ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน พญาไท, กรุงเทพมหานคร

ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน พญาไท, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

พรภสร ขุนด่าน
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

รักสัตว์ ซื่อสัตย์ มีวินัย ไว้ใจได้ รักษาคำพูด

แสดงเพิ่มเติม
ธีรวุฒิ หูประโคน
ธีรวุฒิ หูประโคน
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

รักสัตว์ พาเดินเล่นได้ ดูแลสัตว์เลี้ยงค้างคืน

แสดงเพิ่มเติม
รุจิระหงส์ มังคละวงศ์
รุจิระหงส์ มังคละวงศ์
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี

รักสัตว์ ใจดี ใจเย็น

แสดงเพิ่มเติม
ภิรมยา หลวงไชย์
ภิรมยา หลวงไชย์
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี

สวัสดีค่ะ อยากหารายได้เสริมหลังจากเลิกงาน20:00 จากงานประจำค่ะ ตอนนี้ทำงานเป็นผู้ช่วยสัตว์เเพทย์ โรงพยาบาลสัตว์ อายุงาน3-4 ปี รักสัตว์มากค่ะ ไม่รังเกียจอึ ฉี่ ป้อนยา ป้อนอาหาร เฝ้าสังเกตุอาการสัตว์ป่วย เเละอื่นๆ ( ยกเว้นตัวที่ดุร้าย ) ขอบคุณค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
ศศิกานต์ ดอกพรม
ศศิกานต์ ดอกพรม
Saijai อายุ 24 ปี

เป็นคนที่ใจเย็น และชอบอยู่กับสัตว์เลี้ยงต่างๆ

แสดงเพิ่มเติม
ณัฐนันท์ แซ่ตั้ง
ณัฐนันท์ แซ่ตั้ง
Saijai อายุ 28 ปี

เป็นคนรักสัตว์ ปัจจุบันเลี้ยงน้องแมวอยู่ 4 ตัวค่ะ สามารถเข้ากับสัตว์เลี้ยงได้เป็นอย่างดี สังเกตุความผิดปกติของสัตว์เลี้ยงได้ดี

แสดงเพิ่มเติม
อังคณา ภักดิ์ชัยภูมิ
อังคณา ภักดิ์ชัยภูมิ

รักสัตว์ ใจเย็น มีความอดทนสูง

แสดงเพิ่มเติม
Nontawan Kulnil
Nontawan Kulnil
Saijai ประสบการณ์ 4-5 ปี
Saijai อายุ 27 ปี

รักงานอิสระ คนดี เมตตาสัตว์ ซื่อสัตย์ อดทน

แสดงเพิ่มเติม
Chanatda  Auiyuanphok
Chanatda Auiyuanphok
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

เป็นคนรักสัตว์ ชอบอยู่กับสัตว์เลี้ยง สามารถดูแลลูกแมวหรือลูกสุนัขแรกเกิดได้

แสดงเพิ่มเติม
ณัฐกฤตา เทพสุภา
ณัฐกฤตา เทพสุภา
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

ทำงานอยู่ที่ ร้าน little zoo คาเฟ่ค่ะ อยากได้รายได้เสริมเนื่องจากช่วงนี้โควิทร้านถูกปิด จึงขาดรายได้ ดูแลสัตว์ได้ทุกชนิด ทุกประเภทนะคะ

แสดงเพิ่มเติม

ที่บ้านเลี้ยงแมวและหมาอยู่ค่ะ รักสัตว์และชอบเล่รกับสัตว์ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
Lalitta  Suttama
Lalitta Suttama
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

รักน้อง ดูแลเอาใจใส่ทุกรายละเอียด

แสดงเพิ่มเติม
มาเรียม พรั่งเกิด
มาเรียม พรั่งเกิด
Saijai ประสบการณ์ 2-3 ปี
Saijai อายุ 47 ปี

มีประสบการณ์ทำงานแม่บ้าน ดูแลสัตว์เลี้ยง ทำอาหารง่าย ๆ ได้ เช่น ข้าวผัด อาหารตามสั่ง รักสัตว์หมาแมว เคยเข้ารับการอบรมกับ life university เกี่ยวกับจิตวิทยา และการเป็นโค้ช NLP มีทัศนคติเชิงบวกสูง มีมารยาท นวดได้มีใบอนุญาตถูกต้องค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
ปาลมิกา อ๊ะนา
ปาลมิกา อ๊ะนา
Saijai อายุ 32 ปี

