ดูแลเด็ก ใน บางซื่อ, กรุงเทพมหานคร

ดูแลเด็ก ใน บางซื่อ, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

	ปรีชญา ขัดเรือน
ปรีชญา ขัดเรือน
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

ใจเย็น รักเด็ก มีความอดทนสูง สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ยิ้มแย้มแจ่มใจ เสริมสร้างพัฒนาการเด็กตามช่วงวัยได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
Pavana Suntudchaiyo
Pavana Suntudchaiyo
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 58 ปี

I am in good health, kind and responsible, polite and gentle. สุภาพ สุขภาพแข็งแรง พูดเพราะ มีความรับผิดชอบ

แสดงเพิ่มเติม
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 39 ปี

ใส่ใจดูแลเหมือนลูกเจ้าของเองใจเย็น ดูแลได้ตลอด

แสดงเพิ่มเติม
ศิริวิมล ทรงศิริ
ศิริวิมล ทรงศิริ
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 43 ปี

ที่บ้านมีห้องแอร์สถานที่ให้วิ่งเล่น เรียนได้เกรดเฉลี่ยอยู่ที่ 3.40 เรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า มีประสบการณ์ดูแลหลานๆของตนเองหลายคน มากกว่า5คน ตั้งแต่อายุ 1 ขวบ ถึง 15 ปี

แสดงเพิ่มเติม
วิไล นันต๊ะภาพ
วิไล นันต๊ะภาพ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 48 ปี
ฉันทนา สิทธิ
ฉันทนา สิทธิ
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 46 ปี

เป็นคนง่ายๆรักเด็กใจเย็นไม่เคยโกรธหรือโมโหอะไรง่ายๆนอนน้อยทําได้หมดแต่ไม่ชอบจู้จี้

แสดงเพิ่มเติม

มีความอดทน ขยัน รักความสะอาด ใจเย็น

แสดงเพิ่มเติม
อารตี อับดลราหมาน
อารตี อับดลราหมาน
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 27 ปี
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 43 ปี
กัญญาภัทร บุตรพรม
กัญญาภัทร บุตรพรม
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

สวัสดีค่ะ ชือ ภัทรค่ะ อายุ 52 ถนัดดูแลเด็กแรกคลอด คุณแม่หลังคลอดค่ะ นวดเด็กแรกเล็กได้ ช้วยให้เด็ก อารมณ์ดีไม่งอแง ช่วยระบบขับถ่าย เลือดลมไหลเวียนดี ร่างกายแข็งแรง.นวดประคบสมุนไพร คุณแม่หลังคลอดช่วยในการอยู่ไฟสมัยโบราณ ทำให้มดลูกเข้าอู่ไว้ ร่างกายแข็งแรง รับงานได้ทั้งในและต่างประเทศค่ะ รับดูแลทั้งคนไทยและต่างชาติ

แสดงเพิ่มเติม
อานนท์ ทองแสง
อานนท์ ทองแสง
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 31 ปี

ผมเป็นคนสุภาพ เรียบร้อย ไม่ยุ่งอบายมุข ไม่พูดคำหยาบ ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย ทำได้ทุกอย่างครับ สอนได้ทุกวิชา ค่าจ้างเป็นต่อชั่วโมงหรือให้เป็นรายเดือนก็ได้ครับ

แสดงเพิ่มเติม
นันทกานต์ ชำนาญกิจ
นันทกานต์ ชำนาญกิจ
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 38 ปี

ดูแลแบบไป-กลับนะคะ

แสดงเพิ่มเติม
Piyatida Dumluck
Piyatida Dumluck
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 40 ปี
ทิพวรรณ์ ราศรี
ทิพวรรณ์ ราศรี
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 28 ปี

เป็นคนอัธยาศัยดีค่ะ ใจเย็นค่ะชอบเล่นกับเด็ก ส่งเสริมพัฒนาการของน้องได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
วริวรรณ อยู่ไพร
วริวรรณ อยู่ไพร
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 37 ปี

