ดูแลผู้สูงอายุ ใน เมืองภูเก็ต, ภูเก็ต

ดูแลผู้สูงอายุ ใน เมืองภูเก็ต, ภูเก็ต

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ยุพาพร จันทศรี
ยุพาพร จันทศรี
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

ทำงานด้านนี้มามากกว่า5+++เคสธรรมดา+ติดเตียง+กายภาพเบื้องตนขับรถยนต์พาผู่ป่วยหาหมอ+เที่ยว

แสดงเพิ่มเติม
อติมา  สเล่ราษ
อติมา สเล่ราษ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

อายุ 30 ปีค่ะ ปัจจุบันทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลค่ะ สามารถดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุได้ เป็นคนใจเย็น พูดเพราะ สุขภาพแข็งแรงดีค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
เกศรินทร์ ทองสง
เกศรินทร์ ทองสง
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

จบ Na ด้านดูเเลผู้สูงอายุเเละเด็ก ประสบการณ์ทำงาน ด้านผู้ช่วยแพทย์ศัลยกรรม มา 4ปี เข้าเคสผ่าตัด นวดหน้า สปาหน้า ปลูกผม ด้านดูแลผู้สูงอายุ 2 ปี ด้านดูเเลเด็ก เนอสเซอรรี่ 1 ปี

แสดงเพิ่มเติม
สุนีย์ อ่อนภักดี
สุนีย์ อ่อนภักดี
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

อายุ 46 ปี สุง156 ซ.ม หนัก 56 ก.ก ประวัติการทำงาน มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วย 6 ปี ฟิตซักชั่น กายภาพ ล้วงอึ สวนฉี่ เจาะเบาหวาน ฉีดยาเบาหวาน ทำแผลกดทับ วัดความดัน ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ รับวัคซีนครบสามเข็มแล้วค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
ระวีวรรณ เด็นหมิน
ระวีวรรณ เด็นหมิน
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 53 ปี

เป็นคนมี service mind และมีความเข้าใจผู้อื่นสูง

แสดงเพิ่มเติม
จิรัชยา  ประสารการ
จิรัชยา ประสารการ

รับงานดูแลผู้สูงอายุค่ะ มีประการณ์ด้านนี้มามากกว่า 10 ปี ผุ้ป่วยอัลไซเมอ พากินสัน ช่วยประคอง ดูแลผู้ป่วยติดเตียง รับอยู่เป็นเพือน

แสดงเพิ่มเติม
Supaporn Tohiso
Supaporn Tohiso
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี

I can speak, read and write English. I have more than 10 years experience

แสดงเพิ่มเติม
กนกกาญจน์  กาละ
กนกกาญจน์ กาละ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

มีประสบการณ์ที่โรงพยาบาลสิริโรจน์ ภูเก็ต 1 ปี ตำแหน่งผู้ช่วยเหลือคนไข้ และที่โรงพยาบาลกรุงเทพ 9 ปีตำแหน่ง PN

