ติวเตอร์ ใน พระโขนง, กรุงเทพมหานคร

ติวเตอร์ ใน พระโขนง, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

อรรคพล เสวันนา
อรรคพล เสวันนา
Saijai อายุ 37 ปี

สอนเข้าใจง่าย ชัด ตรงประเด็น มีเทคนิคการตัด choice แงะการนำความรู้ไปใช้ในงานวิศวกรรม

แสดงเพิ่มเติม
Manee Sreekam
Manee Sreekam
Saijai อายุ 36 ปี

เป็นคนมีวินัยและมีความรับผิดชอบในการงาน สามารถควบคุมอารมณ์และสถานการณ์ได้ดี สนุกสนานและเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย

แสดงเพิ่มเติม
เอกภพ ตรีขันธ์
เอกภพ ตรีขันธ์
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี
Saijai อายุ 36 ปี
สิริกร สายขุน
สิริกร สายขุน
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 28 ปี
ศิริพร เพ็ชรรัตน์
ศิริพร เพ็ชรรัตน์
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี

ประสบการณ์สอน (ปี) : สอนมาแล้ว3ปี ปัจจุบันสอนติวเข้ามัธยม1,4 และประถม

รายละเอียด : (ตัวอย่าง)

- คณิต ระดับอนุบาล ประถม สอบเข้าม.1

- คณิต ม.2 ม.4 สอบเข้าเตรียมทหาร

- วิทย์ ประถม และสอบเข้าม.1

- สังคม ประถม สอบเข้าม.1 และสอบเข้าม.4 เตรียมอุดม

- ภาษาไทย อนุบาล ประถม สอบเข้าม.1 และ ม.4เตรียมอุดม

- อังกฤษ อนุบาล ประถม และสอบเข้าม.1

- จีน ปูพื้นฐาน ประถม

เป็นติวเตอร์สอนตามบ้านมา3ปี เป็นติวเตอร์สถาบันสอบเข้ารร.บดินทรเดชา และเป็นติวเตอร์สถาบันสอบเข้าเตรียมทหารลานทอง

ผลงาน / รางวัล :

สอบผ่านการวัดระดับภาษาจีน HSK5

สอบชิงทุนไปเรียนจีนระดับป.ตรีผ่าน (เหตุไม่ได้ไปเพราะติดโควิด)

สอนติวนร.สอบติดม.1 รร.สวนกุหลาบนนท์ได้

สอนติวนร.สอบติดม.1ห้องกิฟต์ได้ รร.สาธิต

สอนติวนร.สอบติดม.4รร.เตรียมอุดมได้

***สามารถให้ติวเตอร์ส่งแนบรูปสอนหรือคลิปการสอนให้ได้ค่ะ***

(สามารถทดลองสอนได้ค่ะ)(มีรีวิวของผู้ปกครอง ติวเตอร์ใจดีมากค่ะสอนเด็กพิเศษได้ค่ะ ใจเย็น)

