ดูแลเด็ก ใน ปทุมวัน, กรุงเทพมหานคร

ดูแลเด็ก ใน ปทุมวัน, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ระบุวันที่
Narumon
Narumon
Saijai ค่าบริการ ฿900 - 1,500/วัน
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

จบหลักสูตร NA ฝึกงานที่โรงพยาบาลสุขุมวิทหลักสูตรดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิดและผู้สูงอายุเป็นผู้ช่วยเหลือคนไข้ เคยดูแลเด็กตามบ้านผู้ว่าจ้างและเลี้ยงที่บ้านตัวเอง

แสดงเพิ่มเติม
ญาณิศา  เฟื่องฟู
ญาณิศา เฟื่องฟู
Saijai ค่าบริการ ฿1,300 - 1,500/วัน
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

สวัสดีค่ะชื่อแพ็คนะคะเป็นคนซื่อสัตย์ค่ะเต็มที่กับงานสามารถแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับการทำงานได้มีความรับผิดชอบ ชอบเล่นกับเด็กรักเด็กชอบทำอาหารขับรถได้ค่ะเรียนจบมหาวิทยาลัยรามคำแหงคณะรัฐศาสตร์

การทำงาน ทำงานกับเด็กมาตลอดชีวิตเลยถนัดในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กทำแล้วมีความสุขค่ะอยากช่วยปลูกฝั่งเด็กๆทุกคนให้โตมาเเบบมีศักยภาพ

แสดงเพิ่มเติม
Kornkawin Auethanapa
Kornkawin Auethanapa
Saijai ค่าบริการ ฿200 - 300/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

"คุณแม่มี passion ในการดูแลเด็ก และชอบเล่นกับเด็กๆมาก มีความสุขทุกครั้งที่ได้ใช้เวลากับเด็กๆ ด้วยประสบการณ์เลี้ยงลูกคนเดียวกว่า 10 ปี"

- ปลอดภัย ไว้ใจได้ มีที่อยู่แน่นอน (ยินดีมอบสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านให้แก่ผู้ว่าจ้าง)

- สามารถสอนทำการบ้านทุกวิชา (กรณีหลักสูตรอินเตอร์อาจจะไม่ 100% นะคะ)

- สามารถ request activities ได้ เช่น สอนอ่าน-เขียน ตีแบด ขี่จักรยาน เย็บปัก เป็นต้น

- ให้คำปรึกษา วางแผนในการเลี้ยงดูได้

- พาออกไปเที่ยวนอกสถานที่ (เบิกค่าใช้จ่ายตามจริง + ค่าเดินทาง) เช่น Haborland ดูหนัง เป็นต้น

- ทำอาหาร และล้างจาน

- ซื้อของใช้เข้าบ้าน (เบิกราคาตามจริง + ค่าเดินทาง)

ส่วนเพิ่มเติม

- เปลี่ยนผ้าปูที่นอน 100 บาท/ห้อง

- กวาดถูบ้าน 400 บาท/ครั้ง (ไม่รวมล้างห้องน้ำ)

- ซัก ตาก พับผ้า 200 บาท/ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม
สุชานันท์ คำอินทร์
สุชานันท์ คำอินทร์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 38 ปี

ชอบเด็ก รักที่จะเห็นพัฒนาการของเด็กที่เจริญเติบโตขึ้น

แสดงเพิ่มเติม
กฤติยา สนธิ
กฤติยา สนธิ
Saijai ค่าบริการ ฿18,000/เดือน
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 31 ปี

เป็นคนคุยเก่ง เล่นกับเด็กได้ทุกเพศและทุกวัย สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลน้องได้ตามความต้องการของนายจ้าง ยอมรับความคิดเห็นและคำติชมของผู้อื่นเสมอ โอทีวันละ 800 บาท

แสดงเพิ่มเติม
กัญชพร เชื้อแถว
กัญชพร เชื้อแถว
Saijai ค่าบริการ ฿300 - 500/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

