ดูแลผู้สูงอายุ ใน ลาดพร้าว, กรุงเทพมหานคร

ดูแลผู้สูงอายุ ใน ลาดพร้าว, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่
กัญญาพัชญ์ สมบูรณ์ชัย
กัญญาพัชญ์ สมบูรณ์ชัย
Saijai ค่าบริการ ฿800 - 1,500/วัน
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

มีประสบการณ์การดูแลผู้สูงอายุมากกว่า3ปีเป็นคนพูดน้อยยอมรับฟังคำสอนกล่าวเตือนของผู้อื่น

แสดงเพิ่มเติม
น.ส.พวงพันธุ์ พำประโคน
น.ส.พวงพันธุ์ พำประโคน
Saijai ค่าบริการ ฿600 - 1,000/วัน
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

สวัสดีค่ะ เรื่องงาน ทำงานดูแลผู้สูงอายุมามากกว่า7ปี เข้าใจผู้สูงอายุมีอารมณ์แปรปรวนง่าย ผู้ให้บริการแบบเรา ต้องใจเย็น ดูแลเอาใจใส่คนป่วยมาก ดูแลเหมือนพ่อแม่ของเราค่ะ ทำงานแต่ล่ะเคสอยู่ยาวเป็น1+ปี นิสียของหนู คนพูดตรงๆ มีอะไรให้ถามได้เลย รักความสะอาด เป็นมิตรภาพกับทุกคนค่ะ เจ้าระเบียบ

แสดงเพิ่มเติม
พิกุลทอง  รังวิจี
พิกุลทอง รังวิจี
Saijai อายุ 51 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

มีประสบการณ์ดูแลผู้สูงอายุ ส่วนมากเป็นอยู่เป็นเพื่อนผู้สูงอายุที่ช่วยตัวเองได้ค่ะ ไม่ฟิตอาหาร ช่วยพยุงเดิน ใช้ไม้ค้ำ

แสดงเพิ่มเติม
พิชญ์สิตา พงษ์เสถียรเตโช
พิชญ์สิตา พงษ์เสถียรเตโช
Saijai ค่าบริการ ฿800 - 1,000/วัน
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

ชื่อเล่น เจี๊ยบอายุ ประสบการณ์ ด้าน การทำงาน และการบริบาล-ประสบการณ์ na โรงพยาบาลสุขุมวิท2ปีรับจ๊อบเฝ้าไข้ ความสามารถ ทางด้าน การบริบาล-ทำกายภาพเบื้องต้นได้ -วัดความดัน-วัดไข้ ปรอท-วัด ออกซิเจน ในเลือดได้-ฟีทซักซั่น ปากคอ- ทำแผล กดทับได้ -เช็ดตัว อาบน้ำ สระผม ตัดเล็บ บนเตียงได้ - เคลื่อนย้าย ผุ้ป่วย ได้ -ใส่เครื่อง ออกซิเจนได้ - ดูแลสายปัสสาวะได้ แต่เปลี่ยนสายไม่ได้ -สวนอุจาระได้- ทำอาหาร บด อาหาร สายยาง ได้ - สื่อสาร ภาษาอังกฤษ ฟัง พูด อ่าน เขียน ได้ระดับ พอใช้

แสดงเพิ่มเติม
วลัยพร ภู่รัตนกุล
วลัยพร ภู่รัตนกุล
Saijai ค่าบริการ ฿200/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี
ผ่านการตรวจสอบประวัติบุคคล

มีความอดทนสูง ตรงต่อเวลา ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้ดี

แสดงเพิ่มเติม
ประภาพร พัฒนะแสง
ประภาพร พัฒนะแสง
Saijai ค่าบริการ ฿250 - 300/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

บุคคลิคนิ่งๆ แต่เข้าหาคนง่าย รับผิดชอบในการทำงาน

เคยประจำที่ icu มากว่า 5ปี ยิ่งผุ้สูงอายุ่ที่ชอบเล่าความหลัง นั่งฟังนั่งซักได้ทั้งวัน

