ดูแลผู้สูงอายุ ใน ปทุมธานี

ดูแลผู้สูงอายุ ใน ปทุมธานี

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

กัณฐิตา สิงห์สูง
กัณฐิตา สิงห์สูง
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี

Night Care Assistant, Frith House, Somerset Care Ltd. UK | 2003 - 2005

Dressing or assisting with any physical activity whereby the clients needs support.

Domestic duties: Cleaning, emptying bins, washing where requested.

Record keeping: MAR chart (for medication), log book (recording each visit to communicate to the next carer), care plan updates.

แสดงเพิ่มเติม
อธิวุฒิ สมัครการ
อธิวุฒิ สมัครการ
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 36 ปี

เป็นคนใจเย็น รักการช่วยเหลือผู้สูงวัยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หากมีที่พักให้เช่าใกล้สถานที่ทำงานจะดีมาก หรือจะให้อยู่บ้านเฝ้า 24 ชั่วโมงเลยก็ได้ครับ

แสดงเพิ่มเติม
ปภาวี พรมเอี้ยง
ปภาวี พรมเอี้ยง
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 50 ปี

ใจเย็นคุยง่ายรักครอบครัว

แสดงเพิ่มเติม
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 43 ปี

ใจเย็น รักในการดูเอาใจใส่

แสดงเพิ่มเติม
อัญชัญสินี เมฆสวัสดิ์
อัญชัญสินี เมฆสวัสดิ์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

อายุ 50 ปี หนัก 78 kg สูง 153 cm มีประสบการณ์ทำงานเฝ้าไข้ดูแลผู้ป่วย 18 ปี สามารถดูแลคนไข้ได้ทุกประเภททั้งเคสธรรมดาและเคสติดเตียง(ทำได้ด้วยประสบการณ์ที่ทำงานด้านนี้มานาน ชอบงานเคส Feed/Suction เป็นพิเศษ) ดูแลผู้ป่วยได้ทุกขั้นตอนทำอาหารเหลวทางสายยางปั่น Feed อาหารทางจมูก และ หน้าท้อง Suction ทำแผลทำกายภาพล้วงสวนอุจจาระสวนปัสสาวะชายใส่สาย NG สำหรับฟีดอาหารครามสามรถทำชักชั่นปากคอจมุกคอได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
สุวณิช  พงษ์ศิริเจริญ
สุวณิช พงษ์ศิริเจริญ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

พยาบาลวิชาชีพ ICU และพยาบาลควบคุมโรคติดเชื้อ นิสัยร่าเริง สวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ เข้าใจชีวิต เชี่ยวชาญการดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพระบบสมอง หลอดเลือด หัวใจ ทางเดินอาหาร ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดระบบต่างๆ ผู้ป่วยที่มีแผลกดทับ ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจที่บ้าน ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษที่บ้าน ผู้ป่วยสูงอายุที่ต้องการเพื่อน

แสดงเพิ่มเติม
อานนท์ ใจหวัง
อานนท์ ใจหวัง
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 31 ปี

เคยทำงานด้านบริการมาหลายอย่าง เป็นคนใจเย็น เป็นมิตรง่าย ยิ้มง่าย อารมณ์ดี แต่ไม่ค่อยชอบความจุกจิก บอกซ้ำๆ บอกแค่ครั้งเดียวรู้เรื่อง

แสดงเพิ่มเติม
Phawarin Kanya
Phawarin Kanya
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ปีที่4ค่ะ เป็นคนคุยเก่งเข้ากับคนอื่นได้ง่าย ไม่เรื่องมากปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ อารมณ์ดี เคยดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวค่ะ เรามีความสุขที่เห็นผู้สูงอายุมีความสุข เราจึงอยากดูแลอยากอยู่เป็นเพื่อนค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
วลัยพร ภู่รัตนกุล
วลัยพร ภู่รัตนกุล
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

มีความอดทนสูง ตรงต่อเวลา ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้ดี

แสดงเพิ่มเติม
ธมลวรรณ สังข์แก้ว
ธมลวรรณ สังข์แก้ว
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 39 ปี

