ดูแลเด็ก ใน เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

ดูแลเด็ก ใน เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

พิณธนารัตน์ ดิษผล
พิณธนารัตน์ ดิษผล
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 29 ปี

เป็นคนรักเด็ก เอาใจใส่เด็กทุกๆเรื่อง ใจเย็น ค่าจ้างเป็นเรทสำหรับทำงาน 8 ชั่วดมงต่อวัน

แสดงเพิ่มเติม

มีความอดทน ขยัน รักความสะอาด ใจเย็น

แสดงเพิ่มเติม
นันทกานต์ ชำนาญกิจ
นันทกานต์ ชำนาญกิจ
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 38 ปี

ดูแลแบบไป-กลับนะคะ

แสดงเพิ่มเติม
จุฑามาศ ล่าบ้านหลวง
จุฑามาศ ล่าบ้านหลวง
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 30 ปี
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
อคัมย์สิริ ศศิชลพินทุ์
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 43 ปี
ประภัสสร สุขชาติ
ประภัสสร สุขชาติ
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

รักเด็ก ใจเย็น สามารถดูแลเด็กได้

แสดงเพิ่มเติม
อานนท์ ทองแสง
อานนท์ ทองแสง
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 31 ปี

ผมเป็นคนสุภาพ เรียบร้อย ไม่ยุ่งอบายมุข ไม่พูดคำหยาบ ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย ทำได้ทุกอย่างครับ สอนได้ทุกวิชา ค่าจ้างเป็นต่อชั่วโมงหรือให้เป็นรายเดือนก็ได้ครับ

แสดงเพิ่มเติม
ญานุศา ศิริมงคล
ญานุศา ศิริมงคล
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 24 ปี

ฝากไว้พิจารณาด้วยค่ะ อายุยังน้อยแต่ประสบการณ์เยอะพอสมควรค่ะ แล้วจะไม่ผิดหวังค่ะ ความอดทนสูงใจเย็นเล่นกับเด็กได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
ชารีฟา พงศ์ยุโสะ
ชารีฟา พงศ์ยุโสะ
Saijai อายุ 26 ปี
ฉวี เสภา
ฉวี เสภา
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 55 ปี

มีประสบการณ์ในการดูแลเด็กมากกว่า 30 ปี ค่าจ้างตามพิจารณาอะไรก็แล้วยินดี

แสดงเพิ่มเติม
ศศิพิมล ยิ่งแจ่มจันทร์
ศศิพิมล ยิ่งแจ่มจันทร์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 25 ปี

มีลูก1ค่ะ อายุ5ขวบ เคยเลี้ยงหลานและเคยทำดูแลผู้สูงอายุ มีรอยสักที่แขน1ข้างค้ะ

แสดงเพิ่มเติม
ทิพวรรณ์ ราศรี
ทิพวรรณ์ ราศรี
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 28 ปี

เป็นคนอัธยาศัยดีค่ะ ใจเย็นค่ะชอบเล่นกับเด็ก ส่งเสริมพัฒนาการของน้องได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 39 ปี

