วิธีการทำงาน
ติดต่อเรา
ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ
แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ
เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ
ยืนยันการจองของคุณ
เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA
ประเภทงานบริการ
ผู้ดูแลผู้สูงอายุชั่วคราว ผู้ดูแลผู้สูงอายุสองภาษา ผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย รับอยู่เป็นเพื่อนผู้สูงอายุ ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้ดูแลผู้ป่วยพักฟื้น/เฝ้าไข้ ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมบริการในเมืองยอดนิยม
บางเขน บางกอกน้อย ป้อมปราบศัตรูพ่า พระนคร บางพลัด บางบอน พระโขนง ภาษีเจริญ คลองสามวา ตลิ่งชัน



ดิฉันมีประสบการณ์การทำงานโรงแรมระดับ 5 ดาว ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ U.A.E (Dubai) ในแผนกอาหารและเครื่องดื่ม มากว่า 20 ปี สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีทั้ง ฟัง พูด อ่าน เขียน ชอบทำอาหารและเบเกอรี่ เป็นคนสุภาพ ซื่อสัตย์ มีความอนทดต่อแรงกดดัน คิดบวก ตรงต่อเวลา ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อเพิ่มความรู้ให้กับตนเอง ใส่ใจในรายละเอียด ชอบความสะอาด เป็นคนไม่พูดมาก สวดมนต์นั่งสมาธิเป็นประจำ อยากจะช่วยเหลือผู้อื่นเท่าทีความสามารถของตนจะทำได้


เคยไปเฝ้าคนชราป่วยมะเร็ง ที่ รพ ศิริราชผู้ป่วยไปทำ คีโม 12 ครั้ง 6 เดือน ผู้ป่วยไปให้คีโม 2ครั้ง/1 เดือน ,เคยดูแลคนชรา ที่ลูกสาวลูกชายไปทำงานดูแลอยู่ 3 ปี,ไปเป็นเพื่อนพาคนชราไปหาหมอ ,เป็นเพื่อนอยู่ที่พักเวลาลูกหลานไปธุระ,เตรียมอาหาร,ยาตามหมอสั่ง ดิฉันเป็นคนสะอาดเรียบร้อย มีระเบียบ พูดเพราะ ใจดีใจเย็น





ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ
รีวิวล่าสุด
คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลผู้สูงอายุ
1. ผู้ดูแลควรผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุ ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ที่สำคัญต้องมีประสบการณ์ทางด้านนี้โดยตรง และควรมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้สูงอายุความปลอดภัยตลอดระยะเวลาการดูแ
2. ผู้ดูแลต้องมีใจรักไม่ว่าจะเป็นงานการบริบาล และบริการ มีจิตใจชอบช่วยเหลือและปรารถนาดีต่อผู้อื่น และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
3. มีความอดทนและสามารถเข้าอกเข้าใจผู้สูงอายุเป็นอย่างดีว่าต้องการอะไร เนื่องจากผู้สูงอายุหรือคนชรานั้นเป็นช่วงอายุที่ค่อนข้างมีความละเอียดอ่อนในหลาย ๆ เรื่อง ผู้ดูแลควรรู้ว่าจะต้องดูแลและบริการอย่างไรให้ผู้สูงอายุมีความพึงพอใจ
4. มีความดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุ สามารถดูแลและช่วยเหลือเรื่องต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เช่นการดูแลเรื่องอาหาร สุขอนามัย และกิจวัตรประจำวันอื่น ๆ ไปจนถึงการดูแลเรื่องสภาพจิตใจ ผู้ดูแลที่สามารถอยู่เป็นเพื่อนคุยและทำกิจกรรมอื่น ๆ ร่วมกับผู้สูงอายุได้เพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุรู้สึกโดดเดี่ยว
5. สามารถสื่อสารและรายงานข้อมูลระหว่างการดูแลให้กับสมาชิกในครอบครัวของผู้สูงอายุได้ตลอดเวลา เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับสมาชิกในครอบครัวของผู้สูงอายุที่ได้ทำการว่าจ้างผู้ดูแลมาทำหน้าที่ในส่วนนี้
คุณสมบัติที่กล่าวมาข้างตนนั้นสามารถบ่งบอกได้ถึงความเป็นมืออาชีพของผู้ดูแลผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี หากคุณต้องการให้ผู้สูงอายุในบ้านซึ่งเปรียบเสมือนบุคคลที่คุณรักและเคารพนับถือนั้นมีความสุข โปรดอย่ามองข้ามคุณสมบัติเหล่านี้ไปก่อนเลือกใช้บริการผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้านคุณ
1. ตรวจสอบประวัติย้อนหลังของผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ทำการว่าจ้างมา เพื่อให้แน่ใจว่าคนดูแลที่จ้างมานั้นไม่เคยมีประวัติการกระทำที่ผิดกฎหมายมาก่อน โดยสามารถตรวจสอบประวัติอาชญากรรมกับกองทะเบียนประวัติอาชญากรได้ที่ http://www.criminal.police.go.th/
2. สอบถามประวัติการทำงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา โดยอาจสอบถามจากผู้ว่าจ้างโดยตรงว่าเคยดูแลผู้สูงอายุมาอย่างไรบ้าง มีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหนในการดูแลผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ขณะเดียวกันก็สามารถสอบถามจากผู้ว่าจ้างที่เคยทำการจ้างก่อนหน้านี้ได้เช่นเดียวกัน
3. ฝากฝังทางเพื่อนบ้านให้ช่วยสอดส่องดูแลอีกทีหนึ่ง ซึ่งเพื่อนบ้านจะสามารถติดต่อหาเราได้ทันทีหากมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น
4. หากว่าจ้างคนดูแลผู้สูงอายุโดยหาจากสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ควรศึกษาคำวิจารณ์หรือรีวิวจากผู้ใช้ก่อนหน้าว่ามีความคิดเห็นต่อการบริการอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าคนดูแลที่จ้างมานั้นน่าเชื่อถือและเป็นคนมีความเป็นมืออาชีพจริง ๆ
5. การติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณบ้านช่วยให้สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา ถือเป็นการป้องกันความปลอดภัยที่ดีอย่างหนึ่งเช่นกัน
1. ทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยสิ่งที่ควรระบุอยู่ในสัญญาอย่างชัดเจนได้แก่ ระยะเวลาการดูแล วันที่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ ชั่วโมงการทำงาน จำนวนค่าจ้าง รวมไปถึงสวัสดิการและวันหยุดที่ผู้ดูแลควรได้รับตามกฎหมายแรงงาน โดยที่ทั้งสองฝ่ายต้องเซ็นยินยอมเพื่อเป็นการรับรู้ต่อสัญญาและข้อกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้
2. ผู้ว่าจ้างควรอธิบายข้อมูลส่วนตัวของผู้สูงอายุให้กับผู้ดูแลอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปนิสัย ความชอบส่วนตัว อาหารที่กินได้และไม่ได้ ที่สำคัญหากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว ผู้ว่าจ้างควรบอกให้ผู้ดูแลรับรู้ก่อนเพื่อให้ผู้ดูแลสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้
3. อธิบายขอบเขตและวิธีการทำงานให้กับผู้ดูแลอย่างชัดเจน สิ่งใดที่ทำได้และไม่ได้ เพื่อเป็นการป้องกันขั้นเบื้องต้น
4. ข้อตกลงเรื่องที่อยู่อาศัย หากผู้ว่าจ้างต้องการให้ผู้ดูแลอาศัยอยู่ที่บ้านตลอดช่วงระยะการดูแลผู้สูงอายุ ควรจัดเตรียมที่พักอาศัยให้กับผู้ดูแล รวมไปถึงแจกแจงเรื่องกฎในการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในบ้านตลอดช่วงระยะเวลาเช่นกัน
5. ใส่ใจในเรื่องของสุขอนามัยของผู้ดูแลที่ทำการว่าจ้างมา หากผู้ดูแลมีอาการป่วยกะทันหัน ผู้ว่าจ้างควรออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่ผู้ดูแลควรได้รับ และควรให้ผู้ดูแลลางานได้ทันที เพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อต่อผู้สูงอายุภายในบ้าน
การทำข้อตกลงในการว่าจ้างนั้นนอกจากจะเป็นการช่วยให้ทำความเข้าใจอย่างชัดเจนแล้ว ยังช่วยสร้างความสบายใจให้กับทั้งสองฝ่ายได้อีกด้วย
กรุงเทพมหานคร มหานครของประเทศไทย
กรุงเทพมหานคร มหานครของประเทศไทย
กรุงเทพฯ กำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางของการเติบโตและการพัฒนา ไม่เพียงเฉพาะของประเทศไทย อีกไม่นานทั้งระบบการขนส่ง การเติบโตของเมืองรอบข้าง จะทำให้ธุรกิจ และวิถีชีวิตของคนกรุงเทพ ทันสมัยและสะดวกมากยิ่งขึ้น คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ.2566 (ค.ศ.2023) กรุงเทพจะมีโครงข่ายรถไฟยาวเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยมีความยาวเชื่อมต่อกรุงเทพและพื้นที่ข้างเคียง ถึง 464 กิโลเมตร โดยจะเพิ่มสัดส่วนการให้บริการจากหนึ่งล้านคนต่อวันเป็นห้าล้านคนต่อวัน ซึ่งจะลดปัญหาการจราจรคับคั่ง ลดเวลาการเดินทาง ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