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

จองติวเตอร์ผ่านเว็บใส่ใจ ได้ติวเตอร์ดีๆ มีคุณภาพ และมีประสบการณ์ แถมราคาจับต้องได้ คุณแม่สบายใจ สบายกระเป๋าค่ะ โชคดีมากๆ ที่มาเจอเว็บนี้
Saijai
สุภาพร บริรักษ์
5 ปีที่แล้ว
การจ้างติวเตอร์ส่วนตัวอาจจะแพงกว่าให้ลูกเรียนที่โรงแรียนกวดวิชาไปหน่อย แต่ผลลัพท์ออกมาดีมาก ลูกได้เรียนอย่างเต็มที่ ผลการเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้หชัด ถือว่าค้มค่ะ คุณแม่อย่างเราพร้อมที่จะลงทุนเพื่อสิ่งที่ดีของลูกเสมอค่ะ
Saijai
ธิดาพร หวังนุรักษ์
5 ปีที่แล้ว
ช่วงที่ลูกต้องสอบ IELTS เพื่อไปยื่นต่อมหาวิทยาลัยในต่างประเทศก็ได้ติวเตอร์ที่จองกับใส่ใจมาช่วยติวให้นี่แหละค่ะ ผลคือลูกสอบได้ระดับ 8 รู้สึกประทับใจมาก เพราะติวเตอร์มีเทคนิคในการสอนที่ดีและเห็นผลจริงค่ะ
Saijai
กนกวรรณ สุประเสิรฐ
5 ปีที่แล้ว
ต้องบอกก่อนว่าลูกชายผมจะอ่อนเรื่องคณิต-วิทย์ คือถ้าเป็นวิชาคำนวน จะช้ากว่าที่คุณครูที่โรงเรียนสอน ถ้าให้เรียนกลุ่มใหญ่กลัวไม่ได้ผล ค้นข้อมูลดู ที่นี่มีข้อมูลหลากหลายเลยให้ลูกลองเรียนดู พอดีคลิ๊กกันได้กับครู สอนดีนะครับ ลูกผมโอเคขึ้นมาก ตอนนี้ก็พอได้ในหลายๆอย่าง ติวเตอร์ที่จองกับใส่ใจ ให้ลองทำโจทย์ที่หลากหลายติวเตอร์อธิบายดีครับ
Saijai
สุทธา แหลมเสมอ
5 ปีที่แล้ว
พอใจกับระบบการจองของใส่ใจค่ะ หาง่าย จองง่าย ไม่ยุ่งยากค่ะ
Saijai
วรรณิภา บุญมาก
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ติวเตอร์

คุณพ่อคุณแม่ควรจ้างติวเตอร์ส่วนตัวมาสอนที่บ้านหรือให้ลูกเรียนตามสถาบันกวดวิชาดีกว่า
ใส่ใจมี 5 ข้อดีของการเรียนพิเศษที่บ้านเพื่อช่วยในการประกอบการตัดสินของพ่อแม่และผู้ปกครองดังนี้ค่ะ

1) การเรียนแบบตัวต่อตัว ติวเตอร์หรือครูผู้สอนสามารถวางแผนการเรียนการสอนและกำหนดจุดมุ่งหมายร่วมกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมทั้งตัวนักเรียนเอง เพื่อให้การสอนเข้ากันได้ดีกับนักเรียนและดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ของผู้เรียนมากที่สุด
2) การเรียนแบบส่วนตัวเป็นทางเลือกที่ดีเพราะนักเรียนจะมีความกล้าในการตั้งคำถามมากขึ้น ด้านตัวติวเตอร์เองสามารถอธิบายและตอบข้อสงสัยของนักเรียนได้อย่างละเอียดจนกว่าจะเข้าใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับตัวนักเรียนและส่งผลให้นักเรียนนับถือตัวเองมากขึ้นมาก
3) ความสะดวกในการจัดตารางเรียนและประหยัดเวลาในการเดินทาง การสอนแบบส่วนตัวเป็นรูปแบบการสอนที่มีความยืดหยุ่นและความสะดวกสบายอย่างมาก นักเรียนสามารถจัดตารางเรียนและเลือกสถานที่เรียนให้สอดคล้องกับตารางเรียนที่โรงเรียนหรือการทำกิจกรรมอื่น ๆ ในบางกรณีครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์อาจตกลงกับนักเรียนที่จะทำการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เพื่อความสะดวกของทั้งสองฝ่าย
4) การเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัวนั้นนักเรียนจะมีสมาธิและโฟกัสกับเนื้อหามากกว่าการเรียนในกลุ่มใหญ่ ๆ โดยเฉพาะนักเรียนกลุ่มที่เป็นเด็กเวลาอยู่กับเพื่อน ๆ มักจะพูดคุยกัน และเล่นสนุกกันมากกว่าสนใจบทเรียนตรงหน้า
ดังนั้นหากคุณพ่อและคุณแม่ต้องการหาติวเตอร์ส่วนตัวให้ลูก ๆ นั้น ใส่ใจมีบริการค้นหาติวเตอร์คุณภาพที่ใช้พร้อมรอให้บริการแล้วค่ะ
ทักษะที่ครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ควรใช้ในการสอน
การจ้างครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์มาสอนเสริมหรือพิเศษลูก ๆ ที่บ้านนั้นถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่ผู้ปกครองที่มองหาโอกาสเพิ่มพูนความรู้ให้กับลูก การจะหาครูสอนพิเศษสักคนมาติวลูก ๆ ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองต้องคำนึงถึงทักษะด้านใดของติวเตอร์ มาดูกันเลยค่ะ

