ดูแลเด็ก ใน หนองจอก, กรุงเทพมหานคร

ดูแลเด็ก ใน หนองจอก, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

Piyatida Dumluck
Piyatida Dumluck
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 40 ปี
ศิริกาญจน์ สุบหมัด
ศิริกาญจน์ สุบหมัด
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 27 ปี

พิจารณาค่าจ้างตามความเหมาะสม

แสดงเพิ่มเติม
กัญญาภัทร บุตรพรม
กัญญาภัทร บุตรพรม
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

สวัสดีค่ะ ชือ ภัทรค่ะ อายุ 52 ถนัดดูแลเด็กแรกคลอด คุณแม่หลังคลอดค่ะ นวดเด็กแรกเล็กได้ ช้วยให้เด็ก อารมณ์ดีไม่งอแง ช่วยระบบขับถ่าย เลือดลมไหลเวียนดี ร่างกายแข็งแรง.นวดประคบสมุนไพร คุณแม่หลังคลอดช่วยในการอยู่ไฟสมัยโบราณ ทำให้มดลูกเข้าอู่ไว้ ร่างกายแข็งแรง รับงานได้ทั้งในและต่างประเทศค่ะ รับดูแลทั้งคนไทยและต่างชาติ

แสดงเพิ่มเติม
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 39 ปี

ใส่ใจดูแลเหมือนลูกเจ้าของเองใจเย็น ดูแลได้ตลอด

แสดงเพิ่มเติม
วิไล นันต๊ะภาพ
วิไล นันต๊ะภาพ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 48 ปี
ฉันทนา สิทธิ
ฉันทนา สิทธิ
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 46 ปี

เป็นคนง่ายๆรักเด็กใจเย็นไม่เคยโกรธหรือโมโหอะไรง่ายๆนอนน้อยทําได้หมดแต่ไม่ชอบจู้จี้

แสดงเพิ่มเติม
ทิพวรรณ์ ราศรี
ทิพวรรณ์ ราศรี
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 28 ปี

เป็นคนอัธยาศัยดีค่ะ ใจเย็นค่ะชอบเล่นกับเด็ก ส่งเสริมพัฒนาการของน้องได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม

มีความอดทน ขยัน รักความสะอาด ใจเย็น

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

เปลี่ยนพี่เลี้ยงเด็กมาหลายคน ส่วนมากราคาสูง ๆ ทั้งนั้น แต่อยู่ไม่ได้นานก็ลาออก ลองจองพี่เลี้ยงผ่านเวปใส่ใจ เยี่ยมมากเลยครับ แฟนสบายใจ หมดปัญหา ไม่ต้องจ้างพี่เลี้ยงราคาแพง ได้ราคาแบบสมเหตุสมผล แถมมีคุณภาพครับ
Saijai
จิตวัชร จันประทีป
5 ปีที่แล้ว
บ้านอยู่แถว สุขุมวิท71 ลองใช้เว็บใส่ใจครั้งแรก เพราะเพื่อนๆ แนะนำมา อยากได้พี่เลี้ยงเด็ก มองหามาหลายที่ ที่นี่รายละเอียดครบ ราคาชัดเจน โทรปรึกษาพนักงานก็อธิบายเข้าใจง่ายมาก สะดวกสบาย ง่ายกว่า search หาเองใน Google ชอบมากๆ ค่ะ
Saijai
นงคราญ แซ่ตั้ง
5 ปีที่แล้ว
เป็นครั้งแรกที่เลือกใช้บริการพี่เลี้ยงเด็กในเว็บใส่ใจ ตอนแรกคิดว่าจะยุ่งยากในจอง แต่พอเข้าไปในเว็บไซต์ เว็บไซต์ใช้งานง่ายมาก ๆ มีความสะดวกในการใช้งาน อีกทั้งยังมี Guideline ให้อีกด้วย และขั้นตอนการนัดสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเพราะมีตัวเลือกให้เลือกด้วยว่าเราสะดวกสัมภาษณ์ทางไหน เหมาะแก่คนที่ไม่มีเวลาอย่างเราจริง ๆ
Saijai
สุริยา ดำรงรักษ์
5 ปีที่แล้ว
ลองค้นหาบริการพี่เลี้ยงเด็กอยู่หลายที่ จนได้มาเจอเว็บใส่ใจ ลองเข้าไปดู รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างมีขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ให้เลือกพี่เลี้ยง ขั้นตอนนัดสัมภาษณ์ รายละเอียดและคำแนะนำต่าง ๆ พี่เลี้ยงที่ได้มาก็ตรงตามความต้องการสุด ๆ รู้สึกประทับใจมาก
Saijai
ณัฐณิชา ทิวาสวัสดิ์
5 ปีที่แล้ว
เมื่อก่อนไม่กล้าจ้างพี่เลี้ยงเด็ก แต่ลองจ้างผ่านทางใส่ใจดู พี่เลี้ยงทำงานได้น่าพอใจมาก ๆ พูดเพราะมาก จนลูกเราติดคำพูดเลยค่ะ ราคาก็ที่ไม่สูงเกินไป จับต้องได้สำหรับคนที่มีรายได้ไม่เยอะอย่ามากต่อเดือน คุณแม่คนไหนอยากหาพี่เลี้ยงเด็ก แนะนำเลยค่ะ
Saijai
ชื่นนภา วัฒนพันธ์
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลเด็ก

