ติวเตอร์ ใน คันนายาว, กรุงเทพมหานคร

ติวเตอร์ ใน คันนายาว, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ฌานิศา ช่วยนุกูล
ฌานิศา ช่วยนุกูล
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี
Saijai อายุ 30 ปี

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

จองติวเตอร์ผ่านเว็บใส่ใจ ได้ติวเตอร์ดีๆ มีคุณภาพ และมีประสบการณ์ แถมราคาจับต้องได้ คุณแม่สบายใจ สบายกระเป๋าค่ะ โชคดีมากๆ ที่มาเจอเว็บนี้
Saijai
สุภาพร บริรักษ์
5 ปีที่แล้ว
ช่วงที่ลูกต้องสอบ IELTS เพื่อไปยื่นต่อมหาวิทยาลัยในต่างประเทศก็ได้ติวเตอร์ที่จองกับใส่ใจมาช่วยติวให้นี่แหละค่ะ ผลคือลูกสอบได้ระดับ 8 รู้สึกประทับใจมาก เพราะติวเตอร์มีเทคนิคในการสอนที่ดีและเห็นผลจริงค่ะ
Saijai
กนกวรรณ สุประเสิรฐ
5 ปีที่แล้ว
คุณพ่อ คุณแม่จะเข้าใจค่ะ ช่วงที่ลูกต้องติวหนังสือเตรียมสอบ ปวดหัวไปหมด กลัวลูกสอบไม่ติด จะให้ลูกติวที่ไหนดี มีตัวเลือกมากมายแต่ไม่รู้จะเรียนที่ไหน มาเจอที่นี่ หาติวเตอร์ง่ายมาก ได้ติวเตอร์ถูกใจ ในราคาสบายกระเป๋า รับรองว่าจะแนะนำเพื่อน ๆ มาใช้บริการที่นี่อีกแน่นอนค่ะ
Saijai
ธนพร กุลวานิช
5 ปีที่แล้ว
ลูกชายเรียนอยู่ม.6 สามสัปดาห์ก่อนเลยมองหาที่เรียนพิเศษวิทย์-คณิตเพิ่มให้เขา ไปเจอโพสต์ของใส่ใจในเฟซบุ๊ก เห็นมีบริการติวเตอร์ส่วนตัวด้วย ลองดูประวัติติวเตอร์หลายๆคน จนลองนัดสัมภาษณ์ไป 3 คน โชคดีมากที่ตัดสินใจเลือกถูกคน รู้สึกประทับใจกับระบบและติวเตอร์ที่จองผ่านใส่ใจมากเลยค่ะ
Saijai
พิมพ์ชนก เปี่ยมสุข
5 ปีที่แล้ว
พอใจกับระบบการจองของใส่ใจค่ะ หาง่าย จองง่าย ไม่ยุ่งยากค่ะ
Saijai
วรรณิภา บุญมาก
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ติวเตอร์

คุณพ่อคุณแม่ควรจ้างติวเตอร์ส่วนตัวมาสอนที่บ้านหรือให้ลูกเรียนตามสถาบันกวดวิชาดีกว่า
ใส่ใจมี 5 ข้อดีของการเรียนพิเศษที่บ้านเพื่อช่วยในการประกอบการตัดสินของพ่อแม่และผู้ปกครองดังนี้ค่ะ

