ดูแลเด็ก ใน หนองจอก, กรุงเทพมหานคร

ดูแลเด็ก ใน หนองจอก, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

มีความอดทน ขยัน รักความสะอาด ใจเย็น

แสดงเพิ่มเติม
วิไล นันต๊ะภาพ
วิไล นันต๊ะภาพ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 48 ปี
ทิพวรรณ์ ราศรี
ทิพวรรณ์ ราศรี
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 28 ปี

เป็นคนอัธยาศัยดีค่ะ ใจเย็นค่ะชอบเล่นกับเด็ก ส่งเสริมพัฒนาการของน้องได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
ฉันทนา สิทธิ
ฉันทนา สิทธิ
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 46 ปี

เป็นคนง่ายๆรักเด็กใจเย็นไม่เคยโกรธหรือโมโหอะไรง่ายๆนอนน้อยทําได้หมดแต่ไม่ชอบจู้จี้

แสดงเพิ่มเติม
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 39 ปี

ใส่ใจดูแลเหมือนลูกเจ้าของเองใจเย็น ดูแลได้ตลอด

แสดงเพิ่มเติม
ศิริกาญจน์ สุบหมัด
ศิริกาญจน์ สุบหมัด
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 27 ปี

พิจารณาค่าจ้างตามความเหมาะสม

แสดงเพิ่มเติม
Piyatida Dumluck
Piyatida Dumluck
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 40 ปี
กัญญาภัทร บุตรพรม
กัญญาภัทร บุตรพรม
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

สวัสดีค่ะ ชือ ภัทรค่ะ อายุ 52 ถนัดดูแลเด็กแรกคลอด คุณแม่หลังคลอดค่ะ นวดเด็กแรกเล็กได้ ช้วยให้เด็ก อารมณ์ดีไม่งอแง ช่วยระบบขับถ่าย เลือดลมไหลเวียนดี ร่างกายแข็งแรง.นวดประคบสมุนไพร คุณแม่หลังคลอดช่วยในการอยู่ไฟสมัยโบราณ ทำให้มดลูกเข้าอู่ไว้ ร่างกายแข็งแรง รับงานได้ทั้งในและต่างประเทศค่ะ รับดูแลทั้งคนไทยและต่างชาติ

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

พี่เลี้ยงเด็กที่จ้างผ่านเว็บใส่ใจคือดีจริง ๆ พี่เลี้ยงเด็กมีประสบการณ์ในการเลี้ยงดูเด็กและเป็นคนที่ซื่อสัตย์มาก ทำให้คนเป็นแม่อย่างเราหายห่วงลูกเลยจริง ๆ หากใครที่กำลังมองหาพี่เลี้ยงเด็ก บริการของทางใส่ใจถือเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียวสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน
Saijai
กรรชัย วงศ์พานิชญ์
5 ปีที่แล้ว
ดิฉันกับสามีทำงานประจำทั้งคู่ค่ะ ไม่มีใครคอยอยู่ดูแลลูกที่บ้านเลย ลูกติดนิสัยชอบอยู่แต่ในบ้านและซนกับพี่เลี้ยงมาก จนพี่เลี้ยงหลาย ๆ คนทนไม่ไหวถึงกับขอลาออกเอง โชคดีที่ได้เจอพี่เลี้ยงคนนี้บนเว็บใส่ใจ พี่ลี้ยงเข้ากับน้องได้ดีค่ะ
Saijai
วิลาภรณ์ สุทธิรักษ์
5 ปีที่แล้ว
เป็นครั้งแรกที่เลือกใช้บริการพี่เลี้ยงเด็กในเว็บใส่ใจ ตอนแรกคิดว่าจะยุ่งยากในจอง แต่พอเข้าไปในเว็บไซต์ เว็บไซต์ใช้งานง่ายมาก ๆ มีความสะดวกในการใช้งาน อีกทั้งยังมี Guideline ให้อีกด้วย และขั้นตอนการนัดสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเพราะมีตัวเลือกให้เลือกด้วยว่าเราสะดวกสัมภาษณ์ทางไหน เหมาะแก่คนที่ไม่มีเวลาอย่างเราจริง ๆ
Saijai
สุริยา ดำรงรักษ์
5 ปีที่แล้ว
ลองค้นหาบริการพี่เลี้ยงเด็กอยู่หลายที่ จนได้มาเจอเว็บใส่ใจ ลองเข้าไปดู รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างมีขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ให้เลือกพี่เลี้ยง ขั้นตอนนัดสัมภาษณ์ รายละเอียดและคำแนะนำต่าง ๆ พี่เลี้ยงที่ได้มาก็ตรงตามความต้องการสุด ๆ รู้สึกประทับใจมาก
Saijai
ณัฐณิชา ทิวาสวัสดิ์
5 ปีที่แล้ว
เมื่อก่อนไม่กล้าจ้างพี่เลี้ยงเด็ก แต่ลองจ้างผ่านทางใส่ใจดู พี่เลี้ยงทำงานได้น่าพอใจมาก ๆ พูดเพราะมาก จนลูกเราติดคำพูดเลยค่ะ ราคาก็ที่ไม่สูงเกินไป จับต้องได้สำหรับคนที่มีรายได้ไม่เยอะอย่ามากต่อเดือน คุณแม่คนไหนอยากหาพี่เลี้ยงเด็ก แนะนำเลยค่ะ
Saijai
ชื่นนภา วัฒนพันธ์
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลเด็ก

