ดูแลเด็ก ใน นครปฐม

ดูแลเด็ก ใน นครปฐม

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ระบุวันที่
สุชานันท์ คำอินทร์
สุชานันท์ คำอินทร์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 38 ปี

ชอบเด็ก รักที่จะเห็นพัฒนาการของเด็กที่เจริญเติบโตขึ้น

แสดงเพิ่มเติม
ศิโรรัตน์ กายะชาติ
ศิโรรัตน์ กายะชาติ
Saijai ค่าบริการ ฿300/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 26 ปี

นิสัย : ใจเย็น รักเด็ก รักผู้สูงอายุ ไม่เหวี่ยง ไม่วีน ใส่ใจ สะอาด พูดน้อย ไม่จุกจิก

แสดงเพิ่มเติม

เป็นคนเรียบง่ายไม่เรื่องมากเลี้ยงน้องตามแพทย์แนะนำและผู้ปกครองแนะนำได้

แสดงเพิ่มเติม
นางสาวฮามีด๊ะฮ์ โต๊ะขวัญ
นางสาวฮามีด๊ะฮ์ โต๊ะขวัญ
Saijai ค่าบริการ ฿18,000/เดือน
Saijai อายุ 27 ปี

มีความอดทน ขยัน รักความสะอาด ใจเย็น

แสดงเพิ่มเติม
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
Saijai ค่าบริการ ฿20,000/เดือน
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 35 ปี

ใส่ใจดูแลเหมือนลูกเจ้าของเองใจเย็น ดูแลได้ตลอด

แสดงเพิ่มเติม
ทิพวรรณ์ ราศรี
ทิพวรรณ์ ราศรี
Saijai ค่าบริการ ฿12,000/เดือน
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 24 ปี

เป็นคนอัธยาศัยดีค่ะ ใจเย็นค่ะชอบเล่นกับเด็ก ส่งเสริมพัฒนาการของน้องได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม

เข้ากับคนได้ง่าย มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ รักเด็ก

แสดงเพิ่มเติม
วิไล นันต๊ะภาพ
วิไล นันต๊ะภาพ
Saijai ค่าบริการ ฿300/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 44 ปี

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

วิลาภรณ์ สุทธิรักษ์
1 ปีที่แล้ว
ดิฉันกับสามีทำงานประจำทั้งคู่ค่ะ ไม่มีใครคอยอยู่ดูแลลูกที่บ้านเลย ลูกติดนิสัยชอบอยู่แต่ในบ้านและซนกับพี่เลี้ยงมาก จนพี่เลี้ยงหลาย ๆ คนทนไม่ไหวถึงกับขอลาออกเอง โชคดีที่ได้เจอพี่เลี้ยงคนนี้บนเว็บใส่ใจ พี่ลี้ยงเข้ากับน้องได้ดีค่ะ
ณัฐวรรณ แสงสีเงิน
1 ปีที่แล้ว
ลูกยังเล็กเราจ้างพี่เลี้ยงมา ตกลงเวลาเริ่มงาน 9.30-17.30 น. (พี่เลี้ยงมา 8.30 น. ทุกวัน ) ประสบการณ์ เคยดูแล เด็กเล็ก 4 เดือน – 2 ขวบ พอเด็กเข้าโรงเรียน ก็ว่าง พอดีที่บ้านช่วยกันหา เจอเว็บนี้เห็นรีวิวประสบการณ์คนเลี้ยงเลย คุยดู พี่เลี้ยงทำงานดีมาก่อนเวลา เตรียมของใช้ ทำงานเป็นระเบียบเหมือนอบรมมาดี อุ่นใจ คิดถูกที่ใช้บริการใส่ใจ แนะนำค่ะ
แม่น้องกัญ
1 ปีที่แล้ว
เราทำงานนอกบ้าน เลยหาพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลน้องที่บ้าน ค้นหาข้อมูลดูเวปนี้ให้รายละเอียดพี่เลี้ยงน่าสนใจ ราคาเรารับได้ เราเลยให้น้องมาทดลองงานก่อนเราไปทำงาน น้องมีประสบการณ์มา เลยปรับตัวไม่ยาก เวลาเราอยู่น้องจะช่วยหยิบจับของทำโน่นทำนี่ไป ประทับใจคะ สองเดือนแล้วน้องทำงานดี มีระเบียบเรียบร้อย คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เราไว้ใจให้น้องคนนี้ดูแล
ณัฐณิชา ทิวาสวัสดิ์
1 ปีที่แล้ว
ลองค้นหาบริการพี่เลี้ยงเด็กอยู่หลายที่ จนได้มาเจอเว็บใส่ใจ ลองเข้าไปดู รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างมีขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ให้เลือกพี่เลี้ยง ขั้นตอนนัดสัมภาษณ์ รายละเอียดและคำแนะนำต่าง ๆ พี่เลี้ยงที่ได้มาก็ตรงตามความต้องการสุด ๆ รู้สึกประทับใจมาก
ภัทรา กิจบำรุง
1 ปีที่แล้ว
อยู่ ๆ พี่เลี้ยงคนเก่าลาออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้าต้องรีบหาพี่เลี้ยงใหม่แบบเร่งด่วน ไม่รู้จะทำยังไง บังเอิญมาเจอเว็บใส่ใจ หาพี่เลี้ยงคนใหม่ได้ง่ายมาก ๆ แถมได้คนดี มีประสบการณ์ ทำงานคล่อง เยี่ยมเลยค่ะ ประทับใจสุด ที่สำคัญคุณแม่สบายใจได้คนมาทำงานทันที

