ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน ลาดพร้าว, กรุงเทพมหานคร

ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน ลาดพร้าว, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่
ผู้ให้บริการดูแลสัตว์เลี้ยง ใน ลาดพร้าว, กรุงเทพมหานคร:

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ศตวรรษ ทับทิม
ศตวรรษ ทับทิม
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

ผมรักสัตว์เคยทำงานเป็นผช.สัตว์แพทย์​ มีความอดทนสูง​

แสดงเพิ่มเติม
ศิริวิมล ทรงศิริ
ศิริวิมล ทรงศิริ
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 42 ปี

ที่บ้านมีสถานที่ ให้น้องวิ่งเล่น มีไซ เพศเมียอายุ 1 ปี น้องน่ารักนิสัยดีค่ะ มีโกลเด้น 1 ตัว น้องชอบเล่นมาก ที่บ้านมีอาหาร ห้องแอร์ ของเล่น ขนม พร้อมให้น้องๆค่ะ ที่รับเลี้ยงเพราะน้องไซที่บ้านจะได้มีเพื่อนใหม่ๆด้วยค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
อนุธิดา เทศกุล
อนุธิดา เทศกุล
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 25 ปี

เป็นคนรักสัตว์ และรักเด็ก ชอบความเป๋นส่วนตัว

แสดงเพิ่มเติม
เกียรติศักดิ์ ศรีชาย
เกียรติศักดิ์ ศรีชาย
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 26 ปี
เจนจิรา เนตรขำ
เจนจิรา เนตรขำ
Saijai อายุ 27 ปี
ภัสราภรณ์ สุภามาลา
ภัสราภรณ์ สุภามาลา
Saijai ประสบการณ์ 4-5 ปี
Saijai อายุ 29 ปี

รักสัตว์ ชอบสัตว์ เรียนรู้และสังเกตพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงได้บ้าง

เคยทำงานร้านอาบน้ำ-ตัดขนสัตว์ เป็นเด็กอาบน้ำ และผู้ช่วยช่างตัดขน สามารถตัดทรงพื้นฐานๆได้

เลี้ยงสุนัขและแมวเองมาตั้งแต่อายุ10ขวบ

สัตว์เลี้ยงexoticเช่น กระรอก กระต่าย ชูการ์

ทำงานเกี่ยวกับสัตว์ได้หลากหลาย เช่น พาเดินเล่น อาบน้ำ เล็มขน ตัดเล็บ เล่นกับน้องๆหรือฝึกน้องๆขั้นพื้นฐานได้ค่ะ

สังเกตอาการป่วยหรือดูแลช่วงที่สัตว์เจ็บป่วยได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
เทพทัต กะโปงทอง
เทพทัต กะโปงทอง
Saijai ประสบการณ์ 2-3 ปี
Saijai อายุ 20 ปี

ใจเย็น รักสัตว์ มีความอดทนอดกลั้น เคยเลี้ยงสัตว์

แสดงเพิ่มเติม
นิลดา พรมเกตุจันทร์
นิลดา พรมเกตุจันทร์
Saijai ประสบการณ์ 2-3 ปี
Saijai อายุ 22 ปี

รักสัตว์ ใจเย็น เข้าใจหมาสายพันธุ์ต่างๆ

แสดงเพิ่มเติม
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
Saijai ประสบการณ์ 4-5 ปี
Saijai อายุ 42 ปี

ใจเย็น รักสัตว์ นอนกับสุนัข์ทุกวัน

แสดงเพิ่มเติม
ศิริกานต์ จาวะลา
ศิริกานต์ จาวะลา
Saijai ประสบการณ์ 4-5 ปี
Saijai อายุ 29 ปี
อารยา หนูทอง
อารยา หนูทอง
Saijai อายุ 24 ปี

เคยมีประสบการณ์ทำงานเเม่บ้านมาก่อน สามารถทำความสะอาดได้ โดยส่วนตัวเป็นคนใจเย็นกับสถานการณ์ต่างๆพร้อมรับมือ

แสดงเพิ่มเติม
มูฮัมหมัดอาซีซี ใบกาเด็ม
มูฮัมหมัดอาซีซี ใบกาเด็ม
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 27 ปี