หากคุณพ่อคุณแม่ต้องทำงานนอกบ้านและไม่มีเวลาเลี้ยงลูกเอง ลองเปรียบเทียบกันระหว่างส่งลูกไปเนอสเซอรี่และจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลลูกที่บ้าน อะไรจะตรงใจคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด
บริการรับเลี้ยงเด็กในปัจจุบันมีหลายทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นพี่เลี้ยงเด็ก หรือเนอสเซอรี่ เรามาดูข้อดีข้อเสียกันเลยค่ะ

ข้อดีของพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านมีดังนี้

1) พี่เลี้ยงสามารถดูแลลูกน้อยของคุณได้อย่างใกล้ชิด ลูกของคุณจะได้รับความเอาใจใส่ที่ส่งผลต่อพัฒนาการเด็กทางด้านอารมณ์
2) พี่เลี้ยงสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กผ่านการทำกิจกรรมต่าง
3) พ่อแม่ประหยัดเวลามากขึ้น หากจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลที่บ้าน
4) เด็กจะไม่ป่วยบ่อย เนื่องจากเด็กจะอยู่ในบ้านของตนเอง

ข้อดีของเนอสเซอรี่

1) เด็ก ๆ จะรู้จักการเข้าสังคม
2) เนอสเซอรี่มีบริเวณกว้างเพื่อให้เด็กได้ทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ
3) เด็กจะได้ฝึกดูแลตัวเอง เพราะครูพี่เลี้ยงไม่ได้ดูแลเด็กแบบใกล้ชิด

ข้อเสียของพี่เลี้ยง

1) ค่าใช้จ่ายอาจจะสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเข้าศูนย์เนอสเซอรี่
2) เด็กอาจจะติดพี่เลี้ยงเกินไป
3) ลดความเป็นส่วนตัวของครอบครัว

ข้อเสียของเนอสเซอรี่

1) เด็กป่วยบ่อยเพราะมีภูมิคุ้มกันที่น้อยเนื่องจากอยู่กับเด็กหลายคน
2) ลูกจะไม่ได้รับการดูแลใกล้ชิดแบบตัวต่อตัวอาจส่งผลถึงอารมณ์ของเด็กได้
3) เด็กจะอยู่ห่างไกลจากพ่อแม่

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาบริการพี่เลี้ยงเด็ก ใส่ใจมีบริการพี่เลี้ยงมืออาชีพที่พร้อมจะให้บริการคุณค่ะ
คุณสมบัติอะไรบ้างที่พ่อแม่ควรมองหาจากพี่เลี้ยงเด็กก่อนตกลงจ้าง
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คุณพ่อคุณแม่สักคนจะตัดสินใจหาใครมาดูแลลูกน้อยที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ วันนี้ใส่ใจมีข้อมูลของทักษะและคุณสมบัติที่พี่เลี้ยงเด็กควรมีมาฝากให้คุณพ่อคุณแม่ลองเช็คกันดูก่อนตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงสักคน

1. พี่เลี้ยงเด็กต้องมีความอดทนสูง คุณพ่อคุณแม่ต้องมั่นใจว่าพี่เลี้ยงเด็กต้องมีความเข้าใจเด็ก สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี และที่สำคัญที่สุดคือเป็นคนที่มีความอดทนสูง
2. พี่เลี้ยงเด็กควรรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรืออุบัติเหตุ พี่เลี้ยงต้องมีความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และสามารถช่วยเหลือเด็กได้ทันที เช่น เด็กที่อยู่ภายใต้การดูแลเกิดอุบัติเหตุหกล้ม มีแผลถลอก พี่เลี้ยงต้องรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อของแผล เป็นต้น ดังนั้นคุณพ่อและคุณแม่ควรเลือกพี่เลี้ยงที่มีทักษะด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพราะเป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ
3. พี่เลี้ยงเด็กควรมีทักษะการแก้ไขปัญหา พี่เลี้ยงจะต้องรู้วิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งผู้ว่าจ้างเสมอไปหากปัญหานั้นไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรง
4. ทำอาหารเป็น ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะที่พี่เลี้ยงเด็กจำเป็นต้องมี พี่เลี้ยงไม่ได้มีหน้าที่แค่ดูแลเด็กอย่างเดียวเท่านั้น แต่พี่เลี้ยงอาจจะต้องเตรียมอาหารให้เด็ก ๆ รับประทานในแต่ละมื้อด้วย หากอาหารอร่อยถูกปาก เด็กจะเจริญอาหารและอารมณ์ดี ที่สำคัญที่สุดที่พี่เลี้ยงต้องใส่ใจและจดจำด้วยว่าเด็ก ๆ ที่ดูแลนั้น แพ้อาหารอะไรบ้าง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากการรับประทานสิ่งที่แพ้เข้าไป
5. มีความคิดสร้างสรรค์ในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก พี่เลี้ยงจะต้องเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถร่วมทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ ในระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวิชาการหรือสันทนาการ เช่น พี่เลี้ยงเด็กอาจจะสอนเด็กนับเลข ฝึกการอ่าน หรือระบายสีเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์เหล่านี้
ควรทำอย่างไรเพื่อคลายความกังวลเมื่อคุณพ่อคุณแม่ต้องปล่อยให้ลูกอยู่ตามลำพังกับพี่เลี้ยง
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่จะไว้วางใจให้ลูก ๆ ของคุณอยู่ในความดูแลพี่เลี้ยงเด็ก แม้ว่าจะเป็นเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ตามเด็กอาจเกิดความรู้สึกวิตกกังวลเมื่อต้องแยกจากคุณพ่อคุณแม่ ใส่ใจมีวิธีการที่จะช่วยลดความกังวลของทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกได้ดังนี้ค่ะ

1. คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยและทำความเข้าใจกับเด็ก ถึงความจำเป็นที่ต้องให้เด็กๆ อยู่กับพี่เลี้ยง ให้ความมั่นใจกับเด็กว่าคุณพ่อคุณแม่หาคนที่สามารถดูแลพวกเขาได้ดี
2. คุณพ่อคุณแม่ควรหาพี่เลี้ยงที่เข้ากันได้กับลูก ๆ และมีความพร้อมในการดูแลเด็ก
3. แนะนำให้ลูก ๆ ทำความรู้จักกับพี่เลี้ยง โดยอาจจะเล่าให้ฟังว่าพี่เลี้ยงเห็นใคร ชื่ออะไร คุยกับพี่ผ่านทางวิดีโอคอลก่อนวันเริ่มงานจริง เพื่อนลดความตึงเครียดในการเจอกันครั้งแรก
4. คุณพ่อคุณแม่ควรบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของตัวเอง เบอร์โทรฉุกเฉิน และสอนให้ลูกใช้โทรศัพท์เพื่อโทรหาคุณพ่อคุณแม่ได้ หรือโทรขอความช่วยเหลือได้ในกรณีฉุกเฉิน
5. มอบหมายงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เด็ก ๆ ทำระหว่างวัน เพื่อที่เด็ก ๆ จะได้มีกิจกรรมเบนความสนใจและไม่เอาแต่จดจ่อรอเวลาคุณพ่อคุณแม่กลับบ้าน
6. เมื่อถึงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องออกจากบ้านและต้องให้เด็ก ๆ อยู่กับพี่เลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความมั่นใจกับเด็ก ๆ ว่าพี่เลี้ยงจะดูแลเด็ก ๆ เป็นอย่างดีและย้ำว่าพวกเขาสามารถโทรหาคุณได้เสมอ
พ่อแม่ควรตกลงอะไรบ้างก่อนจ้างพี่เลี้ยงเด็ก?
เมื่อคุณพ่อคุณแม่สามารถหาพี่เลี้ยงเด็กที่ถูกใจได้แล้ว ควรพูดคุยและตกลงกันเรื่องใดบ้างก่อนเริ่มงาน

