ติวเตอร์ ใน หลักสี่, กรุงเทพมหานคร

ติวเตอร์ ใน หลักสี่, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

Jarinpon Wongviriyasakoon
Jarinpon Wongviriyasakoon
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 28 ปี
เอกภพ ตรีขันธ์
เอกภพ ตรีขันธ์
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี
Saijai อายุ 36 ปี

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

เราเรียน BA และต้องเรียน Fundamental of Financial Accounting เพราะเป็นวิชาบังคับของมหาวิทยาลัย แต่เราทำได้ไม่ดีเลย เสิร์จหาติวเตอร์ระดับมหาวิทยาลัยจนเจอเว็บใส่ใจ เลยลองใช้บริการดู เพราะเรทไม่สูงมาก พี่ที่สอนเขามีเทคนิคนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด เรารู้สึกว่าพี่เข้าอธิบายเข้าใจง่ายมาก ไฟนอลที่ผ่านมาเราได้ B+ ดีใจมาก ๆ รู้สึกประทับใจมาก ติวเตอร์สอนดี พี่ติวเตอร์เขาเก่งมาก ๆ ที่สำคัญคือพวกเราเรียนพิเศษกันแบบออนไลน์ด้วยค่ะ
Saijai
อังคณา บุษย์บำเพ็ญ
5 ปีที่แล้ว
ต้องบอกก่อนว่าลูกชายผมจะอ่อนเรื่องคณิต-วิทย์ คือถ้าเป็นวิชาคำนวน จะช้ากว่าที่คุณครูที่โรงเรียนสอน ถ้าให้เรียนกลุ่มใหญ่กลัวไม่ได้ผล ค้นข้อมูลดู ที่นี่มีข้อมูลหลากหลายเลยให้ลูกลองเรียนดู พอดีคลิ๊กกันได้กับครู สอนดีนะครับ ลูกผมโอเคขึ้นมาก ตอนนี้ก็พอได้ในหลายๆอย่าง ติวเตอร์ที่จองกับใส่ใจ ให้ลองทำโจทย์ที่หลากหลายติวเตอร์อธิบายดีครับ
Saijai
สุทธา แหลมเสมอ
5 ปีที่แล้ว
คุณพ่อ คุณแม่จะเข้าใจค่ะ ช่วงที่ลูกต้องติวหนังสือเตรียมสอบ ปวดหัวไปหมด กลัวลูกสอบไม่ติด จะให้ลูกติวที่ไหนดี มีตัวเลือกมากมายแต่ไม่รู้จะเรียนที่ไหน มาเจอที่นี่ หาติวเตอร์ง่ายมาก ได้ติวเตอร์ถูกใจ ในราคาสบายกระเป๋า รับรองว่าจะแนะนำเพื่อน ๆ มาใช้บริการที่นี่อีกแน่นอนค่ะ
Saijai
ธนพร กุลวานิช
5 ปีที่แล้ว
ลูกชายเรียนอยู่ม.6 สามสัปดาห์ก่อนเลยมองหาที่เรียนพิเศษวิทย์-คณิตเพิ่มให้เขา ไปเจอโพสต์ของใส่ใจในเฟซบุ๊ก เห็นมีบริการติวเตอร์ส่วนตัวด้วย ลองดูประวัติติวเตอร์หลายๆคน จนลองนัดสัมภาษณ์ไป 3 คน โชคดีมากที่ตัดสินใจเลือกถูกคน รู้สึกประทับใจกับระบบและติวเตอร์ที่จองผ่านใส่ใจมากเลยค่ะ
Saijai
พิมพ์ชนก เปี่ยมสุข
5 ปีที่แล้ว
พอใจกับระบบการจองของใส่ใจค่ะ หาง่าย จองง่าย ไม่ยุ่งยากค่ะ
Saijai
วรรณิภา บุญมาก
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ติวเตอร์

คุณพ่อคุณแม่ควรจ้างติวเตอร์ส่วนตัวมาสอนที่บ้านหรือให้ลูกเรียนตามสถาบันกวดวิชาดีกว่า
ใส่ใจมี 5 ข้อดีของการเรียนพิเศษที่บ้านเพื่อช่วยในการประกอบการตัดสินของพ่อแม่และผู้ปกครองดังนี้ค่ะ

