ช่างซ่อมบำรุง ใน เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

ช่างซ่อมบำรุง ใน เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่
วิมล ไกรเรือง
วิมล ไกรเรือง
Saijai ค่าบริการ ฿1,500/วัน

ผมเป็นช่างแอร์ครับ ประการณ์การทำงานด้านระบบแอร์ประมาณ 15 ปี ผมเป็นง่ายๆและจริงใจ โทรปรึกษาได้ตลอด 24 ชม(เรื่องแอร์นะครับ) มีปัญหาเรื่องแอร์ ต้องการบริการล้างแอร์ ยินดีให้บริการครับ

แสดงเพิ่มเติม
รุ่งโรจน์ ดาพนม
รุ่งโรจน์ ดาพนม

บริการล้างแอร์บ้าน แอร์โรงงานเปิดบริการทุกวันตรวจเช็คแอร์เสีย แอร์ไม่เย็น ล้างแอร์ราคาถูก รื้อล้างใหญ่ด้วยปั้มน้ำแรงดันสูง ตรวจเช็คสภาพพร้อมใช้งานของมอเตอร์,รีโมท,อะไหล่ทุกชิ้น,ตรวจเช็คความเย็น,น้ำยาแอร์,การทำงานของคอมเพรสเซอร์ ราคาล้างแอร์ สำหรับเครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง ( 9,000 - 13,000 บีทียู ) ( 15,000 - 20,000 บีทียู ) ( 21,000 - 36,000 บีทียู ) ( 37,000 - 60,000 บีทียู )แอร์แบบติดผนังล้างแอร์แบบติดผนังราคาล้างแอร์ สำหรับเครื่องปรับอากาศแบบตั้ง-แขวน,คอยล์เปลือย,ตู้ตั้งพื้น ( 9,000 - 13,000 บีทียู ) ( 15,000 - 20,000 บีทียู ) ( 21,000 - 36,000 บีทียู ) ( 38,000 - 60,000 บีทียู ) ( 70,000 - 100,000 บีทียู )มากกว่า 100,000 บีทียู

แสดงเพิ่มเติม
ดำรงค์ ทักวงษ์ศรี
ดำรงค์ ทักวงษ์ศรี
Saijai ค่าบริการ ฿500 - 1,500/วัน

ช่างรับเหมาไฟฟ้า ระบบแอร์ บริการล้างแอร์ มีประสบการณ์และความชำนาญครับ

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

จานิสตา ฟามิน
5 เดือนที่แล้ว
ก่อนจะเข้าหน้าฝนเราอยากซ่อมฝ้าเพดานที่มีรอยรั่วให้เรียบร้อยซะก่อน กลัวว่าจะมีน้ำรั่วตอนหน้าฝนแค่คิดก็สยอง ช่างทำงานดีค่ะ รวดเร็วแล้วก็เนี๊ยบดี ดีค่ะ
ภูวมินทร์ อาริชชา
7 เดือนที่แล้ว
ช่างมีความชำนาญ สามารถตรวจสอบและแก้ไขปัญหาได้ดี กลับมาใช้บริการแน่นอน
เมลาณี ภพพิกุล
10 เดือนที่แล้ว
นี่ใช้บริการช่างล้างแอร์ แต่เครื่องทำน้ำอุ่นเสียพอดีเลยถือโอกาสลองถามช่างที่มาล้างแอร์ดู ตอบได้หมดดีมากกกก
ลดาวรรณ พิมพัณ
1 ปีที่แล้ว
สนามหน้าบ้านหญ้าขึ้นจนรกไปหมด ได้ช่างทำสวนจากใส่ใจ งานเร็วงานดีมาก หญ้ารกรอบหน้ากลับมาใช้บริการอีกแน่นอน
กนก พิชัยกุล
1 วินาทีที่แล้ว
พื้นบ้านเดิมสภาพแย่มากได้ช่างจากใส่ใจมาปูกระเบื้องใหม่ให้ ช่างปูกระเบื้องทำงานไวมาก แถมงานออกมาดีมาก

