ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน ดินแดง, กรุงเทพมหานคร

ดูแลสัตว์เลี้ยง ใน ดินแดง, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่
Lalitta  Suttama
Lalitta Suttama
Saijai ค่าบริการ ฿200 - 300/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

รักน้อง ดูแลเอาใจใส่ทุกรายละเอียด

แสดงเพิ่มเติม
ณัฐวุฒิ  ฉัตรมณี
ณัฐวุฒิ ฉัตรมณี
Saijai ค่าบริการ ฿200 - 900/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

เป็นคนใจเย็นรักสัตว์ เลี้ยงสัตว์มาตั้งเด็กมีความเข้า

ธรรมชาติของสัตว์ ดูแลได้เป็นอย่างดีคับ

แสดงเพิ่มเติม

รักสัตว์ พาเดินเล่นได้ ดูแลสัตว์เลี้ยงค้างคืน

แสดงเพิ่มเติม
ธนาวุฒิ  ธูปวงศ์
ธนาวุฒิ ธูปวงศ์
Saijai ค่าบริการ ฿250 - 400/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

*เคยดูแลแมวและสุนัขพิการถูกรถชน (ทั้งพิการเดินไม่ได้และตัดขา)

เกิดและโตมากับสัตว์เลี้ยง รักสัตว์ ใจเย็น พาเดินเล่นได้และสะดวกเก็บอึน้องๆ

แสดงเพิ่มเติม
ศศิกานต์ ดอกพรม
ศศิกานต์ ดอกพรม
Saijai ค่าบริการ ฿150/ชม.
Saijai อายุ 21 ปี

เป็นคนที่ใจเย็น และชอบอยู่กับสัตว์เลี้ยงต่างๆ

แสดงเพิ่มเติม
Ketsinee Thammasat
Ketsinee Thammasat
Saijai ค่าบริการ ฿100 - 150/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

สุภาพ ใจเย็น มีความสุขกับการดูแลสัตว์เลี้ยง เคยเลี้ยงสุนัข 3-4 ปี และรับดูแลสัตว์เลี้ยงของคนอื่น เช่น แมว หนูแฮมสเตอร์ เม่นแคระ

แสดงเพิ่มเติม
ณัฐกฤตา เทพสุภา
ณัฐกฤตา เทพสุภา
Saijai ค่าบริการ ฿100 - 300/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

ทำงานอยู่ที่ ร้าน little zoo คาเฟ่ค่ะ อยากได้รายได้เสริมเนื่องจากช่วงนี้โควิทร้านถูกปิด จึงขาดรายได้ ดูแลสัตว์ได้ทุกชนิด ทุกประเภทนะคะ

แสดงเพิ่มเติม
ภาษร ภูผา
ภาษร ภูผา
Saijai ค่าบริการ ฿300 - 1,000/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

สัตวแพทย์แผนปัจจุบันมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์ถูกต้องตามกฎหมาย ประสบการณ์ทำงานทั้งทางด้านอายุกรรมและศัลยกรรมนาน 7 ปีมีทักษะพิเศษในด้านสัตวแพทย์ทางเลือกหลายแขนง ทั้งทางด้านการฝังเข็มกายภาพตามหลักสัตวแพทย์ศาสตร์จีน(ผ่านการอบรมจาก Chi University) และสมุนไพรไทย(กำลังศึกษาเภสัชกรรมไทย ร.ร.ภัทรเวชสยาม)สามารถสื่อสารได้ดีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (เคยอยู่อาศัยต่างประเทศ)ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมตัวศึกษาต่อ ยินดีให้ความช่วยเหลือสัตว์ป่วยที่มีข้อจำกัดในการออกนอกสถานที่ ทั้งในด้านการเก็บตัวอย่างเพื่อประกอบการรักษา ฝังไมโครชิพ ดำเนินการด้านสุขภาพต่างๆ การขนย้ายประสานงานการรักษากับสถานพยาบาลสัตว์ที่มีมาตรฐานใกล้เคียง จัดส่งชันสูตรซาก ฌาปนกิจตามหลักศาสนา ไปจนถึงงานจิตอาสาอื่นๆ

