ดูแลผู้สูงอายุ ใน ดินแดง, กรุงเทพมหานคร

ดูแลผู้สูงอายุ ใน ดินแดง, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ประภาพร พัฒนะแสง
ประภาพร พัฒนะแสง
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

บุคคลิคนิ่งๆ แต่เข้าหาคนง่าย รับผิดชอบในการทำงาน

เคยประจำที่ icu มากว่า 5ปี ยิ่งผุ้สูงอายุ่ที่ชอบเล่าความหลัง นั่งฟังนั่งซักได้ทั้งวัน

แสดงเพิ่มเติม
ธมลวรรณ สังข์แก้ว
ธมลวรรณ สังข์แก้ว
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 39 ปี

ใส่ใจ เข้าใจ สะอาด ดูแลเปรียญเสมือนญาติ

แสดงเพิ่มเติม
เมธาวี ธีระธัมปิยปัญญา
เมธาวี ธีระธัมปิยปัญญา
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 41 ปี

ขยันทำงาน รับผิดชอบ มีจรรยาบรรณ ใส่ใจดูแลผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดีค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
บีบีซาหรา ลาฮิม
บีบีซาหรา ลาฮิม
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
นวพร   พานา
นวพร พานา
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

ประสบการณ์ 6 ปีกว่า

เป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใส ยิ้มง่ายเข้ากับคนป่วยได้ดี ไม่มีหงุดหงิดใส่คนไข้ เป็นคนใจเย็น ชวนพูดชวนคุย

แสดงเพิ่มเติม
Wanwisa Jaiaree
Wanwisa Jaiaree
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

มีประสบการณ์ทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาล ดูแลผู้สูงอายุด้านอายุกรรมศาสตร์ รพ.ศิริราช 5 ปี อยู่ รพ.เอกชนใน จ มหาสารคาม 1 ปี แผนก ผู้ป่วยนอกและแผนก ฉุกเฉิน ออก EMS เป็นครั้งคราว เคยรับเฝ้าไข้ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยผ่าตัดสะโพก ผู้ป่วยสับสนอายุเยอะ ผู้ป่วยทางโรคมะเร็ง

แสดงเพิ่มเติม

เป็นคนที่รูปร่างสูงใหญ่ สามารถประคอง พยุง ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่สูงได้สบายๆ อดทนกับผู้สูงอายุและผู้ป่วยได้ดี ไม่วีน ไม่เหวี่ยง สะดวกรับงาน freelance เพราะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
รัฐฑี มีกระแส
รัฐฑี มีกระแส
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 50 ปี

อัธยาสัยดี ยี้มแย้ม พูดจาดีใจเย็น มีความอดทนสุง

แสดงเพิ่มเติม
อรวรรณ  บุ่งนาแซง
อรวรรณ บุ่งนาแซง
Saijai อายุ 37 ปี

สามารถดูแลผู้สูงอายุเคสธรรมดา เคสอยู่เป็นเพื่อนได้ค่ะ จัดยา วัดความดัน เจาะเบาหวานได้

แสดงเพิ่มเติม
จันทร์ทิพย์ ธีระ
จันทร์ทิพย์ ธีระ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 43 ปี
พิกุลทอง  รังวิจี
พิกุลทอง รังวิจี
Saijai อายุ 55 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

มีประสบการณ์ดูแลผู้สูงอายุ ส่วนมากเป็นอยู่เป็นเพื่อนผู้สูงอายุที่ช่วยตัวเองได้ค่ะ ไม่ฟิตอาหาร ช่วยพยุงเดิน ใช้ไม้ค้ำ

แสดงเพิ่มเติม
พิชญ์สิตา พงษ์เสถียรเตโช
พิชญ์สิตา พงษ์เสถียรเตโช
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