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ช่างซ่อมบำรุง

ความสำคัญของการซ่อมบำรุง
การซ่อมบำรุง มาจากคำว่า ‘การซ่อม + การบำรุง’ ซึ่งหมายถึงการทำสิ่งที่ชำรุดให้คืนดีและการรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดี ในทางการบริหารการผลิต การซ่อมบำรุง หมายถึง งานหรือกิจกรรมที่จัดให้มีขึ้นเพื่อให้เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ในสภาพที่พร้อมที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา
เราอาจจะมองว่า การซ่อมบำรุงนั้นเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่อยากจ่าย แต่ถ้าหากละเลยการซ่อมบำรุงและปล่อยให้เครื่องจักรเครื่องมือของเราเกิดปัญหาขึ้น อาจทำให้การทำงานหยุดชะงักลงหรืออาจทำให้เครื่องจักรเครื่องมือของเรานั้นเกิดความเสียหายจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ค่าใช้จ่ายที่เราไม่อยากจ่ายในตอนแรกนั้นมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเราคงต้องเสียเงินค่าซ่อมบำรุงที่มากกว่าเดิมหรืออาจจะต้องซื้อเครื่องจักรเครื่องมือใหม่เพราะไม่สามารถซ่อมได้แล้ว
อันตรายที่เกิดจากใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ขาดการดูแลและ บำรุงรักษา ที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามได้แก่ ไฟฟ้าช็อตเนื่องจากการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ได้รับการดูแลและการซ่อมบำรุง และ การที่พัดลมเริ่มหมุนช้าเพราะมีเศษสายต่าง ๆ เข้าไปติดในตัวบูชหรือลูกปืน(บอลแบร์ริ่ง) ของพัดลมทำให้ตัวหมุนของพัดลมฝืด ไม่หมุนหรือหมุนช้ากว่าปกติ ใบพัดระบายความร้อนของมอเตอร์ไม่สามารถระบายได้ทำให้เกิดความร้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดประกายไฟที่ตัวโครง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลาสติก พีวีชี และเป็นสาเหตุที่อาจจะทำให้เกิดไฟไหม้ขึ้นได้
ดังนั้นการดูแลรักษาเครื่องมือเครื่องจักรไม่ว่าจะเป็นในหน่วยงานขนาดใหญ่ เช่น ในโรงงานหรือเครื่องมือที่ใช้ในชีวิตประจำวันภายในบ้านของเราให้พร้อมใช้งานเสมอในระยะยาว จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเครื่องมือเครื่องจักร และยังเป็นการป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากอุบัติที่เกิดจากเครื่องจักร เครื่องมือที่ชำรุดจนถึงขั้นต้องรักษาพยาบาล ในบางกรณีอาจร้ายแรงถึงชีวิต