1. วันและเวลาทำงาน คุณพ่อและคุณแม่ควรมีแผนการทำงานของพี่เลี้ยงที่ชัดเจน เช่นกำหนดวันทำงาน วันหยุด และเวลาทำงานในแต่ละวันให้ชัดเจน และควรถามความสมัครใจหากต้องการให้พี่เลี้ยงทำงานล่วงเวลา
2. ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ คุณพ่อคุณแม่ควรระบุขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจน หากต้องการให้พี่เลี้ยงทำงานบ้านหรืองานอื่น ๆ นอกจากดูแลเด็ก ควรตกลงกันให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน
3. ระยะเวลาการทดลองงาน หาดคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้พี่เลี้ยงทดลองงานก่อนสักระยะหนึ่งก่อนทำสัญญาว่าจ้าง ควรระบุช่วงระยะเวลาและเงื่อนไขในการทดลองงานให้ชัดเจน
4. ค่าจ้าง คุณพ่อคุณแม่ควรสอบถามและตกลงค่าจ้างของพี่เลี้ยงให้ชัดเจน และค่าจ้างควรจะสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และจำนวนชั่วโมงทำงานในแต่ละวัน ประสบการณ์ในการทำงานอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ประกอบการพิจารณาอัตราค่าจ้างได้
5. กรณีจ้างพี่เลี้ยงประจำแบบพักอาศัยร่วม คุณพ่อคุณแม่ต้องจัดการเรื่องที่พักให้กับพี่เลี้ยง รวมถึงอาหารในแต่ละวันตามตกลงกัน
6. ข้อตกลงในการอยู่อาศัยร่วมกัน คุณพ่อคุณแม่ควรบอกกล่าวพี่เลี้ยงให้ชัดเจนถึงกฎระเบียบต่าง ๆ สิ่งใดไม่ควรปฏิบัติของการอาศัยอยู่ร่วมกัน

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่ควรพูดคุยตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน

ทำความรู้จักกับ เขตหนองจอก

เขตหนองจอก เขตการปกครองที่มีพื้นที่มากที่สุดของกรุงเทพมหานคร อยู่ในกลุ่มเขตสุวินทวงศ์ ซึ่งได้รับการจัดตั้งเป็นอำเภอในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งผู้ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานลำดับแรก ๆ ในพื้นที่นี้คือ ชาวไทยมุสลิมที่อพยพมาจากเมืองภาคใต้ ซึ่งจะตั้งถิ่นฐานอยู่ตามแนวคลองแสนแสบ และมีการขุดลอกขยายคลองในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังเริ่มมีกลุ่มชนต่าง ๆ เข้ามาอาศัยทั้งชาวมอญ จีน ลาว เขมร 5 ปีถัดมา อำเภอหนองจอกได้ขึ้นอยู่กับเมืองมีนบุรี ภายหลังจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 จังหวัดมีนบุรีถูกยุบรวมเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดพระนคร ส่งผลให้อำเภอหนองจอกกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเขตการปกครองในจังหวัดพระนคร จนกระทั่ง พ.ศ. 2514 มีการรวมกันของจังหวัดพระนครกับจังหวัดธนบุรีกลายมาเป็นกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน ส่งผลให้หนองจอกเปลี่ยนฐานะเป็น “เขตหนองจอก” โดยได้แบ่งการปกครองออกเป็น 8 แขวง ได้แก่แขวงกระทุ่มราย แขวงหนองจอก แขวงคลองสิบ แขวงคลองสิบสอง แขวงโคกแฝด แขวงคู้ฝั่งเหนือ แขวงลำผักชีและแขวงลำต้อยติ่ง เขตหนองจอกตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของกรุงเทพมหานคร มีอาณาเขตทิศเหนือติดกับอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ทิศตะวันออกติดกับอำเภอบางน้ำเปรี้ยวและอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ทิศใต้ติดกับเขตลาดกระบัง ส่วนทิศตะวันตกติดกับเขตมีนบุรีและเขตคลองสามวา สถานที่สำคัญในเขตหนองจอกมีมากมายด้วยกัน เนื่องด้วยหนองจอกเป็นเขตชุมชนชาวไทยมุสลิมที่มีจำนวนประมาณร้อยละ 75 ของประชากรทั้งหมด ทำให้สถานที่สำคัญส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม อาทิ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติคลองเก้าและยังเป็นที่ตั้งของสำนักจุฬาราชมนตรี สำนักการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยอีกด้วย