เลี้ยงสัตว์มาหลายปีมีประสบการณ์ด้วยตนเองสำหรับการเลี้ยงสัตว์ ใจเย็น รักสัตว์ อัตราค่าจ้างตามผู้ว่าจ้างจะจ่าย

แสดงเพิ่มเติม
ศิริวิมล ทรงศิริ
ศิริวิมล ทรงศิริ
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 43 ปี

ที่บ้านมีสถานที่ ให้น้องวิ่งเล่น มีไซ เพศเมียอายุ 1 ปี น้องน่ารักนิสัยดีค่ะ มีโกลเด้น 1 ตัว น้องชอบเล่นมาก ที่บ้านมีอาหาร ห้องแอร์ ของเล่น ขนม พร้อมให้น้องๆค่ะ ที่รับเลี้ยงเพราะน้องไซที่บ้านจะได้มีเพื่อนใหม่ๆด้วยค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
Ketsinee Thammasat
Ketsinee Thammasat
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

สุภาพ ใจเย็น มีความสุขกับการดูแลสัตว์เลี้ยง เคยเลี้ยงสุนัข 3-4 ปี และรับดูแลสัตว์เลี้ยงของคนอื่น เช่น แมว หนูแฮมสเตอร์ เม่นแคระ

แสดงเพิ่มเติม
ณัฐวุฒิ  ฉัตรมณี
ณัฐวุฒิ ฉัตรมณี
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

เป็นคนใจเย็นรักสัตว์ เลี้ยงสัตว์มาตั้งเด็กมีความเข้า

ธรรมชาติของสัตว์ ดูแลได้เป็นอย่างดีคับ

แสดงเพิ่มเติม
เกียรติศักดิ์ ศรีชาย
เกียรติศักดิ์ ศรีชาย
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 27 ปี

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

มองหาพี่เลี้ยงสัตว์ที่มีความรู้ด้านนี้มาช่วยดูแลเค้าที่บ้าน เจอเว็บใส่ใจ ลองเข้าไปดูรายละเอียดและสามารถสอบถามราคาได้อย่างชัดเจน ก่อนที่เราจะตัดสินใจจ้าง แถมราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด เยี่ยมไปเลยค่ะ
Saijai
ปัทมา เลิศชนะ
5 ปีที่แล้ว
ลองจองพี่เลี้ยงดูแลน้องหมาผ่านเว็ปใส่ใจ รู้สึกประทับใจมากครับ เจ้าด้อบบี้เองก็ดูเหมือนจะดีใจที่ได้เล่นกับเพื่อนใหม่ด้วย เห็นตามติดน้องที่มาช่วยดูแลไม่ห่างเลย
Saijai
ชิตพล เจียรเวชพรกุล
5 ปีที่แล้ว
ลองเรียกคนดูแลน้องหมาผ่านเว็บใส่ใจ พี่เลี้ยงเขาเฟรนด์ลี่มาก พาน้องไปวิ่งออกกำลังกายตอนเย็น รู้สึกประทับใจพี่เลี้ยงมาก ๆ เลยค่ะ
Saijai
อรัชกร แซ่ลี้
5 ปีที่แล้ว
โชคดีที่ได้มาเจอเว็บไซต์ของใส่ใจเพราะมีบริการคนดูแลสัตว์เลี้ยงหลากหลายรูปแบบ ประทับใจมาก ๆ ครับ นอกจากจะมีพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงแล้ว ยังมีบริการฝึกสอนสัตว์เลี้ยง อาบน้ำตัดขน อีกทั้งยังมีบริการสัตว์แพทย์นอกสถานที่ บอกได้เลยว่าครบวงจรจริง ๆ
Saijai
ศราวุติ ชัยเกตุ
5 ปีที่แล้ว
สะดวกมากเลยค่ะ นัดพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่เราต้องการมาดูแลน้องหมาที่บ้านได้เลย ไม่ยุ่งยาก ระบบใช้งานง่าย สะดวกสุด ๆ ค่ะ ชอบ ๆ
Saijai
ธีรศักดิ์ เหมศักดิ์
1 วินาทีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลสัตว์เลี้ยง