แสดงเพิ่มเติม
สมใจ  เจริญสุข
สมใจ เจริญสุข
Saijai ค่าบริการ ฿700 - 1,500/วัน
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี
Pailin Sangmaneepang
Pailin Sangmaneepang
Saijai ค่าบริการ ฿200 - 350/ชม.
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี

I am an honest woman without bad habits. I have experience in caring for post-stroke patients and patients with diabetes. You can also cook Thai and European food. If necessary, I can drive a car. (I have a driver's license) And keep the house clean at the request of the owner. Conscientious and kind attitude towards the patient is guaranteed.

แสดงเพิ่มเติม
ธมลวรรณ สังข์แก้ว
ธมลวรรณ สังข์แก้ว
Saijai ค่าบริการ ฿1,000 - 1,200/วัน
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 36 ปี

ใส่ใจ เข้าใจ สะอาด ดูแลเปรียญเสมือนญาติ

แสดงเพิ่มเติม
อริสสา กลิ่นล่ำทวีทรัพย์
อริสสา กลิ่นล่ำทวีทรัพย์
Saijai ค่าบริการ ฿1,000 - 1,800/วัน
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

ใจดี คุย ให้คำปรึกษาได้ ตรงต่อเวลา รับผิดชอบงาน รักความสะอาด

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

กฤษณ์ ชัยเขตุสานุวัฒน์
1 ปีที่แล้ว
เจอเว็บใส่ใจ เข้าไปเลือกคนดูแล เอารูปกับประวัติมานั่งคุยกับคุณย่า เลยได้ป้ากิ๊กมาดูแล ป้ากิ๊กดูแลดีมาก คุณย่ามีความสุข ในเว็บใส่ใจบอกข้อมูลครบเลยทั้งประวัติการทำงาน และประวัติการศึกษา
ศรีรัตน์ สุขสวัสดิ์
1 ปีที่แล้ว
ราคาไม่สูงเหมือนจ้างพยาบาลตามโรงพยาบาล และผู้ดูแลยังมีประสบการณ์ มั่นใจ หายห่วงเลยค่ะ
พชร ต้นไกลสุทธฺ์
1 ปีที่แล้ว
หาข้อมูล เจอเว็บใส่ใจ ที่มีพี่เลี้ยงดูแลผู้สูงอายุ ลองอ่านประสบการณ์เลย เจอจิต (พี่เลี้ยงดูแลพ่อ) ทุกอย่างเป็นไปตามข้อมูลในเว็บทำให้พวกเราไม่ยากที่จะตัดสินใจ จิตทำงานดีมากเข้ากับคุณพ่อได้ดี ขอบคุณใส่ใจค่ะ
สุชาดา เอี่ยมจินดา
1 ปีที่แล้ว
ได้คนดูแลดี ผมก็หายห่วงครับ จะใช้บริการบ่อย ๆ
นารีรัตน์ ภัทรบัณฑิต
2 ปีที่แล้ว
เราจ้างคนดูแลผู้สูงอายุมาดูแลคุณยายที่บ้าน พี่เขาทำงานดีมาก ๆ ที่สำคัญเลยคือพี่เขามีประสบการณ์ในการดูแลคนชรา เคยผ่านการอบรมมาแล้ว เลยทำให้เรามั่นใจ และ หายห่วงมาก ๆ

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลผู้สูงอายุ

จ้างคนดูแลคนชราที่บ้านดีกว่าส่งไปบ้านพักคนชราอย่างไร?
ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญต่อเรา ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย คือผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรานั่นเอง ครั้นเมื่อท่านทั้งหลายอายุมากขึ้นหน้าที่ของคนเป็นลูกเป็นหลานต้องคอยดูแลท่านให้ดีที่สุด หากเป็นไปได้คงไม่มีใครที่อยากให้ผู้สูงอายุที่เรารักต้องไปอยู่บ้านพักคนชราและอยู่ห่างไกลจากครอบครัวอย่างแน่นอน

