ดูแลผู้สูงอายุ ใน บางนา, กรุงเทพมหานคร

ดูแลผู้สูงอายุ ใน บางนา, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่
ผู้ให้บริการดูแลผู้สูงอายุ ใน บางนา, กรุงเทพมหานคร:

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

เอมิกา  ปริยพนาดร
เอมิกา ปริยพนาดร
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี

นิสัยส่วนตัวมีความเป็นกันเองสามารถช่วยเหลือคนอื่นไดในยามที่คนอื่นต้องการความช่วยเหลือจากเรา

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

เจอเว็บใส่ใจ เข้าไปเลือกคนดูแล เอารูปกับประวัติมานั่งคุยกับคุณย่า เลยได้ป้ากิ๊กมาดูแล ป้ากิ๊กดูแลดีมาก คุณย่ามีความสุข ในเว็บใส่ใจบอกข้อมูลครบเลยทั้งประวัติการทำงาน และประวัติการศึกษา
Saijai
กฤษณ์ ชัยเขตุสานุวัฒน์
4 ปีที่แล้ว
พ่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามเดือนก่อน ผมเลยหาคนดูแลจากเว็บไซต์ของใส่ใจ ขั้นตอนต่าง ๆ ง่ายมากครับ และทางผู้ดูแลที่ทางใส่ใจส่งมา บริการได้น่าประทับใจมากครับ นอกจากจะใส่ใจคอยดูแลคุณพ่อผมแล้วยังคอยพูดคุยรับฟังเรื่องต่าง ๆ อีกด้วย ตอนนี้ผมจ้างพี่เค้าดูแลตลอดจนกว่าพ่อจะหายเลยครับ
Saijai
อนันต์ บุญเกิด
4 ปีที่แล้ว
สะดวก ง่าย เพียงไม่กี่ขั้นตอนเราก็สามารถหาคนดูแลผู้สูงอายุได้ อีกอย่างในเว็บไซต์มีข้อมูลต่าง ๆ ที่ให้เราได้ศึกษาก่อนทำการจ้างอีกด้วย พอได้อ่านข้อมูลทำให้เราได้รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนจ้างคนดูแลมาดูแลคุณแม่ เป็นข้อแนะนำที่ดีมาก ๆเลยค่ะ ประทับใจมาก ๆ ค่ะ
Saijai
วิกานดา ทองดี
4 ปีที่แล้ว
มีคนแนะนำเว็บไซต์ใส่ใจมาให้ เลยลองเข้าไปดู จ้างน้องมาดูแลแม่ น้องเขาทั้งสุภาพ เรียบร้อย ทำอาหารอร่อย แถมยังเคยฝึกอบรมการปฐมบาลเบื้องต้นมาด้วย คุณแม่ก็ดูจะชื่นชอบน้องเขามาก ๆ ค่ะ เราเลยรู้สึกสบายใจไปด้วย โดยรวมแล้วถือว่าน่าพอใจมากค่ะ
Saijai
อภิสรา ประภาสกุล
4 ปีที่แล้ว
ได้คนดูแลดี ผมก็หายห่วงครับ จะใช้บริการบ่อย ๆ
Saijai
สุชาดา เอี่ยมจินดา
4 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลผู้สูงอายุ

ตัวเลือกใดที่ดีกว่าระหว่างจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่บ้านหรือให้ผู้สูงอายุอยู่บ้านพักคนชรา
คาดการณ์ว่าในปี 2564 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุ ร้อยละ 16.2 ของประชากรทั้งหมด ผู้สูงอายุที่เคยดูแลเราในวันก่อนก็เปลี่ยนบทบาทมาเป็นคนที่เราต้องดูแล วิถีชีวิตปัจจุบัน หลายครอบครัวไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ด้วยตัวเอง อะไรที่ดีกว่าระหว่างจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่บ้านหรือให้ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุดูแล

ข้อดีของการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

การที่ผู้สูงอายุได้อยู่อาศัยในบ้าน ทำให้ไม่รู้สึกแปลกสถานที่ รู้สึกว่าอยู่กับครอบครัวลูกหลาน ไม่เกิดความว้าเหว่ ผู้สูงอายุยังอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมและไม่รู้สึกว่ามีใครหายไป การดูแลยังอยู่ในสายตาของลูกหลาน หากเกิดข้อบกพร่องหรือสิ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุไม่สบายใจ ผู้สูงอายุสามารถพูดขึ้นกับลูกหลานและแก้ไขปัญหาได้ในทันที