ใส่ใจ เข้าใจ สะอาด ดูแลเปรียญเสมือนญาติ

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

มีคนแนะนำเว็บไซต์ใส่ใจมาให้ เลยลองเข้าไปดู จ้างน้องมาดูแลแม่ น้องเขาทั้งสุภาพ เรียบร้อย ทำอาหารอร่อย แถมยังเคยฝึกอบรมการปฐมบาลเบื้องต้นมาด้วย คุณแม่ก็ดูจะชื่นชอบน้องเขามาก ๆ ค่ะ เราเลยรู้สึกสบายใจไปด้วย โดยรวมแล้วถือว่าน่าพอใจมากค่ะ
Saijai
อภิสรา ประภาสกุล
5 ปีที่แล้ว
ได้คนคอยดูแลแม่ผมอย่างดี และถ่ายภาพรายงานเรื่องแม่ให้ผมทางไลน์อีกด้วยครับ คุ้มราคามากครับ
Saijai
ปราโมทย์ มนตรา
5 ปีที่แล้ว
ได้คนดูแลดี ผมก็หายห่วงครับ จะใช้บริการบ่อย ๆ
Saijai
สุชาดา เอี่ยมจินดา
5 ปีที่แล้ว
เราจ้างคนดูแลผู้สูงอายุมาดูแลคุณยายที่บ้าน พี่เขาทำงานดีมาก ๆ ที่สำคัญเลยคือพี่เขามีประสบการณ์ในการดูแลคนชรา เคยผ่านการอบรมมาแล้ว เลยทำให้เรามั่นใจ และ หายห่วงมาก ๆ
Saijai
นารีรัตน์ ภัทรบัณฑิต
5 ปีที่แล้ว
ย้ายตามสามีมาอยู่กรุงเทพ แล้วยังต้องดูแลแม่สามีที่สูงอายุ และมีโรคประจำตัวด้วย ตอนแรก ๆ ลำบากมาก เพราะต้องวุ่นวายเรื่องย้ายงานและหาคนดูแลผู้สูงอายุอีก จนมาเจอเว็บไซต์ใส่ใจ โชคดีมาก ๆ เลยค่ะ นอกจากจะได้คนดูแลผู้สูงอายุที่ราคาไม่แพงมากแล้ว ยังได้คนมีประสบการณ์ ไว้ใจได้ ทำงานคล่องแถมมาช่วยทำงานบ้านอีก ตัดสินใจไม่ผิดจริง ๆ ค่ะ
Saijai
ณฐาสัณห์ ถาวร
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลผู้สูงอายุ

ข้อดีของการจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
การจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุหรือคนชราที่บ้านมีข้อดีอย่างไรบ้าง ใส่ใจขออธิบายข้อดีต่าง ๆ ให้คุณได้ทำความเข้าใจดังนี้

1) การจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้านช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ให้กับลูกหลานที่มีเวลาไม่เพียงพอในการดูแลผู้สูงอายุของตน หลาย ๆ คนอาจมีงานหรือภารกิจที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จนทำให้ไม่มีเวลามากพอที่จะดูแลผู้สูงอายุตลอดเวลา การจ้างคนดูแลที่มีความเป็นมืออาชีพจึงเหมือนการได้ผู้ช่วยดูแลผู้สูงอายุในยามที่คุณไม่สะดวกด้วยเช่นกัน
2) ผู้สูงอายุจะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงการดูแลอย่างใกล้ชิด เมื่อเปรียบเทียบกับการดูแลที่ศูนย์ดูแล บ้านพักคนชราหรือ เนอสซิ่งโฮม(Nursing Home)แล้ว จำนวนผู้สูงอายุที่มีมากอาจทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง ดังนั้น การจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่บ้านจึงเป็นวิธีที่สะดวกกว่ามาก
3) ผู้ดูแลส่วนใหญ่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลด้านต่าง ๆ เพราะผ่านการฝึกอบรมการปฏิบัติงานโดยเฉพาะ และมีประสบการณ์โดยตรง ไม่ว่าจะการดูแลกิจวัตรประจำวัน เช่น ป้อนข้าว อาบน้ำ เช็ดตัว หรือความเชี่ยวชาญด้านเครื่องยาและเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ในกรณีที่ผู้สูงอายุไม่สามารถดูแลตัวเองได้ และยังสามารถพูดคุยและอยู่เป็นเพื่อนผู้สูงอายุเพื่อให้ไม่รู้สึกเหงาด้วยเช่นกัน
4) ผู้สูงอายุไม่รู้สึกแปลกสถานที่เนื่องจากความเคยชินเพราะได้อยู่ที่บ้าน และไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือห่างไกลจากลูกหลาน อีกทั้งยังคงได้ใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกในครอบครัวของตนเอง ที่สำคัญสภาพแวดล้อมภายในบ้านสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกผ่อนคลาย และไม่วิตกกังวลจนเกินไป