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

เจอเว็บใส่ใจ เข้าไปเลือกคนดูแล เอารูปกับประวัติมานั่งคุยกับคุณย่า เลยได้ป้ากิ๊กมาดูแล ป้ากิ๊กดูแลดีมาก คุณย่ามีความสุข ในเว็บใส่ใจบอกข้อมูลครบเลยทั้งประวัติการทำงาน และประวัติการศึกษา
Saijai
กฤษณ์ ชัยเขตุสานุวัฒน์
5 ปีที่แล้ว
หาข้อมูล เจอเว็บใส่ใจ ที่มีพี่เลี้ยงดูแลผู้สูงอายุ ลองอ่านประสบการณ์เลย เจอจิต (พี่เลี้ยงดูแลพ่อ) ทุกอย่างเป็นไปตามข้อมูลในเว็บทำให้พวกเราไม่ยากที่จะตัดสินใจ จิตทำงานดีมากเข้ากับคุณพ่อได้ดี ขอบคุณใส่ใจค่ะ
Saijai
พชร ต้นไกลสุทธฺ์
5 ปีที่แล้ว
มีคนแนะนำเวปใส่ใจสำหรับหาคนดูแลผู้สูงอายุ ประทับใจมาก ๆ เลยค่ะ พี่ที่ดูแลเขาอยู่เป็นเพื่อนแถมคุณยายอยากไปไหนเขาพาไปตลอดเลยค่ะ ตอนอยู่บ้านก็คอยจัดเตรียมอาหาร เตรียมยาให้ด้วย ต้องขอบคุณใส่ใจมาก ๆ เลยค่ะ เรากับพี่สาวรู้สึกวางใจไปได้เยอะเลย
Saijai
ปิยธิดา อรุณไชย
5 ปีที่แล้ว
ได้คนดูแลดี ผมก็หายห่วงครับ จะใช้บริการบ่อย ๆ
Saijai
สุชาดา เอี่ยมจินดา
5 ปีที่แล้ว
ย้ายตามสามีมาอยู่กรุงเทพ แล้วยังต้องดูแลแม่สามีที่สูงอายุ และมีโรคประจำตัวด้วย ตอนแรก ๆ ลำบากมาก เพราะต้องวุ่นวายเรื่องย้ายงานและหาคนดูแลผู้สูงอายุอีก จนมาเจอเว็บไซต์ใส่ใจ โชคดีมาก ๆ เลยค่ะ นอกจากจะได้คนดูแลผู้สูงอายุที่ราคาไม่แพงมากแล้ว ยังได้คนมีประสบการณ์ ไว้ใจได้ ทำงานคล่องแถมมาช่วยทำงานบ้านอีก ตัดสินใจไม่ผิดจริง ๆ ค่ะ
Saijai
ณฐาสัณห์ ถาวร
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลผู้สูงอายุ

ตัวเลือกใดที่ดีกว่าระหว่างจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่บ้านหรือให้ผู้สูงอายุอยู่บ้านพักคนชรา
คาดการณ์ว่าในปี 2564 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุ ร้อยละ 16.2 ของประชากรทั้งหมด ผู้สูงอายุที่เคยดูแลเราในวันก่อนก็เปลี่ยนบทบาทมาเป็นคนที่เราต้องดูแล วิถีชีวิตปัจจุบัน หลายครอบครัวไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ด้วยตัวเอง อะไรที่ดีกว่าระหว่างจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่บ้านหรือให้ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุดูแล

ข้อดีของการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

การที่ผู้สูงอายุได้อยู่อาศัยในบ้าน ทำให้ไม่รู้สึกแปลกสถานที่ รู้สึกว่าอยู่กับครอบครัวลูกหลาน ไม่เกิดความว้าเหว่ ผู้สูงอายุยังอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมและไม่รู้สึกว่ามีใครหายไป การดูแลยังอยู่ในสายตาของลูกหลาน หากเกิดข้อบกพร่องหรือสิ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุไม่สบายใจ ผู้สูงอายุสามารถพูดขึ้นกับลูกหลานและแก้ไขปัญหาได้ในทันที

ข้อเสียของการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

คือค่าใช้จ่ายที่สูง เพราะต้องใช้ผู้ที่ผ่านการอบรมเป็นพิเศษ และอาจต้องจ้าง ตลอด 24 ชั่วโมง หรืออาจต้องใช้ 1-2 คนในการดูแล ผู้ว่าจ้างไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่านิสัยของคนที่จ้างมาเป็นอย่างไร รักการทำงานบริการผู้สูงอายุหรือไม่ หรือสามารถการปรับตัวให้เข้ากับผู้สูงอายุได้หรือไม่

ข้อดีของการใช้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือบ้านพักคนชรา