แสดงเพิ่มเติม
ปาลมิกา อ๊ะนา
ปาลมิกา อ๊ะนา
Saijai อายุ 28 ปี

เลี้ยงสัตว์มาหลายปีมีประสบการณ์ด้วยตนเองสำหรับการเลี้ยงสัตว์ ใจเย็น รักสัตว์ อัตราค่าจ้างตามผู้ว่าจ้างจะจ่าย

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

อารียา หรรษา
1 ปีที่แล้ว
หลังจากได้ทดลองใช้บริการดูแลสัตว์เลี้ยงมา 2 ครั้ง ตอนนี้สัมผัสได้ถึงนิสัยของน้องหมาที่เปลี่ยนไปเลยค่ะ เหมือนอาการชอบกัดและชอบข่วนของในบ้านจะหายไปเลย น้องหมาเรียบร้อยขึ้นมาก เพราะก่อนหน้าที่ได้แจ้งน้องที่ดูแลสัตว์เลี้ยงไปว่าน้องหมาชอบกระโดดกัดแขนมากแถมยังชอบขย่ำโซฟาอยู่บ่อยๆ คือแค่จะบอกให้น้องระวังตัวเฉยๆ แต่ไม่คิดว่าน้องเค้าจะช่วยดูแลและแก้นิสัยน้องหมาให้ขนาดนี้ คิดว่าจะใช้บริการต่อไปเรื่อยๆทุกครั้งที่มีโอกาส อยากขอบคุณมากๆเลยค่ะ
อรอนงค์ วาร์ด
1 ปีที่แล้ว
ชอบมากเลย บริการคือดีมาก ดูแลน้องหมาเราดี ปลื้มสุด
มัจฉา รุ่งอนันต์
1 ปีที่แล้ว
เหตุผลที่เลือกใช้บริการดูแลสัตว์เลี้ยง เพราะว่าไม่มีเวลาดูแลน้องหมาน้องแมวที่บ้านเลยจ้างพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงมาดูแลแทนเวลาเราไม่อยู่ อยากแนะนำสำหรับใครที่กำลังมองหาพี่เลี้ยงสัตว์ที่ราคาไม่สูง ผู้ให้บริการบนเว็บไซต์ใส่ใจเป็นตัวเลือกที่ดีเลยค่ะ
ชิตพล เจียรเวชพรกุล
1 ปีที่แล้ว
ลองจองพี่เลี้ยงดูแลน้องหมาผ่านเว็ปใส่ใจ รู้สึกประทับใจมากครับ เจ้าด้อบบี้เองก็ดูเหมือนจะดีใจที่ได้เล่นกับเพื่อนใหม่ด้วย เห็นตามติดน้องที่มาช่วยดูแลไม่ห่างเลย
ณัฐฐา แก้วดี
1 ปีที่แล้ว
เว็บใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก ใช้ครั้งแรกชอบเลย ได้พี่เลี้ยงมาดูแลน้องแมวให้ถึงบ้าน สบายใจทาสแมวอย่างเราไปเลยค่ะ

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลสัตว์เลี้ยง

ขอดีของการมีสัตว์เลี้ยง
เครียด เหงา เศร้า บางครั้งเราต้องการคนมาคอยรับฟังปัญหา ซึ่งนอกจากเพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัวแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกก็คือ การมีสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว นก ปลา ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนนิยม สัตว์เลี้ยง สามารถช่วยเยียวยาจิตใจให้กับผู้ที่กำลังตกอยู่ในสภาวะเหงาและเครียด ไปจนถึงผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี คุณทราบหรือไม่ว่าการเลี้ยงสัตว์มีประโยชน์ต่อเรามากกว่าที่คิด มาดูข้อดีกันเลยค่ะ