เมื่อรับรู้ข้อดีของการจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้านตามข้อมูลข้างต้นแล้ว หากต้องการคนเพื่อมาดูแลผู้สูงอายุที่บ้านของคุณ ทางใส่ใจมีบริการจัดหาผู้ดูแลผู้สูงอายุที่น่าไว้ใจให้คุณ

คุณสมบัติของผู้ดูแลผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง
1. สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงเลยคือ คุณสมบัติทางด้านอารมณ์ความรู้สึก (moral attitude and belief) คือความพึงพอใจ ความศรัทธา เลื่อมใสที่จะใช้จริยธรรมมาเป็นแนวปฏิบัติงานดูแลผู้สูงอายุ
2. การฝึกอบรมเพื่อให้มีทักษะในการดูแลผู้สูงอายุ และมีความรู้ความสามารถในการดูแลผู้สูงอายุให้ถูกวิธี เพื่อให้เกิดความปลอดภัย
3. อุปนิสัย ผู้ดูแลผู้สูงอายุต้องมีใจรักในงานบริการ มีบุคลิกชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีความจริงใจ มีความรัก ความสงสาร ความเห็นอกเห็นใจ ปรารถนาดีต่อผู้สูงอายุ เข้าใจและรับฟังเรื่องราวของผู้สูงอายุ เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อการดูแลผู้สูงอายุให้มีความสุข
4. รู้จักผิดชอบชั่วดี ต้องรู้จักแยกแยะว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำและเข้าใจในเหตุผลของความถูกต้องดีงาม (moral reasoning)
5. อายุที่เหมาะสม หลายคนอาจมองข้ามเรื่องของช่วงอายุไป แต่ต้องเข้าใจว่าช่วงอายุมีผลต่อวุฒิภาวะ ถ้าเด็กมากเกินไปก็อาจจะมีความอดทนที่ต่ำเพราะประสบการณ์การในชีวิตยังน้อย หรือถ้าอายุมากเกินไปก็ทำให้ความคล่องตัวในการดูแลผู้สูงวัยอาจจะมีน้อยลง
6. ประสบการณ์นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะบ่งบอกว่าคนคนนั้นเคยผ่านงานดูแลผู้สูงวัยมาก่อน ทำให้เข้าใจเนื้องานได้อย่างรวดเร็ว เข้าใจรายละเอียดของการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งโดยรวมแล้วผู้ที่ดูแลผู้สูงอายุจำเป็นต้องมีใจรักในงานเป็นพิเศษ ต้องใช้ความอดทนและใช้ความรู้ความสามารถที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้สามารถดูแลได้ถูกวิธีและถูกใจกันทุกฝ่ายอีกด้วย
7. เป็นผู้ประสานงานและเชื่อมโยงระหว่างบุตรหลานและญาติมิตรกับผู้สูงอายุ เมื่อได้รับความไว้วางใจให้มาดูแลผู้สูงอายุแล้ว ผู้ดูแลต้องสามารถสื่อสารส่งต่อข้อมูลที่จะช่วยให้ทำงานได้ดีและเข้าใจผู้สูงอายุมากขึ้น
อะไรที่ช่วยให้คุณคลายความกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุ คนชราอยู่กับผู้ดูแลตามลำพัง
แม้ว่าคุณจะพิจารณาคุณสมบัติของผู้ดูแลที่ทำการว่าจ้างอย่างครบถ้วนและได้ตัดสินใจจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุมาแล้วนั้น เป็นเรื่องปกติหากคุณจะยังคงกังวลเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ อยู่ สิ่งที่จะช่วยให้คุณคลายความกังวลหากต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่กับผู้ดูแลตามลำพังที่บ้านมีดังนี้

