ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน พญาไท, กรุงเทพมหานคร

ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน พญาไท, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ศิริกานต์ จาวะลา
ศิริกานต์ จาวะลา
Saijai ประสบการณ์ 4-5 ปี
Saijai อายุ 29 ปี
ธีรภัทร สารรักษ์
ธีรภัทร สารรักษ์
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 28 ปี

เป็นคนดี และ เป็นคนตรงๆ

แสดงเพิ่มเติม
อารยา หนูทอง
อารยา หนูทอง
Saijai อายุ 25 ปี

เคยมีประสบการณ์ทำงานเเม่บ้านมาก่อน สามารถทำความสะอาดได้ โดยส่วนตัวเป็นคนใจเย็นกับสถานการณ์ต่างๆพร้อมรับมือ

แสดงเพิ่มเติม
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
Saijai ประสบการณ์ 4-5 ปี
Saijai อายุ 43 ปี

ใจเย็น รักสัตว์ นอนกับสุนัข์ทุกวัน

แสดงเพิ่มเติม
เทพทัต กะโปงทอง
เทพทัต กะโปงทอง
Saijai ประสบการณ์ 2-3 ปี
Saijai อายุ 21 ปี

ใจเย็น รักสัตว์ มีความอดทนอดกลั้น เคยเลี้ยงสัตว์

แสดงเพิ่มเติม
จิณณภัสร์ กิตตินันท์ทยากร
จิณณภัสร์ กิตตินันท์ทยากร
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 41 ปี

สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ชอบพบปะผู้คน พร้อมที่จะเป็นมิตร

แสดงเพิ่มเติม
อนุธิดา เทศกุล
อนุธิดา เทศกุล
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 26 ปี

เป็นคนรักสัตว์ และรักเด็ก ชอบความเป๋นส่วนตัว

แสดงเพิ่มเติม
ศตวรรษ ทับทิม
ศตวรรษ ทับทิม
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

ผมรักสัตว์เคยทำงานเป็นผช.สัตว์แพทย์​ มีความอดทนสูง​

แสดงเพิ่มเติม
จารุพร แก้วจันทร์
จารุพร แก้วจันทร์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

สามารถดูแลและควบคุมสัตว์เลี้ยงได้ในระดับดี รวมถึงการฝึกระดับพื้นฐานและดูแลสัตว์ในขณะอยู่การการควบคุมระหว่างพาออกเดินได้ หากกรณีเกิดเหตุอันมิอาจคาดหมายได้สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี มีความระมัดระวังตามที่บุคคลในสภาวะเช่นนั้นควรทีตามวิสัย ไม่ประมาท

อุปกรณ์การเก็บสิ่งปฎิกูลรวมถึงอุปกรณ์ควบคุมสัตว์ทางนายจ้างต้องเป็นผู้จัดเตรียมให้