หากคุณพ่อคุณแม่ไม่มีเวลาดูแลลูกน้อยควรเลือกใช้บริการการเลี้ยงเด็กแบบใด พี่เลี้ยงเด็กส่วนตัว หรือเนอสเซอรี่
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาพี่เลี้ยงเด็ก วันนี้เรามาดูข้อดีขอเสียของพี่เลี้ยงเด็กกันค่ะ ทำไมต้องเลือกใช้บริการพี่เลี้ยงเด็ก

1) พี่เลี้ยงช่วยแบ่งเบาภาระของคุณพ่อคุณแม่ได้ หากคุณไม่มีเวลาดูแลลูกน้อยเนื่องจากต้องทำงานนั้น พี่เลี้ยงเด็กคือทางออกของคุณค่ะ
2) หากคุณเลือกพี่เลี้ยงที่มีคุณสมบัติที่ดีสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกของคุณได้ค่ะ
3) พี่เลี้ยงสามารถดูแลลูกน้อยของคุณแบบใกล้ชิดมากกว่าส่งลูกเข้าศูนย์เลี้ยงเด็ก เพราะศูนย์เลี้ยงเด็กนั้นไม่สามารถดูแลเด็ก ๆ แบบใกล้ชิดได้
4) พี่เลี้ยงสามารถยืดหยุ่นเวลาทำงานให้สอดคล้องกับการทำงานของคุณได้
5) คุณไม่ต้องเสียเวลาไปรับไปส่งลูกน้อยที่ศูนย์หากคุณจ้างพี่เลี้ยงมาที่บ้านเพื่อดูแลลูกน้อยของคุณ
6) ลูกของคุณจะไม่ป่วยบ่อยเหมือนเข้าศูนย์เลี้ยงเด็กที่มีเด็กมากกว่า20คน อาจจะเกิดความเสี่ยงติดโรคจากเพื่อน ๆ ได้
7) พี่เลี้ยงสามารถอยู่ดูแลลูกของคุณและเฝ้าบ้านของคุณได้หากในกรณีคุณกลับบ้านดึก
8) คุณสามารถบอกพี่เลี้ยงเด็กได้หากคุณต้องการให้พี่เลี้ยงมุ่งเน้นพัฒนาการของลูกคุณในด้านไหนเพราะพี่เลี้ยงของคุณจะดูแลเด็กแบบใกล้ชิด และมุ่งเน้นความสนใจให้ลูกของคุณ ต่างจากเข้าศูนย์เลี้ยงเด็กที่ต้องเฉลี่ยดูแลอย่างเท่าเทียมกัน

ข้อเสียของพี่เลี้ยงเด็ก

1) ลูกของคุณอาจจะติดพี่เลี้ยงมากเกินไป
2) ค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงหากเทียบกับศูนย์เลี้ยงเด็ก
3) คุณอาจจะสูญเสียความเป็นส่วนตัวภายในครอบครัว

อย่างไรก็ดีข้อดีของพี่เลี้ยงเด็กนั้นจะช่วยแบ่งเบาหน้าที่ของคุณไปได้เยอะเลยทีเดียว หากคุณกำลังมองหาพี่เลี้ยงเด็กสักคน ใส่ใจมีบริการด้านนี้ค่ะ
คุณสมบัติอะไรบ้างที่พ่อแม่ควรมองหาจากพี่เลี้ยงเด็กก่อนตกลงจ้าง
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คุณพ่อคุณแม่สักคนจะตัดสินใจหาใครมาดูแลลูกน้อยที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ วันนี้ใส่ใจมีข้อมูลของทักษะและคุณสมบัติที่พี่เลี้ยงเด็กควรมีมาฝากให้คุณพ่อคุณแม่ลองเช็คกันดูก่อนตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงสักคน

1. พี่เลี้ยงเด็กต้องมีความอดทนสูง คุณพ่อคุณแม่ต้องมั่นใจว่าพี่เลี้ยงเด็กต้องมีความเข้าใจเด็ก สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี และที่สำคัญที่สุดคือเป็นคนที่มีความอดทนสูง
2. พี่เลี้ยงเด็กควรรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรืออุบัติเหตุ พี่เลี้ยงต้องมีความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และสามารถช่วยเหลือเด็กได้ทันที เช่น เด็กที่อยู่ภายใต้การดูแลเกิดอุบัติเหตุหกล้ม มีแผลถลอก พี่เลี้ยงต้องรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อของแผล เป็นต้น ดังนั้นคุณพ่อและคุณแม่ควรเลือกพี่เลี้ยงที่มีทักษะด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพราะเป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ
3. พี่เลี้ยงเด็กควรมีทักษะการแก้ไขปัญหา พี่เลี้ยงจะต้องรู้วิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งผู้ว่าจ้างเสมอไปหากปัญหานั้นไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรง
4. ทำอาหารเป็น ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะที่พี่เลี้ยงเด็กจำเป็นต้องมี พี่เลี้ยงไม่ได้มีหน้าที่แค่ดูแลเด็กอย่างเดียวเท่านั้น แต่พี่เลี้ยงอาจจะต้องเตรียมอาหารให้เด็ก ๆ รับประทานในแต่ละมื้อด้วย หากอาหารอร่อยถูกปาก เด็กจะเจริญอาหารและอารมณ์ดี ที่สำคัญที่สุดที่พี่เลี้ยงต้องใส่ใจและจดจำด้วยว่าเด็ก ๆ ที่ดูแลนั้น แพ้อาหารอะไรบ้าง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากการรับประทานสิ่งที่แพ้เข้าไป
5. มีความคิดสร้างสรรค์ในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก พี่เลี้ยงจะต้องเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถร่วมทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ ในระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวิชาการหรือสันทนาการ เช่น พี่เลี้ยงเด็กอาจจะสอนเด็กนับเลข ฝึกการอ่าน หรือระบายสีเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์เหล่านี้
ควรทำอย่างไรเพื่อคลายความกังวลเมื่อคุณพ่อคุณแม่ต้องปล่อยให้ลูกอยู่ตามลำพังกับพี่เลี้ยง
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่จะไว้วางใจให้ลูก ๆ ของคุณอยู่ในความดูแลพี่เลี้ยงเด็ก แม้ว่าจะเป็นเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ตามเด็กอาจเกิดความรู้สึกวิตกกังวลเมื่อต้องแยกจากคุณพ่อคุณแม่ ใส่ใจมีวิธีการที่จะช่วยลดความกังวลของทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกได้ดังนี้ค่ะ

1. คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยและทำความเข้าใจกับเด็ก ถึงความจำเป็นที่ต้องให้เด็กๆ อยู่กับพี่เลี้ยง ให้ความมั่นใจกับเด็กว่าคุณพ่อคุณแม่หาคนที่สามารถดูแลพวกเขาได้ดี
2. คุณพ่อคุณแม่ควรหาพี่เลี้ยงที่เข้ากันได้กับลูก ๆ และมีความพร้อมในการดูแลเด็ก
3. แนะนำให้ลูก ๆ ทำความรู้จักกับพี่เลี้ยง โดยอาจจะเล่าให้ฟังว่าพี่เลี้ยงเห็นใคร ชื่ออะไร คุยกับพี่ผ่านทางวิดีโอคอลก่อนวันเริ่มงานจริง เพื่อนลดความตึงเครียดในการเจอกันครั้งแรก
4. คุณพ่อคุณแม่ควรบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของตัวเอง เบอร์โทรฉุกเฉิน และสอนให้ลูกใช้โทรศัพท์เพื่อโทรหาคุณพ่อคุณแม่ได้ หรือโทรขอความช่วยเหลือได้ในกรณีฉุกเฉิน
5. มอบหมายงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เด็ก ๆ ทำระหว่างวัน เพื่อที่เด็ก ๆ จะได้มีกิจกรรมเบนความสนใจและไม่เอาแต่จดจ่อรอเวลาคุณพ่อคุณแม่กลับบ้าน
6. เมื่อถึงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องออกจากบ้านและต้องให้เด็ก ๆ อยู่กับพี่เลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความมั่นใจกับเด็ก ๆ ว่าพี่เลี้ยงจะดูแลเด็ก ๆ เป็นอย่างดีและย้ำว่าพวกเขาสามารถโทรหาคุณได้เสมอ
ในวันสัมภาษณ์พ่อแม่ควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงเด็ก
ขั้นตอนของการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่แค่คุณจะได้ทำความรู้จักกับพี่เลี้ยงที่คุณจะจ้าง แต่ในขั้นตอนนี้คุณต้องทำการตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงาน ดังนั้นวันนี้ใส่ใจมีข้อแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังจะสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กและพูดคุยถึงข้อตกลงที่สำคัญมีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ

1) ขอบเขตหน้าที่ที่คุณต้องการให้พี่เลี้ยงทำ เช่น ช่วยเลี้ยงลูกคุณขณะคุณไม่อยู่บ้าน ช่วยเตรียมกับข้าวให้ลูกน้อยรับประทานในแต่ละมื้อ ช่วยสอนการบ้านหากพี่เลี้ยงมีความสามารถ
2) วันและเวลาการทำงาน ในวันที่สัมภาษณ์คุณและพี่เลี้ยงจะต้องตกลงเรื่องวันเวลาการทำงานให้อย่างชัดเจน และคุณควรจะมีวันหยุดให้พี่เลี้ยงตาม กฎหมายกระทรวงแรงงาน นายจ้างต้องให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ และวันพักร้อน ได้ 6 วัน ต่อ ปี และต้องหยุดตามประเพณี ปีละไม่น้อยกว่า 13 วัน
3) ค่าจ้าง คุณจะต้องตกลงเรื่องค่าจ้างกับพี่เลี้ยงให้ชัดเจน หากพี่เลี้ยงปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี คุณควรที่จะเพิ่มเงินเดือนให้ตามความเหมาะสม ในกรณีที่พี่เลี้ยงเด็กทำงานในวันหยุดนายจ้างต้องจ่ายเงินค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน
4) ข้อตกลงในการอาศัยอยู่ในบ้าน หากคุณมีกฎระเบียบที่ต้องการให้พี่เลี้ยงเด็กปฏิบัติตามกฎที่คุณตั้งไว้ คุณต้องแจ้งให้พี่เลี้ยงเด็กรับทราบก่อนเริ่มงานเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
5) ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่ไม่อยากให้ลูกติดโทรศัพท์ คุณควรแจ้งให้พี่เลี้ยงทราบ และควรกำชับพี่เลี้ยงว่าไม่ให้ลูกของคุณเล่นโทรศัพท์ขณะที่คุณไม่อยู่ เพราะเด็กอาจได้รับผลกระทบจากการเล่นโทรศัพท์นานเกินไปจนส่งผลให้เกิดภาวะสมาธิสั้นและส่งผลกับสายตา ดังนั้นพี่เลี้ยงจะต้องหากิจกรรมที่ให้เด็กได้พัฒนาตนเองมากกว่าการเล่นโทรศัพท์มือถือ