ข้อเสียของการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

คือค่าใช้จ่ายที่สูง เพราะต้องใช้ผู้ที่ผ่านการอบรมเป็นพิเศษ และอาจต้องจ้าง ตลอด 24 ชั่วโมง หรืออาจต้องใช้ 1-2 คนในการดูแล ผู้ว่าจ้างไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่านิสัยของคนที่จ้างมาเป็นอย่างไร รักการทำงานบริการผู้สูงอายุหรือไม่ หรือสามารถการปรับตัวให้เข้ากับผู้สูงอายุได้หรือไม่

ข้อดีของการใช้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือบ้านพักคนชรา

คือมีสถานที่พร้อมในการดูแลผู้สูงอายุ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการดูแล บางแห่งมีเครื่องมือแพทย์ หรือพยาบาลวิชาชีพดูแล ผู้สูงอายุได้พบปะกับอื่น ๆ ในวัยเดียวกัน ซึ่งจะช่วยคลายความกังวลใจของผู้สูงอายุลงไปได้บ้าง หากมีเหตุฉุกเฉิน เกิดอุบัติเหตุ ไม่สบาย ทางศูนย์ดูแลพร้อมให้ปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาล

ข้อเสียของการใช้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและเราจะไม่มีทางรู้หรือเห็นเหตุการณ์อื่นใดนอกเหนือจากตอนที่ไปถึงศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งอาจปล่อยปละละเลย ผู้สูงอายุอาจไม่มีความสุขที่ต้องจากครอบครัว สุขภาพจิตอาจแย่ลง

ท้ายที่สุดแล้วความใส่ใจและความพร้อมของสมาชิกครอบครัวมีส่วนในการพิจารณาการตัดสินใจ และที่สำคัญคือตัวของผู้สูงอายุที่เราต้องดูแลว่าท่านมีความพร้อมและยินยอมเห็นสมควรกับแนวทางการเลือกดูแลของสมาชิกครอบครัว
คุณสมบัติของผู้ดูแลผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง
1. สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงเลยคือ คุณสมบัติทางด้านอารมณ์ความรู้สึก (moral attitude and belief) คือความพึงพอใจ ความศรัทธา เลื่อมใสที่จะใช้จริยธรรมมาเป็นแนวปฏิบัติงานดูแลผู้สูงอายุ
2. การฝึกอบรมเพื่อให้มีทักษะในการดูแลผู้สูงอายุ และมีความรู้ความสามารถในการดูแลผู้สูงอายุให้ถูกวิธี เพื่อให้เกิดความปลอดภัย
3. อุปนิสัย ผู้ดูแลผู้สูงอายุต้องมีใจรักในงานบริการ มีบุคลิกชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีความจริงใจ มีความรัก ความสงสาร ความเห็นอกเห็นใจ ปรารถนาดีต่อผู้สูงอายุ เข้าใจและรับฟังเรื่องราวของผู้สูงอายุ เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อการดูแลผู้สูงอายุให้มีความสุข
4. รู้จักผิดชอบชั่วดี ต้องรู้จักแยกแยะว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำและเข้าใจในเหตุผลของความถูกต้องดีงาม (moral reasoning)
5. อายุที่เหมาะสม หลายคนอาจมองข้ามเรื่องของช่วงอายุไป แต่ต้องเข้าใจว่าช่วงอายุมีผลต่อวุฒิภาวะ ถ้าเด็กมากเกินไปก็อาจจะมีความอดทนที่ต่ำเพราะประสบการณ์การในชีวิตยังน้อย หรือถ้าอายุมากเกินไปก็ทำให้ความคล่องตัวในการดูแลผู้สูงวัยอาจจะมีน้อยลง
6. ประสบการณ์นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะบ่งบอกว่าคนคนนั้นเคยผ่านงานดูแลผู้สูงวัยมาก่อน ทำให้เข้าใจเนื้องานได้อย่างรวดเร็ว เข้าใจรายละเอียดของการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งโดยรวมแล้วผู้ที่ดูแลผู้สูงอายุจำเป็นต้องมีใจรักในงานเป็นพิเศษ ต้องใช้ความอดทนและใช้ความรู้ความสามารถที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้สามารถดูแลได้ถูกวิธีและถูกใจกันทุกฝ่ายอีกด้วย
7. เป็นผู้ประสานงานและเชื่อมโยงระหว่างบุตรหลานและญาติมิตรกับผู้สูงอายุ เมื่อได้รับความไว้วางใจให้มาดูแลผู้สูงอายุแล้ว ผู้ดูแลต้องสามารถสื่อสารส่งต่อข้อมูลที่จะช่วยให้ทำงานได้ดีและเข้าใจผู้สูงอายุมากขึ้น
หากคุณกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุ คนชรา อยู่กับผู้ดูแลตามลำพัง ควรทำอย่างไร
หากคุณกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุ คนชรา อยู่กับผู้ดูแลตามลำพัง ควรทำอย่างไร