คุณสมบัติของช่างซ่อมบำรุง
การที่เราจะสามารถเป็นช่างที่ดีได้นั้นเราควรจะมีคุณสมบัติอย่างไร ควรวางตัวแบบไหน ควรมีแนวคิดหรือวิธีการคิดแบบไหนที่จะเป็นการส่งเสริมให้เรานั้นได้รับโอกาสในเส้นทางอาชีพของเรามากขึ้น SAIJAI จึงได้รวบรวมคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ช่างซ่อมบำรุงหรือช่างอื่น ๆ นั้นพึงมี ดังต่อไปนี้
1.ช่างซ่อมบำรุงควรเป็นคนที่ช่างสังเกต และช่างจดจำ รู้จักการคิดปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงสิ่งต่างๆ ให้เกิดประโยชน์
2.ช่างจะต้องมีนิสัยรักในการทำงาน มีความรับผิดชอบ ทำงานด้วยความปลอดภัย ไม่ประมาท และระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่อยู่เสมอ
3.ช่างจะต้องมีความรู้ความสามารถสูงในสาขาอาชีพของตนเอง และมีความรอบรู้ในเชิงช่างทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
4.ช่างนั้นจะต้องมีทักษะความสามารถทางช่าง มีความรู้ ความแม่นยำในเครื่องจักรเครื่องมือและอุปกรณ์ รู้จักวิเคราะห์ขั้นตอนการทำงานของเครื่องจักรเครื่องมือ และยังคงพัฒนาทักษะทางการช่างให้มีความเจริญกก้าวหน้า
5.ความเชื่อมั่นในตนเองเป็นประโยชน์ต่อช่างซ่อมบำรุงมาก ความกล้าที่จะตัดสินใจและมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบผลสำเร็จ และจะต้องคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นตามมาอีกด้วย
6.การมีบุคลิกภาพและมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับช่างซ่อมบำรุง มันจะเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวช่างและลูกค้าที่พบเจอ เพื่อทำให้การทำงานร่วมกันนั้นดำเนินการร่วมกันได้เป็นอย่างดี และจะทำให้การประกอบอาชีพมีโอกาสสำเร็จมากยิ่งขึ้น
และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการทำงานไม่ว่าจะเป็นช่างซ่อมบำรุงหรืออาชีพอื่น ๆ นั่นคือความซื่อสัตย์ ดังสำนวน “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” ดังนั้นเราจึงจะต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ไม่เอารัดเอาเปรียบลูกค้า และมีมาตรฐานในการทำงานให้มีคุณภาพดีที่สุดเสมอต้นเสมอปลาย ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด เพื่อที่ลูกค้าจะได้ไว้วางใจให้เราทำงานในครั้งถัดไป
ซ่อมเองหรือเรียกช่าง แบบไหนจะดีกว่ากัน
งานติดตั้ง หรืองานซ่อมบำรุงบางอย่างอาจหาข้อมูล และทำความเข้าใจได้ แต่เราต้องการให้งานนั้นถูกต้องและเรียบร้อยที่สุด เราคงต้องใช้คนที่มีทักษะ หรือความชำนาญในการทำงานเฉพาะทาง และอุปกรณ์ที่เราอาจไม่มีด้วย สิ่งนี้จะทำให้งานของเรานั้นดีขึ้นอย่างมากแน่นอน งานซ่อมแซมบางอย่างอาจมีความเสี่ยงก่อให้เกิดอันตราย เช่น
- ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ควรเรียกช่างซ่อมบำรุงผู้ชำนาญการมาทำจะปลอดภัยกว่า เพราะเราทำเองบางครั้งอาจเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิต และสูญเสียทรัพย์สินได้
