ดูแลเด็ก ใน หนองจอก, กรุงเทพมหานคร

ดูแลเด็ก ใน หนองจอก, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่
Narumon
Narumon
Saijai ค่าบริการ ฿900 - 1,500/วัน
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

จบหลักสูตร NA ฝึกงานที่โรงพยาบาลสุขุมวิทหลักสูตรดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิดและผู้สูงอายุเป็นผู้ช่วยเหลือคนไข้ เคยดูแลเด็กตามบ้านผู้ว่าจ้างและเลี้ยงที่บ้านตัวเอง

แสดงเพิ่มเติม
อาซียะห์  บินฮะเก็ต
อาซียะห์ บินฮะเก็ต
Saijai ค่าบริการ ฿1,200 - 1,500/วัน
Saijai ประสบการณ์ 4-5 ปี
Saijai อายุ 29 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

ฉีดวัคซีนครบ 3 เข็มแล้วค่ะ เป็นคนอัธยาศัยดี ร่าเริง ใจเย็น รักเด็ก พูดคุยและเสริมพัฒนาการเด็กได้ดี มีประสบการณ์เลี้ยงเด็กทั้งแรกเกิดและเด็กโต 5ปี ใส่ใจและมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และปรับตัวเข้ากับผู้คนได้ง่าย ซื่อสัตย์

แสดงเพิ่มเติม
Nisachon Chuaykhun
Nisachon Chuaykhun
Saijai ค่าบริการ ฿400/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

1.ชื่อ-นามสกุล (ไทย) : นิศาชล ช่วยขุน(อังกฤษ) : nisachon chuaykhunสถานะ : โสด2.อายุ : 31 3.ตำแหน่งงานที่สมัคร : ครูผู้ช่วย พี่เลี้ยงเด็กส่วนสูง : 165 ซ.มน้ำหนัก : 44ก.ก.ไม่มีรอยสักไม่ใส่เหล็กดัดฟันไม่สูบบุหรี่กินเหล้านิสัยส่วนตัว ใจดีมีเมตตาชอบเด็กๆเป็นอย่างมาก เรียบร้อย พูดเพราะไม่พูดคำหยาบ ชอบดูแลคนอื่น ชอบให้คำปรึกษา ชอบให้แรงจูงใจให้ความรักพร้อมความรู้พร้อมกัน ชีวิตและการทำงานทุกทางผูกพันธ์กับเด็ก เป็นพี่สาวคนโตเลี้ยงๆน้องที่บ้านเกิด ขยันชอบเอนเตอร์เทรน ประวิติการทำงานสายอีเว้นท์ช่วงว่างงานหรือวันหยุด-MC โฟนของเล่นเด็ก บ.คิดส์โด-MC โฟนงานวัคซีน ม.ไทย-ญี่ปุ่น- Staff แจกใบปลิว งานโบกป้าย เอกตร้า-ครูสอนเสริม สอนการบ้านบ้านเด็กกำพร้างานประจำที่เคยผ่าน-ฝึกงาน สถาบันคอม ม.ราม-พี่เลี้ยงสถานสงเคราะห์ บ.มหาเมฆ กรมเด็ก-ปัจจุบัน ครูผู้ช่วยโรงเรียนเด็กก่อนเรียนรามคำแหง 7.ระดับการศึกษา :ป.ตรี คณะมนุษยศาสตร์ ม.รามคำแหง8.ความสามารถพิเศษ : ร้องเพลงลูกทุ่ง โฟนMC เต้น นำกิจกรรมเอนเตอร์เทน9.สื่อสารภาษาอังกฤษ : พอได้บ้าง10.รอยสัก : ไม่มี11. ที่อยู่ : รามคำแหงมหาดไทย12. สถานะการฉีดวัคซีนโควิด : ฉีดแล้ว2เข็ม

แสดงเพิ่มเติม
สุนีย์  กอศรีสกุล
สุนีย์ กอศรีสกุล
Saijai ประสบการณ์ 2-3 ปี
Saijai อายุ 51 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

Hi my name is Sunee. I have an experince of babysitting for more than 2 years as well as raising my own kids. I was an exchange student and stay with a family in Canada in 1988. After graduated bechalor degree from Ramkhamhang University, I worked as a Thai Language Tutor for foreigners. I can communicate in English.