1) การเรียนแบบตัวต่อตัว ติวเตอร์หรือครูผู้สอนสามารถวางแผนการเรียนการสอนและกำหนดจุดมุ่งหมายร่วมกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมทั้งตัวนักเรียนเอง เพื่อให้การสอนเข้ากันได้ดีกับนักเรียนและดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ของผู้เรียนมากที่สุด
2) การเรียนแบบส่วนตัวเป็นทางเลือกที่ดีเพราะนักเรียนจะมีความกล้าในการตั้งคำถามมากขึ้น ด้านตัวติวเตอร์เองสามารถอธิบายและตอบข้อสงสัยของนักเรียนได้อย่างละเอียดจนกว่าจะเข้าใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับตัวนักเรียนและส่งผลให้นักเรียนนับถือตัวเองมากขึ้นมาก
3) ความสะดวกในการจัดตารางเรียนและประหยัดเวลาในการเดินทาง การสอนแบบส่วนตัวเป็นรูปแบบการสอนที่มีความยืดหยุ่นและความสะดวกสบายอย่างมาก นักเรียนสามารถจัดตารางเรียนและเลือกสถานที่เรียนให้สอดคล้องกับตารางเรียนที่โรงเรียนหรือการทำกิจกรรมอื่น ๆ ในบางกรณีครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์อาจตกลงกับนักเรียนที่จะทำการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เพื่อความสะดวกของทั้งสองฝ่าย
4) การเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัวนั้นนักเรียนจะมีสมาธิและโฟกัสกับเนื้อหามากกว่าการเรียนในกลุ่มใหญ่ ๆ โดยเฉพาะนักเรียนกลุ่มที่เป็นเด็กเวลาอยู่กับเพื่อน ๆ มักจะพูดคุยกัน และเล่นสนุกกันมากกว่าสนใจบทเรียนตรงหน้า
ดังนั้นหากคุณพ่อและคุณแม่ต้องการหาติวเตอร์ส่วนตัวให้ลูก ๆ นั้น ใส่ใจมีบริการค้นหาติวเตอร์คุณภาพที่ใช้พร้อมรอให้บริการแล้วค่ะ
ทักษะที่ครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ควรใช้ในการสอน
การจ้างครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์มาสอนเสริมหรือพิเศษลูก ๆ ที่บ้านนั้นถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่ผู้ปกครองที่มองหาโอกาสเพิ่มพูนความรู้ให้กับลูก การจะหาครูสอนพิเศษสักคนมาติวลูก ๆ ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองต้องคำนึงถึงทักษะด้านใดของติวเตอร์ มาดูกันเลยค่ะ

1) ติวเตอร์ควรมีเทคนิคในการสอนเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียน การถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียนนั้น จำเป็นต้องใช้เทคนิคที่น่าสนใจและสนุก เพื่อทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้ที่เราสอนอย่างมีประสิทธิภาพ หากติวเตอร์ถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการที่ตึงเครียดมากเกินไป อาจทำให้เด็กไม่สนใจเรียนและทำให้เบื่อหน่ายได้
2) การเป็นติวเตอร์ควรมีความยืดหยุ่นทั้งในเวลาการสอนหรือสถานที่การสอน ในบางครั้งติวเตอร์อาจจะต้องเปลี่ยนแผนการสอนให้เข้ากับนักเรียนแต่ละคน บางครั้งนักเรียนของคุณไม่สะดวกเรียนที่บ้าน อาจจะสะดวกเรียนตามร้านกาแฟ ห้องสมุดหรือตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ดังนั้นติวเตอร์จะต้องปรับการสอนให้เหมาะสมกับความต้องการของนักเรียนแต่ละคน
3) ติวเตอร์จะต้องมีความอดทนสูงและเข้าใจ หากนักเรียนของคุณมีข้อสงสัยในเนื้อหาที่เรียนนั้น คุณจะต้องอธิบายจนกว่านักเรียนจะเข้าใจโดยต้องใช้ความพยายามและความอดทนเพราะถือเป็นการช่วยเหลือนักเรียนให้มีผลการเรียนที่ดีขึ้น
4) ทักษะการสื่อสารกับนักเรียน แน่นอนว่าการสอนทักษะที่จำเป็นต้องใช้มากที่สุดคือทักษะการพูด ติวเตอร์ต้องใช้วิธีการพูด วิธีการอธิบายให้เข้าใจมากที่สุด บางครั้งเนื้อหาการเรียนนั้นยากแล้ว หากติวเตอร์ไม่มีวิธีการพูดให้เข้าใจได้ง่ายจะทำให้นักเรียนไม่เข้าใจในเนื้อหาที่ติวเตอร์สอน