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลเด็ก

หากคุณพ่อคุณแม่ต้องทำงานนอกบ้านและไม่มีเวลาเลี้ยงลูกเอง ลองเปรียบเทียบกันระหว่างส่งลูกไปเนอสเซอรี่และจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลลูกที่บ้าน อะไรจะตรงใจคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด
บริการรับเลี้ยงเด็กในปัจจุบันมีหลายทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นพี่เลี้ยงเด็ก หรือเนอสเซอรี่ เรามาดูข้อดีข้อเสียกันเลยค่ะ

ข้อดีของพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านมีดังนี้

1) พี่เลี้ยงสามารถดูแลลูกน้อยของคุณได้อย่างใกล้ชิด ลูกของคุณจะได้รับความเอาใจใส่ที่ส่งผลต่อพัฒนาการเด็กทางด้านอารมณ์
2) พี่เลี้ยงสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กผ่านการทำกิจกรรมต่าง
3) พ่อแม่ประหยัดเวลามากขึ้น หากจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลที่บ้าน
4) เด็กจะไม่ป่วยบ่อย เนื่องจากเด็กจะอยู่ในบ้านของตนเอง

ข้อดีของเนอสเซอรี่

1) เด็ก ๆ จะรู้จักการเข้าสังคม
2) เนอสเซอรี่มีบริเวณกว้างเพื่อให้เด็กได้ทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ
3) เด็กจะได้ฝึกดูแลตัวเอง เพราะครูพี่เลี้ยงไม่ได้ดูแลเด็กแบบใกล้ชิด

ข้อเสียของพี่เลี้ยง

1) ค่าใช้จ่ายอาจจะสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเข้าศูนย์เนอสเซอรี่
2) เด็กอาจจะติดพี่เลี้ยงเกินไป
3) ลดความเป็นส่วนตัวของครอบครัว

ข้อเสียของเนอสเซอรี่

1) เด็กป่วยบ่อยเพราะมีภูมิคุ้มกันที่น้อยเนื่องจากอยู่กับเด็กหลายคน
2) ลูกจะไม่ได้รับการดูแลใกล้ชิดแบบตัวต่อตัวอาจส่งผลถึงอารมณ์ของเด็กได้
3) เด็กจะอยู่ห่างไกลจากพ่อแม่