ขอดีของการมีสัตว์เลี้ยง
เครียด เหงา เศร้า บางครั้งเราต้องการคนมาคอยรับฟังปัญหา ซึ่งนอกจากเพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัวแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกก็คือ การมีสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว นก ปลา ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนนิยม สัตว์เลี้ยง สามารถช่วยเยียวยาจิตใจให้กับผู้ที่กำลังตกอยู่ในสภาวะเหงาและเครียด ไปจนถึงผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี คุณทราบหรือไม่ว่าการเลี้ยงสัตว์มีประโยชน์ต่อเรามากกว่าที่คิด มาดูข้อดีกันเลยค่ะ

- การเลี้ยงสุนัขหรือแมวเพื่อบำบัดความเครียดหรือในต่างประเทศเรียกว่า Pets Therapy (สัตว์เลี้ยงบำบัด) ซึ่งมีผลการศึกษาวิจัยมานานแล้วว่า การเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงนั้น สามารถช่วยเยียวยาผู้ป่วยได้จริง ทั้งยังมีคำแนะนำให้ผู้สูงอายุเลี้ยงสัตว์เพื่อบรรเทาความเหงาและป้องกันโรคซึมเศร้าอีกด้วย

- การมีสัตว์เลี้ยงช่วยลดคอเลสเตอรอลโดยผลการศึกษาพบว่าคนที่เลี้ยงสัตว์จะมีค่าคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือดอย่างไตรกลีเซอร์ไรด์น้อย เนื่องจากมีกิจกรรมพาสัตว์เลี้ยงไปเดินออกกำลังกายนั่นเอง
- ช่วยลดความดันโลหิต เพราะการมีสัตว์เลี้ยงจะทำให้เราคลายเครียด ส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง จากการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์กพบว่า ผู้ที่อยู่ในระหว่างการรักษาโรคความดันโลหิตสูงจะมีค่าความดันโลหิตที่ต่ำลงเมื่อมีสัตว์เลี้ยง

- Rebecca A. Johnson ผู้อำนวยการศูนย์การวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์ มหาวิทยาลัยมิสซูรี ได้กล่าวว่า เพียงแค่มองสัตว์เลี้ยง สมองจะหลั่งออกซิโทซิน ทำให้มีความสุขและลดฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ทำให้เกิดความเครียด โดยมีผลการวิจัยกับทหารผ่านศึกชาวสหรัฐอเมริกา ที่ประสบภาวะผิดปกติทางจิตใจหรือ PTSD พบว่า ทหารผ่านศึกนายนั้นไม่กล้าออกจากบ้านโดยไม่มีภรรยาไปด้วย เมื่อได้ลองเลี้ยงสุนัข เพียงไม่กี่อาทิตย์เขาก็มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นและกล้าที่จะออกจากบ้านเพียงล
คุณสมบัติของพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงมีอะไรบ้าง
หากคุณกำลังมองหาคนช่วยดูแลบรรดาสัตว์เลี้ยงแสนรักที่บ้านในยามที่คุณไม่มีเวลา สิ่งเหล่านี้คือลักษณะและคุณสมบัติสำคัญของผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่ดีควรมี

1. มีใจรักงานบริการด้านนี้ และมีความรักที่แท้จริงต่อบรรดาสัตว์เลี้ยง ไม่รังเกียจที่จะต้องเก็บกวาดกรงหรือทำความสะอาดบริเวณที่สัตว์เลี้ยงอยู่ บางครั้งเจ้าสัตว์เลี้ยงเหล่านี้อาจเล่นซนจนทำให้บ้านสกปรก ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงจะต้องทำความเข้าใจและหาทางแก้ไข โดยไม่แสดงอารมณ์หงุดหงิดต่อสัตว์เลี้ยงเหล่านั้น
2. มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เนื่องจากบรรดาสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ต้องได้รับการดูแลอย่างเสมอต้นเสมอปลาย พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงจำเป็นต้องบริหารเวลาในการดูแลอย่างมืออาชีพ เช่น เวลาให้อาหาร อาบน้ำ ออกกำลังกาย ฯลฯ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีสุขอนามัยและสภาพจิตใจที่ดี
3. มีความรู้ในเรื่องของสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างดี สัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดมีวิธีการเลี้ยงดูที่แตกต่างกันไป เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสุนัขและแมว สุนัขค่อนข้างเป็นสัตว์สังคม ชอบอยู่กับผู้คน จึงสามารถพาออกไปเดินเล่นในที่สาธารณะได้ กลับกันแมวค่อนข้างเป็นสัตว์ที่รักสันโดษ หากเจอผู้คนมาก ๆ อาจทำให้ตื่นคนและอาจส่งผลให้เกิดความเครียดตามมา ดังนั้นพี่เลี้ยงสัตว์ที่ดีจำเป็นต้องรู้ว่าสัตว์ชนิดไหนเหมาะกับการเลี้ยงแบบใด
4. มีประสบการณ์ในการดูแลสัตว์เลี้ยง การอยู่กับสัตว์เหล่านี้มาเป็นเวลานานจะทำให้เกิดความเคยชิน และสามารถรับมือกับสถานการณ์คับขันได้เป็นอย่างดี เช่น ยามสัตว์เลี้ยงป่วยและจำเป็นจะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ผู้ดูแลที่มีความรู้ในการปฐมพยาบาลสัตว์สามารถสร้างความไว้วางใจให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้

คุณสมบัติทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมานั้นนับว่าเป็นคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่ดีเลยก็ว่าได้ อย่าลังเลที่จะเลือกใช้บริการพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงในทันที เพื่อความสบายใจของคุณ ลำพัง
สัญญานที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของคุณมีอาการป่วยมีอะไรบ้าง
สำหรับผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง การสังเกตพฤติกรรมในแต่ละวันของสัตว์เป็นสิ่งสำคัญที่เราไม่สามารถมองข้ามได้ เพราะหลายๆครั้งกว่าที่เราจะรู้ว่าสัตว์เลี้ยงที่เรารักมีอาการป่วยก็ต่อเมื่อพวกเขามีอาการหนักแล้ว ใส่ใจอยากแบ่งปันความรู้กันและวิธีการสังเกตอาการเบื้องต้นที่เหมือนเป็นสัญญาณอันตรายที่เราไม่ควรมองข้าม เพื่อให้เราได้สังเกตและช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงที่เรารักได้ทันเวลา

1. พบอาการป่วย หรือพบความผิดปกติอื่นๆที่สังเกตได้ เช่น มีขี้ตาเกรอะกรัง ตาแดง มีน้ำมูก หายใจติดขัด ขนร่วงเป็นหย่อมๆ มีสะเก็ดหรือมีกลิ่นตัวแรง เดินกะเผลก อาเจียน ถ่ายเหลว น้ำหนักลดลงในเวลาอันรวดเร็ว หรือแม้กระทั่งกินน้ำมากกว่าปกติ เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่อาจจะบ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของเรากำลังป่วยก็เป็นได้
2. มีพฤติกรรมเบื่ออาหาร กินอาหารได้น้อยลง เป็นสิ่งที่เห็นชัดที่สุด หากสัตว์เลี้ยงของเรามีอาการเบื่ออาหาร ทั้งๆ ที่นิสัยเดิมกินเก่ง เจ้าของควรเฝ้าสังเกตอาการหรือนำไปให้คุณหมอตรวจสุขภาพ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงเริ่มป่วย แต่ทั้งนี้เจ้าของต้องแยกให้ได้ก่อนว่า อาการกินอาหารลดลงนั้นไม่ได้มาจากสภาพแวดล้อมภายนอกอื่นๆ เช่น วัยที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนอาหารใหม่ อากาศที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล หรือมีสิ่งมากวนใจที่อาจเป็นสาเหตุให้สัตว์เลี้ยงตัวน้อยกินได้ลดลง
3. มีอาการซึมไม่ร่าเริง นอนมากผิดปกติ เวลาเจ้าของเรียกจะไม่กระฉับกระเฉง ไม่มาเล่น ไม่มาหาเหมือนเคย เช่นสุนัขมีอาการ หาวบ่อย หากสุนัขดูอ่อนเพลีย ง่วง อยากพักผ่อน เกิดอาการหาวบ่อยครั้ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนว่าน้องหมากำลังเครียด เบื่อ หรือกระวนกระวายใจ แต่หากเป็นสัตว์เลี้ยงที่อายุมากแล้ว อาจจะร่าเริงน้อยลง ถือว่าเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้อาการซึมอาจเกิดมาจากอาการเหงา ซึมเศร้า ซึ่งนับเป็นอาการป่วยทางใจ อันอาจเป็นผลมาจากเจ้าของไม่ค่อยมีเวลาให้ก็เป็นได้ ดังนั้นเมื่อเรามีสัตว์เลี้ยงแล้ว การมีเวลาการเอาใจใส่ การได้สัมผัสก็ช่วยป้องกันและรักษาอาการป่วยทางใจได้
ผู้ว่าจ้างควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงก่อนทำการจ้าง
ผู้ว่าจ้างควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงก่อนทำการจ้าง เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่เป็นห่วงและต้องการพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงและมาดูแลสัตว์เลี้ยงในช่วงเวลาที่ไม่อยู่บ้านหรือไม่มีเวลาพาน้อง ๆ ไปเดินเล่น มักมองหาผู้ช่วยงานในส่วนนี้และก่อนที่จะเริ่มงานกันต้องมีข้อตกลงกัน เพื่อให้พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงและผู้ว่าจ้างรู้สึกสบายใจกันทั้งสองฝ่าย

