ดูแลเด็ก ใน บางซื่อ, กรุงเทพมหานคร

ดูแลเด็ก ใน บางซื่อ, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่
Narumon
Narumon
Saijai ค่าบริการ ฿900 - 1,500/วัน
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

จบหลักสูตร NA ฝึกงานที่โรงพยาบาลสุขุมวิทหลักสูตรดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิดและผู้สูงอายุเป็นผู้ช่วยเหลือคนไข้ เคยดูแลเด็กตามบ้านผู้ว่าจ้างและเลี้ยงที่บ้านตัวเอง

แสดงเพิ่มเติม
Nisachon Chuaykhun
Nisachon Chuaykhun
Saijai ค่าบริการ ฿400/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

1.ชื่อ-นามสกุล (ไทย) : นิศาชล ช่วยขุน(อังกฤษ) : nisachon chuaykhunสถานะ : โสด2.อายุ : 31 3.ตำแหน่งงานที่สมัคร : ครูผู้ช่วย พี่เลี้ยงเด็กส่วนสูง : 165 ซ.มน้ำหนัก : 44ก.ก.ไม่มีรอยสักไม่ใส่เหล็กดัดฟันไม่สูบบุหรี่กินเหล้านิสัยส่วนตัว ใจดีมีเมตตาชอบเด็กๆเป็นอย่างมาก เรียบร้อย พูดเพราะไม่พูดคำหยาบ ชอบดูแลคนอื่น ชอบให้คำปรึกษา ชอบให้แรงจูงใจให้ความรักพร้อมความรู้พร้อมกัน ชีวิตและการทำงานทุกทางผูกพันธ์กับเด็ก เป็นพี่สาวคนโตเลี้ยงๆน้องที่บ้านเกิด ขยันชอบเอนเตอร์เทรน ประวิติการทำงานสายอีเว้นท์ช่วงว่างงานหรือวันหยุด-MC โฟนของเล่นเด็ก บ.คิดส์โด-MC โฟนงานวัคซีน ม.ไทย-ญี่ปุ่น- Staff แจกใบปลิว งานโบกป้าย เอกตร้า-ครูสอนเสริม สอนการบ้านบ้านเด็กกำพร้างานประจำที่เคยผ่าน-ฝึกงาน สถาบันคอม ม.ราม-พี่เลี้ยงสถานสงเคราะห์ บ.มหาเมฆ กรมเด็ก-ปัจจุบัน ครูผู้ช่วยโรงเรียนเด็กก่อนเรียนรามคำแหง 7.ระดับการศึกษา :ป.ตรี คณะมนุษยศาสตร์ ม.รามคำแหง8.ความสามารถพิเศษ : ร้องเพลงลูกทุ่ง โฟนMC เต้น นำกิจกรรมเอนเตอร์เทน9.สื่อสารภาษาอังกฤษ : พอได้บ้าง10.รอยสัก : ไม่มี11. ที่อยู่ : รามคำแหงมหาดไทย12. สถานะการฉีดวัคซีนโควิด : ฉีดแล้ว2เข็ม

แสดงเพิ่มเติม
ศิตอร  ภูสุวรรณ
ศิตอร ภูสุวรรณ
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

มีประสบการณ์พี่เลี้ยงเด็ก เคยดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนอายุ 8 ขวบค่ะ ชงนม ป้อนข้าว อาบน้ำ ดูแลทั่วไปค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
สุนีย์  กอศรีสกุล
สุนีย์ กอศรีสกุล
Saijai ประสบการณ์ 2-3 ปี
Saijai อายุ 51 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

Hi my name is Sunee. I have an experince of babysitting for more than 2 years as well as raising my own kids. I was an exchange student and stay with a family in Canada in 1988. After graduated bechalor degree from Ramkhamhang University, I worked as a Thai Language Tutor for foreigners. I can communicate in English.