คือมีสถานที่พร้อมในการดูแลผู้สูงอายุ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการดูแล บางแห่งมีเครื่องมือแพทย์ หรือพยาบาลวิชาชีพดูแล ผู้สูงอายุได้พบปะกับอื่น ๆ ในวัยเดียวกัน ซึ่งจะช่วยคลายความกังวลใจของผู้สูงอายุลงไปได้บ้าง หากมีเหตุฉุกเฉิน เกิดอุบัติเหตุ ไม่สบาย ทางศูนย์ดูแลพร้อมให้ปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาล

ข้อเสียของการใช้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและเราจะไม่มีทางรู้หรือเห็นเหตุการณ์อื่นใดนอกเหนือจากตอนที่ไปถึงศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งอาจปล่อยปละละเลย ผู้สูงอายุอาจไม่มีความสุขที่ต้องจากครอบครัว สุขภาพจิตอาจแย่ลง

ท้ายที่สุดแล้วความใส่ใจและความพร้อมของสมาชิกครอบครัวมีส่วนในการพิจารณาการตัดสินใจ และที่สำคัญคือตัวของผู้สูงอายุที่เราต้องดูแลว่าท่านมีความพร้อมและยินยอมเห็นสมควรกับแนวทางการเลือกดูแลของสมาชิกครอบครัว
ทักษะสำคัญที่ผู้ดูแลผู้สูงอายุควรมี
การที่เราจะเลือกใครสักคนมาดูแลผู้สูงอายุในบ้านของเรา แน่นอนว่าต้องมีปัจจัยและคุณสมบัติหลายอย่างในการตัดสินที่จะรับบุคคลภายนอกเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับคนในครอบครัวของเราทั้งในช่วงเวลาที่เราอยู่หรือไม่อยู่บ้านก็ตาม คุณสมบัติที่คนส่วนใหญ่คาดหวังสำหรับคนดูแลผู้สูงอายุ มีดังต่อไปนี้

1. เป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะ คืออายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถคิดและตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล มีวุฒิภาวะที่ดี
2. เนื่องจากการดูแลผู้สูงอายุเป็นเรื่องละเอียดอ่อน คนดูแลผู้สูงอายุจึงควรเป็นคนที่มีความรู้ทั้งในเรื่องจิตวิทยา และด้านโภชนาการอาหาร รวมทั้งความสะอาดทั่วไปด้วย แม้ว่าการจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่มีความรู้อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะกว่าการจ้างคนทั่วไป แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะหากผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่ไม่ดี คนดูแลขาดความรู้แล้ว อาจส่งผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจอีกด้วย
3. มีความน่าไว้วางใจ เมื่อจ้างคนดูแลผู้สูงอายุเข้ามาอยู่ในบ้าน อาจจะต้องรับรู้ในส่วนของที่เก็บของต่างๆ รู้ตารางชีวิตประจำวันของคนในครอบครัว คนดูแลผู้สูงอายุจึงต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้ มีประวัติที่ดี และมีทัศนคติที่ดี
4. มีความอดทน เนื่องจากการดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องง่ายๆ บางครั้งอาจจะต้องดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุอีกด้วย โดยเฉพาะหากเป็นผู้สูงอายุที่มีอาการป่วยหรือโรคประจำตัว ก็จะมีความยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้นไปอีก
5. ควรจบหลักสูตรผู้ช่วยการพยาบาล หรือสาขาที่เกี่ยวข้องและหากมีประสบการณ์มักจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ แต่หากไม่จบหลักสูตรดังกล่าว แต่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงอายุมาก่อน ก็จะได้รับการพิจารณาเช่นกัน
6. มีความซื่อสัตย์สุจริต เนื่องจากในบางครั้งอาจจะต้องอยู่กับผู้สูงอายุเพียงลำพัง
7. มีความขยันและสามารถช่วยเหลืองานอย่างอื่นได้ตามความเหมาะสม
ควรทำอย่างไรเพื่อคลายความกังวลเมื่อคุณต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่ตามลำพังกับผู้ดูแล
เมื่อเราได้พิจารณาคุณสมบัติและตัดสินใจจ้างผู้ดูแลมาดูแลผู้สูงอายุที่บ้านของเราแล้ว เราอาจจะมีความกังวลด้านอื่นๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นควรจะเป็นผู้ดูแลชั่วคราวแบบไป-กลับ หรือผู้ดูแลแบบที่อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง เพราะการที่ต้องให้บุคคลภายนอกซึ่งเป็นคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ภายในบ้านของเรา ในระยะแรกอาจจะต้องมีการปรับตัวในการอยู่ร่วมกัน หากว่าเราอยู่ที่บ้านตลอดก็อาจช่วยลดความกังวลในด้านความปลอดภัยลงไปได้ แต่ถ้าสมาชิกในบ้านต้องออกไปทำงานนอกบ้านและต้องทิ้งผู้สูงอายุไว้เพียงลำพังกับผู้ดูแล ความกังวลย่อมเพิ่มมากขึ้นทั้งกับคนที่เรารักและทรัพย์สินมีค่าภายในบ้าน แนวทางที่ช่วยลดความกังวลของผู้ว่าจ้างจากที่ได้กล่าวมาข้างต้น ได้แก่

1. ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของคนดูแลผู้สูงอายุ โดยสามารถร้องขอให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุทำการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมกับกองทะเบียนประวัติอาชญากรได้ที่ http://www.criminal.police.go.th/
2. ตรวจสอบประวัติการทำงานกับนายจ้างคนเก่า ในกรณีที่ผู้ดูแลผู้สูงอายุเคยผ่านประสบการณ์การทำงานมาก่อน
3. หากเป็นผู้ดูแลที่มาจากบริษัท ทางบริษัทควรจะมีการส่งตัวแทนจากบริษัทเข้ามาเยี่ยมและตรวจสอบการทำงานของผู้ดูแลเป็นระยะๆ
4. คนในครอบครัวหมั่นตรวจตราและสอดส่องการทำงานของผู้ดูแลคนสูงอายุอยู่ตลอดเวลาในระยะแรกๆของการทำงาน
5. หากมีเพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ สามารถฝากให้เพื่อนบ้านช่วยสอดส่องดูแลขณะที่ผู้ดูแลอยู่ลำพังกับผู้สูงอายุ
6. ปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ตามจุดต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวภายในบ้านได้ตลอด 24 ชม.
ข้อตกลงที่สำคัญในการดูแลผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง
เมื่อตัดสินใจจ้างคนดูแลผู้สูงอายุแล้ว ควรทำข้อตกลงสำคัญระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้ดูแลที่คุณทำการได้จ้างมา เพื่อเป็นการรับประกันความปลอดภัยให้กับผู้สูงอายุตลอดระยะเวลาการดูแล ซึ่งข้อตกลงที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจระหว่างสองฝ่ายมีดังนี้

1. ทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยสิ่งที่ควรระบุอยู่ในสัญญาอย่างชัดเจนได้แก่ ระยะเวลาการดูแล วันที่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ ชั่วโมงการทำงาน จำนวนค่าจ้าง รวมไปถึงสวัสดิการและวันหยุดที่ผู้ดูแลควรได้รับตามกฎหมายแรงงาน โดยที่ทั้งสองฝ่ายต้องเซ็นยินยอมเพื่อเป็นการรับรู้ต่อสัญญาและข้อกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้
2. ผู้ว่าจ้างควรอธิบายข้อมูลส่วนตัวของผู้สูงอายุให้กับผู้ดูแลอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปนิสัย ความชอบส่วนตัว อาหารที่กินได้และไม่ได้ ที่สำคัญหากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว ผู้ว่าจ้างควรบอกให้ผู้ดูแลรับรู้ก่อนเพื่อให้ผู้ดูแลสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้
3. อธิบายขอบเขตและวิธีการทำงานให้กับผู้ดูแลอย่างชัดเจน สิ่งใดที่ทำได้และไม่ได้ เพื่อเป็นการป้องกันขั้นเบื้องต้น
4. ข้อตกลงเรื่องที่อยู่อาศัย หากผู้ว่าจ้างต้องการให้ผู้ดูแลอาศัยอยู่ที่บ้านตลอดช่วงระยะการดูแลผู้สูงอายุ ควรจัดเตรียมที่พักอาศัยให้กับผู้ดูแล รวมไปถึงแจกแจงเรื่องกฎในการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในบ้านตลอดช่วงระยะเวลาเช่นกัน
5. ใส่ใจในเรื่องของสุขอนามัยของผู้ดูแลที่ทำการว่าจ้างมา หากผู้ดูแลมีอาการป่วยกะทันหัน ผู้ว่าจ้างควรออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่ผู้ดูแลควรได้รับ และควรให้ผู้ดูแลลางานได้ทันที เพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อต่อผู้สูงอายุภายในบ้าน