- บางครั้งปัญหาเล็กๆ อย่างหลอดไฟที่เคยสว่างอยู่ดีๆ เกิดกะพริบๆ มีเสียงดังขณะเปิด หรือกว่าจะสว่างก็ใช้เวลานาน หนักสุดคือ ดับไปเลย อาการเหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเป็นที่บัลลาสต์เสีย แกนหลวม หลอดไฟขาด หรือเสื่อมสภาพ หลอดไฟก็มีหลายแบบทั้งหลอดเกลียว แบบขาสปริง เราควรตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะนำมาใช้แล้ว ในกรณีที่หลอดไฟนั้นอยู่สูง ควรจะใช้บันไดไม่ควรใช้เก้าอี้ เพราะการใช้เก้าอาจทำให้เกิดอันตรายได้
- การเปลี่ยนก๊อกน้ำ การยิงซิลิโคน การเจาะผนัง การทะลวงท่อน้ำนั้นต้องใช้เครื่องมือมากมายในการแก้ปัญหา
- ส่วนของช่องสำหรับการซ่อมบำรุงอาจเป็นสิ่งที่ถูกละเลยมากที่สุดในบ้าน โดยเฉพาะระบบสายไฟบนเพดานที่มีฝ้าปิดทึบทั้งหมด หากบ้านที่คุณอยู่ไม่มีช่องเปิดฝ้า แล้วมีหนูหาทางขึ้นฝ้าไปกัดสายไฟจนขาด ก็จะเป็นเรื่องลำบากมากในการแก้ไขสายไฟให้กลับมาเป็นปกติ ดังนั้น บ้านทุกหลังจำเป็นต้องมีช่องสำหรับซ่อมบำรุงสายไฟบนฝ้าเผื่อไว้ด้วย โดยเฉพาะชั้นล่างหรือชั้นที่ไม่ได้ติดหลังคา ส่วนชั้นที่ติดหลังคาจะมีช่องปีนขึ้นฝ้าอยู่ ถ้าไม่มั่นใจเราก็สามารถเรียกช่างซ่อมบำรุงมาตรวจดูได้
บนแพลตฟอร์ม SAIJAI มีช่างซ่อมบำรุงด้านใดบ้าง
บนแพลตฟอร์มของ SAJAI มีบริการมากมายหลากหลายด้านให้ท่านได้เลือกใช้บริการ และหนึ่งในบริการที่ขาดไม่ได้ คือ งานบริการด้านซ่อมบำรุง ดูแล มีไรอะไรบ้างเราไปดูกันค่ะ
- ช่างทาสี การทาสีนั้นอาจจะดูเหมือนง่ายแต่ก็ไม่ง่ายไปซะทีเดียว การทาสีผนังบ้านใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จกับการทาสีผนังบ้านเก่านั้นมีการเตรียมพื้นผิวในการทาสีและมีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทาสีที่ต่างกัน ดังนั้นจึงจำเป็นในการที่เราจะให้ผู้ที่มีประสบการณ์ในการทาสีเพื่อความสวยงามของบ้านที่เรารักและจะอาศัยอยู่ไปอีกนาน
- ช่างปูกระเบื้อง การใช้บริการช่างจากช่างปูกระเบื้องที่มีความชำนาญนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพื่อที่เราจะได้รับงานที่มีคุณภาพ มีความละเอียดอ่อนและมีความสวยงาม
- ช่างฝ้าเพดาน เพื่อป้องกัน ในแสงแดดที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวของเราและ เพื่อเก็บโครงสร้างใต้หลังคาให้บ้านดูสวยงาม โดยฝ้าเพดานนั้นก็มีให้เลือกหลากหลายประเภท มีความสวยงามเหมาะกับการแต่งบ้านแต่ละแบบต่างกันออกไป
- คนดูแลสวน การดูแลสวนเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนและความใส่ใจเป็นอย่างมาก การทำสวนไม่ใช่การทำแค่เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะต้องให้สวนนั้นสามารถอยู่ได้อย่างยาวนาน
- ช่างดูแลสระว่ายน้ำ สระว่ายน้ำของเราจะสะอาดได้นั้น ต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เราอาจจะคิดว่าเราสามารถที่จะดูสระว่ายน้ำด้วยตัวเองได้ แต่ในความเป็นจริงมีรายละเอียดปลีกย่อยในการดูแลและบำรุงรักษาสระว่ายน้ำอีกมากพอสมควรที่เราอาจจะยังไม่รู้ ดังนั้นการเรียงช่างที่เป็นดูแลสระว่ายน้ำนั้นจะช่วยให้เราสะดวกในการดูแลมากกว่าเดิม เพราะสระว่ายน้ำเป็นสิ่งก่อสร้างที่ถาวรเหมือนกับบ้านและตึกที่เราอาศัย การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก

4 วิธีดูแล สนามหญ้า ให้สวยทนเหมือนปลูกใหม่ทุกวัน

สนามหญ้าหน้าบ้านของทุกคนยังเขียวเหมือนวันแรกที่ปลูกอยู่ไหม เป็นคำถามที่คนรักสวนทุกคนต้องเคยโดนถาม เพราะสนามหญ้าหน้าบ้านของคนส่วนใหญ่ ก็มักจะสวยอยู่ไม่นาน นั่นเพราะขาดการดูแลที่ถูกต้อง ทำให้สนามหญ้าที่ควรจะเขียวขจีสวยงามจะต้องแห้งเหี่ยว หรือตายเป็นหย่อม ๆ ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นกับสนามหญ้าของคุณแน่ ๆ ถ้าทำตาม 4 วิธีดูแลสนามหญ้าที่ SaiJai แนะนำ ไปดูกันเลย

1.เลือกหญ้าให้เหมาะกับพื้นที่

ก่อนจะเริ่มปลูกหญ้า เราต้องศึกษาพื้นที่ของเราก่อนว่า “เหมาะจะปลูกหญ้าชนิดไหน” โดยเลือกจากหญ้าทั้งหมด 3 สายพันธุ์ ที่คนนิยมปลูก

หญ้ามาเลเซีย : ชอบแดดรำไรถึงแดดจัด ถ้าจะให้เติบโตได้ดี ควรเลือกปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่ และหมั่นรดน้ำสม่ำเสมอทุกวัน แต่ไม่ควรให้มีน้ำขัง และการถูกเหยียบบ่อย ๆ จะทำให้หญ้าช้ำและตายเร็ว

หญ้าญี่ปุ่น : เป็นหญ้าที่มีใบเล็ก เติบโตช้า แต่ขึ้นหนาแน่น ทนต่อแรงเหยียบย่ำได้ดี ต้องปลูกในพื้นที่แสงแดดรำไร และต้องการน้ำมาก เหมาะจะปลูกในช่วงฤดูหนาว

หญ้าเบอร์มิวด้า (หญ้าแพรก) : เป็นหญ้าที่ทนแล้งได้ดีที่สุด ชอบแสงแดดจ้า เหมาะสำหรับการปลูกกลางแจ้ง แต่ขึ้นเร็ว จึงต้องตัดบ่อย เป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่มีเวลาตัดหญ้า

2.รดน้ำให้เพียงพอและถูกวิธี

หลักการรดน้ำมี 2 อย่าง นั่นคือ “ช่วงเวลา” และ “วิธีรดน้ำ” ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการรดน้ำ คือ ช่วงเช้าตรู่ที่แดดไม่จัด เพราะหญ้าจะนำสารอาหารที่ได้จากการรดน้ำ มาเสริมสร้างให้หญ้าเจริญเติบโต ส่วนวิธีรดน้ำ ควรเลือกรดน้ำให้เพียงพอในแต่ละครั้ง และไม่รดน้อย แต่รดบ่อย ๆ เพราะจะทำให้รากของหญ้า เติบโตแค่บนผิวดิน และตายง่าย

3.ใส่ปุ๋ย และหมั่นกำจัดวัชพืช

ปลูกหญ้า ก็เหมือนกับปลูกต้นไม้ชนิดอื่น ที่ต้องการอาหารบำรุงดิน เพื่อการเจริญเติบโตที่สวยงาม ในแต่ละเดือนเราจึงควรใส่ปุ๋ยหญ้าเดือนละ 1 ครั้ง โดยหลังใส่ปุ๋ยทุกครั้ง จะต้องรดน้ำตามให้ชุ่มทุกครั้ง และเมื่อสนามหญ้าสวยแล้ว มักจะมีวัชพืชขึ้นแซมตามมาด้วย วิธีกำจัดก็ไม่ยาก เพียงหมั่นถอนออก หรือใช้อุปกรณ์ทำสวนที่มีปลายแหลมแซะออกก็ได้