นี่คือทักษะขั้นพื้นฐานที่ติวเตอร์ควรมี ดังนั้นหากจะหาติวเตอร์ที่ดีมาสอนลูก ๆ ของคุณที่บ้าน คุณสมบัติดังกล่าวของติวเตอร์สามารถประกอบการตัดสินใจของผู้ปกครองได้ค่ะ
เรียนพิเศษหรือเรียนเสริมส่วนตัวที่บ้านจะช่วยให้เด็กมีสมาธิกว่าการเรียนกลุ่มใหญ่อย่างไร
ในสมัยนี้การเรียนเสริม เรียนพิเศษหรือการกวดวิชานั้นมีหลากหลายทางเลือก และการจ้างครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ส่วนตัวถือเป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสำหรับนักเรียนที่ต้องการความส่วนตัวในการเรียนและหวังผลลัพธ์ที่ดี การเรียนพิเศษตัวต่อตัวช่วยให้นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้นอย่างไร ใส่ใจมีคำตอบมาให้คุณค่ะ

• เมื่อเรียนพิเศษตัวต่อตัว นักเรียนจะมีความใกล้ชิดกับติวเตอร์ ในด้านของนักเรียนหากมีข้อสงสัยนักเรียนสามารถสอบถามติวเตอร์ได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีสมาธิกว่าการเรียนกลุ่มใหญ่ ๆ อีกด้วย ส่วนในด้านของติวเตอร์เมื่อรับงานสอนพิเศษตัวต่อตัวแล้ว เป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือการถ่ายทอดวิชาความรู้ให้นักเรียนอย่างสุดความสามารถ และติวเตอร์เองจะมุ่งเน้นความใส่ใจไปที่เด็กนักเรียนคนเดียวจึงทำให้เด็กได้รับความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อนักเรียนเข้าใจในสิ่งที่ติวเตอร์สอน นักเรียนจะสามารถทำข้อสอบที่โรงเรียนได้และได้ผลลัพธ์ที่ดีอีกด้วย
• การเรียนพิเศษนั้นนักเรียนจะได้ฝึกทำข้อสอบ หรือแบบฝึกหัดและสามารถทำข้อสอบได้เมื่อเรียนที่โรงเรียนเพราะแน่นอนจุดสำคัญที่สุดของการเรียนของเด็กไทยเพื่อให้ได้คะแนนดี ๆ หรือเกรดสวย ๆ นั้นมาจากการทำข้อสอบเป็นหลัก ดังนั้นติวเตอร์จะให้ทริคการทำโจทย์ต่าง ๆ ให้นักเรียนเพื่อให้นักเรียนสามารถเอาไปใช้ในสนามสอบได้

ดังนั้นการเรียนพิเศษแบบตัวต่อตัวกับติวเตอร์ส่วนตัวนั้นทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อตัวนักเรียน อีกทั้งยังทำให้นักเรียนนั้นมีผลการเรียนที่ดีขึ้นอีกด้วย
พ่อแม่ควรตกลงอะไรกับติวเตอร์ก่อนทำการจ้าง?
คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองรวมถึงตัวนักเรียนเองจะได้รับประโยชน์หลายอย่างจากกการจ้างครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ส่วนตัว เช่น สามารถเลือกวันและเวลาเรียนได้ตามความต้องการ สามารถเลือกสถานที่เรียนได้ตามความเหมาะสม และได้ใกล้ชิดกับติวเตอร์มากกว่าเรียนเป็นกลุ่มใหญ่ ดังนั้นก่อนตัดสินใจจ้างครูสอนพิเศษหรือติวเตอร์ คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองรวมถึงตัวนักเรียนเองควรรูและทำความตกลงอะไรกันบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