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

หลังจากได้ทดลองใช้บริการดูแลสัตว์เลี้ยงมา 2 ครั้ง ตอนนี้สัมผัสได้ถึงนิสัยของน้องหมาที่เปลี่ยนไปเลยค่ะ เหมือนอาการชอบกัดและชอบข่วนของในบ้านจะหายไปเลย น้องหมาเรียบร้อยขึ้นมาก เพราะก่อนหน้าที่ได้แจ้งน้องที่ดูแลสัตว์เลี้ยงไปว่าน้องหมาชอบกระโดดกัดแขนมากแถมยังชอบขย่ำโซฟาอยู่บ่อยๆ คือแค่จะบอกให้น้องระวังตัวเฉยๆ แต่ไม่คิดว่าน้องเค้าจะช่วยดูแลและแก้นิสัยน้องหมาให้ขนาดนี้ คิดว่าจะใช้บริการต่อไปเรื่อยๆทุกครั้งที่มีโอกาส อยากขอบคุณมากๆเลยค่ะ
Saijai
อารียา หรรษา
4 ปีที่แล้ว
น้องแมว 2 ตัว ไม่สามารถเดินทางไปกับครอบครัวเราได้ ลูกสาวจึงหาที่ดูแล เจอเว็บใส่ใจ ที่ฝากเลี้ยงอยู่ใกล้บ้าน จึงฝากใส่ใจให้ดูแล ห้องพักแยกออกมาเป็นสัดส่วน น้องมีของเล่น คลายเหงา
Saijai
วรากร พงศ์ศิริพัฒน์
4 ปีที่แล้ว
ลองจองพี่เลี้ยงดูแลน้องหมาผ่านเว็ปใส่ใจ รู้สึกประทับใจมากครับ เจ้าด้อบบี้เองก็ดูเหมือนจะดีใจที่ได้เล่นกับเพื่อนใหม่ด้วย เห็นตามติดน้องที่มาช่วยดูแลไม่ห่างเลย
Saijai
ชิตพล เจียรเวชพรกุล
4 ปีที่แล้ว
หมดปัญหาว่าจะเอาหมาไปฝากที่ไหนเวลาต้องไปต่างจังหวัด บริการดี รายละเอียดครบ ชอบ ๆ
Saijai
เนตรศิกา วัฒนาไกร
4 ปีที่แล้ว
ลองเรียกคนดูแลน้องหมาผ่านเว็บใส่ใจ พี่เลี้ยงเขาเฟรนด์ลี่มาก พาน้องไปวิ่งออกกำลังกายตอนเย็น รู้สึกประทับใจพี่เลี้ยงมาก ๆ เลยค่ะ
Saijai
อรัชกร แซ่ลี้
4 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลสัตว์เลี้ยง

การดูแลสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมมีความสำคัญอย่างไร
สัตว์เลี้ยง (Pets) หมายถึง สัตว์ที่คนเรานำมาดูแล ตั้งแต่ การให้อาหาร ที่อยู่ รักษายามเจ็บป่วย และ การผสมพันธุ์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้งาน เป็นอาหาร หรือเป็นเพื่อน คนจึงมีความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงด้วยความรักและการเป็นมิตรต่อกัน ส่วนการเลี้ยงสัตว์ หมายถึง การบำรุงสัตว์เลี้ยงให้เจริญเติบโต ด้วยการให้ความรัก ให้อาหาร ให้ที่อยู่ และรักษายามเจ็บป่วย ด้วยกันนั้นสัตว์แต่ละชนิดมีพฤติกรรมและสภาพความเป็นอยู่ที่แตกต่างกัน การดูแลสัตว์เลี้ยงที่เหมาะทำให้สัตว์ที่เราเลี้ยงมีความสุข เติบโต และใช้ชีวิตไปตามธรรมชาติของสัตว์เลี้ยง จึงสำคัญ เพราะสัตว์เลี้ยงก็มีชีวิต มีหัวใจ และสิ่งที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนสามารถสัมผัสได้ คือ ความรักที่แท้จริงที่เราได้จากสัตว์เลี้ยง เราจะมีความสำคัญสำหรับพวกเขาเสมอ