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

ดิฉันเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ ทำงานทุกวัน ไม่มีเวลาดูแลลูก บางครั้งต้องเอาไปฝากญาติ ๆ แต่ตอนนี้เลยตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงเด็กของทางใส่ใจ ตอนแรกก็ไม่รู้เลยค่ะว่ามีขั้นตอนในการจ้างพี่เลี้ยงเด็กอย่างไรบ้าง เลยติดต่อเบอร์ของทางใส่ใจไป อยากจะบอกว่าประทับใจการให้บริการมาก ๆ ค่ะ ทางใส่ใจให้ข้อมูลทุกอย่างครบถ้วนตามที่เราต้องการอยากทราบ ประทับใจจริง ๆ ค่ะ
Saijai
ปารีณา ภักดีดำรงค์ศักดิ์
5 ปีที่แล้ว
บ้านอยู่แถว สุขุมวิท71 ลองใช้เว็บใส่ใจครั้งแรก เพราะเพื่อนๆ แนะนำมา อยากได้พี่เลี้ยงเด็ก มองหามาหลายที่ ที่นี่รายละเอียดครบ ราคาชัดเจน โทรปรึกษาพนักงานก็อธิบายเข้าใจง่ายมาก สะดวกสบาย ง่ายกว่า search หาเองใน Google ชอบมากๆ ค่ะ
Saijai
นงคราญ แซ่ตั้ง
5 ปีที่แล้ว
เป็นครั้งแรกที่เลือกใช้บริการพี่เลี้ยงเด็กในเว็บใส่ใจ ตอนแรกคิดว่าจะยุ่งยากในจอง แต่พอเข้าไปในเว็บไซต์ เว็บไซต์ใช้งานง่ายมาก ๆ มีความสะดวกในการใช้งาน อีกทั้งยังมี Guideline ให้อีกด้วย และขั้นตอนการนัดสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเพราะมีตัวเลือกให้เลือกด้วยว่าเราสะดวกสัมภาษณ์ทางไหน เหมาะแก่คนที่ไม่มีเวลาอย่างเราจริง ๆ
Saijai
สุริยา ดำรงรักษ์
5 ปีที่แล้ว
อยู่ ๆ พี่เลี้ยงคนเก่าลาออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้าต้องรีบหาพี่เลี้ยงใหม่แบบเร่งด่วน ไม่รู้จะทำยังไง บังเอิญมาเจอเว็บใส่ใจ หาพี่เลี้ยงคนใหม่ได้ง่ายมาก ๆ แถมได้คนดี มีประสบการณ์ ทำงานคล่อง เยี่ยมเลยค่ะ ประทับใจสุด ที่สำคัญคุณแม่สบายใจได้คนมาทำงานทันที
Saijai
ภัทรา กิจบำรุง
5 ปีที่แล้ว
เมื่อก่อนไม่กล้าจ้างพี่เลี้ยงเด็ก แต่ลองจ้างผ่านทางใส่ใจดู พี่เลี้ยงทำงานได้น่าพอใจมาก ๆ พูดเพราะมาก จนลูกเราติดคำพูดเลยค่ะ ราคาก็ที่ไม่สูงเกินไป จับต้องได้สำหรับคนที่มีรายได้ไม่เยอะอย่ามากต่อเดือน คุณแม่คนไหนอยากหาพี่เลี้ยงเด็ก แนะนำเลยค่ะ
Saijai
ชื่นนภา วัฒนพันธ์
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลเด็ก

หากคุณพ่อคุณแม่ต้องทำงานนอกบ้านและไม่มีเวลาเลี้ยงลูกเอง ลองเปรียบเทียบกันระหว่างส่งลูกไปเนอสเซอรี่และจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลลูกที่บ้าน อะไรจะตรงใจคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด
บริการรับเลี้ยงเด็กในปัจจุบันมีหลายทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นพี่เลี้ยงเด็ก หรือเนอสเซอรี่ เรามาดูข้อดีข้อเสียกันเลยค่ะ

