ดูแลเด็ก ใน จตุจักร, กรุงเทพมหานคร

ดูแลเด็ก ใน จตุจักร, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ชาลิสา มัฆนาโส
ชาลิสา มัฆนาโส
Saijai อายุ 60 ปี

เคยเป็นแม่บ้านคอนโด.บ้านส่วนตัวชาวต่างชาติ

แสดงเพิ่มเติม
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 39 ปี

ใส่ใจดูแลเหมือนลูกเจ้าของเองใจเย็น ดูแลได้ตลอด

แสดงเพิ่มเติม
Piyatida Dumluck
Piyatida Dumluck
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 40 ปี
วิไล นันต๊ะภาพ
วิไล นันต๊ะภาพ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 48 ปี
ฉันทนา สิทธิ
ฉันทนา สิทธิ
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 46 ปี

เป็นคนง่ายๆรักเด็กใจเย็นไม่เคยโกรธหรือโมโหอะไรง่ายๆนอนน้อยทําได้หมดแต่ไม่ชอบจู้จี้

แสดงเพิ่มเติม
Pavana Suntudchaiyo
Pavana Suntudchaiyo
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 58 ปี

I am in good health, kind and responsible, polite and gentle. สุภาพ สุขภาพแข็งแรง พูดเพราะ มีความรับผิดชอบ

แสดงเพิ่มเติม
อานนท์ ทองแสง
อานนท์ ทองแสง
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 31 ปี

ผมเป็นคนสุภาพ เรียบร้อย ไม่ยุ่งอบายมุข ไม่พูดคำหยาบ ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย ทำได้ทุกอย่างครับ สอนได้ทุกวิชา ค่าจ้างเป็นต่อชั่วโมงหรือให้เป็นรายเดือนก็ได้ครับ

แสดงเพิ่มเติม
จารุนันท์ สุวรรณกูฎ
จารุนันท์ สุวรรณกูฎ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

เป็นคนเรียบง่ายไม่เรื่องมากเลี้ยงน้องตามแพทย์แนะนำและผู้ปกครองแนะนำได้

แสดงเพิ่มเติม

ใจเย็น รักเด็ก มีความอดทนสูง สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ยิ้มแย้มแจ่มใจ เสริมสร้างพัฒนาการเด็กตามช่วงวัยได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
ทิพวรรณ์ ราศรี
ทิพวรรณ์ ราศรี
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 28 ปี

เป็นคนอัธยาศัยดีค่ะ ใจเย็นค่ะชอบเล่นกับเด็ก ส่งเสริมพัฒนาการของน้องได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
วนิดา ชัยวร
วนิดา ชัยวร
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 34 ปี
ฮามีด๊ะฮ์ โต๊ะขวัญ
ฮามีด๊ะฮ์ โต๊ะขวัญ
Saijai อายุ 31 ปี

มีความอดทน ขยัน รักความสะอาด ใจเย็น

แสดงเพิ่มเติม
วริวรรณ อยู่ไพร
วริวรรณ อยู่ไพร
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 37 ปี