ชื่อเล่น เจี๊ยบอายุ ประสบการณ์ ด้าน การทำงาน และการบริบาล-ประสบการณ์ na โรงพยาบาลสุขุมวิท2ปีรับจ๊อบเฝ้าไข้ ความสามารถ ทางด้าน การบริบาล-ทำกายภาพเบื้องต้นได้ -วัดความดัน-วัดไข้ ปรอท-วัด ออกซิเจน ในเลือดได้-ฟีทซักซั่น ปากคอ- ทำแผล กดทับได้ -เช็ดตัว อาบน้ำ สระผม ตัดเล็บ บนเตียงได้ - เคลื่อนย้าย ผุ้ป่วย ได้ -ใส่เครื่อง ออกซิเจนได้ - ดูแลสายปัสสาวะได้ แต่เปลี่ยนสายไม่ได้ -สวนอุจาระได้- ทำอาหาร บด อาหาร สายยาง ได้ - สื่อสาร ภาษาอังกฤษ ฟัง พูด อ่าน เขียน ได้ระดับ พอใช้

แสดงเพิ่มเติม
สมใจ  เจริญสุข
สมใจ เจริญสุข
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี

I am an honest woman without bad habits. I have experience in caring for post-stroke patients and patients with diabetes. You can also cook Thai and European food. If necessary, I can drive a car. (I have a driver's license) And keep the house clean at the request of the owner. Conscientious and kind attitude towards the patient is guaranteed.

แสดงเพิ่มเติม
ชัยศรี  เผ่าม่วง
ชัยศรี เผ่าม่วง
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

ชื่อแจ้ค่ะ ทำงานดูแลผู้ป่วย ค่ะ งานที่ดูแลอยู่คือ สวนปัสสาวะวันละ 4 ครั้ง เปลี่ยนแพมเพิส ดูแลเรื่องอาหารและยา รวมทั้งความสะอาดของผู้ป่วย ทำอาหาร และทำงานบ้านได้ทุกอย่างยกเว้นงานสวนค่ะ ประสบการณ์2ปี1เดือน พร้อมเรียนรู้ค่ะถ้ามีอะไรนอกเหนือจากนี้

แสดงเพิ่มเติม
วลัยพร ภู่รัตนกุล
วลัยพร ภู่รัตนกุล
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

มีความอดทนสูง ตรงต่อเวลา ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้ดี

แสดงเพิ่มเติม
วิมลทิพย์  โถสโมสร
วิมลทิพย์ โถสโมสร

กำลังศึกษาหลักสูตร NA ตอนนี้รับงานแม่บ้านออนไลน์ แบบรายชั่วโมงและรายววันค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
อนันธิดา  หงษ์คำภา
อนันธิดา หงษ์คำภา
Saijai ประสบการณ์ 4-5 ปี
Saijai อายุ 45 ปี

ประสบการณ์ ดูแลผู้ป่วยกายภาพ อาบน้ำ จัดยาเปลี่ยนแพมเพิส วัดความดันวัดไข้ ฉีดยาเบาหวาน

แสดงเพิ่มเติม
ทิพปภา อินดี
ทิพปภา อินดี
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

เคยทำงานเปนแม่บ้านโรงงานที่สมุทรสาคร 10 ปี เป็นแม่บ้านอยู่ลำปาง 6 ตอนทำงานอยู่ลำปางเป็นแม่บ้านและดูแลแม่นายจ้างด้วยค่ะ ให้บริการดูแลผู้สูงอายุเคสธรรมดา อยู่เป็นเพื่อนผู้สูงอายุค่ะ

