ดูแลผู้สูงอายุ ใน บางซื่อ, กรุงเทพมหานคร

ดูแลผู้สูงอายุ ใน บางซื่อ, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

ศิริกานต์ จาวะลา
ศิริกานต์ จาวะลา
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 29 ปี

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

หาข้อมูล เจอเว็บใส่ใจ ที่มีพี่เลี้ยงดูแลผู้สูงอายุ ลองอ่านประสบการณ์เลย เจอจิต (พี่เลี้ยงดูแลพ่อ) ทุกอย่างเป็นไปตามข้อมูลในเว็บทำให้พวกเราไม่ยากที่จะตัดสินใจ จิตทำงานดีมากเข้ากับคุณพ่อได้ดี ขอบคุณใส่ใจค่ะ
Saijai
พชร ต้นไกลสุทธฺ์
5 ปีที่แล้ว
พ่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามเดือนก่อน ผมเลยหาคนดูแลจากเว็บไซต์ของใส่ใจ ขั้นตอนต่าง ๆ ง่ายมากครับ และทางผู้ดูแลที่ทางใส่ใจส่งมา บริการได้น่าประทับใจมากครับ นอกจากจะใส่ใจคอยดูแลคุณพ่อผมแล้วยังคอยพูดคุยรับฟังเรื่องต่าง ๆ อีกด้วย ตอนนี้ผมจ้างพี่เค้าดูแลตลอดจนกว่าพ่อจะหายเลยครับ
Saijai
อนันต์ บุญเกิด
5 ปีที่แล้ว
มีคนแนะนำเวปใส่ใจสำหรับหาคนดูแลผู้สูงอายุ ประทับใจมาก ๆ เลยค่ะ พี่ที่ดูแลเขาอยู่เป็นเพื่อนแถมคุณยายอยากไปไหนเขาพาไปตลอดเลยค่ะ ตอนอยู่บ้านก็คอยจัดเตรียมอาหาร เตรียมยาให้ด้วย ต้องขอบคุณใส่ใจมาก ๆ เลยค่ะ เรากับพี่สาวรู้สึกวางใจไปได้เยอะเลย
Saijai
ปิยธิดา อรุณไชย
5 ปีที่แล้ว
มีคนแนะนำเว็บไซต์ใส่ใจมาให้ เลยลองเข้าไปดู จ้างน้องมาดูแลแม่ น้องเขาทั้งสุภาพ เรียบร้อย ทำอาหารอร่อย แถมยังเคยฝึกอบรมการปฐมบาลเบื้องต้นมาด้วย คุณแม่ก็ดูจะชื่นชอบน้องเขามาก ๆ ค่ะ เราเลยรู้สึกสบายใจไปด้วย โดยรวมแล้วถือว่าน่าพอใจมากค่ะ
Saijai
อภิสรา ประภาสกุล
5 ปีที่แล้ว
ได้คนดูแลดี ผมก็หายห่วงครับ จะใช้บริการบ่อย ๆ
Saijai
สุชาดา เอี่ยมจินดา
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลผู้สูงอายุ

ข้อดีของการจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
การจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุหรือคนชราที่บ้านมีข้อดีอย่างไรบ้าง ใส่ใจขออธิบายข้อดีต่าง ๆ ให้คุณได้ทำความเข้าใจดังนี้

1) การจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้านช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ให้กับลูกหลานที่มีเวลาไม่เพียงพอในการดูแลผู้สูงอายุของตน หลาย ๆ คนอาจมีงานหรือภารกิจที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จนทำให้ไม่มีเวลามากพอที่จะดูแลผู้สูงอายุตลอดเวลา การจ้างคนดูแลที่มีความเป็นมืออาชีพจึงเหมือนการได้ผู้ช่วยดูแลผู้สูงอายุในยามที่คุณไม่สะดวกด้วยเช่นกัน
2) ผู้สูงอายุจะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงการดูแลอย่างใกล้ชิด เมื่อเปรียบเทียบกับการดูแลที่ศูนย์ดูแล บ้านพักคนชราหรือ เนอสซิ่งโฮม(Nursing Home)แล้ว จำนวนผู้สูงอายุที่มีมากอาจทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง ดังนั้น การจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่บ้านจึงเป็นวิธีที่สะดวกกว่ามาก
3) ผู้ดูแลส่วนใหญ่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลด้านต่าง ๆ เพราะผ่านการฝึกอบรมการปฏิบัติงานโดยเฉพาะ และมีประสบการณ์โดยตรง ไม่ว่าจะการดูแลกิจวัตรประจำวัน เช่น ป้อนข้าว อาบน้ำ เช็ดตัว หรือความเชี่ยวชาญด้านเครื่องยาและเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ในกรณีที่ผู้สูงอายุไม่สามารถดูแลตัวเองได้ และยังสามารถพูดคุยและอยู่เป็นเพื่อนผู้สูงอายุเพื่อให้ไม่รู้สึกเหงาด้วยเช่นกัน
4) ผู้สูงอายุไม่รู้สึกแปลกสถานที่เนื่องจากความเคยชินเพราะได้อยู่ที่บ้าน และไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือห่างไกลจากลูกหลาน อีกทั้งยังคงได้ใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกในครอบครัวของตนเอง ที่สำคัญสภาพแวดล้อมภายในบ้านสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกผ่อนคลาย และไม่วิตกกังวลจนเกินไป

เมื่อรับรู้ข้อดีของการจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้านตามข้อมูลข้างต้นแล้ว หากต้องการคนเพื่อมาดูแลผู้สูงอายุที่บ้านของคุณ ทางใส่ใจมีบริการจัดหาผู้ดูแลผู้สูงอายุที่น่าไว้ใจให้คุณ

ทักษะสำคัญที่ผู้ดูแลผู้สูงอายุควรมี
การที่เราจะเลือกใครสักคนมาดูแลผู้สูงอายุในบ้านของเรา แน่นอนว่าต้องมีปัจจัยและคุณสมบัติหลายอย่างในการตัดสินที่จะรับบุคคลภายนอกเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับคนในครอบครัวของเราทั้งในช่วงเวลาที่เราอยู่หรือไม่อยู่บ้านก็ตาม คุณสมบัติที่คนส่วนใหญ่คาดหวังสำหรับคนดูแลผู้สูงอายุ มีดังต่อไปนี้

1. เป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะ คืออายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถคิดและตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล มีวุฒิภาวะที่ดี
2. เนื่องจากการดูแลผู้สูงอายุเป็นเรื่องละเอียดอ่อน คนดูแลผู้สูงอายุจึงควรเป็นคนที่มีความรู้ทั้งในเรื่องจิตวิทยา และด้านโภชนาการอาหาร รวมทั้งความสะอาดทั่วไปด้วย แม้ว่าการจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่มีความรู้อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะกว่าการจ้างคนทั่วไป แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะหากผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่ไม่ดี คนดูแลขาดความรู้แล้ว อาจส่งผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจอีกด้วย
3. มีความน่าไว้วางใจ เมื่อจ้างคนดูแลผู้สูงอายุเข้ามาอยู่ในบ้าน อาจจะต้องรับรู้ในส่วนของที่เก็บของต่างๆ รู้ตารางชีวิตประจำวันของคนในครอบครัว คนดูแลผู้สูงอายุจึงต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้ มีประวัติที่ดี และมีทัศนคติที่ดี
4. มีความอดทน เนื่องจากการดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องง่ายๆ บางครั้งอาจจะต้องดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุอีกด้วย โดยเฉพาะหากเป็นผู้สูงอายุที่มีอาการป่วยหรือโรคประจำตัว ก็จะมีความยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้นไปอีก
5. ควรจบหลักสูตรผู้ช่วยการพยาบาล หรือสาขาที่เกี่ยวข้องและหากมีประสบการณ์มักจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ แต่หากไม่จบหลักสูตรดังกล่าว แต่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงอายุมาก่อน ก็จะได้รับการพิจารณาเช่นกัน
6. มีความซื่อสัตย์สุจริต เนื่องจากในบางครั้งอาจจะต้องอยู่กับผู้สูงอายุเพียงลำพัง
7. มีความขยันและสามารถช่วยเหลืองานอย่างอื่นได้ตามความเหมาะสม
ควรทำอย่างไรเพื่อคลายความกังวลเมื่อคุณต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่ตามลำพังกับผู้ดูแล
เมื่อเราได้พิจารณาคุณสมบัติและตัดสินใจจ้างผู้ดูแลมาดูแลผู้สูงอายุที่บ้านของเราแล้ว เราอาจจะมีความกังวลด้านอื่นๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นควรจะเป็นผู้ดูแลชั่วคราวแบบไป-กลับ หรือผู้ดูแลแบบที่อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง เพราะการที่ต้องให้บุคคลภายนอกซึ่งเป็นคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ภายในบ้านของเรา ในระยะแรกอาจจะต้องมีการปรับตัวในการอยู่ร่วมกัน หากว่าเราอยู่ที่บ้านตลอดก็อาจช่วยลดความกังวลในด้านความปลอดภัยลงไปได้ แต่ถ้าสมาชิกในบ้านต้องออกไปทำงานนอกบ้านและต้องทิ้งผู้สูงอายุไว้เพียงลำพังกับผู้ดูแล ความกังวลย่อมเพิ่มมากขึ้นทั้งกับคนที่เรารักและทรัพย์สินมีค่าภายในบ้าน แนวทางที่ช่วยลดความกังวลของผู้ว่าจ้างจากที่ได้กล่าวมาข้างต้น ได้แก่

1. ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของคนดูแลผู้สูงอายุ โดยสามารถร้องขอให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุทำการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมกับกองทะเบียนประวัติอาชญากรได้ที่ http://www.criminal.police.go.th/
2. ตรวจสอบประวัติการทำงานกับนายจ้างคนเก่า ในกรณีที่ผู้ดูแลผู้สูงอายุเคยผ่านประสบการณ์การทำงานมาก่อน
3. หากเป็นผู้ดูแลที่มาจากบริษัท ทางบริษัทควรจะมีการส่งตัวแทนจากบริษัทเข้ามาเยี่ยมและตรวจสอบการทำงานของผู้ดูแลเป็นระยะๆ
4. คนในครอบครัวหมั่นตรวจตราและสอดส่องการทำงานของผู้ดูแลคนสูงอายุอยู่ตลอดเวลาในระยะแรกๆของการทำงาน
5. หากมีเพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ สามารถฝากให้เพื่อนบ้านช่วยสอดส่องดูแลขณะที่ผู้ดูแลอยู่ลำพังกับผู้สูงอายุ
6. ปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ตามจุดต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวภายในบ้านได้ตลอด 24 ชม.
ข้อตกลงที่สำคัญในการดูแลผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง
เมื่อตัดสินใจจ้างคนดูแลผู้สูงอายุแล้ว ควรทำข้อตกลงสำคัญระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้ดูแลที่คุณทำการได้จ้างมา เพื่อเป็นการรับประกันความปลอดภัยให้กับผู้สูงอายุตลอดระยะเวลาการดูแล ซึ่งข้อตกลงที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจระหว่างสองฝ่ายมีดังนี้

1. ทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยสิ่งที่ควรระบุอยู่ในสัญญาอย่างชัดเจนได้แก่ ระยะเวลาการดูแล วันที่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ ชั่วโมงการทำงาน จำนวนค่าจ้าง รวมไปถึงสวัสดิการและวันหยุดที่ผู้ดูแลควรได้รับตามกฎหมายแรงงาน โดยที่ทั้งสองฝ่ายต้องเซ็นยินยอมเพื่อเป็นการรับรู้ต่อสัญญาและข้อกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้
2. ผู้ว่าจ้างควรอธิบายข้อมูลส่วนตัวของผู้สูงอายุให้กับผู้ดูแลอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปนิสัย ความชอบส่วนตัว อาหารที่กินได้และไม่ได้ ที่สำคัญหากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว ผู้ว่าจ้างควรบอกให้ผู้ดูแลรับรู้ก่อนเพื่อให้ผู้ดูแลสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้
3. อธิบายขอบเขตและวิธีการทำงานให้กับผู้ดูแลอย่างชัดเจน สิ่งใดที่ทำได้และไม่ได้ เพื่อเป็นการป้องกันขั้นเบื้องต้น
4. ข้อตกลงเรื่องที่อยู่อาศัย หากผู้ว่าจ้างต้องการให้ผู้ดูแลอาศัยอยู่ที่บ้านตลอดช่วงระยะการดูแลผู้สูงอายุ ควรจัดเตรียมที่พักอาศัยให้กับผู้ดูแล รวมไปถึงแจกแจงเรื่องกฎในการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในบ้านตลอดช่วงระยะเวลาเช่นกัน
5. ใส่ใจในเรื่องของสุขอนามัยของผู้ดูแลที่ทำการว่าจ้างมา หากผู้ดูแลมีอาการป่วยกะทันหัน ผู้ว่าจ้างควรออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่ผู้ดูแลควรได้รับ และควรให้ผู้ดูแลลางานได้ทันที เพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อต่อผู้สูงอายุภายในบ้าน

การทำข้อตกลงในการว่าจ้างนั้นนอกจากจะเป็นการช่วยให้ทำความเข้าใจอย่างชัดเจนแล้ว ยังช่วยสร้างความสบายใจให้กับทั้งสองฝ่ายได้อีกด้วย

สถานีต่อไปบางซื่อ

ในความหมายของประโยคนี้ไม่ได้เป็นเพียงการบอกชื่อสถานีที่รถไฟจะจอด แต่หากเป็นสถานีที่เป็นความหวังก้าวต่อไปของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ในอนาคตอันใกล้นี้ทางหน่วยงานรัฐบาลยังมีแผนพัฒนาให้บางซื่อกลายเป็นศูนย์กลางทางด้านคมนาคมสำคัญของประเทศ กับโครงการ การก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ ศูนย์กลางการเดินทางของประเทศ เชื่อมต่อกรุงเทพมหานคร กับพื้นที่ทุกภาคของประเทศไทย ด้วยระบบรางสู่ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก (EEC) และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ เช่น ลาว จีน และมาเลเซีย ทำให้ในอนาคตบางซื่อจะกลายเป็นมหานคร พลิกโฉมพื้นที่ธรรมดาให้กลายเป็น Smart City

วันนี้หากเรามองออกไปทั่วๆ กรุงเทพฯ แล้วคุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นกับเครือข่ายระบบขนส่งมวลชนในเมืองหลวง กำลังขยายรถไฟฟ้าบีทีเอสเหนือพื้นดินและรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ด้านล่าง ทำให้การเดินทางทั่วเมืองง่ายขึ้นด้วยเครือข่ายการขนส่งสาธารณะที่น่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ ไม่มีที่ไหนที่จะชัดเจนไปกว่าบางซื่อ ที่ซึ่งมีการก่อสร้างจำนวนมากกำลังสร้างสถานีรถไฟหลักของกรุงเทพฯ นั่นคือสถานีรถไฟกลางบางซื่อ มาแทนที่หัวลำโพง ทุกคนทุกเครื่องจักรกำลังเร่งมือ เพื่อไปถึงจุดหมาย บางซื่อถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของการศึกษา เศรษฐกิจ และการคมนาคมขนส่ง สถานที่ราชการหลายแห่งอยู่ใกล้อาคารรัฐสภาหลังใหม่ เนื่องจากพื้นที่ในตัวเมืองจำนวนมากถูกจำกัดด้วยพื้นที่ที่ดิน การเคลื่อนย้ายสิ่งอำนวยความสะดวกเช่นนี้ไปยังเขตชานเมืองจึงเป็นบรรทัดฐาน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบางซื่อจะคงไว้ซึ่งเสน่ห์ที่ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในพื้นที่ และด้วยองค์ประกอบของสิ่งอำนวยความสะดวกที่ผุดขึ้นมากมาย เช่น เกตเวย์ แอท บางซื่อ พื้นที่ค้าปลีกแห่งนี้จะช่วยยกระดับชีวิตของผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ทำให้ไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าเมืองเพื่อเติมเต็มความต้องการในการช้อปปิ้งของคุณ จึงไม่น่าแปลกใจที่กรุงเทพฯ กำลังเป็นเป้าสายตาของนักลงทุน เนื่องจากการปรับปรุงเน้นไปที่โครงข่ายระบบขนส่งมวลชนซึ่งเป็นอนาคตของโหมดการคมนาคมในเมืองหลวงมากกว่ารถยนต์ คาดว่าบางซื่อจะคงไว้ซึ่งความสงบและบุคลิกที่ผ่อนคลาย ผู้ที่เลือกอาศัยอยู่ที่นี่ยังสามารถลิ้มลองอาหารริมทางในท้องถิ่นในบรรยากาศที่เงียบกว่า แต่ยังได้สัมผัสกับสิ่งอำนวยความสะดวกในการช้อปปิ้งแห่งใหม่อีกด้วย