แสดงเพิ่มเติม
พิกุลทอง  รังวิจี
พิกุลทอง รังวิจี
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 51 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

มีประสบการณ์เป็นครูศูนย์ 8 ปี พี่เลี้ยงเสริมพัฒนาการเด็ก แถวๆ หมู่บ้าน ดูแลเด็ก 2 ขวบขึ้น

แสดงเพิ่มเติม
แจ่มจันทร์ พวงศรี
แจ่มจันทร์ พวงศรี
Saijai ค่าบริการ ฿1,200 - 1,500/วัน
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

จบ NA เคยทำงานที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ แผนกฉุกเฉินเด็กประสบการณ์พี่เลี้ยงเด็ก9 ปี

แสดงเพิ่มเติม
อาซียะห์  บินฮะเก็ต
อาซียะห์ บินฮะเก็ต
Saijai ค่าบริการ ฿1,200 - 1,500/วัน
Saijai ประสบการณ์ 4-5 ปี
Saijai อายุ 29 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

ฉีดวัคซีนครบ 3 เข็มแล้วค่ะ เป็นคนอัธยาศัยดี ร่าเริง ใจเย็น รักเด็ก พูดคุยและเสริมพัฒนาการเด็กได้ดี มีประสบการณ์เลี้ยงเด็กทั้งแรกเกิดและเด็กโต 5ปี ใส่ใจและมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และปรับตัวเข้ากับผู้คนได้ง่าย ซื่อสัตย์

แสดงเพิ่มเติม
ศุภลักษณ์ สติภา
ศุภลักษณ์ สติภา
Saijai ค่าบริการ ฿450 - 800/วัน
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี

สวัสดีดีคะฉันสามารถเลี้ยงเด็กได้คะฉันรักเด็กใส่ใจและเสริมพัฒนาการเด็กได้คะฉันร่าเริงยิ้มง่ายใส่ใจความสะอาดเกี่ยวกับตัวเองและเด็กหรือคนรอบข้างดิฉันมีความตั้งใจใส่ใจในการทำงานมากถ้าผลตอบแทนดีและเหมาะสมจะทำงานสุดความสามารถคะ

แสดงเพิ่มเติม
ผ่องพิศ ทรงขจร
ผ่องพิศ ทรงขจร
Saijai ค่าบริการ ฿300/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

สวัสดีค่ะ ชื่ออายย์ อายุ 31 ปี รับวัคซีนครบ2เข็มแล้วค่ะสะดวกเริ่มงานหลังวันที่ 1/11/64 ค่ะ รับเลี้ยงเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง10 ปี มี2 แบบ1. รับเลี้ยงที่คอนโดเราเอง คอนโดอยูรีเจ้นโฮม บางซ่อน เฟส 28 เรทราคาคุยกันได้ค่ะ ขอไม่เกิน 2 คน นะคะ2. ไป-กลับ สะดวกเดินทางระแวกใกล้บางซ่อน ดุสิต แต่ถ้าไกลกว่านั้นสะดวกแนวbts-mrt ทั้งหมด สะดวกเดินทาง โอทีวันหยุดตามตกลง โอทีเกินเวลางานไม่ขออะไรมาก ออกค่ารถแท็กซี่ให้ก็พอประสบการณ์เลี้ยงลูกตัวเองคะ เป็นsinglemom ตั้งแต่ลูกอายุได้7เดือน ตอนนี้ลูก 7 ปี ในระหว่างท้องก็ยังช่วยผู้ที่เดือดร้อนเลี้ยงลูกให้พวกเขา หรือแม้แต่ญาติพี่น้องเราก็ช่วย ช่วงปี54 เกิดน้ำท่วม ก็เป็นหัวหน้าจิตอาสาคอยดูแลเด็กเล็กจนถึงเด็กโดตในศูนย์พักพิงน้ำท่วม ก่อนหน้านี้ ดูแลน้องสาวพิการ เดินไม่ได้ และดูแลคุณยาป่วยติดเตียง ฟีสอาหารทางสายยาง จัดยา เช็ดตัว เช็ดอึ ฉี่ด้านภาษาจบป.ตรี สาขา IT สามารถพูด ฟังภาษาอังกฤษได้ สามารถสอนได้ แต่เน้นการออกสำเนียงและการใช้ในชีวิตประจำวัน สามารถฝึกด้านภาษากับเราได้ สามารถสอนเสริมสร้างพัฒนาการต่างๆได้(ปรกติกชอบหาสิ่งของหรือกิจกรรมสอนลูก ลูกไม่ติดโทรศัพท์ ไม่ติดการ์ตูน ชอบดูแต่คลิปเสริมความรู้ใน Youtube )เพิ่มเติมสามารถ ทำอาหารได้หลากหลาย ไทย ญี่ปุ่น ฝรั่ง เกาหลี เบเกอรี่ ปล. อาจไม่มีประสบการณ์ การรับจ้างกับนายจ้าง แต่มีประสบการณ์การเลี้ยงเด็กอย่างแน่นอน