1) คุณต้องอ่านประวัติติวเตอร์ให้ดีก่อนทำการจ้าง สถาบันการศึกษา ข้อมูลการติดต่อติวเตอร์ ดูประวัติการทำงาน ประสบการ์ณต่าง ๆ ในการสอน เพื่อประกอบการตัดสินใจในการจ้าง หากติวเตอร์มีประสบการณ์มากเท่าไหร่ ถือว่าติวเตอร์มีคุณภาพที่จะถ่ายทอดวิชาความรู้ให้คุณค่ะ
2) ก่อนจะทำการจ้างคุณควรจะสอบถามติวเตอร์ให้แน่ชัดถึงเนื้อหาที่สอน บทเรียนที่ติวเตอร์จะสอนมีอะไรบ้าง หรืออาจจะถามติวเตอร์โดยตรงเลยว่าติวเตอร์จะเน้นบทไหนเป็นพิเศษ อีกทั้งน้อง ๆ ยังสามารถสอบถามถึงสื่อการสอนที่ติวเตอร์เตรียมให้กับผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือมีชีทแจกให้
3) ข้อตกลงเรื่องเวลาและสถานที่ คุณจะต้องคุยกับติวเตอร์ถึงวันเวลาและสถานที่ที่ต้องการเรียนให้ชัดเจน หากคุณสะดวกเรียนที่บ้านของคุณ คุณจะต้องแจ้งกับติวเตอร์โดยตรง หากในกรณีคุณสะดวกเรียนตามที่สาธารณะ เช่น ร้านกาแฟ ห้องสมุด คุณจะต้องแจ้งให้ติวเตอร์ทราบก่อนการเรียนเสมอ อย่างไรก็ดีใส่ใจแนะนำให้น้อง ๆ เลือกสถานที่ที่เหมาะสม หากสถานที่มีเสียงดังและมีคนพลุกพล่าน จะทำให้น้อง ๆ เสียสมาธิในการเรียนได้ค่ะ

หากน้อง ๆ ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นดังกล่าวแล้ว น้อง ๆ สามารถจองติวเตอร์บนเว็บไซต์ใส่ใจได้เลยค่ะ ติวเตอร์คุณภาพรอที่จะถ่ายทอดความรู้ให้น้อง ๆ อยู่ค่ะ

พ่อแม่ควรทำอย่างไร ให้ลูกเรียนรู้ได้หลายภาษา

การพูดได้หลายภาษาเป็นข้อได้เปรียบสำหรับเด็กในปัจจุบัน ที่สามารถเปิดโอกาสในด้านต่างๆให้กับเด็กได้ ทั้งการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิต พ่อแม่ส่วนใหญ่จึงมักหาวิธีต่างๆสอนลูกตั้งแต่เด็กเกี่ยวกับภาษา ทั้งการสอนด้วยตัวเอง หรือการเรียนกับติวเตอร์ แม้ว่าพ่อแม่จะไม่เก่งภาษาก็สามารถสอนลูกได้ ดังคำกล่าวที่ว่า “ภาษาจากแม่คือภาษาที่มาจากใจ” พ่อแม่หลายคนพยายามสอนลูกด้วยตัวเองถึงแม้จะไม่เก่งภาษาก็ต้องฝืนอดทนเรียนภาษาไปพร้อมกับลูก เวลาลูกนอนหลับก็ต้องมานั่งเรียนดูคลิปต่างๆ จดคำศัพท์ที่ใช้คุยกับลูกบ่อย แต่เวลาต้องคุยกับลูกจริงๆกับนึกคำศัพท์ไม่ออกสลับไทยบ้างอังกฤษบ้างจนรู้สึกหงุดหงิดกับตัวเอง ดังนั้นก่อนจะฝึกให้ลูกพูดภาษาอื่น พ่อแม่ควรสำรวจตัวเองก่อนว่าสามารถพูดภาษานั้นได้คล่องแค่ไหน มีเวลาเรียนพร้อมกับการเลี้ยงลูกไปด้วยหรือไม่ การที่จะทำให้ลูกพูดหลายภาษาได้ไม่จำเป็นที่พ่อแม่จะต้องสอนเอง ไม่ใช่เรื่องที่น่าเสียดายหากลูกพูดภาษาอื่นไม่ได้เพราะพ่อแม่ไม่เก่งภาษา ในยุคสมัยนี้สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่พาตัวเองไปอยู่กับเจ้าของภาษาหรือใช้สื่ออุปกรณ์ต่างๆได้อย่างง่ายดาย พ่อแม่จึงมีหน้าที่หลักคือหาสภาพแวดล้อม เพื่อให้ลูกได้คุ้นเคยกับการใช้ภาษานั้นๆ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ลูกได้เรียนรู้ภาษาด้วยตัวเองเป็นการเรียนรู้แบบธรรมชาติที่ไม่ต้องฝืนไม่ต้องกลัวผิด หากครอบครัวมีความพร้อมสามารถให้ลูกเรียนโรงเรียนที่สอน 2 หรือ 3 ภาษาโดยครูเจ้าของภาษาได้โดยตรง หรืออาจส่งลูกไปเรียนกวดวิชาเกี่ยวกับภาษานั้นๆ แม้กระทั่งที่บ้านก็สามารถสร้างสภาพแวดล้อมได้เช่นกัน อาทิ การอ่านนิทานเ ปิดเพลงเกี่ยวกับภาษาให้ลูกฟัง ให้เล่นเกมเกี่ยวกับภาษา ก็ช่วยได้เช่นกัน

