ดูแลเด็ก ใน สาทร, กรุงเทพมหานคร

ดูแลเด็ก ใน สาทร, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

วิไล นันต๊ะภาพ
วิไล นันต๊ะภาพ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 48 ปี
วริวรรณ อยู่ไพร
วริวรรณ อยู่ไพร
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 37 ปี
กัญญาภัทร บุตรพรม
กัญญาภัทร บุตรพรม
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

สวัสดีค่ะ ชือ ภัทรค่ะ อายุ 52 ถนัดดูแลเด็กแรกคลอด คุณแม่หลังคลอดค่ะ นวดเด็กแรกเล็กได้ ช้วยให้เด็ก อารมณ์ดีไม่งอแง ช่วยระบบขับถ่าย เลือดลมไหลเวียนดี ร่างกายแข็งแรง.นวดประคบสมุนไพร คุณแม่หลังคลอดช่วยในการอยู่ไฟสมัยโบราณ ทำให้มดลูกเข้าอู่ไว้ ร่างกายแข็งแรง รับงานได้ทั้งในและต่างประเทศค่ะ รับดูแลทั้งคนไทยและต่างชาติ

แสดงเพิ่มเติม
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 39 ปี

ใส่ใจดูแลเหมือนลูกเจ้าของเองใจเย็น ดูแลได้ตลอด

แสดงเพิ่มเติม
ฮามีด๊ะฮ์ โต๊ะขวัญ
ฮามีด๊ะฮ์ โต๊ะขวัญ
Saijai อายุ 31 ปี

มีความอดทน ขยัน รักความสะอาด ใจเย็น

แสดงเพิ่มเติม
Pavana Suntudchaiyo
Pavana Suntudchaiyo
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 58 ปี

I am in good health, kind and responsible, polite and gentle. สุภาพ สุขภาพแข็งแรง พูดเพราะ มีความรับผิดชอบ

แสดงเพิ่มเติม
นวพร ทัตตวุฒิคุณ
นวพร ทัตตวุฒิคุณ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 49 ปี

ดิฉันชื่อ นวพร ค่ะ ปัจจุบันทำงานเป็นแม่บ้านรายชั่วโมงค่ะ ด้วยความที่ต้องดูแลลูก ๆ 3 คนด้วยตนเองมาตลอดเลยทำให้ใช้ชีวิตประจำวันอยู่กับการดูแลบ้าน ดูแลลูก ๆ ค่ะ ดิฉันมั่นใจว่าจะสามารถทำวามสะอาดบ้านของคุณได้อย่างดีค่ะ ขอบคุณค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
วนิดา ชัยวร
วนิดา ชัยวร
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 34 ปี
ฉันทนา สิทธิ
ฉันทนา สิทธิ
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 46 ปี

เป็นคนง่ายๆรักเด็กใจเย็นไม่เคยโกรธหรือโมโหอะไรง่ายๆนอนน้อยทําได้หมดแต่ไม่ชอบจู้จี้

แสดงเพิ่มเติม
Piyatida Dumluck
Piyatida Dumluck
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 40 ปี
ทิพวรรณ์ ราศรี
ทิพวรรณ์ ราศรี
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 28 ปี

เป็นคนอัธยาศัยดีค่ะ ใจเย็นค่ะชอบเล่นกับเด็ก ส่งเสริมพัฒนาการของน้องได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
อานนท์ ทองแสง
อานนท์ ทองแสง
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 31 ปี

ผมเป็นคนสุภาพ เรียบร้อย ไม่ยุ่งอบายมุข ไม่พูดคำหยาบ ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย ทำได้ทุกอย่างครับ สอนได้ทุกวิชา ค่าจ้างเป็นต่อชั่วโมงหรือให้เป็นรายเดือนก็ได้ครับ