แต่หากเราอยู่ดูแลท่านเองไม่ได้ เนื่องจากต้องทำงานหรือมีภาระอื่นๆ ที่ต้องรับผิดชอบ ควรจ้างคนมาดูแลที่บ้าน เพื่อความสะดวกของเราเองและความปลอดภัยของผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลโดยเฉพาะ อย่างที่ทราบกันมานานสังคมไทยมีแนวคิดในแบบระบบครอบครัวใหญ่ โดยจะช่วยดูแลกันและกัน ซึ่งอาจแตกต่างจากสังคมของชาวตะวันตก ที่ส่วนมากมักมีค่านิยมให้ผู้สูงอายุไปอยู่บ้านพักคนชราในช่วงบั้นปลายชีวิต เพราะคิดว่าสะดวกสบายกว่า และผู้สูงอายุจะได้มีเพื่อนในสังคมวัยเดียวกัน แต่คนไทยโดยส่วนมากไม่คิดแบบนั้น ดังนั้นในครอบครัวของคนไทยจึงต้องการคนดูแลผู้สูงอายุที่มีความรู้ ความสามารถ อีกทั้งต้องไว้ใจให้ช่วยดูแลญาติผู้ใหญ่ของเราที่บ้านได้

ข้อดีของการมีคนดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

หลักๆ ก็คือ เราสามารถอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เรารัก ทั้งยังปลอดภัยมากกว่าเพราะยังอยู่ในสายตาของเราได้ตลอด แตกต่างกับการส่งไปอยู่ที่ศูนย์ดูแลคนชรา ซึ่งอาจจะอยู่ห่างไกล ต้องใช้เวลาเดินทางไปหา โดยเราสามารถเลือกบริการของคนที่จะมาดูแลแบบไปเช้า เย็นกลับ หรือคอยดูแล 24 ชั่วโมงสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และต้องการคนดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไป โดยส่วนมากแล้วทางบริษัทที่จัดหาคนดูแลผู้สูงอายุจะมีการคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพและมีความรู้ในด้านนี้โดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและลดความกังวลของผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดี
คุณสมบัติของผู้ดูแลผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง
1. สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงเลยคือ คุณสมบัติทางด้านอารมณ์ความรู้สึก (moral attitude and belief) คือความพึงพอใจ ความศรัทธา เลื่อมใสที่จะใช้จริยธรรมมาเป็นแนวปฏิบัติงานดูแลผู้สูงอายุ
2. การฝึกอบรมเพื่อให้มีทักษะในการดูแลผู้สูงอายุ และมีความรู้ความสามารถในการดูแลผู้สูงอายุให้ถูกวิธี เพื่อให้เกิดความปลอดภัย
3. อุปนิสัย ผู้ดูแลผู้สูงอายุต้องมีใจรักในงานบริการ มีบุคลิกชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีความจริงใจ มีความรัก ความสงสาร ความเห็นอกเห็นใจ ปรารถนาดีต่อผู้สูงอายุ เข้าใจและรับฟังเรื่องราวของผู้สูงอายุ เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อการดูแลผู้สูงอายุให้มีความสุข
4. รู้จักผิดชอบชั่วดี ต้องรู้จักแยกแยะว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำและเข้าใจในเหตุผลของความถูกต้องดีงาม (moral reasoning)
5. อายุที่เหมาะสม หลายคนอาจมองข้ามเรื่องของช่วงอายุไป แต่ต้องเข้าใจว่าช่วงอายุมีผลต่อวุฒิภาวะ ถ้าเด็กมากเกินไปก็อาจจะมีความอดทนที่ต่ำเพราะประสบการณ์การในชีวิตยังน้อย หรือถ้าอายุมากเกินไปก็ทำให้ความคล่องตัวในการดูแลผู้สูงวัยอาจจะมีน้อยลง
6. ประสบการณ์นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะบ่งบอกว่าคนคนนั้นเคยผ่านงานดูแลผู้สูงวัยมาก่อน ทำให้เข้าใจเนื้องานได้อย่างรวดเร็ว เข้าใจรายละเอียดของการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งโดยรวมแล้วผู้ที่ดูแลผู้สูงอายุจำเป็นต้องมีใจรักในงานเป็นพิเศษ ต้องใช้ความอดทนและใช้ความรู้ความสามารถที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้สามารถดูแลได้ถูกวิธีและถูกใจกันทุกฝ่ายอีกด้วย
7. เป็นผู้ประสานงานและเชื่อมโยงระหว่างบุตรหลานและญาติมิตรกับผู้สูงอายุ เมื่อได้รับความไว้วางใจให้มาดูแลผู้สูงอายุแล้ว ผู้ดูแลต้องสามารถสื่อสารส่งต่อข้อมูลที่จะช่วยให้ทำงานได้ดีและเข้าใจผู้สูงอายุมากขึ้น
หากคุณกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุ คนชรา อยู่กับผู้ดูแลตามลำพัง ควรทำอย่างไร
หากคุณกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุ คนชรา อยู่กับผู้ดูแลตามลำพัง ควรทำอย่างไร