แสดงเพิ่มเติม
พิกุลทอง  รังวิจี
พิกุลทอง รังวิจี
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 51 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

มีประสบการณ์เป็นครูศูนย์ 8 ปี พี่เลี้ยงเสริมพัฒนาการเด็ก แถวๆ หมู่บ้าน ดูแลเด็ก 2 ขวบขึ้น

แสดงเพิ่มเติม
ศิตอร  ภูสุวรรณ
ศิตอร ภูสุวรรณ
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

มีประสบการณ์พี่เลี้ยงเด็ก เคยดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนอายุ 8 ขวบค่ะ ชงนม ป้อนข้าว อาบน้ำ ดูแลทั่วไปค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
Beya Ruangdech
Beya Ruangdech
Saijai ค่าบริการ ฿500 - 1,000/วัน
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี

สามารถเล่นกับเด็ก ๆ เสริมพัฒนาการทุก ๆ ด้าน

แสดงเพิ่มเติม
กัญญารัตน์  สาธรณ์
กัญญารัตน์ สาธรณ์
Saijai ค่าบริการ ฿200 - 400/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

ดิฉันชื่อหวาน ค่ะรักเด็กชอบอยู่กับเด็ก มีความอดทนสูงเป็นคนใจเย็นค่ะ มีประสบการการทำงานcall center มา2ปี6เดือนค่ะวันหยุดมีสอนพิเศษวิชาสังคมภาษาไทยให้เด็กอนุบาลกับน้องวัยประถม เคยเลี้ยงหลานมา3ปี สามารถสอนหนังสือเพิ่มเติมให้น้องได้ค่ะหากทางผู้ปกครองของน้องต้องการ

แสดงเพิ่มเติม
นฤมล มียอด
นฤมล มียอด
Saijai ค่าบริการ ฿1,000 - 1,500/วัน
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

รักเด็กใจเย็น มีกิจกรรมระหว่างวัน สอนระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษา สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาไทยตามระดับชั้น

แสดงเพิ่มเติม
ญาณิศา  เฟื่องฟู
ญาณิศา เฟื่องฟู
Saijai ค่าบริการ ฿1,300 - 1,500/วัน
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

สวัสดีค่ะชื่อแพ็คนะคะเป็นคนซื่อสัตย์ค่ะเต็มที่กับงานสามารถแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับการทำงานได้มีความรับผิดชอบ ชอบเล่นกับเด็กรักเด็กชอบทำอาหารขับรถได้ค่ะเรียนจบมหาวิทยาลัยรามคำแหงคณะรัฐศาสตร์

การทำงาน ทำงานกับเด็กมาตลอดชีวิตเลยถนัดในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กทำแล้วมีความสุขค่ะอยากช่วยปลูกฝั่งเด็กๆทุกคนให้โตมาเเบบมีศักยภาพ