งานประจำเป็นครูพี่เลี้ยงอยู่เนอสเซอรี่ ทำงานมา 6 ปี เป็นคนขี้เล่น เฟรนลี่ อยู่ที่ทำงานเป็นครูผู้นำสอนน้องทำกิจกรรมในด้านพัฒนาการต่างๆ

แสดงเพิ่มเติม
วิมลทิพย์  โถสโมสร
วิมลทิพย์ โถสโมสร
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี

กำลังศีกษาหลักสูตร NA ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
พิมพ์พิชญา แสนลุน
พิมพ์พิชญา แสนลุน
Saijai ค่าบริการ ฿150 - 300/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี
Saijai อายุ 17 ปี

ยิ้มเก่ง มีมารยาท รักเด็ก

แสดงเพิ่มเติม
รพินทร์ ลีภัทรวงศ์
รพินทร์ ลีภัทรวงศ์
Saijai ค่าบริการ ฿300/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 30 ปี

รู้หน้าที่ตัวเอง รับผิดชอบในงานตัวเองได้ดี เป็นคนตลก ร่าเริง สดใส ชอบเล่นกับเด็กๆ ขยันทำงาน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้

แสดงเพิ่มเติม
Beya Ruangdech
Beya Ruangdech
Saijai ค่าบริการ ฿500 - 1,000/วัน
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี

สามารถเล่นกับเด็ก ๆ เสริมพัฒนาการทุก ๆ ด้าน

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

กรรชัย วงศ์พานิชญ์
1 ปีที่แล้ว
พี่เลี้ยงเด็กที่จ้างผ่านเว็บใส่ใจคือดีจริง ๆ พี่เลี้ยงเด็กมีประสบการณ์ในการเลี้ยงดูเด็กและเป็นคนที่ซื่อสัตย์มาก ทำให้คนเป็นแม่อย่างเราหายห่วงลูกเลยจริง ๆ หากใครที่กำลังมองหาพี่เลี้ยงเด็ก บริการของทางใส่ใจถือเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียวสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน
สุชาดา มิ่งมงคล
1 ปีที่แล้ว
ลาคลอดได้แค่ 3 เดือน ค่ะ ต้องกลับไปทำงานต่อ จะฝากลูกไว้กับยายก็กลัวแกจะดูไม่ไหว เลยลองหาพี่เลี้ยงจากเว็บใส่ใจดู ตอนแรกก็กังวลอยู่เหมือนกันค่ะ ไม่กล้าทิ้งลูกไว้กับพี่เลี้ยง แต่ก็วางใจอย่างนึงว่าพี่เลี้ยงมีประสบการณ์ ตอนนี้ทุกอย่างลงตัว โอเคมาก ๆ ค่ะ
จิตวัชร จันประทีป
1 ปีที่แล้ว
เปลี่ยนพี่เลี้ยงเด็กมาหลายคน ส่วนมากราคาสูง ๆ ทั้งนั้น แต่อยู่ไม่ได้นานก็ลาออก ลองจองพี่เลี้ยงผ่านเวปใส่ใจ เยี่ยมมากเลยครับ แฟนสบายใจ หมดปัญหา ไม่ต้องจ้างพี่เลี้ยงราคาแพง ได้ราคาแบบสมเหตุสมผล แถมมีคุณภาพครับ
นงคราญ แซ่ตั้ง
1 ปีที่แล้ว
บ้านอยู่แถว สุขุมวิท71 ลองใช้เว็บใส่ใจครั้งแรก เพราะเพื่อนๆ แนะนำมา อยากได้พี่เลี้ยงเด็ก มองหามาหลายที่ ที่นี่รายละเอียดครบ ราคาชัดเจน โทรปรึกษาพนักงานก็อธิบายเข้าใจง่ายมาก สะดวกสบาย ง่ายกว่า search หาเองใน Google ชอบมากๆ ค่ะ
ภัทรา กิจบำรุง
1 ปีที่แล้ว
อยู่ ๆ พี่เลี้ยงคนเก่าลาออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้าต้องรีบหาพี่เลี้ยงใหม่แบบเร่งด่วน ไม่รู้จะทำยังไง บังเอิญมาเจอเว็บใส่ใจ หาพี่เลี้ยงคนใหม่ได้ง่ายมาก ๆ แถมได้คนดี มีประสบการณ์ ทำงานคล่อง เยี่ยมเลยค่ะ ประทับใจสุด ที่สำคัญคุณแม่สบายใจได้คนมาทำงานทันที