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

ราคาไม่สูงเหมือนจ้างพยาบาลตามโรงพยาบาล และผู้ดูแลยังมีประสบการณ์ มั่นใจ หายห่วงเลยค่ะ
Saijai
ศรีรัตน์ สุขสวัสดิ์
5 ปีที่แล้ว
พ่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามเดือนก่อน ผมเลยหาคนดูแลจากเว็บไซต์ของใส่ใจ ขั้นตอนต่าง ๆ ง่ายมากครับ และทางผู้ดูแลที่ทางใส่ใจส่งมา บริการได้น่าประทับใจมากครับ นอกจากจะใส่ใจคอยดูแลคุณพ่อผมแล้วยังคอยพูดคุยรับฟังเรื่องต่าง ๆ อีกด้วย ตอนนี้ผมจ้างพี่เค้าดูแลตลอดจนกว่าพ่อจะหายเลยครับ
Saijai
อนันต์ บุญเกิด
5 ปีที่แล้ว
สะดวก ง่าย เพียงไม่กี่ขั้นตอนเราก็สามารถหาคนดูแลผู้สูงอายุได้ อีกอย่างในเว็บไซต์มีข้อมูลต่าง ๆ ที่ให้เราได้ศึกษาก่อนทำการจ้างอีกด้วย พอได้อ่านข้อมูลทำให้เราได้รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนจ้างคนดูแลมาดูแลคุณแม่ เป็นข้อแนะนำที่ดีมาก ๆเลยค่ะ ประทับใจมาก ๆ ค่ะ
Saijai
วิกานดา ทองดี
5 ปีที่แล้ว
ได้คนดูแลดี ผมก็หายห่วงครับ จะใช้บริการบ่อย ๆ
Saijai
สุชาดา เอี่ยมจินดา
5 ปีที่แล้ว
ย้ายตามสามีมาอยู่กรุงเทพ แล้วยังต้องดูแลแม่สามีที่สูงอายุ และมีโรคประจำตัวด้วย ตอนแรก ๆ ลำบากมาก เพราะต้องวุ่นวายเรื่องย้ายงานและหาคนดูแลผู้สูงอายุอีก จนมาเจอเว็บไซต์ใส่ใจ โชคดีมาก ๆ เลยค่ะ นอกจากจะได้คนดูแลผู้สูงอายุที่ราคาไม่แพงมากแล้ว ยังได้คนมีประสบการณ์ ไว้ใจได้ ทำงานคล่องแถมมาช่วยทำงานบ้านอีก ตัดสินใจไม่ผิดจริง ๆ ค่ะ
Saijai
ณฐาสัณห์ ถาวร
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลผู้สูงอายุ

ตัวเลือกใดที่ดีกว่าระหว่างจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่บ้านหรือให้ผู้สูงอายุอยู่บ้านพักคนชรา
คาดการณ์ว่าในปี 2564 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุ ร้อยละ 16.2 ของประชากรทั้งหมด ผู้สูงอายุที่เคยดูแลเราในวันก่อนก็เปลี่ยนบทบาทมาเป็นคนที่เราต้องดูแล วิถีชีวิตปัจจุบัน หลายครอบครัวไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ด้วยตัวเอง อะไรที่ดีกว่าระหว่างจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่บ้านหรือให้ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุดูแล

ข้อดีของการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

การที่ผู้สูงอายุได้อยู่อาศัยในบ้าน ทำให้ไม่รู้สึกแปลกสถานที่ รู้สึกว่าอยู่กับครอบครัวลูกหลาน ไม่เกิดความว้าเหว่ ผู้สูงอายุยังอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมและไม่รู้สึกว่ามีใครหายไป การดูแลยังอยู่ในสายตาของลูกหลาน หากเกิดข้อบกพร่องหรือสิ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุไม่สบายใจ ผู้สูงอายุสามารถพูดขึ้นกับลูกหลานและแก้ไขปัญหาได้ในทันที

ข้อเสียของการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

คือค่าใช้จ่ายที่สูง เพราะต้องใช้ผู้ที่ผ่านการอบรมเป็นพิเศษ และอาจต้องจ้าง ตลอด 24 ชั่วโมง หรืออาจต้องใช้ 1-2 คนในการดูแล ผู้ว่าจ้างไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่านิสัยของคนที่จ้างมาเป็นอย่างไร รักการทำงานบริการผู้สูงอายุหรือไม่ หรือสามารถการปรับตัวให้เข้ากับผู้สูงอายุได้หรือไม่

ข้อดีของการใช้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือบ้านพักคนชรา

คือมีสถานที่พร้อมในการดูแลผู้สูงอายุ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการดูแล บางแห่งมีเครื่องมือแพทย์ หรือพยาบาลวิชาชีพดูแล ผู้สูงอายุได้พบปะกับอื่น ๆ ในวัยเดียวกัน ซึ่งจะช่วยคลายความกังวลใจของผู้สูงอายุลงไปได้บ้าง หากมีเหตุฉุกเฉิน เกิดอุบัติเหตุ ไม่สบาย ทางศูนย์ดูแลพร้อมให้ปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาล

ข้อเสียของการใช้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและเราจะไม่มีทางรู้หรือเห็นเหตุการณ์อื่นใดนอกเหนือจากตอนที่ไปถึงศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งอาจปล่อยปละละเลย ผู้สูงอายุอาจไม่มีความสุขที่ต้องจากครอบครัว สุขภาพจิตอาจแย่ลง

ท้ายที่สุดแล้วความใส่ใจและความพร้อมของสมาชิกครอบครัวมีส่วนในการพิจารณาการตัดสินใจ และที่สำคัญคือตัวของผู้สูงอายุที่เราต้องดูแลว่าท่านมีความพร้อมและยินยอมเห็นสมควรกับแนวทางการเลือกดูแลของสมาชิกครอบครัว
ทักษะสำคัญที่ผู้ดูแลผู้สูงอายุควรมี
การที่เราจะเลือกใครสักคนมาดูแลผู้สูงอายุในบ้านของเรา แน่นอนว่าต้องมีปัจจัยและคุณสมบัติหลายอย่างในการตัดสินที่จะรับบุคคลภายนอกเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับคนในครอบครัวของเราทั้งในช่วงเวลาที่เราอยู่หรือไม่อยู่บ้านก็ตาม คุณสมบัติที่คนส่วนใหญ่คาดหวังสำหรับคนดูแลผู้สูงอายุ มีดังต่อไปนี้

1. เป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะ คืออายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถคิดและตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล มีวุฒิภาวะที่ดี
2. เนื่องจากการดูแลผู้สูงอายุเป็นเรื่องละเอียดอ่อน คนดูแลผู้สูงอายุจึงควรเป็นคนที่มีความรู้ทั้งในเรื่องจิตวิทยา และด้านโภชนาการอาหาร รวมทั้งความสะอาดทั่วไปด้วย แม้ว่าการจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่มีความรู้อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะกว่าการจ้างคนทั่วไป แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะหากผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่ไม่ดี คนดูแลขาดความรู้แล้ว อาจส่งผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจอีกด้วย
3. มีความน่าไว้วางใจ เมื่อจ้างคนดูแลผู้สูงอายุเข้ามาอยู่ในบ้าน อาจจะต้องรับรู้ในส่วนของที่เก็บของต่างๆ รู้ตารางชีวิตประจำวันของคนในครอบครัว คนดูแลผู้สูงอายุจึงต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้ มีประวัติที่ดี และมีทัศนคติที่ดี
4. มีความอดทน เนื่องจากการดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องง่ายๆ บางครั้งอาจจะต้องดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุอีกด้วย โดยเฉพาะหากเป็นผู้สูงอายุที่มีอาการป่วยหรือโรคประจำตัว ก็จะมีความยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้นไปอีก
5. ควรจบหลักสูตรผู้ช่วยการพยาบาล หรือสาขาที่เกี่ยวข้องและหากมีประสบการณ์มักจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ แต่หากไม่จบหลักสูตรดังกล่าว แต่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงอายุมาก่อน ก็จะได้รับการพิจารณาเช่นกัน
6. มีความซื่อสัตย์สุจริต เนื่องจากในบางครั้งอาจจะต้องอยู่กับผู้สูงอายุเพียงลำพัง
7. มีความขยันและสามารถช่วยเหลืองานอย่างอื่นได้ตามความเหมาะสม
หากคุณกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุ คนชรา อยู่กับผู้ดูแลตามลำพัง ควรทำอย่างไร
หากคุณกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุ คนชรา อยู่กับผู้ดูแลตามลำพัง ควรทำอย่างไร