4.ตัดหญ้าสม่ำเสมอ

ควรตัดหญ้าตอนสนามหญ้าแห้ง ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือช่วงบ่าย 3 โมง เพราะเป็นช่วงที่น้ำระเหย และสนามหญ้าแห้งสนิทดีแล้ว ในการตัดแต่ละครั้ง ควรตัดให้เหลือความสูงประมาณ 1 นิ้ว โดยเลือกตัดหญ้าในทิศทางที่สลับกันบ้าง สลับอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง จะทำให้หญ้าสวย และเติบโตได้ดี สุดท้ายนี้คือ ต้องตัดหญ้าเป็นประจำทุก ๆ อาทิตย์ เพื่อให้หญ้าไม่สูงจนเกินไป ไม่เป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์ร้าย และยังคงความเขียวขจีสวยงามดั้งเดิม



เคล็ดลับ วิธีตัดหญ้าสนาม ทำอย่างไรให้ดูมืออาชีพ

การตัดหญ้านั้น ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่เลี่ยงไปไม่ได้ หากบ้านของคุณมีสวนสนามหญ้าอยู่บริเวณบ้าน ดันงั้น คุณจึงควรหาวิธีที่จะช่วยให้สนามหญ้าคงความสวยงาม และมีสีเขียวขจีอยู่เสมอ

วันนี้ SaiJai ขอเสนอแนะวิธีการตัดหญ้าง่าย ๆ เป็นวิธีที่ถูกต้อง ทุก ๆ บ้านสามารถนำไปทำตามได้ เพื่อความสวยงามของสนามหญ้าในบ้านคุณ แถมยังดูดีเหมือนจ้างช่างมาตัดเอง ไปดูกันเลย

อุปกรณ์ที่จำเป็น

อุปกรณ์ที่จำเป็น และเป็นที่นิยมที่ใช้สำหรับการตัดหญ้า ได้แก่ เครื่องตัดหญ้าแบบน้ำมัน และไฟฟ้ากรรไกรสำหรับเล็มขอบหญ้าข้างสนาม

ทิศทางการตัดหญ้า

ควรไล่ตัดหญ้าไปเป็นแถบ ๆ เพื่อความสะดวกในการที่คุณจะต้องตามเก็บเศษหญ้า ดังนั้น หลังจากที่ตัดหญ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ควรที่จะเก็บเศษให้หมด เพื่อไม่ให้ทับถมอยู่บนหญ้า ซึ่งเศษพวกนั้น มันจะเป็นตัวที่บังแสงแดด ทำให้หญ้าของคุณตายเป็นหย่อม ๆ และดูไม่สวยงามอย่างมาก

ความสูงต่ำในการตัดหญ้า

หญ้าในแต่ละแบบ แต่ละชนิด จะมีความสูงในการตัดที่แตกต่างกันออกไป เช่น หญ้าญี่ปุ่น หญ้าเบอร์มิวดาทิฟกรีน จะตัดที่ความสูงประมาณ 0.2-0.5 นิ้ว หญ้านวลน้อย จะตัดที่ความสูงประมาณ 0.5-1.0 นิ้ว และหญ้ามาเลเซีย จะตัดที่ความสูงประมาณ 1.0-2.0 นิ้ว

ระยะเวลาในการตัด

สำหรับระยะเวลาในการตัดหญ้า หากเป็นหญ้าคนละชนิด ก็จะมีระยะเวลาในการตัดต่างกันเช่นกัน เช่น หญ้าญี่ปุ่น หญ้าเบอร์มิวดาทิฟกรีน จะตัดหญ้าในทุก ๆ 7-10 วัน หญ้านวลน้อย จะตัดหญ้าในทุก ๆ 7-14 วัน และหญ้ามาเลเซีย จะตัดหญ้าในทุก ๆ 7-14วัน

ข้อเสนอแนะไม่ควรปล่อยหญ้าทิ้งไว้เกินกำหนดที่ต้องตัดหลาย ๆ วัน เพราะจะทำให้หญ้าของคุณนั้นยาวเกินไป และเมื่อตัดใบออกหมด ต้นหญ้าจะเป็นสีน้ำตาล ทำให้สนามนั้นดูไม่สวยงาม



