ดูแลเด็ก ใน จตุจักร, กรุงเทพมหานคร

ดูแลเด็ก ใน จตุจักร, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ระบุวันที่
ผู้ให้บริการดูแลเด็ก ใน จตุจักร, กรุงเทพมหานคร:

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

Piyatida Dumluck
Piyatida Dumluck
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 39 ปี

ใจเย็น รักเด็ก มีความอดทนสูง สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ยิ้มแย้มแจ่มใจ เสริมสร้างพัฒนาการเด็กตามช่วงวัยได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
ชาลิสา มัฆนาโส
ชาลิสา มัฆนาโส
Saijai อายุ 60 ปี

เคยเป็นแม่บ้านคอนโด.บ้านส่วนตัวชาวต่างชาติ

แสดงเพิ่มเติม
ทิพวรรณ์ ราศรี
ทิพวรรณ์ ราศรี
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 27 ปี

เป็นคนอัธยาศัยดีค่ะ ใจเย็นค่ะชอบเล่นกับเด็ก ส่งเสริมพัฒนาการของน้องได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
ฮามีด๊ะฮ์ โต๊ะขวัญ
ฮามีด๊ะฮ์ โต๊ะขวัญ
Saijai อายุ 30 ปี

มีความอดทน ขยัน รักความสะอาด ใจเย็น

แสดงเพิ่มเติม
Pavana Suntudchaiyo
Pavana Suntudchaiyo
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 57 ปี

I am in good health, kind and responsible, polite and gentle. สุภาพ สุขภาพแข็งแรง พูดเพราะ มีความรับผิดชอบ

แสดงเพิ่มเติม
อานนท์ ทองแสง
อานนท์ ทองแสง
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 30 ปี

ผมเป็นคนสุภาพ เรียบร้อย ไม่ยุ่งอบายมุข ไม่พูดคำหยาบ ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย ทำได้ทุกอย่างครับ สอนได้ทุกวิชา ค่าจ้างเป็นต่อชั่วโมงหรือให้เป็นรายเดือนก็ได้ครับ

แสดงเพิ่มเติม
ศิริวิมล ทรงศิริ
ศิริวิมล ทรงศิริ
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 42 ปี

ที่บ้านมีห้องแอร์สถานที่ให้วิ่งเล่น เรียนได้เกรดเฉลี่ยอยู่ที่ 3.40 เรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า มีประสบการณ์ดูแลหลานๆของตนเองหลายคน มากกว่า5คน ตั้งแต่อายุ 1 ขวบ ถึง 15 ปี

แสดงเพิ่มเติม
ฉันทนา สิทธิ
ฉันทนา สิทธิ
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 45 ปี

เป็นคนง่ายๆรักเด็กใจเย็นไม่เคยโกรธหรือโมโหอะไรง่ายๆนอนน้อยทําได้หมดแต่ไม่ชอบจู้จี้

แสดงเพิ่มเติม
วริวรรณ อยู่ไพร
วริวรรณ อยู่ไพร
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 36 ปี
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 38 ปี

ใส่ใจดูแลเหมือนลูกเจ้าของเองใจเย็น ดูแลได้ตลอด

แสดงเพิ่มเติม
วิไล นันต๊ะภาพ
วิไล นันต๊ะภาพ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 47 ปี
จารุนันท์ สุวรรณกูฎ
จารุนันท์ สุวรรณกูฎ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