1. ตรวจสอบประวัติย้อนหลังของผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ทำการว่าจ้างมา เพื่อให้แน่ใจว่าคนดูแลที่จ้างมานั้นไม่เคยมีประวัติการกระทำที่ผิดกฎหมายมาก่อน โดยสามารถตรวจสอบประวัติอาชญากรรมกับกองทะเบียนประวัติอาชญากรได้ที่ http://www.criminal.police.go.th/
2. สอบถามประวัติการทำงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา โดยอาจสอบถามจากผู้ว่าจ้างโดยตรงว่าเคยดูแลผู้สูงอายุมาอย่างไรบ้าง มีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหนในการดูแลผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ขณะเดียวกันก็สามารถสอบถามจากผู้ว่าจ้างที่เคยทำการจ้างก่อนหน้านี้ได้เช่นเดียวกัน
3. ฝากฝังทางเพื่อนบ้านให้ช่วยสอดส่องดูแลอีกทีหนึ่ง ซึ่งเพื่อนบ้านจะสามารถติดต่อหาเราได้ทันทีหากมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น
4. หากว่าจ้างคนดูแลผู้สูงอายุโดยหาจากสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ควรศึกษาคำวิจารณ์หรือรีวิวจากผู้ใช้ก่อนหน้าว่ามีความคิดเห็นต่อการบริการอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าคนดูแลที่จ้างมานั้นน่าเชื่อถือและเป็นคนมีความเป็นมืออาชีพจริง ๆ
5. การติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณบ้านช่วยให้สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา ถือเป็นการป้องกันความปลอดภัยที่ดีอย่างหนึ่งเช่นกัน
ข้อตกลงที่สำคัญในการดูแลผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง
เมื่อตัดสินใจจ้างคนดูแลผู้สูงอายุแล้ว ควรทำข้อตกลงสำคัญระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้ดูแลที่คุณทำการได้จ้างมา เพื่อเป็นการรับประกันความปลอดภัยให้กับผู้สูงอายุตลอดระยะเวลาการดูแล ซึ่งข้อตกลงที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจระหว่างสองฝ่ายมีดังนี้

1. ทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยสิ่งที่ควรระบุอยู่ในสัญญาอย่างชัดเจนได้แก่ ระยะเวลาการดูแล วันที่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ ชั่วโมงการทำงาน จำนวนค่าจ้าง รวมไปถึงสวัสดิการและวันหยุดที่ผู้ดูแลควรได้รับตามกฎหมายแรงงาน โดยที่ทั้งสองฝ่ายต้องเซ็นยินยอมเพื่อเป็นการรับรู้ต่อสัญญาและข้อกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้
2. ผู้ว่าจ้างควรอธิบายข้อมูลส่วนตัวของผู้สูงอายุให้กับผู้ดูแลอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปนิสัย ความชอบส่วนตัว อาหารที่กินได้และไม่ได้ ที่สำคัญหากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว ผู้ว่าจ้างควรบอกให้ผู้ดูแลรับรู้ก่อนเพื่อให้ผู้ดูแลสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้
3. อธิบายขอบเขตและวิธีการทำงานให้กับผู้ดูแลอย่างชัดเจน สิ่งใดที่ทำได้และไม่ได้ เพื่อเป็นการป้องกันขั้นเบื้องต้น
4. ข้อตกลงเรื่องที่อยู่อาศัย หากผู้ว่าจ้างต้องการให้ผู้ดูแลอาศัยอยู่ที่บ้านตลอดช่วงระยะการดูแลผู้สูงอายุ ควรจัดเตรียมที่พักอาศัยให้กับผู้ดูแล รวมไปถึงแจกแจงเรื่องกฎในการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในบ้านตลอดช่วงระยะเวลาเช่นกัน
5. ใส่ใจในเรื่องของสุขอนามัยของผู้ดูแลที่ทำการว่าจ้างมา หากผู้ดูแลมีอาการป่วยกะทันหัน ผู้ว่าจ้างควรออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่ผู้ดูแลควรได้รับ และควรให้ผู้ดูแลลางานได้ทันที เพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อต่อผู้สูงอายุภายในบ้าน