ใส่ใจดูแลเหมือนลูกเจ้าของเองใจเย็น ดูแลได้ตลอด

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

ดิฉันกับสามีทำงานประจำทั้งคู่ค่ะ ไม่มีใครคอยอยู่ดูแลลูกที่บ้านเลย ลูกติดนิสัยชอบอยู่แต่ในบ้านและซนกับพี่เลี้ยงมาก จนพี่เลี้ยงหลาย ๆ คนทนไม่ไหวถึงกับขอลาออกเอง โชคดีที่ได้เจอพี่เลี้ยงคนนี้บนเว็บใส่ใจ พี่ลี้ยงเข้ากับน้องได้ดีค่ะ
Saijai
วิลาภรณ์ สุทธิรักษ์
5 ปีที่แล้ว
ลาคลอดได้แค่ 3 เดือน ค่ะ ต้องกลับไปทำงานต่อ จะฝากลูกไว้กับยายก็กลัวแกจะดูไม่ไหว เลยลองหาพี่เลี้ยงจากเว็บใส่ใจดู ตอนแรกก็กังวลอยู่เหมือนกันค่ะ ไม่กล้าทิ้งลูกไว้กับพี่เลี้ยง แต่ก็วางใจอย่างนึงว่าพี่เลี้ยงมีประสบการณ์ ตอนนี้ทุกอย่างลงตัว โอเคมาก ๆ ค่ะ
Saijai
สุชาดา มิ่งมงคล
5 ปีที่แล้ว
ดิฉันเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ ทำงานทุกวัน ไม่มีเวลาดูแลลูก บางครั้งต้องเอาไปฝากญาติ ๆ แต่ตอนนี้เลยตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงเด็กของทางใส่ใจ ตอนแรกก็ไม่รู้เลยค่ะว่ามีขั้นตอนในการจ้างพี่เลี้ยงเด็กอย่างไรบ้าง เลยติดต่อเบอร์ของทางใส่ใจไป อยากจะบอกว่าประทับใจการให้บริการมาก ๆ ค่ะ ทางใส่ใจให้ข้อมูลทุกอย่างครบถ้วนตามที่เราต้องการอยากทราบ ประทับใจจริง ๆ ค่ะ
Saijai
ปารีณา ภักดีดำรงค์ศักดิ์
5 ปีที่แล้ว
เราทำงานนอกบ้าน เลยหาพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลน้องที่บ้าน ค้นหาข้อมูลดูเวปนี้ให้รายละเอียดพี่เลี้ยงน่าสนใจ ราคาเรารับได้ เราเลยให้น้องมาทดลองงานก่อนเราไปทำงาน น้องมีประสบการณ์มา เลยปรับตัวไม่ยาก เวลาเราอยู่น้องจะช่วยหยิบจับของทำโน่นทำนี่ไป ประทับใจคะ สองเดือนแล้วน้องทำงานดี มีระเบียบเรียบร้อย คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เราไว้ใจให้น้องคนนี้ดูแล
Saijai
แม่น้องกัญ
5 ปีที่แล้ว
ลองค้นหาบริการพี่เลี้ยงเด็กอยู่หลายที่ จนได้มาเจอเว็บใส่ใจ ลองเข้าไปดู รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างมีขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ให้เลือกพี่เลี้ยง ขั้นตอนนัดสัมภาษณ์ รายละเอียดและคำแนะนำต่าง ๆ พี่เลี้ยงที่ได้มาก็ตรงตามความต้องการสุด ๆ รู้สึกประทับใจมาก
Saijai
ณัฐณิชา ทิวาสวัสดิ์
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลเด็ก

พี่เลี้ยงเด็กส่วนตัวหรือเนอสเซอรี่ (Nursery) อะไรคือคำตอบสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้
ข้อดีของการให้พี่เลี้ยงดูแลเด็กที่บ้านของคุณเอง

1. ลูกน้อยของคุณได้รับการดูแลจากพี่เลี้ยงแบบใกล้ชิด ทำให้เด็กรู้สึกได้ถึงความเอาใจใส่ และมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี
2. มีความยืดหยุ่นในการทำกิจวัตรประจำวันเพราะเด็กไม่ต้อง กิน นอน หรือ เล่นตามตารางเหมือนอยู่ในศูนย์รับเลี้ยงเด็กหรือเนอสเซอรี่ (Nursery)
3. พี่เลี้ยงเด็กสามารถปรับเวลาการทำงานให้สอดคล้องกับเวลาทำงานและวันหยุดของคุณพ่อคุณแม่
4. คุณพ่อคุณแม่มีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้นเพราะไม่ต้องเผื่อเวลาในการรับส่ง ก่อนและหลังเลิกงาน
5. เด็กได้รับการดูแลในบรรยากาศที่คุ้นเคยและรู้สึกปลอดภัย
6. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเดินทางรับส่ง หมดปัญหาเรื่องรถติดและมลภาวะบนท้องถนน
7. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเตรียมตัวหรือจัดเตรียมของใช้ให้ลูก เช่น ขวดนม เสื้อผ้า หรือแพมเพิส
8. ลดความเสี่ยงของโรคติดต่อ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ภูมิต้านทานยังน้อยจะเจ็บป่วยได้ง่าย หากต้องอยู่ปะปนกับเด็ก ๆ อื่น
9. มีคนอยู่บ้านตลอดเวลาในขณะที่คุณพ่อคุณแม่ออกไปทำงาน