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลเด็ก

พี่เลี้ยงเด็กส่วนตัวหรือเนอสเซอรี่ (Nursery) อะไรคือคำตอบสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้
ข้อดีของการให้พี่เลี้ยงดูแลเด็กที่บ้านของคุณเอง

1. ลูกน้อยของคุณได้รับการดูแลจากพี่เลี้ยงแบบใกล้ชิด ทำให้เด็กรู้สึกได้ถึงความเอาใจใส่ และมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี
2. มีความยืดหยุ่นในการทำกิจวัตรประจำวันเพราะเด็กไม่ต้อง กิน นอน หรือ เล่นตามตารางเหมือนอยู่ในศูนย์รับเลี้ยงเด็กหรือเนอสเซอรี่ (Nursery)
3. พี่เลี้ยงเด็กสามารถปรับเวลาการทำงานให้สอดคล้องกับเวลาทำงานและวันหยุดของคุณพ่อคุณแม่
4. คุณพ่อคุณแม่มีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้นเพราะไม่ต้องเผื่อเวลาในการรับส่ง ก่อนและหลังเลิกงาน
5. เด็กได้รับการดูแลในบรรยากาศที่คุ้นเคยและรู้สึกปลอดภัย
6. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเดินทางรับส่ง หมดปัญหาเรื่องรถติดและมลภาวะบนท้องถนน
7. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเตรียมตัวหรือจัดเตรียมของใช้ให้ลูก เช่น ขวดนม เสื้อผ้า หรือแพมเพิส
8. ลดความเสี่ยงของโรคติดต่อ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ภูมิต้านทานยังน้อยจะเจ็บป่วยได้ง่าย หากต้องอยู่ปะปนกับเด็ก ๆ อื่น
9. มีคนอยู่บ้านตลอดเวลาในขณะที่คุณพ่อคุณแม่ออกไปทำงาน

ข้อดีของการเข้าเนอสเซอรี่ (Nursery)

1. ฝึกทักษะการเข้าสังคมเพราะเด็กต้องอยู่ร่วมกับเด็กคนอื่น ๆ และครูพี่เลี้ยง
2. ค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับการจ้างพี่เลี้ยงส่วนตัว
3. เนอสเซอรี่มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อให้เด็กฝึกทักษะผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ
คุณสมบัติอะไรบ้างที่พี่เลี้ยงเด็กควรมี
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงเด็กส่วนตัว ใส่ใจขอแนะนำให้คุณพ่อคุณมองหาคุณสมบัติและทักษะเหล่านี้ในตัวพี่เลี้ยงเด็กเพื่อให้ได้คนที่ตรงใจที่สุดค่ะ