แสดงเพิ่มเติม
ภาวิณี  พรมสี
ภาวิณี พรมสี
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี
Saijai อายุ 46 ปี

เป็นคนมีความรับผิดชอบและต้องใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย มีประสบการณ์ในการดูแลเด็กเล็ก อายุ 1 ปี 5 เดื่อน และ 2 ปี ได้รับวัคซีน 2 เข็มแล้วค่ะ

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

กรรชัย วงศ์พานิชญ์
1 ปีที่แล้ว
พี่เลี้ยงเด็กที่จ้างผ่านเว็บใส่ใจคือดีจริง ๆ พี่เลี้ยงเด็กมีประสบการณ์ในการเลี้ยงดูเด็กและเป็นคนที่ซื่อสัตย์มาก ทำให้คนเป็นแม่อย่างเราหายห่วงลูกเลยจริง ๆ หากใครที่กำลังมองหาพี่เลี้ยงเด็ก บริการของทางใส่ใจถือเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียวสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน
สุชาดา มิ่งมงคล
1 ปีที่แล้ว
ลาคลอดได้แค่ 3 เดือน ค่ะ ต้องกลับไปทำงานต่อ จะฝากลูกไว้กับยายก็กลัวแกจะดูไม่ไหว เลยลองหาพี่เลี้ยงจากเว็บใส่ใจดู ตอนแรกก็กังวลอยู่เหมือนกันค่ะ ไม่กล้าทิ้งลูกไว้กับพี่เลี้ยง แต่ก็วางใจอย่างนึงว่าพี่เลี้ยงมีประสบการณ์ ตอนนี้ทุกอย่างลงตัว โอเคมาก ๆ ค่ะ
นงคราญ แซ่ตั้ง
1 ปีที่แล้ว
บ้านอยู่แถว สุขุมวิท71 ลองใช้เว็บใส่ใจครั้งแรก เพราะเพื่อนๆ แนะนำมา อยากได้พี่เลี้ยงเด็ก มองหามาหลายที่ ที่นี่รายละเอียดครบ ราคาชัดเจน โทรปรึกษาพนักงานก็อธิบายเข้าใจง่ายมาก สะดวกสบาย ง่ายกว่า search หาเองใน Google ชอบมากๆ ค่ะ
ณัฐณิชา ทิวาสวัสดิ์
2 ปีที่แล้ว
ลองค้นหาบริการพี่เลี้ยงเด็กอยู่หลายที่ จนได้มาเจอเว็บใส่ใจ ลองเข้าไปดู รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างมีขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ให้เลือกพี่เลี้ยง ขั้นตอนนัดสัมภาษณ์ รายละเอียดและคำแนะนำต่าง ๆ พี่เลี้ยงที่ได้มาก็ตรงตามความต้องการสุด ๆ รู้สึกประทับใจมาก
ภัทรา กิจบำรุง
2 ปีที่แล้ว
อยู่ ๆ พี่เลี้ยงคนเก่าลาออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้าต้องรีบหาพี่เลี้ยงใหม่แบบเร่งด่วน ไม่รู้จะทำยังไง บังเอิญมาเจอเว็บใส่ใจ หาพี่เลี้ยงคนใหม่ได้ง่ายมาก ๆ แถมได้คนดี มีประสบการณ์ ทำงานคล่อง เยี่ยมเลยค่ะ ประทับใจสุด ที่สำคัญคุณแม่สบายใจได้คนมาทำงานทันที

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลเด็ก

พี่เลี้ยงเด็กส่วนตัวหรือเนอสเซอรี่ (Nursery) อะไรคือคำตอบสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้
ข้อดีของการให้พี่เลี้ยงดูแลเด็กที่บ้านของคุณเอง