1. สอบถามประสบการณ์ของพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงทุกคนรู้ดีว่าการเลี้ยงสัตว์ แต่ละชนิดมีความแตกต่างกันตามสายพันธุ์ ต้องมีความรู้ความเข้าใจเป็นพิเศษที่จะดูแลสัตว์นั้นๆ เพราะมีหน้าที่มากกว่าการให้อาหาร หรือ พาสัตว์เข้านอน การชวนสัตว์เลี้ยงเล่นหรือทำกิจกรรม หรือเคยดูแลสัตว์ชนิดไหน สายพันธุ์อะไรมาก่อน
2. ระยะเวลาในการทำงาน อาจจะไม่ต้องตลอดทั้งวันหรือเป็นบางช่วงเวลา การพาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น ไปทำกิจกรรมในเวลาเช้า หรือเวลาเย็น หรือต้องดูแลตลอดทั้งวันในช่วงที่เจ้าของต้องไปทำงาน
3. ค่าจ้างในการทำงานของพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง ขึ้นอยู่กับประเภทของสัตว์เลี้ยง หน้าที่ความรับผิดชอบ เช่น ต้องให้อาหารกี่ครั้ง ต้องพาไปเดินเล่นหรือไม่ ต้องทำความสะอาดด้วยหรือเปล่า และความยากง่ายในการดูแลตามชนิดและสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงนั้น ๆ
4. ลองถามคำถามที่น่าสนใจในระหว่างการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงดูเพื่อให้รู้สึกถึงบุคลิกของผู้สมัคร เช่น อะไรคือสิ่งที่สนุกที่สุดหรือน่าอายที่สุดที่คุณเคยสัมผัสกับสัตว์ตัวหนึ่ง ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่ดีจะแสดงความรักที่แท้จริงต่อสัตว์เลี้ยงในการตอบคำถามของคุณ ถามเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่พวกเขาเคยเป็นเจ้าของหรือดูแลมาก่อน คนที่รักสัตว์จะกระตือรือร้นที่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของตนเองให้คุณฟัง จากการพูดคุยในลักษณะนี้คุณสามารถวัดความรักที่มีต่อสัตว์และระดับความตื่นเต้นเกี่ยวกับโอกาสในการทำงานนี้ได้เลยทีเดียว

จะดีหรือไม่ถ้ามีใครที่เชื่อถือได้พร้อมให้คำแนะนำและพร้อมทำตามข้อตกลง ด้วยใจรักต่อสัตว์เลี้ยงจากใจจริงที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงให้กับท่านทุกความกังวลก็จะหมดไป

