ดูแลเด็ก ใน บางขุนเทียน, กรุงเทพมหานคร

ดูแลเด็ก ใน บางขุนเทียน, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ระบุวันที่
Narumon
Narumon
Saijai ค่าบริการ ฿900 - 1,500/วัน
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

จบหลักสูตร NA ฝึกงานที่โรงพยาบาลสุขุมวิทหลักสูตรดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิดและผู้สูงอายุเป็นผู้ช่วยเหลือคนไข้ เคยดูแลเด็กตามบ้านผู้ว่าจ้างและเลี้ยงที่บ้านตัวเอง

แสดงเพิ่มเติม
ญาณิศา  เฟื่องฟู
ญาณิศา เฟื่องฟู
Saijai ค่าบริการ ฿1,300 - 1,500/วัน
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

สวัสดีค่ะชื่อแพ็คนะคะเป็นคนซื่อสัตย์ค่ะเต็มที่กับงานสามารถแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับการทำงานได้มีความรับผิดชอบ ชอบเล่นกับเด็กรักเด็กชอบทำอาหารขับรถได้ค่ะเรียนจบมหาวิทยาลัยรามคำแหงคณะรัฐศาสตร์

การทำงาน ทำงานกับเด็กมาตลอดชีวิตเลยถนัดในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กทำแล้วมีความสุขค่ะอยากช่วยปลูกฝั่งเด็กๆทุกคนให้โตมาเเบบมีศักยภาพ

แสดงเพิ่มเติม
อรวรรณ มีมุข
อรวรรณ มีมุข
Saijai ค่าบริการ ฿800 - 1,500/วัน
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี

สวัสดีค่ะ ชื่อจอยนะคะ อายุ 22 ปีค่ะ เพิ่งจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลันหอการค้าไทย สาขาภาษาอังกฤษและการแปลค่ะ เคยช่วยพี่เลี้ยงหลานตอนช่วงปิดเทอมค่ะ และตอนนี้อยากหาประสบการณ์เลี้ยงเด็กเพิ่มค่ะ เพื่อที่จะสมัครเป็นออแพร์ที่ต่างประเทศค่ะ เป็นคนใจเย็นและใจดีค่ะ สามารถสอนภาษาอังกฤษน้องและสอนการบ้านน้องได้ค่ะ เข้ากับเด็กได้ดีและชอบอยู่กับเด็กค่ะ

แสดงเพิ่มเติม

ชื่อหนิงค่ะ ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม ทำงานสอนดนตรี(กีตาร์คลาสสิก) สอนตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ รวมถึงสอนเด็กที่มีความพิเศษ(ออทิสติกด้วยค่ะ) มีกิจกรรมที่ทำกับเด็กอยู่เรื่อยๆค่ะ รักเด็ก ชอบอยู่กับเด็กๆค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
ศิตอร  ภูสุวรรณ
ศิตอร ภูสุวรรณ

มีประสบการณ์พี่เลี้ยงเด็ก เคยดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนอายุ 8 ขวบค่ะ ชงนม ป้อนข้าว อาบน้ำ ดูแลทั่วไปค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
Thipsuda Pornsurat
Thipsuda Pornsurat
Saijai ค่าบริการ ฿450 - 600/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี

Helloo, My name is noon and i'm 27 years old. graduated from kasetsart university, i very love the kid from my background and just want to have a good experience, wanna play with your kid!! my personality is always smile, happy girl with a kindness. I have been in USA about 4 months and have experience to play with kid of my host.

สวัสดีค่ะ ชื่อนุ่น อายุ 27ปี จบป.ตรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นคนรักเด็กมากๆและชอบเล่นกับเด็กๆ พื้นฐานเคยเลี้ยงน้องๆมา2คน และอยากมาหาประสบการณ์วันว่างเสาร์อาทิตย์

แสดงเพิ่มเติม
ผกากาญจน์  รื่นอุรา
ผกากาญจน์ รื่นอุรา
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 46 ปี

มีประสบการณ์พี่เลี้ยงมา 1 ปี ค่ะ ดูแลเด็กได้ทุกวัย ตั้งแต่ 6 เดือน

แสดงเพิ่มเติม
Beya Ruangdech
Beya Ruangdech
Saijai ค่าบริการ ฿500 - 1,000/วัน
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี

สามารถเล่นกับเด็ก ๆ เสริมพัฒนาการทุก ๆ ด้าน

แสดงเพิ่มเติม
กัญญารัตน์  สาธรณ์
กัญญารัตน์ สาธรณ์
Saijai ค่าบริการ ฿200 - 400/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