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

มองหาพี่เลี้ยงสัตว์ที่มีความรู้ด้านนี้มาช่วยดูแลเค้าที่บ้าน เจอเว็บใส่ใจ ลองเข้าไปดูรายละเอียดและสามารถสอบถามราคาได้อย่างชัดเจน ก่อนที่เราจะตัดสินใจจ้าง แถมราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด เยี่ยมไปเลยค่ะ
Saijai
ปัทมา เลิศชนะ
5 ปีที่แล้ว
หลังจากได้ทดลองใช้บริการดูแลสัตว์เลี้ยงมา 2 ครั้ง ตอนนี้สัมผัสได้ถึงนิสัยของน้องหมาที่เปลี่ยนไปเลยค่ะ เหมือนอาการชอบกัดและชอบข่วนของในบ้านจะหายไปเลย น้องหมาเรียบร้อยขึ้นมาก เพราะก่อนหน้าที่ได้แจ้งน้องที่ดูแลสัตว์เลี้ยงไปว่าน้องหมาชอบกระโดดกัดแขนมากแถมยังชอบขย่ำโซฟาอยู่บ่อยๆ คือแค่จะบอกให้น้องระวังตัวเฉยๆ แต่ไม่คิดว่าน้องเค้าจะช่วยดูแลและแก้นิสัยน้องหมาให้ขนาดนี้ คิดว่าจะใช้บริการต่อไปเรื่อยๆทุกครั้งที่มีโอกาส อยากขอบคุณมากๆเลยค่ะ
Saijai
อารียา หรรษา
5 ปีที่แล้ว
น้องแมว 2 ตัว ไม่สามารถเดินทางไปกับครอบครัวเราได้ ลูกสาวจึงหาที่ดูแล เจอเว็บใส่ใจ ที่ฝากเลี้ยงอยู่ใกล้บ้าน จึงฝากใส่ใจให้ดูแล ห้องพักแยกออกมาเป็นสัดส่วน น้องมีของเล่น คลายเหงา
Saijai
วรากร พงศ์ศิริพัฒน์
5 ปีที่แล้ว
ชอบมากเลย บริการคือดีมาก ดูแลน้องหมาเราดี ปลื้มสุด
Saijai
อรอนงค์ วาร์ด
5 ปีที่แล้ว
ลองเรียกคนดูแลน้องหมาผ่านเว็บใส่ใจ พี่เลี้ยงเขาเฟรนด์ลี่มาก พาน้องไปวิ่งออกกำลังกายตอนเย็น รู้สึกประทับใจพี่เลี้ยงมาก ๆ เลยค่ะ
Saijai
อรัชกร แซ่ลี้
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลสัตว์เลี้ยง

ขอดีของการมีสัตว์เลี้ยง
เครียด เหงา เศร้า บางครั้งเราต้องการคนมาคอยรับฟังปัญหา ซึ่งนอกจากเพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัวแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกก็คือ การมีสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว นก ปลา ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนนิยม สัตว์เลี้ยง สามารถช่วยเยียวยาจิตใจให้กับผู้ที่กำลังตกอยู่ในสภาวะเหงาและเครียด ไปจนถึงผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี คุณทราบหรือไม่ว่าการเลี้ยงสัตว์มีประโยชน์ต่อเรามากกว่าที่คิด มาดูข้อดีกันเลยค่ะ

- การเลี้ยงสุนัขหรือแมวเพื่อบำบัดความเครียดหรือในต่างประเทศเรียกว่า Pets Therapy (สัตว์เลี้ยงบำบัด) ซึ่งมีผลการศึกษาวิจัยมานานแล้วว่า การเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงนั้น สามารถช่วยเยียวยาผู้ป่วยได้จริง ทั้งยังมีคำแนะนำให้ผู้สูงอายุเลี้ยงสัตว์เพื่อบรรเทาความเหงาและป้องกันโรคซึมเศร้าอีกด้วย

- การมีสัตว์เลี้ยงช่วยลดคอเลสเตอรอลโดยผลการศึกษาพบว่าคนที่เลี้ยงสัตว์จะมีค่าคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือดอย่างไตรกลีเซอร์ไรด์น้อย เนื่องจากมีกิจกรรมพาสัตว์เลี้ยงไปเดินออกกำลังกายนั่นเอง
- ช่วยลดความดันโลหิต เพราะการมีสัตว์เลี้ยงจะทำให้เราคลายเครียด ส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง จากการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์กพบว่า ผู้ที่อยู่ในระหว่างการรักษาโรคความดันโลหิตสูงจะมีค่าความดันโลหิตที่ต่ำลงเมื่อมีสัตว์เลี้ยง