เขตพญาไท..ไม่ไกลแค่กลางเมือง

เขตพญาไท เป็นเหมือนรอยต่อของกรุงเทพชั้นใน กับชั้นนอกยังคงเป็นที่ตั้งของ ศูนย์ราชการ ถึง 2 กระทรวงหลัก อีกทั้งกรมทหาร สถานศึกษา นอกจากนี้ถ้าหากพูดถึงย่านพญาไท อีกภาพที่คนส่วนใหญ่คิดถึงคือ ย่านของแหล่งสถาบันการศึกษา สถานที่กวดวิชา ที่มีชื่อเสียงมากมาย เนื่องด้วย มีเส้นทางการเดินทางที่สะดวกสบายถือเป็นศูนย์รวมของระบบขนส่งมวลชนที่สำคัญอีกจุดหนึ่งของกรุงเทพมหานครการที่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น ประมาณปี พ.ศ. 2548 ที่กลุ่มสถาบันกวดวิชาชื่อดังเริ่มย้ายจากย่านสยามสแควร์มายังย่านพญาไท ทำให้พญาไทมีความเจริญไม่แพ้ สยาม หรือ สีลม ในปัจจุบันย่าน ‘พญาไท’ มีอาคารสำนักงานเกิดใหม่และกำลังจะมี มากขึ้นกว่าในปีที่ผ่านๆ มา ภาพของย่านพญาไทเด่นชัดในความเป็นย่านอยู่อาศัยชั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนของคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ จับกลุ่มทั้งคนไทยกำลังซื้อสูง ต่างชาติ และกลุ่มนักลงทุนซื้อเพื่อปล่อยให้ผู้มีกำลังซื้อได้เช่า

เชื่อหรือไม่ว่า พญาไท ปัจจุบันเป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นด้านการแพทย์และเศรษฐกิจสุขภาพ นับได้ว่าเป็นพื้นที่หนาแน่นด้านกิจกรรมการแพทย์สูงสุดของกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ 9.34 ตารางกิโลเมตร ทิศเหนือจดถนนประดิพัทธ์ ทิศตะวันออกจดถนนวิภาวดี ถนนดินแดงและถนนราชปรารภ ทิศตะวันตกจดถนนพระรามหก ส่วนทิศใต้จดถนนเพชรบุรี ชุมชนและเขตพญาไท 16 ชุมชน ประชากรรวม 67,388 คน สถานพยาบาลและหน่วยบริการการแพทย์รวม 74 แห่ง แบ่งเป็น ศูนย์การแพทย์ 6 แห่ง โรงพยาบาล 11 แห่ง คลินิกอีก 38 แห่ง มีองค์กรการแพทย์ 9 แห่ง สถาบันศึกษาด้านการแพทย์ 2 แห่ง ศูนย์จำหน่ายเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ 5 แห่ง และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ 3 แห่ง หน่วยบริการพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัย ประกอบด้วย โรงแรมที่พัก 96 แห่ง ร้านอาหารและค่าเฟ่ 711 แห่ง ที่อยู่อาศัย 63 แห่ง (บางสถานที่คาบเกี่ยวกับเขตราชเทวี)

อีกมุมหนึ่งของเขตพญาไท ที่ไม่อาจมองข้ามได้ คือ ซอยอารีย์ เสน่ห์ของถนนสายนี้คงเป็นเรื่องของการออกแบบอาคาร ร้านอาหาร และ คาเฟ่ ที่ออกแบบมาแข่งขันกัน เชื่อมต่อยุคสมัย ต่างไปจากมุมอื่นๆ ของกรุงเทพมหานคร จนกลายเป็นศูนย์กลาง ของการพักผ่อน ทานอาหาร ดื่มกาแฟ มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ถนนสายนี้ได้ตอบโจทย์ของคนที่มีความหลากหลาย ทั้งคนที่ทำงานในศูนย์ราชการ พนักงานออฟฟิศ สำนักงาน รวมถึงกลุ่มนักเรียนผู้ปกครองที่มาเรียนกวดวิชาในย่านนี้

พญาไทมีขนาดเพียงแค่ 9.5 ตารางกิโลเมตร แต่เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญๆ กับเขตอื่นๆ และเป็นเขตผสมระหว่าง โลกเก่าและโลกปัจจุบัน ข้าราชการและเอกชน



ทบทวนอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบสัตว์เลี้ยงเป็นของขวัญ