1. ความอดทน พี่เลี้ยงเด็กต้องมีเข้าใจในธรรมชาติและอดทนต่อพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนที่แตกต่างกัน
2. ทักษะการต่อรอง พี่เลี้ยงเด็กต้องมีเทคนิคในการเจรจาสื่อสารเพื่อโน้มน้าวให้เด็กเชื่อฟังโดยไม่ใช้การบังคับ
3. ทักษะแก้ปัญหา พี่เลี้ยงเด็กต้องมีความสามารถในการจัดการและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องรายงานคุณพ่อคุณแม่หากไม่ใช่เรื่องร้ายแรง
4. ความคิดสร้างสรรค์ พี่เลี้ยงเด็กควรมีความคิดสร้างสรรค์ หากิจกรรมที่เหมาะสำหรับเด็กในแต่ละช่วงวัยเพื่อให้เด็กได้เล่นเพลิดเพลินและฝึกช่วยเหลือตัวเอง
5. ตรงต่อเวลา พี่เลี้ยงเด็กต้องเป็นคนที่ตรงต่อเวลาและมีความรับผิดชอบในงานของตัวเอง คือต้องมาทำงานและเลิกงานตามเวลาที่ตกลงไว้กับคุณพ่อคุณแม่ หากมีเหตุสุดวิสัยทำให้มาสายควรแจ้งให้คุณพ่อคุณแม่ทราบโดยเร็วที่สุด
6. สุขภาพดี พี่เลี้ยงต้องเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงและดูแลตัวเองทั้งเสื้อผ้า หน้า ผมให้สะอาดอยู่เสมอ
7. วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรืออุบัติเหตุ พี่เลี้ยงต้องมีความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และสามารถช่วยเหลือเด็กได้ทันที
ควรทำอย่างไรเพื่อคลายความกังวลเมื่อคุณพ่อคุณแม่ต้องปล่อยให้ลูกอยู่ตามลำพังกับพี่เลี้ยง
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่จะไว้วางใจให้ลูก ๆ ของคุณอยู่ในความดูแลพี่เลี้ยงเด็ก แม้ว่าจะเป็นเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ตามเด็กอาจเกิดความรู้สึกวิตกกังวลเมื่อต้องแยกจากคุณพ่อคุณแม่ ใส่ใจมีวิธีการที่จะช่วยลดความกังวลของทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกได้ดังนี้ค่ะ

1. คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยและทำความเข้าใจกับเด็ก ถึงความจำเป็นที่ต้องให้เด็กๆ อยู่กับพี่เลี้ยง ให้ความมั่นใจกับเด็กว่าคุณพ่อคุณแม่หาคนที่สามารถดูแลพวกเขาได้ดี
2. คุณพ่อคุณแม่ควรหาพี่เลี้ยงที่เข้ากันได้กับลูก ๆ และมีความพร้อมในการดูแลเด็ก
3. แนะนำให้ลูก ๆ ทำความรู้จักกับพี่เลี้ยง โดยอาจจะเล่าให้ฟังว่าพี่เลี้ยงเห็นใคร ชื่ออะไร คุยกับพี่ผ่านทางวิดีโอคอลก่อนวันเริ่มงานจริง เพื่อนลดความตึงเครียดในการเจอกันครั้งแรก
4. คุณพ่อคุณแม่ควรบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของตัวเอง เบอร์โทรฉุกเฉิน และสอนให้ลูกใช้โทรศัพท์เพื่อโทรหาคุณพ่อคุณแม่ได้ หรือโทรขอความช่วยเหลือได้ในกรณีฉุกเฉิน
5. มอบหมายงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เด็ก ๆ ทำระหว่างวัน เพื่อที่เด็ก ๆ จะได้มีกิจกรรมเบนความสนใจและไม่เอาแต่จดจ่อรอเวลาคุณพ่อคุณแม่กลับบ้าน
6. เมื่อถึงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องออกจากบ้านและต้องให้เด็ก ๆ อยู่กับพี่เลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความมั่นใจกับเด็ก ๆ ว่าพี่เลี้ยงจะดูแลเด็ก ๆ เป็นอย่างดีและย้ำว่าพวกเขาสามารถโทรหาคุณได้เสมอ
พ่อแม่ควรตกลงอะไรบ้างก่อนจ้างพี่เลี้ยงเด็ก?
เมื่อคุณพ่อคุณแม่สามารถหาพี่เลี้ยงเด็กที่ถูกใจได้แล้ว ควรพูดคุยและตกลงกันเรื่องใดบ้างก่อนเริ่มงาน