ข้อดีของพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านมีดังนี้

1) พี่เลี้ยงสามารถดูแลลูกน้อยของคุณได้อย่างใกล้ชิด ลูกของคุณจะได้รับความเอาใจใส่ที่ส่งผลต่อพัฒนาการเด็กทางด้านอารมณ์
2) พี่เลี้ยงสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กผ่านการทำกิจกรรมต่าง
3) พ่อแม่ประหยัดเวลามากขึ้น หากจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลที่บ้าน
4) เด็กจะไม่ป่วยบ่อย เนื่องจากเด็กจะอยู่ในบ้านของตนเอง

ข้อดีของเนอสเซอรี่

1) เด็ก ๆ จะรู้จักการเข้าสังคม
2) เนอสเซอรี่มีบริเวณกว้างเพื่อให้เด็กได้ทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ
3) เด็กจะได้ฝึกดูแลตัวเอง เพราะครูพี่เลี้ยงไม่ได้ดูแลเด็กแบบใกล้ชิด

ข้อเสียของพี่เลี้ยง

1) ค่าใช้จ่ายอาจจะสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเข้าศูนย์เนอสเซอรี่
2) เด็กอาจจะติดพี่เลี้ยงเกินไป
3) ลดความเป็นส่วนตัวของครอบครัว

ข้อเสียของเนอสเซอรี่

1) เด็กป่วยบ่อยเพราะมีภูมิคุ้มกันที่น้อยเนื่องจากอยู่กับเด็กหลายคน
2) ลูกจะไม่ได้รับการดูแลใกล้ชิดแบบตัวต่อตัวอาจส่งผลถึงอารมณ์ของเด็กได้
3) เด็กจะอยู่ห่างไกลจากพ่อแม่

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาบริการพี่เลี้ยงเด็ก ใส่ใจมีบริการพี่เลี้ยงมืออาชีพที่พร้อมจะให้บริการคุณค่ะ
คุณสมบัติอะไรบ้างที่พี่เลี้ยงเด็กควรมี
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงเด็กส่วนตัว ใส่ใจขอแนะนำให้คุณพ่อคุณมองหาคุณสมบัติและทักษะเหล่านี้ในตัวพี่เลี้ยงเด็กเพื่อให้ได้คนที่ตรงใจที่สุดค่ะ

1. ความอดทน พี่เลี้ยงเด็กต้องมีเข้าใจในธรรมชาติและอดทนต่อพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนที่แตกต่างกัน
2. ทักษะการต่อรอง พี่เลี้ยงเด็กต้องมีเทคนิคในการเจรจาสื่อสารเพื่อโน้มน้าวให้เด็กเชื่อฟังโดยไม่ใช้การบังคับ
3. ทักษะแก้ปัญหา พี่เลี้ยงเด็กต้องมีความสามารถในการจัดการและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องรายงานคุณพ่อคุณแม่หากไม่ใช่เรื่องร้ายแรง
4. ความคิดสร้างสรรค์ พี่เลี้ยงเด็กควรมีความคิดสร้างสรรค์ หากิจกรรมที่เหมาะสำหรับเด็กในแต่ละช่วงวัยเพื่อให้เด็กได้เล่นเพลิดเพลินและฝึกช่วยเหลือตัวเอง
5. ตรงต่อเวลา พี่เลี้ยงเด็กต้องเป็นคนที่ตรงต่อเวลาและมีความรับผิดชอบในงานของตัวเอง คือต้องมาทำงานและเลิกงานตามเวลาที่ตกลงไว้กับคุณพ่อคุณแม่ หากมีเหตุสุดวิสัยทำให้มาสายควรแจ้งให้คุณพ่อคุณแม่ทราบโดยเร็วที่สุด
6. สุขภาพดี พี่เลี้ยงต้องเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงและดูแลตัวเองทั้งเสื้อผ้า หน้า ผมให้สะอาดอยู่เสมอ
7. วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรืออุบัติเหตุ พี่เลี้ยงต้องมีความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และสามารถช่วยเหลือเด็กได้ทันที
อะไรที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่คลายความกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ลูก ๆ อยู่กับพี่เลี้ยงตามลำพัง
เมื่อคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลลูก ๆ ของคุณ ความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจ คุณพ่อคุณแม่มีวิธีการใดบ้างที่จะหาพี่เลี้ยงที่วางใจได้ ใส่ใจมีวิธีการที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รู้จักตัวตนของพี่เลี้ยงเด็กมากขึ้น

1. ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีหากครอบครัวหรือเพื่อนของคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้แนะนำพี่เลี้ยงเด็กที่พวกเขารู้จัก อย่างน้อยก็มีคนรับรองพวกเขาได้ แต่สิ่งสำคัญก็คือต้องทำการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กและตรวจสอบประวัติของคุณเองเพื่อให้แน่ใจว่าเชื่อถือได้มากที่สุด
2. สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มองหาพี่เลี้ยงจากสื่อออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย (Social Media) เช่น เฟสบุ๊ค หรือไลน์ มองหาพี่เลี้ยงเด็กที่มีรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการก่อนหน้า ใช้เวลาอ่านและศึกษารีวิวเหล่านั้น
3. เชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง เมื่อคุณพ่อคุณแม่มีโอกาสสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงาน หากมีสัญญาณที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกไม่สบายใจ เช่น พี่เลี้ยงเด็กดูเป็นคนไม่กระตือรือร้น หรือไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส จงเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองที่ชี้ว่าคนคนนี้ไม่เหมาะสมกับงาน
4. ตรวจสอบประวัติ คุณพ่อคุณแม่อาจร้องขอให้พี่เลี้ยงตรวจสอบประวัติอาชญากรรมกับกองทะเบียนประวัติอาชญากร( http://www.criminal.police.go.th/ ) เพื่อให้แน่ใจว่าพี่เลี้ยงเด็กไม่มีประวัติกระทำผิดกฎหมายทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือและช่วยในการตัดสินใจ
ในวันสัมภาษณ์พ่อแม่ควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงเด็ก
ขั้นตอนของการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่แค่คุณจะได้ทำความรู้จักกับพี่เลี้ยงที่คุณจะจ้าง แต่ในขั้นตอนนี้คุณต้องทำการตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงาน ดังนั้นวันนี้ใส่ใจมีข้อแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังจะสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กและพูดคุยถึงข้อตกลงที่สำคัญมีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ

1) ขอบเขตหน้าที่ที่คุณต้องการให้พี่เลี้ยงทำ เช่น ช่วยเลี้ยงลูกคุณขณะคุณไม่อยู่บ้าน ช่วยเตรียมกับข้าวให้ลูกน้อยรับประทานในแต่ละมื้อ ช่วยสอนการบ้านหากพี่เลี้ยงมีความสามารถ
2) วันและเวลาการทำงาน ในวันที่สัมภาษณ์คุณและพี่เลี้ยงจะต้องตกลงเรื่องวันเวลาการทำงานให้อย่างชัดเจน และคุณควรจะมีวันหยุดให้พี่เลี้ยงตาม กฎหมายกระทรวงแรงงาน นายจ้างต้องให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ และวันพักร้อน ได้ 6 วัน ต่อ ปี และต้องหยุดตามประเพณี ปีละไม่น้อยกว่า 13 วัน
3) ค่าจ้าง คุณจะต้องตกลงเรื่องค่าจ้างกับพี่เลี้ยงให้ชัดเจน หากพี่เลี้ยงปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี คุณควรที่จะเพิ่มเงินเดือนให้ตามความเหมาะสม ในกรณีที่พี่เลี้ยงเด็กทำงานในวันหยุดนายจ้างต้องจ่ายเงินค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน
4) ข้อตกลงในการอาศัยอยู่ในบ้าน หากคุณมีกฎระเบียบที่ต้องการให้พี่เลี้ยงเด็กปฏิบัติตามกฎที่คุณตั้งไว้ คุณต้องแจ้งให้พี่เลี้ยงเด็กรับทราบก่อนเริ่มงานเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
5) ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่ไม่อยากให้ลูกติดโทรศัพท์ คุณควรแจ้งให้พี่เลี้ยงทราบ และควรกำชับพี่เลี้ยงว่าไม่ให้ลูกของคุณเล่นโทรศัพท์ขณะที่คุณไม่อยู่ เพราะเด็กอาจได้รับผลกระทบจากการเล่นโทรศัพท์นานเกินไปจนส่งผลให้เกิดภาวะสมาธิสั้นและส่งผลกับสายตา ดังนั้นพี่เลี้ยงจะต้องหากิจกรรมที่ให้เด็กได้พัฒนาตนเองมากกว่าการเล่นโทรศัพท์มือถือ