การเลือกแม่บ้านหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุ เข้ามาดูแลพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย วัยชรา แม้จะคล้ายกับการดูแลเด็ก แต่มีความแตกต่างกันบ้างในส่วนของรายละเอียด เช่น เรื่องอาหารการกิน การทานยา และเรื่องของการอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งเหตุผลหนึ่งที่เราเลือกใช้บริการ ผู้ดูแลผู้สูงอายุนั้น เพราะเราอยากให้ผู้สูงอายุได้อยู่ในบรรยากาศที่คุ้นเคย ใกล้ชิดลูกหลาน และได้รับการดูแลที่ถูกต้อง เหมาะสม ตามสภาพวัย ของผู้สูงอายุ หากเราต้องทำงานไปด้วยนั้นหมายถึงเราต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่ตามลำพังกับผู้ดูแล เราสามารถลดความกังวลนั้นได้อย่างไร หากกังวลเรื่องอาหารการกิน การทานยาของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องอยู่บ้านลำพัง การที่ได้ผู้ดูแลผู้สูงอายุ เข้ามาดูแลปัญหาเรื่องการทานอาหาร ทานยาไม่ตรงเวลาก็จะหมดไป เมื่อเราได้สรุปงาน หน้าที่ของผู้ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ก็จะทำตามตารางเวลาการทำงานที่เราได้จัดขึ้น แม้เราไม่อยู่เราก็จะแน่ใจได้ว่าผู้สูงอายุจะได้รับการดูแล เราต้องคิดว่า เมื่อเราต่างออกไปทำงาน และผู้สูงอายุที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว ท่านอาจจะรู้สึกเหงาและเบื่อหน่าย หรือบางครั้งเราเองอาจจะรู้สึกกังวลหากเขาหกล้มหรือเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่มีใครอยู่บ้าน แต่การมีผู้ดูแลผู้สูงอายุมาดูแลและอยู่เป็นเพื่อนก็จะช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกดี หมดกังวลและไม่เบื่อหน่าย อาจมีกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้สูงอายุฝึกคิด หรือบางครั้งผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ดูแลยังสามารถพาไปออกกำลังกายเพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุผ่อนคลายได้อีกด้วย กังวลเรื่องการดูแลทุก ๆ รายละเอียด ข้อนี้ถือว่าดีมากเนื่องจากพี่เลี้ยงที่จ้างมาดูแลผู้สูงอายุในบ้าน จะทำหน้าที่แทนเราทุกอย่าง เช่น เช็ดตัว ป้อนข้าว เปลี่ยนผ้าอ้อมผู้ใหญ่ โดยที่ไม่รังเกียจ เพราะมีการอบรมมาเป็นอย่างดี ช่วยดูแลขณะที่เราไม่อยู่ ความกังวลทั้งหมดนี้จะหมดไปหากเราเลือกผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี ใส่ใจในงานบริการ แม้อยู่ตามลำพังกับผู้ดูแล ก็ไม่ต่างกับเราดูแลท่านเอง
สิ่งสำคัญที่คนจ้างจะต้องตกลงกับผู้ดูแลผู้สูงอายุคืออะไร
เมื่อคุณตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุไว้คอยดูแลผู้สูงอายุที่บ้านเพื่อแบ่งเบาภาระของคุณ คุณควรมีข้อตกลงที่ชัดเจนก่อนทำการจ้าง ดังต่อไปนี้

1. มีการทำสัญญาว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อความถูกต้องและความสบายใจของทั้ง 2 ฝ่าย โดยระบุข้อวันเริ่มงาน ตกลงในเรื่องของเงินเดือน ชั่วโมงการทำงาน สวัสดิการและวันหยุดที่ควรจะได้รับตามกฎหมายแรงงาน
2. ทำความเข้าใจถึงความคาดหวังที่นายจ้างต้องการจากผู้ดูแล และหน้าที่รับผิดชอบต่างๆ ว่าอาจจะต้องทำงานอื่นนอกเหนือจากการดูแลผู้สูงอายุหรือไม่ ตัวอย่างเช่น อาจจะต้องช่วยดูแลเพิ่มเติม ในเรื่องของความสะอาดต่างๆ ของเครื่องใช้ หรือความสะอาดในพื้นที่ที่ผู้สูงอายุอยู่
3. อธิบายข้อมูลส่วนตัวในเชิงลึกของผู้สูงอายุที่ต้องดูแล เช่น ลักษณะนิสัย ความชอบส่วนตัว โรคประจำตัว อาหารที่ทานได้ หรือ อาหารที่แพ้ ฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและมีผลต่อการดูแลผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก
4. ควรใส่ใจในสุขภาพของคนที่จะมาเป็นคนดูแลผู้สูงอายุของเราด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องโรคติดต่อต่างๆ ที่อาจจะแพร่มาสู่คนชราได้ คนดูแลจึงควรมีสุขภาพแข็งแรง และควรมีผลการตรวจสุขภาพมาเพื่อยืนยันกับผู้ว่าจ้าง
5. ทำความเข้าใจว่าหากคนดูแลผู้สูงอายุป่วยไข้ ผู้ว่าจ้างจะอนุญาตให้พักงาน เพื่อลดปัญหาการแพร่เชื้อสู่ผู้สูงอาย
6. หากผู้ว่าจ้างเลือกให้คนดูแลผู้สูงอายุพักอาศัยที่บ้านด้วย ควรมีห้องพักที่แยกเป็นสัดส่วนและมีการจัดหาอาหารให้ ควรอธิบายข้อมูลให้ชัดเจนด้วยว่ามีอาหารให้กี่มื้อต่อวัน
7. คนดูแลผู้สูงอายุควรได้รับการอบรมและตรวจสอบประวัติ และลายนิ้วมือ เพื่อประสิทธิภาพของงาน และความไว้วางใจของผู้ว่าจ้าง