เป็นคนเรียบง่ายไม่เรื่องมากเลี้ยงน้องตามแพทย์แนะนำและผู้ปกครองแนะนำได้

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

ดิฉันกับสามีทำงานประจำทั้งคู่ค่ะ ไม่มีใครคอยอยู่ดูแลลูกที่บ้านเลย ลูกติดนิสัยชอบอยู่แต่ในบ้านและซนกับพี่เลี้ยงมาก จนพี่เลี้ยงหลาย ๆ คนทนไม่ไหวถึงกับขอลาออกเอง โชคดีที่ได้เจอพี่เลี้ยงคนนี้บนเว็บใส่ใจ พี่ลี้ยงเข้ากับน้องได้ดีค่ะ
Saijai
วิลาภรณ์ สุทธิรักษ์
4 ปีที่แล้ว
ลาคลอดได้แค่ 3 เดือน ค่ะ ต้องกลับไปทำงานต่อ จะฝากลูกไว้กับยายก็กลัวแกจะดูไม่ไหว เลยลองหาพี่เลี้ยงจากเว็บใส่ใจดู ตอนแรกก็กังวลอยู่เหมือนกันค่ะ ไม่กล้าทิ้งลูกไว้กับพี่เลี้ยง แต่ก็วางใจอย่างนึงว่าพี่เลี้ยงมีประสบการณ์ ตอนนี้ทุกอย่างลงตัว โอเคมาก ๆ ค่ะ
Saijai
สุชาดา มิ่งมงคล
4 ปีที่แล้ว
เปลี่ยนพี่เลี้ยงเด็กมาหลายคน ส่วนมากราคาสูง ๆ ทั้งนั้น แต่อยู่ไม่ได้นานก็ลาออก ลองจองพี่เลี้ยงผ่านเวปใส่ใจ เยี่ยมมากเลยครับ แฟนสบายใจ หมดปัญหา ไม่ต้องจ้างพี่เลี้ยงราคาแพง ได้ราคาแบบสมเหตุสมผล แถมมีคุณภาพครับ
Saijai
จิตวัชร จันประทีป
4 ปีที่แล้ว
ลูกยังเล็กเราจ้างพี่เลี้ยงมา ตกลงเวลาเริ่มงาน 9.30-17.30 น. (พี่เลี้ยงมา 8.30 น. ทุกวัน ) ประสบการณ์ เคยดูแล เด็กเล็ก 4 เดือน – 2 ขวบ พอเด็กเข้าโรงเรียน ก็ว่าง พอดีที่บ้านช่วยกันหา เจอเว็บนี้เห็นรีวิวประสบการณ์คนเลี้ยงเลย คุยดู พี่เลี้ยงทำงานดีมาก่อนเวลา เตรียมของใช้ ทำงานเป็นระเบียบเหมือนอบรมมาดี อุ่นใจ คิดถูกที่ใช้บริการใส่ใจ แนะนำค่ะ
Saijai
ณัฐวรรณ แสงสีเงิน
4 ปีที่แล้ว
เป็นครั้งแรกที่เลือกใช้บริการพี่เลี้ยงเด็กในเว็บใส่ใจ ตอนแรกคิดว่าจะยุ่งยากในจอง แต่พอเข้าไปในเว็บไซต์ เว็บไซต์ใช้งานง่ายมาก ๆ มีความสะดวกในการใช้งาน อีกทั้งยังมี Guideline ให้อีกด้วย และขั้นตอนการนัดสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเพราะมีตัวเลือกให้เลือกด้วยว่าเราสะดวกสัมภาษณ์ทางไหน เหมาะแก่คนที่ไม่มีเวลาอย่างเราจริง ๆ
Saijai
สุริยา ดำรงรักษ์
4 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลเด็ก

พี่เลี้ยงเด็กส่วนตัวหรือเนอสเซอรี่ (Nursery) อะไรคือคำตอบสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้
ข้อดีของการให้พี่เลี้ยงดูแลเด็กที่บ้านของคุณเอง