1. วันและเวลาทำงาน คุณพ่อและคุณแม่ควรมีแผนการทำงานของพี่เลี้ยงที่ชัดเจน เช่นกำหนดวันทำงาน วันหยุด และเวลาทำงานในแต่ละวันให้ชัดเจน และควรถามความสมัครใจหากต้องการให้พี่เลี้ยงทำงานล่วงเวลา
2. ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ คุณพ่อคุณแม่ควรระบุขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจน หากต้องการให้พี่เลี้ยงทำงานบ้านหรืองานอื่น ๆ นอกจากดูแลเด็ก ควรตกลงกันให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน
3. ระยะเวลาการทดลองงาน หาดคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้พี่เลี้ยงทดลองงานก่อนสักระยะหนึ่งก่อนทำสัญญาว่าจ้าง ควรระบุช่วงระยะเวลาและเงื่อนไขในการทดลองงานให้ชัดเจน
4. ค่าจ้าง คุณพ่อคุณแม่ควรสอบถามและตกลงค่าจ้างของพี่เลี้ยงให้ชัดเจน และค่าจ้างควรจะสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และจำนวนชั่วโมงทำงานในแต่ละวัน ประสบการณ์ในการทำงานอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ประกอบการพิจารณาอัตราค่าจ้างได้
5. กรณีจ้างพี่เลี้ยงประจำแบบพักอาศัยร่วม คุณพ่อคุณแม่ต้องจัดการเรื่องที่พักให้กับพี่เลี้ยง รวมถึงอาหารในแต่ละวันตามตกลงกัน
6. ข้อตกลงในการอยู่อาศัยร่วมกัน คุณพ่อคุณแม่ควรบอกกล่าวพี่เลี้ยงให้ชัดเจนถึงกฎระเบียบต่าง ๆ สิ่งใดไม่ควรปฏิบัติของการอาศัยอยู่ร่วมกัน

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่ควรพูดคุยตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน

ปทุมวัน วันก่อน จน วันนี้

ปทุมวัน วันก่อน จน วันนี้

ก่อนเขตปทุมวันจะมาเป็นศูนย์กลาง ทางธุรกิจย่านหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ย้อนกลับไปประมาณสองร้อยปีก่อน ในพื้นที่เขตปทุมวันมีลักษณะเป็นทุ่งนา มีสภาพเป็นชนบทชานเมือง การไปมาหาสู่ใช้เส้นทางคมนาคม เพียงทางเดียวคือทางเรือโดยมีคลองแสนแสบ เป็นเส้นทางคมนาคม เชื่อมกับคลองผดุงกรุงเกษม ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้เสด็จทอดพระเนตรบริเวณคลองแสนแสบ ด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นเขตนาหลวง มีบัวพันธุ์ขึ้นตามหนองบึงอยู่มากจึงมีพระราชประสงค์ จัดทำเป็นสระบัวชานกรุงขึ้นไว้สำหรับเป็นที่ประทับพักผ่อน จึงได้ทรงนิมนต์พระสงฆ์มารับบิณฑบาตโดยสม่ำเสมอ ต่อมาได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระอารามหลวงขึ้น และพระราชทานพระอารามหลวงนั้น ว่า "วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร" ซึ่งมีความหมายว่า"ป่าบัว" บริเวณ ดังกล่าวจึงมีชื่อเรียกว่า "ตำบลปทุมวัน" ซึ่งได้แก่วัดปทุมวนารามและบริเวณใกล้เคียง ส่วนที่ประทับยามเสด็จประพาสสวนสระบัวก็คือ "พระราชตำหนักวังสระปทุม" ซึ่งในปัจจุบันเป็นวังสระปทุม (วังที่ประทับของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี) บริเวณดังกล่าวจึงมีชื่อเรียกว่า ปทุมวัน