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

พี่เลี้ยงเด็กที่จ้างผ่านเว็บใส่ใจคือดีจริง ๆ พี่เลี้ยงเด็กมีประสบการณ์ในการเลี้ยงดูเด็กและเป็นคนที่ซื่อสัตย์มาก ทำให้คนเป็นแม่อย่างเราหายห่วงลูกเลยจริง ๆ หากใครที่กำลังมองหาพี่เลี้ยงเด็ก บริการของทางใส่ใจถือเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียวสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน
Saijai
กรรชัย วงศ์พานิชญ์
5 ปีที่แล้ว
ดิฉันเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ ทำงานทุกวัน ไม่มีเวลาดูแลลูก บางครั้งต้องเอาไปฝากญาติ ๆ แต่ตอนนี้เลยตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงเด็กของทางใส่ใจ ตอนแรกก็ไม่รู้เลยค่ะว่ามีขั้นตอนในการจ้างพี่เลี้ยงเด็กอย่างไรบ้าง เลยติดต่อเบอร์ของทางใส่ใจไป อยากจะบอกว่าประทับใจการให้บริการมาก ๆ ค่ะ ทางใส่ใจให้ข้อมูลทุกอย่างครบถ้วนตามที่เราต้องการอยากทราบ ประทับใจจริง ๆ ค่ะ
Saijai
ปารีณา ภักดีดำรงค์ศักดิ์
5 ปีที่แล้ว
เปลี่ยนพี่เลี้ยงเด็กมาหลายคน ส่วนมากราคาสูง ๆ ทั้งนั้น แต่อยู่ไม่ได้นานก็ลาออก ลองจองพี่เลี้ยงผ่านเวปใส่ใจ เยี่ยมมากเลยครับ แฟนสบายใจ หมดปัญหา ไม่ต้องจ้างพี่เลี้ยงราคาแพง ได้ราคาแบบสมเหตุสมผล แถมมีคุณภาพครับ
Saijai
จิตวัชร จันประทีป
5 ปีที่แล้ว
เราทำงานนอกบ้าน เลยหาพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลน้องที่บ้าน ค้นหาข้อมูลดูเวปนี้ให้รายละเอียดพี่เลี้ยงน่าสนใจ ราคาเรารับได้ เราเลยให้น้องมาทดลองงานก่อนเราไปทำงาน น้องมีประสบการณ์มา เลยปรับตัวไม่ยาก เวลาเราอยู่น้องจะช่วยหยิบจับของทำโน่นทำนี่ไป ประทับใจคะ สองเดือนแล้วน้องทำงานดี มีระเบียบเรียบร้อย คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เราไว้ใจให้น้องคนนี้ดูแล
Saijai
แม่น้องกัญ
5 ปีที่แล้ว
เป็นครั้งแรกที่เลือกใช้บริการพี่เลี้ยงเด็กในเว็บใส่ใจ ตอนแรกคิดว่าจะยุ่งยากในจอง แต่พอเข้าไปในเว็บไซต์ เว็บไซต์ใช้งานง่ายมาก ๆ มีความสะดวกในการใช้งาน อีกทั้งยังมี Guideline ให้อีกด้วย และขั้นตอนการนัดสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเพราะมีตัวเลือกให้เลือกด้วยว่าเราสะดวกสัมภาษณ์ทางไหน เหมาะแก่คนที่ไม่มีเวลาอย่างเราจริง ๆ
Saijai
สุริยา ดำรงรักษ์
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลเด็ก

พี่เลี้ยงเด็กส่วนตัวหรือเนอสเซอรี่ (Nursery) อะไรคือคำตอบสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้
ข้อดีของการให้พี่เลี้ยงดูแลเด็กที่บ้านของคุณเอง

1. ลูกน้อยของคุณได้รับการดูแลจากพี่เลี้ยงแบบใกล้ชิด ทำให้เด็กรู้สึกได้ถึงความเอาใจใส่ และมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี
2. มีความยืดหยุ่นในการทำกิจวัตรประจำวันเพราะเด็กไม่ต้อง กิน นอน หรือ เล่นตามตารางเหมือนอยู่ในศูนย์รับเลี้ยงเด็กหรือเนอสเซอรี่ (Nursery)
3. พี่เลี้ยงเด็กสามารถปรับเวลาการทำงานให้สอดคล้องกับเวลาทำงานและวันหยุดของคุณพ่อคุณแม่
4. คุณพ่อคุณแม่มีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้นเพราะไม่ต้องเผื่อเวลาในการรับส่ง ก่อนและหลังเลิกงาน
5. เด็กได้รับการดูแลในบรรยากาศที่คุ้นเคยและรู้สึกปลอดภัย
6. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเดินทางรับส่ง หมดปัญหาเรื่องรถติดและมลภาวะบนท้องถนน
7. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเตรียมตัวหรือจัดเตรียมของใช้ให้ลูก เช่น ขวดนม เสื้อผ้า หรือแพมเพิส
8. ลดความเสี่ยงของโรคติดต่อ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ภูมิต้านทานยังน้อยจะเจ็บป่วยได้ง่าย หากต้องอยู่ปะปนกับเด็ก ๆ อื่น
9. มีคนอยู่บ้านตลอดเวลาในขณะที่คุณพ่อคุณแม่ออกไปทำงาน

ข้อดีของการเข้าเนอสเซอรี่ (Nursery)

1. ฝึกทักษะการเข้าสังคมเพราะเด็กต้องอยู่ร่วมกับเด็กคนอื่น ๆ และครูพี่เลี้ยง
2. ค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับการจ้างพี่เลี้ยงส่วนตัว
3. เนอสเซอรี่มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อให้เด็กฝึกทักษะผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ
ทักษะสำคัญที่พี่เลี้ยงเด็กควรมีคืออะไร
6 ทักษะสำคัญที่พี่เลี้ยงเด็กควรมี

1. ความรู้ด้านการส่งเสริมพัฒนาการ การส่งเสริมพัฒนาการทำได้ทั้งผ่านการเล่นและการทำกิจวัตรประจำวัน พี่เลี้ยงเด็กที่ดีควรหากิจกรรมเพื่อให้เด็กมีส่วนร่วมและช่วยเหลือตัวเองได้ตามวัยที่เหมาะสม
2. ความอดทนและใจรักเด็ก เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกันทั้งลักษณะนิสัย อารมณ์และการแสดงออก บางคนว่านอนสอนง่าย บางคนชอบเล่นซนทั้งวัน หรือบางคนงอแง พี่เลี้ยงเด็กที่ดีควรมีใจรักเด็กเป็นพื้นฐาน พร้อมทำความเข้าใจและมีความอดทน พยายามหาวิธีที่ทำให้เด็กรู้สึกวางใจ ปลอดภัย และยอมเชื่อฟังพี่เลี้ยงในที่สุด
3. ความรู้ด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและรู้เบอร์โทรศัพท์ในกรณีฉุกเฉิน ถ้าเด็กหกล้มมีแผลถลอกพี่เลี้ยงเด็กต้องรู้ว่าจะจัดการกับแผลถลอกอย่างไร ในกรณีฉุกเฉินพี่เลี้ยงเด็กต้องสามารถติดต่อหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือได้
4. ทักษะการสื่อสาร เด็กมีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุ พี่เลี้ยงเด็กต้องเข้าใจการสื่อสารกับเด็ก เช่น เข้าใจภาษากายของทารก การสื่อสารของเด็กเล็ก สำหรับเด็กที่สามารถสื่อสารด้วยทำพูดได้แล้ว พี่เลี้ยงเด็กต้องพูดคุยเพื่อให้เด็กเชื่อฟังโดยไม่ใช้การบังคับและให้เด็กรู้สึกสบายใจ
5. ทักษะการแก้ปัญหา หากไม่ใช่เรื่องที่ร้ายแรงพี่เลี้ยงเด็กต้องรู้วิธีแก้ปัญหาหรือสถานการณ์ตรงหน้าตามสมควรโดยไม่จำเป็นต้องรายงานหรือรอให้คุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจทุกครั้ง
6. ความคิดสร้างสรรค์ คงไม่ดีแน่หากพี่เลี้ยงเด็กดูแลเด็กด้วยการให้เด็กดูสมาร์ทโฟนเป็นชั่วโมง พี่เลี้ยงเด็กที่ดีควรมีความคิดสร้างสรรค์เล่นกับเด็กเพื่อให้เด็กเพลิดเพลินได้นานหลายชั่วโมงและให้เด็กได้พักผ่อนตามเวลา

ทั้งหมดนี้คือคุณสมบัติและทักษะที่ดีที่คุณพ่อและคุณแม่ควรมองหาในตัวพี่เลี้ยงเด็กที่คุณเลือกมาเพื่อดูแลลูกน้อยของคุณค่ะ
หากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ลูก ๆ อยู่กับพี่เลี้ยงตามลำพัง ควรทำอย่างไร
ใส่ใจขอพูดถึงข้อกังวลและแนวทางแก้ไขเมื่อคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลลูกๆ ที่บ้าน

1. ความปลอดภัยของลูกน้อย สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลมากที่สุดคือความปลอดภัย ไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุหรือการกระทำรุนแรงของพี่เลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของลูกน้อยทั้งทางร่างกายและพฤติกรรม ควรพูดคุย ซักถามเด็กอยู่เป็นประจำเกี่ยวกับกิจกรรมระหว่างวันที่ลูก ๆ ทำกับพี่เลี้ยง การติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในบ้านเป็นอีกวิธีที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่อุ่นใจขึ้น
2. ประสบการณ์การทำงาน บางครั้งพี่เลี้ยงเด็กอาจไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับประสบการณ์ทำงานและความชำนาญของตน นอกจากการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่อาจจะให้มีการทดลองงานสักระยะหนึ่งเพื่อดูว่าพี่เลี้ยงเด็กมีความชำนาญหรือสามารถทำงานได้ตามมอบหมายหรือไม่
3. พี่เลี้ยงเด็กหยิบฉวยทรัพย์สินในบ้าน หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่เจอพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์แต่ยังกังวลว่าพี่เลี้ยงเด็กอาจพยายามขโมยสิ่งของมีค่าภายในบ้าน แนวทางป้องกันที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้คือ ไม่วางสิ่งของมีค่าไว้ในที่เปิดเผย ล็อคลิ้นชักเก็บของและประตูห้องที่พี่เลี้ยงเด็กไม่จำเป็นต้องใช้ คุณพ่อคุณแม่อาจจะติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ภายในบ้านเพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาได้อีกทาง
ข้อตกลงสำคัญที่พ่อแม่ควรตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงานมีอะไรบ้าง?
สัญญาหรือข้อตกลงในการทำงานเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยงเด็กต้องตกลงร่วมกันเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันในขอบเขตการทำงานและค่าตอบแทน การทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรอาจจะไม่จำเป็นเสมอไป แต่การร่างหรือการบันทึกรายการช่วยให้ทั้งสองฝ่ายจดจำรายละเอียดต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น มีอะไรบ้างที่คุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยงเด็กควรตกลงกันก่อนเริ่มงาน

1. วันเริ่มงาน ควรมีวันเริ่มงานให้ชัดเจนเพื่อประโยชน์และไม่เป็นการเสียเวลาของทั้งคุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยงเด็ก
2. ชั่วโมงการทำงานและวันหยุด ตกลงเรื่องเวลาทำงาน จำนวนชั่วโมงการทำงานในแต่ละวันและวันหยุด เพื่อให้ตารางการทำงานของพี่เลี้ยงเด็กสอดคล้องกับเวลาทำงานของพ่อคุณแม่มากที่สุด และทั้งสองฝ่ายควรรักษาเวลา
3. ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ กำหนดความรับผิดชอบของพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจน
4. ค่าแรงและกำหนดการจ่าย ค่าแรงของพี่เลี้ยงเด็กอาจขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงาน เช่นพี่เลี้ยงเด็กรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์และรายเดือน ซึ่งกำหนดการจ่ายเงินอาจจะแตกต่างกันไปตามลักษณะการทำงานนี้ด้วย
5. ค่าแรงในกรณีทำงานล่วงเวลา หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้พี่เลี้ยงเด็กทำงานล่วงเวลา ควรสอบถามความสมัครใจของพี่เลี้ยงและตกลงกันให้ชัดเจนเรื่องค่าแรง
6. การโพสต์รูปหรือข้อความเกี่ยวกับเด็กลงสื่อออนไลน์ (Social Medias) คุณพ่อคุณแม่คงไม่อยากให้มีรูปภาพ หรือข้อความเกี่ยวกับลูก ๆ ถูกโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ค หรืออินสตาแกรม โดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรทำความตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กในเรื่องนี้ด้วย
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่ควรพูดคุยตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน

ฉันเดินอยู่บนถนนสาทรใต้

เขตสาทร ชื่อนี้ในอดีตเคยใช้ตัวสะกดชื่อถนนว่า "สาธร" ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น "สาทร" ตามคำสะกดที่ถูกต้องเช่นในปัจจุบัน หากพูดถึงเขตสาทรนี้ ในความคิดของหลายๆ คนจะนึกถึง “ตึกสูงๆ ศูนย์รวมของธุรกิจของกรุงเทพมหานคร” แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ แรกเริ่มเดิมทีนั้น ที่มีการตัดถนนผ่าน โดยถนนสาทร เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2431 ในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนพระราม 4 และถนนเจริญกรุง โดยได้ว่าจ้างกลุ่มกรรมการชาวจีนที่เข้ามาทำงานในสมัยนั้น เพื่อทำการขุด โดยเริ่มขุดจากแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก เรื่อยไปจนบรรจบกับคลองถนนตรงหรือคลองวัวลำพอง (ปัจจุบันถูกถมเป็นถนนพระรามที่ 4) และได้เรียกคลองที่ขุดขึ้นใหม่นี้ว่า "คลองเจ้าสัวยม" (คลองสาทรในปัจจุบัน) และได้นำดินที่ขุดคลองมาทำเป็นถนนอีกด้วย ต่อมาเจ้าสัวยมได้รับบรรดาศักดิ์และราชทินนามเป็น "หลวงสาทรราชายุตก์" จึงทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อถนนนี้ว่า "ถนนสาทรราชายุตก์" รวมถึงคลอง คือ "คลองสาทรราชายุตก์" แต่ผู้คนนิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า "สาทร" (ในขณะที่คำว่า "สาทร" ตามพจนานุกรมนั้นหมายถึง เอื้อเฟื้อ เอาใจใส่) และถือได้ว่าเป็นย่านเก่าแก่ของพ่อค้าชาวจีนและชาวยุโรปที่เข้ามาในช่วงเวลานั้น จึงทำให้บ้านในบริเวณสาทรจะเป็นทรงตะวันตกและสร้างแบบตามๆ กันขึ้นหลายหลัง และในบางหลังก็ยังเป็นอาคารเก่าแก่จนถึง ปัจจุบัน เช่นอาคารหอการค้าไทย-จีน ในอดีตอาคารแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของห้างบอมเบย์เบอร์มา (บอมเบย์ เบอร์มา เทรดดิ้ง จำกัด เป็นบริษัทสัญชาติอังกฤษ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2406) ก่อนจะถูกซื้อต่อโดยกลุ่มนักธุรกิจไทย-จีนเพื่อเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของหอการค้าไทย-จีนในช่วงรัชสมัยของ รัชกาลที่ 6 ในปี พ.ศ. 2484 อาคารแห่งนี้ถูกใช้เป็นคอมเมิร์ชเซ็นเตอร์โดยทหารญี่ปุ่นที่เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบัน เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ ได้ซื้อและบูรณะอาคารนี้ครั้งใหญ่ ในปี พ.ศ. 2545 เพื่อเป็นที่ตั้งของร้านอาหารและโรงเรียนสอนการประกอบอาหารไทย บลู เอเลฟเฟ่นต์ จนถึงปัจจุบัน จากตึกเก่า สู่อาคารสำนักงานสมัยใหม่ สูงเสียดฟ้า ถนนสาทรมีสองฝั่ง ฝั่งสาทรใต้จะอยู่ในเขตสาทร จำง่ายๆ ว่าฝั่งที่มีโรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์คือฝั่งใต้ ถ้าจะนึกถึงแลนด์มาร์ค ครั้งหนึ่งก็คงจะเป็น ตึกหุ่นยนตร์ สัญญลักษณ์ของความทันสมัย (สมัยก่อน) บนสาทร ก่อนที่จะถูกอาคารใหม่ๆ เข้ามาบดบัง และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเติบโตเลย เขตสาทร วันนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นย่านอาคารสำนักงานจากกลุ่มบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ และสถานทูต สถานกงศุล นับได้ว่าเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจหรือซีบีดี (Central Business District : CBD) อีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร



สัญลักษณ์ของความทันสมัย บนสาทร

สัญลักษณ์ของความทันสมัย บนสาทร ภาพถ่ายด้วยฟิล์มอัลฟ่า แม้จะออกโทนสีเหลืองบ่งบอกถึงความเก่าไปบ้างแล้ว แต่หากนับเวลาจริงที่ได้บันทึกภาพนี้ไว้ คงเป็นเวลาที่ตื่นตาตื่นใจ พ.ศ.2529 เช้าวันที่อากาศสดใสอาคารหุ่นยนต์ดูใจดี ปรากฏขึ้นบนถนนสาทรใต้ บันทึกความทรงจำ อาคารสูง 20 ชั้นยืนสงบ บนถนนย่านธุรกิจที่กำลังเจริญเติบโต และแล้ววันเวลาก็ผ่านมากว่า 30 ปี ผ่านมือจากธนาคารเอเซีย สู่ ธนาคาร ยูโอบี (ประเทศไทย) ผู้ออกแบบอาคารนี้คือ ดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม (สถาปัตยกรรมแบบร่วมสมัย) ตึกก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2529 ด้วยรูปทรงอาคารที่สะท้อนถึงการต่อต้านแบบสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิก (ศตวรรษที่ 18-20) และโพสต์โมเดิร์น (แนวความคิดที่มาหลังจากยุค modern ซึ่งเป็นช่วงหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม) ล้ำสมัย ด้วยองค์ประกอบทั้งการลดระดับของผนัง เสาอากาศ และดวงตา จึงทำให้รูปทรงกายภาพภายนอกของอาคารดูเหมือน หุ่นยนต์ อย่างชัดเจน ความเป็นมาของอาคารนี้เริ่มขึ้นจาก ผู้บริหารธนาคารเอเซียในขณะนั้นต้องการอาคารที่สื่อออกถึงยุคสมัยใหม่และโลกแห่งคอมพิวเตอร์ของธนาคาร ซึ่ง ดร.สุเมธ ได้แรงบันดาลใจมาจากของเล่นของบุตรชาย แต่ ดร.สุเมธเขียนไว้ว่าอาคารของเขา "ไม่จำเป็นต้องเป็นหุ่นยนต์" และ "พื้นที่ของการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ " ก็เพียงพอแล้วตราบเท่าที่พวกเขาสามารถ "ปลดปล่อยจิตวิญญาณจากความอับจนทางปัญญาในปัจจุบันและขับเคลื่อนไปสู่ศตวรรษหน้า" (หน้าที่ 79 Sumet Jumsai. "Building Study: Bank of Asia, Bangkok.") อาจารย์ ได้เขียนว่าการออกแบบของเขาอาจถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีชั้นสูง: แทนที่จะจัดแสดงผลงานภายในของอาคารเขาเลือกที่จะประดับผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปด้วยชิ้นส่วนเครื่องจักรกล อาคารของเขา อาจารย์แสดงความขัดแย้งและต่อต้านวิสัยทัศน์ของเครื่องจักรในศตวรรษที่ 20 ในฐานะ "องค์กรที่แยกจากกัน" ซึ่งมักจะ "ยกระดับบนแท่นเพื่อการสักการบูชา" โดยการกลายเป็น "ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราเพื่อนตัวเอง" ทำให้ หนทางสำหรับการผสมผสานระหว่างเครื่องจักรและมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 ตึกหุ่นยนต์ได้รับเลือกจากพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัย นครลอสแอนเจลิส ให้เป็นหนึ่งใน 50 อาคารที่สมบูรณ์แห่งศตวรรษ อาคารยังส่งผลให้ ดร.สุเมธ ได้รับรางวัลจากบัณฑิตยสภาสถาปัตยกรรมและการออกแบบแห่งชิคาโก (Athenaeum Museum of Architecture and Design) ซึ่งเป็นรางวัลที่คนไทยรับเป็นคนแรก นอกจากนั้น หนังสือ Encyclopedia of 20th Century Architecture (Copyright Year 2004) ของนายสตีเฟน เซนนอตต์ ได้ระบุอาคารนี้ว่า "เป็นการยกระดับงานสถาปัตยกรรมไทยให้ได้รับความจดจำไปทั่วโลก" และยังติดหนึ่งใน 24 อันดับ สถาปัตยกรรมที่อัปลักษณ์ที่สุดของโลกเคียงคู่กับ ตึกช้าง วันนี้แม้ความสง่างามได้ถูกบดบังด้วยอาคารอื่นๆ รอบข้าง หรือแม้แต่รถไฟฟ้าที่วิ่งผ่านหน้าอาคาร แต่อาคารนี้ก็เป็นภาพแห่งความทรงจำของเด็กๆ หลายคน



7 เคล็ดลับในการเตรียมตัวสำหรับการเปิดเทอมวันแรก

วันสำคัญก็มาถึงเมื่อลูกออกจากอ้อมอกพ่อแม่ การออกไปเรียนชั้นอนุบาล หรือเตรียมอนุบาล ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูก อาจเป็นก้าวแรกที่หนูๆ ออกจากบ้านหรือเปลี่ยนไปสู่สภาพแวดล้อมและเพื่อนใหม่ๆ แม้แต่การไปสู่โปรแกรมเรียนที่คุ้นเคยก็ยังมีความตื่นเต้น ความสุข และความวิตกกังวล ในช่วงอายุ 3 4 และ 5 ปีของการพัฒนา "การเปลี่ยนแปลง" สามารถนำมาซึ่งความรู้สึกและความคิด เด็กบางคนยอมรับและสนุกกับการเปลี่ยนแปลงมากกว่าคนอื่น ๆ แต่ไม่ใช่เรื่องแปลกที่แม้แต่เด็กที่ "มีประสบการณ์" ส่วนใหญ่จะต้องการความเอาใจใส่เป็นพิเศษในช่วงวันแรกและสัปดาห์แรกของการเข้าเรียน

ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนง่ายๆ ที่คุณพ่อ คุณแม่สามารถทำได้เพื่อเตรียมความพร้อมให้ลูกออกไปสู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่

1.หากมีโอกาสเยี่ยมชมโรงเรียนหรือห้องเรียนก่อนวันแรก ครูบางคนเชิญครอบครัวมาเยี่ยมก่อนเวลา ถ้าไม่มีให้เดินทางไปโรงเรียนเพื่อดูอาคารและสนามเด็กเล่น เพื่อให้ลูกๆ มีความคุ้นเคยกับสถานที่

2.อ่านหนังสือนิทานดีๆ เกี่ยวกับการเริ่มเรียน การอ่าน การเล่าเรื่องเป็นวิธีที่ดีในการกระตุ้นให้มีการสอบถามพูดคุยเกี่ยวกับการไปโรงเรียน

3.ชวนพูดคุยกับบุตรหลานของเราเกี่ยวกับความรู้สึกของเขาเกี่ยวกับโรงเรียนเพื่อนครูและกิจกรรมใหม่ ๆ เช่น มีของเล่น มีสนามเด็กเล่น มีเพื่อนๆ เป็นต้น

4. ฝึกซ้อม การเรียนรู้วิธีเตรียมตัวให้พร้อมทุกเช้าสำหรับการเดินทางไปโรงเรียนต้องใช้เวลาและฝึกฝน การฝึกก่อนวันแรกจะเป็นประโยชน์ แสร้งทำเป็นว่าเป็นวันเรียนและทำตามขั้นตอนของการตื่นนอนแต่งตัวป้อนอาหารและออกไปที่ประตู ลองใช้แผนภูมิที่สามารถพิมพ์ได้นี้เพื่อช่วยให้บุตรหลานของคุณจดจำสิ่งที่เธอต้องทำ

5.ฝึกทักษะการช่วยเหลือตัวเองเช่นการแต่งกายการ การเปลี่ยนเสื้อผ้า (เวลาเข้าห้องน้ำ) และการล้างมือ ลูกของคุณจะรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเมื่อถูกขอให้ทำสิ่งเหล่านี้ที่โรงเรียน

6.ถามบุตรหลานของคุณว่าต้องการนำขนมชนิดใดไปโรงเรียนด้วย เพื่อให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

7.ไปซื้อของที่โรงเรียน ลองเสื้อผ้าและสินค้าสำหรับเด็ก เสมือนเตรียมไปโรงเรียน เหมือนกับการทำความคุ้นเคยว่าไปโรงเรียนต้องใส่ชุดแบบนี้นะ ไม่เร็วเกินไปที่จะเริ่มพิธีการซื้อชุดนักเรียน หรือกระเป๋าเป้สะพายหลัง ไม่จำเป็นต้องเป็นของที่มีราคาแพง แต่ให้มีความรู้สึกว่าหนูโตแล้ว วันหนึ่งหนูไปโรงเรียน