ข้อดีของการเข้าเนอสเซอรี่ (Nursery)

1. ฝึกทักษะการเข้าสังคมเพราะเด็กต้องอยู่ร่วมกับเด็กคนอื่น ๆ และครูพี่เลี้ยง
2. ค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับการจ้างพี่เลี้ยงส่วนตัว
3. เนอสเซอรี่มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อให้เด็กฝึกทักษะผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ
คุณสมบัติอะไรบ้างที่พี่เลี้ยงเด็กควรมี
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงเด็กส่วนตัว ใส่ใจขอแนะนำให้คุณพ่อคุณมองหาคุณสมบัติและทักษะเหล่านี้ในตัวพี่เลี้ยงเด็กเพื่อให้ได้คนที่ตรงใจที่สุดค่ะ

1. ความอดทน พี่เลี้ยงเด็กต้องมีเข้าใจในธรรมชาติและอดทนต่อพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนที่แตกต่างกัน
2. ทักษะการต่อรอง พี่เลี้ยงเด็กต้องมีเทคนิคในการเจรจาสื่อสารเพื่อโน้มน้าวให้เด็กเชื่อฟังโดยไม่ใช้การบังคับ
3. ทักษะแก้ปัญหา พี่เลี้ยงเด็กต้องมีความสามารถในการจัดการและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องรายงานคุณพ่อคุณแม่หากไม่ใช่เรื่องร้ายแรง
4. ความคิดสร้างสรรค์ พี่เลี้ยงเด็กควรมีความคิดสร้างสรรค์ หากิจกรรมที่เหมาะสำหรับเด็กในแต่ละช่วงวัยเพื่อให้เด็กได้เล่นเพลิดเพลินและฝึกช่วยเหลือตัวเอง
5. ตรงต่อเวลา พี่เลี้ยงเด็กต้องเป็นคนที่ตรงต่อเวลาและมีความรับผิดชอบในงานของตัวเอง คือต้องมาทำงานและเลิกงานตามเวลาที่ตกลงไว้กับคุณพ่อคุณแม่ หากมีเหตุสุดวิสัยทำให้มาสายควรแจ้งให้คุณพ่อคุณแม่ทราบโดยเร็วที่สุด
6. สุขภาพดี พี่เลี้ยงต้องเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงและดูแลตัวเองทั้งเสื้อผ้า หน้า ผมให้สะอาดอยู่เสมอ
7. วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรืออุบัติเหตุ พี่เลี้ยงต้องมีความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และสามารถช่วยเหลือเด็กได้ทันที
อะไรที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่คลายความกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ลูก ๆ อยู่กับพี่เลี้ยงตามลำพัง
เมื่อคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลลูก ๆ ของคุณ ความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจ คุณพ่อคุณแม่มีวิธีการใดบ้างที่จะหาพี่เลี้ยงที่วางใจได้ ใส่ใจมีวิธีการที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รู้จักตัวตนของพี่เลี้ยงเด็กมากขึ้น

1. ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีหากครอบครัวหรือเพื่อนของคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้แนะนำพี่เลี้ยงเด็กที่พวกเขารู้จัก อย่างน้อยก็มีคนรับรองพวกเขาได้ แต่สิ่งสำคัญก็คือต้องทำการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กและตรวจสอบประวัติของคุณเองเพื่อให้แน่ใจว่าเชื่อถือได้มากที่สุด
2. สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มองหาพี่เลี้ยงจากสื่อออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย (Social Media) เช่น เฟสบุ๊ค หรือไลน์ มองหาพี่เลี้ยงเด็กที่มีรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการก่อนหน้า ใช้เวลาอ่านและศึกษารีวิวเหล่านั้น
3. เชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง เมื่อคุณพ่อคุณแม่มีโอกาสสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็กก่อนเริ่มงาน หากมีสัญญาณที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกไม่สบายใจ เช่น พี่เลี้ยงเด็กดูเป็นคนไม่กระตือรือร้น หรือไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส จงเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองที่ชี้ว่าคนคนนี้ไม่เหมาะสมกับงาน
4. ตรวจสอบประวัติ คุณพ่อคุณแม่อาจร้องขอให้พี่เลี้ยงตรวจสอบประวัติอาชญากรรมกับกองทะเบียนประวัติอาชญากร( http://www.criminal.police.go.th/ ) เพื่อให้แน่ใจว่าพี่เลี้ยงเด็กไม่มีประวัติกระทำผิดกฎหมายทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือและช่วยในการตัดสินใจ
พ่อแม่ควรตกลงอะไรบ้างก่อนจ้างพี่เลี้ยงเด็ก?
เมื่อคุณพ่อคุณแม่สามารถหาพี่เลี้ยงเด็กที่ถูกใจได้แล้ว ควรพูดคุยและตกลงกันเรื่องใดบ้างก่อนเริ่มงาน

1. วันและเวลาทำงาน คุณพ่อและคุณแม่ควรมีแผนการทำงานของพี่เลี้ยงที่ชัดเจน เช่นกำหนดวันทำงาน วันหยุด และเวลาทำงานในแต่ละวันให้ชัดเจน และควรถามความสมัครใจหากต้องการให้พี่เลี้ยงทำงานล่วงเวลา
2. ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ คุณพ่อคุณแม่ควรระบุขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจน หากต้องการให้พี่เลี้ยงทำงานบ้านหรืองานอื่น ๆ นอกจากดูแลเด็ก ควรตกลงกันให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน
3. ระยะเวลาการทดลองงาน หาดคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้พี่เลี้ยงทดลองงานก่อนสักระยะหนึ่งก่อนทำสัญญาว่าจ้าง ควรระบุช่วงระยะเวลาและเงื่อนไขในการทดลองงานให้ชัดเจน
4. ค่าจ้าง คุณพ่อคุณแม่ควรสอบถามและตกลงค่าจ้างของพี่เลี้ยงให้ชัดเจน และค่าจ้างควรจะสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และจำนวนชั่วโมงทำงานในแต่ละวัน ประสบการณ์ในการทำงานอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ประกอบการพิจารณาอัตราค่าจ้างได้
5. กรณีจ้างพี่เลี้ยงประจำแบบพักอาศัยร่วม คุณพ่อคุณแม่ต้องจัดการเรื่องที่พักให้กับพี่เลี้ยง รวมถึงอาหารในแต่ละวันตามตกลงกัน
6. ข้อตกลงในการอยู่อาศัยร่วมกัน คุณพ่อคุณแม่ควรบอกกล่าวพี่เลี้ยงให้ชัดเจนถึงกฎระเบียบต่าง ๆ สิ่งใดไม่ควรปฏิบัติของการอาศัยอยู่ร่วมกัน

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่ควรพูดคุยตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน

ตลาดนกฮูก ตลาดโต้รุ่งเมืองนนท์

ตลาดนกฮูก (Owl Market) เป็นตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ ที่เปิดโต้รุ่ง สามารถเดินชม ชิม ช็อปได้ข้ามวัน เดิมเป็นตลาดกรมชลประทาน ที่ย้ายมาตั้งอยู่หลังเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ถนนเลี่ยงเมือง ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เป็นทำเลค้าขายที่เปิดขายของในเวลากลางคืน มีร้านอาหารให้เลือกทานมากมาย ทั้งร้านธรรมดาและแบบฟู้ดทรัคเก๋ๆ เช่น อาหารจานเดียว ส้มตำไก่ย่าง สเต๊ก ก๋วยเตี๋ยว และร้านน้ำ ร้านกาแฟ นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอื่นๆอีกมากมายทั้งเสื้อผ้าแฟชั่นทั้งมือหนึ่งมือสอง เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้เบ็ดเตร็ด บรรยากาศคล้ายตลาดคลองถมผสมตลาดนัด และมีแสงส่องเรืองๆคล้ายตลาดไฟฉาย

ภายในตลาดแบ่งเป็น 5 โซน คือ โซนหน้าตลาด โซนในตลาด โซนคลองถม 2 และโซนตู้คอนเทนเนอร์อาหาร โดยโซนหน้าตลาด และโซนในตลาด จะขายสินค้าทั่วไป ข้าวของเครื่องใช้ และสินค้าแฟชั่น โซนคลองถม 2 เน้นสินค้าทั้งมือหนึ่งและมือสอง ส่วนโซนตู้คอนเทนเนอร์ เปิดขายอาหาร นอกจากนี้ ยังมีโซนสุดท้ายที่เป็นศูนย์อาหารภายในอาคารด้วย

ตลาดนกฮูก เปิดขายทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่ 18:00 น. จนถึง 10:00 น. ของอีกวัน โซนโต้รุ่งและเทคโฮม เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 15:00 จนถึง 24:00 น. ตลาดมีที่จอดรถกว้างขวาง และด้วยการบริหารจัดการอาจยังไม่เป็นระบบระเบียบนัก หากขับรถยนต์ส่วนตัวมาเองอาจต้องใจเย็นสักนิด เพราะรถค่อนข้างติด แต่พอได้ที่จอดก็เดินกันเพลินๆยาวๆ ถึงเช้าได้เลย



อำเภอเมืองนนทบุรี แหล่งรวมพิพิธภัณฑ์

อำเภอเมืองนนทบุรี เดิมมีชื่อว่า อำเภอตลาดขวัญ ปรากฏชื่อในเอกสารที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2445 ตรงกับสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอนนทบุรี ตามประการลงราชกิจจานุเบกษาปี พ.ศ. 2466 มีที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่ในอาคารศาลากลางเมืองนนทบุรี ข้างวัดท้ายเมือง ตำบลตลาดขวัญ ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 มีการเปลี่ยนชื่ออำเภอนนทบุรีเป็น อำเภอเมืองนนทบุรี เนื่องจากทางราชการมีนโยบายในการเปลี่ยนชื่ออำเภอที่เป็นที่ตั้งจังหวัดเป็นอำเภอเมือง

อำเภอเมืองนนทบุรีมีสถานที่สำคัญหลายแห่ง และที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ มีพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ถึง 5 แห่ง กระจายไปในตำบลต่างๆ คือ

1. พิพิธภัณฑ์จังหวัดนนทบุรี เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดหลังเก่า อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าน้ำนนท์ ตำบลสวนใหญ่ เคยเป็นที่ตั้งโรงเรียนราชวิทยาลัยในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาเมื่อโรงเรียนถูกยุบ จึงใช้เป็นศาลากลางจังหวัดนนทบุรีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2471 จนถึง พ.ศ. 2535 ส่วนราชการทั้งหมดจึงย้ายไปตั้งที่ศูนย์ราชการจังหวัดแห่งใหม่ริมถนนรัตนาธิเบศร์ หลังจากนั้น กรมศิลปากรจึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน อาคารพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น ทรงไทยประยุกต์ ทำจากไม้สักทั้งหลัง จัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์จังหวัดนนทบุรี และวิถีชีวิตคนเมืองนนท์ เปิดให้เข้าชมวันอังคาร ถึง วันศุกร์ เวลา 09:00 – 17:00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