1) การเรียนแบบตัวต่อตัว ติวเตอร์หรือครูผู้สอนสามารถวางแผนการเรียนการสอนและกำหนดจุดมุ่งหมายร่วมกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมทั้งตัวนักเรียนเอง เพื่อให้การสอนเข้ากันได้ดีกับนักเรียนและดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ของผู้เรียนมากที่สุด
2) การเรียนแบบส่วนตัวเป็นทางเลือกที่ดีเพราะนักเรียนจะมีความกล้าในการตั้งคำถามมากขึ้น ด้านตัวติวเตอร์เองสามารถอธิบายและตอบข้อสงสัยของนักเรียนได้อย่างละเอียดจนกว่าจะเข้าใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับตัวนักเรียนและส่งผลให้นักเรียนนับถือตัวเองมากขึ้นมาก
3) ความสะดวกในการจัดตารางเรียนและประหยัดเวลาในการเดินทาง การสอนแบบส่วนตัวเป็นรูปแบบการสอนที่มีความยืดหยุ่นและความสะดวกสบายอย่างมาก นักเรียนสามารถจัดตารางเรียนและเลือกสถานที่เรียนให้สอดคล้องกับตารางเรียนที่โรงเรียนหรือการทำกิจกรรมอื่น ๆ ในบางกรณีครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์อาจตกลงกับนักเรียนที่จะทำการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เพื่อความสะดวกของทั้งสองฝ่าย
4) การเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัวนั้นนักเรียนจะมีสมาธิและโฟกัสกับเนื้อหามากกว่าการเรียนในกลุ่มใหญ่ ๆ โดยเฉพาะนักเรียนกลุ่มที่เป็นเด็กเวลาอยู่กับเพื่อน ๆ มักจะพูดคุยกัน และเล่นสนุกกันมากกว่าสนใจบทเรียนตรงหน้า
ดังนั้นหากคุณพ่อและคุณแม่ต้องการหาติวเตอร์ส่วนตัวให้ลูก ๆ นั้น ใส่ใจมีบริการค้นหาติวเตอร์คุณภาพที่ใช้พร้อมรอให้บริการแล้วค่ะ
คุณสมบัติของครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ที่พ่อแม่ควรรู้ก่อนตัดสินใจจ้าง
มันอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ปกครองจะหาครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ได้ถูกใจ ใส่ใจมี 6 คุณสมบัติที่ครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ต้องมี คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองควรรู้ไว้เพื่อค้นหาครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ที่ตรงใจคุณที่สุด

1) ความใส่ใจ หลายท่านอาจค้านว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์คือความรู้และประสบการณ์ ซึ่งมีส่วนถูก แต่ถ้ามองในมุมของนักเรียน นักเรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันทั้งด้านสติปัญญา การคิด การตัดสินใจ และความสามารถในการเรียนรู้ ครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ที่ดีต้องมีความเข้าใจในตัวนักเรียน เพื่อหาเทคนิค วางแผนการสอนที่เหมาะสม มีวิธีการสื่อสาร และสามารถดึงดูดความสนใจของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้อย่างเต็มที่
2) ความรู้ความชำนาญในเนื้อหาที่สอน ครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ต้องมีความรู้และความชำนาญในเนื้อหาวิชาที่สอนเป็นอย่างดี ต้องสามารถตอบคำถามและอธิบายในสิ่งที่นักเรียนสงสัยได้
3) ความยืดหยุ่น ในที่นี้หมายถึงครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ยินดีที่จะปรับเปลี่ยนเทคนิคการสอนเพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคนมากที่สุด
4) ความอดทน ในกรณีที่นักเรียนมีข้อสงสัยในเนื้อหาที่เรียน นักเรียนอาจจะถามคำถามเดิมซ้ำๆ ครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ต้องไม่แสดงความรำคาญทั้งน้ำเสียงและท่าทาง
5) เป็นผู้ฟังที่ดี ครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ไม่ได้มีหน้าที่แค่ถ่ายทอดความรู้ด้วยการสื่อสารเพียงฝั่งเดียว กระบวนการเรียนรู้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อให้นักเรียนมีโอกาสโต้ตอบ โต้แย้ง และหาข้อสรุปร่วมกัน ดังนั้นหากจะมองหาครูสอนพิเศษสักคนคุณพ่อคุณแม่อย่าลืมดูคุณสมบัติและทักษะเหล่าของติวเตอร์เพื่อประกอบการตัดสินใจนะคะ
จ้างครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์สอนลูกที่บ้านจะช่วยให้ลูกมีผลการเรียนดีขึ้นหรือไม่
การจ้างติวเตอร์ส่วนตัวนั้นจะช่วยทำให้ผลการเรียนของนักเรียนดีขึ้นหรือไม่ วันนี้ใส่ใจมีคำตอบมาให้คุณค่ะ