ดังนั้นเราและสัตว์เลี้ยงเลยมีคุณค่าทางจิตใจซึ่งกันและกัน ในปัจจุบันสัตว์เลี้ยงที่เป็นที่นิยมอย่างมาก ได้แก่ สุนัข แมว และปลา บางคนเลี้ยงสัตว์โดยไม่ได้คำถึงประโยชน์ของการเลี้ยงสัตว์มากนัก เพราะคิดว่าการเลี้ยงสัตว์ทำให้เรามีความสุขเพียงอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วการเลี้ยงสัตว์นั้นมีประโยชน์มากมายหลายข้อเลย มาดูกันค่ะ

1. การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงช่วยลดความเครียดได้
2. ช่วยลดปัญหาด้านจิตใจห่อเหี่ยวสำหรับผู้สูงอายุ
3. ช่วยทำให้มีจิตใจที่โอบอ้อมอารี
4. การเลี้ยงสุนัขทำให้เจ้าของนั้นได้ออกกำลังกายมากขึ้นเนื่องจากเจ้าของหมั่นต้องพาน้องหมาไปเดินออกกำลังกายเป็นประจำ
5. ช่วยลดค่าความดันโลหิตสูง มีผลวิจัยมาว่าการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงนั้นช่วยลดความเครียด คอเลสเตอรอลต่ำ และความดันโลหิตลดลงอีกด้วย
ทักษะที่พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่ดีควรมี
การดูแลสัตว์เปรียบเสมือนการดูแลบุคคลในครอบครัว เมื่อตัดสินใจรับมาเลี้ยงแล้ว ต้องมีความรับผิดชอบที่จะดูแลเขาไปตลอดชีวิต แต่หากเรามีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปต่างจังหวัด หรือมีภาระอื่น ๆ ที่ต้องรับผิดชอบ และไม่สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงของเราได้ในบางตรั้ง และจำเป็นต้องหาคนมาดูแลสัตว์เลี้ยงชั่วคราว หรือที่เรียกว่าพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง

พี่เลี้ยงสัตว์ควรมีทักษะและคุณลักษณะดังต่อไปนี้

• มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์สายพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันในหลายๆด้าน
• รู้จักลักษณะนิสัยของสัตว์ และรักสัตว์
• ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาเฉพาะทางหรือผ่านการฝึกอบรม แต่ควรมีความคุ้นเคยกับการดูแลสัตว์และเข้าใจพฤติกรรมของสัตว์ในทุก ๆ ด้าน
• พี่เลี้ยงสัตว์ทำหน้าที่คล้ายกับพี่เลี้ยงเด็ก คือ คอยดูแลใส่ใจรายละเอียดต่าง ๆ ของสัตว์ หากสัตว์เลี้ยงป่วยและปล่อยไว้นานและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
• พี่เลี้ยงสัตว์มีหน้าที่ให้น้ำและอาหาร พาสัตว์ไปออกกำลังกาย และรู้จักการให้ยาหรือดูแลเบื้องต้นเมื่อสัตว์ป่วย
• หากเป็นพี่เลี้ยงสัตว์ประเภท สุนัขหรือแมวจะต้องสามารถแปรงขนและทำความสะอาดฟันเบื้องต้นได้
• ทำความสะอาดอุจจาระหรือปัสสาวะของสัตว์เลี้ยง
• พี่เลี้ยงสัตว์ต้องคอยรายงานความเป็นอยู่ของสัตว์ให้เจ้าของได้รับทราบเป็นระยะ ๆ อาจมีการถ่ายรูปหรือคลิปส่งให้เจ้าของได้ดูเพื่อความมั่นใจและสบายใจด้วย
• พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงจะต้องอยู่ที่บ้านในขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ดังนั้น ควรมีความซื่อสัตย์และบุคลิกที่น่าไว้วางใจ
สัญญานที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของคุณมีอาการป่วยมีอะไรบ้าง
สำหรับผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง การสังเกตพฤติกรรมในแต่ละวันของสัตว์เป็นสิ่งสำคัญที่เราไม่สามารถมองข้ามได้ เพราะหลายๆครั้งกว่าที่เราจะรู้ว่าสัตว์เลี้ยงที่เรารักมีอาการป่วยก็ต่อเมื่อพวกเขามีอาการหนักแล้ว ใส่ใจอยากแบ่งปันความรู้กันและวิธีการสังเกตอาการเบื้องต้นที่เหมือนเป็นสัญญาณอันตรายที่เราไม่ควรมองข้าม เพื่อให้เราได้สังเกตและช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงที่เรารักได้ทันเวลา