ปัจจุบันเขตปทุมวันเป็นเขตเศรษฐกิจหลักแห่งหนึ่งของกรุงเทพ และจัดเป็นศูนย์กลางพาณิชยกรรม โดยทั้งหมดจะตั้งอยู่ ตลอดแนวถนนสายหลัก ได้แก่ ถนนพญาไท ถนนพระรามที่ 1 ถนนพระรามที่ 4 และถนนเพลินจิต อาคารสำนักงานต่างๆ นอกจากนั้นเขตปทุมวัน เป็นพื้นที่ที่มีย่านพาณิชยกรรมหลักของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ย่านสยาม-ปทุมวัน และย่านราชประสงค์ ซึ่งประกอบด้วยห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ สยามพารากอน และมีย่านพาณิชยกรรมสำนักงานสำคัญ ได้แก่ ย่านถนนวิทยุ อยู่ในพื้นที่ จึงมีค่าคะแนนเฉลี่ยประเภทแหล่งจับจ่ายใช้สอย สถานที่บริการสาธารณะ และธุรกรรม อยู่ในเกณฑ์สูง เป็นแหล่งท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร มีร้านค้า ร้านอาหารนานาชาติ สถานประกอบการ จำนวนมาก จากข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ความเคลื่อนไหวด้านมูลค่ารวมด้านเงินฝากและเงินให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ซึ่งแยกเป็นรายเขตในกรุงเทพฯ จำนวน 50 เขต พบว่า เขตที่ครองแชมป์มียอดเงินฝากสูงสุด 5 อันดับในเดือนสิงหาคม 2557 ได้แก่ 1.เขตปทุมวัน มียอดเงินฝาก 424,998 ล้านบาท 2.เขตคลองเตย 323,858 ล้านบาท 3.เขตพญาไท 306,787 ล้านบาท ซึ่งประชาชนกว่า 80 % ในเขตปทุมวัน ประกอบอาชีพการค้า การธนาคารและการพาณิชย์ อยู่ในพื้นที่ของเขตปทุมวันนั้น ที่มีเนื้อที่ โดยประมาณ 8.369 ตารางกิโลเมตร และได้ แบ่งพื้นที่การปกครองเป็น 4 แขวง ได้แก่ แขวงปทุมวัน แขวงวังใหม่ แขวงรองเมือง และแขวงลุมพินี



สักการะ 6 ศาลเทพเจ้าทางศาสนาฮินดู แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน

สักการะ 6 ศาลเทพเจ้าทางศาสนาฮินดู แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน

เมื่อมีโอกาสเดินทางมาถึงเขตปทุมวันแล้ว ลองหาโอกาสไหว้สักการะ 6 ศาลเทพเจ้า ทางศาสนาฮินดู แยกราชประสงค์ ความเชื่อที่อยู่ควบคู่กับสังคมไทยบนแยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน 6 องค์เทพที่ขึ้นชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพบูชาจากนักท่องเที่ยวที่มีจุดหมายมาสักการะ เทพเจ้าตามความเชื่อ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต

ศาลท่านท้าวมหาพรหม หน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน ณ ศาลท้าวมหาพรหมแห่งนี้ มีความเชื่อในด้านทรงประทานโชคลาภ โดยที่องค์ท้าวมหาพรหมจะมีพระพักตร์ 4 พระพักตร์ และในแต่ละพักตร์แทนทิศทั้ง 4 ซึ่งมีความหมายที่แตกต่างกัน โดยมีความเชื่อว่า ทิศเหนือ-ขอพรเรื่องหน้าที่การงาน ทิศใต้-ขอพรเรื่องเกียรติยศ ชื่อเสียง ทิศตะวันตก-ขอพรเรื่องอนาคต และทิศตะวันออก-ขอพรเรื่องครอบครัว อีกทั้งยังมีความเชื่อที่ว่า พระพักตร์ สี่พระพักตร์ ทำให้พระองค์สามารถมองเห็นและปกปักรักษาได้ทั้งโลกมนุษย์และสวรรค์ พระองค์ช่วยปัดเป่าความขัดข้อง อุปสรรค และส่งเสริมโชคและความสำเร็จ