จัดสวนต้องใช้งบเท่าไหร่

1.ราคาต้นไม้

อันดับแรกคือต้นไม้ เพราะถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ ควรเลือกสไตล์สวนให้ชัดเจน และศึกษาว่าต้นไม้ประเภทไหนเหมาะสมกับสไตล์สวนที่เลือกมา ไม่ว่าจะเป็นไม้ต้น ไม้พุ่ม ไม้คลุมดิน ไม้เลื้อย เพื่อความเข้าใจง่าย นักออกแบบจะแยกประเภทต้นไม้อย่างละเอียด และวาดแบบคร่าว ๆ แล้วใช้สัญลักษณ์วงกลมลงตำแหน่งในจุดที่ต้องการปลูก หลังจากนั้นนับจำนวนต้นไม้ทั้งหมดในแต่ละประเภท และนำมาคูณกับราคาต่อต้น ก็จะได้ราคาประเมินออกมา

2.วัสดุและอุปกรณ์

ความสวยงามภายในสวน จำเป็นต้องใช้เครื่องมือและของตกแต่ง วัสดุอุปกรณ์จึงเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินราคา โดยแบ่งเป็นสองประเภท อันแรกเป็นวัสดุส่วนโครงสร้างเช่น ดินและทรายถม ดินผสม ยาฆ่าหญ้า ปุ๋ย และประเภทที่สองเป็นวัสดุตกแต่ง เก้าอี้สนาม น้ำพุ หิน แผ่นทางเท้า ตอไม้แห้ง ไม้ วิธีการประเมินราคาของวัสดุและอุปกรณ์นักออกแบบตกแต่งสวน จะยึดราคาจากตลาด และคำนวณผ่านพื้นที่สวนจริงที่ต้องนำมาใช้อย่างเหมาะสม

3.ราคาค่าแรงงาน ค่าแบบ ค่าดำเนินการ

การลงแรงทำสวนมีราคาที่ต้องประเมินเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับงบตามกำลังของผู้อยู่อาศัยด้วย เพราะการจ้างพนักงานมาช่วยจัดสวนมีตั้งแต่เริ่มจัดไปถึงการดูแลหลังจัดสวนเสร็จเรียบร้อยแล้ว หากสามารถดูแลรักษาสวนต่อเองได้ ต้องการให้จัดสวนเท่านั้น วิธีการคำนวณค่าแรงของคนงานจะอยู่ 300-500 บาทต่อวัน/คน ทำงาน 8-9 ชั่วโมงต่อวัน โดยมีพักกลางวัน 1 ชั่วโมง การจะจ้างพนักงานจัดสวนควรประเมินจำนวนคนตามพื้นที่หน้างานและระยะเวลาเป็นหลัก สำหรับผู้อยู่อาศัยที่ต้องการมีนักออกแบบสวน นักออกแบบจะคิดค่าออกแบบโดยประเมินราคาอยู่ที่ 5-10% จากการรวมค่าต้นไม้ ค่าวัสดุและอุปกรณ์และค่าแรงงาน และมีค่าดำเนินการอีก 20-25% คำนวณเช่นเดิมคือนำราคาทั้งหมดมาหักเปอร์เซ็นต์

4.เสนอราคา

มาถึงจุดสุดท้ายคือ การรวมราคาทั้งหมดตั้งแต่ค่าต้นไม้ ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าแรง ค่าแบบ ค่าดำเนินการ และเสนอให้กับผู้อยู่อาศัย หากราคาทั้งหมดสูงเกินงบที่ผู้อยู่อาศัยตั้งไว้ อาจลดราคาลงได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบบ เพียงแค่ลดจำนวนต้นไม้ในแต่ละตารางเมตรลง โดยปลูกให้ห่างขึ้น หรือเลือกซื้อต้นไม้ในขนาดที่เล็กลง หรือไม่ก็เปลี่ยนชนิดของต้นไม้