1) เหตุผลหลัก ๆ ของการเรียนพิเศษคือ นักเรียนอาจจะไม่เข้าใจการเรียนในห้องเรียนจึงตัดสินใจเรียนเสริมเพื่อจะได้เรียนให้ทันเพื่อน ดังนั้นการเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัวกับติวเตอร์จะช่วยทำให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาบทเรียนมากขึ้น เมื่อนักเรียนกลับไปเรียนที่โรงเรียน นักเรียนจะเข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์สอนมากขึ้น
2) นักเรียนได้ฝึกทำข้อสอบหรือแบบฝึกหัด และสามารถทำข้อสอบได้เมื่อเรียนที่โรงเรียน เพราะแน่นอนจุดสำคัญที่สุดของการเรียนของเด็กไทยเพื่อให้ได้คะแนนดี ๆ หรือเกรดสวย ๆ นั้นมาจากการทำข้อสอบเป็นหลัก ดังนั้นติวเตอร์จะให้ทริคการทำโจทย์ต่าง ๆ ให้นักเรียนเพื่อให้นักเรียนสามารถเอาไปใช้ในสนามสอบได้
3) ติวเตอร์ส่วนตัวให้ความสนใจนักเรียนแบบใกล้ชิด การเรียนแบบกลุ่มใหญ่ในโรงเรียนคุณครูอาจไม่สามารถให้ความสนใจนักเรียนทุกคนได้ เมื่อนักเรียนมีข้อสงสัย ไม่เข้าใจเนื้อหา และไม่กล้าที่จะยกมือถามครูผู้สอน หากนักเรียนจ้างครูพิเศษมาสอนที่บ้าน นักเรียนสามารถถามหรือพูดคุยกับคุณครูสอนพิเศษได้ตลอด และหากนักเรียนอยากให้คุณครูเน้นเนื้อหาใดเป็นพิเศษก็สามารถบอกคุณครูผู้สอนได้เลย เพื่อที่นักเรียนจะได้เข้าใจวิชานั้น ๆ มากขึ้น

ดังนั้นการเรียนพิเศษนั้นสามารถช่วยให้นักเรียนมีผลการเรียนที่ดีขึ้นแน่นอนค่ะ
พ่อแม่ควรตกลงอะไรกับติวเตอร์ก่อนทำการจ้าง?
คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองรวมถึงตัวนักเรียนเองจะได้รับประโยชน์หลายอย่างจากกการจ้างครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ส่วนตัว เช่น สามารถเลือกวันและเวลาเรียนได้ตามความต้องการ สามารถเลือกสถานที่เรียนได้ตามความเหมาะสม และได้ใกล้ชิดกับติวเตอร์มากกว่าเรียนเป็นกลุ่มใหญ่ ดังนั้นก่อนตัดสินใจจ้างครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองรวมถึงตัวนักเรียนเองควรรูและทำความตกลงอะไรกันบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

1) คุณต้องอ่านประวัติติวเตอร์ให้ดีก่อนทำการจ้าง สถาบันการศึกษา ข้อมูลการติดต่อติวเตอร์ ดูประวัติการทำงาน ประสบการ์ณต่าง ๆ ในการสอน เพื่อประกอบการตัดสินใจในการจ้าง หากติวเตอร์มีประสบการณ์มากเท่าไหร่ ถือว่าติวเตอร์มีคุณภาพที่จะถ่ายทอดวิชาความรู้ให้คุณค่ะ
2) ก่อนจะทำการจ้างคุณควรจะสอบถามติวเตอร์ให้แน่ชัดถึงเนื้อหาที่สอน บทเรียนที่ติวเตอร์จะสอนมีอะไรบ้าง หรืออาจจะถามติวเตอร์โดยตรงเลยว่าติวเตอร์จะเน้นบทไหนเป็นพิเศษ อีกทั้งน้อง ๆ ยังสามารถสอบถามถึงสื่อการสอนที่ติวเตอร์เตรียมให้กับผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือมีชีทแจกให้
3) ข้อตกลงเรื่องเวลาและสถานที่ คุณจะต้องคุยกับติวเตอร์ถึงวันเวลาและสถานที่ที่ต้องการเรียนให้ชัดเจน หากคุณสะดวกเรียนที่บ้านของคุณ คุณจะต้องแจ้งกับติวเตอร์โดยตรง หากในกรณีคุณสะดวกเรียนตามที่สาธารณะ เช่น ร้านกาแฟ ห้องสมุด คุณจะต้องแจ้งให้ติวเตอร์ทราบก่อนการเรียนเสมอ อย่างไรก็ดีใส่ใจแนะนำให้น้อง ๆ เลือกสถานที่ที่เหมาะสม หากสถานที่มีเสียงดังและมีคนพลุกพล่าน จะทำให้น้อง ๆ เสียสมาธิในการเรียนได้ค่ะ