- การเลี้ยงสุนัขหรือแมวเพื่อบำบัดความเครียดหรือในต่างประเทศเรียกว่า Pets Therapy (สัตว์เลี้ยงบำบัด) ซึ่งมีผลการศึกษาวิจัยมานานแล้วว่า การเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงนั้น สามารถช่วยเยียวยาผู้ป่วยได้จริง ทั้งยังมีคำแนะนำให้ผู้สูงอายุเลี้ยงสัตว์เพื่อบรรเทาความเหงาและป้องกันโรคซึมเศร้าอีกด้วย

- การมีสัตว์เลี้ยงช่วยลดคอเลสเตอรอลโดยผลการศึกษาพบว่าคนที่เลี้ยงสัตว์จะมีค่าคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือดอย่างไตรกลีเซอร์ไรด์น้อย เนื่องจากมีกิจกรรมพาสัตว์เลี้ยงไปเดินออกกำลังกายนั่นเอง
- ช่วยลดความดันโลหิต เพราะการมีสัตว์เลี้ยงจะทำให้เราคลายเครียด ส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง จากการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์กพบว่า ผู้ที่อยู่ในระหว่างการรักษาโรคความดันโลหิตสูงจะมีค่าความดันโลหิตที่ต่ำลงเมื่อมีสัตว์เลี้ยง

- Rebecca A. Johnson ผู้อำนวยการศูนย์การวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์ มหาวิทยาลัยมิสซูรี ได้กล่าวว่า เพียงแค่มองสัตว์เลี้ยง สมองจะหลั่งออกซิโทซิน ทำให้มีความสุขและลดฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ทำให้เกิดความเครียด โดยมีผลการวิจัยกับทหารผ่านศึกชาวสหรัฐอเมริกา ที่ประสบภาวะผิดปกติทางจิตใจหรือ PTSD พบว่า ทหารผ่านศึกนายนั้นไม่กล้าออกจากบ้านโดยไม่มีภรรยาไปด้วย เมื่อได้ลองเลี้ยงสุนัข เพียงไม่กี่อาทิตย์เขาก็มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นและกล้าที่จะออกจากบ้านเพียงล
ทักษะที่พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่ดีควรมี
การดูแลสัตว์เปรียบเสมือนการดูแลบุคคลในครอบครัว เมื่อตัดสินใจรับมาเลี้ยงแล้ว ต้องมีความรับผิดชอบที่จะดูแลเขาไปตลอดชีวิต แต่หากเรามีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปต่างจังหวัด หรือมีภาระอื่น ๆ ที่ต้องรับผิดชอบ และไม่สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงของเราได้ในบางตรั้ง และจำเป็นต้องหาคนมาดูแลสัตว์เลี้ยงชั่วคราว หรือที่เรียกว่าพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง

พี่เลี้ยงสัตว์ควรมีทักษะและคุณลักษณะดังต่อไปนี้

• มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์สายพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันในหลายๆด้าน
• รู้จักลักษณะนิสัยของสัตว์ และรักสัตว์
• ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาเฉพาะทางหรือผ่านการฝึกอบรม แต่ควรมีความคุ้นเคยกับการดูแลสัตว์และเข้าใจพฤติกรรมของสัตว์ในทุก ๆ ด้าน
• พี่เลี้ยงสัตว์ทำหน้าที่คล้ายกับพี่เลี้ยงเด็ก คือ คอยดูแลใส่ใจรายละเอียดต่าง ๆ ของสัตว์ หากสัตว์เลี้ยงป่วยและปล่อยไว้นานและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
• พี่เลี้ยงสัตว์มีหน้าที่ให้น้ำและอาหาร พาสัตว์ไปออกกำลังกาย และรู้จักการให้ยาหรือดูแลเบื้องต้นเมื่อสัตว์ป่วย
• หากเป็นพี่เลี้ยงสัตว์ประเภท สุนัขหรือแมวจะต้องสามารถแปรงขนและทำความสะอาดฟันเบื้องต้นได้
• ทำความสะอาดอุจจาระหรือปัสสาวะของสัตว์เลี้ยง
• พี่เลี้ยงสัตว์ต้องคอยรายงานความเป็นอยู่ของสัตว์ให้เจ้าของได้รับทราบเป็นระยะ ๆ อาจมีการถ่ายรูปหรือคลิปส่งให้เจ้าของได้ดูเพื่อความมั่นใจและสบายใจด้วย
• พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงจะต้องอยู่ที่บ้านในขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ดังนั้น ควรมีความซื่อสัตย์และบุคลิกที่น่าไว้วางใจ
วิธีการสังเกตุสัตว์เลี้ยงเมื่อมีอาการป่วย
เพราะสัตว์เลี้ยงไม่สามารถบอกเราได้เมื่อรู้สึกไม่สบาย หากเราไม่สังเกตเห็นว่าพวกเขาเริ่มมีอาการผิดปกติ มารู้อีกทีเขาก็ป่วยหนักจนอาจทำให้ไม่สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที หรืออาจจะต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษามากกว่าเดิมก็เป็นได้