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

ดิฉันเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ ทำงานทุกวัน ไม่มีเวลาดูแลลูก บางครั้งต้องเอาไปฝากญาติ ๆ แต่ตอนนี้เลยตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงเด็กของทางใส่ใจ ตอนแรกก็ไม่รู้เลยค่ะว่ามีขั้นตอนในการจ้างพี่เลี้ยงเด็กอย่างไรบ้าง เลยติดต่อเบอร์ของทางใส่ใจไป อยากจะบอกว่าประทับใจการให้บริการมาก ๆ ค่ะ ทางใส่ใจให้ข้อมูลทุกอย่างครบถ้วนตามที่เราต้องการอยากทราบ ประทับใจจริง ๆ ค่ะ
Saijai
ปารีณา ภักดีดำรงค์ศักดิ์
5 ปีที่แล้ว
เราทำงานนอกบ้าน เลยหาพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลน้องที่บ้าน ค้นหาข้อมูลดูเวปนี้ให้รายละเอียดพี่เลี้ยงน่าสนใจ ราคาเรารับได้ เราเลยให้น้องมาทดลองงานก่อนเราไปทำงาน น้องมีประสบการณ์มา เลยปรับตัวไม่ยาก เวลาเราอยู่น้องจะช่วยหยิบจับของทำโน่นทำนี่ไป ประทับใจคะ สองเดือนแล้วน้องทำงานดี มีระเบียบเรียบร้อย คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เราไว้ใจให้น้องคนนี้ดูแล
Saijai
แม่น้องกัญ
5 ปีที่แล้ว
เป็นครั้งแรกที่เลือกใช้บริการพี่เลี้ยงเด็กในเว็บใส่ใจ ตอนแรกคิดว่าจะยุ่งยากในจอง แต่พอเข้าไปในเว็บไซต์ เว็บไซต์ใช้งานง่ายมาก ๆ มีความสะดวกในการใช้งาน อีกทั้งยังมี Guideline ให้อีกด้วย และขั้นตอนการนัดสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเพราะมีตัวเลือกให้เลือกด้วยว่าเราสะดวกสัมภาษณ์ทางไหน เหมาะแก่คนที่ไม่มีเวลาอย่างเราจริง ๆ
Saijai
สุริยา ดำรงรักษ์
5 ปีที่แล้ว
อยู่ ๆ พี่เลี้ยงคนเก่าลาออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้าต้องรีบหาพี่เลี้ยงใหม่แบบเร่งด่วน ไม่รู้จะทำยังไง บังเอิญมาเจอเว็บใส่ใจ หาพี่เลี้ยงคนใหม่ได้ง่ายมาก ๆ แถมได้คนดี มีประสบการณ์ ทำงานคล่อง เยี่ยมเลยค่ะ ประทับใจสุด ที่สำคัญคุณแม่สบายใจได้คนมาทำงานทันที
Saijai
ภัทรา กิจบำรุง
5 ปีที่แล้ว
เมื่อก่อนไม่กล้าจ้างพี่เลี้ยงเด็ก แต่ลองจ้างผ่านทางใส่ใจดู พี่เลี้ยงทำงานได้น่าพอใจมาก ๆ พูดเพราะมาก จนลูกเราติดคำพูดเลยค่ะ ราคาก็ที่ไม่สูงเกินไป จับต้องได้สำหรับคนที่มีรายได้ไม่เยอะอย่ามากต่อเดือน คุณแม่คนไหนอยากหาพี่เลี้ยงเด็ก แนะนำเลยค่ะ
Saijai
ชื่นนภา วัฒนพันธ์
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลเด็ก

หากคุณพ่อคุณแม่ต้องทำงานนอกบ้านและไม่มีเวลาเลี้ยงลูกเอง ลองเปรียบเทียบกันระหว่างส่งลูกไปเนอสเซอรี่และจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลลูกที่บ้าน อะไรจะตรงใจคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด
บริการรับเลี้ยงเด็กในปัจจุบันมีหลายทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นพี่เลี้ยงเด็ก หรือเนอสเซอรี่ เรามาดูข้อดีข้อเสียกันเลยค่ะ

ข้อดีของพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านมีดังนี้

1) พี่เลี้ยงสามารถดูแลลูกน้อยของคุณได้อย่างใกล้ชิด ลูกของคุณจะได้รับความเอาใจใส่ที่ส่งผลต่อพัฒนาการเด็กทางด้านอารมณ์
2) พี่เลี้ยงสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กผ่านการทำกิจกรรมต่าง
3) พ่อแม่ประหยัดเวลามากขึ้น หากจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลที่บ้าน
4) เด็กจะไม่ป่วยบ่อย เนื่องจากเด็กจะอยู่ในบ้านของตนเอง

ข้อดีของเนอสเซอรี่

1) เด็ก ๆ จะรู้จักการเข้าสังคม
2) เนอสเซอรี่มีบริเวณกว้างเพื่อให้เด็กได้ทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ
3) เด็กจะได้ฝึกดูแลตัวเอง เพราะครูพี่เลี้ยงไม่ได้ดูแลเด็กแบบใกล้ชิด