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

ปารีณา ภักดีดำรงค์ศักดิ์
1 ปีที่แล้ว
ดิฉันเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ ทำงานทุกวัน ไม่มีเวลาดูแลลูก บางครั้งต้องเอาไปฝากญาติ ๆ แต่ตอนนี้เลยตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงเด็กของทางใส่ใจ ตอนแรกก็ไม่รู้เลยค่ะว่ามีขั้นตอนในการจ้างพี่เลี้ยงเด็กอย่างไรบ้าง เลยติดต่อเบอร์ของทางใส่ใจไป อยากจะบอกว่าประทับใจการให้บริการมาก ๆ ค่ะ ทางใส่ใจให้ข้อมูลทุกอย่างครบถ้วนตามที่เราต้องการอยากทราบ ประทับใจจริง ๆ ค่ะ
จิตวัชร จันประทีป
1 ปีที่แล้ว
เปลี่ยนพี่เลี้ยงเด็กมาหลายคน ส่วนมากราคาสูง ๆ ทั้งนั้น แต่อยู่ไม่ได้นานก็ลาออก ลองจองพี่เลี้ยงผ่านเวปใส่ใจ เยี่ยมมากเลยครับ แฟนสบายใจ หมดปัญหา ไม่ต้องจ้างพี่เลี้ยงราคาแพง ได้ราคาแบบสมเหตุสมผล แถมมีคุณภาพครับ
นงคราญ แซ่ตั้ง
1 ปีที่แล้ว
บ้านอยู่แถว สุขุมวิท71 ลองใช้เว็บใส่ใจครั้งแรก เพราะเพื่อนๆ แนะนำมา อยากได้พี่เลี้ยงเด็ก มองหามาหลายที่ ที่นี่รายละเอียดครบ ราคาชัดเจน โทรปรึกษาพนักงานก็อธิบายเข้าใจง่ายมาก สะดวกสบาย ง่ายกว่า search หาเองใน Google ชอบมากๆ ค่ะ
ณัฐวรรณ แสงสีเงิน
1 ปีที่แล้ว
ลูกยังเล็กเราจ้างพี่เลี้ยงมา ตกลงเวลาเริ่มงาน 9.30-17.30 น. (พี่เลี้ยงมา 8.30 น. ทุกวัน ) ประสบการณ์ เคยดูแล เด็กเล็ก 4 เดือน – 2 ขวบ พอเด็กเข้าโรงเรียน ก็ว่าง พอดีที่บ้านช่วยกันหา เจอเว็บนี้เห็นรีวิวประสบการณ์คนเลี้ยงเลย คุยดู พี่เลี้ยงทำงานดีมาก่อนเวลา เตรียมของใช้ ทำงานเป็นระเบียบเหมือนอบรมมาดี อุ่นใจ คิดถูกที่ใช้บริการใส่ใจ แนะนำค่ะ
ณัฐณิชา ทิวาสวัสดิ์
2 ปีที่แล้ว
ลองค้นหาบริการพี่เลี้ยงเด็กอยู่หลายที่ จนได้มาเจอเว็บใส่ใจ ลองเข้าไปดู รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างมีขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ให้เลือกพี่เลี้ยง ขั้นตอนนัดสัมภาษณ์ รายละเอียดและคำแนะนำต่าง ๆ พี่เลี้ยงที่ได้มาก็ตรงตามความต้องการสุด ๆ รู้สึกประทับใจมาก

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลเด็ก

พี่เลี้ยงเด็กส่วนตัวหรือเนอสเซอรี่ (Nursery) อะไรคือคำตอบสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้
ข้อดีของการให้พี่เลี้ยงดูแลเด็กที่บ้านของคุณเอง

1. ลูกน้อยของคุณได้รับการดูแลจากพี่เลี้ยงแบบใกล้ชิด ทำให้เด็กรู้สึกได้ถึงความเอาใจใส่ และมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี
2. มีความยืดหยุ่นในการทำกิจวัตรประจำวันเพราะเด็กไม่ต้อง กิน นอน หรือ เล่นตามตารางเหมือนอยู่ในศูนย์รับเลี้ยงเด็กหรือเนอสเซอรี่ (Nursery)
3. พี่เลี้ยงเด็กสามารถปรับเวลาการทำงานให้สอดคล้องกับเวลาทำงานและวันหยุดของคุณพ่อคุณแม่
4. คุณพ่อคุณแม่มีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้นเพราะไม่ต้องเผื่อเวลาในการรับส่ง ก่อนและหลังเลิกงาน
5. เด็กได้รับการดูแลในบรรยากาศที่คุ้นเคยและรู้สึกปลอดภัย
6. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเดินทางรับส่ง หมดปัญหาเรื่องรถติดและมลภาวะบนท้องถนน
7. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเตรียมตัวหรือจัดเตรียมของใช้ให้ลูก เช่น ขวดนม เสื้อผ้า หรือแพมเพิส
8. ลดความเสี่ยงของโรคติดต่อ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ภูมิต้านทานยังน้อยจะเจ็บป่วยได้ง่าย หากต้องอยู่ปะปนกับเด็ก ๆ อื่น
9. มีคนอยู่บ้านตลอดเวลาในขณะที่คุณพ่อคุณแม่ออกไปทำงาน

ข้อดีของการเข้าเนอสเซอรี่ (Nursery)

1. ฝึกทักษะการเข้าสังคมเพราะเด็กต้องอยู่ร่วมกับเด็กคนอื่น ๆ และครูพี่เลี้ยง
2. ค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับการจ้างพี่เลี้ยงส่วนตัว
3. เนอสเซอรี่มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อให้เด็กฝึกทักษะผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ
คุณสมบัติอะไรบ้างที่พ่อแม่ควรมองหาจากพี่เลี้ยงเด็กก่อนตกลงจ้าง
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คุณพ่อคุณแม่สักคนจะตัดสินใจหาใครมาดูแลลูกน้อยที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ วันนี้ใส่ใจมีข้อมูลของทักษะและคุณสมบัติที่พี่เลี้ยงเด็กควรมีมาฝากให้คุณพ่อคุณแม่ลองเช็คกันดูก่อนตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงสักคน

1. พี่เลี้ยงเด็กต้องมีความอดทนสูง คุณพ่อคุณแม่ต้องมั่นใจว่าพี่เลี้ยงเด็กต้องมีความเข้าใจเด็ก สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี และที่สำคัญที่สุดคือเป็นคนที่มีความอดทนสูง
2. พี่เลี้ยงเด็กควรรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรืออุบัติเหตุ พี่เลี้ยงต้องมีความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และสามารถช่วยเหลือเด็กได้ทันที เช่น เด็กที่อยู่ภายใต้การดูแลเกิดอุบัติเหตุหกล้ม มีแผลถลอก พี่เลี้ยงต้องรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อของแผล เป็นต้น ดังนั้นคุณพ่อและคุณแม่ควรเลือกพี่เลี้ยงที่มีทักษะด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพราะเป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ
3. พี่เลี้ยงเด็กควรมีทักษะการแก้ไขปัญหา พี่เลี้ยงจะต้องรู้วิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งผู้ว่าจ้างเสมอไปหากปัญหานั้นไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรง
4. ทำอาหารเป็น ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะที่พี่เลี้ยงเด็กจำเป็นต้องมี พี่เลี้ยงไม่ได้มีหน้าที่แค่ดูแลเด็กอย่างเดียวเท่านั้น แต่พี่เลี้ยงอาจจะต้องเตรียมอาหารให้เด็ก ๆ รับประทานในแต่ละมื้อด้วย หากอาหารอร่อยถูกปาก เด็กจะเจริญอาหารและอารมณ์ดี ที่สำคัญที่สุดที่พี่เลี้ยงต้องใส่ใจและจดจำด้วยว่าเด็ก ๆ ที่ดูแลนั้น แพ้อาหารอะไรบ้าง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากการรับประทานสิ่งที่แพ้เข้าไป
5. มีความคิดสร้างสรรค์ในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก พี่เลี้ยงจะต้องเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถร่วมทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ ในระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวิชาการหรือสันทนาการ เช่น พี่เลี้ยงเด็กอาจจะสอนเด็กนับเลข ฝึกการอ่าน หรือระบายสีเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์เหล่านี้
หากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ลูก ๆ อยู่กับพี่เลี้ยงตามลำพัง ควรทำอย่างไร
ใส่ใจขอพูดถึงข้อกังวลและแนวทางแก้ไขเมื่อคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลลูกๆ ที่บ้าน

1. ความปลอดภัยของลูกน้อย สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลมากที่สุดคือความปลอดภัย ไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุหรือการกระทำรุนแรงของพี่เลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของลูกน้อยทั้งทางร่างกายและพฤติกรรม ควรพูดคุย ซักถามเด็กอยู่เป็นประจำเกี่ยวกับกิจกรรมระหว่างวันที่ลูก ๆ ทำกับพี่เลี้ยง การติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในบ้านเป็นอีกวิธีที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่อุ่นใจขึ้น
2. ประสบการณ์การทำงาน บางครั้งพี่เลี้ยงเด็กอาจไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับประสบการณ์ทำงานและความชำนาญของตน นอกจากการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่อาจจะให้มีการทดลองงานสักระยะหนึ่งเพื่อดูว่าพี่เลี้ยงเด็กมีความชำนาญหรือสามารถทำงานได้ตามมอบหมายหรือไม่
3. พี่เลี้ยงเด็กหยิบฉวยทรัพย์สินในบ้าน หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่เจอพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์แต่ยังกังวลว่าพี่เลี้ยงเด็กอาจพยายามขโมยสิ่งของมีค่าภายในบ้าน แนวทางป้องกันที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้คือ ไม่วางสิ่งของมีค่าไว้ในที่เปิดเผย ล็อคลิ้นชักเก็บของและประตูห้องที่พี่เลี้ยงเด็กไม่จำเป็นต้องใช้ คุณพ่อคุณแม่อาจจะติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ภายในบ้านเพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาได้อีกทาง
ในวันสัมภาษณ์พ่อแม่ควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงเด็ก
ขั้นตอนของการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่แค่คุณจะได้ทำความรู้จักกับพี่เลี้ยงที่คุณจะจ้าง แต่ในขั้นตอนนี้คุณต้องทำการตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงาน ดังนั้นวันนี้ใส่ใจมีข้อแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังจะสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กและพูดคุยถึงข้อตกลงที่สำคัญมีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ

1) ขอบเขตหน้าที่ที่คุณต้องการให้พี่เลี้ยงทำ เช่น ช่วยเลี้ยงลูกคุณขณะคุณไม่อยู่บ้าน ช่วยเตรียมกับข้าวให้ลูกน้อยรับประทานในแต่ละมื้อ ช่วยสอนการบ้านหากพี่เลี้ยงมีความสามารถ
2) วันและเวลาการทำงาน ในวันที่สัมภาษณ์คุณและพี่เลี้ยงจะต้องตกลงเรื่องวันเวลาการทำงานให้อย่างชัดเจน และคุณควรจะมีวันหยุดให้พี่เลี้ยงตาม กฎหมายกระทรวงแรงงาน นายจ้างต้องให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ และวันพักร้อน ได้ 6 วัน ต่อ ปี และต้องหยุดตามประเพณี ปีละไม่น้อยกว่า 13 วัน
3) ค่าจ้าง คุณจะต้องตกลงเรื่องค่าจ้างกับพี่เลี้ยงให้ชัดเจน หากพี่เลี้ยงปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี คุณควรที่จะเพิ่มเงินเดือนให้ตามความเหมาะสม ในกรณีที่พี่เลี้ยงเด็กทำงานในวันหยุดนายจ้างต้องจ่ายเงินค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน
4) ข้อตกลงในการอาศัยอยู่ในบ้าน หากคุณมีกฎระเบียบที่ต้องการให้พี่เลี้ยงเด็กปฏิบัติตามกฎที่คุณตั้งไว้ คุณต้องแจ้งให้พี่เลี้ยงเด็กรับทราบก่อนเริ่มงานเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
5) ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่ไม่อยากให้ลูกติดโทรศัพท์ คุณควรแจ้งให้พี่เลี้ยงทราบ และควรกำชับพี่เลี้ยงว่าไม่ให้ลูกของคุณเล่นโทรศัพท์ขณะที่คุณไม่อยู่ เพราะเด็กอาจได้รับผลกระทบจากการเล่นโทรศัพท์นานเกินไปจนส่งผลให้เกิดภาวะสมาธิสั้นและส่งผลกับสายตา ดังนั้นพี่เลี้ยงจะต้องหากิจกรรมที่ให้เด็กได้พัฒนาตนเองมากกว่าการเล่นโทรศัพท์มือถือ

ทำความรู้จักกับ เขตหนองจอก

เขตหนองจอก เขตการปกครองที่มีพื้นที่มากที่สุดของกรุงเทพมหานคร อยู่ในกลุ่มเขตสุวินทวงศ์ ซึ่งได้รับการจัดตั้งเป็นอำเภอในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งผู้ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานลำดับแรก ๆ ในพื้นที่นี้คือ ชาวไทยมุสลิมที่อพยพมาจากเมืองภาคใต้ ซึ่งจะตั้งถิ่นฐานอยู่ตามแนวคลองแสนแสบ และมีการขุดลอกขยายคลองในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังเริ่มมีกลุ่มชนต่าง ๆ เข้ามาอาศัยทั้งชาวมอญ จีน ลาว เขมร 5 ปีถัดมา อำเภอหนองจอกได้ขึ้นอยู่กับเมืองมีนบุรี ภายหลังจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 จังหวัดมีนบุรีถูกยุบรวมเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดพระนคร ส่งผลให้อำเภอหนองจอกกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเขตการปกครองในจังหวัดพระนคร จนกระทั่ง พ.ศ. 2514 มีการรวมกันของจังหวัดพระนครกับจังหวัดธนบุรีกลายมาเป็นกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน ส่งผลให้หนองจอกเปลี่ยนฐานะเป็น “เขตหนองจอก” โดยได้แบ่งการปกครองออกเป็น 8 แขวง ได้แก่แขวงกระทุ่มราย แขวงหนองจอก แขวงคลองสิบ แขวงคลองสิบสอง แขวงโคกแฝด แขวงคู้ฝั่งเหนือ แขวงลำผักชีและแขวงลำต้อยติ่ง เขตหนองจอกตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของกรุงเทพมหานคร มีอาณาเขตทิศเหนือติดกับอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ทิศตะวันออกติดกับอำเภอบางน้ำเปรี้ยวและอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ทิศใต้ติดกับเขตลาดกระบัง ส่วนทิศตะวันตกติดกับเขตมีนบุรีและเขตคลองสามวา สถานที่สำคัญในเขตหนองจอกมีมากมายด้วยกัน เนื่องด้วยหนองจอกเป็นเขตชุมชนชาวไทยมุสลิมที่มีจำนวนประมาณร้อยละ 75 ของประชากรทั้งหมด ทำให้สถานที่สำคัญส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม อาทิ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติคลองเก้าและยังเป็นที่ตั้งของสำนักจุฬาราชมนตรี สำนักการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยอีกด้วย