วิธีการสังเกตอาการเบื้องต้นที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของคุณกำลังป่วยมีดังนี้

1. พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของสัตว์เลี้ยง เมื่อสัตว์เลี้ยงของคุณเอาแต่นอนอยู่นิ่ง ๆ บางครั้งก็หลบอยู่ตามซอกหลืบมืด ๆ ในบ้าน หรือมีอาการซึม และไม่ร่าเริงเหมือนปกติแม้ว่าคุณจะเอาของเล่นไปล่อแล้วก็ตาม สาเหตุที่ทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเขากำลังรู้สึกไม่สบายตัว
2. มีอาการเบื่ออาหาร หากสัตว์เลี้ยงของคุณที่เคยกินเยอะเป็นปกติ จู่ ๆ กลับกินอาหารได้น้อยลง หรือไม่กินอาหารเลย อาจจะเป็นเพราะว่าสัตว์เลี้ยงของคุณมีอาการป่วยอยู่ก็เป็นได้
3. มีความผิดปกติอื่น ๆ ตามร่างกาย เช่น มีน้ำมูก มีขี้ตาเกรอะกรัง หายใจติดขัด จนไปถึงอาเจียน และถ่ายเหลว อาการเหล่านี้สามารถบ่งบอกได้ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณกำลังป่วยอยู่ไม่มากก็น้อย ทางที่ดีควรรีบหาทางรักษาสัตว์เลี้ยงของคุณให้เร็วที่สุด
4. เอาแต่ร้องหรือคร่ำครวญมากผิดปกติ บางครั้งเวลาที่คุณเผลอไปจับหรือลูบส่วนใดของสัตว์เลี้ยงแล้วจู่ ๆ เขาขู่หรือเผลอกัดคุณขึ้นมานั้น อาจเป็นเพราะเขากำลังเจ็บตรงอวัยวะส่วนที่คุณเผลอไปโดนโดยไม่รู้ตัวอยู่ก็ได้
5. สัตว์เลี้ยงขนหยาบกระด้าง และขนร่วงมากกว่าปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าสัตว์เลี้ยงของคุณอาจขาดสารอาหารบางอย่าง หรืออาจมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับผิวหนังอยู่นั่นเอง

หากคุณหมั่นเอาใจใส่และสังเกตพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงคุณบ่อย ๆ จะทำให้พวกเขาห่างไกลจากโรคต่าง ๆ และมีชีวิตอยู่กับคุณไปอีกนานเลยทีเดียว
ผู้ว่าจ้างควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงก่อนทำการจ้าง
ผู้ว่าจ้างควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงก่อนทำการจ้าง เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่เป็นห่วงและต้องการพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงและมาดูแลสัตว์เลี้ยงในช่วงเวลาที่ไม่อยู่บ้านหรือไม่มีเวลาพาน้อง ๆ ไปเดินเล่น มักมองหาผู้ช่วยงานในส่วนนี้และก่อนที่จะเริ่มงานกันต้องมีข้อตกลงกัน เพื่อให้พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงและผู้ว่าจ้างรู้สึกสบายใจกันทั้งสองฝ่าย