การเลือกแม่บ้านหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุ เข้ามาดูแลพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย วัยชรา แม้จะคล้ายกับการดูแลเด็ก แต่มีความแตกต่างกันบ้างในส่วนของรายละเอียด เช่น เรื่องอาหารการกิน การทานยา และเรื่องของการอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งเหตุผลหนึ่งที่เราเลือกใช้บริการ ผู้ดูแลผู้สูงอายุนั้น เพราะเราอยากให้ผู้สูงอายุได้อยู่ในบรรยากาศที่คุ้นเคย ใกล้ชิดลูกหลาน และได้รับการดูแลที่ถูกต้อง เหมาะสม ตามสภาพวัย ของผู้สูงอายุ หากเราต้องทำงานไปด้วยนั้นหมายถึงเราต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่ตามลำพังกับผู้ดูแล เราสามารถลดความกังวลนั้นได้อย่างไร หากกังวลเรื่องอาหารการกิน การทานยาของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องอยู่บ้านลำพัง การที่ได้ผู้ดูแลผู้สูงอายุ เข้ามาดูแลปัญหาเรื่องการทานอาหาร ทานยาไม่ตรงเวลาก็จะหมดไป เมื่อเราได้สรุปงาน หน้าที่ของผู้ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ก็จะทำตามตารางเวลาการทำงานที่เราได้จัดขึ้น แม้เราไม่อยู่เราก็จะแน่ใจได้ว่าผู้สูงอายุจะได้รับการดูแล เราต้องคิดว่า เมื่อเราต่างออกไปทำงาน และผู้สูงอายุที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว ท่านอาจจะรู้สึกเหงาและเบื่อหน่าย หรือบางครั้งเราเองอาจจะรู้สึกกังวลหากเขาหกล้มหรือเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่มีใครอยู่บ้าน แต่การมีผู้ดูแลผู้สูงอายุมาดูแลและอยู่เป็นเพื่อนก็จะช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกดี หมดกังวลและไม่เบื่อหน่าย อาจมีกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้สูงอายุฝึกคิด หรือบางครั้งผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ดูแลยังสามารถพาไปออกกำลังกายเพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุผ่อนคลายได้อีกด้วย กังวลเรื่องการดูแลทุก ๆ รายละเอียด ข้อนี้ถือว่าดีมากเนื่องจากพี่เลี้ยงที่จ้างมาดูแลผู้สูงอายุในบ้าน จะทำหน้าที่แทนเราทุกอย่าง เช่น เช็ดตัว ป้อนข้าว เปลี่ยนผ้าอ้อมผู้ใหญ่ โดยที่ไม่รังเกียจ เพราะมีการอบรมมาเป็นอย่างดี ช่วยดูแลขณะที่เราไม่อยู่ ความกังวลทั้งหมดนี้จะหมดไปหากเราเลือกผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี ใส่ใจในงานบริการ แม้อยู่ตามลำพังกับผู้ดูแล ก็ไม่ต่างกับเราดูแลท่านเอง
ข้อตกลงที่สำคัญในการดูแลผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง
เมื่อตัดสินใจจ้างคนดูแลผู้สูงอายุแล้ว ควรทำข้อตกลงสำคัญระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้ดูแลที่คุณทำการได้จ้างมา เพื่อเป็นการรับประกันความปลอดภัยให้กับผู้สูงอายุตลอดระยะเวลาการดูแล ซึ่งข้อตกลงที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจระหว่างสองฝ่ายมีดังนี้

1. ทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยสิ่งที่ควรระบุอยู่ในสัญญาอย่างชัดเจนได้แก่ ระยะเวลาการดูแล วันที่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ ชั่วโมงการทำงาน จำนวนค่าจ้าง รวมไปถึงสวัสดิการและวันหยุดที่ผู้ดูแลควรได้รับตามกฎหมายแรงงาน โดยที่ทั้งสองฝ่ายต้องเซ็นยินยอมเพื่อเป็นการรับรู้ต่อสัญญาและข้อกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้
2. ผู้ว่าจ้างควรอธิบายข้อมูลส่วนตัวของผู้สูงอายุให้กับผู้ดูแลอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปนิสัย ความชอบส่วนตัว อาหารที่กินได้และไม่ได้ ที่สำคัญหากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว ผู้ว่าจ้างควรบอกให้ผู้ดูแลรับรู้ก่อนเพื่อให้ผู้ดูแลสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้
3. อธิบายขอบเขตและวิธีการทำงานให้กับผู้ดูแลอย่างชัดเจน สิ่งใดที่ทำได้และไม่ได้ เพื่อเป็นการป้องกันขั้นเบื้องต้น
4. ข้อตกลงเรื่องที่อยู่อาศัย หากผู้ว่าจ้างต้องการให้ผู้ดูแลอาศัยอยู่ที่บ้านตลอดช่วงระยะการดูแลผู้สูงอายุ ควรจัดเตรียมที่พักอาศัยให้กับผู้ดูแล รวมไปถึงแจกแจงเรื่องกฎในการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในบ้านตลอดช่วงระยะเวลาเช่นกัน
5. ใส่ใจในเรื่องของสุขอนามัยของผู้ดูแลที่ทำการว่าจ้างมา หากผู้ดูแลมีอาการป่วยกะทันหัน ผู้ว่าจ้างควรออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่ผู้ดูแลควรได้รับ และควรให้ผู้ดูแลลางานได้ทันที เพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อต่อผู้สูงอายุภายในบ้าน

การทำข้อตกลงในการว่าจ้างนั้นนอกจากจะเป็นการช่วยให้ทำความเข้าใจอย่างชัดเจนแล้ว ยังช่วยสร้างความสบายใจให้กับทั้งสองฝ่ายได้อีกด้วย

วัดศรีเอี่ยม

วัดศรีเอี่ยม เป็นวัดดั้งเดิมที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบางนา มีชื่อเดิมว่า วัดศรีเอี่ยมวัฒนาราม สมัยก่อนที่นี่เคยเป็นสำนักสงฆ์ แต่ในปี พ.ศ. 2508 คุณขาบ อ่องเอี่ยมและบุตร ได้มีจิตศรัทธาทำการถวายที่ดินให้พระครูศรีวรพินิจ เจ้าอาวาสวัดบางนาในสมัยนั้นเพื่อสร้างเป็นวัด โดยเริ่มสร้างเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2517

ต่อมาในปี พ.ศ. 2526 อาจารย์สุขุมและภรรยาได้ถวายที่ดินเพื่อขยายวัด แด่พระอธิการประเสริฐ สุตธมโม เพิ่มอีก 6 ไร่เศษโดยยังใช้ชื่อวัดว่า วัดศรีเอี่ยมวัฒนาราม

กล่าวกันว่าชื่อของวัด คำว่า ศรี น่าจะมาจาก พระครุศรีวรพินิจ และคำว่า เอี่ยม มาจากนามสกุลของ คุณแม่ขาบ แล้วมีการเติมคำว่าวัฒนาต่อท้าย ซึ่งน่าจะหมายถึง พระครูศรีวรพินิจและตระกูลอ่องเอี่ยม ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและร่วมพัฒนาวัดนี้ขึ้นมานั่นเอง ต่อมาชาวบ้านติดเรียกชื่อวัด

นี้สั้นๆ จึงเหลือแค่ วัดศรีเอี่ยม จนถึงปัจจุบัน

จุดเด่นของ วัดศรีเอี่ยม คือ พระอุโบสถที่สร้างขึ้นเป็นสีขาว มี 2 ชั้น และมีซุ้มประตูและหน้าต่าง รวมทั้งหลังคาเป็นสีทอง มีความวิจิตรตระการตาเป็นอย่างยิ่ง ภายในอุโบสถยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศรีมงคลนวภูมิ นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นพระพุทธรูปและพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง อาทิเช่น หลวงพ่อสดวัดปากน้ำ หลวงพ่อโอภาสี และ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม เป็นต้น จึงทำให้มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่อย่างไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นคนในพื้นที่เขตบางนาเองหรือนักท่องเที่ยวที่มาเยือน

การเดินทางมายัง วัดศรีเอี่ยม หากอยู่ในกรุงเทพฯ ให้ใช้ถนนบางนา-ตราดฝั่งขาออก เลี้ยวตรงทางเชื่อมถนนศรีนครินทร์ บริเวณ กม.4 จะพบวัดศรีเอี่ยม ตั้งอยู่ทางซ้ายมือ แนะนำว่าหากเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถแท็กซี่ จะสะดวกที่สุด

ที่อยู่ : 111 หมู่ 11 ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ



วัดบางนานอก

วัดบางนานอก กล่าวกันว่าน่าจะก่อสร้างขึ้นราวๆ ปี พ.ศ. 2400 แต่ไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างที่ชัดเจน โดยชื่อเดิมของวัดที่ชาวบ้านเรียกกันคือ วัดปากคลองบางนา หลังจากนั้นจึงมีการเปลี่ยนชื่อไปตามสถานที่ตั้งของวัดซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และอยู่ด้านนอกของเขตบางนาในสมัยนั้น จึงเรียกกันว่า วัดบางนานอก จนถึงปัจจุบัน