1. พบอาการป่วย หรือพบความผิดปกติอื่นๆที่สังเกตได้ เช่น มีขี้ตาเกรอะกรัง ตาแดง มีน้ำมูก หายใจติดขัด ขนร่วงเป็นหย่อมๆ มีสะเก็ดหรือมีกลิ่นตัวแรง เดินกะเผลก อาเจียน ถ่ายเหลว น้ำหนักลดลงในเวลาอันรวดเร็ว หรือแม้กระทั่งกินน้ำมากกว่าปกติ เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่อาจจะบ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของเรากำลังป่วยก็เป็นได้
2. มีพฤติกรรมเบื่ออาหาร กินอาหารได้น้อยลง เป็นสิ่งที่เห็นชัดที่สุด หากสัตว์เลี้ยงของเรามีอาการเบื่ออาหาร ทั้งๆ ที่นิสัยเดิมกินเก่ง เจ้าของควรเฝ้าสังเกตอาการหรือนำไปให้คุณหมอตรวจสุขภาพ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงเริ่มป่วย แต่ทั้งนี้เจ้าของต้องแยกให้ได้ก่อนว่า อาการกินอาหารลดลงนั้นไม่ได้มาจากสภาพแวดล้อมภายนอกอื่นๆ เช่น วัยที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนอาหารใหม่ อากาศที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล หรือมีสิ่งมากวนใจที่อาจเป็นสาเหตุให้สัตว์เลี้ยงตัวน้อยกินได้ลดลง
3. มีอาการซึมไม่ร่าเริง นอนมากผิดปกติ เวลาเจ้าของเรียกจะไม่กระฉับกระเฉง ไม่มาเล่น ไม่มาหาเหมือนเคย เช่นสุนัขมีอาการ หาวบ่อย หากสุนัขดูอ่อนเพลีย ง่วง อยากพักผ่อน เกิดอาการหาวบ่อยครั้ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนว่าน้องหมากำลังเครียด เบื่อ หรือกระวนกระวายใจ แต่หากเป็นสัตว์เลี้ยงที่อายุมากแล้ว อาจจะร่าเริงน้อยลง ถือว่าเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้อาการซึมอาจเกิดมาจากอาการเหงา ซึมเศร้า ซึ่งนับเป็นอาการป่วยทางใจ อันอาจเป็นผลมาจากเจ้าของไม่ค่อยมีเวลาให้ก็เป็นได้ ดังนั้นเมื่อเรามีสัตว์เลี้ยงแล้ว การมีเวลาการเอาใจใส่ การได้สัมผัสก็ช่วยป้องกันและรักษาอาการป่วยทางใจได้
ผู้ว่าจ้างควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงก่อนทำการจ้าง
ผู้ว่าจ้างควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงก่อนทำการจ้าง เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่เป็นห่วงและต้องการพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงและมาดูแลสัตว์เลี้ยงในช่วงเวลาที่ไม่อยู่บ้านหรือไม่มีเวลาพาน้อง ๆ ไปเดินเล่น มักมองหาผู้ช่วยงานในส่วนนี้และก่อนที่จะเริ่มงานกันต้องมีข้อตกลงกัน เพื่อให้พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงและผู้ว่าจ้างรู้สึกสบายใจกันทั้งสองฝ่าย