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาบริการพี่เลี้ยงเด็ก ใส่ใจมีบริการพี่เลี้ยงมืออาชีพที่พร้อมจะให้บริการคุณค่ะ
คุณสมบัติอะไรบ้างที่พี่เลี้ยงเด็กควรมี
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงเด็กส่วนตัว ใส่ใจขอแนะนำให้คุณพ่อคุณมองหาคุณสมบัติและทักษะเหล่านี้ในตัวพี่เลี้ยงเด็กเพื่อให้ได้คนที่ตรงใจที่สุดค่ะ

1. ความอดทน พี่เลี้ยงเด็กต้องมีเข้าใจในธรรมชาติและอดทนต่อพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนที่แตกต่างกัน
2. ทักษะการต่อรอง พี่เลี้ยงเด็กต้องมีเทคนิคในการเจรจาสื่อสารเพื่อโน้มน้าวให้เด็กเชื่อฟังโดยไม่ใช้การบังคับ
3. ทักษะแก้ปัญหา พี่เลี้ยงเด็กต้องมีความสามารถในการจัดการและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องรายงานคุณพ่อคุณแม่หากไม่ใช่เรื่องร้ายแรง
4. ความคิดสร้างสรรค์ พี่เลี้ยงเด็กควรมีความคิดสร้างสรรค์ หากิจกรรมที่เหมาะสำหรับเด็กในแต่ละช่วงวัยเพื่อให้เด็กได้เล่นเพลิดเพลินและฝึกช่วยเหลือตัวเอง
5. ตรงต่อเวลา พี่เลี้ยงเด็กต้องเป็นคนที่ตรงต่อเวลาและมีความรับผิดชอบในงานของตัวเอง คือต้องมาทำงานและเลิกงานตามเวลาที่ตกลงไว้กับคุณพ่อคุณแม่ หากมีเหตุสุดวิสัยทำให้มาสายควรแจ้งให้คุณพ่อคุณแม่ทราบโดยเร็วที่สุด
6. สุขภาพดี พี่เลี้ยงต้องเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงและดูแลตัวเองทั้งเสื้อผ้า หน้า ผมให้สะอาดอยู่เสมอ
7. วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรืออุบัติเหตุ พี่เลี้ยงต้องมีความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และสามารถช่วยเหลือเด็กได้ทันที
อะไรที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่คลายความกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ลูก ๆ อยู่กับพี่เลี้ยงตามลำพัง
เมื่อคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลลูก ๆ ของคุณ ความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจ คุณพ่อคุณแม่มีวิธีการใดบ้างที่จะหาพี่เลี้ยงที่วางใจได้ ใส่ใจมีวิธีการที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รู้จักตัวตนของพี่เลี้ยงเด็กมากขึ้น

1. ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีหากครอบครัวหรือเพื่อนของคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้แนะนำพี่เลี้ยงเด็กที่พวกเขารู้จัก อย่างน้อยก็มีคนรับรองพวกเขาได้ แต่สิ่งสำคัญก็คือต้องทำการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กและตรวจสอบประวัติของคุณเองเพื่อให้แน่ใจว่าเชื่อถือได้มากที่สุด
2. สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มองหาพี่เลี้ยงจากสื่อออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย (Social Media) เช่น เฟสบุ๊ค หรือไลน์ มองหาพี่เลี้ยงเด็กที่มีรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการก่อนหน้า ใช้เวลาอ่านและศึกษารีวิวเหล่านั้น
3. เชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง เมื่อคุณพ่อคุณแม่มีโอกาสสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงาน หากมีสัญญาณที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกไม่สบายใจ เช่น พี่เลี้ยงเด็กดูเป็นคนไม่กระตือรือร้น หรือไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส จงเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองที่ชี้ว่าคนคนนี้ไม่เหมาะสมกับงาน
4. ตรวจสอบประวัติ คุณพ่อคุณแม่อาจร้องขอให้พี่เลี้ยงตรวจสอบประวัติอาชญากรรมกับกองทะเบียนประวัติอาชญากร( http://www.criminal.police.go.th/ ) เพื่อให้แน่ใจว่าพี่เลี้ยงเด็กไม่มีประวัติกระทำผิดกฎหมายทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือและช่วยในการตัดสินใจ
ในวันสัมภาษณ์พ่อแม่ควรตกลงอะไรกับพี่เลี้ยงเด็ก
ขั้นตอนของการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่แค่คุณจะได้ทำความรู้จักกับพี่เลี้ยงที่คุณจะจ้าง แต่ในขั้นตอนนี้คุณต้องทำการตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงาน ดังนั้นวันนี้ใส่ใจมีข้อแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังจะสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กและพูดคุยถึงข้อตกลงที่สำคัญมีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ

1) ขอบเขตหน้าที่ที่คุณต้องการให้พี่เลี้ยงทำ เช่น ช่วยเลี้ยงลูกคุณขณะคุณไม่อยู่บ้าน ช่วยเตรียมกับข้าวให้ลูกน้อยรับประทานในแต่ละมื้อ ช่วยสอนการบ้านหากพี่เลี้ยงมีความสามารถ
2) วันและเวลาการทำงาน ในวันที่สัมภาษณ์คุณและพี่เลี้ยงจะต้องตกลงเรื่องวันเวลาการทำงานให้อย่างชัดเจน และคุณควรจะมีวันหยุดให้พี่เลี้ยงตาม กฎหมายกระทรวงแรงงาน นายจ้างต้องให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ และวันพักร้อน ได้ 6 วัน ต่อ ปี และต้องหยุดตามประเพณี ปีละไม่น้อยกว่า 13 วัน
3) ค่าจ้าง คุณจะต้องตกลงเรื่องค่าจ้างกับพี่เลี้ยงให้ชัดเจน หากพี่เลี้ยงปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี คุณควรที่จะเพิ่มเงินเดือนให้ตามความเหมาะสม ในกรณีที่พี่เลี้ยงเด็กทำงานในวันหยุดนายจ้างต้องจ่ายเงินค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน
4) ข้อตกลงในการอาศัยอยู่ในบ้าน หากคุณมีกฎระเบียบที่ต้องการให้พี่เลี้ยงเด็กปฏิบัติตามกฎที่คุณตั้งไว้ คุณต้องแจ้งให้พี่เลี้ยงเด็กรับทราบก่อนเริ่มงานเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
5) ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่ไม่อยากให้ลูกติดโทรศัพท์ คุณควรแจ้งให้พี่เลี้ยงทราบ และควรกำชับพี่เลี้ยงว่าไม่ให้ลูกของคุณเล่นโทรศัพท์ขณะที่คุณไม่อยู่ เพราะเด็กอาจได้รับผลกระทบจากการเล่นโทรศัพท์นานเกินไปจนส่งผลให้เกิดภาวะสมาธิสั้นและส่งผลกับสายตา ดังนั้นพี่เลี้ยงจะต้องหากิจกรรมที่ให้เด็กได้พัฒนาตนเองมากกว่าการเล่นโทรศัพท์มือถือ

นครปฐมเมืองเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นครปฐม จังหวัดหนึ่งในภาคกลางด้านตะวันตก จังหวัดเล็กๆที่ห่างจากกรุงเทพมหานครเพียงประมาณ 56 กิโลเมตร เมืองแห่งปูชนียสถานเก่าแก่ที่สำคัญหลายแห่ง เช่นพระปฐมเจดีย์ ที่เป็นร่องรอยของการเผยแพร่อารยธรรมพุทธศาสนาแห่งแรกในประเทศไทยซึ่งนครปฐมเดิมตั้งอยู่ริมทะเล เป็นเมืองเก่าแก่ที่รุ่งเรืองมากในสมัยอดีต ที่ชนต่างชาติอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานเป็นจำนวนมาก ต่อมาเกิดความแห้งแล้งในเมืองนครปฐม ประชาชนจึงอพยพไปตั้งหลักแหล่งอยู่ริมแม่น้ำและสร้างเมืองใหม่ขึ้นมาที่เรียกว่า “นครชัยศรี” ทำให้เมืองนครปฐมกลายเป็นเมืองร้างหลาย 100 ปี ต่อมาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีการปฏิสังขรณ์สิ่งต่างๆบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ และมีการขุดคลองเจดีย์บูชาเพื่อการคมนาคมสะดวกมากขึ้น และในปีถัดๆมานครปฐมเริ่มมีการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกขึ้นหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นรถไฟสายใต้ พระราชวัง ถนนและเปลี่ยนชื่อเมืองจาก “นครชัยศรี” เป็น “นครปฐม”นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปัจจุบันนครปฐมมีพื้นที่ทั้งหมด 2,161 ตารางกิโลเมตร แบ่งเขตการปกครองด้วยกันทั้งหมด 7 อำเภอ ซึ่งมีอาณาเขตทิศเหนือติดกับจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทิศใต้ติดกับจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดราชบุรี ทิศตะวันออกติดกับจังหวัดนนทบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและกรุงเทพมหานคร ส่วนทิศตะวันตกติดกับจังหวัดราชบุรีและจังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่มไม่มีภูเขาและเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ประชากรส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ ทำสวน โดยเฉพาะการปลูกส้มโอซึ่งเป็นชื่อเสียงของจังหวัดนครปฐม และได้ชื่อว่า “เมืองส้มโอหวาน” เทศกาลงานประจำปีของจังหวัดนครปฐมก็มีความน่าสนใจไม่แพ้ที่อื่นเช่น งานนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิง ซึ่งนครปฐมเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อวัดไร่ขิง พระพุทธรูปแบบเชียงแสน ปางมารวิชัย เกิดจากความเลื่อมใสศรัทธาของประชาชน จึงเกิดพิธีนมัสการขึ้น ยังมีงานเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ช้างและประกวดราชินีช้างจะจัดขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันแรงงาน นอกจากนี้ยังมีเทศกาลและประเพณีอีกหลากหลายให้ทุกท่านเดินทางมาเที่ยวชม



การให้นมเด็กหลังคลอด ต้องทำอย่างไร

หลังคลอดเป็นเวลาสำคัญอย่างยิ่งที่จะฝึกหัดให้ลูกกินนมแม่ให้ใช้หัวนมแม่กระตุ้นบริเวณริมฝีปากบนของลูก เมื่อลูกอ้าปากกว้างให้ดันตัวลูกเข้าหาเต้านม โดยให้อมหัวนมให้ลึกจนถึงลานหัวนม ลิ้นลูก จะวางอยู่ใต้ลานนม ริมฝีปากคลี่บานรอบเต้านม ขณะที่ลูกดูดนมแม่จะมองเห็นการเคลื่อนไหวของขากรรไกรลูกบริเวณกกหูแก้มลูกจะโป่งพอง และมีระยะหยุดเพื่อกลืนน้ำนม