ไม่ว่าจะเลี้ยงลูกหลายภาษาด้วยวิธีการใดก็ตาม จำเป็นต้องเลือกให้เหมาะสมกับครอบครัว หากบ้านไหนที่มีพ่อแม่เก่งภาษาอังกฤษก็เลือกใช้วิธีการพูดภาษานั้นๆในชีวิตประจำวัน แต่หากบ้านไหนที่มีพ่อแม่ไม่เก่งภาษาก็สามารถเลือกเรียนไปพร้อมกับลูกหรือให้ลูกไปอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษานั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนในโรงเรียนหรือการเรียนกวดวิชา ซึ่งเด็กแต่ละคนจะใช้เวลาในการเรียนรู้ไม่เท่ากัน พ่อแม่จึงต้องรอย่างใจเย็นเมื่อลูกสนใจและเห็นถึงความสำคัญของการเรียนภาษา จะทำให้พูดได้ด้วยตนเองและสนใจในการเรียนภาษาอื่นๆต่อไป



อาหารบำรุงสมอง

“You are what you eat” กินเท่าที่เห็น เป็นอย่างที่กิน สำนวนที่คุ้นหูกันมาอย่างช้านาน หมายความว่าคุณกินอะไรเข้าไปคุณก็จะเป็นอย่างนั้น หากเลือกกินของมีประโยชน์จะส่งผลดีต่อร่างกาย แต่หากเลือกกินของที่ไม่มีประโยชน์ก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายเช่นกัน หากพูดถึงอาหารการกินกับเรื่องของสมองหรือความจำ “ควรเลือกอาหารสมองให้เป็น” เพราะสมองดีเป็นสิ่งที่ทุกคนล้วนต้องการ เนื่องจากสมองมีบทบาทต่อการทำงานของอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย ปัจจุบันคนไทยมีความเสี่ยงในโรคเกี่ยวกับสมองและระบบประสาทเพิ่มมากขึ้น จากการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการมีจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้น นั่นหมายความว่า ยิ่งเราอายุมากขึ้นก็จะเสี่ยงต่อโรคประสาทมากขึ้นเช่นกัน รู้หรือไม่ว่าโรคหลอดเลือดสมองตีบเป็นโรคที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตมากรองจากโรคมะเร็ง ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมองเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบประสาทได้ง่ายที่สุด เราควรจะเลือกรับประทานอะไรบ้าง?

1. ปลา อย่างที่เชื่อกันว่า กินปลาแล้วจะฉลาดโดยเฉพาะปลาน้ำทะเลลึกเช่น ปลาทูน่า ปลาเซลมอน ซึ่งเป็นอาหารที่มีประโยชน์สูงสุดกับสมอง หากไม่สามารถรับประทานปลาจากทะเลได้ หรือไม่มีเวลาในการเตรียมอาหาร การเลือกรับประทานอาหารเสริมประเภทน้ำมันปลาก็สามารถทดแทนได้เหมือนกัน

2. ข้าวกล้องงอก มีสารอาหารที่อุดมไปด้วยกาบามากกว่าข้าวกล้องปกติถึง 15 เท่าป้องกันการถูกทำลายของสมองและโรคอัลไซเมอร์ได้ อีกทั้งยังทำให้รู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับสบายมากขึ้น

3.ไข่ แหล่งโปรตีนที่หารับประทานง่ายที่สุด ตัวช่วยที่ดีในการพัฒนาการทำงานของสมอง ทั้งความทรงจำ การเรียนรู้ เสริมสร้างระบบประสาท ซึ่งมีสารโคลินที่มีความสำคัญต่อความจำด้วย ไข่ไก่สามารถให้พลังงานสูงไม่ทำให้หิวบ่อย