ทำความรู้จักเขตบางซื่อ

พูดถึงบางซื่อหลายคนคงนึกภาพสถานีรถไฟที่เป็นแค่จุดแวะพักสำหรับต่อรถ แต่ปัจจุบันนี้บางซื่อไม่ใช่สถานที่เดิมที่เคยรู้จัก แต่กลายเป็นศูนย์กลางทางด้านการเดินทาง เป็นทำเลที่มีศักยภาพรองรับการเติบโตของเมืองใหญ่ พร้อมไปด้วยโครงข่ายคมนาคมแห่งอนาคตและพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางการเดินทางที่เชื่อมโยงรถไฟฟ้าสำคัญถึง 5 สาย รายล้อมไปด้วยที่เที่ยว ร้านอาหาร แต่ยังคงอารยธรรมวิถีชีวิตแบบเดิมไว้ให้ได้เรียนรู้ เรามาทำความรู้จัก บางซื่อกันว่าย่านนี้จากอดีตจนถึงวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง โดยในอดีตพื้นที่ส่วนใหญ่บริเวณนี้เป็นสวนผลไม้มีการจับจองที่ดินทำกินและเป็นที่อยู่อาศัยมาอย่างยาวนาน ในยุคถัดมามีความเป็นสวนลดน้อยลง บริเวณที่อยู่ติดถนนสายหลักกลายเป็นอาคารพาณิชย์เพื่อการค้า พื้นที่ในตรอกซอยเปลี่ยนเป็นอาคารบ้านเรือนทำให้มีความเป็นชุมชนที่หนาแน่นขึ้น ซึ่งเขตบางซื่อตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาหรือฝั่งพระนคร มีอาณาเขตทิศเหนือติดกับอำเภอเมืองนนทบุรี ทิศตะวันออกติดกับเขตจตุจักร ทิศใต้ติดกับเขตพญาไทและเขตดุสิต ส่วนทิศตะวันตกติดกับเขตบางพลัดและอำเภอบางกรวยจังหวัดนนทบุรี โดยที่มาของชื่อบางซื่อคือ “บาง” หมายถึงทางน้ำเล็กๆ ในภาษามอญโบราณ “ซื่อ” คือทางตรง บางซื่อก็น่าจะหมายถึงแนวคลอง ที่ไหลผ่านระยะนี้ในลักษณะค่อนข้างตรง และจากนิทานที่เล่ากันเกี่ยวกับบริเวณนี้ คือครั้งที่พระเจ้าอู่ทองให้นำทองที่บรรทุกมาไปซ่อนบริเวณบางซ่อน ต่อมาเมื่อมีคนถามคนในบริเวณนั้นก็บอกที่ซ่อนทองให้ คนทั้งหลายจึงเห็นว่าคนเหล่านั้นมีความซื่อสัตย์จึงเรียกบริเวณนี้ว่า “บางซื่อ” นอกจากนี้ ชื่อบางซื่อถือเป็นชื่อที่ปรากฏในนิราศพระบาท ของสุนทรภู่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 อย่างไรก็ตามบางซื่อได้กลายเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากมาย รวมถึงประชากรที่หนาแน่น และยังเป็นHubด้านการคมนาคมเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนหลักทั้งMRT/ BTS ทางด่วน 2 เส้น รถเมล์สาธารณะอีก 4 สายและเรือสาธารณะ 3



