ช่างทาสี

ช่างทาสี

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

ประวัติการทำงาน-ช่างประจำอาคาร8ปี-หัวหน้าช่าง3ปี-ปัจจุบันรับงานเหมาอิสระ 4ปี-ปัจจุบันรับงานไฟฟ้าประปาทาสีงาน Maintenance Service ห้องพัก อพาร์ทเมนท์ ออฟฟิต คอนโด รับงานทำความสะอาดสระว่ายน้ำบริการทั้งงานเล็ก ๆ ถึงงานใหญ่ครับ

แสดงเพิ่มเติม

รีวิวล่าสุด

วรทยา ทองอุ่นใจ
8 เดือนที่แล้ว
ชอบมากค่ะ บริการดี SAIJAI เลยประทับใจแน่นอน
อลินดา สาระดี
1 ปีที่แล้ว
มีคนบอกมาว่าใส่ใจมีบริการช่างทาสีด้วยนี่ก็เหมาแทบทุกอย่างแล้วค่ะ บริการดีเสมอต้นเสมอปลายมาก
อันดา เอี่ยมสะอาด
1 ปีที่แล้ว
ช่างคนนี้ทำงานดีมาก 101010 ไปเลยค่ะงานเร็วเสร็จตามที่ตกลงกันไว้เลย
พิชชา อยู่ดี
1 ปีที่แล้ว
เข็ดแล้วกับการจ้างช่างไม่รู้โปรไฟล์ บริการของใส่ใจดีมาก ได้ช่างที่มีประสบการณ์ ทำงานดี กลับมาใช้บริการอีกแน่นอน
อุรัยยา เดชาพัฒน์
1 ปีที่แล้ว
ได้ช่างทาสีจาก SAIJAI ดีมากค่ะ จากสภาพห้องที่ดูไม่ได้ตอนนี้เหมือนใหม่เลย