พาลูกเที่ยวย่านหนองจอก-หัวตะเข้

หนองจอก เป็นเขตหนึ่งของกรุงเทพที่อยู่แถวชานเมือง มีผู้คนอาศัยไม่เยอะ มีพื้นที่มากมายให้สูดอากาศบริสุทธิ์กันเต็มปอด เหมาะสำหรับวันหยุดพักผ่อนของครอบครัว ที่ไม่อยากเดินทางออกจากรุงเทพฯ แต่ได้ความรู้สึกเหมือนไปต่างจังหวัด หนองจอกเป็นเขตที่มีพื้นทีสีเขียวมากกว่าโซนอื่น ๆ ในกรุงเทพ และผู้คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตผูกพันกับสายน้ำและลำคลอง เด็ก ๆ น่าจะชอบ หากมีโอกาสลองพาครอบครัวเที่ยวหนองจอกกันดีกว่า

1.คลองแสนแสบ พูดถึงคลองแสนแสบหลายคนคงนึกภาพสายน้ำที่มีลักษณะไม่น่าชมสักเท่าไหร่ แต่คลองแสนแสบช่วงมีนบุรี-หนองจอก น้ำใสและสะอาดมาก เหมาะกับการพาเด็ก ๆ นั่งเรือชมคลอง ชมวิถีชีวิตริมน้ำ โดยเริ่มจากวัดทรัพย์สโมสรนิกรเกษม เขตหนองจอก ไปจนถึง ท่าเรือเมล์นายเลิศ หรือตลาด 100 ปี หนองจอก มีจุดจอดเรือหลายแห่งด้วยกัน เช่นมัสยิดกมาลุลอิสลาม,ตลาด 100 ปี หนองจอก เป็นต้น ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าคลองแห่งนี้ จะมีน้ำใส ร่มรื่น และสวยงามได้ถึงเพียงนี้ นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของผู้คนที่ผูกพันกับสายน้ำอีกด้วย

ที่อยู่ : ตั้งอยู่ : ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ

พิกัด : https://goo.gl/maps/UqXBaXPZFvJ5nXAS7

2.ตลาด 100 ปี หนองจอก ตั้งอยู่บนจุดตัดของลำคลองหลายสาย เมื่อก่อนตลาดแห่งนี้ค่อนข้างคึกคัก เต็มไปด้วยของกินมากมาย เช่น ข้าวแกง กาแฟ ข้างต้ม ขนมจีนเป็นต้น ซึ่งจะเปิดขายให้กับคนที่มาลงเรือ ให้ได้ซื้อกินตลอดทั้งคืน ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงสภาพเดิมไว้ เป็นตึกไม้ มีร้านขายของชำ และร้านขายของต่างๆอีกมากมาย หากมาวันอาทิตย์จะได้บรรยากาศคึกคักมากกว่าวันอื่นๆ