การเลือกแม่บ้านหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุ เข้ามาดูแลพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย วัยชรา แม้จะคล้ายกับการดูแลเด็ก แต่มีความแตกต่างกันบ้างในส่วนของรายละเอียด เช่น เรื่องอาหารการกิน การทานยา และเรื่องของการอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งเหตุผลหนึ่งที่เราเลือกใช้บริการ ผู้ดูแลผู้สูงอายุนั้น เพราะเราอยากให้ผู้สูงอายุได้อยู่ในบรรยากาศที่คุ้นเคย ใกล้ชิดลูกหลาน และได้รับการดูแลที่ถูกต้อง เหมาะสม ตามสภาพวัย ของผู้สูงอายุ หากเราต้องทำงานไปด้วยนั้นหมายถึงเราต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่ตามลำพังกับผู้ดูแล เราสามารถลดความกังวลนั้นได้อย่างไร หากกังวลเรื่องอาหารการกิน การทานยาของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องอยู่บ้านลำพัง การที่ได้ผู้ดูแลผู้สูงอายุ เข้ามาดูแลปัญหาเรื่องการทานอาหาร ทานยาไม่ตรงเวลาก็จะหมดไป เมื่อเราได้สรุปงาน หน้าที่ของผู้ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ก็จะทำตามตารางเวลาการทำงานที่เราได้จัดขึ้น แม้เราไม่อยู่เราก็จะแน่ใจได้ว่าผู้สูงอายุจะได้รับการดูแล เราต้องคิดว่า เมื่อเราต่างออกไปทำงาน และผู้สูงอายุที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว ท่านอาจจะรู้สึกเหงาและเบื่อหน่าย หรือบางครั้งเราเองอาจจะรู้สึกกังวลหากเขาหกล้มหรือเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่มีใครอยู่บ้าน แต่การมีผู้ดูแลผู้สูงอายุมาดูแลและอยู่เป็นเพื่อนก็จะช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกดี หมดกังวลและไม่เบื่อหน่าย อาจมีกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้สูงอายุฝึกคิด หรือบางครั้งผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ดูแลยังสามารถพาไปออกกำลังกายเพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุผ่อนคลายได้อีกด้วย กังวลเรื่องการดูแลทุก ๆ รายละเอียด ข้อนี้ถือว่าดีมากเนื่องจากพี่เลี้ยงที่จ้างมาดูแลผู้สูงอายุในบ้าน จะทำหน้าที่แทนเราทุกอย่าง เช่น เช็ดตัว ป้อนข้าว เปลี่ยนผ้าอ้อมผู้ใหญ่ โดยที่ไม่รังเกียจ เพราะมีการอบรมมาเป็นอย่างดี ช่วยดูแลขณะที่เราไม่อยู่ ความกังวลทั้งหมดนี้จะหมดไปหากเราเลือกผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี ใส่ใจในงานบริการ แม้อยู่ตามลำพังกับผู้ดูแล ก็ไม่ต่างกับเราดูแลท่านเอง
ข้อตกลงที่สำคัญในการดูแลผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง
เมื่อตัดสินใจจ้างคนดูแลผู้สูงอายุแล้ว ควรทำข้อตกลงสำคัญระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้ดูแลที่คุณทำการได้จ้างมา เพื่อเป็นการรับประกันความปลอดภัยให้กับผู้สูงอายุตลอดระยะเวลาการดูแล ซึ่งข้อตกลงที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจระหว่างสองฝ่ายมีดังนี้

1. ทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยสิ่งที่ควรระบุอยู่ในสัญญาอย่างชัดเจนได้แก่ ระยะเวลาการดูแล วันที่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ ชั่วโมงการทำงาน จำนวนค่าจ้าง รวมไปถึงสวัสดิการและวันหยุดที่ผู้ดูแลควรได้รับตามกฎหมายแรงงาน โดยที่ทั้งสองฝ่ายต้องเซ็นยินยอมเพื่อเป็นการรับรู้ต่อสัญญาและข้อกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้
2. ผู้ว่าจ้างควรอธิบายข้อมูลส่วนตัวของผู้สูงอายุให้กับผู้ดูแลอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปนิสัย ความชอบส่วนตัว อาหารที่กินได้และไม่ได้ ที่สำคัญหากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว ผู้ว่าจ้างควรบอกให้ผู้ดูแลรับรู้ก่อนเพื่อให้ผู้ดูแลสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้
3. อธิบายขอบเขตและวิธีการทำงานให้กับผู้ดูแลอย่างชัดเจน สิ่งใดที่ทำได้และไม่ได้ เพื่อเป็นการป้องกันขั้นเบื้องต้น
4. ข้อตกลงเรื่องที่อยู่อาศัย หากผู้ว่าจ้างต้องการให้ผู้ดูแลอาศัยอยู่ที่บ้านตลอดช่วงระยะการดูแลผู้สูงอายุ ควรจัดเตรียมที่พักอาศัยให้กับผู้ดูแล รวมไปถึงแจกแจงเรื่องกฎในการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในบ้านตลอดช่วงระยะเวลาเช่นกัน
5. ใส่ใจในเรื่องของสุขอนามัยของผู้ดูแลที่ทำการว่าจ้างมา หากผู้ดูแลมีอาการป่วยกะทันหัน ผู้ว่าจ้างควรออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่ผู้ดูแลควรได้รับ และควรให้ผู้ดูแลลางานได้ทันที เพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อต่อผู้สูงอายุภายในบ้าน

การทำข้อตกลงในการว่าจ้างนั้นนอกจากจะเป็นการช่วยให้ทำความเข้าใจอย่างชัดเจนแล้ว ยังช่วยสร้างความสบายใจให้กับทั้งสองฝ่ายได้อีกด้วย

ดูแลใส่ใจผู้สูงวัยในช่วงโควิด 19

ในสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ ได้ง่ายมากกว่าคนในวัยอื่น ๆ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันที่ต่ำลงตามวัย แม้ว่าสุขภาพโดยรวมจะแข็งแรงสมบูรณ์ดีก็ตาม โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคระบบทางเดินหายใจ โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด จะยิ่งมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นในช่วงโควิด-19 ระบาดควรให้ความสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุเป็นพิเศษ ควรต้องทำอย่างไร