เขตดินแดงมีอะไรให้รู้บ้าง

เขตดินแดง มีพื้นที่ขนาดปานกลาง 8.354 ตารางกิโลเมตร เมื่อเทียบกับอีกสี่สิบเก้าเขตในกรุงเทพมหานคร แต่เป็นพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นมาก ซึ่งการสำรวจล่าสุดในปี พ.ศ. 2563 มีทั้งหมด 115,508 คน มีการแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 2 แขวงคือ แขวงดินแดง และแขวงรัชดาภิเษก โดยประชากรให้ความนิยมอาศัยอยู่ในพื้นที่แขวงดินแดงมากกว่าราวเจ็ดหมื่นกว่าคน สำหรับที่มาของชื่อดินแดงนั้น เนื่องจากพื้นที่ของเขตนี้ในอดีตส่วนใหญ่แล้วเป็นทุ่งนากว้างขวางเหมือนกันเขตรอบนอกของกรุงเทพฯ จนสมัยนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้คิดพัฒนาตัดเพิ่มถนนต่อจากถนนราชวิถีเข้ามาในพื้นที่นี้จนกลายเป็นถนนเส้นหลัก ระหว่างการก่อสร้างที่ต้องใช้ดินลูกรังจึงเกิดฝุ่นละอองฟุ้งกระจายเป็นสีแดงไปเกาะจับหลังคาบ้านเรือนของชาวบ้านไปทั่วบริเวณนั้น ทำให้ชาวบ้านเรียกถนนสายนี้ว่าถนนดินแดง ตามด้วยย่านดินแดง ภายหลังทางการมีการปรับเปลี่ยนการปกครองเลยใช้ชื่อเรียกนั้นมาตั้งเป็นชื่อเขต แต่ก่อนจะได้มาเป็นเขตดินแดงจวบจนปัจจุบันนี้ เขตดินแดงได้ถูกโยกย้ายปรับเปลี่ยนไปอยู่เขตอื่นหลายเขตด้วยกันคือ เป็นแขวงหนึ่งของเขตบางซื่อก่อน จากนั้นถูกย้ายไปขึ้นกับเขตพญาไท และย้ายไปขึ้นกับเขตห้วยขวาง ภายหลังเขตดินแดงมีการขยายตัวและเขตห้วยขวางมีประชากรเพิ่มขึ้น เพื่อความง่ายในการปกครองและความสะดวกของประชากร ทางการเลยปรับการบริหารแยกแขวงดินแดงออกมาเป็นเขตดินแดง จวบจนปัจจุบันนี้

เขตดินแดงในปัจจุบันเป็นทั้งแหล่งการค้า แหล่งการศึกษา แหล่งการบริการ และแหล่งที่อยู่อาศัย ฯลฯ มีสถานที่ตั้งสำคัญ ๆ เกิดขึ้นหลายแห่ง เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กระทรวงแรงงาน ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี วิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการจำนงค์และวิทยาลัยเทคโนโลยีบริหารธุรกิจจำนงค์ เป็นต้น