ที่อยู่ : ถนนบุรีภิรมย์ แขวงหนองจอก เขตหนองจอก กรุงเทพฯ

พิกัด : https://goo.gl/maps/jqR3j6QSeNBFiNhE7

3.มัสยิดกมาลุลอิสลาม แต่เดิมมัสยิดแห่งนี้เป็นเรือนไม้เล็กๆ และได้รับการบูรณะให้เป็นอาคารหลังใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 แม้ว่าจะมีการปรับปรุงแต่ก็ยังคงรักษาของเก่า และสภาพเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด เช่น เพดานไม้สัก กระเบื้องมุงหลังคา ภายในมีสิ่งสวยงามให้ชมมากมาย เช่น “มิมบัร” หรือธรรมาสน์ ที่มีลวดลายสวยงาม และมีอายุกว่าร้อยปีมาแล้ว

ที่อยู่ : ซอย ประชาร่วมใจ 48 แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ

พิกัด : https://goo.gl/maps/3LCR7gyTkWoa5uwC8



ส่งเสริมพัฒนาการการพูดของเด็กด้วยภาษามือ

ผู้ปกครองหลายท่านคงเกิดความกังวลใจที่ไม่สามารถสื่อสารกับลูกเล็กที่ยังไม่สามารถพูดได้ โดยทั่วไปแล้วเด็กส่วนใหญ่จะมีคลังคำมากพอที่จะเริ่มสื่อสารด้วยการพูด เมื่อมีอายุประมาณ 15 - 18 เดือน โดยช่วงเวลาก่อนหน้าเราสามารถเริ่มพัฒนาทักษะด้านภาษาของลูกน้อยด้วยการใช้ภาษามือ โดยเด็กสามารถเรียนรู้การสื่อสารท่าทางจากพ่อแม่ได้ตั้งแต่อายุประมาณ 6-7 เดือน และเริ่มตอบสนองกลับเมื่ออายุ 8-9 เดือน การใช้ภาษามือช่วยให้พ่อแม่เริ่มมีบทสนทนาพื้นฐานกับลูกได้ เช่น ใช้เป็นสัญญาณเมื่อลูกหิว ขอนอน เปลี่ยนผ้าอ้อม เป็นต้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ภาษามือกล่าวว่าเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้ลูกน้อยสามารถสื่อสารกับพ่อแม่และคนอื่น ๆ ก่อนเข้าสู่วัยหัดพูดและช่วยฝึกฝนการได้ยินอีกด้วย แต่ไม่มีอะไรสามารถบอกได้ชัดเจนว่าคุณพ่อคุณแม่สามารถสอนภาษามือให้กับลูกให้ได้ผลดีที่สุดตอนไหน แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนได้บอกว่าควรเริ่มสอนลูกก่อนอายุครบ 6 เดือน ซึ่งเป็นการดีที่ลูกจะได้เรียนภาษามือเร็วขึ้น แต่ระยะนี้ลูกน้อยยังไม่มีความสามารถในการควบคุมการขยับมือได้เต็มที่ ดังนั้นช่วงอายุระหว่าง 6-7 เดือน คือจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุด หากพ่อแม่มีแรงจูงใจมากพอ การเริ่มสอนก่อนหน้าก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ซึ่งการได้รับความสนใจจากลูกนานกว่า 10 วินาที ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและเป็นสัญญาณที่บอกว่าลูกน้อยพร้อมจะฟังพ่อแม่สอนแล้ว โดยประโยชน์ของการใช้ภาษามือมีหลายอย่างด้วยกัน เช่น เป็นวิธีการสื่อสารที่ทารกช่วยบอกสิ่งที่เขาต้องการก่อนจะหัดพูดและทักษะของภาษาของพวกเขาก็ได้รับการพัฒนาต่อเนื่องมากพอที่จะขับก้าวเข้าสู่รักษาขั้นต่อไป อีกทั้งเป็นจุดเปลี่ยนให้ลูกน้อยสามารถเข้าสู่การพูดได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น การที่เด็กคุ้นเคยกับภาษามือจะรู้สึกมีแรงจูงใจในการเรียนรู้ที่จะพูดมากกว่าเด็กคนอื่นๆ โดยเด็กที่ใช้ภาษามือจะพูดเป็นคำๆได้มากกว่าเด็กทั่วไปในช่วงอายุระหว่าง 2-3 ขวบ ซึ่งภาษามือมีแกรมมาของตัวเอง หากยึดภาษามือที่มีหลักมาตรฐานมาใช้จะช่วยให้สื่อสารกับลูกได้สอดคล้องกับโครงสร้างของการสื่อสารมากขึ้นสามารถหาพจนานุกรมภาษามือได้โดยพิมพ์ “British Sign Language” ใน Google