เราอาจได้ยินเสียงอ้อนวอน ของเด็กๆ คุณพ่อครับ น้าครับ ผมอยากเลี้ยงแมว หนูอยากเลี้ยงหมา หรือผมขอหนูแฮมส์เตอร์ เป็นรางวัลได้ไหมครับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกหรือมีข้อห้ามอะไรเพราะสัตว์เลี้ยงสามารถนำความสุข ความรักมาให้ ทั้งผู้ให้และผู้รับ แต่เมื่อเวลาผ่านไปการรับผิดชอบที่ต้องใช้เวลา อยู่ด้วยกันไป เติบโตไปด้วยกัน เช่น แมวที่มีอายุยืนยาวถึง 20 ปี หรือสุนัขที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ระหว่าง 10 ถึง 20 ปี ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เมื่อพิจารณาถึงระยะเวลาดังกล่าว บางคนอาจยังไม่พร้อมที่ต้องดูแลระยะยาว ทำให้การมีสัตว์เลี้ยง ไม่เหมือนกับที่จินตนาการไว้ อาจมีปัญหาจากการที่ปรับตัวเข้ากันไม่ได้ กลายเป็นปัญหาอย่างที่คาดไม่ถึง ข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ ก่อนที่จะมอบสัตว์เลี้ยงเป็นของขวัญ

เรามาทบทวนกันดูอีกครั้ง ก่อนจะมอบสัตว์เลี้ยงเป็นของขวัญหรือรางวัล โดยตั้งคำถามแล้วหาคำตอบในใจไปทีละข้อ

1. คนที่เราจะมอบสัตว์เลี้ยงให้นี้ต้องการสัตว์เลี้ยงจริงหรือเปล่า ลองหาเวลาพูดคุยหาข้อมูลด้วยกัน ว่าชอบไม่ชอบอะไร เพราะสัตว์เลี้ยงมีหลายสายพันธุ์ วิธีการเลี้ยงก็ต่างกันออกไป หากรับมาตอนเป็นสัตว์เลี้ยงเป็นเด็กเล็กๆ โตขึ้นยังจะชอบไหม

2. เด็กๆ จะมีอาการแพ้สัตว์เลี้ยงหรือไม่ บางคนมีอาการขนสัตว์ และขนสัตว์บางชนิดนำมาซึ่งภูมิแพ้ได้ ข้อนี้ควรสอบถามก่อนพิจารณาซื้อ

3. เด็กๆ หรือ ผู้ใหญ่วัยเกษียณมีเวลาให้สุนัขหรือแมวหรือไม่ ต้องสอบถามผู้เลี้ยงก่อนว่ามีความพร้อมหรือไม่ในการที่ต้องเริ่มต้นดูแลชีวิตใหม่ เพราะการเลี้ยงนั้นสิ่งสำคัญคือเวลาและการดูแลเอาใจใส่จากผู้เลี้ยง อย่างสุนัขต้องการเดินและวิ่งเล่น อาจจะไม่เหมาะกับผู้สูงอายุวัยเกษียณ

4. สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงรวมทั้งค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่ การต้องพบสัตวแพทย์เป็นประจำเพื่อรับวัคซีน ตามช่วงอายุเวลา การที่ต้องรักษาตามอาการไม่สบายล้วนเป็นรายจ่ายที่แฝงอยู่ เมื่อพูดถึงค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาตามมา แบ่งออกเป็น ค่าใช้จ่ายประจำวัน อาหารของสัตว์เลี้ยง ค่าใช้จ่ายตามขวบเวลาที่ต้องพบสัตวแพทย์ ผู้ให้ อาจลองคิดดูว่าผู้เลี้ยงมีความสะดวกและสามารถรับผิดชอบได้ไหม การเลี้ยงสัตว์ประเภทนั้นๆ กระทบต่อการใช้จ่ายส่วนตัวหรือไม่ เช่น การเลี้ยงสุนัขบางสายพันธุ์ ซึ่งต้องการอาหารปริมาณมาก ค่าใช้จ่ายต่อเดือนย่อมสูงตามไปด้วย

หากที่สุดแล้วคำตอบของเราและของผู้รับคือ “ใช่” สำหรับคำถามเหล่านี้ทั้งหมด เราอาจพิจารณาให้เพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็นของรางวัลได้ การทำเช่นนั้นเท่ากับเราให้เพื่อนที่ดีที่สุดไปตลอดชีวิตและมอบสัญญาของชีวิตใหม่ให้กับสัตว์ที่พักพิงที่สมควรได้รับอีกด้วย