- ผู้สูงอายุควรรับประทานอาหารที่สะอาดถูกสุขลักษณะปรุงสุกใหม่ ๆ ตามหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง” เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงและควรให้รับประทานอาหารที่ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน

- ให้ผู้สูงอายุออกกำลังกายด้วยท่าทางง่ายๆ เช่น การเดิน หรือแกว่งแขนออกกำลังกายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อร่างกายที่แข็งแรงและสุขภาพจิตที่ดีอีกด้วย

- หากผู้สูงอายุ มีความจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ให้หลีกเลี่ยงการใช้ขนส่งสาธารณะและการไปในที่แออัด และควรสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้ง เมื่อกลับถึงบ้านควรอาบน้ำสระผมทำความสะอาดร่างกายและของใช้ที่ติดตัวกลับมาจากนอกบ้าน รวมทั้งเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที

- ให้ผู้สูงอายุล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่นาน 20 วินาที หากไม่สะดวกล้างมือด้วยสบู่ สามารถใช้แอลกอฮอล์เจลได้

- งดให้ผู้สูงอายุออกไปรวมกลุ่ม ร่วมกิจกรรม หรือไปที่สาธารณะที่มีคนจำนวนมาก เพื่อความปลอดภัย



วัดลาดพร้าว วัดใหญ่ใจกลางกรุง

วัดลาดพร้าว สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2413 โดยชาวบ้านลาดพร้าวได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวัดนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวลาดพร้าวในสมัยนั้น โดยเริ่มต้นสร้างกุฏิสงฆ์ขึ้นมาประมาณ 2-3 หลังก่อน แล้วได้นิมนต์พระอาจารย์เพิ่ม มาอยู่เป็นเจ้าอาวาสวัด ในระยะแรกนี้ยังเป็นเพียงสำนักสงฆ์เท่านั้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2417 คณะสงฆ์และชาวบ้านลาดพร้าวได้เห็นสมควรให้มีการย้ายวัดมาอยู่ที่วังลาดพร้าว เพราะสถานที่เดิมเป็นที่ดอนไม่สะดวกต่อการที่ พระสงฆ์และสามเณรจะใช้น้ำ จึงได้ย้ายวัดมาสร้างใหม่ที่วังลาดพร้าว เพราะที่แห่งใหม่นี้อยู่ใกล้แหล่งน้ำมากกว่าจึงสะดวกต่อการใช้น้ำ และเป็นสถานที่ตั้งวัดในปัจจุบันนั่นเอง

วัดลาดพร้าว เป็นวัดที่มีความเงียบสงบและมีความสวยงาม เมื่อเข้าไปภายในวัดจะพบกับพระวิหารที่มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประทับยืน 3 องค์ บนชั้น 2 ของอาคาร

จุดเด่นของวัดแห่งนี้ คือ ปราสาทซึ่งภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้า ที่ได้อัญเชิญมาจาก ประเทศศรีลังกา มาประดิษฐานไว้ที่พระเจดีย์ดาวดึงส์เหนือเศียรพระเจ้าเปิดโลก

ชั้นล่างของวิหารจะเป็นสถานที่ที่ใช้ในการทำบุญ มีรูปปั้นเหมือนของเกจิอาจารย์ชื่อดัง เช่น หลวงปู่ทวด หลวงพ่อโต เจ้าแม่กวนอิม และพระพรหมวัดลาดพร้าว เป็นต้น

ส่วนชั้นสองของพระวิหาร มีหลวงพ่อพุทธโสธรจำลอง เป็นพระประธานที่ประดิษฐานอยู่กลางวิหาร ส่วนภายในวิหารทางวัดได้สร้างพระพุทธรูปจำลองไว้มากมาย อาทิเช่น หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อเพชร หลวงพ่อวัดบ้านแหลม นำมาประดิษฐานไว้ เรียกได้ว่ามา วัดลาดพร้าวเพียงวัดเดียว สามารถไหว้พระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ได้เกือบทั้งประเทศ