ข้อเสียของพี่เลี้ยง

1) ค่าใช้จ่ายอาจจะสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเข้าศูนย์เนอสเซอรี่
2) เด็กอาจจะติดพี่เลี้ยงเกินไป
3) ลดความเป็นส่วนตัวของครอบครัว

ข้อเสียของเนอสเซอรี่

1) เด็กป่วยบ่อยเพราะมีภูมิคุ้มกันที่น้อยเนื่องจากอยู่กับเด็กหลายคน
2) ลูกจะไม่ได้รับการดูแลใกล้ชิดแบบตัวต่อตัวอาจส่งผลถึงอารมณ์ของเด็กได้
3) เด็กจะอยู่ห่างไกลจากพ่อแม่

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาบริการพี่เลี้ยงเด็ก ใส่ใจมีบริการพี่เลี้ยงมืออาชีพที่พร้อมจะให้บริการคุณค่ะ
คุณสมบัติอะไรบ้างที่พ่อแม่ควรมองหาจากพี่เลี้ยงเด็กก่อนตกลงจ้าง
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คุณพ่อคุณแม่สักคนจะตัดสินใจหาใครมาดูแลลูกน้อยที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ วันนี้ใส่ใจมีข้อมูลของทักษะและคุณสมบัติที่พี่เลี้ยงเด็กควรมีมาฝากให้คุณพ่อคุณแม่ลองเช็คกันดูก่อนตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงสักคน

1. พี่เลี้ยงเด็กต้องมีความอดทนสูง คุณพ่อคุณแม่ต้องมั่นใจว่าพี่เลี้ยงเด็กต้องมีความเข้าใจเด็ก สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี และที่สำคัญที่สุดคือเป็นคนที่มีความอดทนสูง
2. พี่เลี้ยงเด็กควรรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรืออุบัติเหตุ พี่เลี้ยงต้องมีความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และสามารถช่วยเหลือเด็กได้ทันที เช่น เด็กที่อยู่ภายใต้การดูแลเกิดอุบัติเหตุหกล้ม มีแผลถลอก พี่เลี้ยงต้องรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อของแผล เป็นต้น ดังนั้นคุณพ่อและคุณแม่ควรเลือกพี่เลี้ยงที่มีทักษะด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพราะเป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ
3. พี่เลี้ยงเด็กควรมีทักษะการแก้ไขปัญหา พี่เลี้ยงจะต้องรู้วิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งผู้ว่าจ้างเสมอไปหากปัญหานั้นไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรง
4. ทำอาหารเป็น ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะที่พี่เลี้ยงเด็กจำเป็นต้องมี พี่เลี้ยงไม่ได้มีหน้าที่แค่ดูแลเด็กอย่างเดียวเท่านั้น แต่พี่เลี้ยงอาจจะต้องเตรียมอาหารให้เด็ก ๆ รับประทานในแต่ละมื้อด้วย หากอาหารอร่อยถูกปาก เด็กจะเจริญอาหารและอารมณ์ดี ที่สำคัญที่สุดที่พี่เลี้ยงต้องใส่ใจและจดจำด้วยว่าเด็ก ๆ ที่ดูแลนั้น แพ้อาหารอะไรบ้าง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากการรับประทานสิ่งที่แพ้เข้าไป
5. มีความคิดสร้างสรรค์ในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก พี่เลี้ยงจะต้องเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถร่วมทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ ในระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวิชาการหรือสันทนาการ เช่น พี่เลี้ยงเด็กอาจจะสอนเด็กนับเลข ฝึกการอ่าน หรือระบายสีเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์เหล่านี้
อะไรที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่คลายความกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ลูก ๆ อยู่กับพี่เลี้ยงตามลำพัง
เมื่อคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลลูก ๆ ของคุณ ความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจ คุณพ่อคุณแม่มีวิธีการใดบ้างที่จะหาพี่เลี้ยงที่วางใจได้ ใส่ใจมีวิธีการที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รู้จักตัวตนของพี่เลี้ยงเด็กมากขึ้น

1. ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีหากครอบครัวหรือเพื่อนของคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้แนะนำพี่เลี้ยงเด็กที่พวกเขารู้จัก อย่างน้อยก็มีคนรับรองพวกเขาได้ แต่สิ่งสำคัญก็คือต้องทำการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กและตรวจสอบประวัติของคุณเองเพื่อให้แน่ใจว่าเชื่อถือได้มากที่สุด
2. สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มองหาพี่เลี้ยงจากสื่อออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย (Social Media) เช่น เฟสบุ๊ค หรือไลน์ มองหาพี่เลี้ยงเด็กที่มีรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการก่อนหน้า ใช้เวลาอ่านและศึกษารีวิวเหล่านั้น
3. เชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง เมื่อคุณพ่อคุณแม่มีโอกาสสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงาน หากมีสัญญาณที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกไม่สบายใจ เช่น พี่เลี้ยงเด็กดูเป็นคนไม่กระตือรือร้น หรือไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส จงเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองที่ชี้ว่าคนคนนี้ไม่เหมาะสมกับงาน
4. ตรวจสอบประวัติ คุณพ่อคุณแม่อาจร้องขอให้พี่เลี้ยงตรวจสอบประวัติอาชญากรรมกับกองทะเบียนประวัติอาชญากร( http://www.criminal.police.go.th/ ) เพื่อให้แน่ใจว่าพี่เลี้ยงเด็กไม่มีประวัติกระทำผิดกฎหมายทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือและช่วยในการตัดสินใจ
ในวันสัมภาษณ์พ่อแม่ควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงเด็ก
ขั้นตอนของการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่แค่คุณจะได้ทำความรู้จักกับพี่เลี้ยงที่คุณจะจ้าง แต่ในขั้นตอนนี้คุณต้องทำการตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงาน ดังนั้นวันนี้ใส่ใจมีข้อแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังจะสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กและพูดคุยถึงข้อตกลงที่สำคัญมีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ

1) ขอบเขตหน้าที่ที่คุณต้องการให้พี่เลี้ยงทำ เช่น ช่วยเลี้ยงลูกคุณขณะคุณไม่อยู่บ้าน ช่วยเตรียมกับข้าวให้ลูกน้อยรับประทานในแต่ละมื้อ ช่วยสอนการบ้านหากพี่เลี้ยงมีความสามารถ
2) วันและเวลาการทำงาน ในวันที่สัมภาษณ์คุณและพี่เลี้ยงจะต้องตกลงเรื่องวันเวลาการทำงานให้อย่างชัดเจน และคุณควรจะมีวันหยุดให้พี่เลี้ยงตาม กฎหมายกระทรวงแรงงาน นายจ้างต้องให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ และวันพักร้อน ได้ 6 วัน ต่อ ปี และต้องหยุดตามประเพณี ปีละไม่น้อยกว่า 13 วัน
3) ค่าจ้าง คุณจะต้องตกลงเรื่องค่าจ้างกับพี่เลี้ยงให้ชัดเจน หากพี่เลี้ยงปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี คุณควรที่จะเพิ่มเงินเดือนให้ตามความเหมาะสม ในกรณีที่พี่เลี้ยงเด็กทำงานในวันหยุดนายจ้างต้องจ่ายเงินค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน
4) ข้อตกลงในการอาศัยอยู่ในบ้าน หากคุณมีกฎระเบียบที่ต้องการให้พี่เลี้ยงเด็กปฏิบัติตามกฎที่คุณตั้งไว้ คุณต้องแจ้งให้พี่เลี้ยงเด็กรับทราบก่อนเริ่มงานเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
5) ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่ไม่อยากให้ลูกติดโทรศัพท์ คุณควรแจ้งให้พี่เลี้ยงทราบ และควรกำชับพี่เลี้ยงว่าไม่ให้ลูกของคุณเล่นโทรศัพท์ขณะที่คุณไม่อยู่ เพราะเด็กอาจได้รับผลกระทบจากการเล่นโทรศัพท์นานเกินไปจนส่งผลให้เกิดภาวะสมาธิสั้นและส่งผลกับสายตา ดังนั้นพี่เลี้ยงจะต้องหากิจกรรมที่ให้เด็กได้พัฒนาตนเองมากกว่าการเล่นโทรศัพท์มือถือ