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ช่างทาสี

ทำไมจึงต้องทาสีบ้าน
- เหตุผลอันดับต้น ๆ ของการทาสีบ้านคือ เพื่อให้บ้านออกมาดูดี สวยงามน่ามอง และการที่จะทำให้บ้านของเราสวยดูดียาวนานได้ก็คือรักษาสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก งานทาสีตกแต่งภายนอกจึงเป็นงานที่สำคัญที่ช่วยเติมเต็มในส่วนนี้ นอกจากจะเป็นการทำให้บ้านดูสวยงามและน่ามองแล้วนั้นการทาสีบ้านยังช่วยเพิ่มคุณค่าบ้านของเราให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น
- การทาสีบ้านก็เพื่อเป็นการปกป้องพื้นผิวของวัสดุ วัสดุในการสร้างบ้านนั้นมีหลายอย่าง เช่น ตัวบ้านที่เป็นปูน รั้วบ้านที่เป็นเหล็ก หรือระแนงรอบบ้านที่เป็นไม้ เป็นต้น หากไม่มีการเคลือบผิวของวัสดุเหล่านี้ ในอนาคตวัสดุเหล่านั้นจะชำรุดทรุดโทรมได้ และอาจทำอายุการใช้งานนั้นสั้นลง ดังนั้น การทาสีคือหนึ่งในการปกป้องพื้นผิวต่าง ๆ ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้นและยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย
- เมื่อมีความชื้นสูงจะมีโอกาสที่ผนังภายในบ้านของเราจะเกิดเชื้อราขึ้นได้ ถึงแม้ว่าสีทาบ้านที่ทาบนผนังจะมีสารกันเชื้อราผสมอยู่แต่เมื่อเวลาผ่านไปสารพวกนี้ก็จะเริ่มเสื่อมสภาพลง และถ้าหากเกิดว่าเจอความชื้นที่สูง ก็มีโอกาสสูงมากที่จะเกิดเชื้อราได้ ซึ่งเมื่อเกิดเชื้อราขึ้นแล้วจะทำให้คนที่อาศัยอยู่ภายในบ้านสูดดมเข้าไป และเมื่อสูดดมเข้าไปในระยะเวลานานๆ จะก่อให้เกิดการสะสมอาจก่อให้เกิดโรคได้ เพราะฉะนั้นการทาสีบ้านจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับบ้านทุก ๆ หลัง
การทาสีบ้านอาจดูเป็นเรื่องที่จำเป็นและไม่จำเป็นแล้วแต่มุมมองความคิดของแต่ละคน และหลายคนมองว่าเป็นเพียงการตกแต่งเพื่อความสวยงาม จึงทำให้ไม่ได้ให้ความสำคัญมากมายนัก ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วการทาสีบ้านนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งที่จะทำให้บ้านของเรานั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวขึ้น
ทาสีในบ้านยังไงให้บ้านเย็น สู้อากาศร้อนของประเทศไทย
ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองร้อน ด้วยตำแหน่งที่ตั้งที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ส่งผลให้ประเทศไทยมีอากาศร้อนแทบจะตลอดทั้งปี การทาสีบ้านเป็นตัวช่วยที่สามารถปรับอุณหภูมิภายในบ้านให้ลดลงได้ทั้งในความรู้สึกและในความเป็นจริง โดยการเลือกสีที่มีความอ่อนมาทาภายในบ้านเพราะสีโทนอ่อนเป็นสีที่ให้ค่าความสว่างสูงกว่าสีโทนเข้ม
สีโทนอ่อนที่เหมาะในการช่วยลดความร้อนให้บ้าน ได้แก่
สีเหลืองครีม สีที่สร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ร่าเริง สดชื่น และให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นสีที่เหมาะกับการทาในห้องนั่งเล่น หรือห้องครัว
สีเขียว เป็นสีที่ดูร่มรื่นเป็นธรรมชาติ ทำให้นึกถึงต้นไม้ ใบหญ้า ให้ความรู้สึกเย็นสบาย เป็นสีที่ได้รับการวิจัยว่าสามารถช่วยลดความเครียด ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย จึงเหมาะสำหรับการทาในห้องนั่งเล่น หรือห้องนอน
สีฟ้า จะทำให้คุณนึกถึงท้องฟ้า ให้ความรู้สึกโล่ง กว้าง การทางห้องด้วยสีฟ้าจะช่วยทำให้เรารู้สึกปลอดโปร่งและให้ความรู้สึกสงบอีกด้วย สีฟ้าจึงเป็นสีที่เหมาะกับการทาในห้องทำงาน ห้องนอน หรือห้องน้ำ
สีชมพู และ สีม่วง เป็นสีที่ให้ความรู้สึกอ่อนหวาน น่าค้นหา เหมาะสำหรับการทาในห้องนั่งเล่น หรือห้องรับประทานอาหาร
สีเทาอ่อน และ สีขาว เป็นสีที่ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง โล่ง สบาย และดูสะอาด เป็นสีที่เหมาะกับการทาทุกห้องยกเว้นห้องครัว
สีโทนเข้มอาจไม่เหมาะกับอากาศร้อนของบ้านเราสักเท่าไหร่ สีเข้มมีลักษณะที่มืด ดูดซับความร้อนจากแสง ไม่ว่าจะเป็นแสงจากดวงอาทิตย์หรือแสงจากหลอดไป การเลือกใช้สีโทนอ่อนที่มีความสว่างมาทาภายในบ้าน จะเป็นการลดใช้แสงจากพลังงานไฟฟ้า ทำให้เราสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้า และยังประหยัดค่าไฟอีกด้วย เราจึงควรเลือกสีโทนอ่อน ประเภทสีขาว ครีม หรือสีอื่น ๆ ที่มีความอ่อน เพื่อช่วยให้ภายในบ้านเย็นสบาย และประหยัดค่าไฟฟ้า