ดิฉันชื่อหวาน ค่ะรักเด็กชอบอยู่กับเด็ก มีความอดทนสูงเป็นคนใจเย็นค่ะ มีประสบการการทำงานcall center มา2ปี6เดือนค่ะวันหยุดมีสอนพิเศษวิชาสังคมภาษาไทยให้เด็กอนุบาลกับน้องวัยประถม เคยเลี้ยงหลานมา3ปี สามารถสอนหนังสือเพิ่มเติมให้น้องได้ค่ะหากทางผู้ปกครองของน้องต้องการ

แสดงเพิ่มเติม
ปทิตตา เข็มทอง
ปทิตตา เข็มทอง
Saijai ค่าบริการ ฿18,000 - 20,000/เดือน
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 48 ปี

รักเด็ก ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ตรงไปตรงมา ค่าจ้างไม่รวมเบี้ยเลี้ยง

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

วิลาภรณ์ สุทธิรักษ์
1 ปีที่แล้ว
ดิฉันกับสามีทำงานประจำทั้งคู่ค่ะ ไม่มีใครคอยอยู่ดูแลลูกที่บ้านเลย ลูกติดนิสัยชอบอยู่แต่ในบ้านและซนกับพี่เลี้ยงมาก จนพี่เลี้ยงหลาย ๆ คนทนไม่ไหวถึงกับขอลาออกเอง โชคดีที่ได้เจอพี่เลี้ยงคนนี้บนเว็บใส่ใจ พี่ลี้ยงเข้ากับน้องได้ดีค่ะ
ปารีณา ภักดีดำรงค์ศักดิ์
1 ปีที่แล้ว
ดิฉันเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ ทำงานทุกวัน ไม่มีเวลาดูแลลูก บางครั้งต้องเอาไปฝากญาติ ๆ แต่ตอนนี้เลยตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงเด็กของทางใส่ใจ ตอนแรกก็ไม่รู้เลยค่ะว่ามีขั้นตอนในการจ้างพี่เลี้ยงเด็กอย่างไรบ้าง เลยติดต่อเบอร์ของทางใส่ใจไป อยากจะบอกว่าประทับใจการให้บริการมาก ๆ ค่ะ ทางใส่ใจให้ข้อมูลทุกอย่างครบถ้วนตามที่เราต้องการอยากทราบ ประทับใจจริง ๆ ค่ะ
แม่น้องกัญ
1 ปีที่แล้ว
เราทำงานนอกบ้าน เลยหาพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลน้องที่บ้าน ค้นหาข้อมูลดูเวปนี้ให้รายละเอียดพี่เลี้ยงน่าสนใจ ราคาเรารับได้ เราเลยให้น้องมาทดลองงานก่อนเราไปทำงาน น้องมีประสบการณ์มา เลยปรับตัวไม่ยาก เวลาเราอยู่น้องจะช่วยหยิบจับของทำโน่นทำนี่ไป ประทับใจคะ สองเดือนแล้วน้องทำงานดี มีระเบียบเรียบร้อย คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เราไว้ใจให้น้องคนนี้ดูแล
ชื่นนภา วัฒนพันธ์
1 ปีที่แล้ว
เมื่อก่อนไม่กล้าจ้างพี่เลี้ยงเด็ก แต่ลองจ้างผ่านทางใส่ใจดู พี่เลี้ยงทำงานได้น่าพอใจมาก ๆ พูดเพราะมาก จนลูกเราติดคำพูดเลยค่ะ ราคาก็ที่ไม่สูงเกินไป จับต้องได้สำหรับคนที่มีรายได้ไม่เยอะอย่ามากต่อเดือน คุณแม่คนไหนอยากหาพี่เลี้ยงเด็ก แนะนำเลยค่ะ
ภัทรา กิจบำรุง
1 ปีที่แล้ว
อยู่ ๆ พี่เลี้ยงคนเก่าลาออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้าต้องรีบหาพี่เลี้ยงใหม่แบบเร่งด่วน ไม่รู้จะทำยังไง บังเอิญมาเจอเว็บใส่ใจ หาพี่เลี้ยงคนใหม่ได้ง่ายมาก ๆ แถมได้คนดี มีประสบการณ์ ทำงานคล่อง เยี่ยมเลยค่ะ ประทับใจสุด ที่สำคัญคุณแม่สบายใจได้คนมาทำงานทันที