การทำข้อตกลงในการว่าจ้างนั้นนอกจากจะเป็นการช่วยให้ทำความเข้าใจอย่างชัดเจนแล้ว ยังช่วยสร้างความสบายใจให้กับทั้งสองฝ่ายได้อีกด้วย

ปทุมธานี แดนเหนือ(ของกรุงเทพ)

จังหวัดปทุมธานีจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง ที่มีพื้นที่ใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานครเป็น 1ใน 5 จังหวัดปริมณฑล มีอาณาเขตทิศเหนือติดกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดสระบุรี ทิศตะวันออกติดกับจังหวัดฉะเชิงเทรา ทิศตะวันตกติดกับจังหวัดนครปฐมและจังหวัดนนทบุรี ส่วนทิศใต้ติดกับกรุงเทพมหานครและจังหวัดนนทบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 953,660 ไร่

จังหวัดปทุมธานีแบ่งการปกครองทั้งหมดออกเป็น 7 อำเภอได้แก่ อำเภอเมืองปทุมธานี อำเภอคลองหลวง อำเภอธัญบุรี อำเภอหนองเสือ อำเภอลาดหลุมแก้ว อำเภอลำลูกกา และอำเภอสามโคก ย่านที่เจริญและมีประชากรมากที่สุดคือ เทศบาลนครรังสิต อำเภอธัญบุรี โดยจังหวัดปทุมธานีถือเป็นจังหวัดที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และมีการเปลี่ยนจากสังคมชนบทดั้งเดิมที่เน้นภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก เป็นสังคมเมืองอุตสาหกรรม และเริ่มทยอยมีหมู่บ้าน โครงการที่อยู่อาศัยต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ส่งผลให้เป็นแหล่งงานที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคกลางที่คนนิยมเข้ามาหางานทำจากทั่วทุกภาคส่วน รวมถึงแรงงานต่างด้าว อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่ตั้งของสถาบันการศึกษามากมายไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัยรังสิต โรงเรียนปทุมวิไล วิทยาลัยการอาชีวะศึกษาเป็นต้น ห้างสรรพสินค้าและแหล่งคอมมูนิตี้มอลล์ชั้นนำรายล้อมทุกพื้นที่เช่น เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ โลตัสปทุมธานี นอกจากจะเป็นจังหวัดที่ไม่ไกลจากกรุงเทพแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเก่าแก่ทางวัฒนธรรมเช่น วัดวาอารามเก่าแก่ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ส่งผลให้ปทุมธานีเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย พักผ่อน และทำงาน



รังสิต - ปทุมธานี

คนเฒ่าคนแก่มักบอกว่า จังหวัดปทุมธานีเป็นเมืองอกแตก ที่มีแม่น้ำไหลผ่านตรงกลาง ทำอย่างไรก็ไม่เจริญ ปัจจุบันนี้ปทุมธานีไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่ถูกกล่าวขานในอดีต แต่กลับกลายเป็นเมืองน่าอยู่ ปทุมธานีเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่ทางภาคเหนือ มีความเจริญก้าวหน้าขึ้นมากเมื่อเทียบกับอดีต