- Rebecca A. Johnson ผู้อำนวยการศูนย์การวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์ มหาวิทยาลัยมิสซูรี ได้กล่าวว่า เพียงแค่มองสัตว์เลี้ยง สมองจะหลั่งออกซิโทซิน ทำให้มีความสุขและลดฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ทำให้เกิดความเครียด โดยมีผลการวิจัยกับทหารผ่านศึกชาวสหรัฐอเมริกา ที่ประสบภาวะผิดปกติทางจิตใจหรือ PTSD พบว่า ทหารผ่านศึกนายนั้นไม่กล้าออกจากบ้านโดยไม่มีภรรยาไปด้วย เมื่อได้ลองเลี้ยงสุนัข เพียงไม่กี่อาทิตย์เขาก็มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นและกล้าที่จะออกจากบ้านเพียงล
ทักษะสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยงมีอะไรบ้าง
หากคุณกำลังมองหาพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพื่อที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณ นี่คือลักษณะและทักษะที่สำคัญ 4 ประการที่พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่ดีควรมี

1. สุขุมและเข้าใจสัตว์เลี้ยง พี่เลี้ยงน้องหมา น้องแมวทุกคนรู้ดีว่าการดูแลน้องเหล่านี้มักไม่เป็นไปตามแผนที่เราคิดไว้เสมอไป ดังนั้นพี่เลี้ยงต้องอดทนเวลาที่น้องหมา น้องแมว ดื้อและไม่ปฏิบัติตามที่คาดหวังไว้ ควรสงบสติอารมณ์เพื่อไม่ให้พวกเขารู้สึกกลัวและตอบสนองต่อความวิตกกังวล จะทำให้สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้ดี
2. อ่อนโยน พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่ดีตระหนักถึงความต้องการของสัตว์เลี้ยงของเราและตอบสนองต่อความต้องการนั้นมองสัตว์เลี้ยงของเราด้วยความรักใคร่และไม่ใช้กำลังหรือการลงโทษทางร่างกาย เช่นตี หรือ ลากสายจูงสุนัขของคุณระหว่างเดินเล่น
3. มีประสบการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสัตว์เลี้ยงของเรามีความต้องการดูแลเป็นพิเศษ การจ้างพี่เลี้ยงสัตว์ดูแลสัตว์เลี้ยง ควรจ้างผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่มีประสบการณ์มากเช่น หากเรามีสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ด(German Shepherd)ตัวใหญ่ เราต้องการคนที่เคยดูแลสุนัขขนาดใหญ่มาก่อน ถ้าคนคนนั้นสามารถแสดงใบรับรองเกียรติบัตรที่แสดงถึงประสบการณ์ในการดูแลสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดตัวใหญ่จะยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าของสุนัขยิ่งขึ้น หากสัตว์เลี้ยงของเรามีอาการป่วยหรือต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เราต้องมองหาพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่มีประสบการณ์และน่าเชื่อถือได้ในด้านนั้น ๆ มาดูแลสัตว์เลี้ยงของเรา
4. มีความรักที่แท้จริงต่อสัตว์เลี้ยง ลองถามคำถามที่น่าสนใจในระหว่างการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงดูเพื่อให้รู้สึกถึงบุคลิกของผู้สมัคร เช่น อะไรคือสิ่งที่สนุกที่สุดหรือน่าอายที่สุดที่คุณเคยสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง ๆ ) ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่ดีจะแสดงความรักที่แท้จริงต่อสัตว์เลี้ยงในการตอบคำถามของคุณ หรือถามเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่พวกเขาเคยเป็นเจ้าของหรือดูแลมาก่อน - คนที่รักสัตว์จะกระตือรือร้นที่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของพวกเขาให้คุณฟัง การพูดคุยแบบนี้คุณสามารถวัดความรักของพวกเขาที่มีต่อสัตว์และระดับความตื่นเต้นเกี่ยวกับโอกาสในการทำงานนี้ได้เลยทีเดียว
ข้อสังเกตุว่าสัตว์เลี้ยงของคุณอาจจะมีอาการป่วย
หลาย ๆ คนที่เคยมีสัตว์เลี้ยงย่อมเคยผ่านเหตุการณ์ที่สัตว์เลี้ยงป่วย การสังเกตพฤติกรรมในแต่ละวันเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามแม้อาจจะเป็นเพียงความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็ก ๆ น้อย เพราะหลายครั้งกว่าที่เราจะรู้ว่าสัตว์เลี้ยงป่วยก็ต่อเมื่อพวกเขามีอาการหนักแล้ว