ซอยอารีย์ คือดอกไม้แซมผมของพญาไท

วันนี้หากนึกถึงเขตพญาไท อาจนึกถึงสถานที่ราชการ กระทรวงสำคัญๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตนี้ หากจะกล่าวถึงย่าน ‘พญาไท’ สำหรับใครหลายๆ คนคงจะนึกถึง เขต เขตหนึ่งที่สามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็ว อาจจะกล่าวได้ว่าเขตพญาไทนี้ เป็นเขตรอยต่อระหว่างกรุงเทพฯ ชั้นในกับกรุงเทพฯ ชั้นนอก จึงทำให้เขตพญาไทเป็นแหล่งทำงานขนาดใหญ่ ทั้งส่วนราชการและเอกชน รวมถึงการเป็นทำเลในอนาคต ความสะดวก ความเพรียบพร้อมเหมือนความงามของหญิงสาว หากได้ดอกไม้มาแซมผมความงดงามก็มากยิ่งขึ้น อาคารที่ดูเคร่งขรึมบน ซอยอารีย์ถูกประดับด้วยความหลากหลายของ คาเฟ่ (Cafe) ร้านอาหาร แซมไรผมให้สวยงามมากขึ้น

หากเราพูดถึงเขตพญาไทก็ไม่อาจเลี่ยงที่จะกล่าวถึงถนนอีกสายที่ขับเคลื่อนเขตพญาไท ซอยอารีย์ ซอยอารีย์มีอายุมากว่า 80 ปี เหมือนเช่นกับทุกๆ เขตของกรุงเทพฯ ที่เมืองขยายจากศูนย์กลางออกมา เริ่มจากปี พ.ศ.2498 เริ่มมีตึกแถวแห่งแรกปรากฏบนถนนสายนี้ หลังจากที่มีการสร้างถนนจากอนุสาวรีย์ชัยไปยังสนามบินดอนเมือง สถานที่ราชการก็ตามมาก่อสร้างในปี พ.ศ.2516 เช่น กระทรวงการคลัง จึงทำให้บริเวณนี้มีความคึกคักขึ้น ด้วยเหตุบ้านพักอาศัยส่วนใหญ่เป็นข้าราชการชั้นสูง จึงทำให้บ้านบริเวณนี้มีลักษณะเคร่งขึม โดยเฉพาะ ซอยราชครู ซึ่งเป็นศูนย์รวมของกลุ่มชนชั้นนำที่มีบทบาทในช่วงหลังปี พ.ศ.2490 เวลาผ่านไปความเคร่งขรึมของสถาปัตยกรรมยังคงอยู่ และได้ผสมผสานกับเมืองธุรกิจใหม่ จนเป็นที่น่าสนใจ ปัจจุบันย่านอารีย์เป็นหนึ่งในพื้นที่ ที่ได้รับความนิยมจากทั้งผู้อยู่อาศัยและกลุ่มนักพัฒนาที่ดิน โดยมีโครงการติดถนนพหลโยธิน และใกล้กับรถไฟฟ้า BTS สถานีอารีย์จำนวนมาก เพราะในอนาคตโครงข่ายรถไฟฟ้าจะเชื่อมโยงไปทั้งกรุงเทพฯ นอกจากนี้แล้ว อารีย์ได้เป็นย่านที่มีศักยภาพการ ‘เดินได้’ ดีเป็นอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ โดยสามารถมีจุดที่มี Good Walk Score สูงสุดถึง 85 จาก 100 คะแนน (อ้างอิงจาก https://www.walkscore.com/score/soi-ari-bangkok) โดยมีความหมายว่าเราสามารถเดินเข้าถึงสถานที่ ที่ดึงดูดการเดินทั้งหกประเภทด้วยการเดินได้ดีมากๆ ได้แก่ 1.ที่ทำงาน 2.สถานศึกษา 3.แหล่งช็อปปิ้ง 4.พื้นที่นันทนาการ 5.สถานที่บริการสาธารณะ 6.ธุรกรรม และระบบขนส่งสาธารณะ การเดินหาร้าน ที่ถูกใจ ณ ซอยอารีย์นี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องยากเลย การผสมผสานระหว่างยุคสองยุค หรือการถวิลหาอาคารที่ยังคงมีเสน่ห์แบบวันเก่าก่อน ที่ตั้งอยู่บนถนนแห่งนี้ อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นเ มื่อระบบ สาธารณูปโภค พร้อม การขนส่งพร้อม ซอยอารีย์จึงเป็นศูนย์กลางแห่งหนึ่ง ของเขตพญาไท