ปริมาณน้ำนมแม่ นอกจากขึ้นกับสุขภาพกายและใจของแม่แล้ว ยังสัมพันธ์กับการดูดนมของลูกด้วย ดังนั้นการช่วยให้น้ำนมแม่มามากพอก็คือ การให้ลูกมีโอกาสดูดนมแม่ทันทีหลังคลอด การที่ลูกได้ดูดบ่อยๆ และลูกได้ดูดนมแม่นานพอในแต่ละมื้อ ท่าทางที่ดีในการให้นมแม่คือ ลำตัวแม่จะต้องงอเล็กน้อย ถ้าแม่ต้องก้มมากหรือโน้มตัวมากระหว่างให้นม ควรหาหมอนช่วยรองปรับระดับลำตัวลูกศีรษะของลูกควรอยู่ในแนวเดียวกับลำตัว ลำตัวของจะลูกหันเข้าหาเต้านม ไม่ควรให้ลูกนอนหงายแล้วหันมาดูดนม การจัดท่าดูดนมให้ถูกต้องจะช่วยให้การให้นมลูกเป็นไปด้วยความสบายตัวทั้งแม่และลูก แม่ไม่ควรรู้สึกเจ็บที่หัวนมขณะที่ให้นมลูก ถ้าแม่รู้สึกเจ็บให้ถอนนมออกจากปากลูกก่อนและลองเริ่มใหม่ และถ้าลูกดูดนมสักพักแล้วไม่ยอมดูด การใช้วิธีบีบน้ำนมเข้าปากลูกจะช่วยกระตุ้นให้ลูกดูดต่อได้ ใน 3 เดือนแรก การตื่นกินนมของลูกในช่วงกลางวันกับกลางคืนแทบจะไม่แตกต่างกัน จึงควรระวังไม่ป้อนนมถี่เกินไป ควรมีช่วงห่างระหว่างมื้อนมประมาณ 2-3 ชั่วโมง เนื่องจากธรรมชาติของ เด็กวัยนี้นอกจากใช้การดูดเพื่อการกินนมแล้ว ยังใช้การดูดเพื่อการผ่อนคลายตนเองอีกด้วย ดังนั้นแม้ว่าลูกจะอิ่มแล้ว แต่เมื่อแม่เอานมเข้าปาก ลูกก็จะดูดนมได้อีกจนอาเจียนหรือสำรอกออกมา



บทบาทที่สำคัญของพ่อแม่ที่ต้องมีต่อเด็กในยุคปัจจุบัน

ในสภาวะปัจจุบัน พ่อแม่หลายคู่ไม่ค่อยมีเวลาอยู่ร่วมกับลูกหรือครอบครัวต่างฝ่ายต่างทำกิจกรรมของตนเอง ขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ส่งผลทำให้บรรยากาศในครอบครัวไม่มีความสุข สิ่งที่จะทำให้สมาชิกในครอบครัวมีความสุข มีบรรยากาศน่าอยู่ มิได้ขึ้นอยู่กับเวลาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการปฏิบัติของคนในครอบครัว ได้แก่

  • ตอบสนองความต้องการของกันและกันตามความเหมาะสม เช่น ให้ความรัก ความยอมรับ เข้าใจพื้นฐานทางอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด และให้เกียรติซึ่งกันและกัน

  • มีการพูดจาสื่อสารที่ดีต่อกัน รับฟังและเข้าใจความต้องการของผู้อื่น สามารถใช้คำพูดที่ช่วย แก้ไขหรือลดความขัดแย้ง ให้คำชี้แนะ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

  • มีกิจกรรมทำร่วมกัน ทำให้เกิดการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เป็นรากฐานในการฝึกหัดแก้ไข ปัญหา ส่งผลทำให้เกิดความภาคภูมิใจ รู้สึกว่าตนมีความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งภายในบ้าน

  • ส่งเสริมพัฒนาการตามวัย พัฒนาทักษะหลายด้านและส่งเสริมให้เด็กมีประสบการณ์ชีวิต โดยตรงหลายรูปแบบ รวมทั้งควบคุมกำกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

  • ฝึกทักษะการคิดและลงมือแก้ไขปัญหาต่างๆ หลากหลายรูปแบบ

  • เป็นต้นแบบที่เหมาะสมและเรียกร้องให้เด็กเล่นบทบาทให้ตรงเพศตรงวัยตรงกับสถานการณ์

  • เน้นการเป็นคนดีโดยส่งเสริมให้เด็กช่วยเหลือตนเองให้มากที่สุดและฝึกช่วยเหลือผู้อื่นมาตั้งแต่ เล็กจนติดเป็นนิสัย