ความหลากหลายของชุมชนในย่านดินแดง

เขตดินแดง นับเป็นเขตที่มีพื้นที่ติดกับเขตแหล่งเศรษฐกิจ ข้างเคียงสำคัญ ๆ มีความเจริญรุ่งเรืองในหลาย ๆ ด้าน โดยมีทิศเหนือติดกับเขตจตุจักร ทิศตะวันออกติดต่อกับเขตห้วยขวาง ทิศใต้ติดต่อกับเขตราชเทวี ทิศตะวันตกติดต่อกับเขตพญาไท ทำให้มีการพัฒนาเส้นทางคมนาคมมาถึงเขตนี้ด้วย จากถนนดินลูกรังมาเป็นถนนในปัจจุบันนับได้ว่าเจริญรุ่งเรืองกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก เพราะมีทั้งถนนสายหลัก สายรอง ทางลัด ถนนพิเศษ ที่เป็นถนนเส้นสำคัญหลายเส้นทางเช่น ถนนรัชดาภิเษกถนนดินแดง ถนนอโศก-ดินแดง ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทางพิเศษศรีรัช ถนนประชาสงเคราะห์ เป็นต้น อีกทั้งมีสถานีรถไฟฟ้าหลายสถานี นับได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีการคมนาคมที่ครบวงจร จึงเกิดแหล่งงานและแหล่งที่อยู่อาศัยขึ้นเป็นจำนวนมาก อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่าเขตดินแดงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะย่านอโศก-ดินแดง ซึ่งวิถีชีวิตของผู้คนในเขตนี้ มีหลากหลายเชื้อชาติ ศาสนา รวมถึงหลากหลายนิกายต่างกันออกไป อันสังเกตได้จากการสร้างสถานที่เคารพของแต่ละศาสนาในเขตพื้นที่แห่งนี้ เช่น

1) วัดกุนนทีรุทธาราม (วัดห้วยขวาง)

เป็นวัดพุทธ ฝ่ายเถรวาท มหานิกาย ตั้งอยู่ที่แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร

2) วัดพรหมวงศาราม (วัดหลวงพ่อเณร)

เป็นวัดพุทธ ฝ่ายเถรวาท มหานิกาย ตั้งอยู่ที่ 41 ซอย เพิ่มสิน แขวง ดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

3) วัดเล่งจิ๋วเจงเสี่ย

เป็นวัดจีน วัดพุทธ ฝ่ายมหายาน ตั้งอยู่ที่ 40 ซอยสมปรารถนา ถนนดินแดง เขตดินแดง

5) วัดแม่พระฟาติมา

เป็นวัดของศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ตั้งอยู่ที่ 4080ถนนอโศก-ดินแดง เขตดินแดง แขวงดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

6) มัสยิดมูฮายีรีน

เป็นสถานที่สำคัญของทางศาสนาอิสลาม ตั้งอยู่ที่ 137 ถนน มิตรไมตรี แขวง ดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

7) มัสยิดดารุ้ลมู่ฮาญีรีน

เป็นสถานที่สำคัญของทางศาสนาอิสลาม ตั้งอยู่ที่ 43/27 ซอย ชานเมือง 10 ถ. รัชดาภิเษก แขวง ดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400



ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการหาคนดูแลแบบครบวงจร

ปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารได้เข้ามามีบทบาทกับการดำรงชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างมาก สังเกตได้จากผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีสื่อสารได้พัฒนา ปรับปรุง อุปกรณ์ เช่น มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็ปเล็ต ต่าง ๆ ออกรุ่นใหม่ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง โดยอดีตราคาอุปกรณ์เหล่านั้นค่อนข้างสูง ยากต่อการเข้าถึงของครอบครัวที่มีฐานะทางการเงินไม่ดี ต่างกับปัจจุบันที่ยอดของผู้บริโภคล้นตลาด มีการแข่งขันการทางตลาดมากขึ้น ทางผู้ประกอบการเหล่าจึงต้องคิดค้นอุปกรณ์ในหลากหลายราคาเพื่อให้สามารถเข้าถึงตลาดผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม ทำให้การใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสื่อสารในปัจจุบันเป็นเรื่องง่ายขึ้น