"สถานีกลางบางซื่อ" ชุมทางรถไฟขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน

“ถึงบางซื่อชื่อบางนี้สุจริต” หลายคนคงคุ้นหูวรรคนี้จากนิราศพระบาท ที่สุนทรภู่ประพันธ์ขึ้นเมื่อครั้งเดินทางไปย่านบางซื่อ ดังเช่นในอดีตที่ผู้คนสัญจรทางเรือผ่านแม่น้ำลำคลอง ปัจจุบันเราสามารถทะลุซอกซอยไปตามท้องถนนต่างๆ การสัญจรที่เจริญอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟทั้งบนดิน ใต้ดิน ซึ่งบางซื่อเป็นศูนย์กลางการคมนาคมในพื้นที่ที่สำคัญ สำหรับใครที่ผ่านไปมาแถวหลังสวนจตุจักรหรือขับรถบนทางด่วนผ่านแถวบางซื่อจะต้องเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่บริเวณดังกล่าว จากเดิมที่เป็น “สถานีรถไฟบางซื่อ” สถานีรถไฟขนาดย่อมให้บริการรถไฟสายทางไกล ผ่านมาจากสายเหนือและสายใต้ ปัจจุบันนี้สถานีบางซื่อเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ผ่านกระบวนการก่อสร้างมากกว่า 10 ปี สถานีรถไฟแบบเก่าได้หายไปและแทนที่ด้วยความใหญ่โตของสถานีบางซื่อแห่งใหม่ ที่มีอาคารใหญ่ สูงกว่า 4 ชั้น ขนานไปกับทางด่วนและหากมองลงมาเบื้องล่าง ก็จะเห็นสถาปัตยกรรมที่ออกแบบอย่างสวยงาม มาพร้อมทั้งส่วนโรงซ่อมรถไฟ พร้อมชื่อใหม่ว่า “สถานีกลางบางซื่อ (Bang Sue Grand Station)” ที่มาพร้อมความอลังการงานสร้าง ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางระบบรางใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งจะเป็นสถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ของประเทศไทยที่รวมรถไฟทุกๆ ระบบ ทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางไกล สายเหนือ อีสาน ใต้ ตะวันออก ตะวันตก รถไฟสายสีแดง แอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์และยังเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้ามหานครอีกด้วย หรือกล่าวได้ว่าสถานีแห่งนี้คือสถานีหัวลำโพง ที่ย้ายการให้บริการมาที่สถานีบางซื่อเพราะปัจจุบันหัวลำโพงค่อนข้างคับแคบ ตั้งอยู่กลางเมือง ที่ขยับขยายไม่ได้ อีกทั้งยังเป็นโบราณสถานที่อยู่ในเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน เมื่อรถไฟเข้ามาในหัวลำโพงจะทำให้การจราจรในเขตเมืองติดหนัก เนื่องจากมีจุดตัดรถไฟมาก จึงทำให้หัวลำโพงย้ายออกมาอยู่ที่สถานีรถไฟบางซื่อแทน จนกลายมาเป็นสถานีบางซื่อในปัจจุบัน โดยพร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2564 ภายใต้พื้นที่กว่า 120 ไร่



ปัญหาเด็กติดจอและวิธีแก้

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์ต่างๆ ที่แทบจะกลายเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งในร่างกายของเราไปแล้ว สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์ที่พ่อแม่สามารถใช้ช่วยในการเลี้ยงลูกได้ ได้แก่ การใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร หรือใช้เป็นสื่อในการสอน เช่น วิดีโอนิทานจากยูทูป เพลงหัดอ่าน หรือเกมส์สำหรับหัดเขียน หรือท่องคำศัพท์ แต่ถ้าใช้บ่อยหรือใช้เป็นเวลานานเกินไป อาจทำให้ลูกติดโทรศัพท์มือถือจนลืมสนใจสิ่งรอบข้าง จนเสี่ยงต่ออาการสมาธิสั้น ทั้งยังส่งผลเสียต่อดวงตาและ สมองอีกด้วย