วันนี้เรามีวิธีการสังเกตอาการเบื้องต้นที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ควรมองข้ามมาแชร์ให้ทราบกันค่ะ

1 สัตว์เลี้ยงมีอาการซึมเศร้า ไม่ร่าเริง นอนมากกว่าปกติ ไม่กระฉับกระเฉง ไม่มาเล่น ไม่อ้อนเหมือนเคย
2 พฤติกรรมเบื่ออาหาร กินอาหารได้น้อยลง หากสัตว์เลี้ยงของเรามีอาการเบื่ออาหาร ทั้ง ๆ ที่ปกติกินเก่ง เจ้าของควรเฝ้าสังเกตอาการหรือนำไปให้คุณหมอตรวจ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงเริ่มป่วย แต่ทั้งนี้เจ้าของต้องแยกให้ได้ก่อนว่า อาการกินอาหารลดลงนั้นไม่ได้มาจากสภาพแวดล้อมภายนอก เช่น อากาศร้อนเกินไป เปลี่ยนอาหารใหม่ ที่อาจเป็นสาเหตุให้สัตว์เลี้ยงกินน้อยลง
3 พบความผิดปกติ หรืออาการอื่นๆ เช่น มีขี้ตาเยอะ อาเจียน ตาแดง มีน้ำมูก มีกลิ่นตัวแรง เดินผิดปกติ ถ่ายเหลว
4 กินน้ำมากกว่าปกติ ก็เป็นสัญญาณเบื้องต้นที่อาจจะบ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของเราป่วยได้เช่นกัน
5 สัตว์เลี้ยงอาจมีอาการ นอนไม่หลับ ตาเหล่ ตาเอียง ไม่มีแรงเดิน ซึ่งอาการเหล่านี้อาจจะเป็นสัญญาณของความผิดปกติทางระบบประสาทในสัตว์เลี้ยง
6 สัตว์เลี้ยงเดินวนไปวนมาในเวลากลางคืน เป็นอาการที่พบบ่อยว่าเกิดจากโรคสมองเสื่อมในสัตว์วัยชรา หรืออาจจะบ่งชี้ได้ว่ามีโรคทางสมองอยู่ จนทำให้วงจรการหลับมีปัญหา นอกจากนี้โรคเบาหวาน กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ลำไส้อักเสบ ก็อาจจะเป็นสาเหตุทำให้ตื่นขึ้นมากลางดึกก็เป็นได้
ผู้ว่าจ้างควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงก่อนทำการจ้าง
ผู้ว่าจ้างควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงก่อนทำการจ้าง เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่เป็นห่วงและต้องการพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงและมาดูแลสัตว์เลี้ยงในช่วงเวลาที่ไม่อยู่บ้านหรือไม่มีเวลาพาน้อง ๆ ไปเดินเล่น มักมองหาผู้ช่วยงานในส่วนนี้และก่อนที่จะเริ่มงานกันต้องมีข้อตกลงกัน เพื่อให้พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงและผู้ว่าจ้างรู้สึกสบายใจกันทั้งสองฝ่าย