จตุจักรกับความเป็นมาที่ควรทราบ

จตุจักรในอดีตคือ ตำบลลาดยาว อำเภอบางเขน จังหวัดพระนคร ก่อนจะมีการสร้างชุมชน บ้านจัดสรรต่างๆ แต่เดิมประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามคลองต่างๆ เช่น คลองบางเขน คลองเปรมประชากร คลองบางซื่อ เป็นต้น หลังจากมีการรวมกันของจังหวัดพระนคร และจังหวัดธนบุรี มาเป็นกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน ทำให้มีการยกฐานะตำบลให้กลายเป็นแขวง อำเภอกลายเป็นเขต ทำให้ลาดยาวจากเดิมเป็นตำบลลาดยาว เปลี่ยนเป็น แขวงลาดยาว เขตบางเขน ภายหลังพื้นที่บริเวณนี้เจริญและมีประชากรเพิ่มขึ้นมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และบางแขวงอยู่ไกลจากสำนักงานเขต โดยเฉพาะแขวงลาดยาว กระทรวงมหาดไทยจึงได้แยกเขตบางเขนออกเป็น 3 เขต ได้แก่เขตบางเขน เขตดอนเมือง และเขตลาดยาว ทำให้แขวงลาดยาวทั้งหมดเป็นพื้นที่ของ เขตจตุจักร คำว่าจตุจักร หมายถึง สี่รอบราศี ซึ่งในปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีพระชนมพรรษาครบ 4 รอบ กรุงเทพมหานคร ได้มีการสร้างสวนจตุจักรขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ และสิริมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสวนแห่งนี้ว่า สวนจตุจักร กรุงเทพมหานครจึงนำชื่อนี้มาเป็นที่ตั้งของเขตที่ตั้งขึ้นใหม่ จากเดิมเขตจตุจักรมีเพียงแขวงเดียว คือแขวงลาดยาว ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่อย่างแน่นหนา บ้านเลขที่ซ้ำกันมาก ในปี พ.ศ 2545 มีการเปลี่ยนพื้นที่แขวงใหม่ในเขตจตุจักร โดยมีการตั้งแขวงเสนานิคม แขวงจอมพล และแขวงจตุจักร แยกออกจากแขวงลาดยาว เพื่อความสะดวกของการติดต่อราชการ ปัจจุบันเขตจตุจักรแบ่งการปกครองออกเป็น 5 แขวงได้แก่ แขวงลาดยาว แขวงเสนานิคม แขวงจอมพล และแขวงจตุจักร



ชีวิตความเป็นอยู่ที่ลงตัว ณ เขตจตุจักร

จตุจักร หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ สวนจตุจักร พื้นที่สำคัญที่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางเส้นสำคัญในกรุงเทพ ตอนเหนือ กับหัวเมืองชั้นใน รวมถึงพื้นที่ต่างๆทั่วกรุงเทพ ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้เป็นชานเมือง มีชุมชนค่อนข้างน้อย และที่ดินส่วนใหญ่ก็เป็นของภาครัฐ หลังจากมีการนำที่ดินของภาครัฐในย่านนี้มาใช้ประโยชน์ด้านสาธารณะต่างๆ ส่งผลให้ผู้คนจากพื้นที่ต่างๆเข้ามาอยู่ในบริเวณนี้ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จตุจักรคือพื้นที่ศูนย์กลางการเดินทาง มีสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ(จตุจักร) หรือที่เรียกว่า สถานีขนส่งหมอชิต ทั้งคนต่างจังหวัดที่เข้าสู่กรุงเทพ และคนจากกรุงเทพที่ต้องการเดินทางไปพื้นที่ต่างๆ เพราะผู้คนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาจากภาคเหนือ ภาคอีสานหรือต้องการไปภาคเหนือ ภาคอีสาน ด้วยรถทัวร์เพื่อเข้า-ออก กรุงเทพ จะลงสถานีนี้ เรียกได้ว่าบริเวณนี้เป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญของการเดินทาง และรถเมล์จากทั่วทุกมุมของกรุงเทพก็วิ่งเข้ารับ-ส่งคนในพื้นที่แห่งนี้ อีกทั้งยังมี สวนจตุจักร สวนสาธารณะในพื้นที่ 100 ไร่ สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ จุดเด่นที่น่าสนใจของสวนสาธารณะแห่งนี้คือ หอนาฬิกา ประติมากรรมอาเซียน 6 ประเทศ นาฬิกาดอกไม้เป็นต้น อีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่เป็นไฮไลต์ของจตุจักรคือ ตลาดนัดจตุจักร หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า JJ Market ตลาดนัดขนาดใหญ่กว่า8,000 แผงค้า ทั้งเสื้อผ้า ผักผลไม้ สัตว์เลี้ยง ต้นไม้ และอาหารเป็นต้น เรียกได้ว่าจตุจักรคือศูนย์กลางทั้งการเดินทาง สวนสาธารณะขนาดใหญ่ และตลาดนัด ส่งผลให้ผู้คนจากทั่วทุกพื้นที่เข้าสู่ย่านนี้อย่างมหาศาล เพื่อการเดินทาง การท่องเที่ยว และพักผ่อนหย่อนใจ หากใครยังไม่เคยมาเยือนย่านนี้ ถือว่าพลาดเลยทีเดียว