1. สอบถามประสบการณ์ของพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงทุกคนรู้ดีว่าการเลี้ยงสัตว์ แต่ละชนิดมีความแตกต่างกันตามสายพันธุ์ ต้องมีความรู้ความเข้าใจเป็นพิเศษที่จะดูแลสัตว์นั้นๆ เพราะมีหน้าที่มากกว่าการให้อาหาร หรือ พาสัตว์เข้านอน การชวนสัตว์เลี้ยงเล่นหรือทำกิจกรรม หรือเคยดูแลสัตว์ชนิดไหน สายพันธุ์อะไรมาก่อน
2. ระยะเวลาในการทำงาน อาจจะไม่ต้องตลอดทั้งวันหรือเป็นบางช่วงเวลา การพาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น ไปทำกิจกรรมในเวลาเช้า หรือเวลาเย็น หรือต้องดูแลตลอดทั้งวันในช่วงที่เจ้าของต้องไปทำงาน
3. ค่าจ้างในการทำงานของพี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง ขึ้นอยู่กับประเภทของสัตว์เลี้ยง หน้าที่ความรับผิดชอบ เช่น ต้องให้อาหารกี่ครั้ง ต้องพาไปเดินเล่นหรือไม่ ต้องทำความสะอาดด้วยหรือเปล่า และความยากง่ายในการดูแลตามชนิดและสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงนั้น ๆ
4. ลองถามคำถามที่น่าสนใจในระหว่างการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงดูเพื่อให้รู้สึกถึงบุคลิกของผู้สมัคร เช่น อะไรคือสิ่งที่สนุกที่สุดหรือน่าอายที่สุดที่คุณเคยสัมผัสกับสัตว์ตัวหนึ่ง ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงที่ดีจะแสดงความรักที่แท้จริงต่อสัตว์เลี้ยงในการตอบคำถามของคุณ ถามเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่พวกเขาเคยเป็นเจ้าของหรือดูแลมาก่อน คนที่รักสัตว์จะกระตือรือร้นที่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของตนเองให้คุณฟัง จากการพูดคุยในลักษณะนี้คุณสามารถวัดความรักที่มีต่อสัตว์และระดับความตื่นเต้นเกี่ยวกับโอกาสในการทำงานนี้ได้เลยทีเดียว

จะดีหรือไม่ถ้ามีใครที่เชื่อถือได้พร้อมให้คำแนะนำและพร้อมทำตามข้อตกลง ด้วยใจรักต่อสัตว์เลี้ยงจากใจจริงที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงให้กับท่านทุกความกังวลก็จะหมดไป

Bangkok Youth Centre (Thai-Japan)

ในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 200 ปีกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมติจากคณะรัฐบาลในสมัยนั้น (ฯพณฯ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์) ได้อนุมัติให้สร้างศูนย์เยาวชนนี้ขึ้นที่บริเวณสนามกีฬาดินแดงเดิมของกรุงเทพมหานคร รวมเนื้อที่ประมาณ 73 ไร่ ภายใต้งบประมาณร่วมประมาณ 300 ล้านบาทเศษ ใช้ระยะเวลาสร้างประมาณ 2 ปี (กุมภาพันธ์ 2523 - ตุลาคม 2524) ประกอบด้วยสนามกีฬาต่างๆ ทั้งสนามฟุตบอลพร้อมลู่วิ่งมาตรฐานซึ่งสามารถจุคนดูได้ถึง 6,400 ที่นั่ง สนามอเนกประสงค์ที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาในร่มทุกประเภท สนามยูโด สนามมวย สนามกีฬากลางแจ้ง และสระว่ายน้ำ ฯลฯ ซึ่งได้เปิดบริการให้กับประชาชนทั่วไปที่สมัครเป็นสมาชิกรายปี สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ถือเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย–ญี่ปุ่น) หรือ Bangkok Youth Centre (Thai-Japan) ภายใต้การกำกับ ดูแลของกรุงเทพมหานคร ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย–ญี่ปุ่น) ถูกสร้างขึ้นจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นและรัฐบาล ไทย เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นเห็นชอบรายละเอียดโครงการแล้ว จึงมอบหมายให้เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยในขณะนั้น ลงนามในสัญญาข้อตกลงจัดสร้างศูนย์เยาวชน ร่วมกับผู้แทนรัฐบาลไทยคือ อธิบดีกรมวิเทศสหการ กระทรวงการต่างประเทศ ในขณะนั้น เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2522 โดยมีบริษัท คุเมะ สถาปนิกและวิศวกร จำกัด เป็นผู้ออกแบบอาคารสนามกีฬา และควบคุมการก่อสร้าง ร่วมกับข้าราชการกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้อง จนแล้วเสร็จเมื่อเดือนธันวาคมปีเดียวกัน โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่9) เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด เมื่อเวลา 16:45 นาฬิกา ของวันเสาร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2525 ศูนย์เยาวชนแห่งนี้ ตั้งอยู่ริมถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร เหตุการณ์สำคัญทางด้านกีฬา ใช้เป็นสนามหลักในการแข่งขัน เอเชียนอินดอร์-มาร์เชียลอาร์ตสเกมส์ 12 พฤศจิกายน - 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 - เอเชียนอินดอร์เกมส์ 2005 และ 1 สิงหาคม - 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552 - เอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ 2009

อีกทั้งยังใช้จัดงาน คอนเสิร์ตในหลายๆ ครั้ง เช่น 4 สิงหาคม พ.ศ. 2528 - คอนเสิร์ต คนเดียวที่เป็นหนึ่ง ของ อัญชลี จงคดีกิจ ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 , 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2529 - คอนเสิร์ต แบบเบิร์ดเบิร์ด (ครั้งที่ 1) ของ ธงไชย แมคอินไตย์ , 16 เมษายน พ.ศ. 2531 - คอนเสิร์ต MICRO ROCK CONCERT เอาไมโครไปเลย! ของวง ไมโคร / คอนเสิร์ตใหญ่ขายบัตรเป็นทางการครั้งแรกของวงไมโคร 26 มกราคม พ.ศ. 2535 - คอนเสิร์ต 9 อ.ส.ม.ท. / เป็นการขึ้นแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของพุ่มพวง ดวงจันทร์ เป็นต้น



การเลือกสัตว์เลี้ยงที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก

การเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงอาจเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าสำหรับเด็ก สัตว์เลี้ยงที่ได้รับการคัดเลือกมาอย่างดีสามารถนำความสุขมาให้ได้

การเลี้ยงสัตว์ยังเป็นโอกาสให้เด็กๆ เรียนรู้บทเรียนชีวิตอันมีค่าในขณะที่ดูแลสิ่งมีชีวิต สัตว์เลี้ยงสามารถสอนเด็ก ๆ เกี่ยวกับความรับผิดชอบและความเชื่อถือได้ด้วยคำแนะนำจากผู้ใหญ่ เป็นโบนัสเพิ่มเติม สัตว์เลี้ยงบางตัวให้ความรักตอบแทนการเอาใจใส่ด้วยความรักของเด็ก

1. ปลา ปลาอาจเป็นสัตว์เลี้ยงตัวแรก ที่สมบูรณ์แบบสำหรับเด็ก และปลาทองดูจะเป็นตัวเลือกยอดนิยมอันดับต้นๆ แต่ถ้าเทียบกันเรื่องความยากง่ายในการดูแล ปลากัดไทยจะดูแลง่ายกว่า เพราะไม่ต้องใช้เครื่องเติมออกซิเจน ตัวกรอง หรือแทบจะไม่ต้องใช้สารเคมีเลย ปลากัดจะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในตู้ปลาขนาดเล็กที่มีน้ำอย่างน้อย 2 แกลลอน โดยเปลี่ยนและเก็บไว้ที่อุณหภูมิระหว่าง 76 ถึง 82°F (24 และ 28°C) เป็นประจำ อย่าลืมปรึกษาและขอคำแนะนำจากผู้ขายเพื่อจะได้มีวิธีดูแลปลาให้ดีที่สุด