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลเด็ก

พี่เลี้ยงเด็กส่วนตัวหรือเนอสเซอรี่ (Nursery) อะไรคือคำตอบสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้
ข้อดีของการให้พี่เลี้ยงดูแลเด็กที่บ้านของคุณเอง

1. ลูกน้อยของคุณได้รับการดูแลจากพี่เลี้ยงแบบใกล้ชิด ทำให้เด็กรู้สึกได้ถึงความเอาใจใส่ และมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี
2. มีความยืดหยุ่นในการทำกิจวัตรประจำวันเพราะเด็กไม่ต้อง กิน นอน หรือ เล่นตามตารางเหมือนอยู่ในศูนย์รับเลี้ยงเด็กหรือเนอสเซอรี่ (Nursery)
3. พี่เลี้ยงเด็กสามารถปรับเวลาการทำงานให้สอดคล้องกับเวลาทำงานและวันหยุดของคุณพ่อคุณแม่
4. คุณพ่อคุณแม่มีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้นเพราะไม่ต้องเผื่อเวลาในการรับส่ง ก่อนและหลังเลิกงาน
5. เด็กได้รับการดูแลในบรรยากาศที่คุ้นเคยและรู้สึกปลอดภัย
6. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเดินทางรับส่ง หมดปัญหาเรื่องรถติดและมลภาวะบนท้องถนน
7. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเตรียมตัวหรือจัดเตรียมของใช้ให้ลูก เช่น ขวดนม เสื้อผ้า หรือแพมเพิส
8. ลดความเสี่ยงของโรคติดต่อ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ภูมิต้านทานยังน้อยจะเจ็บป่วยได้ง่าย หากต้องอยู่ปะปนกับเด็ก ๆ อื่น
9. มีคนอยู่บ้านตลอดเวลาในขณะที่คุณพ่อคุณแม่ออกไปทำงาน

ข้อดีของการเข้าเนอสเซอรี่ (Nursery)

1. ฝึกทักษะการเข้าสังคมเพราะเด็กต้องอยู่ร่วมกับเด็กคนอื่น ๆ และครูพี่เลี้ยง
2. ค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับการจ้างพี่เลี้ยงส่วนตัว
3. เนอสเซอรี่มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อให้เด็กฝึกทักษะผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ
คุณสมบัติอะไรบ้างที่พ่อแม่ควรมองหาจากพี่เลี้ยงเด็กก่อนตกลงจ้าง
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คุณพ่อคุณแม่สักคนจะตัดสินใจหาใครมาดูแลลูกน้อยที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ วันนี้ใส่ใจมีข้อมูลของทักษะและคุณสมบัติที่พี่เลี้ยงเด็กควรมีมาฝากให้คุณพ่อคุณแม่ลองเช็คกันดูก่อนตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงสักคน

1. พี่เลี้ยงเด็กต้องมีความอดทนสูง คุณพ่อคุณแม่ต้องมั่นใจว่าพี่เลี้ยงเด็กต้องมีความเข้าใจเด็ก สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี และที่สำคัญที่สุดคือเป็นคนที่มีความอดทนสูง
2. พี่เลี้ยงเด็กควรรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรืออุบัติเหตุ พี่เลี้ยงต้องมีความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และสามารถช่วยเหลือเด็กได้ทันที เช่น เด็กที่อยู่ภายใต้การดูแลเกิดอุบัติเหตุหกล้ม มีแผลถลอก พี่เลี้ยงต้องรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อของแผล เป็นต้น ดังนั้นคุณพ่อและคุณแม่ควรเลือกพี่เลี้ยงที่มีทักษะด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพราะเป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ
3. พี่เลี้ยงเด็กควรมีทักษะการแก้ไขปัญหา พี่เลี้ยงจะต้องรู้วิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งผู้ว่าจ้างเสมอไปหากปัญหานั้นไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรง
4. ทำอาหารเป็น ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะที่พี่เลี้ยงเด็กจำเป็นต้องมี พี่เลี้ยงไม่ได้มีหน้าที่แค่ดูแลเด็กอย่างเดียวเท่านั้น แต่พี่เลี้ยงอาจจะต้องเตรียมอาหารให้เด็ก ๆ รับประทานในแต่ละมื้อด้วย หากอาหารอร่อยถูกปาก เด็กจะเจริญอาหารและอารมณ์ดี ที่สำคัญที่สุดที่พี่เลี้ยงต้องใส่ใจและจดจำด้วยว่าเด็ก ๆ ที่ดูแลนั้น แพ้อาหารอะไรบ้าง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากการรับประทานสิ่งที่แพ้เข้าไป
5. มีความคิดสร้างสรรค์ในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก พี่เลี้ยงจะต้องเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถร่วมทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ ในระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวิชาการหรือสันทนาการ เช่น พี่เลี้ยงเด็กอาจจะสอนเด็กนับเลข ฝึกการอ่าน หรือระบายสีเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์เหล่านี้
อะไรที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่คลายความกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ลูก ๆ อยู่กับพี่เลี้ยงตามลำพัง
เมื่อคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลลูก ๆ ของคุณ ความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจ คุณพ่อคุณแม่มีวิธีการใดบ้างที่จะหาพี่เลี้ยงที่วางใจได้ ใส่ใจมีวิธีการที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รู้จักตัวตนของพี่เลี้ยงเด็กมากขึ้น

1. ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีหากครอบครัวหรือเพื่อนของคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้แนะนำพี่เลี้ยงเด็กที่พวกเขารู้จัก อย่างน้อยก็มีคนรับรองพวกเขาได้ แต่สิ่งสำคัญก็คือต้องทำการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กและตรวจสอบประวัติของคุณเองเพื่อให้แน่ใจว่าเชื่อถือได้มากที่สุด
2. สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มองหาพี่เลี้ยงจากสื่อออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย (Social Media) เช่น เฟสบุ๊ค หรือไลน์ มองหาพี่เลี้ยงเด็กที่มีรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการก่อนหน้า ใช้เวลาอ่านและศึกษารีวิวเหล่านั้น
3. เชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง เมื่อคุณพ่อคุณแม่มีโอกาสสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงาน หากมีสัญญาณที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกไม่สบายใจ เช่น พี่เลี้ยงเด็กดูเป็นคนไม่กระตือรือร้น หรือไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส จงเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองที่ชี้ว่าคนคนนี้ไม่เหมาะสมกับงาน
4. ตรวจสอบประวัติ คุณพ่อคุณแม่อาจร้องขอให้พี่เลี้ยงตรวจสอบประวัติอาชญากรรมกับกองทะเบียนประวัติอาชญากร( http://www.criminal.police.go.th/ ) เพื่อให้แน่ใจว่าพี่เลี้ยงเด็กไม่มีประวัติกระทำผิดกฎหมายทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือและช่วยในการตัดสินใจ
พ่อแม่ควรตกลงอะไรบ้างก่อนจ้างพี่เลี้ยงเด็ก?
เมื่อคุณพ่อคุณแม่สามารถหาพี่เลี้ยงเด็กที่ถูกใจได้แล้ว ควรพูดคุยและตกลงกันเรื่องใดบ้างก่อนเริ่มงาน

1. วันและเวลาทำงาน คุณพ่อและคุณแม่ควรมีแผนการทำงานของพี่เลี้ยงที่ชัดเจน เช่นกำหนดวันทำงาน วันหยุด และเวลาทำงานในแต่ละวันให้ชัดเจน และควรถามความสมัครใจหากต้องการให้พี่เลี้ยงทำงานล่วงเวลา
2. ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ คุณพ่อคุณแม่ควรระบุขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจน หากต้องการให้พี่เลี้ยงทำงานบ้านหรืองานอื่น ๆ นอกจากดูแลเด็ก ควรตกลงกันให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน
3. ระยะเวลาการทดลองงาน หาดคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้พี่เลี้ยงทดลองงานก่อนสักระยะหนึ่งก่อนทำสัญญาว่าจ้าง ควรระบุช่วงระยะเวลาและเงื่อนไขในการทดลองงานให้ชัดเจน
4. ค่าจ้าง คุณพ่อคุณแม่ควรสอบถามและตกลงค่าจ้างของพี่เลี้ยงให้ชัดเจน และค่าจ้างควรจะสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และจำนวนชั่วโมงทำงานในแต่ละวัน ประสบการณ์ในการทำงานอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ประกอบการพิจารณาอัตราค่าจ้างได้
5. กรณีจ้างพี่เลี้ยงประจำแบบพักอาศัยร่วม คุณพ่อคุณแม่ต้องจัดการเรื่องที่พักให้กับพี่เลี้ยง รวมถึงอาหารในแต่ละวันตามตกลงกัน
6. ข้อตกลงในการอยู่อาศัยร่วมกัน คุณพ่อคุณแม่ควรบอกกล่าวพี่เลี้ยงให้ชัดเจนถึงกฎระเบียบต่าง ๆ สิ่งใดไม่ควรปฏิบัติของการอาศัยอยู่ร่วมกัน