สีทาบ้านมีกี่ประเภท
“สีทาบ้าน” เป็นสิ่งที่จะช่วยแต่งเติมสีสัน และสร้างบรรยากาศให้บ้านของเรา หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าสีทาบ้านนั้น มีกี่แบบ กี่ชนิด เมื่อเรารู้ถึงองค์ประกอบ คุณสมบัติและการใช้งานของสีทาบ้านแล้ว จะทำให้เลือกสีทาบ้านได้ง่ายขึ้น และเลือกสีที่มีคุณภาพ ทำให้บ้านสีสวยงาม สีติดทนนาน
สีทาภายนอกและสีทาภายในควรเลือกสีประเภท “อะคริลิก” สีอะคริลิกนั้นใช้น้ำเป็นตัวทำละลายเหมาะสำหรับใช้ทาบนพื้นผิวที่เป็น ปูน ซีเมนต์ คอนกรีต แต่สารเคมีในตัวสีสำหรับทาภายนอกและภายในนั้นมีความต่างกัน สีอะคริลิกที่ใช้ทาภายนอกจะปริมาณความเข้มข้นของสารเคมีมากกว่าสีอะคริลิกที่ใช้ทาภายใน เพราะการทาภายนอกนั้นสีจะต้องมีความทนทาน กันแดดและฝนส่วนสีที่ใช้ภายในไม่โดนแสงแดดและฝนจึงมีสารเคมีและกลิ่นที่เบากว่าและยังปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้อาศัยอีกด้วย
หากเราต้องการสีที่สามารถใช้ทาพื้นผิวที่เป็นโลหะหรือไม้ และยังสามารถเพิ่มความเงางามแก่พื้นผิวที่เราต้องการทา “สีน้ำมัน” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี สีน้ำมันนั้นเป็นสีที่ใช้น้ำมันหรือทินเนอร์เป็นตัวทำละลาย ข้อเสียของสีน้ำมันคือมีราคาที่สูงและแห้งช้า และไม่นิยมใช้ทาบนพื้นผิวที่เป็นซีเมนต์หรือคอนกรีต
“สีทาไม้” สีชนิดนี้จะใช้สำหรับทาไม้เพื่อเพิ่มความสวยงาม ช่วยขับให้สีของเนื้อไม้ดูสดและเด่นชัดขึ้น สีทาไม้นั้นสามารถใช้ได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นตัวบ้านที่ทำจากไม้ พื้นไม้ รั้วไม้ หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้ ในปัจจุบันสีไม้แบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น สีย้อมไม้ แชล็ค
สีที่มีคุณสมบัติและรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย ใช้กับเหล็กได้หลายประเภท คือ สีกัลวาไนซ์ เพราะทาง่ายไม่ต้องรองพื้นและยังแห้งเร็วภายใน 1-2 ชั่วโมงอีกด้วย ที่สำคัญยังมีความสามารถในการยึดเกาะสูงกว่าสีน้ำมันทั่วไป
ดูแลบ้านอย่างไรหลังทาสี
เพื่อที่จะให้การทาสีบ้านของเรานั้นเสร็จสมบูรณ์และสวยคงทน สิ่งที่สำคัญคือการคอยดูแลและฟื้นฟูสภาพพื้นผิวของบ้านเพื่อที่จะยืดอายุการใช้งานของสีให้อยู่นาน และมีความทนทาน การดูแลบ้านหลังทาสีนั้น คือ การดูแลสีทาภายในบ้านและการดูแลสีทาภายนอกบ้าน
การดูแลสีทาภายในบ้าน
1.วิธีที่จะช่วยป้องกันแสงแดดและ รังสีอัลตร้าไวโอเลต (UV) จากภายนอกไม่ให้ส่องเข้ามามากเกินไป และยังช่วยให้สีที่ทาภายในยังดูสด ใหม่ ไม่ถูกแดดกลืนจนสีซีดไปตามกาลเวลา คือ การใช้ผ้าม่านกันแสง
2.จำเป็นที่จะต้องล้างทำความสะอาดผนังบ้านอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้ผนังเกิดคราบจนกลายเป็นรอยด่างดำ เพราะอาจทำให้คราบนั้นฝังลึกจนไม่สามารถล้างออกได้หรืออาจทำให้ล้างออกได้ยาก ในการทำความสะอาดเราอาจจะใช้ฟองน้ำชุบน้ำสบู่บิดหมาด ๆ มาเช็ดบริเวณตรงที่เกิดคราบหรือร่องรอยสกปรกบนผนังออกให้หมด
3.เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อราตามผนังเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้สีทาบ้านที่มีคุณภาพโดยการเลือกใช้สีทาบ้านที่มีคุณสมบัติป้องกันการเกิดของเชื้อรา โดยเฉพาะบริเวณห้องน้ำที่สามารถเกิดเชื้อราขึ้นได้ง่าย ทางที่ดีเราควรที่จะใช้การปูกระเบื้องแทนการทาสีในผนังห้องน้ำ
การดูแลสีทาภายนอก
1.เพื่อที่จะกำจัดคราบฝุ่นและสิ่งสกปรกไม่ให้เกาะตามผนังนอกบ้าน ให้เรานั้นฉีดน้ำทำความสะอาด สิ่งนี้จะทำให้บ้านของเราไม่ดูเก่าและโทรม แต่ถ้าหากเพิ่งเริ่มทาสีบ้าน เราควรทำความสะอาดด้วยการฉีดน้ำแรงดันสูงหลังจากผ่านไปแล้วประมาณ 5-6 ปี
2.การเคลือบสีทาบ้านเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ไม้ผุกร่อนตามกาลเวลา
3.สำหรับพื้นผิวที่เป็นไม้ควรทาสีซ้ำสองครั้ง และสำหรับพื้นผิวธรรมดาควรทาสีซ้ำทุก ๆ 6-10 ปีเพื่อให้สีบ้านภายนอกดูใหม่อยู่ตลอด