หากน้อง ๆ ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นดังกล่าวแล้ว น้อง ๆ สามารถจองติวเตอร์บนเว็บไซต์ใส่ใจได้เลยค่ะ ติวเตอร์คุณภาพรอที่จะถ่ายทอดความรู้ให้น้อง ๆ อยู่ค่ะ

ประวัติความเป็นมา

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ปี พ.ศ. 2386 เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ได้ยกทัพไปปราบกบฏที่เมืองนครจำปาศักดิ์และเมืองหลวงพระบาง เมื่อได้รับชัยชนะได้กวาดต้อนชาวบ้านจากหัวเมืองรายทางเข้ามายังกรุงเทพฯ โดยให้ตั้งถิ่นฐานอยู่แถบคลองกุ่ม ต่อมามีผู้คนอพยพเข้าไปอยู่อาศัยในย่านนี้มากขึ้น พื้นที่บางส่วนกลายเป็นที่ทำนา และมีการสร้างแนวดินให้พูนสูงขึ้นจากท้องนาเพื่อกั้นที่นาหรือเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ปลูกข้าว ซึ่งคือ คันนาโดยอาณาเขตบริเวณนี้มีความยาวมาก ทำให้เป็นที่มาของชื่อ คันนายาว นั่นเอง

ตำบลคันนายาว ได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นท้องที่การปกครองท้องที่หนึ่งของอำเภอบางกะปิ จังหวัดพระนคร โดยในปี พ.ศ. 2506 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2514 จังหวัดพระนครถูกรวมเข้ากับจังหวัดธนบุรี เปลี่ยนฐานะเป็นนครหลวงกรุงเทพธนบุรีจึงเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นกรุงเทพฯ ตำบลคันนายาว จึงได้รับการเปลี่ยนแปลงฐานะเป็น แขวงคันนายาว และอยู่ในการปกครองของเขตบางกะปิ แต่ด้วยเขตบางกะปิมีเนื้อที่กว้างขวางและมีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น กระทรวงมหาดไทยจึงประกาศเปลี่ยนแปลงพื้นที่การปกครองใหม่เพื่อความสะดวกในการบริหารราชการ โดยจัดตั้งเขตบึงกุ่ม ประกอบด้วย แขวงคลองกุ่ม แขวงคันนายาว และแขวงสะพานสูงแยกจากเขตบางกะปิ อย่างไรก็ตามหลังจากแบ่งเขตใหม่แล้ว เขตบึงกุ่มกว้างขวางและมีประชากรหนาแน่น กระทรวงมหาดไทยจึงมีประกาศเปลี่ยนแปลงพื้นที่เขตการปกครองใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยแยกแขวงคันนายาว จัดตั้งเป็น เขตคันนายาว

อาณาเขต เขตคันนายาว

ทิศเหนือ ติดต่อกับเขตบางเขนและเขตคลองสามวา มี

ทิศใต้ ติดต่อกับเขตสะพานสูง

ทิศตะวันออก ติดต่อกับเขตคลองสามวาและเขตมีนบุรี

ทิศตะวันตก ติดต่อกับเขตบึงกุ่ม มีคลองกุ่ม



สวนสยาม ทะเลกรุงเทพ

ทุกคนต้องเคยได้ยินชื่อนี้อย่างแน่นอน เพราะที่นี่เป็นสวนสนุกระดับตำนานที่ใครๆ ก็รู้จัก และอยากไปสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต สวนสยาม เป็นสวนสนุกแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เปิดให้บริการเป็นวันแรกเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 โดยคำโฆษณาฮิตติดปากของที่นี่คือ สวนสยาม ทะเลกรุงเทพ ด้วยคำขวัญว่า สวนสยาม...โลกแห่งความสุข สนุกไม่รู้ลืม บนเนื้อที่กว่า 300 ไร่ นอกเหนือจากสวนน้ำ สวนสยาม ยังมีเครื่องเล่นมากมายร่วม 30 ชนิดทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่