1) ติวเตอร์ควรมีเทคนิคในการสอนเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียน การถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียนนั้น จำเป็นต้องใช้เทคนิคที่น่าสนใจและสนุก เพื่อทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้ที่เราสอนอย่างมีประสิทธิภาพ หากติวเตอร์ถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการที่ตึงเครียดมากเกินไป อาจทำให้เด็กไม่สนใจเรียนและทำให้เบื่อหน่ายได้
2) การเป็นติวเตอร์ควรมีความยืดหยุ่นทั้งในเวลาการสอนหรือสถานที่การสอน ในบางครั้งติวเตอร์อาจจะต้องเปลี่ยนแผนการสอนให้เข้ากับนักเรียนแต่ละคน บางครั้งนักเรียนของคุณไม่สะดวกเรียนที่บ้าน อาจจะสะดวกเรียนตามร้านกาแฟ ห้องสมุดหรือตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ดังนั้นติวเตอร์จะต้องปรับการสอนให้เหมาะสมกับความต้องการของนักเรียนแต่ละคน
3) ติวเตอร์จะต้องมีความอดทนสูงและเข้าใจ หากนักเรียนของคุณมีข้อสงสัยในเนื้อหาที่เรียนนั้น คุณจะต้องอธิบายจนกว่านักเรียนจะเข้าใจโดยต้องใช้ความพยายามและความอดทนเพราะถือเป็นการช่วยเหลือนักเรียนให้มีผลการเรียนที่ดีขึ้น
4) ทักษะการสื่อสารกับนักเรียน แน่นอนว่าการสอนทักษะที่จำเป็นต้องใช้มากที่สุดคือทักษะการพูด ติวเตอร์ต้องใช้วิธีการพูด วิธีการอธิบายให้เข้าใจมากที่สุด บางครั้งเนื้อหาการเรียนนั้นยากแล้ว หากติวเตอร์ไม่มีวิธีการพูดให้เข้าใจได้ง่ายจะทำให้นักเรียนไม่เข้าใจในเนื้อหาที่ติวเตอร์สอน

นี่คือทักษะขั้นพื้นฐานที่ติวเตอร์ควรมี ดังนั้นหากจะหาติวเตอร์ที่ดีมาสอนลูก ๆ ของคุณที่บ้าน คุณสมบัติดังกล่าวของติวเตอร์สามารถประกอบการตัดสินใจของผู้ปกครองได้ค่ะ
เรียนพิเศษหรือเรียนเสริมส่วนตัวที่บ้านจะช่วยให้เด็กมีสมาธิกว่าการเรียนกลุ่มใหญ่อย่างไร
ในสมัยนี้การเรียนเสริม เรียนพิเศษหรือการกวดวิชานั้นมีหลากหลายทางเลือก และการจ้างครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ส่วนตัวถือเป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสำหรับนักเรียนที่ต้องการความส่วนตัวในการเรียนและหวังผลลัพธ์ที่ดี การเรียนพิเศษตัวต่อตัวช่วยให้นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้นอย่างไร ใส่ใจมีคำตอบมาให้คุณค่ะ

• เมื่อเรียนพิเศษตัวต่อตัว นักเรียนจะมีความใกล้ชิดกับติวเตอร์ ในด้านของนักเรียนหากมีข้อสงสัยนักเรียนสามารถสอบถามติวเตอร์ได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีสมาธิกว่าการเรียนกลุ่มใหญ่ ๆ อีกด้วย ส่วนในด้านของติวเตอร์เมื่อรับงานสอนพิเศษตัวต่อตัวแล้ว เป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือการถ่ายทอดวิชาความรู้ให้นักเรียนอย่างสุดความสามารถ และติวเตอร์เองจะมุ่งเน้นความใส่ใจไปที่เด็กนักเรียนคนเดียวจึงทำให้เด็กได้รับความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อนักเรียนเข้าใจในสิ่งที่ติวเตอร์สอน นักเรียนจะสามารถทำข้อสอบที่โรงเรียนได้และได้ผลลัพธ์ที่ดีอีกด้วย
• การเรียนพิเศษนั้นนักเรียนจะได้ฝึกทำข้อสอบ หรือแบบฝึกหัดและสามารถทำข้อสอบได้เมื่อเรียนที่โรงเรียนเพราะแน่นอนจุดสำคัญที่สุดของการเรียนของเด็กไทยเพื่อให้ได้คะแนนดี ๆ หรือเกรดสวย ๆ นั้นมาจากการทำข้อสอบเป็นหลัก ดังนั้นติวเตอร์จะให้ทริคการทำโจทย์ต่าง ๆ ให้นักเรียนเพื่อให้นักเรียนสามารถเอาไปใช้ในสนามสอบได้