จังหวัดปทุมธานี

ในปัจจุบันกลายเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงเนื่องด้วยการเจริญเติบโตทางด้านต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ ห้างสรรพสินค้ามากมาย อีกทั้งยังมีเส้นทางคมนาคมเข้า-ออกสะดวกสบายสามารถคลายปัญหารถติดที่แสนน่าเบื่อของใครหลายๆคนได้ โดยเฉพาะ รังสิตพื้นที่ทำเลทองของปทุมธานีที่เต็มไปด้วยการพัฒนามากมายทั้งแหล่งที่อยู่อาศัย การเดินทาง อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงเทพปลายทางสู่ภาคเหนือและภาคตอนออกเฉียงเหนือของไทย รังสิตสามารถเดินทางเข้าออกเมืองได้ง่าย อยู่ใกล้ทางด่วนและถนนสายสำคัญต่างๆ เนื่องด้วยการกระจายตัวของที่ดินไปตามถนนเลียบคลองต่างๆมากมาย มีถนนสายสำคัญตัดผ่านเช่น ถนนพหลโยธิน ถนนรังสิต-ปทุมธานี และอีกหลายสายที่เชื่อมเข้าด้วยกันซึ่ง ในปี 2564 รังสิตจะมีรถไฟสายสีแดง-ครีม ที่วิ่งจากบางซื่อ-รังสิต ต่อขยายไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ช่วยให้การเข้าเมืองสะดวกสบายมากขึ้น โดยรังสิตมีห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดคือ ฟิวเจอร์ พาร์ค ที่ประกอบไปด้วยส่วนการค้าภายในมากมายไม่ว่าจะเป็น เซ็นทรัล โรบินสันเป็นต้น ไม่เพียงแค่นั้น รังสิตยังเต็มไปด้วยสถาบันการศึกษาหลากหลายด้วยกันเช่นโรงเรียนโชคชัยรังสิต มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสถานพยาบาลไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลเปาโลรังสิต โรงพยาบาลแพทย์รังสิต ซึ่งเป็นย่านที่เดินทางไปโรงพยาบาลได้สะดวก เรียกได้ว่าย่านรังสิตคือ ตัวท็อปของปทุมธานีเลยก็ว่าได้



เตรียมความพร้อมก่อนเกษียณ

หลายคนมีการวางแผนก่อนถึงวันเกษียณอายุไว้อย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นการมีเงินใช้อย่างเพียงพอ ได้เที่ยวพักผ่อนในสถานที่ที่อยากไป และในบั้นปลายของชีวิตก็ต้องการความสุข ความสบาย หลังจากที่ทำงานหนักมาทั้งชีวิต แต่น้อยคนที่จะเกษียณและใช้ชีวิตในวัยชราอย่างสบาย ทั้งนี้เนื่องมาจากคนส่วนใหญ่ไม่มีการวางแผนชีวิตหลังเกษียณที่ดีพอตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่มีใครสามารถรู้อนาคตของตัวเองได้ว่าชีวิตหลังการเกษียณจะเป็นอย่างไร ดังนั้นการเตรียมความพร้อม วางแผนก่อนการเกษียณ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณได้อย่างมีความสุข ควรเตรียมตัวดังนี้

1.เตรียมความพร้อมด้านร่างกาย การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็นไม่ว่าจะช่วงอายุไหน โดยเฉพาะวัยเกษียณที่พร้อมจะก้าวเข้าสู่วัยผู้สูงอายุที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน บางคนถึงแม้จะเกษียณด้วยเงินก้อนโตแต่ก็ต้องหมดไปกับค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลสุขภาพและรักษาอาการเจ็บป่วย เงินเดือนอาจหมดไปกับการรักษาพยาบาล ดังนั้นการเตรียมตัวสู่วัยเกษียณควรทำร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทานอาหารที่มีประโยชน์ เคี้ยวง่าย ย่อยง่ายและควรตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

2.เตรียมพร้อมด้านจิตใจ การเกษียณอายุเป็นการเปลี่ยนแปลงบทบาทและสถานภาพการทำงานอย่างฉับพลัน หากไม่ได้เตรียมใจไว้ล่วงหน้าอาจก่อให้เกิดปัญหาทางด้านจิตใจไม่ว่าจะเป็น อารมณ์เหงา วิตกกังวล หงุดหงิด เพราะในวัยทำงาน เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ครื้นเครง เฮฮา แต่เมื่อถึงวัยเกษียณ การใช้ชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่แต่ในบ้าน ควรเตรียมใจเพื่อให้สามารถปรับตัวอยู่ได้เรียนรู้ถึงการมีเวลาว่างมากขึ้น ซึ่งมีหลายวิธีด้วยกัน เช่น การหางานหรือกิจกรรมอดิเรกทำ หาสัตว์เลี้ยงคู่ใจมาอยู่เป็นเพื่อน ฝึกสมาธิให้จิตใจผ่อนคลาย

3.เตรียมพร้อมด้านการเงิน ความพร้อมด้านการเงินเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญในการชีวิตวัยเกษียณอย่างสะดวกสบาย จัดสรรรายได้บางส่วนเพื่อไว้ใช้หลังเกษียณ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการออมเงิน การลงทุนในกองทุน หรือประกันชีวิตรูปแบบต่าง ๆ