1. ลูกน้อยของคุณได้รับการดูแลจากพี่เลี้ยงแบบใกล้ชิด ทำให้เด็กรู้สึกได้ถึงความเอาใจใส่ และมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี
2. มีความยืดหยุ่นในการทำกิจวัตรประจำวันเพราะเด็กไม่ต้อง กิน นอน หรือ เล่นตามตารางเหมือนอยู่ในศูนย์รับเลี้ยงเด็กหรือเนอสเซอรี่ (Nursery)
3. พี่เลี้ยงเด็กสามารถปรับเวลาการทำงานให้สอดคล้องกับเวลาทำงานและวันหยุดของคุณพ่อคุณแม่
4. คุณพ่อคุณแม่มีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้นเพราะไม่ต้องเผื่อเวลาในการรับส่ง ก่อนและหลังเลิกงาน
5. เด็กได้รับการดูแลในบรรยากาศที่คุ้นเคยและรู้สึกปลอดภัย
6. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเดินทางรับส่ง หมดปัญหาเรื่องรถติดและมลภาวะบนท้องถนน
7. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเตรียมตัวหรือจัดเตรียมของใช้ให้ลูก เช่น ขวดนม เสื้อผ้า หรือแพมเพิส
8. ลดความเสี่ยงของโรคติดต่อ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ภูมิต้านทานยังน้อยจะเจ็บป่วยได้ง่าย หากต้องอยู่ปะปนกับเด็ก ๆ อื่น
9. มีคนอยู่บ้านตลอดเวลาในขณะที่คุณพ่อคุณแม่ออกไปทำงาน

ข้อดีของการเข้าเนอสเซอรี่ (Nursery)

1. ฝึกทักษะการเข้าสังคมเพราะเด็กต้องอยู่ร่วมกับเด็กคนอื่น ๆ และครูพี่เลี้ยง
2. ค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับการจ้างพี่เลี้ยงส่วนตัว
3. เนอสเซอรี่มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อให้เด็กฝึกทักษะผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ
คุณสมบัติอะไรบ้างที่พี่เลี้ยงเด็กควรมี
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงเด็กส่วนตัว ใส่ใจขอแนะนำให้คุณพ่อคุณมองหาคุณสมบัติและทักษะเหล่านี้ในตัวพี่เลี้ยงเด็กเพื่อให้ได้คนที่ตรงใจที่สุดค่ะ

1. ความอดทน พี่เลี้ยงเด็กต้องมีเข้าใจในธรรมชาติและอดทนต่อพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนที่แตกต่างกัน
2. ทักษะการต่อรอง พี่เลี้ยงเด็กต้องมีเทคนิคในการเจรจาสื่อสารเพื่อโน้มน้าวให้เด็กเชื่อฟังโดยไม่ใช้การบังคับ
3. ทักษะแก้ปัญหา พี่เลี้ยงเด็กต้องมีความสามารถในการจัดการและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องรายงานคุณพ่อคุณแม่หากไม่ใช่เรื่องร้ายแรง
4. ความคิดสร้างสรรค์ พี่เลี้ยงเด็กควรมีความคิดสร้างสรรค์ หากิจกรรมที่เหมาะสำหรับเด็กในแต่ละช่วงวัยเพื่อให้เด็กได้เล่นเพลิดเพลินและฝึกช่วยเหลือตัวเอง
5. ตรงต่อเวลา พี่เลี้ยงเด็กต้องเป็นคนที่ตรงต่อเวลาและมีความรับผิดชอบในงานของตัวเอง คือต้องมาทำงานและเลิกงานตามเวลาที่ตกลงไว้กับคุณพ่อคุณแม่ หากมีเหตุสุดวิสัยทำให้มาสายควรแจ้งให้คุณพ่อคุณแม่ทราบโดยเร็วที่สุด
6. สุขภาพดี พี่เลี้ยงต้องเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงและดูแลตัวเองทั้งเสื้อผ้า หน้า ผมให้สะอาดอยู่เสมอ
7. วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรืออุบัติเหตุ พี่เลี้ยงต้องมีความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และสามารถช่วยเหลือเด็กได้ทันที
หากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ลูก ๆ อยู่กับพี่เลี้ยงตามลำพัง ควรทำอย่างไร
ใส่ใจขอพูดถึงข้อกังวลและแนวทางแก้ไขเมื่อคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลลูกๆ ที่บ้าน