การทำข้อตกลงในการว่าจ้างนั้นนอกจากจะเป็นการช่วยให้ทำความเข้าใจอย่างชัดเจนแล้ว ยังช่วยสร้างความสบายใจให้กับทั้งสองฝ่ายได้อีกด้วย

รถสองแถวภูเก็ตที่หลายคน ๆ ไม่รู้

การเดินทางในภูเก็ต หากไม่มีรถยนต์ส่วนตัว นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการ รถตุ๊กตุ๊ก มอเตอร์ไซต์รับจ้าง เช่ารถ รถแท็กซี่หรือรถโดยสารประจำทาง กล่าวถึงรถโดยสารประจำทางในจังหวัดภูเก็ต ชาวบ้านมักพูดติดปากว่า รถสองแถว คนเก่าแก่ในพื้นที่นี้จะเรียกว่า รถโพถ้อง(อ่านว่า โพ–ท้อง) ซึ่งเป็นภาษาจีนฮกเกี้ยน หมายถึงรถสองแถวโดยสารประจำทาง เพราะพื้นที่ภูเก็ตในอดีตมีชาวจีนฮกเกี้ยนมาตั้งรกรากอยู่จำนวนมาก
รถสองแถวในภูเก็ตเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัด ตัวรถในอดีตจะทำจากไม้ มีเก้าอี้ไม้ยาวขนานกับตัวรถ หน้าต่างทั้งสองด้านเปิดโล่ง ทำให้ผู้โดยสารได้รับลม ชมวิวทั้งสองข้างทางถนน และมีส่วนของผ้าใบหรือพลาสติกไว้กั้นตอนฝนตก แต่ปัจจุบันรถสองแถวบางคันมีการปรับปรุงตัวรถที่ทำจากไม้ เป็นสแตนเลส และวัสดุอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและยืดอายุการใช้งาน สำหรับเส้นทางการเดินรถของรถสองแถวในภูเก็ตนั้น จะมีจุดเริ่มต้นที่ ตลาดดาวน์ทาวน์ในเมืองภูเก็ต (ใกล้ย่านเมืองเก่า) ถนนระนอง อยู่ติดกับวงเวียนน้ำพุ แต่ละสายจะวิ่งไปรอบเกาะ รถเที่ยวแรกจะออกประมาณหกโมงเช้า จนถึงเที่ยวสุดท้ายเวลาประมาณสี่ถึงหกโมงเย็น และออกทุก ๆ 15 นาที แต่ถ้ารถมีผู้โดยสารเต็มก่อนเวลา รถก็จะออกเร็วกว่ากำหนด ปัจจุบันรถโพท้อง หรือรถสองแถวภูเก็ต มีสองประเภท แบ่งตามสี

1. รถโพถ้องสีฟ้า ให้บริการมานานกว่า 50 ปี ให้บริการ 15 เส้นทาง ค่าบริการเริ่มต้นตั้งแต่ 10 บาท ขึ้นไป โดยขึ้นอยู่กับระยะทาง ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ที่เป็นนักท่องเที่ยว และชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ต และประชาชนทั่วไป เนื่องจากค่าโดยสารมีราคาถูก