2. สัตว์เลื้อยคลาน อาจจะไม่น่ารักเหมือนสัตว์เลี้ยงขนปุกปุยอย่าง สุนัข แมว หรือกระต่าย แต่สัตว์เลื้อยคลานจะไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ จึงทำให้เหมาะกับการเป็นสัตว์เลี้ยงของเด็ก เช่น เต่าญี่ปุ่น เต่าแก้มแดง มังกรเครา เบี๊ยดดรากอน กิ้งก่าเวลล์คามิเลียน ก่อนตัดสินใจมีสัตว์เลี้ยง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ศึกษาข้อกำหนดการดูแลเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานตัวใหม่

3. นก นกเป็นตัวเลือกของการมีสัตว์เลี้ยงที่ดีอีกทางเลือกหนึ่ง แม้ว่าการเป็นเจ้าของนกจะยากกว่าการดูแลเต่าหรือปลา นกบางตัวฉลาด แสนรู้และต้องการดูแลเกือบทุกวัน สำหรับเด็กที่ไม่เคยเลี้ยงนกมากก่อน อาจเริ่มจากากรเลี้ยงนกแก้วที่มีราคาไม่แพงมาก นกที่มีราคาแพงกว่า (และฉลาดกว่า) เช่น นกกระตั้วก็เป็นสัตว์เลี้ยงที่ดีเช่นกัน แต่นกประเภทนี้ต้องการการดูแลมากกว่านกแก้ว

4. หนู สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น หนูแฮมสเตอร์ หนูตะเภา และหนูเจอร์บิล เลี้ยงง่ายและส่วนใหญ่จะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่อยู่อาศัยที่ค่อนข้างเล็ก และยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่เป็นมิตรกับเด็กอีกด้วย

5. แมว ลูกแมวเป็นสัตว์เลี้ยงตัวโปรดในวัยเด็ก แมวต้องการความเป็นอิสระ แต่ค่อนข้างจะมีความขัดแย้งในตัวเอง เพราะแมวต้องการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของเป็นอย่างมาก แมวต้องได้รับการตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนเป็นประจำ สิ่งสำคัญคือต้องเลือกแมวที่เหมาะสมกับเด็กๆ แมวอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสุนัขถ้าครอบครัวของคุณมีพื้นที่ใช้สอยจำกัด

6. สุนัข ลูกสุนัขที่น่ากอดน่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับเด็กที่คลาสสิกที่สุด จำไว้ว่าการเลือกสุนัขตัวโปรด ไม่ใช่แค่การตกหลุมรักดวงตาสีน้ำตาลโต เพราะสุนัขบางตัวอาจไม่เหมาะกับเด็ก ก่อนรับสุนัขไปเลี้ยง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสุนัขมีความเข้าสังคมและอยู่ร่วมกับเด็กๆ ได้ดี ลูกสุนัขต้องออกกำลังกายทุกวัน ตรวจสุขภาพสัตว์และฉีดวัคซีนเป็นประจำ และต้องการความรักมากมาย สุนัขทุกตัวมีความแตกต่างกัน แต่สายพันธุ์ที่เป็นมิตรต่อเด็ก ได้แก่: ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ บีเกิ้ล



ข้อดีเมื่อเด็กมีสัตว์เลี้ยง

สัตว์เลี้ยงและเด็กเป็นของคู่กัน แต่คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าการมีสัตว์เลี้ยงมีประโยชน์อย่างไร เราสรุปข้อดีเกี่ยวกับการมีสัตว์ได้ดังนี้