1. ความปลอดภัยของลูกน้อย สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลมากที่สุดคือความปลอดภัย ไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุหรือการกระทำรุนแรงของพี่เลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของลูกน้อยทั้งทางร่างกายและพฤติกรรม ควรพูดคุย ซักถามเด็กอยู่เป็นประจำเกี่ยวกับกิจกรรมระหว่างวันที่ลูก ๆ ทำกับพี่เลี้ยง การติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในบ้านเป็นอีกวิธีที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่อุ่นใจขึ้น
2. ประสบการณ์การทำงาน บางครั้งพี่เลี้ยงเด็กอาจไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับประสบการณ์ทำงานและความชำนาญของตน นอกจากการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่อาจจะให้มีการทดลองงานสักระยะหนึ่งเพื่อดูว่าพี่เลี้ยงเด็กมีความชำนาญหรือสามารถทำงานได้ตามมอบหมายหรือไม่
3. พี่เลี้ยงเด็กหยิบฉวยทรัพย์สินในบ้าน หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่เจอพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์แต่ยังกังวลว่าพี่เลี้ยงเด็กอาจพยายามขโมยสิ่งของมีค่าภายในบ้าน แนวทางป้องกันที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้คือ ไม่วางสิ่งของมีค่าไว้ในที่เปิดเผย ล็อคลิ้นชักเก็บของและประตูห้องที่พี่เลี้ยงเด็กไม่จำเป็นต้องใช้ คุณพ่อคุณแม่อาจจะติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ภายในบ้านเพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาได้อีกทาง
ข้อตกลงสำคัญที่พ่อแม่ควรตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงานมีอะไรบ้าง?
สัญญาหรือข้อตกลงในการทำงานเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยงเด็กต้องตกลงร่วมกันเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันในขอบเขตการทำงานและค่าตอบแทน การทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรอาจจะไม่จำเป็นเสมอไป แต่การร่างหรือการบันทึกรายการช่วยให้ทั้งสองฝ่ายจดจำรายละเอียดต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น มีอะไรบ้างที่คุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยงเด็กควรตกลงกันก่อนเริ่มงาน

1. วันเริ่มงาน ควรมีวันเริ่มงานให้ชัดเจนเพื่อประโยชน์และไม่เป็นการเสียเวลาของทั้งคุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยงเด็ก
2. ชั่วโมงการทำงานและวันหยุด ตกลงเรื่องเวลาทำงาน จำนวนชั่วโมงการทำงานในแต่ละวันและวันหยุด เพื่อให้ตารางการทำงานของพี่เลี้ยงเด็กสอดคล้องกับเวลาทำงานของพ่อคุณแม่มากที่สุด และทั้งสองฝ่ายควรรักษาเวลา
3. ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ กำหนดความรับผิดชอบของพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจน
4. ค่าแรงและกำหนดการจ่าย ค่าแรงของพี่เลี้ยงเด็กอาจขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงาน เช่นพี่เลี้ยงเด็กรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์และรายเดือน ซึ่งกำหนดการจ่ายเงินอาจจะแตกต่างกันไปตามลักษณะการทำงานนี้ด้วย
5. ค่าแรงในกรณีทำงานล่วงเวลา หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้พี่เลี้ยงเด็กทำงานล่วงเวลา ควรสอบถามความสมัครใจของพี่เลี้ยงและตกลงกันให้ชัดเจนเรื่องค่าแรง
6. การโพสต์รูปหรือข้อความเกี่ยวกับเด็กลงสื่อออนไลน์ (Social Medias) คุณพ่อคุณแม่คงไม่อยากให้มีรูปภาพ หรือข้อความเกี่ยวกับลูก ๆ ถูกโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ค หรืออินสตาแกรม โดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรทำความตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กในเรื่องนี้ด้วย
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่ควรพูดคุยตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน

จตุจักรกับความเป็นมาที่ควรทราบ

จตุจักรในอดีตคือ ตำบลลาดยาว อำเภอบางเขน จังหวัดพระนคร ก่อนจะมีการสร้างชุมชน บ้านจัดสรรต่างๆ แต่เดิมประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามคลองต่างๆ เช่น คลองบางเขน คลองเปรมประชากร คลองบางซื่อ เป็นต้น หลังจากมีการรวมกันของจังหวัดพระนคร และจังหวัดธนบุรี มาเป็นกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน ทำให้มีการยกฐานะตำบลให้กลายเป็นแขวง อำเภอกลายเป็นเขต ทำให้ลาดยาวจากเดิมเป็นตำบลลาดยาว เปลี่ยนเป็น แขวงลาดยาว เขตบางเขน ภายหลังพื้นที่บริเวณนี้เจริญและมีประชากรเพิ่มขึ้นมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และบางแขวงอยู่ไกลจากสำนักงานเขต โดยเฉพาะแขวงลาดยาว กระทรวงมหาดไทยจึงได้แยกเขตบางเขนออกเป็น 3 เขต ได้แก่เขตบางเขน เขตดอนเมือง และเขตลาดยาว ทำให้แขวงลาดยาวทั้งหมดเป็นพื้นที่ของ เขตจตุจักร คำว่าจตุจักร หมายถึง สี่รอบราศี ซึ่งในปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีพระชนมพรรษาครบ 4 รอบ กรุงเทพมหานคร ได้มีการสร้างสวนจตุจักรขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ และสิริมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสวนแห่งนี้ว่า สวนจตุจักร กรุงเทพมหานครจึงนำชื่อนี้มาเป็นที่ตั้งของเขตที่ตั้งขึ้นใหม่ จากเดิมเขตจตุจักรมีเพียงแขวงเดียว คือแขวงลาดยาว ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่อย่างแน่นหนา บ้านเลขที่ซ้ำกันมาก ในปี พ.ศ 2545 มีการเปลี่ยนพื้นที่แขวงใหม่ในเขตจตุจักร โดยมีการตั้งแขวงเสนานิคม แขวงจอมพล และแขวงจตุจักร แยกออกจากแขวงลาดยาว เพื่อความสะดวกของการติดต่อราชการ ปัจจุบันเขตจตุจักรแบ่งการปกครองออกเป็น 5 แขวงได้แก่ แขวงลาดยาว แขวงเสนานิคม แขวงจอมพล และแขวงจตุจักร



ชีวิตความเป็นอยู่ที่ลงตัว ณ เขตจตุจักร

จตุจักร หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ สวนจตุจักร พื้นที่สำคัญที่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางเส้นสำคัญในกรุงเทพ ตอนเหนือ กับหัวเมืองชั้นใน รวมถึงพื้นที่ต่างๆทั่วกรุงเทพ ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้เป็นชานเมือง มีชุมชนค่อนข้างน้อย และที่ดินส่วนใหญ่ก็เป็นของภาครัฐ หลังจากมีการนำที่ดินของภาครัฐในย่านนี้มาใช้ประโยชน์ด้านสาธารณะต่างๆ ส่งผลให้ผู้คนจากพื้นที่ต่างๆเข้ามาอยู่ในบริเวณนี้ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จตุจักรคือพื้นที่ศูนย์กลางการเดินทาง มีสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ(จตุจักร) หรือที่เรียกว่า สถานีขนส่งหมอชิต ทั้งคนต่างจังหวัดที่เข้าสู่กรุงเทพ และคนจากกรุงเทพที่ต้องการเดินทางไปพื้นที่ต่างๆ เพราะผู้คนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาจากภาคเหนือ ภาคอีสานหรือต้องการไปภาคเหนือ ภาคอีสาน ด้วยรถทัวร์เพื่อเข้า-ออก กรุงเทพ จะลงสถานีนี้ เรียกได้ว่าบริเวณนี้เป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญของการเดินทาง และรถเมล์จากทั่วทุกมุมของกรุงเทพก็วิ่งเข้ารับ-ส่งคนในพื้นที่แห่งนี้ อีกทั้งยังมี สวนจตุจักร สวนสาธารณะในพื้นที่ 100 ไร่ สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ จุดเด่นที่น่าสนใจของสวนสาธารณะแห่งนี้คือ หอนาฬิกา ประติมากรรมอาเซียน 6 ประเทศ นาฬิกาดอกไม้เป็นต้น อีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่เป็นไฮไลต์ของจตุจักรคือ ตลาดนัดจตุจักร หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า JJ Market ตลาดนัดขนาดใหญ่กว่า8,000 แผงค้า ทั้งเสื้อผ้า ผักผลไม้ สัตว์เลี้ยง ต้นไม้ และอาหารเป็นต้น เรียกได้ว่าจตุจักรคือศูนย์กลางทั้งการเดินทาง สวนสาธารณะขนาดใหญ่ และตลาดนัด ส่งผลให้ผู้คนจากทั่วทุกพื้นที่เข้าสู่ย่านนี้อย่างมหาศาล เพื่อการเดินทาง การท่องเที่ยว และพักผ่อนหย่อนใจ หากใครยังไม่เคยมาเยือนย่านนี้ ถือว่าพลาดเลยทีเดียว