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่ควรพูดคุยตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน

เที่ยวทะเลใกล้กรุง มุ่งไปบางขุนเทียน

บางขุนเทียน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้นที่นี่จึงเป็นจุดที่คนกรุงมาเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก เพียงแค่มีวันหยุดสั้นๆ เพียง 1-2 วันก็สามารถเดินทางมาเที่ยว บางขุนเทียน ได้แล้ว

ปัจจุบัน บางขุนเทียน ไม่ได้มีแค่ป่าชายเลนหรือทะเลอีกต่อไป มาดูกันว่าที่ บางขุนเทียน มีแหล่งท่องเที่ยวที่ไหนน่าสนใจบ้าง

1 ตลาด M Night Market บางขุนเทียน เป็นตลาดนัดแนวสบายๆ เน้นจัดธีมของตลาดเป็นแนวชายทะเล โดยเป็นตลาดนัดกลางแจ้งที่จัดโซนต่างๆ ไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นโซนขายของ ร้านอาหาร หรือบาร์ไว้นั่งชิลด์ เป็น Landmark ใหม่ที่ต้องมาเมื่อมาถึง บางขุนเทียน

ที่อยู่: แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ

2 ฟาร์มสมใจซีฟู้ด เป็นร้านลับอีกแห่งหนึ่งของ บางขุนเทียน ใครอยากทานอาหารที่นี่ ต้องล่องเรือไปถึงจะได้ทาน นั่งเรือเพลินๆ ไม่เกิน 10 นาที ผ่านป่าชายเลนไปนิดหน่อย ก็จะถึง ฟาร์มสมใจซีฟู้ด

สำหรับเมนูอาหารที่นี่จะมีไม่หลากหลายมากนัก เน้นคุณภาพของวัตถุดิบมากกว่า เมนูเด็ด เมนูแนะนำของร้านก็ได้แก่ ปลากระพงหลงชะคราม, ห่อหมกปลากะพงสูตรโบราณ, แกงส้มกุ้ง และ ปูไข่นึ่ง ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดของร้าน

ที่อยู่: ซอยริมคลองประมงแขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ

3 บ้านยายเวียง คาเฟ่เปิดใหม่ กับบรรยากาศดีๆ ได้อิงแอบแนบชิดธรรมชาติและทิวทัศน์ชายทะเลบางขุนเทียน แถมยังมีอาหารอร่อยๆ หลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารฟิวชั่น และอาหารสไตล์ยุโรป พร้อมเครื่องดื่มหลากหลายชนิด เมนูเด็ดๆ ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ ไก่ทอดบ้านยายเวียง, ตำแซลมอน, ตำซีฟู้ด และกุ้งใหญ่ผัดเส้นจันท์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้ผ่อนคลาย เช่น กิจกรรมพายเรือคายัค

ที่อยู่: ถนนบางขุนเทียน – ชายทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ



อาหารทะเลเด็ด อาหารทะเลดี ที่บางขุนเทียน

บางขุนเทียน หรือที่ใครๆ เรียกว่า ทะเลกรุงเทพ ถ้าหากอยากเที่ยวกรุงเทพให้เหมือนได้ไปเที่ยวทะเลหรือมีวันหยุดสั้นๆ แล้วอยากทานอาหารทะเลสดๆ อร่อยๆ ต้องมาที่นี่เลย มีให้เลือกหลายร้าน แต่ละร้านเรียกว่าเด็ด

1 ครัวคุณหน่อย ร้านนี้จะมีจุดเด่นตรงการจัดร้านอย่างสวยงาม ทำเป็นซุ้มให้ลูกค้าได้นั่งแบบส่วนตัว ชมวิวทะเลชิลด์ๆ มีการประดับไฟสีต่างๆรอบร้าน ในยามค่ำคืนจะสวยมาก ที่สำคัญคือ รสชาติของอาหารที่นี่เรียกได้ว่า สด ใหม่ ให้เยอะ เมนูเด็ดๆ ก็ได้แก่ ทอดมันปลากราย, ต้มยำไข่ปลาริวกิว, กุ้งแช่น้ำปลา, ปูอบวุ้นเส้น, ปูหลนเต้าเจี้ยว เป็นต้น