1. สอบถามประสบการณ์ของพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงทุกคนรู้ดีว่าการเลี้ยงสัตว์ แต่ละชนิดมีความแตกต่างกันตามสายพันธุ์ ต้องมีความรู้ความเข้าใจเป็นพิเศษที่จะดูแลสัตว์นั้นๆ เพราะมีหน้าที่มากกว่าการให้อาหาร หรือ พาสัตว์เข้านอน การชวนสัตว์เลี้ยงเล่นหรือทำกิจกรรม หรือเคยดูแลสัตว์ชนิดไหน สายพันธุ์อะไรมาก่อน
2. ระยะเวลาในการทำงาน อาจจะไม่ต้องตลอดทั้งวันหรือเป็นบางช่วงเวลา การพาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น ไปทำกิจกรรมในเวลาเช้า หรือเวลาเย็น หรือต้องดูแลตลอดทั้งวันในช่วงที่เจ้าของต้องไปทำงาน
3. ค่าจ้างในการทำงานของพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง ขึ้นอยู่กับประเภทของสัตว์เลี้ยง หน้าที่ความรับผิดชอบ เช่น ต้องให้อาหารกี่ครั้ง ต้องพาไปเดินเล่นหรือไม่ ต้องทำความสะอาดด้วยหรือเปล่า และความยากง่ายในการดูแลตามชนิดและสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงนั้น ๆ
4. ลองถามคำถามที่น่าสนใจในระหว่างการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงดูเพื่อให้รู้สึกถึงบุคลิกของผู้สมัคร เช่น อะไรคือสิ่งที่สนุกที่สุดหรือน่าอายที่สุดที่คุณเคยสัมผัสกับสัตว์ตัวหนึ่ง ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่ดีจะแสดงความรักที่แท้จริงต่อสัตว์เลี้ยงในการตอบคำถามของคุณ ถามเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่พวกเขาเคยเป็นเจ้าของหรือดูแลมาก่อน คนที่รักสัตว์จะกระตือรือร้นที่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของตนเองให้คุณฟัง จากการพูดคุยในลักษณะนี้คุณสามารถวัดความรักที่มีต่อสัตว์และระดับความตื่นเต้นเกี่ยวกับโอกาสในการทำงานนี้ได้เลยทีเดียว

จะดีหรือไม่ถ้ามีใครที่เชื่อถือได้พร้อมให้คำแนะนำและพร้อมทำตามข้อตกลง ด้วยใจรักต่อสัตว์เลี้ยงจากใจจริงที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงให้กับท่านทุกความกังวลก็จะหมดไป

ลาดพร้าว ไกลแค่ไหนคือใกล้

“ศูนย์กลางการเดินทาง”

20 ปีที่แล้ว บริเวณรอบถนนลาดพร้าวซึ่งไหลไปทางตะวันออกเฉียงใต้จากทางยกระดับดอนเมืองที่สวนจตุจักรไปยังแฮปปี้แลนด์ในเขตบางกะปิ ถือเป็นเขตชานเมืองของกรุงเทพฯ แต่ด้วยการสร้างทางด่วนและเส้นทางขนส่งสาธารณะหลายสาย ลาดพร้าวจึงกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นศูนย์กลางที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมที่เฟื่องฟู ย่านที่เรียกว่า “ลาดพร้าว” (บางครั้งเรียกว่า “ลาดพร้าว”) ประกอบด้วยส่วนด้านในของถนนลาดพร้าวตั้งแต่ซอย 1 - 35 และ 2 - 42 ถนนพหลโยธินจนถึงแยกรัชโยธินที่ถนนวิภาวดีรังสิต ปัจจุบันลาดพร้าวให้บริการโดยรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน 2 สถานี สถานีลาดพร้าว ใกล้ซอย 21 และถนนรัชดาภิเษก และสถานีพหลโยธินใกล้ยูเนี่ยนมอลล์และเซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว อยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2564 เป็นรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลืองสิ้นสุดที่ถนนรัชดาภิเษกและมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกสู่จังหวัดสมุทรปราการเชื่อมต่อกับสถานีบีทีเอสสำโรง นอกจากนี้ อยู่ระหว่างการก่อสร้างคือส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้า BTS (รถไฟฟ้า) ซึ่งปัจจุบันสิ้นสุดที่หมอชิต สลับกับ MRT (ต้องใช้ตั๋วแยกต่างหาก) สถานีสี่แยกลาดพร้าว มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2562 โดยจะขยายไปยังซอยพหลโยธิน 24 รัชโยธิน และอีกมากมายในปี 2563 บริเวณใกล้เคียงคือสถานีขนส่งหมอชิตเหนือ ซึ่งจะเชื่อมต่อในปี 2563 ด้วยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สายสีแดงใหม่

ประชาชนชาวลาดพร้าวส่วนใหญ่เป็นคนไทยและชาวตะวันตกที่มีรายได้ปานกลาง โครงการคอนโดมิเนียมเฉลี่ยต่ำกว่าใจกลางกรุงเทพฯประมาณ 130,000 - 170,000 บาทต่อตารางเมตร โครงการล่าสุด ได้แก่ :

METRIS ลาดพร้าว ถ.ลาดพร้าว ซอย 8 29 ชั้น 193 ยูนิต 3.9 - 10.0 ล้านบาท (135,000 - 165,000 บาทต่อตร.ม.)