พิพิธภัณฑ์เด็กจตุจักร มีอะไรน่าสนใจกว่าที่คิด

ถ้าถามเด็กๆ ว่าวันหยุดอยากไปเที่ยวที่ไหน หลายๆคนคงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “ทะเล สวนสัตว์ สวนสนุก ห้างสรรพสินค้า” คงไม่มีเด็กคนไหนบอกว่าอยากไป พิพิธภัณฑ์ หรือมีก็น้อยมาก เพราะพิพิธภัณฑ์ในความคิดของเด็กหลายๆคน คงจะเต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่แสนน่าเบื่อ ไม่มีของเล่นไว้ให้เล่น ความคิดเหล่านั้นของเด็กๆจะหายไป หากได้มาเที่ยว พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร แห่งที่ 1 (จตุจักร) จัดตั้งขึ้นตามพระราชปรารภใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ที่มีพระราชประสงค์เพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์อย่างเพลิดเพลิน ภายใต้แนวคิด “Learning for Young Creative Mind” เน้นการเรียนรู้ที่หลากหลาย กระตุ้นให้เด็กๆ ฝึกใช้ความคิดสร้างสรรค์ ลงมือทำ ร่วมกันวางแผน และกล้าแสดงออกร่วมกัน ให้สอดคล้องกับการพัฒนาและศักยภาพของเด็กแต่ละวัย ดังคำกล่าวที่ว่า “เด็กคืออนาคตของชาติ” การพัฒนาประเทศให้เติบโต มั่นคง ต้องเริ่มตั้งแต่การพัฒนาเด็กให้เติบโตเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะทำให้น้องๆหนูเพลิดเพลินไปกับความสนุกหลากหลายรูปแบบในพิพิธภัณฑ์ได้แก่ สนามเด็กเล่นแบบ Outdoor เป็นพื้นทราย และข้างๆจะเป็นพื้นโฟม มีสไลเดอร์กับชิงช้า และสวนน้ำที่เปิดให้เล่นน้ำเป็นรอบตามเวลา ภายในพิพิธภัณฑ์มีอาคารหลักๆอยู่ 2 อาคารได้แก่ อาคารทอตะวัน (สำหรับเด็ก 7-12 ปี) ประกอบไปด้วย 3 ชั้น และอีก 1 ชั้นลอย ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่นิทรรศการความรู้ และอาคารสายรุ้ง (สำหรับเด็ก 0-6 ปี) ประกอบไปด้วย 2 ชั้น จะเป็นพื้นที่นิทรรศการความรู้สำหรับเด็กและผู้ปกครองในสภาพที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาสมองและกล้ามเนื้อ พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งนี้ เข้าชมฟรี วันอังคาร-วันอาทิตย์ หยุดทุกวันจันทร์ เวลา 10.00-16.00 น. เข้าชมฟรีเพียงแค่ผู้ปกครองแสดงบัตรประชาชนและลงทะเบียนด้านหน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์