
ไกรวพันธุ์ สุขสถิตย์
อีก 25 ปี
ถ้าเทียบกับค่าจ้างพี่เลี้ยงสองภาษาที่อื่นแล้ว ใส่ใจมีหลากหลายราคาและหลากหลายตัวเลือกเลยค่ะ พี่เลี้ยงสองภาษาที่จ้างมาก็ถือว่าคุ้มค่ากับการจ้างด้วยค่ะ
Saijai
ฑิฆัมพร สุขโข
4 ปีที่แล้ว
จองง่ายไม่ยุ่งยาก
Saijai
แอน คาล
4 ปีที่แล้ว
เราเจอพี่เลี้ยงเด็กชาวฟิลิปปินส์ผ่านเว็บไซต์ใส่ใจค่ะ มีความรับผิดชอบในงานสูง ตอนนี้เราจ้างมาแล้ว 2 เดือน ลูกได้ซึมซับภาษาอังกฤษทุกวัน คุ้มค่ากับการจ้างมาก ๆ คุณแม่คนไหนสนใจก็ลองหาดูที่เว็บใส่ใจนะคะ
Saijai
ศรีรัตน์ พุ่มเงิน
4 ปีที่แล้ว
เราอยากจ้างพี่เลี้ยงเด็กที่พูดภาษาอังกฤษได้อยู่แล้วค่ะ หาจากเว็ปไซต์หลาย ๆ ที่เจอที่ถูกใจยากมาก จนได้มาเจอเว็ปไซต์ของใส่ใจ ทุกอย่างใช้งานง่ายมากตั้งแต่การจอง จนถึงการจ่ายเงิน พี่เลี้ยงแต่ละคนโปรไฟล์ดีมาก ลูกก็ชอบค่ะ
Saijai
ศรุดา รัตนารักษ์
4 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา พี่เลี้ยงสองภาษา

พี่เลี้ยงเด็กสองภาษามีความจำเป็นหรือไม่หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกได้ภาษาที่ 2 จริงๆ
เมื่อพูดถึงเรื่องความจำเป็นของการใช้บริการพี่เลี้ยงเด็กสองภาษา พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเข้าใจความต้องการและจุดมุ่งหมายของตัวเองเสียก่อนว่าทำไมจึงอยากให้ลูกสามารถพูดภาษาอื่นได้

พ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ตระหนักถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการและการสื่อสารไร้พรมแดน ที่ทำให้เราเข้าถึงข้อมูลความรู้ได้ทั่วทุกมุมโลก การที่เราสามารถสื่อสารภาษาที่สอง หรือหลายภาษาจึงถือเป็นข้อได้เปรียบ พ่อแม่ผู้ปกครองจึงให้ความสำคัญในการปูพื้นฐานและส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาให้กับเด็กตั้งแต่เนิ่น ๆ ทั้งตัวพ่อแม่เองที่พยายามใช้ภาษาที่สอง ซึ่งอาจจะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ฯลฯ สื่อสารกันในครอบครัว ให้ลูกเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีโปรแกรมสองภาษา และเลือกใช้บริการพี่เลี้ยงเด็กสองภาษา เพื่อให้เด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มาการสื่อสารด้วยภาษาที่สอง

เนื่องจากความสามารถของเด็กในการเรียนรู้เสียงในภาษานั้นเป็นคุณสมบัติ หรือพรสวรรค์โดยธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ทารกหรือเด็กมีมาตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ของแม่ ซึ่งในเรื่องนี้ได้มีงานวิจัยที่ค้นพบว่าทารกนั้นมีความสามารถในการเรียนรู้และจะจำเสียงในภาษาได้โดยเฉพาะเสียงของแม่ได้ตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ ทารกจะความสามารถพิเศษที่จะเรียนรู้ จดจำ และ แยกแยะภาษาที่สอง หรือสาม หรือมากกว่านั้นได้รวดเร็วกว่าผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นการเลี้ยงดูแบบสองภาษาควบคู่กันไปตั้งแต่เด็ก ยิ่งเป็นการส่งเสริมพัฒนาของสมองและวิธีการเข้าใจภาษาแบบสองภาษาไปพร้อม ๆ กัน