การใช้เทคโนโลยีการสื่อสารมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้นผู้ใช้ควรได้รับการศึกษาถึงวิธีการใช้งานให้ถูกต้องมิเช่นนั้นอาจเกิดภัยร้ายแรงขึ้นได้ เช่นในวัยเด็ก ที่ไม่ควรอยู่กับการใช้หน้าจอนานเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการสมาธิสั้น มีอารมณ์รุนแรง ดื้อ เป็นต้น แต่หากใช้อย่างมีสติเทคโนโลยีเหล่านั้นก็มีประโยชน์มากโขอยู่เหมือนกัน เช่น สามารถใช้ในการติดต่อสื่อสาร ศึกษาหาความรู้ เรียนออนไลน์ ใช้ในการค้นหาเส้นทางรถ ทางเรือ และค้นหาความต้องการในปัจจัยการดำรงชีวิตต่าง ๆ

กล่าวถึงหนึ่งในปัจจัยของการดำรงชีวิต สำหรับคนในครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอยู่ในบ้านด้วยกัน ซึ่งเป็นผู้ที่มีพระคุณ นอกจากการได้ให้กำเนิดแล้ว ท่านยังเคยทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยเพื่อให้ลูกหลาน เติบโต กว่าจะมีงานทำในวันนี้ ร่างกายของท่านต้องในการทำงานมาอย่างหนักเป็นเวลานานถึง 60 ปีด้วยกัน ทำให้ร่างกายเกิดการทรุดโทรม มีอาการเจ็บป่วยตามมา ดังนั้นบุตรหลาน คนรอบข้างที่เกี่ยวข้องจึงควรให้ความสำคัญ ทดแทนบุญแก่ผู้สูงอายุอย่างยิ่ง เพราะหากลูก หลาน ได้เห็นการปรนนิบัติกับท่านให้เป็นตัวอย่างที่ดีในวันนี้ เด็กเหล่านั้นจะซึมซับและเก็บไว้ทำกับเราซึ่งเป็นวัยกลางคน วัยทำงานในวัยนี้ ในตัวอย่างที่ดีเหล่านั้นเช่นกัน ซึ่งวิถีชีวิตสังคมไทยในอดีตกับปัจจุบันต่างกันมาก เช่น อดีตผู้ชายมักทำงานนอกบ้าน ผู้หญิงมักทำงานบ้านดูแลเด็ก ดูแลผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันนี้ผู้หญิงส่วนใหญ่มีการออกไปทำงานมากขึ้น ด้วยสาเหตุหลาย ๆ อย่าง ทั้งความคิด ความเชื่อใหม่ ๆ เช่น ผู้ชายและผู้หญิง มีความเท่าเทียมกันมากขึ้น มีโอกาสได้ศึกษาเหล่าเรียน ดังนั้นผู้หญิงในวันนี้จึงสามารถหาเงินมาช่วยค่าใช้จ่ายในบ้านได้เช่นกัน

แต่ข้อเสียของการที่ผู้หญิงต้องทำงานนอกบ้านนั้นคือ มีเวลาดูแลบ้าน ดูแลลูก ดูแลผู้สูงอายุน้อยลงไปด้วย โดยเฉพาะผู้หญิงที่อาศัยในเขตเมืองกรุง ที่มีแหล่งงานรองรับหลากหลายอาชีพ ดังนั้นความจำเป็นในการหาผู้ช่วยมาดูแลในเรื่องดังกล่าวจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยปัจจุบันนี้มีผู้ประกอบการคิดค้นการให้บริการดูแลบุคคลเหล่านั้นแบบครบวงจร โดยการใช้เทคโนโลยีที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ทั้งจากเว็บไซต์ เฟสบุ๊ค ไลน์ อีกทั้งยังมีการพัฒนาเป็นแอปพลิเคชันหาคนทำงานในมือถือต่าง ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งผู้ใช้งานควรศึกษารายละเอียดถึงความน่าเชื่อถือของทางผู้ประกอบการเหล่านั้นก่อนทำการตัดสินใจ และปรับมุมมองความคิด เพื่อต้อนรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับปัจจัยในการดำรงชีวิตในทุกวันนี้ด้วย