จุดเด่นของ วัดบางนานอก ที่เป็นที่ดึงดูดทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้มาเที่ยวชมและสักการะวัดแห่งนี้คือ ปูชนียวัตถุและโบราณวัตถุ อันได้แก่ พระประธานอุโบสถหลังเก่า อายุมากกว่า 100 ปี ขนาดหน้าตักกว้าง 1.5 เมตร และสูง 1.13 เมตร และยังมี พระพุทธรูปยืนทรงเครื่อง ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่มีขนาดเท่าคนจริง รวมทั้ง หงส์สัมฤทธิ์และ ธรรมาสน์-บุษบก ฯลฯ

ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโบสถ์ในปี พ.ศ. 2556 ซึ่งเป็นโบสถ์เก่าแก่ของวัดแห่งนี้ จนทำให้หลังคาของโบสถ์ถล่มลงมา เนื่องจากโบสถ์หลังดังกล่าวมีอายุเก่าแก่มาก จึงมีบางส่วนที่ขาดการซ่อมแซมทำนุบำรุงและเกิดไฟฟ้าลัดวงจร จนเป็นสาเหตุให้เกิดไฟไหม้ขึ้นในครั้งนี้

การเดินทางไปยัง วัดบางนานอก ภายในกรุงเทพฯ สามารถนั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงสถานีบางนา ฝั่งตรงข้ามศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เดินออกจากสถานีจะเจอกับวัดบางนาในก่อน แล้วต่อแท๊กซี่ รถสองแถว หรือรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อไปที่ วัดบางนานอก ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 - 10 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรในวันนั้นๆ ด้วย

ที่อยู่ ริมถนนสรรพาวุธ แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ



ดูแลทั้งกายใจ ให้ผู้สูงอายุแข็งแรง

ผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มคนที่นอกจากจะมีปัญหาทางสุขภาพกายแล้ว ยังมีปัญหาทางด้านจิตใจอีกด้วย เนื่องจากร่างกายที่ไม่แข็งแรงและเสื่อมสภาพ ส่งผลกระทบต่อจิตใจจึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ ผู้สูงอายุ มีอายุที่ยืนยาว มาดูสิ่งที่ต้องรู้เมื่อดูแลผู้สูงอายุกันดีกว่า

1 หมั่นสังเกตอาการผิดปกติทางร่างกายของผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุเป็นผู้ที่ร่างกายอ่อนแอและป่วยได้ง่าย อวัยวะต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ไม่ดีเท่าเดิม ดังนั้นควรหมั่นเช็คความผิดปกติในร่างกายเพื่อป้องกันการเกิดโรค เช่น บาดแผลที่หายยากและเรื้อรัง ท้องอืดหรือท้องเสียเรื้อรัง เบื่ออาหาร หรือน้ำหนักลดผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ ฯลฯ หากมีอาการดังกล่าวควรพบแพทย์เพื่อตรวจและวินิจฉัยโรค

2 ไม่ควรให้ผู้สูงอายุซื้อยากินเอง เนื่องจากผู้สูงอายุบางท่านอาจมีความรู้ความเข้าใจที่ผิด ทำให้รับประทานยาเกินขนาดหรือรับประทานยาเก่าที่หมดอายุแล้ว ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

3 ชักชวนให้ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมที่เหมาะสม ทำให้ผ่อนคลายและลดความเครียดไปในตัว เช่น การออกไปพบปะเพื่อนฝูงวัยเดียวกัน หรือไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะกับกลุ่มผู้สูงอายุวัยเดียวกัน การที่ผู้สูงอายุมีกิจกรรมหรืองานอดิเรกจะช่วยชะลอความเสื่อมของระบบประสาทและสมอง อีกทั้งยังลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าอีกด้วย

4 เลือกอาหารที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายของผู้สูงอายุมีการเผาผลาญที่ลดลง ดังนั้น จึงควรเลือกอาหารที่มีพลังงานน้อยและย่อยง่าย ควรลดการบริโภคอาหารในกลุ่มของแป้ง น้ำตาล และไขมันลง รวมถึงอาหารประเภทผัดและทอดที่ใช้น้ำมัน เน้นอาหารจำพวกโปรตีนจากเนื้อปลามากขึ้น และเปลี่ยนมาใช้วิธีปรุงโดย การต้ม นึ่ง ย่าง หรือ อบ แทน