1. ลูกน้อยของคุณได้รับการดูแลจากพี่เลี้ยงแบบใกล้ชิด ทำให้เด็กรู้สึกได้ถึงความเอาใจใส่ และมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี
2. มีความยืดหยุ่นในการทำกิจวัตรประจำวันเพราะเด็กไม่ต้อง กิน นอน หรือ เล่นตามตารางเหมือนอยู่ในศูนย์รับเลี้ยงเด็กหรือเนอสเซอรี่ (Nursery)
3. พี่เลี้ยงเด็กสามารถปรับเวลาการทำงานให้สอดคล้องกับเวลาทำงานและวันหยุดของคุณพ่อคุณแม่
4. คุณพ่อคุณแม่มีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้นเพราะไม่ต้องเผื่อเวลาในการรับส่ง ก่อนและหลังเลิกงาน
5. เด็กได้รับการดูแลในบรรยากาศที่คุ้นเคยและรู้สึกปลอดภัย
6. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเดินทางรับส่ง หมดปัญหาเรื่องรถติดและมลภาวะบนท้องถนน
7. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเตรียมตัวหรือจัดเตรียมของใช้ให้ลูก เช่น ขวดนม เสื้อผ้า หรือแพมเพิส
8. ลดความเสี่ยงของโรคติดต่อ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ภูมิต้านทานยังน้อยจะเจ็บป่วยได้ง่าย หากต้องอยู่ปะปนกับเด็ก ๆ อื่น
9. มีคนอยู่บ้านตลอดเวลาในขณะที่คุณพ่อคุณแม่ออกไปทำงาน

ข้อดีของการเข้าเนอสเซอรี่ (Nursery)

1. ฝึกทักษะการเข้าสังคมเพราะเด็กต้องอยู่ร่วมกับเด็กคนอื่น ๆ และครูพี่เลี้ยง
2. ค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับการจ้างพี่เลี้ยงส่วนตัว
3. เนอสเซอรี่มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อให้เด็กฝึกทักษะผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ
คุณสมบัติอะไรบ้างที่พ่อแม่ควรมองหาจากพี่เลี้ยงเด็กก่อนตกลงจ้าง
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คุณพ่อคุณแม่สักคนจะตัดสินใจหาใครมาดูแลลูกน้อยที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ วันนี้ใส่ใจมีข้อมูลของทักษะและคุณสมบัติที่พี่เลี้ยงเด็กควรมีมาฝากให้คุณพ่อคุณแม่ลองเช็คกันดูก่อนตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงสักคน

1. พี่เลี้ยงเด็กต้องมีความอดทนสูง คุณพ่อคุณแม่ต้องมั่นใจว่าพี่เลี้ยงเด็กต้องมีความเข้าใจเด็ก สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี และที่สำคัญที่สุดคือเป็นคนที่มีความอดทนสูง
2. พี่เลี้ยงเด็กควรรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรืออุบัติเหตุ พี่เลี้ยงต้องมีความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และสามารถช่วยเหลือเด็กได้ทันที เช่น เด็กที่อยู่ภายใต้การดูแลเกิดอุบัติเหตุหกล้ม มีแผลถลอก พี่เลี้ยงต้องรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อของแผล เป็นต้น ดังนั้นคุณพ่อและคุณแม่ควรเลือกพี่เลี้ยงที่มีทักษะด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพราะเป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ
3. พี่เลี้ยงเด็กควรมีทักษะการแก้ไขปัญหา พี่เลี้ยงจะต้องรู้วิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งผู้ว่าจ้างเสมอไปหากปัญหานั้นไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรง
4. ทำอาหารเป็น ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะที่พี่เลี้ยงเด็กจำเป็นต้องมี พี่เลี้ยงไม่ได้มีหน้าที่แค่ดูแลเด็กอย่างเดียวเท่านั้น แต่พี่เลี้ยงอาจจะต้องเตรียมอาหารให้เด็ก ๆ รับประทานในแต่ละมื้อด้วย หากอาหารอร่อยถูกปาก เด็กจะเจริญอาหารและอารมณ์ดี ที่สำคัญที่สุดที่พี่เลี้ยงต้องใส่ใจและจดจำด้วยว่าเด็ก ๆ ที่ดูแลนั้น แพ้อาหารอะไรบ้าง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากการรับประทานสิ่งที่แพ้เข้าไป
5. มีความคิดสร้างสรรค์ในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก พี่เลี้ยงจะต้องเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถร่วมทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ ในระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวิชาการหรือสันทนาการ เช่น พี่เลี้ยงเด็กอาจจะสอนเด็กนับเลข ฝึกการอ่าน หรือระบายสีเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์เหล่านี้
ควรทำอย่างไรเพื่อคลายความกังวลเมื่อคุณพ่อคุณแม่ต้องปล่อยให้ลูกอยู่ตามลำพังกับพี่เลี้ยง
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่จะไว้วางใจให้ลูก ๆ ของคุณอยู่ในความดูแลพี่เลี้ยงเด็ก แม้ว่าจะเป็นเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ตามเด็กอาจเกิดความรู้สึกวิตกกังวลเมื่อต้องแยกจากคุณพ่อคุณแม่ ใส่ใจมีวิธีการที่จะช่วยลดความกังวลของทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกได้ดังนี้ค่ะ

1. คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยและทำความเข้าใจกับเด็ก ถึงความจำเป็นที่ต้องให้เด็กๆ อยู่กับพี่เลี้ยง ให้ความมั่นใจกับเด็กว่าคุณพ่อคุณแม่หาคนที่สามารถดูแลพวกเขาได้ดี
2. คุณพ่อคุณแม่ควรหาพี่เลี้ยงที่เข้ากันได้กับลูก ๆ และมีความพร้อมในการดูแลเด็ก
3. แนะนำให้ลูก ๆ ทำความรู้จักกับพี่เลี้ยง โดยอาจจะเล่าให้ฟังว่าพี่เลี้ยงเห็นใคร ชื่ออะไร คุยกับพี่ผ่านทางวิดีโอคอลก่อนวันเริ่มงานจริง เพื่อนลดความตึงเครียดในการเจอกันครั้งแรก
4. คุณพ่อคุณแม่ควรบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของตัวเอง เบอร์โทรฉุกเฉิน และสอนให้ลูกใช้โทรศัพท์เพื่อโทรหาคุณพ่อคุณแม่ได้ หรือโทรขอความช่วยเหลือได้ในกรณีฉุกเฉิน
5. มอบหมายงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เด็ก ๆ ทำระหว่างวัน เพื่อที่เด็ก ๆ จะได้มีกิจกรรมเบนความสนใจและไม่เอาแต่จดจ่อรอเวลาคุณพ่อคุณแม่กลับบ้าน
6. เมื่อถึงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องออกจากบ้านและต้องให้เด็ก ๆ อยู่กับพี่เลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความมั่นใจกับเด็ก ๆ ว่าพี่เลี้ยงจะดูแลเด็ก ๆ เป็นอย่างดีและย้ำว่าพวกเขาสามารถโทรหาคุณได้เสมอ
ข้อตกลงสำคัญที่พ่อแม่ควรตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงานมีอะไรบ้าง?
สัญญาหรือข้อตกลงในการทำงานเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยงเด็กต้องตกลงร่วมกันเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันในขอบเขตการทำงานและค่าตอบแทน การทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรอาจจะไม่จำเป็นเสมอไป แต่การร่างหรือการบันทึกรายการช่วยให้ทั้งสองฝ่ายจดจำรายละเอียดต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น มีอะไรบ้างที่คุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยงเด็กควรตกลงกันก่อนเริ่มงาน