1. สอบถามประสบการณ์ของพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงทุกคนรู้ดีว่าการเลี้ยงสัตว์ แต่ละชนิดมีความแตกต่างกันตามสายพันธุ์ ต้องมีความรู้ความเข้าใจเป็นพิเศษที่จะดูแลสัตว์นั้นๆ เพราะมีหน้าที่มากกว่าการให้อาหาร หรือ พาสัตว์เข้านอน การชวนสัตว์เลี้ยงเล่นหรือทำกิจกรรม หรือเคยดูแลสัตว์ชนิดไหน สายพันธุ์อะไรมาก่อน
2. ระยะเวลาในการทำงาน อาจจะไม่ต้องตลอดทั้งวันหรือเป็นบางช่วงเวลา การพาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น ไปทำกิจกรรมในเวลาเช้า หรือเวลาเย็น หรือต้องดูแลตลอดทั้งวันในช่วงที่เจ้าของต้องไปทำงาน
3. ค่าจ้างในการทำงานของพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง ขึ้นอยู่กับประเภทของสัตว์เลี้ยง หน้าที่ความรับผิดชอบ เช่น ต้องให้อาหารกี่ครั้ง ต้องพาไปเดินเล่นหรือไม่ ต้องทำความสะอาดด้วยหรือเปล่า และความยากง่ายในการดูแลตามชนิดและสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงนั้น ๆ
4. ลองถามคำถามที่น่าสนใจในระหว่างการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงดูเพื่อให้รู้สึกถึงบุคลิกของผู้สมัคร เช่น อะไรคือสิ่งที่สนุกที่สุดหรือน่าอายที่สุดที่คุณเคยสัมผัสกับสัตว์ตัวหนึ่ง ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่ดีจะแสดงความรักที่แท้จริงต่อสัตว์เลี้ยงในการตอบคำถามของคุณ ถามเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่พวกเขาเคยเป็นเจ้าของหรือดูแลมาก่อน คนที่รักสัตว์จะกระตือรือร้นที่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของตนเองให้คุณฟัง จากการพูดคุยในลักษณะนี้คุณสามารถวัดความรักที่มีต่อสัตว์และระดับความตื่นเต้นเกี่ยวกับโอกาสในการทำงานนี้ได้เลยทีเดียว

จะดีหรือไม่ถ้ามีใครที่เชื่อถือได้พร้อมให้คำแนะนำและพร้อมทำตามข้อตกลง ด้วยใจรักต่อสัตว์เลี้ยงจากใจจริงที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงให้กับท่านทุกความกังวลก็จะหมดไป

เขตพญาไท..ไม่ไกลแค่กลางเมือง

เขตพญาไท เป็นเหมือนรอยต่อของกรุงเทพชั้นใน กับชั้นนอกยังคงเป็นที่ตั้งของ ศูนย์ราชการ ถึง 2 กระทรวงหลัก อีกทั้งกรมทหาร สถานศึกษา นอกจากนี้ถ้าหากพูดถึงย่านพญาไท อีกภาพที่คนส่วนใหญ่คิดถึงคือ ย่านของแหล่งสถาบันการศึกษา สถานที่กวดวิชา ที่มีชื่อเสียงมากมาย เนื่องด้วย มีเส้นทางการเดินทางที่สะดวกสบายถือเป็นศูนย์รวมของระบบขนส่งมวลชนที่สำคัญอีกจุดหนึ่งของกรุงเทพมหานครการที่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น ประมาณปี พ.ศ. 2548 ที่กลุ่มสถาบันกวดวิชาชื่อดังเริ่มย้ายจากย่านสยามสแควร์มายังย่านพญาไท ทำให้พญาไทมีความเจริญไม่แพ้ สยาม หรือ สีลม ในปัจจุบันย่าน ‘พญาไท’ มีอาคารสำนักงานเกิดใหม่และกำลังจะมี มากขึ้นกว่าในปีที่ผ่านๆ มา ภาพของย่านพญาไทเด่นชัดในความเป็นย่านอยู่อาศัยชั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนของคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ จับกลุ่มทั้งคนไทยกำลังซื้อสูง ต่างชาติ และกลุ่มนักลงทุนซื้อเพื่อปล่อยให้ผู้มีกำลังซื้อได้เช่า