ทำความรู้จักกับ เขตหนองจอก

เขตหนองจอก เขตการปกครองที่มีพื้นที่มากที่สุดของกรุงเทพมหานคร อยู่ในกลุ่มเขตสุวินทวงศ์ ซึ่งได้รับการจัดตั้งเป็นอำเภอในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งผู้ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานลำดับแรก ๆ ในพื้นที่นี้คือ ชาวไทยมุสลิมที่อพยพมาจากเมืองภาคใต้ ซึ่งจะตั้งถิ่นฐานอยู่ตามแนวคลองแสนแสบ และมีการขุดลอกขยายคลองในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังเริ่มมีกลุ่มชนต่าง ๆ เข้ามาอาศัยทั้งชาวมอญ จีน ลาว เขมร 5 ปีถัดมา อำเภอหนองจอกได้ขึ้นอยู่กับเมืองมีนบุรี ภายหลังจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 จังหวัดมีนบุรีถูกยุบรวมเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดพระนคร ส่งผลให้อำเภอหนองจอกกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเขตการปกครองในจังหวัดพระนคร จนกระทั่ง พ.ศ. 2514 มีการรวมกันของจังหวัดพระนครกับจังหวัดธนบุรีกลายมาเป็นกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน ส่งผลให้หนองจอกเปลี่ยนฐานะเป็น “เขตหนองจอก” โดยได้แบ่งการปกครองออกเป็น 8 แขวง ได้แก่แขวงกระทุ่มราย แขวงหนองจอก แขวงคลองสิบ แขวงคลองสิบสอง แขวงโคกแฝด แขวงคู้ฝั่งเหนือ แขวงลำผักชีและแขวงลำต้อยติ่ง เขตหนองจอกตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของกรุงเทพมหานคร มีอาณาเขตทิศเหนือติดกับอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ทิศตะวันออกติดกับอำเภอบางน้ำเปรี้ยวและอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ทิศใต้ติดกับเขตลาดกระบัง ส่วนทิศตะวันตกติดกับเขตมีนบุรีและเขตคลองสามวา สถานที่สำคัญในเขตหนองจอกมีมากมายด้วยกัน เนื่องด้วยหนองจอกเป็นเขตชุมชนชาวไทยมุสลิมที่มีจำนวนประมาณร้อยละ 75 ของประชากรทั้งหมด ทำให้สถานที่สำคัญส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม อาทิ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติคลองเก้าและยังเป็นที่ตั้งของสำนักจุฬาราชมนตรี สำนักการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยอีกด้วย



พาลูกเที่ยวย่านหนองจอก-หัวตะเข้

หนองจอก เป็นเขตหนึ่งของกรุงเทพที่อยู่แถวชานเมือง มีผู้คนอาศัยไม่เยอะ มีพื้นที่มากมายให้สูดอากาศบริสุทธิ์กันเต็มปอด เหมาะสำหรับวันหยุดพักผ่อนของครอบครัว ที่ไม่อยากเดินทางออกจากรุงเทพฯ แต่ได้ความรู้สึกเหมือนไปต่างจังหวัด หนองจอกเป็นเขตที่มีพื้นทีสีเขียวมากกว่าโซนอื่น ๆ ในกรุงเทพ และผู้คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตผูกพันกับสายน้ำและลำคลอง เด็ก ๆ น่าจะชอบ หากมีโอกาสลองพาครอบครัวเที่ยวหนองจอกกันดีกว่า

1.คลองแสนแสบ พูดถึงคลองแสนแสบหลายคนคงนึกภาพสายน้ำที่มีลักษณะไม่น่าชมสักเท่าไหร่ แต่คลองแสนแสบช่วงมีนบุรี-หนองจอก น้ำใสและสะอาดมาก เหมาะกับการพาเด็ก ๆ นั่งเรือชมคลอง ชมวิถีชีวิตริมน้ำ โดยเริ่มจากวัดทรัพย์สโมสรนิกรเกษม เขตหนองจอก ไปจนถึง ท่าเรือเมล์นายเลิศ หรือตลาด 100 ปี หนองจอก มีจุดจอดเรือหลายแห่งด้วยกัน เช่นมัสยิดกมาลุลอิสลาม,ตลาด 100 ปี หนองจอก เป็นต้น ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าคลองแห่งนี้ จะมีน้ำใส ร่มรื่น และสวยงามได้ถึงเพียงนี้ นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของผู้คนที่ผูกพันกับสายน้ำอีกด้วย

ที่อยู่ : ตั้งอยู่ : ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ

พิกัด : https://goo.gl/maps/UqXBaXPZFvJ5nXAS7

2.ตลาด 100 ปี หนองจอก ตั้งอยู่บนจุดตัดของลำคลองหลายสาย เมื่อก่อนตลาดแห่งนี้ค่อนข้างคึกคัก เต็มไปด้วยของกินมากมาย เช่น ข้าวแกง กาแฟ ข้างต้ม ขนมจีนเป็นต้น ซึ่งจะเปิดขายให้กับคนที่มาลงเรือ ให้ได้ซื้อกินตลอดทั้งคืน ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงสภาพเดิมไว้ เป็นตึกไม้ มีร้านขายของชำ และร้านขายของต่างๆอีกมากมาย หากมาวันอาทิตย์จะได้บรรยากาศคึกคักมากกว่าวันอื่นๆ