พิพิธภัณฑ์เด็กจตุจักร มีอะไรน่าสนใจกว่าที่คิด

ถ้าถามเด็กๆ ว่าวันหยุดอยากไปเที่ยวที่ไหน หลายๆคนคงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “ทะเล สวนสัตว์ สวนสนุก ห้างสรรพสินค้า” คงไม่มีเด็กคนไหนบอกว่าอยากไป พิพิธภัณฑ์ หรือมีก็น้อยมาก เพราะพิพิธภัณฑ์ในความคิดของเด็กหลายๆคน คงจะเต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่แสนน่าเบื่อ ไม่มีของเล่นไว้ให้เล่น ความคิดเหล่านั้นของเด็กๆจะหายไป หากได้มาเที่ยว พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร แห่งที่ 1 (จตุจักร) จัดตั้งขึ้นตามพระราชปรารภใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ที่มีพระราชประสงค์เพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์อย่างเพลิดเพลิน ภายใต้แนวคิด “Learning for Young Creative Mind” เน้นการเรียนรู้ที่หลากหลาย กระตุ้นให้เด็กๆ ฝึกใช้ความคิดสร้างสรรค์ ลงมือทำ ร่วมกันวางแผน และกล้าแสดงออกร่วมกัน ให้สอดคล้องกับการพัฒนาและศักยภาพของเด็กแต่ละวัย ดังคำกล่าวที่ว่า “เด็กคืออนาคตของชาติ” การพัฒนาประเทศให้เติบโต มั่นคง ต้องเริ่มตั้งแต่การพัฒนาเด็กให้เติบโตเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะทำให้น้องๆหนูเพลิดเพลินไปกับความสนุกหลากหลายรูปแบบในพิพิธภัณฑ์ได้แก่ สนามเด็กเล่นแบบ Outdoor เป็นพื้นทราย และข้างๆจะเป็นพื้นโฟม มีสไลเดอร์กับชิงช้า และสวนน้ำที่เปิดให้เล่นน้ำเป็นรอบตามเวลา ภายในพิพิธภัณฑ์มีอาคารหลักๆอยู่ 2 อาคารได้แก่ อาคารทอตะวัน (สำหรับเด็ก 7-12 ปี) ประกอบไปด้วย 3 ชั้น และอีก 1 ชั้นลอย ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่นิทรรศการความรู้ และอาคารสายรุ้ง (สำหรับเด็ก 0-6 ปี) ประกอบไปด้วย 2 ชั้น จะเป็นพื้นที่นิทรรศการความรู้สำหรับเด็กและผู้ปกครองในสภาพที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาสมองและกล้ามเนื้อ พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งนี้ เข้าชมฟรี วันอังคาร-วันอาทิตย์ หยุดทุกวันจันทร์ เวลา 10.00-16.00 น. เข้าชมฟรีเพียงแค่ผู้ปกครองแสดงบัตรประชาชนและลงทะเบียนด้านหน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์