ข้อมูลทั่วไป

เขตบางซื่อ ในอดีตพื้นที่ของภาคประชาชนส่วนใหญ่เป็นสวนผลไม้ ที่ได้มีการจับจองพื้นที่ทำกินและอยู่อาศัยมายาวนาน ทิศตะวันออกจรดเขตจตุจักร ทิศใต้เขตพญาไท ทิศใต้ เขตดุสิต เขตบางพลัด เขตบางกรวย ข้ามเจ้าพระยาไปทางทิศตะวันตก และเมืองนนทบุรีทางทิศเหนือ เขตบางซื่อเป็นหนึ่งในแปดเขตของกรุงเทพฯ (เขต) ที่จัดตั้งขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการปฏิรูปการปกครองในปี พ.ศ. 2481 บางซื่อถูกลดหย่อนจากอำเภอเป็นตำบล จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอดุสิต ในปี พ.ศ. 2515 ส่วนหนึ่งของการสร้างเขตปกครองพิเศษของกรุงเทพฯ โดยที่ตำบลในกรุงเทพฯ ได้เปลี่ยนชื่อเป็นแขวง และอำเภอในกรุงเทพฯ ได้เปลี่ยนชื่อเป็นเขต บางซื่อกลายเป็นแขวงบางซื่อภายใต้เขตดุสิต บางซื่อกลายเป็นเขตในปี พ.ศ.2523

"บางซื่อ" หมายถึง 'ชุมชนผู้ศรัทธา' ปรากฏในบทกวีของสุนทรภู่ "การเดินทางสู่พระบาท" ที่เขียนเมื่อ พ.ศ. 2350 เชื่อกันว่าชื่อมาจากนิทานพื้นบ้านเรื่อง "พระเจ้าอู่ทอง" เมื่อมีคนถามถึงขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ของพระเจ้าอู่ทอง (ไม่ใช่พระเจ้าอู่ทองแห่งอยุธยา) ชาวบ้านตอบด้วยความจริงใจ (ซื่อๆ) จึงเป็นที่มาของชื่อบางซื่อ เขตบางซื่อมี สะพานพระราม 6 เป็นสะพานแรกที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดทำการเมื่อ 1 มกราคม พ.ศ. 2466 และได้รับการตั้งชื่อตามพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) สะพานรางรถไฟยาว 442 เมตร (1,450 ฟุต) และกว้าง 10 เมตร (33) เดิมมีทางรถไฟรางเดียวไปทางทิศตะวันตกและทางใต้ของประเทศไทยและเป็นถนนเลนเดียว ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง สะพานได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตร เนื่องจากถูกใช้โดยชาวญี่ปุ่นที่ยึดครอง สะพานที่สร้างขึ้นใหม่ได้เปิดขึ้นใหม่เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2496

นอกจากนั้นยังมี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครเป็นมหาวิทยาลัยที่สำคัญในเขตบางซื่อ จากเดิมที่ดินการเกษตรที่เป็นมรดกพร้อมกับส่งต่อที่ดินเหล่านี้ให้รุ่นลูกหลาน ซึ่งในยุคถัดมาที่ความเป็นสวนลดน้อยลง บริเวณติดริมถนนสายหลัก กลายเป็นอาคารพาณิชย์เพื่อทำการค้า ส่วนพื้นที่ในตรอกซอกซอยปรับเปลี่ยนเป็นอาคารบ้านเรือนในแบบสร้างเองเข้ามาแทน ความเป็นชุมชนก็หนาแน่นขึ้นบนพื้นที่น้อยกว่า 12 ตารางกิโลเมตร เขตบางซื่อมาประชากรอาศัยอยู่โดยประมาณ 126,000 คน