4.นม มีส่วนช่วยในการบำรุงระบบประสาทดูแลการทำงานของระบบประสาทในส่วนของความทรงจำ ลดความเสี่ยงการเป็นโรคอัลเมอร์ในผู้สูงอายุได้

5.ผลไม้ การรับประทานผลไม้จะส่งผลดีกับสมองได้หลากหลายด้าน ซึ่งผลไม้แต่ละชนิดจะให้คุณประโยชน์แตกต่างกันไปโดยเฉพาะ ทับทิมสามารถช่วยระงับความเครียดของสมอง ให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย ส่วนผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จะช่วยให้ระบบหมุนเวียนของเลือดดี เลี้ยงสมองได้ทั่วถึง

6. ช็อกโกแลต ไม่ได้มีดีแค่เรื่องของความอร่อยเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นสมองให้ระบบหมุนเวียนเลือดดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองและยังพัฒนาความทรงจำได้มากถึง 20% มีสารเอนโดฟินเละเซโรโทนินที่เป็นสารความสุขในสมอง ทำให้อารมณ์ดีอีกด้วย



เมืองน่าอยู่

"เขตหลักสี่a> เดิมทีอยู่ในการปกครองของเขตบางเขน ต่อมาถูกโอนย้ายไปอยู่ในเขตการปกครองของเขตดอนเมือง เมื่อเขตดอนเมืองมีพื้นที่และประชากรที่หนาแน่นมากขึ้น เพื่อความสะดวกสบายของประชาชนในพื้นที่ในการติดต่อราชการจึงมีการประกาศให้เปลี่ยนแปลงพื้นที่เขตดอนเมืองและจัดตั้งเขตหลักสี่ขึ้นโดยแบ่งพื้นที่ทางทิศใต้ของเขตดอนเมืองมาจัดตั้ง ปัจจุบันหลักสี่เป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการเข้ามาของรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีแดง ทำให้ย่านนี้กลายเป็นที่ต้องการของใครหลายคน หลักสี่ประกอบไปด้วยแหล่งงานที่หลากหลาย ทั้งภาครัฐและเอกชนเช่น ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หน่วยงานของกระทรวงต่างๆ อาทิกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นอกจากนี้ยังมีสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ สถาบันวิจัยชั้นนำของประเทศอีกด้วย ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกก็เจริญไม่แพ้เขตอื่นๆ แหล่งงานในส่วนเอกชนของหลักสี่มักจะอยู่ในรูปของการค้าเช่น ไอทีสแควร์ บิ๊กซี โลตัสเป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้ยังทำให้หลักสี่กลายเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจเรียกได้ว่านอกจากจะเป็นแหล่งงานของกลุ่มผู้อาศัยแล้ว ยังเป็นสถานที่อำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตของคนในพื้นที่อีกด้วย การเดินทางของผู้คนจากทิศ ต่างๆในหลักสี่ไม่ว่าจะเข้าออกก็สามารถเดินทางได้ง่ายดาย โดยทิศเหนือของหลักสี่จะเชื่อมกับจังหวัดปทุมธานี ทิศใต้ของหลักสี่จะเชื่อมกับตัวเมืองกรุงเทพชั้นในคือ จตุจักร บางเขนลาดพร้าว ทิศตะวันออกจะเชื่อมกับคันนายาว มีนบุรี ส่วนทิศตะวันตกจะเชื่อมกับอำเภอปากเกร็ดของจังหวัดนนทบุรี

นอกจากจะมีความเจริญจากการเป็นชุมชนเมือง ที่มาพร้อมความสะดวกสบายครบครัน รวมถึงการเดินทางที่แสนสะดวกแล้ว เขตหลักสี่ยังมีพื้นที่สีเขียวสูงถึง 200 ตารางวาไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะบึงสีกัน สวนสาธารณะเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง ซึ่งมีอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร พื้นที่สีเขียวในเมืองค่อนข้างที่จะหายากดังนั้นการมีพื้นที่เขียวส่งผลให้หลักสี่กลายเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่ทุกคนต่างต้องการเพื่อการผ่อนคลายและออกกำลังกาย

"