พาลูกเที่ยวย่านหนองจอก-หัวตะเข้

หนองจอก เป็นเขตหนึ่งของกรุงเทพที่อยู่แถวชานเมือง มีผู้คนอาศัยไม่เยอะ มีพื้นที่มากมายให้สูดอากาศบริสุทธิ์กันเต็มปอด เหมาะสำหรับวันหยุดพักผ่อนของครอบครัว ที่ไม่อยากเดินทางออกจากรุงเทพฯ แต่ได้ความรู้สึกเหมือนไปต่างจังหวัด หนองจอกเป็นเขตที่มีพื้นทีสีเขียวมากกว่าโซนอื่น ๆ ในกรุงเทพ และผู้คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตผูกพันกับสายน้ำและลำคลอง เด็ก ๆ น่าจะชอบ หากมีโอกาสลองพาครอบครัวเที่ยวหนองจอกกันดีกว่า

1.คลองแสนแสบ พูดถึงคลองแสนแสบหลายคนคงนึกภาพสายน้ำที่มีลักษณะไม่น่าชมสักเท่าไหร่ แต่คลองแสนแสบช่วงมีนบุรี-หนองจอก น้ำใสและสะอาดมาก เหมาะกับการพาเด็ก ๆ นั่งเรือชมคลอง ชมวิถีชีวิตริมน้ำ โดยเริ่มจากวัดทรัพย์สโมสรนิกรเกษม เขตหนองจอก ไปจนถึง ท่าเรือเมล์นายเลิศ หรือตลาด 100 ปี หนองจอก มีจุดจอดเรือหลายแห่งด้วยกัน เช่นมัสยิดกมาลุลอิสลาม,ตลาด 100 ปี หนองจอก เป็นต้น ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าคลองแห่งนี้ จะมีน้ำใส ร่มรื่น และสวยงามได้ถึงเพียงนี้ นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของผู้คนที่ผูกพันกับสายน้ำอีกด้วย

ที่อยู่ : ตั้งอยู่ : ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ

พิกัด : https://goo.gl/maps/UqXBaXPZFvJ5nXAS7

2.ตลาด 100 ปี หนองจอก ตั้งอยู่บนจุดตัดของลำคลองหลายสาย เมื่อก่อนตลาดแห่งนี้ค่อนข้างคึกคัก เต็มไปด้วยของกินมากมาย เช่น ข้าวแกง กาแฟ ข้างต้ม ขนมจีนเป็นต้น ซึ่งจะเปิดขายให้กับคนที่มาลงเรือ ให้ได้ซื้อกินตลอดทั้งคืน ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงสภาพเดิมไว้ เป็นตึกไม้ มีร้านขายของชำ และร้านขายของต่างๆอีกมากมาย หากมาวันอาทิตย์จะได้บรรยากาศคึกคักมากกว่าวันอื่นๆ

ที่อยู่ : ถนนบุรีภิรมย์ แขวงหนองจอก เขตหนองจอก กรุงเทพฯ

พิกัด : https://goo.gl/maps/jqR3j6QSeNBFiNhE7

3.มัสยิดกมาลุลอิสลาม แต่เดิมมัสยิดแห่งนี้เป็นเรือนไม้เล็กๆ และได้รับการบูรณะให้เป็นอาคารหลังใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 แม้ว่าจะมีการปรับปรุงแต่ก็ยังคงรักษาของเก่า และสภาพเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด เช่น เพดานไม้สัก กระเบื้องมุงหลังคา ภายในมีสิ่งสวยงามให้ชมมากมาย เช่น “มิมบัร” หรือธรรมาสน์ ที่มีลวดลายสวยงาม และมีอายุกว่าร้อยปีมาแล้ว