ที่อยู่ : ถนนบุรีภิรมย์ แขวงหนองจอก เขตหนองจอก กรุงเทพฯ

พิกัด : https://goo.gl/maps/jqR3j6QSeNBFiNhE7

3.มัสยิดกมาลุลอิสลาม แต่เดิมมัสยิดแห่งนี้เป็นเรือนไม้เล็กๆ และได้รับการบูรณะให้เป็นอาคารหลังใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 แม้ว่าจะมีการปรับปรุงแต่ก็ยังคงรักษาของเก่า และสภาพเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด เช่น เพดานไม้สัก กระเบื้องมุงหลังคา ภายในมีสิ่งสวยงามให้ชมมากมาย เช่น “มิมบัร” หรือธรรมาสน์ ที่มีลวดลายสวยงาม และมีอายุกว่าร้อยปีมาแล้ว

ที่อยู่ : ซอย ประชาร่วมใจ 48 แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ

พิกัด : https://goo.gl/maps/3LCR7gyTkWoa5uwC8



ส่งเสริมพัฒนาการการพูดของเด็กด้วยภาษามือ

ผู้ปกครองหลายท่านคงเกิดความกังวลใจที่ไม่สามารถสื่อสารกับลูกเล็กที่ยังไม่สามารถพูดได้ โดยทั่วไปแล้วเด็กส่วนใหญ่จะมีคลังคำมากพอที่จะเริ่มสื่อสารด้วยการพูด เมื่อมีอายุประมาณ 15 - 18 เดือน โดยช่วงเวลาก่อนหน้าเราสามารถเริ่มพัฒนาทักษะด้านภาษาของลูกน้อยด้วยการใช้ภาษามือ โดยเด็กสามารถเรียนรู้การสื่อสารท่าทางจากพ่อแม่ได้ตั้งแต่อายุประมาณ 6-7 เดือน และเริ่มตอบสนองกลับเมื่ออายุ 8-9 เดือน การใช้ภาษามือช่วยให้พ่อแม่เริ่มมีบทสนทนาพื้นฐานกับลูกได้ เช่น ใช้เป็นสัญญาณเมื่อลูกหิว ขอนอน เปลี่ยนผ้าอ้อม เป็นต้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ภาษามือกล่าวว่าเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้ลูกน้อยสามารถสื่อสารกับพ่อแม่และคนอื่น ๆ ก่อนเข้าสู่วัยหัดพูดและช่วยฝึกฝนการได้ยินอีกด้วย แต่ไม่มีอะไรสามารถบอกได้ชัดเจนว่าคุณพ่อคุณแม่สามารถสอนภาษามือให้กับลูกให้ได้ผลดีที่สุดตอนไหน แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนได้บอกว่าควรเริ่มสอนลูกก่อนอายุครบ 6 เดือน ซึ่งเป็นการดีที่ลูกจะได้เรียนภาษามือเร็วขึ้น แต่ระยะนี้ลูกน้อยยังไม่มีความสามารถในการควบคุมการขยับมือได้เต็มที่ ดังนั้นช่วงอายุระหว่าง 6-7 เดือน คือจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุด หากพ่อแม่มีแรงจูงใจมากพอ การเริ่มสอนก่อนหน้าก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ซึ่งการได้รับความสนใจจากลูกนานกว่า 10 วินาที ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและเป็นสัญญาณที่บอกว่าลูกน้อยพร้อมจะฟังพ่อแม่สอนแล้ว โดยประโยชน์ของการใช้ภาษามือมีหลายอย่างด้วยกัน เช่น เป็นวิธีการสื่อสารที่ทารกช่วยบอกสิ่งที่เขาต้องการก่อนจะหัดพูดและทักษะของภาษาของพวกเขาก็ได้รับการพัฒนาต่อเนื่องมากพอที่จะขับก้าวเข้าสู่รักษาขั้นต่อไป อีกทั้งเป็นจุดเปลี่ยนให้ลูกน้อยสามารถเข้าสู่การพูดได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น การที่เด็กคุ้นเคยกับภาษามือจะรู้สึกมีแรงจูงใจในการเรียนรู้ที่จะพูดมากกว่าเด็กคนอื่นๆ โดยเด็กที่ใช้ภาษามือจะพูดเป็นคำๆได้มากกว่าเด็กทั่วไปในช่วงอายุระหว่าง 2-3 ขวบ ซึ่งภาษามือมีแกรมมาของตัวเอง หากยึดภาษามือที่มีหลักมาตรฐานมาใช้จะช่วยให้สื่อสารกับลูกได้สอดคล้องกับโครงสร้างของการสื่อสารมากขึ้นสามารถหาพจนานุกรมภาษามือได้โดยพิมพ์ “British Sign Language” ใน Google