การเดินทาง : จากถนนลาดพร้าว เลี้ยวเข้าถนนโชคชัย 4 ผ่านโรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนลาดพร้าว-วังหิน บริเวณสี่แยกตรงไปประมาณ 800 เมตร จะเห็นวัดลาดพร้าวอยู่ทางด้านซ้ายมือ ติดกับศูนย์เด็กก่อนเกณฑ์

ที่ตั้ง : หมู่ 9 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ



ร้าน เฝอ' 54 เฝอหม้อไฟ ที่ใครๆ ก็ต้องมาลอง

ร้านอาหารสไตล์เวียดนาม ร้านนี้มีชื่อว่า เฝอ' 54 ซึ่งอาหารของที่ร้านมีการประยุกต์ฺให้เป็น เฝอ' หม้อไฟ สไตล์ L.A. โดยได้ไอเดียมาจากตอนที่เจ้าของร้านได้ไปเรียนที่อเมริกา และได้ลองรับประทานอาหารเวียดนามที่เรียกว่า เฝอ แล้วรู้สึกติดใจในรสชาติของอาหารเวียดนามจานนี้เป็นอย่างมาก และที่ชอบมากสุดจะเป็นน้ำจิ้ม ที่มีรสชาติแปลกใหม่ และไม่เหมือนใคร จึงได้นำมาประยุกต์ให้เป็น เฝอ' หม้อไฟ สไตล์ L.A.

เฝอ' 54 มีความเป็นเอกลักษณ์ที่ตกแต่งด้วยสีสันสดใส ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้าน ภายในร้าน หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ จึงทำให้ร้านเฝอ' 54 นั้นดูแปลกใหม่และน่าสนใจมาก แต่ด้วยปัญหาของพื้นที่ร้านที่ไม่ได้กว้างมากนัก ทำให้ร้านยังคงมีปัญหาในเรื่องพื้นที่รองรับลูกค้าที่อาจจะน้อยไปสักนิด ถ้าเทียบกับปริมาณลูกค้าในแต่ละวัน และลูกค้าอาจจะต้องเสียเวลาในการต่อแถวเพื่อรอคิว

เมนูอาหารของร้าน เฝอ' 54 จะมีอยู่ประมาณ 35 เมนู โดยแต่ละเมนูก็มีราคาย่อมเยา และนี่เป็นอีกสาเหตุที่มีคนมาอุดหนุนร้านนี้อย่างไม่ขาดสาย และที่เป็นจุดเด่นที่สุดของทางร้านก็คือ น้ำจิ้มรสเด็ดของร้าน เฝอ' 54

เพราะเป็นน้ำจิ้มที่ทางร้านคิดสูตรขึ้นเองโดยนำสูตรของเฝอแบบเวียดนามมาประยุกต์กับรสชาติแบบไทยๆ เรียกว่า เป็นสูตรน้ำจิ้มที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ยิ่งเมื่อได้รับประทานกับเมนูอาหารสดของที่ร้าน เฝอ' 54 ถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายไป

การเดินทาง มาที่ร้าน เฝอ' 54 ถ้าอยู่แถวลาดพร้าว-โชคชัย4-วังหิน สามารถเดินทางมาด้วยรถส่วนตัวหรือรถสองแถว หรือแนะนำให้ใช้บริการรถแท็กซี่ เพราะร้านจะอยู่ประมาณกลางซอยโชคชัย 4 หรือโชคชัย 4 แยก 54 โดยสามารถนั่งรถมาได้ทั้ง 2 ทาง ไม่ว่าจะเป็นถนน ลาดพร้าว และถนน เกษตร-นวมินทร์ เมื่อมาถึงโชคชัย 4 แยก 54 ร้านจะอยู่ตรงหัวมุมถนน

ที่อยู่ : 688 ลาดพร้าววังหิน 60 ถนนลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