จากข้อมูลข้างต้นจึงพออธิบายให้ท่านได้เห็นแล้วถึงความจำเป็นของการใช้พี่เลี้ยงสองภาษาในการเลี้ยงดูลูกของท่านตั้งแต่ยังเป็นทารก พี่เลี้ยงก็เปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สอง หรือในบางกรณีพี่เลี้ยงเด็กนั้นเป็นผู้ที่มีเวลาได้อยู่กับลูกมากกว่าพ่อแม่ด้วยซ้ำไป พี่เลี้ยงสองภาษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะหล่อหลอมหรือสร้างให้เด็กมีวิธีการคิด หรือการเข้าใจภาษาแบบสองภาษาไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งจะแตกต่างไปจากการเรียนภาษาที่สองเพิ่มเติมจากภาษาหลัก เหมือนที่มีสอนกันในโรงเรียนโดยทั่วไป
คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องจ่ายแพงกว่าจริงหรือหากต้องการจ้างพี่เลี้ยงเด็กสองภาษา
คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องจ่ายแพงกว่าจริงหรือหากต้องการจ้างพี่เลี้ยงเด็กสองภาษา ก่อนอื่นต้องดูที่เป้าหมายของคุณพ่อคุณแม่ว่ามีความคาดหวังหรือต้องการเสริมพัฒนาการของลูกอย่างไร แน่นอนว่าการที่เด็กได้รับการปูพื้นฐานด้านภาษาตั้งแต่เล็กจะช่วยให้เด็กสามารถสื่อสารสองภาษาได้และได้เปรียบกว่าเด็กคนอื่นเมื่อเด็กต้อง เข้าเรียน โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกเข้าเรียนในโปรแกรมสองภาษาหรือโปรแกรมนานาชาติ ปัจจุบันเราสามารถหาพี่เลี้ยงที่สามารถสื่อสารภาษาที่สองได้มาดูแลลูก ซึ่งหากดูอัตราค่าจ้างแล้วอาจจะสูงกว่าพี่เลี้ยงคนไทยไม่มากนัก แน่นอนว่าการได้อะไรที่พิเศษกว่าย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายที่อาจจะมากกว่าอยู่บ้าง แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นย่อมมากกว่าเช่นกัน พี่เลี้ยงเด็กชาวต่างชาติหลาย ๆ คนที่ผ่านการอบรม หรือมีประกาศนียบัตรรับรอง มีประสบการณ์ในการดูแลเด็กในช่วงวัยที่แตกต่าง และมีอัตราจ้างที่แตกต่าง (14,000 – 22,000 บาท/เดือน) ข้อมูลเหล่านี้คุณพ่อคุณแม่สามารถสืบค้น เปรียบเทียบและวางแผนก่อนตัดสินใจ

มีบทสัมภาษณ์ของคุณพ่อคุณแม่ที่มีประสบการณ์จ้างพี่เลี้ยงเด็กสองภาษามาดูแลลูกได้กล่าวไว้ว่า “เดิมที่คุณแม่จะสื่อสารภาษาอังกฤษกับลูก แต่เมื่อคุณแม่ต้องไปทำงานจึงมองหาพี่เลี้ยงที่พูดภาษาอังกฤษมาดูแล พี่เลี้ยงมีวุฒิการศึกษาดีทีเดียว มีประสบการณ์ ใช้เวลาไม่นาน ลูกและพี่เลี้ยงปรับตัวเข้าหากันได้ เวลาเราสื่อสารจะใช้ภาษาอังกฤษกับพี่เลี้ยง ทำให้ทุกคนในบ้านได้ฝึกไปด้วย คราวนี้สนุกกันไปลูกมีพัฒนาการภาษาที่ดีมีความสุข พี่เลี้ยงทำงานบ้านได้นิดหน่อย ไม่ใช่ปัญหาเพราะเป้าหมายคือพัฒนาการทางภาษาของลูก ในค่าใช้จ่ายที่เกือบเท่ากันกับแม่บ้านไทยแต่ลูกและครอบครัวได้ภาษาเพิ่มขึ้น”

เราจะไม่รู้สึกว่าจ่ายแพงเลยถ้าสิ่งที่ได้มาคุ้มค่าตามที่ตั้งใจไว้
พี่เลี้ยงสองภาษาควรมีวิธีการอย่างไรเพื่อส่งเสริมเด็กให้พูดภาษาที่สองได้
คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการส่งเสริมเด็กให้พูดภาษาที่สองได้สำหรับพี่เลี้ยงเด็กสองภาษาหรือสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองมีดังต่อไปนี้

1. พยายามเสริมสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ โดยหมั่นใช้ พูดคุยสื่อสารกับเด็กด้วยภาษาที่สองควบคู่ไปกับภาษาหลักอย่างเป็นประจำ และสม่ำเสมอ อาจชวนคุย เพื่อส่งเสริมให้เด็กคุ้นเคย และชินกับการสื่อสารสองภาษารวมทั้งรูปแบบการจัดรูปแบบประโยค การออกเสียง และสำเนียงในการพูด เด็กนั้นมีคุณลักษณะและความสามารถในการประมวลและแยกความแตกต่างของภาษาและเสียงได้เป็นอย่างดี ยิ่งพี่เลี้ยงพูดคุยหรือใช้ภาษาเหล่านั้นเป็นประจำจะยิ่งส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาของเด็ก และเพิ่มความสามารถทางสติปัญญาของเด็ก
2. ด้วยความสะดวกสบายของเทคโนโลยีและนวัตกรรมการสื่อสาร พี่เลี้ยงควรสรรหารายการการ์ตูน หรือวิดีโอจากยูทูป (YouTube) ที่มีการพากย์เสียงเป็นภาษาต่าง ๆ เพลงกล่อมเด็ก หรือการ์ตูนอนิเมชั่น กิจกรรมเหล่านี้เป็นการเพิ่มความสนุกสนาน และทำให้เด็กเรียนรู้ และจดจำภาษาไปโดยไม่รู้ตัว ทั้งหมดนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของพี่เลี้ยงเด็กอย่างใกล้ชิด ไม่ควรปล่อยให้เด็กใช้สื่อตามลำพังและเป็นเวลานานเกินไป เพราะส่งผลเสียต่อสายตาและสมาธิ
3. หากิจกรรมร้องเพลง หรือเต้นรำเพื่อเป็นการผ่อนคลายและ เรียนรู้ภาษาไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ชื่นชอบกิจกรรมนันทนาการแบบนี้อยู่แล้วจึงไม่เป็นการยากที่พี่เลี้ยงจะชักชวนให้เด็กทำกิจกรรม
4. เสริมสร้างทักษะ ด้วยสื่อการสอนทางภาษา กิจกรรม หรือเกมต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เช่น เกมต่อคำ (Scrabble หรือ Criss-Crosswords) อาจจะใช้บัตรคำ การ์ดเกมคำศัพท์ หรือหนังสือภาพสอนคำศัพท์ หรือหนังสือสอนภาษาสำหรับเด็ก โดยสื่อเหล่านี้จะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้คำศัพท์ เสริมสร้างทักษะทางภาษา และ สร้างความเพลิดเพลินให้กับเด็กได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับพี่เลี้ยงด้วย
สิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่ควรตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กสองภาษามีอะไรบ้าง
สิ่งที่พ่อแม่ควรทำความตกลงกับพี่เลี้ยงสองภาษาในรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. รายละเอียดเรื่องวันทำงาน ระยะเวลาในการทำงานแต่ละวัน วันหยุดมีกี่วันต่อปี จำนวนเด็กที่ต้องดูแลในครอบครัวนั้น ระยะเวลาการจ้างงาน
2. ตกลงอัตราค่าจ้างในการทำงาน รวมถึงอัตราค่าจ้างในการทำงานล่วงเวลาหรือในวันพิเศษอื่น ๆ ถ้ามี
3. ตกลงและทำความเข้าใจเรื่องรายละเอียดงาน เวลานอน เวลาทานนมหรืออาหารของเด็ก เพราะในหลายกรณีคุณพ่อคุณแม่อาจมีกำหนดตารางเวลาของกิจวัตรประจำวันที่ต้องการรักษาไว้อยู่แล้ว รวมทั้งต้องตกลงเกี่ยวกับความรับผิดชอบในหน้าที่อื่น ๆ ที่นอกเหนือจากการเลี้ยงดูลูกของท่าน เช่นพ่อแม่บางท่านอาจต้องการให้พี่เลี้ยงดูแลรับผิดชอบการทำความสะอาดบ้าน การทำหรือปรุงอาหารด้วย เป็นต้น
4. ตกลงหรือแจ้งให้พี่เลี้ยงทราบถึงพฤติกรรมที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องการ หรือไม่ต้องการให้พี่เลี้ยงปฏิบัติต่อลูกของท่าน ซึ่งแต่ละครอบครัวนั้นอาจมีพฤติกรรม หรือแนวทางการเลี้ยงที่แตกต่างกันไป เช่นบางครอบครัวอาจอนุญาตให้ลูกเล่นบนพื้นดิน หรือทรายนอกบ้านได้ แต่บางครอบครัวอาจไม่ บางครอบครัวอาจอนุญาตให้ลูกเล่นกับสัตว์เลี้ยงเช่นน้องหมาหรือแมวได้ เป็นต้น โดยพี่เลี้ยงจะต้องรับทราบถึงรสนิยม หรือลักษณะการเลี้ยงดูที่พึงประสงค์ของแต่ละครอบครัวที่แตกต่างกันออกไปนี้
5. แนวคิดการสอนหรือระดับภาษาที่พ่อแม่ผู้ปกครองคาดหวัง หรือต้องการให้พี่เลี้ยงสอนลูกได้ เช่น บางครอบครัวคุณอาจให้ลูกเรียกพ่อแม่ หรือคุณพ่อคุณแม่ บางครอบครัวใช้คำว่ากินข้าวแต่บางครอบครัวต้องใช้คำว่ารับประทานอาหาร จะต้องไม่มีการพูดคำหยาบคายให้ลูกคุณได้ยิน เป็นต้น
6. พ่อแม่ควรตกลงเรื่องการวัดผลการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ และมีการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดว่าเด็กมีพัฒนาการการเรียนรู้ทางภาษาแบบสองภาษาตามเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่

โดยข้อตกลงที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นเพียงข้อตกลงมาตรฐาน แต่ละครอบครัวอาจมีความแตกต่าง หรือมีส่วนอื่นเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแต่ละครอบครัว แต่สิ่งที่สำคัญและเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายข้อตกลงทั้งหมดนี้ควรทำกันเป็นสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร