ดูแลผู้สูงอายุ ใน บางบ่อ, สมุทรปราการ

ดูแลผู้สูงอายุ ใน บางบ่อ, สมุทรปราการ

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

พิกุลทอง  รังวิจี
พิกุลทอง รังวิจี
Saijai อายุ 55 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

มีประสบการณ์ดูแลผู้สูงอายุ ส่วนมากเป็นอยู่เป็นเพื่อนผู้สูงอายุที่ช่วยตัวเองได้ค่ะ ไม่ฟิตอาหาร ช่วยพยุงเดิน ใช้ไม้ค้ำ

แสดงเพิ่มเติม
ธมลวรรณ สังข์แก้ว
ธมลวรรณ สังข์แก้ว
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 40 ปี

ใส่ใจ เข้าใจ สะอาด ดูแลเปรียญเสมือนญาติ

แสดงเพิ่มเติม
วลัยพร ภู่รัตนกุล
วลัยพร ภู่รัตนกุล
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

มีความอดทนสูง ตรงต่อเวลา ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้ดี

แสดงเพิ่มเติม
อธิวุฒิ สมัครการ
อธิวุฒิ สมัครการ
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 36 ปี

เป็นคนใจเย็น รักการช่วยเหลือผู้สูงวัยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หากมีที่พักให้เช่าใกล้สถานที่ทำงานจะดีมาก หรือจะให้อยู่บ้านเฝ้า 24 ชั่วโมงเลยก็ได้ครับ

แสดงเพิ่มเติม
เมธาวี ธีระธัมปิยปัญญา
เมธาวี ธีระธัมปิยปัญญา
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 41 ปี

ขยันทำงาน รับผิดชอบ มีจรรยาบรรณ ใส่ใจดูแลผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดีค่ะ

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

เจอเว็บใส่ใจ เข้าไปเลือกคนดูแล เอารูปกับประวัติมานั่งคุยกับคุณย่า เลยได้ป้ากิ๊กมาดูแล ป้ากิ๊กดูแลดีมาก คุณย่ามีความสุข ในเว็บใส่ใจบอกข้อมูลครบเลยทั้งประวัติการทำงาน และประวัติการศึกษา
Saijai
กฤษณ์ ชัยเขตุสานุวัฒน์
5 ปีที่แล้ว
ประทับใจในการให้บริการมาก ๆ ค่ะ
Saijai
สุดาพร มณีทอง
5 ปีที่แล้ว
สะดวก ง่าย เพียงไม่กี่ขั้นตอนเราก็สามารถหาคนดูแลผู้สูงอายุได้ อีกอย่างในเว็บไซต์มีข้อมูลต่าง ๆ ที่ให้เราได้ศึกษาก่อนทำการจ้างอีกด้วย พอได้อ่านข้อมูลทำให้เราได้รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนจ้างคนดูแลมาดูแลคุณแม่ เป็นข้อแนะนำที่ดีมาก ๆเลยค่ะ ประทับใจมาก ๆ ค่ะ
Saijai
วิกานดา ทองดี
5 ปีที่แล้ว
เราจ้างคนดูแลผู้สูงอายุมาดูแลคุณยายที่บ้าน พี่เขาทำงานดีมาก ๆ ที่สำคัญเลยคือพี่เขามีประสบการณ์ในการดูแลคนชรา เคยผ่านการอบรมมาแล้ว เลยทำให้เรามั่นใจ และ หายห่วงมาก ๆ
Saijai
นารีรัตน์ ภัทรบัณฑิต
5 ปีที่แล้ว
ย้ายตามสามีมาอยู่กรุงเทพ แล้วยังต้องดูแลแม่สามีที่สูงอายุ และมีโรคประจำตัวด้วย ตอนแรก ๆ ลำบากมาก เพราะต้องวุ่นวายเรื่องย้ายงานและหาคนดูแลผู้สูงอายุอีก จนมาเจอเว็บไซต์ใส่ใจ โชคดีมาก ๆ เลยค่ะ นอกจากจะได้คนดูแลผู้สูงอายุที่ราคาไม่แพงมากแล้ว ยังได้คนมีประสบการณ์ ไว้ใจได้ ทำงานคล่องแถมมาช่วยทำงานบ้านอีก ตัดสินใจไม่ผิดจริง ๆ ค่ะ
Saijai
ณฐาสัณห์ ถาวร
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลผู้สูงอายุ

ตัวเลือกใดที่ดีกว่าระหว่างจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่บ้านหรือให้ผู้สูงอายุอยู่บ้านพักคนชรา
คาดการณ์ว่าในปี 2564 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุ ร้อยละ 16.2 ของประชากรทั้งหมด ผู้สูงอายุที่เคยดูแลเราในวันก่อนก็เปลี่ยนบทบาทมาเป็นคนที่เราต้องดูแล วิถีชีวิตปัจจุบัน หลายครอบครัวไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ด้วยตัวเอง อะไรที่ดีกว่าระหว่างจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่บ้านหรือให้ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุดูแล

ข้อดีของการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

การที่ผู้สูงอายุได้อยู่อาศัยในบ้าน ทำให้ไม่รู้สึกแปลกสถานที่ รู้สึกว่าอยู่กับครอบครัวลูกหลาน ไม่เกิดความว้าเหว่ ผู้สูงอายุยังอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมและไม่รู้สึกว่ามีใครหายไป การดูแลยังอยู่ในสายตาของลูกหลาน หากเกิดข้อบกพร่องหรือสิ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุไม่สบายใจ ผู้สูงอายุสามารถพูดขึ้นกับลูกหลานและแก้ไขปัญหาได้ในทันที

ข้อเสียของการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

คือค่าใช้จ่ายที่สูง เพราะต้องใช้ผู้ที่ผ่านการอบรมเป็นพิเศษ และอาจต้องจ้าง ตลอด 24 ชั่วโมง หรืออาจต้องใช้ 1-2 คนในการดูแล ผู้ว่าจ้างไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่านิสัยของคนที่จ้างมาเป็นอย่างไร รักการทำงานบริการผู้สูงอายุหรือไม่ หรือสามารถการปรับตัวให้เข้ากับผู้สูงอายุได้หรือไม่

ข้อดีของการใช้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือบ้านพักคนชรา

คือมีสถานที่พร้อมในการดูแลผู้สูงอายุ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการดูแล บางแห่งมีเครื่องมือแพทย์ หรือพยาบาลวิชาชีพดูแล ผู้สูงอายุได้พบปะกับอื่น ๆ ในวัยเดียวกัน ซึ่งจะช่วยคลายความกังวลใจของผู้สูงอายุลงไปได้บ้าง หากมีเหตุฉุกเฉิน เกิดอุบัติเหตุ ไม่สบาย ทางศูนย์ดูแลพร้อมให้ปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาล

ข้อเสียของการใช้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและเราจะไม่มีทางรู้หรือเห็นเหตุการณ์อื่นใดนอกเหนือจากตอนที่ไปถึงศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งอาจปล่อยปละละเลย ผู้สูงอายุอาจไม่มีความสุขที่ต้องจากครอบครัว สุขภาพจิตอาจแย่ลง

ท้ายที่สุดแล้วความใส่ใจและความพร้อมของสมาชิกครอบครัวมีส่วนในการพิจารณาการตัดสินใจ และที่สำคัญคือตัวของผู้สูงอายุที่เราต้องดูแลว่าท่านมีความพร้อมและยินยอมเห็นสมควรกับแนวทางการเลือกดูแลของสมาชิกครอบครัว
คุณสมบัติของผู้ดูแลผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง
1. สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงเลยคือ คุณสมบัติทางด้านอารมณ์ความรู้สึก (moral attitude and belief) คือความพึงพอใจ ความศรัทธา เลื่อมใสที่จะใช้จริยธรรมมาเป็นแนวปฏิบัติงานดูแลผู้สูงอายุ
2. การฝึกอบรมเพื่อให้มีทักษะในการดูแลผู้สูงอายุ และมีความรู้ความสามารถในการดูแลผู้สูงอายุให้ถูกวิธี เพื่อให้เกิดความปลอดภัย
3. อุปนิสัย ผู้ดูแลผู้สูงอายุต้องมีใจรักในงานบริการ มีบุคลิกชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีความจริงใจ มีความรัก ความสงสาร ความเห็นอกเห็นใจ ปรารถนาดีต่อผู้สูงอายุ เข้าใจและรับฟังเรื่องราวของผู้สูงอายุ เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อการดูแลผู้สูงอายุให้มีความสุข
4. รู้จักผิดชอบชั่วดี ต้องรู้จักแยกแยะว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำและเข้าใจในเหตุผลของความถูกต้องดีงาม (moral reasoning)
5. อายุที่เหมาะสม หลายคนอาจมองข้ามเรื่องของช่วงอายุไป แต่ต้องเข้าใจว่าช่วงอายุมีผลต่อวุฒิภาวะ ถ้าเด็กมากเกินไปก็อาจจะมีความอดทนที่ต่ำเพราะประสบการณ์การในชีวิตยังน้อย หรือถ้าอายุมากเกินไปก็ทำให้ความคล่องตัวในการดูแลผู้สูงวัยอาจจะมีน้อยลง
6. ประสบการณ์นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะบ่งบอกว่าคนคนนั้นเคยผ่านงานดูแลผู้สูงวัยมาก่อน ทำให้เข้าใจเนื้องานได้อย่างรวดเร็ว เข้าใจรายละเอียดของการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งโดยรวมแล้วผู้ที่ดูแลผู้สูงอายุจำเป็นต้องมีใจรักในงานเป็นพิเศษ ต้องใช้ความอดทนและใช้ความรู้ความสามารถที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้สามารถดูแลได้ถูกวิธีและถูกใจกันทุกฝ่ายอีกด้วย
7. เป็นผู้ประสานงานและเชื่อมโยงระหว่างบุตรหลานและญาติมิตรกับผู้สูงอายุ เมื่อได้รับความไว้วางใจให้มาดูแลผู้สูงอายุแล้ว ผู้ดูแลต้องสามารถสื่อสารส่งต่อข้อมูลที่จะช่วยให้ทำงานได้ดีและเข้าใจผู้สูงอายุมากขึ้น
อะไรที่ช่วยให้คุณคลายความกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุ คนชราอยู่กับผู้ดูแลตามลำพัง
แม้ว่าคุณจะพิจารณาคุณสมบัติของผู้ดูแลที่ทำการว่าจ้างอย่างครบถ้วนและได้ตัดสินใจจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุมาแล้วนั้น เป็นเรื่องปกติหากคุณจะยังคงกังวลเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ อยู่ สิ่งที่จะช่วยให้คุณคลายความกังวลหากต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่กับผู้ดูแลตามลำพังที่บ้านมีดังนี้

1. ตรวจสอบประวัติย้อนหลังของผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ทำการว่าจ้างมา เพื่อให้แน่ใจว่าคนดูแลที่จ้างมานั้นไม่เคยมีประวัติการกระทำที่ผิดกฎหมายมาก่อน โดยสามารถตรวจสอบประวัติอาชญากรรมกับกองทะเบียนประวัติอาชญากรได้ที่ http://www.criminal.police.go.th/
2. สอบถามประวัติการทำงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา โดยอาจสอบถามจากผู้ว่าจ้างโดยตรงว่าเคยดูแลผู้สูงอายุมาอย่างไรบ้าง มีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหนในการดูแลผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ขณะเดียวกันก็สามารถสอบถามจากผู้ว่าจ้างที่เคยทำการจ้างก่อนหน้านี้ได้เช่นเดียวกัน
3. ฝากฝังทางเพื่อนบ้านให้ช่วยสอดส่องดูแลอีกทีหนึ่ง ซึ่งเพื่อนบ้านจะสามารถติดต่อหาเราได้ทันทีหากมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น
4. หากว่าจ้างคนดูแลผู้สูงอายุโดยหาจากสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ควรศึกษาคำวิจารณ์หรือรีวิวจากผู้ใช้ก่อนหน้าว่ามีความคิดเห็นต่อการบริการอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าคนดูแลที่จ้างมานั้นน่าเชื่อถือและเป็นคนมีความเป็นมืออาชีพจริง ๆ
5. การติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณบ้านช่วยให้สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา ถือเป็นการป้องกันความปลอดภัยที่ดีอย่างหนึ่งเช่นกัน
ผู้จ้างควรตกลงอะไรกับผู้ดูแลผู้สูงอายุก่อนทำการจ้าง?
ผู้ว่าจ้างควรตกลงอะไรกับผู้ดูแลผู้สูงอายุก่อนทำการจ้าง เพื่อความสะดวกและความเข้าใจตรงกันในดูแลผู้สูงอายุที่บ้านมีข้อตกลงต่าง ๆ อะไรบ้าง
จากข้อมูลสำรวจการจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุ มีผู้ดูแลผู้สูงอายุ 2 รูปแบบ

รูปแบบที่ 1: ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรมมาเพื่อดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะ บุคคลเหล่านี้มีความเข้าใจผู้สูงอายุ และสามารถทำงานพยาบาลได้ เช่นช่วยอาบน้ำ ช่วยป้อนอาหาร ช่วยดูแลเรื่องยา ตรวจสุขภาพเบื้องต้น รวมถึงดูแลสุขอนามัยของผู้สูงอายุ

รูปแบบที่ 2: แม่บ้านทั่วไป อาจมีความชำนาญเรื่องงานบ้านแต่เรื่องดูแลใส่ใจรายละเอียดอาจจะไม่เท่าผู้ที่ผ่านการอบรมมา

1. สิ่งที่ควรตกลงกันอย่างแรกคือขอบข่ายงานและวิธีการ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง เช่น งานอะไรที่ทำได้หรือทำไม่ได้
2. ชั่วโมงการทำงาน ด้วยลักษณะงานของผู้ดูแลผู้สูงอายุ บางครั้งต้องมาอาศัยใกล้ชิดเพื่อดูแลผู้สูงอายุตลอดเวลา ตื่นพร้อมกันนอนพร้อมกัน หรือแค่ช่วงเวลาหนึ่งที่เราต้องการให้ผู้ดูแลเข้ามา ดูแลผู้สูงอายุ หากเกินเวลาที่ตกลงไว้จะต้องมีค่าจ้างพิเศษ หรือค่าล่วงเวลาที่ตามตกลงไว้ หากต้องการวันหยุดหรือวันลา ต้องแจ้งล่วงหน้าหรือหาคนมาทดแทนได้
3. ยุคปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าการไว้ใจใครสักคนที่เข้ามาทำงานใกล้ชิดในบ้านนั้นยากยิ่ง ทางเลือกหนึ่งผู้ดูแลผู้สาอายุ ต้องยินยอมให้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม แม้ไม่อาจการันตีได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่อย่างน้อยเป็นการคัดกรองผู้ดูแลผู้สูงอายุที่จะเข้ามาใกล้ชิดบุคคลในครอบครัวได้ ประวัติการทำงานและประสบการณ์การทำงาน การได้พูดคุย ถึงประวัติการทำงาน ทำให้เราได้รู้จักผู้ดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น อาจมีการยกตัวอย่างเหตุการณ์ เพื่อเปรียบเทียบหากเกิดขึ้นกับเราต้องทำอย่างไร เราจะได้รู้ว่าผู้ที่จะเข้ามาดูแลผู้สูงอายุของเราจะทำอย่างไรในเหตุการณ์ที่เราสมมุติขึ้น หากเคยทำที่หนึ่งได้แต่ทำกับเราไม่ได้เราได้บอกผู้สูงอายุไว้ก่อน หรือตกลงกันก่อนจะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง
4. ค่าจ้าง ควรพิจารณาให้เหมาะสมและคุ้มค่าตามเนื้องานในการดูแลผู้สูงอายุในแต่ละคน

วัดสำคัญในอำเภอบางบ่อ วัดบางพลีน้อย

เป็นวัดที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีของชาวจังหวัดสมุทรปราการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอีกด้วย

จุดเด่นของ https://th.wikipedia.org/wiki/วัดบางพลีน้อย วัดบางพลีน้อย ก็คือ ประชาชนที่อยู่ในละแวกนี้จะมีการนำวัตถุโบราณที่มีค่ามาบริจาคและรวบรวมไว้ที่วัดนี้ เพื่อที่จะได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อรวบรวมจัดเก็บวัตถุโบราณ, พระพุทธรูปในสมัยต่างๆ, สมุดข่อยและหนังสือโบราณ ซึ่งทั้งหมดนี้จะอยู่ในความดูแลของสภาวัฒนธรรมตำบล และสภาวัฒนธรรมอำเภอบางบ่อ และได้ทำการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2542

ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีโบราณวัตถุต่างๆ ล้วนแต่เป็นของเก่าแก่ที่หลวงพ่ออนันต์ซึ่งเป็นเจ้าอาวาส เก็บสะสมสืบทอดต่อกันมาเป็นระยะเวลานาน และที่สำคัญของแต่ละชิ้นจะถูกซ่อมแซมให้มีสภาพดีเหมือนเดิม อาทิเช่น

- พระพุทธรูป เก่าแก่โบราณรุ่นหายากมากมาย อาทิเช่น รูปหลวงพ่อโสธร, หลวงพ่อฉิม, พระพุทธรูปปางไสยาสน์, หลวงพ่อพระครูแถบ

- ตะเกียงเจ้าพายุ ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีมากมายหลายแบบแตกต่างกันไปตามแต่ละยุคแต่ละสมัย ซึ่งเป็นของหายากมากแล้วในปัจจุบัน

- นาฬิกาโบราณ ประกอบด้วย นาฬิกาเก่าแก่ที่ไม่มีผลิตแล้วในสมัยนี้ ซึ่งบางเรือนเจ้าอาวาสซื้อมาแล้วซ่อมแซมจนใช้งานได้ตามปกติ และบางเรือนชาวบ้านที่มีจิตเมตตาร่วมกันบริจาคให้แก่วัด เพื่อให้วัดเก็บรักษาไว้เป็นอนุสรณ์และได้มีไว้ให้เด็กรุ่นหลังได้ชื่นชม

- บาตรพระ เป็นบาตรที่มีอายุเก่าแก่และหาได้ยากอีกเช่นกัน

ปัจจุบันทางวัดได้จัดแสดงโบราณวัตถุเป็นสัดส่วนและมีโครงการจัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์เป็นรูปพญาวานร ซึ่งจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับพญาวานรหรือลิง สายพันธุ์ต่างๆ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับวัตถุมงคลของวัดที่จัดสร้างขึ้น โดยในบรรดาเครื่องรางของขลังนั้นจะมีอยู่ชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า ลิงแกะ หรือ หนุมานแกะ ซึ่งเป็นที่นิยมเช่าไปบูชาเป็นอย่างมาก



ดูแลผู้สูงอายุอย่างไรให้อายุยืนยาว

ดูแลผู้สูงอายุอย่างไรให้อายุยืนยาว

เมื่ออายุมากขึ้น ผู้สูงอายุมักรู้สึกเหนื่อยง่ายและเคลื่อนไหวได้ช้าลง อาการเหล่านี้เป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นได้กับผู้สูงอายุทุกคน โดยผู้สูงอายุจะรู้สึกอ่อนแรง เหนื่อย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ บุคคลในครอบครัว ที่จะให้การดูแลอย่างใกล้ชิดกับผู้สูงอายุ โดยวิธีดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุจะมีการดูแลในหลายปัจจัย ดังต่อไปนี้

- ดูแลสุขภาพจิต เพราะจิตใจที่มีความสุขมีผลต่อสุขภาพร่างกายของผู้สูงอายุอย่างแน่นอน หากไม่ได้เจอหน้ากัน อย่างน้อยควรมีการพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอ เช่น การพูดคุยทางโทรศัพท์ หรือการพูดคุยแบบเห็นหน้ากัน เช่น Video Call คุยกัน หรืออาจจะสอนให้ผู้สูงอายุใช้งานอินเทอร์เน็ต และ Social Media เพื่อให้ท่านได้ติดต่อสื่อสารกับญาติพี่น้องหรือแม้กระทั่งเพื่อนฝูงในวัยเดียวกัน ช่วยให้ลดความเครียดและความเหงาได้อีกทางหนึ่งด้วย

- ดูแลสมอง ผู้สูงอายุควรได้รับที่มีประโยชน์และสารอาหารครบถ้วน แต่อย่างไรก็ตามควรเป็นอาหารที่ช่วยรักษาน้ำหนักของผู้สูงอายุด้วย โดยอาจมีการทำกิจกรรมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพที่ดี และการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก็จะช่วยให้สมองได้ผ่อนคลายด้วย

- ดูแลสุขภาพเท้า โดยการทาครีมบำรุงเท้า เพื่อลดอาการหยาบกร้านของผิวหนังเพราะผู้สูงอายุจะมีผิวที่แห้งและเกิดอาการคันได้ง่าย ดังนั้นจึงควรทาครีมอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดปัญหานี้ รวมไปถึงรองเท้าของผู้สูงอายุก็เช่นกัน ควรเป็นรองเท้าที่ทำจากวัสดุหนังแบบนุ่มหรือมีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งจะช่วยให้เกิดความสบายและคล่องตัวในการเดินมากยิ่งขึ้น

- ดูแลสุขภาพดวงตา ลูกหลานควรพาผู้สูงอายุไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้งเป็นอย่างต่ำ เพื่อตัดแว่นสายตาที่เหมาะสม รวมทั้งตรวจดูว่าผู้สูงอายุมีปัญหาสุขภาพตาหรือไม่ รวมทั้งไม่สูบบุหรี่เมื่ออยู่ใกล้ผู้สูงอายุ เนื่องจากจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดจอตาเสื่อมหรือต้อกระจกได้



วัดปีกกา

วัดปีกกา หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า วัดปานประสิทธาราม ตั้งอยู่ระหว่างรอยต่อของสองจังหวัดคือ จังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดสมุทรปราการ โดยตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 16 ไร่ วัดปานประสิทธาราม จัดตั้งขึ้นโดย นายเชย ขุนเจ๋ง และนายซัง มีซัง เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2475 ชื่อเดิมที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากคือ วัดปีกกา ต่อมาเปลี่ยนเป็น วัดปานประสิทธาราม เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2499 เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่หลวงพ่อปานซึ่งได้เดินธุดงค์มาปักกลดที่นี่และทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก วัดปีกกา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 และได้มีการเปิดสอนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เมื่อปีพ.ศ. 2478 และยังมีศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด เมื่อปี พ.ศ. 2546

จุดเด่นของ วัดปีกกา คือ รูปปั้นหลวงพ่อปานองค์ใหญ่และตลาดน้ำวัดปีกกา โดยภายในบริเวณริมคลอง จะมีการก่อสร้างเพิงสำหรับให้ประชาชนในพื้นที่ได้เข้าจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านให้กับนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

ตลาดน้ำปีกกาเป็นตลาดน้ำเล็กๆ ที่มีความอบอุ่นและทำให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบชุมชนพื้นบ้านอย่างแท้จริง โดยร้านค้าในตลาดส่วนใหญ่นั้นก็เป็นคนในพื้นที่ชุมชน ที่มาค้าขายของกินของใช้ในราคาย่อมเยา แถมยังราคาไม่แพงอีกด้วย ที่สำคัญตลาดที่นี่จะใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากมีการจำหน่ายอาหารพื้นบ้านแล้ว ยังมีมุมต่างๆ สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนหย่อนใจ หรือถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

ที่ตั้ง ตลาดน้ำปีกกา ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เปิดให้บริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์