ศาลพระตรีมูรติ หน้าห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเวิลด์ (ส่วนห้างอิเซตัน) เดิมศาลพระตรีมูรติตั้งอยู่บริเวณหัวมุมแยกราชประสงค์ แต่เมื่อเซ็นทรัลพัฒนาเข้าปรับปรุงศูนย์การค้าและเปลี่ยนชื่อจาก "เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์" เป็น "เซ็นทรัลเวิลด์" ได้ย้ายศาลดังกล่าวไปอยู่คู่กับศาลพระพิฆเนศวร โดย พระตรีมูรติเป็นรูปเคารพหนึ่งที่รวมเทพทั้ง 3 ไว้ในรูปเดียวกัน อันได้แก่ พระพรหม (ผู้สร้าง) พระวิษณุ (ผู้ปกป้อง) และพระศิวะ (ทำลาย) ด้วยการรวมตัวกันของ “พลังทั้งสาม” ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดไว้ในรูปเดียว จะมีความหมายที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ทั้งในชีวิต ความรัก และการงาน พระตรีมูรติเป็นที่นิยมบูชาในหมู่หนุ่มสาวในฐานะ “เทพแห่งความรัก”

พระนารายณ์ทรงสุบรรณ หน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ด้วยความเชื่อมาสักการะบูชาเพื่อความเจริญทางด้านธุรกิจ ซึ่งพระนารายณ์นั้น ถือเป็นเทพ ที่ทำหน้าที่คุ้มครองและรักษาโลก และด้วยความเชื่อที่มีต่อองค์พระนารายณ์ว่าเป็นเทพที่คอยรักษาปัดเป่าสิ่งไม่ดี เคราะห์ ภยันตราย โชคร้าย และมารทั้งปวง

พระพิฆเนศวร หน้า ห้างสรรพสินค้า อิเซตัน ด้วยความเชื่อว่า พระองค์ทรงเป็นที่นับถือในฐานะเทพแห่งศิลปวิทยาการ เทพผู้ขจัดอุปสรรค อีกทั้งทรงเป็นเทพผู้ทรงบันดาลความสำเร็จและพระผู้ปกป้องคุ้มครองจากภยันตรายและเป็นยอดกตัญญู

พระแม่ลักษมี บนชั้น 4 ของศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ หลายคน เข้ามาสักการะเพื่อขอเรื่องโชคลาภและความรัก พระแม่ลักษมีเป็นมเหสีคู่ทุกข์คู่ยากของพระนารายณ์ และพระนารายณ์มีชายาเพียงองค์เดียว และ พระแม่ลักษมีเป็นมารดาพระกามเทพ

ศาลพระอินทร์ หรือท้าวอัมรินทราธิราชศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า เป็นเทพเจ้าองค์แรกสุดของศาสนาพราหมณ์ฮินดู องค์อัมรินทราธิราชที่มีพระวรกายสีเขียวหยกเข้มมีพระเนตรถึงพันดวงนี้ คือเทวดาผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงค์ มอบความสุข ความสมบูรณ์ เกษตรมักมาขอพรเพราะพระอินทร์เป็นราชาแห่งเทพ บันดาลฟ้าฝนได้

ไม่ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนไปเท่าใด คนทุกคนต่างหาสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ยังคงรักษาไว้ซึ่งความเชื่อ และการปฏิบัติ สักการบูชาเมื่อมีโอกาส และจะยังคงอยู่คู่ สี่แยกเศรษฐกิจนี้ต่อๆ ไป ณ แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน



เขตปทุมวัน ศูนย์กลางโรงเรียนกวดวิชาในตำนาน

เขตปทุมวัน ศูนย์กลางโรงเรียนกวดวิชาในตำนาน

เชื่อหรือไม่ว่าการกวดวิชา ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยสำหรับประเทศไทย ย้อนกลับไปในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ชาวจีนที่มีฐานะดีได้มีการจ้างครูจีนเข้ามาสอนภาษาจีนให้แก่ลูกหลาน และบุคคลที่จะไปเรียนต่อในประเทศจีน และจากในเอกสารโครงการวิจัยโดยสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ได้บันทึกไว้ว่า ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ราชการส่งนักเรียนไทยจำนวน 206 คน ไปศึกษาต่างประเทศตามความต้องการของกระทรวงต่างๆ มีการสอบชิงทุน มีการเรียนภาษาเพื่อเตรียมตัวไปต่างประเทศในยุคนี้ด้วย ต่อมามีการระบุถึง "โรงเรียนกลางคืน" ในสมัยรัชกาลที่ 6 เปิดสอนในเวลาหนึ่งทุ่มจนถึงสามทุ่ม ส่วนใหญ่เปิดสอนภาษาอังกฤษ นักเรียนที่มาเรียนเพื่อเตรียมตัวสอบชิงทุนคิง (King’ s Scholarship) เพื่อไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ

หลังยุคฟองสบู่แตก หรือต้มยำกุ้ง พ.ศ. 2540 ศูนย์กลางของโรงเรียนกวดวิชาจะอยู่ที่ สยามสแควร์ เขตปทุมวัน เพราะมีการเดินทางมาที่สะดวก มีรถไฟฟ้า มีห้างสรรพสินค้า มีร้านค้า ร้านอาหาร ให้ผู้ปกครองที่มาเฝ้ารอลูกหลาน ทุกๆ วันจะมีภาพ เด็กนักเรียนในชุดเครื่องแบบ แทบทุกสถาบัน มีทั้งเสื้อแขนยาว เสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น หรือมาจากรั้วคอนแวนต์ และโรงเรียนดังๆ ของรัฐ เดินกันขวักไขว่อยู่บริเวณสยามสแควร์ ตลอดเวลา 10 ปี ด้วยเหตุที่จำนวนที่นั่งในโรงเรียนดังๆ มีจำกัด และต่อเนื่องไปยังคณะดังๆ ในมหาวิทยาลัยที่ต้องแข่งขัน นักเรียนจึงต้องมาหาความรู้เพิ่มเติม ทบทวน เพิ่มเทคนิคในการเรียนพิเศษ ทำให้เด็กนักเรียนจำนวนมากมาเรียนเพิ่มเติมที่สยามสแควร์ หลายๆ คนเมื่อมาถึงก็ตรงไปสมัครที่เรียนกวดวิชา ในวิชาที่ต้องการ ทำให้อุตสาหกรรมนี้เติบโต จนมีการคาดคะเนว่า น่าจะมีโรงเรียนกวดวิชา ที่มีรวมกันอยู่กว่า 30 โรงเรียน เด็กบางคนมาเพื่อที่จะเรียนเพียง 1 รอบ แต่หลายคนใช้เวลาวนเวียนหลายวิชาอยู่ในบริเวณนั้น โดยปรกติวันหนึ่งๆ จะมีนักเรียนประมาณ 10,000 – 20,000 คน หากเป็นวันเสาร์อาทิตย์ก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว ใน 1 สัปดาห์จะมีนักเรียนหมุนเวียนมากวดวิชาในย่านนี้ ประมาณ 100,000 คน และกว่า 80 เปอร์เซ็นต์หลังจากเลิกเรียนแล้ว จะไม่กลับบ้าน มักจะเดินเลือกซื้อของ หาขนมอร่อยๆ ทาน เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อน สยามสแควร์ จนเป็นตำนาน เป็นภาพจำ เป็นบทบันทึก ของคนรุ่นหนึ่ง ที่ผ่านการกวดวิชา แถวสยามสแควร์ แม้วันนี้ระบบ วิธีการเรียนรู้เปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่เรื่องราวของสยามสแควร์ยังดำเนินต่อไป เพื่อให้คนรุ่นใหม่กลับมาสร้างตำนานอีกครั้ง