ปัจจุบัน สวนสยาม ได้กลายเป็น Siam Amazing Park ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท สยามพาร์คบางกอก จำกัด ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก สวนสยาม ทะเลกรุงเทพ โดย ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ นักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้ประสบความสำเร็จ ซึ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จนได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากมาย อาทิเช่น รางวัล Thailand Tourism Award สาขานันทนาการเพื่อการท่องเที่ยว จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2553, พ.ศ. 2555 และ พ.ศ. 2560 ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 2 สวนสนุกที่ดีที่สุดของเอเชียจาก www.forbes.com

สวนสยามอะเมซิ่งพาร์ค ปัจจุบันมีการเปิด 6 โลกแห่งการผจญภัยสุด Amazing ดังนี้

1 Water World

2 Extreme World

3 Adventure World

4 Family World

5 Small World

6 Bangkok World

ที่อยู่ 203 ถนนสวนสยาม แขวง/เขต คันนายาว กรุงเทพฯ



เคล็ดลับเด็กเรียนเก่ง ต้องทำยังไง

1. งดกิจกรรมในตอนกลางคืน เด็กบางคนอาจจะมีนัดกับเพื่อนเพื่อไปดูหนัง เดินห้าง นัดกินข้าว ทำให้นอนดึก ซึ่งมีผลต่อการเรียนอย่างแน่นอน เพราะในเวลากลางคืนหากน้องๆ พักผ่อนไม่เพียงพอ สมองไม่สดใส เวลาไปเรียนก็จะทำให้น้องๆ ง่วงนอนไม่มีสมาธิหรือแม้กระทั่งหลับในห้องเรียนได้

2. มีเพื่อนดีเป็นศรีแก่ตัว คำนี้มีอยู่จริง การที่เรามีเพื่อนที่เรียนเก่ง ใฝ่เรียนและสามารถช่วยแนะนำในการเรียนให้เราได้ แน่นอนว่าน้องๆ จะได้ประโยชน์หลายด้าน หรือแม้กระทั่งได้เทคนิคในการเรียนต่างๆ เหมือนกับที่น้องๆ ไปเรียนกับติวเตอร์เลยทีเดียว

3. จัดตารางลำดับความสำคัญให้ถูกต้อง การจัดตารางลำดับความสำคัญก็เหมือนเป็นวิธีในการจัดระเบียบชีวิตไปในตัว อันไหนสำคัญมาก สำคัญน้อย ควรทำก่อน ทำหลัง งานไหนต้องส่งแล้ว ต้องทำก่อน รับรองเลยว่าไม่พลาดในการเรียนแน่นอน

4. ไม่ควรอ่านหนังสือสอบเพียงแค่ก่อนสอบเท่านั้น เพราะว่าสมองของคนเราไม่สามารถจดจำรายละเอียดได้ทั้งหมดภายในวันเดียว สมองของคนเรานั้นจะสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆ ได้ดี ต้องค่อยๆ จดจำไปเรื่อยๆ อย่างน้อยควรเตรียมตัวอ่านหนังสือก่อนสัก 2-3 อาทิตย์

5. ทบทวนบทเรียนที่เพิ่งเรียนมาอย่างคร่าวๆ ก่อนนอนเป็นประจำ อย่างน้อย 45 นาทีก่อนเข้านอน เพื่อเป็นการทบทวนความรู้ที่เรียนมาจากห้องเรียนของไปในตัว อีกทั้งการทบทวนจะช่วยเพิ่มความจำในระยะยาวในส่วนของเรื่องนั้นๆ อีกด้วย

6. เมื่อสงสัยในบทเรียนให้ยกมือถามให้ห้องเรียนทันที หลายคนอาจจะรู้สึกอาย กลัวว่าคนอื่นจะมองว่าเราไม่ฉลาด จึงไม่กล้าถามในสิ่งที่สงสัยออกไป ในความเป็นจริงเราควรจะถามในสิ่งที่ไม่เข้าใจเพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจสิ่งที่จะเรียนต่อๆ ไปได้มากยิ่งขึ้น