ที่อยู่ : ซอย ประชาร่วมใจ 48 แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ

พิกัด : https://goo.gl/maps/3LCR7gyTkWoa5uwC8



ส่งเสริมพัฒนาการการพูดของเด็กด้วยภาษามือ

ผู้ปกครองหลายท่านคงเกิดความกังวลใจที่ไม่สามารถสื่อสารกับลูกเล็กที่ยังไม่สามารถพูดได้ โดยทั่วไปแล้วเด็กส่วนใหญ่จะมีคลังคำมากพอที่จะเริ่มสื่อสารด้วยการพูด เมื่อมีอายุประมาณ 15 - 18 เดือน โดยช่วงเวลาก่อนหน้าเราสามารถเริ่มพัฒนาทักษะด้านภาษาของลูกน้อยด้วยการใช้ภาษามือ โดยเด็กสามารถเรียนรู้การสื่อสารท่าทางจากพ่อแม่ได้ตั้งแต่อายุประมาณ 6-7 เดือน และเริ่มตอบสนองกลับเมื่ออายุ 8-9 เดือน การใช้ภาษามือช่วยให้พ่อแม่เริ่มมีบทสนทนาพื้นฐานกับลูกได้ เช่น ใช้เป็นสัญญาณเมื่อลูกหิว ขอนอน เปลี่ยนผ้าอ้อม เป็นต้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ภาษามือกล่าวว่าเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้ลูกน้อยสามารถสื่อสารกับพ่อแม่และคนอื่น ๆ ก่อนเข้าสู่วัยหัดพูดและช่วยฝึกฝนการได้ยินอีกด้วย แต่ไม่มีอะไรสามารถบอกได้ชัดเจนว่าคุณพ่อคุณแม่สามารถสอนภาษามือให้กับลูกให้ได้ผลดีที่สุดตอนไหน แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนได้บอกว่าควรเริ่มสอนลูกก่อนอายุครบ 6 เดือน ซึ่งเป็นการดีที่ลูกจะได้เรียนภาษามือเร็วขึ้น แต่ระยะนี้ลูกน้อยยังไม่มีความสามารถในการควบคุมการขยับมือได้เต็มที่ ดังนั้นช่วงอายุระหว่าง 6-7 เดือน คือจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุด หากพ่อแม่มีแรงจูงใจมากพอ การเริ่มสอนก่อนหน้าก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ซึ่งการได้รับความสนใจจากลูกนานกว่า 10 วินาที ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและเป็นสัญญาณที่บอกว่าลูกน้อยพร้อมจะฟังพ่อแม่สอนแล้ว โดยประโยชน์ของการใช้ภาษามือมีหลายอย่างด้วยกัน เช่น เป็นวิธีการสื่อสารที่ทารกช่วยบอกสิ่งที่เขาต้องการก่อนจะหัดพูดและทักษะของภาษาของพวกเขาก็ได้รับการพัฒนาต่อเนื่องมากพอที่จะขับก้าวเข้าสู่รักษาขั้นต่อไป อีกทั้งเป็นจุดเปลี่ยนให้ลูกน้อยสามารถเข้าสู่การพูดได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น การที่เด็กคุ้นเคยกับภาษามือจะรู้สึกมีแรงจูงใจในการเรียนรู้ที่จะพูดมากกว่าเด็กคนอื่นๆ โดยเด็กที่ใช้ภาษามือจะพูดเป็นคำๆได้มากกว่าเด็กทั่วไปในช่วงอายุระหว่าง 2-3 ขวบ ซึ่งภาษามือมีแกรมมาของตัวเอง หากยึดภาษามือที่มีหลักมาตรฐานมาใช้จะช่วยให้สื่อสารกับลูกได้สอดคล้องกับโครงสร้างของการสื่อสารมากขึ้นสามารถหาพจนานุกรมภาษามือได้โดยพิมพ์ “British Sign Language” ใน Google