1. วันเริ่มงาน ควรมีวันเริ่มงานให้ชัดเจนเพื่อประโยชน์และไม่เป็นการเสียเวลาของทั้งคุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยงเด็ก
2. ชั่วโมงการทำงานและวันหยุด ตกลงเรื่องเวลาทำงาน จำนวนชั่วโมงการทำงานในแต่ละวันและวันหยุด เพื่อให้ตารางการทำงานของพี่เลี้ยงเด็กสอดคล้องกับเวลาทำงานของพ่อคุณแม่มากที่สุด และทั้งสองฝ่ายควรรักษาเวลา
3. ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ กำหนดความรับผิดชอบของพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจน
4. ค่าแรงและกำหนดการจ่าย ค่าแรงของพี่เลี้ยงเด็กอาจขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงาน เช่นพี่เลี้ยงเด็กรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์และรายเดือน ซึ่งกำหนดการจ่ายเงินอาจจะแตกต่างกันไปตามลักษณะการทำงานนี้ด้วย
5. ค่าแรงในกรณีทำงานล่วงเวลา หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้พี่เลี้ยงเด็กทำงานล่วงเวลา ควรสอบถามความสมัครใจของพี่เลี้ยงและตกลงกันให้ชัดเจนเรื่องค่าแรง
6. การโพสต์รูปหรือข้อความเกี่ยวกับเด็กลงสื่อออนไลน์ (Social Medias) คุณพ่อคุณแม่คงไม่อยากให้มีรูปภาพ หรือข้อความเกี่ยวกับลูก ๆ ถูกโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ค หรืออินสตาแกรม โดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรทำความตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กในเรื่องนี้ด้วย
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่ควรพูดคุยตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน

ทำความรู้จักเขตบางซื่อ

พูดถึงบางซื่อหลายคนคงนึกภาพสถานีรถไฟที่เป็นแค่จุดแวะพักสำหรับต่อรถ แต่ปัจจุบันนี้บางซื่อไม่ใช่สถานที่เดิมที่เคยรู้จัก แต่กลายเป็นศูนย์กลางทางด้านการเดินทาง เป็นทำเลที่มีศักยภาพรองรับการเติบโตของเมืองใหญ่ พร้อมไปด้วยโครงข่ายคมนาคมแห่งอนาคตและพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางการเดินทางที่เชื่อมโยงรถไฟฟ้าสำคัญถึง 5 สาย รายล้อมไปด้วยที่เที่ยว ร้านอาหาร แต่ยังคงอารยธรรมวิถีชีวิตแบบเดิมไว้ให้ได้เรียนรู้ เรามาทำความรู้จัก บางซื่อกันว่าย่านนี้จากอดีตจนถึงวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง โดยในอดีตพื้นที่ส่วนใหญ่บริเวณนี้เป็นสวนผลไม้มีการจับจองที่ดินทำกินและเป็นที่อยู่อาศัยมาอย่างยาวนาน ในยุคถัดมามีความเป็นสวนลดน้อยลง บริเวณที่อยู่ติดถนนสายหลักกลายเป็นอาคารพาณิชย์เพื่อการค้า พื้นที่ในตรอกซอยเปลี่ยนเป็นอาคารบ้านเรือนทำให้มีความเป็นชุมชนที่หนาแน่นขึ้น ซึ่งเขตบางซื่อตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาหรือฝั่งพระนคร มีอาณาเขตทิศเหนือติดกับอำเภอเมืองนนทบุรี ทิศตะวันออกติดกับเขตจตุจักร ทิศใต้ติดกับเขตพญาไทและเขตดุสิต ส่วนทิศตะวันตกติดกับเขตบางพลัดและอำเภอบางกรวยจังหวัดนนทบุรี โดยที่มาของชื่อบางซื่อคือ “บาง” หมายถึงทางน้ำเล็กๆ ในภาษามอญโบราณ “ซื่อ” คือทางตรง บางซื่อก็น่าจะหมายถึงแนวคลอง ที่ไหลผ่านระยะนี้ในลักษณะค่อนข้างตรง และจากนิทานที่เล่ากันเกี่ยวกับบริเวณนี้ คือครั้งที่พระเจ้าอู่ทองให้นำทองที่บรรทุกมาไปซ่อนบริเวณบางซ่อน ต่อมาเมื่อมีคนถามคนในบริเวณนั้นก็บอกที่ซ่อนทองให้ คนทั้งหลายจึงเห็นว่าคนเหล่านั้นมีความซื่อสัตย์จึงเรียกบริเวณนี้ว่า “บางซื่อ” นอกจากนี้ ชื่อบางซื่อถือเป็นชื่อที่ปรากฏในนิราศพระบาท ของสุนทรภู่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 อย่างไรก็ตามบางซื่อได้กลายเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากมาย รวมถึงประชากรที่หนาแน่น และยังเป็นHubด้านการคมนาคมเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนหลักทั้งMRT/ BTS ทางด่วน 2 เส้น รถเมล์สาธารณะอีก 4 สายและเรือสาธารณะ 3