เชื่อหรือไม่ว่า พญาไท ปัจจุบันเป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นด้านการแพทย์และเศรษฐกิจสุขภาพ นับได้ว่าเป็นพื้นที่หนาแน่นด้านกิจกรรมการแพทย์สูงสุดของกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ 9.34 ตารางกิโลเมตร ทิศเหนือจดถนนประดิพัทธ์ ทิศตะวันออกจดถนนวิภาวดี ถนนดินแดงและถนนราชปรารภ ทิศตะวันตกจดถนนพระรามหก ส่วนทิศใต้จดถนนเพชรบุรี ชุมชนและเขตพญาไท 16 ชุมชน ประชากรรวม 67,388 คน สถานพยาบาลและหน่วยบริการการแพทย์รวม 74 แห่ง แบ่งเป็น ศูนย์การแพทย์ 6 แห่ง โรงพยาบาล 11 แห่ง คลินิกอีก 38 แห่ง มีองค์กรการแพทย์ 9 แห่ง สถาบันศึกษาด้านการแพทย์ 2 แห่ง ศูนย์จำหน่ายเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ 5 แห่ง และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ 3 แห่ง หน่วยบริการพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัย ประกอบด้วย โรงแรมที่พัก 96 แห่ง ร้านอาหารและค่าเฟ่ 711 แห่ง ที่อยู่อาศัย 63 แห่ง (บางสถานที่คาบเกี่ยวกับเขตราชเทวี)

อีกมุมหนึ่งของเขตพญาไท ที่ไม่อาจมองข้ามได้ คือ ซอยอารีย์ เสน่ห์ของถนนสายนี้คงเป็นเรื่องของการออกแบบอาคาร ร้านอาหาร และ คาเฟ่ ที่ออกแบบมาแข่งขันกัน เชื่อมต่อยุคสมัย ต่างไปจากมุมอื่นๆ ของกรุงเทพมหานคร จนกลายเป็นศูนย์กลาง ของการพักผ่อน ทานอาหาร ดื่มกาแฟ มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ถนนสายนี้ได้ตอบโจทย์ของคนที่มีความหลากหลาย ทั้งคนที่ทำงานในศูนย์ราชการ พนักงานออฟฟิศ สำนักงาน รวมถึงกลุ่มนักเรียนผู้ปกครองที่มาเรียนกวดวิชาในย่านนี้

พญาไทมีขนาดเพียงแค่ 9.5 ตารางกิโลเมตร แต่เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญๆ กับเขตอื่นๆ และเป็นเขตผสมระหว่าง โลกเก่าและโลกปัจจุบัน ข้าราชการและเอกชน



ทบทวนอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบสัตว์เลี้ยงเป็นของขวัญ

เราอาจได้ยินเสียงอ้อนวอน ของเด็กๆ คุณพ่อครับ น้าครับ ผมอยากเลี้ยงแมว หนูอยากเลี้ยงหมา หรือผมขอหนูแฮมส์เตอร์ เป็นรางวัลได้ไหมครับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกหรือมีข้อห้ามอะไรเพราะสัตว์เลี้ยงสามารถนำความสุข ความรักมาให้ ทั้งผู้ให้และผู้รับ แต่เมื่อเวลาผ่านไปการรับผิดชอบที่ต้องใช้เวลา อยู่ด้วยกันไป เติบโตไปด้วยกัน เช่น แมวที่มีอายุยืนยาวถึง 20 ปี หรือสุนัขที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ระหว่าง 10 ถึง 20 ปี ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เมื่อพิจารณาถึงระยะเวลาดังกล่าว บางคนอาจยังไม่พร้อมที่ต้องดูแลระยะยาว ทำให้การมีสัตว์เลี้ยง ไม่เหมือนกับที่จินตนาการไว้ อาจมีปัญหาจากการที่ปรับตัวเข้ากันไม่ได้ กลายเป็นปัญหาอย่างที่คาดไม่ถึง ข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ ก่อนที่จะมอบสัตว์เลี้ยงเป็นของขวัญ