ไลฟ์ ลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน ใกล้ซอย 22 อาคารสูง 45 ชั้น 46 ชั้น จำนวน 1,615 ยูนิต กำหนดสร้างเสร็จปี 2563 3.3 - 11.6 ล้านบาท (135,000 - 165,000 บาทต่อตร.ม.)

Whizdom Avenue รัชดา-ลาดพร้าว ถนนลาดพร้าว ที่ ถนนรัชดาภิเษก 27 ชั้น 497 ยูนิต ราคา 4 - 23 ล้านบาท (135,000 - 165,000 บาทต่อตร.ม.)

เอ็ม ลาดพร้าว ตรงข้ามเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว 44 ชั้น 286 ยูนิต 4.7 - 12 ล้านบาท (145,000 - 215,000 บาทต่อตร.ม.)

Maru Ladprao 15, 30 ชั้น และ 332 ยูนิต กำหนดแล้วเสร็จมิถุนายน 2564 3.8 - 10 ล้านบาท (เฉลี่ย 150,000 บาทต่อตร.ม.)

เซ็นทริค รัชโยธิน ถนนพหลโยธินและรัชโยธิน สูง 21 ชั้น 261 ยูนิต เริ่มต้น 3.7 ล้านบาท (เฉลี่ย 160,000 บาทต่อตร.ม.)

พื้นที่ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่นี้รวมถึงกลุ่มอาคารสำนักงานของ บริษัท บนถนนวิภาวดีรังสิตและถนนรัชดาภิเษกที่อยู่ใกล้เคียง ได้แก่ PTT Energy Complex, Sun Tower, SJ Infinite One, การบินไทย, ไทยรัฐ (หนังสือพิมพ์) , SCB Park Plaza และ TMB

โรงแรมท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงบางแห่ง ได้แก่: เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร โรงแรมทราเวลเลอร์ส ถ.รัชดาภิเษก

ไอยรินทร์ ณ โรงแรมตึกช้าง ถนนพหลโยธิน ใกล้ ซ.26 The Bazaar Hotel ที่ สวนลุมไนท์บาซาร์ รัชดา ลาดพร้าว ซอย26 ซี ยู อินน์ ถ.วิภาวดี-รังสิต

ศูนย์กลางการช้อปปิ้งร้านค้าปลีกในละแวกใกล้เคียงคือเซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าวและในระดับที่น้อยกว่าคือยูเนี่ยนมอลล์ซึ่งทั้งสองแห่งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินพหลโยธิน



สื่อสารกับสุนัขได้เข้าใจ ด้วยภาษากาย น้ำเสียง และคำพูด

สุนัขถือเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมสำหรับคนมีสัตว์เลี้ยง คนรักสุนัขส่วนใหญ่ยกตำแหน่งเพื่อนที่ซื่อสัตย์ให้กับสุนัขของตน แต่กว่าจะได้สุนัขที่น่ารักและเชื่อฟัง เจ้าของสุนัขหรือผู้ดูรับจำเป็นต้องฝึกฝนและเข้าใจวิธีการที่จะใช้สื่อสารกับสุนัขด้วย

เจ้าของสุนัขส่วนใหญ่จะยอมรับว่าสุนัขของพวกเขาเข้าใจคำศัพท์ง่าย ๆ ที่คุ้นเคย เช่น เมื่อพูดว่า "นั่ง" แล้วสุนัขจะทรุดตัวลง เมื่อพูดว่า "ไปเดินเล่นกันเถอะ" สุนัขจะวิ่งไปที่ประตูแล้วคว้าสายจูง เมื่อพูดว่า "ได้เวลากินแล้ว" สุนัขจะไปที่ชามอาหาร ดูเหมือนว่าสุนัขจะเข้าใจคำว่านั่ง เดิน และกิน แปลว่าสุนัขเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงคำเฉพาะกับการกระทำหรือวัตถุที่เฉพาะเจาะจง