"สถานีกลางบางซื่อ" ชุมทางรถไฟขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน

“ถึงบางซื่อชื่อบางนี้สุจริต” หลายคนคงคุ้นหูวรรคนี้จากนิราศพระบาท ที่สุนทรภู่ประพันธ์ขึ้นเมื่อครั้งเดินทางไปย่านบางซื่อ ดังเช่นในอดีตที่ผู้คนสัญจรทางเรือผ่านแม่น้ำลำคลอง ปัจจุบันเราสามารถทะลุซอกซอยไปตามท้องถนนต่างๆ การสัญจรที่เจริญอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟทั้งบนดิน ใต้ดิน ซึ่งบางซื่อเป็นศูนย์กลางการคมนาคมในพื้นที่ที่สำคัญ สำหรับใครที่ผ่านไปมาแถวหลังสวนจตุจักรหรือขับรถบนทางด่วนผ่านแถวบางซื่อจะต้องเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่บริเวณดังกล่าว จากเดิมที่เป็น “สถานีรถไฟบางซื่อ” สถานีรถไฟขนาดย่อมให้บริการรถไฟสายทางไกล ผ่านมาจากสายเหนือและสายใต้ ปัจจุบันนี้สถานีบางซื่อเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ผ่านกระบวนการก่อสร้างมากกว่า 10 ปี สถานีรถไฟแบบเก่าได้หายไปและแทนที่ด้วยความใหญ่โตของสถานีบางซื่อแห่งใหม่ ที่มีอาคารใหญ่ สูงกว่า 4 ชั้น ขนานไปกับทางด่วนและหากมองลงมาเบื้องล่าง ก็จะเห็นสถาปัตยกรรมที่ออกแบบอย่างสวยงาม มาพร้อมทั้งส่วนโรงซ่อมรถไฟ พร้อมชื่อใหม่ว่า “สถานีกลางบางซื่อ (Bang Sue Grand Station)” ที่มาพร้อมความอลังการงานสร้าง ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางระบบรางใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งจะเป็นสถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ของประเทศไทยที่รวมรถไฟทุกๆ ระบบ ทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางไกล สายเหนือ อีสาน ใต้ ตะวันออก ตะวันตก รถไฟสายสีแดง แอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์และยังเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้ามหานครอีกด้วย หรือกล่าวได้ว่าสถานีแห่งนี้คือสถานีหัวลำโพง ที่ย้ายการให้บริการมาที่สถานีบางซื่อเพราะปัจจุบันหัวลำโพงค่อนข้างคับแคบ ตั้งอยู่กลางเมือง ที่ขยับขยายไม่ได้ อีกทั้งยังเป็นโบราณสถานที่อยู่ในเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน เมื่อรถไฟเข้ามาในหัวลำโพงจะทำให้การจราจรในเขตเมืองติดหนัก เนื่องจากมีจุดตัดรถไฟมาก จึงทำให้หัวลำโพงย้ายออกมาอยู่ที่สถานีรถไฟบางซื่อแทน จนกลายมาเป็นสถานีบางซื่อในปัจจุบัน โดยพร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2564 ภายใต้พื้นที่กว่า 120 ไร่



ปัญหาเด็กติดจอและวิธีแก้

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์ต่างๆ ที่แทบจะกลายเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งในร่างกายของเราไปแล้ว สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์ที่พ่อแม่สามารถใช้ช่วยในการเลี้ยงลูกได้ ได้แก่ การใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร หรือใช้เป็นสื่อในการสอน เช่น วิดีโอนิทานจากยูทูป เพลงหัดอ่าน หรือเกมส์สำหรับหัดเขียน หรือท่องคำศัพท์ แต่ถ้าใช้บ่อยหรือใช้เป็นเวลานานเกินไป อาจทำให้ลูกติดโทรศัพท์มือถือจนลืมสนใจสิ่งรอบข้าง จนเสี่ยงต่ออาการสมาธิสั้น ทั้งยังส่งผลเสียต่อดวงตาและ สมองอีกด้วย