ดังนั้นการเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัวกับติวเตอร์ส่วนตัวนั้นทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อตัวนักเรียน อีกทั้งยังทำให้นักเรียนนั้นมีผลการเรียนที่ดีขึ้นอีกด้วย
สิ่งสำคัญที่พ่อแม่และติวเตอร์ต้องตกลงกันคืออะไร
การเรียนเสริม เรียนพิเศษและเรียนกวดวิชา ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับนักเรียนในปัจจุบันนี้ เพราะการเรียนตามหลักสูตรวันละ 6 ชั่วโมงในโรงเรียนดูจะไม่เพียงพอสำหรับการแข่งขันเพื่อให้ได้อยู่ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝัน ในยุคที่มีตัวเลือกมากมายในการเรียนพิเศษ ใส่ใจมีคำแนะนำที่คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองควรทำการตกลงกับครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ส่วนตัวก่อนตัดสินใจเริ่มการเรียนการสอน

1) เวลาเรียน ระบุเวลาเรียนให้ชัดเจน โดยอาจจะให้สอดคล้องกับตารางเรียนหรือตารางกิจกรรมที่โรงเรียน หรือเรียนในวันหยุดประจำสัปดาห์
2) สถานที่ อาจจะเป็นที่บ้าน ห้องสมุด หรือ คาเฟ่ Café ใกล้บ้าน ต้องมั่นใจว่าไม่ใช่สถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านหรือรถสัญจรไปมาเสียงดัง
3) แผนการเรียนการสอน คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครอง รวมถึงตัวนักเรียนเอง ควรวางแผนร่วมกับผู้สอน ว่าควรเป็นไปในรูปแบบใดเพื่อให้เหมาะสมกับผู้เรียนและมีประสิทธิภาพที่สุด
4) ปัญหาหรืออุปสรรคของผู้เรียน คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครอง ควรแจ้งให้ครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ทราบถึงลักษณะบางประการของผู้เรียนที่อาจเป็นอุปสรรคในการเรียน เพื่อให้ครูผู้สอนปรับวิธีการสอนรวมถึงเตรียมสื่อการสอนเหมาะสมกับผู้เรียนมากที่สุด
5) ค่าจ้างและกำหนดการจ่าย คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครอง ควรตกลงเรื่องค่าจ้างกับติวเตอร์ให้ชัดเจนก่อนเริ่มทำเรียนสอน เช่นค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง ค่าจ้างเป็นรายคอร์ส หรือเป็นรายเดือน

หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการจ้างติวเตอร์ ใส่ใจมีติวเตอร์คุณภาพรอให้บริการคุณอยู่ค่ะ

ประวัติเขตพระโขนง

เขตพระโขนง แต่เดิมคือ อำเภอพระโขนง เป็นเขตการปกครองของเมืองนครเขื่อนขันธ์ ในสมัยแรกตั้งที่ว่าการอำเภออยู่ที่สามแยกวัดมหาบุศย์โดยแบ่งท้องที่การปกครองออกเป็น 12 ตำบล ได้แก่ ตำบลคลองเตย ตำบลคลองตัน ตำบลพระโขนง ตำบลสวนหลวง ตำบลศีรษะป่า (หัวป่า) ตำบลคลองประเวศ ตำบลทุ่งดอกไม้ ตำบลหนองบอน ตำบลบางจาก ตำบลบางนา ตำบลสำโรง และตำบลบางแก้ว จากนั้นจึงย้ายที่ว่าการอำเภอมาตั้งที่วัดสะพาน ริมทางรถไฟสายปากน้ำ เมื่อปี พ.ศ. 2459 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2470 ทางราชการได้โอนอำเภอพระโขนงมาขึ้นกับจังหวัดพระนครเพื่อความสะดวกในการปกครองก่อนที่จังหวัดพระประแดงจะถูกยุบและแยกพื้นที่ไปรวมกับจังหวัดธนบุรีและจังหวัดสมุทรปราการ 5 ปี