2. รถโพถ้องสีชมพู เปิดให้บริการมา 10 ปี ดำเนินการโดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ. ภูเก็ต) และจะมีเส้นทางวิ่งอยู่ 3 สาย 4 เส้นทางเดินรถ ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป สำหรับค่าโดยสาร ผู้โดยสารทั่วไปเสียค่าบริการเที่ยวละ 15 บาท ตลอดสาย ถ้าเป็นนักเรียนและนักศึกษาในเครื่องแบบ สามารถใช้บริการได้ฟรี



เจาะลึกถนนถลาง จุดเช็คอินใหม่ในเมืองภูเก็ต

ถนนถลาง เป็นชื่อถนนของจังหวัดภูเก็ตตั้งอยู่ในใจกลางเมือง ณ ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต อดีตเป็นถนนที่รุ่งเรือง มีร้านค้าขายผ้า เพื่อเย็บตัด และเงียบเหงาไปช่วงหนึ่ง ร้านค้า ปิดตัวลง นักท่องเที่ยวบางตา เพราะภูเก็ตมีการขยายเมือง เกิดห้างสรรพสินค้า และตลาดหลายแห่งขึ้นในภูเก็ต แต่ปัจจุบันนี้เกิดการพัฒนาถนน นำเสาไฟฟ้าฝังใต้ดิน ปรับปรุงตึกต่าง ๆ ที่เคยโทรม ทำเป็นเกสเฮ้าส์ โรงแรม ร้านกาแฟ ร้านอาหารทั้งแนวย้อนยุค และเก๋ๆ มีจุดถ่ายภาพเมืองเก่าภูเก็ต ร้านสินค้าที่ระลึก มีการจัดงานเทศกาลต่าง ๆ ฯลฯ การกลับมาของถนนถลางในรูปแบบโฉมใหม่ ทำให้ถนนนี้กลับมามีสีสัน สามารถดึงดูดลูกค้าทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ ให้มาเยือนชม ถ่ายรูป จับจ่ายซื้อของอีกครั้ง สำหรับสถานที่ ที่มีชื่อเสียงในขณะนี้ อาทิ

1. ภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งอยู่หัวมุมแยกถนนดีบุกตัดถนนเยาวราช สามารถจอดรถที่ถนนถลางและเดินเลาะ ตามข้างถนนจะมาเจอสี่แยกโดยมีภาพเด่นตระหง่าน สามารถถ่ายรูปโดยไม่มีรถขวางแน่นอนเพราะจุดนั้นเป็นขอบเส้นขาวแดงรถจอดไม่ได้

2. สถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส ตึกหลายสีสันทั้งซ้ายและขวาของสองฝากถนน บางตึกจะเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟแบบแนวๆ บางร้านขายของที่ระลึก ขายเสื้อผ้าท้องถิ่น ของฝาก มากมายตลอดเส้นถนนถลาง

3. รถเข็นที่ขายขนมอาโป๊ง มีคนต่อแถวกันซื้อยาว เพราะได้ขายจุดนี้มา 30 กว่าปีแล้ว ความอร่อยหอมกรอบตรงกลางจะนุ่ม รสชาติออกหวาน

4. พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ตั้งอยู่ในซอยยี่สุ่นอุทิศ เป็นสถานที่รวบรวม เรื่องราว และของใช้ชาวจีนที่เดินทางเข้ามาอาศัยทำมาหากินที่ภูเก็ต ค่าเข้าชมคนไทย 50 บาท ต่างชาติ 200 บาท

5. ซอยรมณีย์ เป็นซอยแคบเดินรถทางเดียว ในซอยมีร้านขายของที่ระลึก ร้านเสื้อผ้า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาถ่ายรูปเช็คอินเป็นจำนวนมาก เพราะสีสันของตึกแต่ละหลังมีสีสันโดดเด่น สดใน เช่น ชมพู เหลือ เขียว ฟ้า น้ำเงิน ส้ม เป็นต้น