1. การเล่นกับแมวหรือสุนัขสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้

มันเป็นความจริง การลูบคลำสัตว์เลี้ยงเพียง 15 นาทีสามารถลดความดันโลหิตได้ 10% การศึกษาพบว่า เมื่อเราอยู่กับสัตว์เลี้ยง ร่างกายจะหลั่งสารเซโรโทนิน ออกซิโทซิน โปรแลคติน และฮอร์โมนความเครียดคอร์ติซอลก็ลดลง ซึ่งแพทย์ได้ชี้แจงว่า การคลุกคลีกับสัตว์เลี้ยงจะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารสื่อประสาท (Neurochemical) และออกซิโตซิน (Oxytocin) ออกมา ก่อให้เกิดความรู้สึกเป็นสุข เท่ากับช่วยลดระดับคอร์ติซอล (Cortisol) และฮอร์โมนความเครียดที่มีอยู่ลงไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการวิจัยแสดงให้เห็นอีกว่า การเล่นกับสัตว์เลี้ยง สามารถบรรเทาอาการโรคเครียดจากเหตุร้าย (PTSD = post-traumatic stress disorder) ได้อีกทางหนึ่งด้วย

2. เด็กที่นำสัตว์เลี้ยงออกไปข้างนอกเพื่อเดินเล่นหรือออกกำลังกายด้วย จะทำให้เด็กกระฉับกระเฉงมากขึ้น เมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง เด็กที่มีสัตว์เลี้ยงใช้เวลามากกว่า 11 นาทีในการออกกำลังกาย (ต่อวัน) ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน

3. การให้อาหารและการดูแลสัตว์เลี้ยงส่งเสริมความรับผิดชอบในวัยเด็ก

เด็ก ๆ สามารถได้รับความมั่นใจโดยมีความรับผิดชอบในการดูแลสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ยังช่วยให้พวกเขาเรียนรู้ถึงความสำคัญของการทำกิจวัตรประจำวัน

4. เด็กที่มีสัตว์เลี้ยงแสดงการควบคุมแรงกระตุ้น ทักษะการเข้าสังคม และความนับถือตนเองที่ดีขึ้น สัตว์เลี้ยงมีความหมายมากสำหรับเด็กๆ และยังช่วยสอนทักษะการเผชิญปัญหาและเพิ่มความมั่นใจได้อีกด้วย

5. สัตว์เลี้ยงลดความเครียด ความเหงา ความซึมเศร้า และความวิตกกังวล มีอารมณ์ดี จากงานวิจัยพบว่าคนที่เลี้ยงสัตว์ส่วนมากจะอารมณ์ดีมากกว่าคนที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ เพราะจะช่วยทำให้ไม่รู้สึกเหงาและมีความสุขสนุกสนานเมื่อได้เล่นและใช้เวลากับสัตว์เลี้ยงของตนเอง

ความเป็นเพื่อนสามารถช่วยป้องกันความเจ็บป่วยทางจิตและแม้กระทั่งเพิ่มอายุขัยให้กับชีวิตของคุณ การดูแลสัตว์สามารถช่วยให้คุณรู้สึกต้องการและเป็นที่ต้องการ และไม่ต้องสนใจปัญหาของคุณ วัยรุ่นทุกคนสามารถได้รับประโยชน์จากสิ่งนั้น!

6.ช่วยสร้างความสัมพันธ์ทางด้านของสังคม การมีสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสุนัขสามารถช่วยให้เราสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราเห็นคนเดินมาที่ถนนเราคงจะไม่อยากที่จะเข้าไปทักทายคนแปลกหน้า แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเรามีสุนัขมากับเราด้วยมันเป็นการง่ายที่จะมีปฏิสัมพันธ์ต่อคนที่ไม่รู้จัก เพราะคนโดยทั่วไปมักจะสนใจและกล้าทักทายพูดคุยสบตากับคนที่มากับสัตว์เลี้ยงนั่นเอง

7. สัตว์เลี้ยงให้ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข

สัตว์เลี้ยงสามารถปลอบโยน สนับสนุน และแม้กระทั่งรับฟังปัญหาของเด็กโดยไม่ต้องตัดสินหรือผลที่ตามมา