เนื่องจากท้องที่อำเภอพระโขนงเริ่มมีสภาพที่หนาแน่นขึ้นด้วยย่านการค้า อุตสาหกรรม และประชากรเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปี พ.ศ. 2479 ทางราชการจึงได้ตั้งเทศบาลนครกรุงเทพโดยโอนพื้นที่บางส่วนของตำบลคลองเตยเข้าไปในท้องที่และได้ขยายเขตเทศบาลออกไปครอบคลุมตำบลอื่น ๆ เกือบทั้งหมดในอำเภอภายในปี พ.ศ. 2507 ในช่วงนี้ที่ว่าการอำเภอพระโขนงได้ย้ายจากวัดสะพานมาตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิทช

หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2514 จังหวัดพระนครถูกรวมเข้ากับจังหวัดธนบุรี เปลี่ยนฐานะเป็นนครหลวงกรุงเทพธนบุรี และในปี พ.ศ. 2515 จึงเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ยกเลิกการปกครองท้องถิ่นแบบเทศบาลและสุขาภิบาลรวมทั้งเปลี่ยนการเรียกหน่วยการปกครองใหม่จากอำเภอและตำบลเป็นเขตและแขวงด้วย อำเภอพระโขนงจึงได้รับการเปลี่ยนแปลงฐานะเป็น เขตพระโขนง ภายหลัง เขตพระโขนง มีความเจริญและมีประชากรหนาแน่นขึ้น ในปี พ.ศ. 2532 กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งสำนักงานเขตสาขาของเขตพระโขนงขึ้น 3 แห่งเพื่อดูแลท้องที่ต่างๆเพื่อให้การปกครองและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและในปีเดียวกันกระทรวงมหาดไทยก็ได้ยกฐานะท้องที่ของสำนักงานเขตพระโขนง สาขา 1 และสำนักงานเขตพระโขนง สาขา 2 เป็นเขตคลองเตยและเขตประเวศตามลำดับ

ปี พ.ศ. 2541 มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่เขตพระโขนงอีกครั้ง โดยแขวงบางนาและบางส่วนของแขวงบางจากได้รับการยกฐานะเป็นเขตบางนา ท้องที่เขตพระโขนงจึงเหลือแขวงบางจากอยู่เพียงแขวงเดียว



การคมนาคมในย่านพระโขนงจากอดีตถึงปัจจุบัน

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงรู้จักชื่อ พระโขนง จากหนังหรือละครยอดฮิตเรื่อง “แม่นาคพระโขนง” ที่กล่าวถึงความรักลึกซึ้งที่แม่นาคมีให้แก่พี่นาคผู้เป็นสามี และนิยายเรื่องนี้ยังทำให้เราได้เห็นวิถีชีวิตของชาวพระโขนงในสมัยก่อนที่เดินทางโดยเรือเป็นหลัก ในปัจจุบันย่านพระโขนงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากทั้งด้านคมนาคมที่มีรถไฟฟ้า BTS เข้ามาแทนที่การเดินทางโดยทางเรือแบบและยังมีการเดินทางโดยรถส่วนตัวหรือรถโดยสารประจำทางเพิ่มมากขึ้น ถือว่าเป็นอีกย่านหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่มีปัญหาในด้านการจราจรติดขัด