สุนัขอาจได้ยินสิ่งที่เราพูด แต่สิ่งที่เราพูดเป็นเพียงตัวแปรหนึ่งเท่านั้น สุนัขตีความภาษาพูดของคนร่วมกับภาษากายและวิธีที่เราพูดนั้นส่งผลต่อความเข้าใจของสุนัข

บางคนคิดว่าวิธีที่เราพูดมีความสำคัญมากกว่าสิ่งที่เราพูด สุนัขอ่านน้ำเสียงและภาษากายมากกว่าคำพูดจริง ๆ สุนัขจะสังเกตท่าทางของคนพูด ดูการแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง และการเคลื่อนไหวร่างกาย และฟังน้ำเสียง รวมปัจจัยเหล่านี้ทั้งหมดเพื่อกำหนดความหมายในสิ่งที่เราพูด

หากเจ้าของสุนัขหรือผู้ดูแลยิ้มและพูดอย่างตื่นเต้นว่า "ไปเดินเล่นกันเถอะ!" สุนัขน่าจะกระดิกหางและเดินเตร่ไปมาอย่างกระตือรือร้น หากคุณพูดคำเดียวกันนี้ด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคืองและทำหน้าบึ้ง เขาอาจจะตัวสั่นและสะอื้นไห้ การสังเกตเหล่านี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์หลายคนรู้สึกว่าสุนัขตอบสนองได้เหมือนกับทารกของมนุษย์ในการเข้าใจภาษาของเรา อันที่จริงแล้ว สุนัขอาจมีความสามารถในการรับรู้เช่นเดียวกับทารกมนุษย์อายุ 6-12 เดือน

ทั้งสุนัขและเด็กทารกต่างเข้าใจความหมายของคำว่า “ไม่!” อย่างรวดเร็ว เมื่อหยิบเศษอาหารจากพื้นแล้วพยายามยัดเข้าปาก พวกเขาทราบความแตกต่างระหว่าง "ใช่" กับ "ไม่" หรือไม่ หรือพวกเขาตอบสนองต่อน้ำเสียงที่สั่งการและภาษากายที่วิตกกังวลของเราหรือไม่ อาจเป็นการผสมผสานระหว่างคำศัพท์ที่เรียนรู้และการสังเกตภาษากายและน้ำเสียงหรือไม่ ด้วยการทำซ้ำ ทั้งสุนัขและทารกจะเชื่อมโยงคำบางคำ กับวัตถุหรือการกระทำบางอย่าง นั่นเป็นเหตุผลที่เราพูดว่า "นั่ง" ซ้ำแล้วซ้ำอีกในขณะที่ให้สุนัขนั่งจริงๆ ในที่สุดเขาก็เชื่อมโยงคำ กับการกระทำ ยังเป็นเหตุผลที่เราพูดว่า "สุนัข" กับลูกน้อยของเราในขณะที่ชี้ไปที่สุนัข ในที่สุด มนุษย์ตัวน้อยก็เข้าใจว่าสัตว์ที่มีขนยาวตัวนี้ถูกเรียกว่า "สุนัข"

แม้ว่านักวิทยาศาสตร์หลายคนเห็นตรงกันว่าสุนัขเข้าใจคำบางคำ แต่ไม่เข้าใจประโยคเต็ม พวกเขารู้สึกว่าการพูดว่า "ต้นไม้ นก หญ้า เดิน" มีความหมายเดียวกับ "ไปเดินเล่น" แม้ว่าสุนัขจะไม่เข้าใจทุกคำในประโยค แต่เข้าใจคำว่า "เดิน" และถ้าคุณพูดคำเหล่านั้นด้วยความกระตือรือร้นด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ สุนัขของคุณจะพุ่งไปที่ประตูหน้า

แม้จะมีคำศัพท์ที่จำกัด สุนัขและทารกก็สื่อสารกับเราได้ พวกเขาอาจไม่ได้พูดด้วยภาษาพูด แต่พวกเขาสามารถ "พูด" กลับมาหาเราได้ แม้จะไม่มีคำศัพท์มากมาย แต่ก็ทำให้เราเข้าใจเสียงคร่ำครวญ เสียงร้อง และเสียงร้องของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรวมกับภาษากายพิเศษของพวกเขาเอง



เป็นคำถามเก่าแก่: ทำไมสุนัขถึงจงรักภักดี?

บางคนอาจจะบอกว่าเพราะว่าเราให้อาหารและที่พักแก่พวกเขา แต่สำหรับเจ้าของสุนัขที่ดูแลสุนัขด้วยความรัก ทุกคนรู้ดีว่ามีอะไรมากกว่านั้น เพราะเมื่อเราให้อาหารและที่อยู่แก่แฮมสเตอร์และปลาทอง แต่สัตว์เลี้ยงเหล่านั้นมักไม่แสดงความรักต่อเจ้าของหรือผู้ดูแลเหมือนที่สุนัขทำ สุนัขร้องไห้เมื่อเจ้าของสุนัขออกจากบ้าน กระโดดด้วยความดีใจเมื่อเรากลับมาบ้านและมีชีวิตอยู่และหายใจเพื่อความรักของเรา

เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ทำไมสุนัขถึงภักดีต่อมนุษย์มากผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์มักกล่าวถึงความจงรักภักดีของสุนัขที่นักวิจัยตั้งทฤษฎีว่า สุนัขที่เรารู้จักในปัจจุบันมีวิวัฒนาการมาจากหมาป่า หลังจากที่พวกเขาเริ่มอาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์ อย่างไรก็ตาม การศึกษาล่าสุดได้ค้นพบข้อสรุปที่ต่างออกไป ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าสุนัขแยกตัวจากบรรพบุรุษหมาป่าเมื่อประมาณ 135,000 ปีก่อน ก่อนที่สุนัขหรือหมาป่าจะอาศัยอยู่กับมนุษย์

อันที่จริง หลักฐานทางโบราณคดี เช่น กระดูกสุนัขที่ถูกฝังไว้ใกล้ถิ่นฐานของมนุษย์ มีอายุย้อนไปถึง 13,000 ปีเท่านั้น ดังนั้นจึงมีเหตุผลว่าทฤษฎีปัจจุบันคือหมาป่าพัฒนาเป็นสุนัขโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมนุษย์ แต่เมื่อสุนัขและมนุษย์เริ่มพึ่งพากันและกัน พวกเขาก็มีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก นับตั้งแต่วันแรกของการเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ สุนัขก็มีความผูกพันทางอารมณ์กับเจ้าของ สุนัขหลายตัวเข้าใจอารมณ์ของเจ้าของ และสามารถบอกได้ว่าเราเศร้าหรือโกรธเมื่อใด และเราเข้าใจสุนัขเป็นการตอบแทน เราสามารถอ่านท่าทางของพวกเขาและบอกได้ว่าพวกเขากลัว ไม่พอใจ หรือสนุกสนานเมื่อใด

พฤติกรรมการรวมกลุ่ม

ความภักดีเป็นเพียงพฤติกรรมตามธรรมชาติสำหรับสุนัข สุนัขเป็นฝูงสัตว์ ซึ่งหมายความว่าพวกมันเป็นสัตว์สังคมที่ชอบอยู่ร่วมกับสุนัขอื่น ๆ พฤติกรรมนี้เป็นกลไกในการเอาชีวิตรอดด้วย สมาชิกของกลุ่มพึ่งพาอาศัยกันเพื่อความอยู่รอด ครูฝึกสุนัขหลายคนและผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์อื่น ๆ เชื่อว่าความคิดแบบนี้ทำให้สุนัขมีความจงรักภักดีต่อมนุษย์ เพราะสุนัขมองว่าเจ้าของหรือผู้ดูแลเป็นเพียงสมาชิกอีกคนหนึ่งในกลุ่ม และคิดว่าความภักดีจะทำให้พวกมันมีชีวิตอยู่ คุณมักจะได้ยินผู้ฝึกสอนพูดว่าในระหว่างการฝึกการเชื่อฟัง คุณต้องยืนยันตัวเองว่าเป็น “สุนัขจ่าฝูง” ถ้าสุนัขของคุณมองว่าคุณเป็นหัวหน้าฝูง พวกมันก็จะตามคุณ