เรามาทบทวนกันดูอีกครั้ง ก่อนจะมอบสัตว์เลี้ยงเป็นของขวัญหรือรางวัล โดยตั้งคำถามแล้วหาคำตอบในใจไปทีละข้อ

1. คนที่เราจะมอบสัตว์เลี้ยงให้นี้ต้องการสัตว์เลี้ยงจริงหรือเปล่า ลองหาเวลาพูดคุยหาข้อมูลด้วยกัน ว่าชอบไม่ชอบอะไร เพราะสัตว์เลี้ยงมีหลายสายพันธุ์ วิธีการเลี้ยงก็ต่างกันออกไป หากรับมาตอนเป็นสัตว์เลี้ยงเป็นเด็กเล็กๆ โตขึ้นยังจะชอบไหม

2. เด็กๆ จะมีอาการแพ้สัตว์เลี้ยงหรือไม่ บางคนมีอาการขนสัตว์ และขนสัตว์บางชนิดนำมาซึ่งภูมิแพ้ได้ ข้อนี้ควรสอบถามก่อนพิจารณาซื้อ

3. เด็กๆ หรือ ผู้ใหญ่วัยเกษียณมีเวลาให้สุนัขหรือแมวหรือไม่ ต้องสอบถามผู้เลี้ยงก่อนว่ามีความพร้อมหรือไม่ในการที่ต้องเริ่มต้นดูแลชีวิตใหม่ เพราะการเลี้ยงนั้นสิ่งสำคัญคือเวลาและการดูแลเอาใจใส่จากผู้เลี้ยง อย่างสุนัขต้องการเดินและวิ่งเล่น อาจจะไม่เหมาะกับผู้สูงอายุวัยเกษียณ

4. สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงรวมทั้งค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่ การต้องพบสัตวแพทย์เป็นประจำเพื่อรับวัคซีน ตามช่วงอายุเวลา การที่ต้องรักษาตามอาการไม่สบายล้วนเป็นรายจ่ายที่แฝงอยู่ เมื่อพูดถึงค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาตามมา แบ่งออกเป็น ค่าใช้จ่ายประจำวัน อาหารของสัตว์เลี้ยง ค่าใช้จ่ายตามขวบเวลาที่ต้องพบสัตวแพทย์ ผู้ให้ อาจลองคิดดูว่าผู้เลี้ยงมีความสะดวกและสามารถรับผิดชอบได้ไหม การเลี้ยงสัตว์ประเภทนั้นๆ กระทบต่อการใช้จ่ายส่วนตัวหรือไม่ เช่น การเลี้ยงสุนัขบางสายพันธุ์ ซึ่งต้องการอาหารปริมาณมาก ค่าใช้จ่ายต่อเดือนย่อมสูงตามไปด้วย

หากที่สุดแล้วคำตอบของเราและของผู้รับคือ “ใช่” สำหรับคำถามเหล่านี้ทั้งหมด เราอาจพิจารณาให้เพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็นของรางวัลได้ การทำเช่นนั้นเท่ากับเราให้เพื่อนที่ดีที่สุดไปตลอดชีวิตและมอบสัญญาของชีวิตใหม่ให้กับสัตว์ที่พักพิงที่สมควรได้รับอีกด้วย



ซอยอารีย์ คือดอกไม้แซมผมของพญาไท

วันนี้หากนึกถึงเขตพญาไท อาจนึกถึงสถานที่ราชการ กระทรวงสำคัญๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตนี้ หากจะกล่าวถึงย่าน ‘พญาไท’ สำหรับใครหลายๆ คนคงจะนึกถึง เขต เขตหนึ่งที่สามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็ว อาจจะกล่าวได้ว่าเขตพญาไทนี้ เป็นเขตรอยต่อระหว่างกรุงเทพฯ ชั้นในกับกรุงเทพฯ ชั้นนอก จึงทำให้เขตพญาไทเป็นแหล่งทำงานขนาดใหญ่ ทั้งส่วนราชการและเอกชน รวมถึงการเป็นทำเลในอนาคต ความสะดวก ความเพรียบพร้อมเหมือนความงามของหญิงสาว หากได้ดอกไม้มาแซมผมความงดงามก็มากยิ่งขึ้น อาคารที่ดูเคร่งขรึมบน ซอยอารีย์ถูกประดับด้วยความหลากหลายของ คาเฟ่ (Cafe) ร้านอาหาร แซมไรผมให้สวยงามมากขึ้น