พระโขนง เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนหลังจากมีการตัดถนน และเริ่มมีรถบริการสาธารณะผ่านเข้าไปในชุมชน จึงเป็นย่านที่มีนักลงทุนเข้าไปจับจองพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์เป็นจำนวนมาก มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เกิดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดในย่าน พระโขนง แห่งนี้ ตัวอย่างเช่น ห้างไทยไดมารู และมีโรงภาพยนตร์สมัยใหม่ที่เรียกว่า สแตนด์อโลน กลายเป็นแหล่งดึงดูดกลุ่มวัยรุ่นและคนยุคใหม่ให้เข้าไปเที่ยวและย้ายไปอยู่อาศัยใน พระโขนง เพิ่มมากขึ้นทุกปีๆ

แต่ความเปลี่ยนแปลงของเมือง อิทธิพลด้านวัฒนธรรมที่หลากหลาย การลงทุนใหม่ๆ ห้างใหม่ๆ ที่กระจายเข้าสู่ในหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ทำให้เกิดการแข่งขันในธุรกิจห้างและโรงหนัง ทำให้ความนิยมที่มีต่อย่าน พระโขนง ลดลงไปพอสมควร ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจ จึงทำให้ห้างสรรพสินค้าและโรงภาพยนตร์ในย่านพระโขนงทยอยปิดตัวลงไปหลายแห่ง

ขณะที่ชุมชนในย่านพระโขนงยังคงขยายตัว แต่ต้องยอมรับว่าย่านพระโขนงแทบไม่มีโครงการเชิงพาณิชย์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมายาวนาน จนกระทั่งเมื่อรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวผ่านเส้นสุขุมวิท ผ่านย่านพระโขนง ก็ทำให้ย่านพระโขนงกลับมาคึกคักอีกครั้ง



เรียนภาษาอังกฤษอย่างไรให้เก่ง

ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่ใช้กันทั่วโลก ดังนั้นภาษาอังกฤษดีช่วยได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือเรื่องงานในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเรียนต่อต่างประเทศหรือความก้าวหน้าในหน้าที่การงานที่ต้องใช้ความรู้ภาษาอังกฤษก็ตาม ดังนั้น ถ้าอยากเก่งภาษาอังกฤษ ต้องทำอย่างไรบ้าง เรามาดูวิธีกันค่ะ

- ฝึกบ่อยๆ พูดบ่อยๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ตัวเองและอย่ากลัวหากว่าเราจะพูดภาษาอังกฤษที่ผิดและไม่ถูกไวยากรณ์ไปบ้าง แต่การฝึกพูดจะเป็นการพัฒนาทักษะขั้นพื้นฐานในการใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี และถ้าอยากพัฒนาเร็วขึ้น ลองจับคู่หรือหากลุ่มที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อฝึกพูดคุยภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน เพื่อจะได้ลองฟัง พูด อ่าน และคิดเป็นภาษาอังกฤษไปด้วย

- อย่ากลัวที่จะลองใช้ภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นงานปาร์ตี้ งานสัมมนา ระหว่างการเดินทาง หรือท่องเที่ยว เพราะการที่เราได้คุยกับคนจริงๆ จะทำให้เรารู้ถึงข้อบกพร่อง และเจ้าของภาษาอาจจะช่วยแก้ไขจุดที่ผิดพลาดของเราได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

- การเรียนภาษาอังกฤษในชีวิตจริง ไม่ใช่แค่ในตำราเท่านั้น แต่สามารถศึกษาได้จากทาง อินเทอร์เน็ต, เพลง, ภาพยนตร์, หนังสือพิมพ์และนิตยสาร ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจะมีเนื้อหาที่หลากหลายและใช้คำศัพท์และโครงสร้างประโยคที่พบได้ในชีวิตประจำวัน

- มีวินัยในการเรียนภาษาอังกฤษ เพราะการเรียนเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความทุ่มเท จำไว้เสมอว่าการฝึกฝนสั้นๆ แต่สม่ำเสมอจะได้ผลดีในการเรียนรู้และจดจำภาษาอังกฤษมากกว่าการเรียนครั้งละนานๆ และไม่ต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งวันหมดไปกับการฝึกภาษาอังกฤษ เพียงแค่ใช้เวลาวันละไม่กี่นาทีฝึกฝนด้วยวิธีที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นอ่านหนังสือ, ฟังเพลง หรือทำแบบฝึกหัด ก็เพียงพอต่อการเรียนรู้และพัฒนาภาษาอังกฤษของคุณได้แล้ว