พิกัดร้าน ตั้งอยู่ที่ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ

2 จ๊ะโอ๋ ซีฟู้ด ร้านนี้จะตั้งอยู่ติดริมคลอง จึงเน้นอาหารทะเลสดๆ จากบ่อ ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา หรือ ปลาหมึก ก็มีให้เลือกสรรกันอย่างจุใจ สำหรับราคาอาหารก็จะคิดตามน้ำหนัก ภายในร้านเป็นอาคารมุงกระเบื้อง จัดที่นั่งโล่งๆ ทำให้อากาศถ่ายเทและนั่งสบาย เมนูแนะนำของร้าน คือ กุ้งเผา, ปูม้าอบวุ้นเส้น และ ปลาหมึกชุดแป้งทอด

พิกัดร้าน ตั้งอยู่ที่ 676/3 ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ

3 ครัวโบราณบันเทิง ร้านนี้จะเน้นตกแต่งร้านแบบทันสมัย โดยจุดที่น่าสนใจก็คือ ที่นั่งรับประทานอาหารด้านนอกของร้านสามารถหย่อนขาลงไปในบ่อปลาใต้โต๊ะได้ แต่หากไม่ชอบก็มีโซนห้องแอร์ให้บริการเช่นกัน เมนูแนะนำที่นี่ คือ ปลากะพงทอดน้ำปลา และ แกงส้มแป๊ะซะ

พิกัดร้าน ตั้งอยู่ที่ 7123 ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ



เลี้ยงเด็กอย่างไรให้พัฒนาการดี

คุณพ่อคุณแม่สมัยนี้มักบ่นกันว่าการเลี้ยงลูกนั้นยาก บ้างก็บ่นว่าเด็กดื้อและไม่เชื่อฟัง แต่ถ้าจะมองในความเป็นจริงแล้ว เด็กจะเติบโตและมีพฤติกรรมอย่างไร ขึ้นอยู่กับวิธีการเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนของพ่อแม่เป็นหลัก ข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ในการเลี้ยงดูบุตรหลาน มีวิธีการอย่างไรบ้าง มาดูกันค่ะ

1 ให้กำลังใจเด็กด้วยคำชม เมื่อเด็กทำอะไรที่ดี หรือทำสิ่งที่ได้รับการมอบหมายมาจากพ่อแม่ได้ประสบความสำเร็จ การให้กำลังใจหรือคำชมเชยเมื่อเขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง เหมือนเป็นการให้รางวัลตอบแทนอย่างหนึ่ง ทำให้เด็กมีความภูมิใจและเคารพตัวเอง

2 ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน วิธีนี้พ่อแม่จะต้องเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติตัวโดยการอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่วัยเด็ก ลูกอาจจะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณเล่าแต่จะทำให้เด็กรู้สึกสนุกและอยากมีส่วนร่วมกับการอ่านของพ่อแม่ และจะพัฒนาให้เด็กสนใจในการอ่านและรักการอ่านไปในตัว

3 ใช้หัวใจในการเลี้ยงดู การเลี้ยงเด็กอย่างถูกต้อง ต้องเข้าใจว่าเด็กต้องการความรัก การเอาใจใส่ ไม่ใช่การเลี้ยงด้วยเงิน หรือทำตามหน้าที่ของพ่อแม่ แต่ไม่ได้ให้ความรักและความอบอุ่นกับลูก มีเวลาพูดคุย และแสดงความรัก

4 เลี้ยงเด็กด้วยความเข้าใจ ให้อิสระในการพูดคุยแสดงความคิดเห็น การเลี้ยงเด็กให้มีพัฒนาการดี ต้องให้เขาเป็นตัวของตัวเอง สามารถแสดงความคิดเห็นได้ พ่อแม่ไม่ควรเลี้ยงลูกด้วยการกดดันหรือไม่ให้เขาแสดงความคิดเห็นใดๆ เลย แต่พ่อแม่จะเป็นผู้ที่คอยบอก คอยเตือนหากความคิดเห็นต่างๆ ของเด็กเป็นสิ่งที่ผิด ต้องคอยให้คำชี้แนะในสิ่งที่ถูกที่ควร

5 ใช้สัมผัสเพื่อแสดงออกถึงความรัก เช่น การกอด การจับมือ หรือการหอม เป็นการแสดงความรู้สึกทางความรักผ่านการสัมผัส และเป็นการสร้างความอบอุ่นภายในครอบครัวอีกด้วย