ในฐานะพ่อแม่ต้องเข้าใจถึงผลลัพธ์ที่ตามมาของการเสพสื่อเหล่านี้และต้องรู้วิธีการจัดการเมื่อลูกใช้เวลากับหน้าจอจนเกินขอบเขต

1. ทำความเข้าใจว่าปัจจุบันนี้การเลี่ยงหน้าจอเป็นไปได้ยากมาก ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็เข้าข่ายติดสมาร์ตโฟนกันทั้งนั้น เพราะเจ้าสมาร์ตโฟนเครื่องนี้ ได้รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว รวดเร็ว สะดวก ให้ความบันเทิง ใช้ทำงาน ใช้เล่นเกมได้ สำหรับเด็กเองก็มีแอพพลิเคชันหรือสื่อการสอนที่ผ่านหน้าจอมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ตอนอายุยังน้อยมากอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ แต่เมื่อถึงวัยหนึ่ง อาจจะต้องใช้สมาร์ตโฟนในการทำการบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูล ใช้โซเชียลมีเดียต่างๆติดต่อสื่อสาร เพราะในยุคนี้และในอนาคตคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่ใช้หน้าจอ ซึ่งเราต้องสอนลูกว่าจะอยู่กับตัวนี้อย่างไรเพื่อให้เป็นประโยชน์มากกว่าให้โทษ

2. อย่าปล่อยให้ลูกเล่นมือถือเพียงลำพัง ผู้ปกครองส่วนใหญ่เวลาให้ลูกเล่นสมาร์ตโฟนคิดแต่จะให้ลูกเล่นเพื่อให้ลูกอยู่นิ่ง ไม่กวนการทำงาน หรือให้ลูกหยุดร้องไห้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ไม่ถูกต้อง ผู้ปกครองควรสอดส่องดูแล อยู่กับลูกเวลาลูกเล่น คอยดูว่าเค้าเล่นอะไรเหมาะสมไหม และให้คำแนะนำพร้อมอธิบายระหว่างลูกเล่นด้วย เพื่อเป็นการเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ไปในตัว เพราะเด็กเล็กยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนควรทำหรือไม่ควรทำและป้องกันพฤติกรรมการเลียนแบบที่อาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้

3. กำหนดระยะเวลาที่แน่นอน ก่อนอื่นต้องหาความรู้และมีข้อมูลว่าเด็กแต่ละวัยควรจะอยู่กับหน้าจอได้นานแค่ไหน เพื่อที่จะสามารถกำหนดเวลาที่เหมาะสมให้กับลูกเราได้ เช่นเด็ก 2 ขวบ ไม่ควรอยู่กับหน้าจอเกินวันละครึ่งชั่วโมง ผู้ปกครองควรจัดสรรเวลา จำนวนครั้งในแต่ละวันโดยจะต้องมีการตกลงกัน หาหมดเวลาสำหรับการเล่น บอกให้เลิกก็คือต้องเลิกและคอยเตือนเมื่อใกล้หมดเวลาเค้าจะได้รู้ตัวว่าใกล้ถึงเวลาต้องเลิกแล้ว

4. ใช้เวลาอยู่กับลูก หากิจกรรมอื่นทำ สิ่งที่ดีที่สุดคือช่วยลูกทำกิจกรรมอย่างอื่นที่สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมร่วมกันทั้งในบ้านและนอกบ้าน ให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กแต่ละวัย แม้ว่าผู้ปกครองอาจจะเหนื่อยแต่คุ้มค่าในระยะยาว หรือลองสังเกตจากเกมที่ลูกเล่นและหากิจกรรมใกล้เคียงกับเกมมาเล่นเพื่อทดแทนให้ลูกและสายตาจากจอออกมาสนใจโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น