หากเราพูดถึงเขตพญาไทก็ไม่อาจเลี่ยงที่จะกล่าวถึงถนนอีกสายที่ขับเคลื่อนเขตพญาไท ซอยอารีย์ ซอยอารีย์มีอายุมากว่า 80 ปี เหมือนเช่นกับทุกๆ เขตของกรุงเทพฯ ที่เมืองขยายจากศูนย์กลางออกมา เริ่มจากปี พ.ศ.2498 เริ่มมีตึกแถวแห่งแรกปรากฏบนถนนสายนี้ หลังจากที่มีการสร้างถนนจากอนุสาวรีย์ชัยไปยังสนามบินดอนเมือง สถานที่ราชการก็ตามมาก่อสร้างในปี พ.ศ.2516 เช่น กระทรวงการคลัง จึงทำให้บริเวณนี้มีความคึกคักขึ้น ด้วยเหตุบ้านพักอาศัยส่วนใหญ่เป็นข้าราชการชั้นสูง จึงทำให้บ้านบริเวณนี้มีลักษณะเคร่งขึม โดยเฉพาะ ซอยราชครู ซึ่งเป็นศูนย์รวมของกลุ่มชนชั้นนำที่มีบทบาทในช่วงหลังปี พ.ศ.2490 เวลาผ่านไปความเคร่งขรึมของสถาปัตยกรรมยังคงอยู่ และได้ผสมผสานกับเมืองธุรกิจใหม่ จนเป็นที่น่าสนใจ ปัจจุบันย่านอารีย์เป็นหนึ่งในพื้นที่ ที่ได้รับความนิยมจากทั้งผู้อยู่อาศัยและกลุ่มนักพัฒนาที่ดิน โดยมีโครงการติดถนนพหลโยธิน และใกล้กับรถไฟฟ้า BTS สถานีอารีย์จำนวนมาก เพราะในอนาคตโครงข่ายรถไฟฟ้าจะเชื่อมโยงไปทั้งกรุงเทพฯ นอกจากนี้แล้ว อารีย์ได้เป็นย่านที่มีศักยภาพการ ‘เดินได้’ ดีเป็นอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ โดยสามารถมีจุดที่มี Good Walk Score สูงสุดถึง 85 จาก 100 คะแนน (อ้างอิงจาก https://www.walkscore.com/score/soi-ari-bangkok) โดยมีความหมายว่าเราสามารถเดินเข้าถึงสถานที่ ที่ดึงดูดการเดินทั้งหกประเภทด้วยการเดินได้ดีมากๆ ได้แก่ 1.ที่ทำงาน 2.สถานศึกษา 3.แหล่งช็อปปิ้ง 4.พื้นที่นันทนาการ 5.สถานที่บริการสาธารณะ 6.ธุรกรรม และระบบขนส่งสาธารณะ การเดินหาร้าน ที่ถูกใจ ณ ซอยอารีย์นี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องยากเลย การผสมผสานระหว่างยุคสองยุค หรือการถวิลหาอาคารที่ยังคงมีเสน่ห์แบบวันเก่าก่อน ที่ตั้งอยู่บนถนนแห่งนี้ อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นเ มื่อระบบ สาธารณูปโภค พร้อม การขนส่งพร้อม ซอยอารีย์จึงเป็นศูนย์กลางแห่งหนึ่ง ของเขตพญาไท