6. น้องมาร์ดีในชุดกระดองเต่าแดง เป็นงาน Street Art ใหญ่เต็มผนัง มุมนี้นักท่องเที่ยวมารอเข้าคิวถ่ายรูปกันเยอะมาก มีที่นั่งสอง สามตัวในแต่ละมุม เพื่อถ่ายคู่กับแบบได้อีกด้วย

7. สี่แยกชาร์เตอร์ จุดยอดนิยมที่ไม่ควรพลาด ที่ถนนถลาง เป็นตึกสีเหลืองเด่น มีหอนาฬิกาด้านบน เป็นศิลปะการออกแบบสไตล์ ชิโนโปรตุกีส ตลอดทั้งวันจะมีนักท่องเที่ยวถ่ายรูปคู่กับตึกนี้

8. ตึกใหญ่ธนาคารกสิกรไทย ทรงชิโนโปรตุกีส เป็นตึกสีขาว ใต้อาคารสามารถกดเงินจากตู้เอทีเอ็มได้ด้วย พร้อมชุดโต๊ะ เก้าอี้ และตู้ไปรษณีย์โบราณสีแดง สำหรับให้ถ่ายรูปเช็คอินได้



ประเพณีของชาวภูเก็ตที่สืบทอดมาแต่โบราณ

กิจกรรมอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ผู้สูงอายุ ผ่อนคลาย เพราะได้พบปะ เพื่อนในวัยเดียวกัน มีการวมญาติ ลูก หลานอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา นั้นก็คือ การได้ร่วมทำประเพณีโบราณ หรือประเพณีที่เกี่ยวกับศาสนา

ประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณของจังหวัดภูเก็ต เช่น

1. ประเพณีตรุษจีน เนื่องจากประชากรส่วนหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตเป็นชาวจีนฮกเกี๋ยนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในอดีต จึงมีประเพณีนี้เกิดขึ้นทุกปี เป็นการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ของคนชาวจีน ตรงกับวันแรกของเดือน 1 หรือ เดือน 2 เดือน 3 ทางจันทรคติ มีพิธีกรรมทั้งหมด 3 วัน คือวันแรกจะมีการเตรียมอาหารเพื่อสำหรับไหว้เทพเจ้าในวันรุ่งขึ้น วันที่สอง จะมีการไหว้เทพ ไหว้บรรพบุรุษ มีการร่วมกันทานข้าวในครอบครัว แจกอั่งเปา วันที่สาม จะเป็นวันจ่ายหรือวันเที่ยว ชาวจีนจะใส่ชุดใหม่ๆ สวยๆ เพื่อความสิริมงคล อาจจะไปเยี่ยมญาติต่างที่ ไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ เป็นต้น เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณของจังหวัดภูเก็ต

2. ประเพณีไหว้พระจันทร์ คือการไหว้เทพเจ้าด้วยขนมไหว้พระจันทร์(ตงชิวเปี้ย ) และ ขนมโก๋ ในวัน 15 ค่ำ เดือน 8 ของจีน

3.ประเพณีถือศืลกินผัก เป็นการถือศีลเพื่อทำให้จิตใจบริสุทธิ์ งดทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด ใช้ระยะเวลา 9 วัน ในช่วงนั้นจะมีพิธีกรรมต่าง ๆ เช่น พิธีอัญเชิญพระ พิธีลุยไฟ พิธีสะเดาะเคราะห์ พิธีส่งพระ เป็นต้น

4.วันฮารีรายอ ประชากรของภูเก็ตอีกส่วนหนึ่งเป็นชาวมุสลิม ซึ่งประเพณีนี้ ชาวมุสลิมมีการรวมตัวกันละหมาด หลังการถือศีลอดครบรอบ 1 เดือน จะจัดปีละครั้ง ถือได้ว่าเป็นวันครอบครัวอีกวันของชาวมุสลิม เพราะมีการรวมญาติ ทำอาหาร แจกจ่าย กินกันในครอบครัว มีการอวยพรและให้อภัยในสิ่งที่เคยทำผิดพลาดกัน