ในฐานะพ่อแม่ต้องเข้าใจถึงผลลัพธ์ที่ตามมาของการเสพสื่อเหล่านี้และต้องรู้วิธีการจัดการเมื่อลูกใช้เวลากับหน้าจอจนเกินขอบเขต

1. ทำความเข้าใจว่าปัจจุบันนี้การเลี่ยงหน้าจอเป็นไปได้ยากมาก ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็เข้าข่ายติดสมาร์ตโฟนกันทั้งนั้น เพราะเจ้าสมาร์ตโฟนเครื่องนี้ ได้รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว รวดเร็ว สะดวก ให้ความบันเทิง ใช้ทำงาน ใช้เล่นเกมได้ สำหรับเด็กเองก็มีแอพพลิเคชันหรือสื่อการสอนที่ผ่านหน้าจอมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ตอนอายุยังน้อยมากอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ แต่เมื่อถึงวัยหนึ่ง อาจจะต้องใช้สมาร์ตโฟนในการทำการบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูล ใช้โซเชียลมีเดียต่างๆติดต่อสื่อสาร เพราะในยุคนี้และในอนาคตคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่ใช้หน้าจอ ซึ่งเราต้องสอนลูกว่าจะอยู่กับตัวนี้อย่างไรเพื่อให้เป็นประโยชน์มากกว่าให้โทษ

2. อย่าปล่อยให้ลูกเล่นมือถือเพียงลำพัง ผู้ปกครองส่วนใหญ่เวลาให้ลูกเล่นสมาร์ตโฟนคิดแต่จะให้ลูกเล่นเพื่อให้ลูกอยู่นิ่ง ไม่กวนการทำงาน หรือให้ลูกหยุดร้องไห้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ไม่ถูกต้อง ผู้ปกครองควรสอดส่องดูแล อยู่กับลูกเวลาลูกเล่น คอยดูว่าเค้าเล่นอะไรเหมาะสมไหม และให้คำแนะนำพร้อมอธิบายระหว่างลูกเล่นด้วย เพื่อเป็นการเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ไปในตัว เพราะเด็กเล็กยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนควรทำหรือไม่ควรทำและป้องกันพฤติกรรมการเลียนแบบที่อาจกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้

3. กำหนดระยะเวลาที่แน่นอน ก่อนอื่นต้องหาความรู้และมีข้อมูลว่าเด็กแต่ละวัยควรจะอยู่กับหน้าจอได้นานแค่ไหน เพื่อที่จะสามารถกำหนดเวลาที่เหมาะสมให้กับลูกเราได้ เช่นเด็ก 2 ขวบ ไม่ควรอยู่กับหน้าจอเกินวันละครึ่งชั่วโมง ผู้ปกครองควรจัดสรรเวลา จำนวนครั้งในแต่ละวันโดยจะต้องมีการตกลงกัน หาหมดเวลาสำหรับการเล่น บอกให้เลิกก็คือต้องเลิกและคอยเตือนเมื่อใกล้หมดเวลาเค้าจะได้รู้ตัวว่าใกล้ถึงเวลาต้องเลิกแล้ว

4. ใช้เวลาอยู่กับลูก หากิจกรรมอื่นทำ สิ่งที่ดีที่สุดคือช่วยลูกทำกิจกรรมอย่างอื่นที่สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมร่วมกันทั้งในบ้านและนอกบ้าน ให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กแต่ละวัย แม้ว่าผู้ปกครองอาจจะเหนื่อยแต่คุ้มค่าในระยะยาว หรือลองสังเกตจากเกมที่ลูกเล่นและหากิจกรรมใกล้เคียงกับเกมมาเล่นเพื่อทดแทนให้ลูกและสายตาจากจอออกมาสนใจโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น