ประเภทกิจกรรมสนุก ๆ ที่ดีที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ

1. การแข่งขันเกมและกีฬา

การออกกำลังกายหรือการเล่นเกมในลักษณะของการแข่งขัน จะช่วยลดความเบื่อหน่ายและกระตุ้นให้ผู้เล่นตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา รู้สึกอยากเล่นหรืออยากทำกิจกรรมมากกว่าการที่ต้องทำอะไรอยู่คนเดียว โดยเฉพาะหากผู้สูงอายุคุณสามารถเอาชนะอุปสรรคหรือแข่งขันกับผู้อื่นด้วยวิธีที่เป็นมิตร อย่างเช่น กอล์ฟ มินิกอล์ฟ ว่ายน้ำเทนนิส แบดมินตัน หรือ โบว์ลิ่งในร่ม เป็นต้น

2. การเต้นรำ คาราโอเกะ และศิลปะการแสดงอื่นๆ

การเต้นรำ ถือเป็นการออกกำลังกายที่สามารถสร้างความแข็งแรง และสร้างสมาธิให้กับผู้สูงอายุได้ดีอีกวิธีหนึ่ง เพราะการเต้นรำต้องอาศัยการขยับร่างกายให้ประสานสอดคล้องไปกับท่วงทำนองและเสียงดนตรี ส่วนการได้ร้องเพลงคาราโอเกะกับคนวัยเดียวกัน จะช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกสนุกและมีอารมณ์ขัน ไม่ต้องพยายามทำทุกอย่างจนจริงจังหรือตึงเครียดจนเกินไปจนหมดสนุก การทำกิจกรรมต่างๆ ในวัยสูงอายุมีจุดประสงค์หลักคือ การได้เข้าสังคม ส่งเสริมสุขภาพ และคลายความเหงา

3. การเข้าสังคมและการชุมนุมทางสังคมอื่น ๆ

การเข้าสังคมอาจเป็นการเติมพลังให้กับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ผู้สูงอายุได้หวนคิดถึงอดีตหรือพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งอื่น ๆ ที่พวกเขาสนใจ การสนทนาที่ดีอาจช่วยทำให้อารมณ์ดี ร่าเริง ดังนั้นควรส่งเสริมให้ผู้อายุ ได้พบปะกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน หรือให้เข้าร่วมในชมรมหรือคลับในชุมชน

4. เกมและปริศนาแบบดั้งเดิม เกมกระดานและเกมไพ่เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเข้าสังคมและได้รับประโยชน์จากความท้าทายที่สนุกสนานของการแข่งขันที่เป็นมิตร และปริศนาสามารถช่วยขัดเกลาจิตใจของคุณและให้ความรู้สึกถึงความก้าวหน้าและความสำเร็จ พิจารณาตัวเลือกเช่น: อูโนะ บิงโก หมากฮอส หมากฮอสจีน โดมิโน ปริศนาอักษรไขว้ จิ๊กซอว์ ปริศนาค้นหาคำ

5. ปฏิสัมพันธ์กับสัตว์ เช่นเดียวกับคน สัตว์ต้องการและต้องการความสนุกสนาน ดังนั้นการเล่นกับพวกเขาจึงสามารถเป็นประโยชน์ร่วมกันได้ นอกจากนี้ การหาสัตว์เพื่อโต้ตอบด้วยมักเป็นเรื่องง่าย แม้ว่าคุณจะไม่มีสัตว์เลี้ยงก็ตาม ตัวอย่างเช่น สถานสงเคราะห์สัตว์หลายแห่งยินดีต้อนรับผู้สูงอายุที่ต้องการให้ความสนใจที่มีคุณภาพแก่สุนัข แมว หรือสัตว์อื่นๆ