2. พิพิธภัณฑ์มนุษยชาติวิทยา ตั้งอยู่หลังศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ตำบลสวนใหญ่ ปัจจุบันใช้ชื่อว่า พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2504 เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งแรกของไทย อาคารเป็นตึก 2 ชั้น มีห้องขนาดใหญ่ 4 ห้อง จัดแสดงวิวัฒนาการของพืช สัตว์ และมนุษย์ รวมทั้งวิวัฒนาการของสัตว์โบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์นี้ถือเป็นตัวอย่างของพิพิธภัณฑ์ยุคดั้งเดิม บรรยากาศพิพิธภัณฑ์เป็นแนวเรโทร ยุค 40-50 ปีที่ผ่านมา ด้านข้างมีห้องประชาชนเปิดให้บริการด้วย พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมวันอังคาร – วันเสาร์ เวลา 08:30 – 16:30 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

3. พิพิธภัณฑ์บ้านดุริยางคศิลป์ (บ้านครูมนตรี ตราโมท) หรือที่เรียกกันว่า “บ้านโสมส่องแสง” ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 81 หมุ่ 11 ซอยพิชยนันท์ 2 ถนนติวานนท์ 3 ตำบลตลาดขวัญ เป็นบ้านพักของครูมนตรี ตราโมท ศิลปิน 5 แผ่นดิน และเป็นนักดนตรีคนแรกที่ได้ตีขิมในวงเครื่องหลวง บรรเลงถวายรัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นยุคที่วงดนตรีไทยและโขนละครเจริญเฟื่องฟูมาก ครูมนตรี ตราโมท ได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาดุริยางคศิลป์ ดนตรีไทย ประจำปี พ.ศ. 2528 มีชีวิตอยู่ระหว่างสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 9 ทายาทของท่านจึงได้ทำการอนุรักษ์บ้านพักและเครื่องดนตรีต่างๆไว้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ มีการจัดแสดงชีวประวัติและผลงานเพลงต่างๆของครู รวมทั้งเพลงที่เป็นลายมือต้นฉบับตั้งแต่เพลงแรกจนถึงเพลงสุดท้าย และมีการสอนดนตรีไทยให้ผู้สนใจทั่วไปทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และในช่วงอาทิตย์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดพิธีไหว้ครูดนตรีไทยด้วย พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 – 17:00 น. (ควรโทรนัดหมายล่วงหน้า) โดยไม่เก็บค่าเข้าชม

4. พิพิธภัณฑ์เขาสัตว์ เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชน ที่รวบรวมเขาสัตว์และวัตถุโบราณไว้มากมาย อายุตั้งแต่ 100 ปี ถึง 16 ล้านปี ตั้งอยู่เลขที่ 27/8 หมู่ 6 ถนนประชาราษฎร์ ตำบลตลาดขวัญ นับเป็นพิพิธภัณฑ์เขาสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ก่อตั้งโดยคุณประเสริฐ ศรียรรยง ภายในจัดแสดงเขาสัตว์และส่วนกะโหลก ทั้งสัตว์กินพืชและสัตว์กินเนื้อ โดยเน้นสัตว์ที่อยู่ในประเทศไทย เขาสัตว์ทุกชิ้นมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย และส่วนใหญ่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษในสมัยที่การล่าสัตว์ยังเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยม เช่น เขากระทิง เขาวัวแดง วัวกูปรี งาช้างแมมมอธยาว 2 เมตรที่พบในภาคอีสาน และเขาเนื้อสมันซึ่งเป็นสัตว์ที่เขาสวยที่สุดในโลก พบในบริเวณภาคกลางของประเทศไทยแต่สูญพันธุ์ไปกว่า 150 ปีแล้ว พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมในวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 09:00 – 16;00 น. มีค่าธรรมเนียมผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท

5. พิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทย ตั้งอยู่ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข ซอยติวานนท์ 4 (โรงพยาบาลศรีธัญญา) ถนนติวานนท์ ตำบลบางเขน เป็นอาคารทรงไทย 3 ชั้น แบ่งออกเป็น 7 ห้อง คือ หอพระไภษัชยคุรุไวทยประภา หออบรมครูการแพทย์แผนไทย วิวัฒนาการการแพทย์แผนไทย ห้องภูมิปัญญาไทย ห้องการนวดไทย ห้องอาหารไทยเพื่อสุขภาพ และหอยา โดยภาพรวม ทั้ง 7 ห้องมีจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติและวิวัฒนาการของการแพทย์แผนไทย ปรัชญาการแพทย์แผนไทย และเครื่องยาแผนไทยต่างๆ เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30 – 16:30 น. มีค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท เด็ก 15 บาท นักเรียนนักศึกษา 10 บาท และชาวต่างชาติ 150 บาท



ฟันน้ำนมของลูกน้อยจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่

ฟันน้ำนมซี่แรกของลูกน้อย ส่วนใหญ่จะขึ้นเมื่อมีอายุ 4-7 เดือน โดยฟันที่ขึ้นก่อนมักจะเป็นฟันหน้าด้านล่าง 2 ซี่ แล้วหลังจากนั้นฟันซี่อื่นๆจะค่อยๆขึ้นตามมา ฟันหน้าด้านบนจะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 8-12 เดือน ฟันกรามใหญ่ทั้งบนและล่างจะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 12-20 เดือน และฟันกรามเล็กทั้งบนและล่างจะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 20-30 เดือน ส่วนเขี้ยวทั้งด้านบนและล่างจะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 16-20 เดือน และเด็กผู้หญิงจะมีฟันขึ้นเร็วกว่าเด็กผู้ชายประมาณ 2-10 เดือน โดยฟันจะขึ้นครบในช่วงอายุราวๆ 3 ขวบ และฟันน้ำนมจะอยู่กับลูกน้อยจนอายุครบ 6 ขวบ หลังจากนั้นฟันแท้ก็จะเริ่มขึ้นมาแทนที่

เด็กที่ฟันงอกช้า อาจจะต้องรอถึง 1 ขวบ ฟันน้ำนมซี่แรกจึงจะขึ้น ซึ่งแนะนำว่าหาก 10 เดือนแล้วฟันยังไม่ขึ้นเลย ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูว่าเกิดจากสาเหตุอะไร หรือมีความผิดปกติอื่นๆหรือไม่ เช่น ฟันน้ำนมโผล่ขึ้นมาเหนือเหงือกไม่ได้ และการที่ฟันขึ้นช้าอาจส่งผลต่อพัฒนาการอื่นๆของลูกตามมา เช่น กินอาหารลำบาก พูดไม่ชัด

อาการที่จะสังเกตได้ว่าฟันกำลังจะขึ้น คือ

1. ลูกอาจกัด แทะ หรือเคี้ยวอะไรบางอย่างตลอดเวลา

2. มีน้ำลายไหลมากกว่าปกติ

3. เหงือกบวมแดง หากใช้นิ้วมือลูบเบาๆจะรู้สึกเหงือกแข็งขึ้น

4. ลูกอาจมีอาการหงุดหงิดที่เกิดจากความเจ็บ ปวด หรือคันเหงือก และมักจะเป็นมากในตอนกลางคืน ทำให้ลูกน้อยตื่นบ่อยในเวลากลางคืน

5. เบื่ออาหารเดิมๆ หรืออยากเปลี่ยนเป็นอาหารที่มีลักษณะแข็งขึ้น เพื่อจะได้เคี้ยว ซึ่งเกิดจากอาการคันเหงือก

เพื่อบรรเทาอาหารคันเหงือก คุณพ่อคุณแม่สามารถหาของเล่นที่ไม่มีสารอันตราย หรือผักที่มีลักษณะแข็ง เช่น แครอท หรือแตงกวาหั่นเป็นแท่งยาวแช่แข็งเอาไว้ให้ลูกกัดเล่น เพื่อลดอาการคันเหงือกได้