นอกจากอนาคตอันใกล้ที่จะทำให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครที่เดินทางสะดวก รองรับประชากรกว่าสิบล้านคน กรุงเทพฯ ยังมีแผนที่จะเป็นมหานครสีเขียว ด้วยการเพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะ โดยมีเป้าหมายเพิ่มร่มไม้ในเมือง จากร้อยละ 14 เป็นร้อยละ 30 และสามารถเข้าถึงสวนสาธารณะ ได้ด้วยการเดินไม่เกิน 10 นาที เช่นสวนเลียบคลองสวนสาธารณะ คลองช่องนนทรี การปรับปรุงคุณภาพน้ำและเพิ่มพื้นที่สีเขียวตลอดสองทางริมคลอง จะทำให้มีพื้นที่ออกกำลังกาย พื้นที่วิ่งไปกลับ 9 กิโลเมตร แม้แคบแต่ยาวตลอด โดยหวังว่าร่มไม้ในเมืองจะช่วยลดปัญหามลภาวะทางอากาศ นอกจากนี้แล้วภายในปี พ.ศ. 2565 สวนสาธารณะใหม่บนพื้นที่ 216 ไร่ กลางกรุงเทพฯ ซึ่งเดิมเคยเป็นสนามแข่งม้า โดยที่รู้จักในนามว่าสนามม้านางเลิ้ง หรือราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ที่จะทำให้กรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียว นี่เป็นเพียงตัวอย่าง 2 ในหลายๆ โครงการที่จะทำให้กรุงเทพเป็น มหานครสีเขียว
มหานครอันเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว เมื่อสาธารณูปโภค ทุกอย่างเอื้ออำนวยแล้วจึงไม่น่าแปลกใจที่กรุงเทพฯ จะเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ในปี พ.ศ.2562 (ค.ศ.2019) นิตยสาร Forbes (ฟอบส์) ได้จัดลำดับให้กรุงเทพ เป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยว มากกว่า ยี่สิบสองล้านคน ด้วยเหตุที่ เป็นเมืองที่มีการผสมผสานของวัฒนธรรม เช่นพระบรมมหาราชวัง วัดวาอาราม ไปจนถึงสถานบันเทิงเช่น บริเวณ ถนนข้าวสาร การจับจ่ายซื้อของตั้งแต่ตลาดนัด จนไปถึงห้างสรรพสินค้า รวมทั้งความหลากหลายทางวัฒนธรรมอาหาร ตั้งแต่ข้างทาง (Street food) ถึงระดับภัตตาคาร
นี่เป็นเพียงบางส่วนของมหานครที่ ชื่อว่า กรุงเทพมหานคร จุดหมายปลายทางของคนนับล้านคน
มองกรุงเทพฯ อย่างคูลๆ
มองกรุงเทพมหานครอย่างคูลๆ
นอกจากความที่เป็นมหานคร เมืองใหญ่ที่มีตึกสูง รถไฟฟ้า หรือทางด่วนพาดไปมามากมาย จนทำให้เราลืมว่ากรุงเทพฯ มีมุม มีเรื่องราวให้เราได้สัมผัสกรุงเทพฯ อย่างลึกซึ้ง หรืออย่างคูลๆ เราลองมาดูว่า 5 อย่างหรือ 5 สถานที่ ที่คุ้นตา คุ้นชื่อจะทำให้เราคูลๆ ได้
1. พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ความงดงามที่อยู่คู่กรุงเทพมหานครมากว่า 240 ปี เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งประเทศไทยด้วย ด้วยเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น เราสามารถถ่ายภาพบอกเล่าเรื่องราวของเรา สร้างความภาคภูมิใจ ความคนไทย ที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชม สามารถเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 เราสามารถเช้าชมได้โดยไม่ต้องเสียค่าเช้าชม
2. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือวัดแจ้ง แม้ในกรุงเทพมีวัดมากกว่า 63 วัดอยู่ใน 50 เขต ของกรุงเทพฯ แต่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นวัดที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยพระปรางของวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นไทย และยังปรากฏอยู่บนสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก มีนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกใฝ่ฝันที่จะถ่ายรูปมุมคูลๆ ที่นี่
3. ถนนข้าวสาร 99% ของนักเดินทางหนุ่มสาวยามค่ำคืนเดินทางสู่ถนนแห่งนี้ เพื่อหามุมพักผ่อนในแบบที่ตัวเองชอบ กับบรรยากาศที่แตกต่างออกไปจากกลางวัน ถนนข้าวสาร มองหามุมคูลๆ แบบที่เราชอบ แล้วไปบันทึกความทรงจำกัน
4. ตลาดนัดวันเสาร์-อาทิตย์ ตลาดนัดจตุจักร หลายคนอาจเคยไปมาแล้วแต่เชื่อว่ายังไม่ครบทั้งหมด ลองใช้เวลาเดินให้ช้าลง บางทีโชคชะตา อาจพาเราพบกับสิ่งที่ซ่อนอยู่ก็ได้ 8,000 ร้านที่เปิดอยู่ กับการทีมีผู้มาจับจ่ายซื้อของกว่า 200,000 คนในทุกๆ วันเสาร์อาทิตย์ เราสามารถสร้างเรื่องราวคูลๆ ให้กับความทรงจำได้ไม่ยาก
5. กรุงเทพฯ ก็มีตลาดน้ำ ไม่ให้เสียชื่อ เวนิสตะวันออก ตลาดน้ำตลิ่งชัน ด้วยความที่ยังคงเป็นธรรมชาติ ทำให้เรารู้สึกสดชื่น กับบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งบ้านริมคลอง ตลาดน้ำ และ สวนกล้วยไม้ สวนผักผลไม้ รวมไปถึงของกิน อร่อยๆ ทำให้เรื่องรวมธรรมดาๆ กลายเป็นเรื่องราวคูลๆ ได้ นอกจากตลาดน้ำตลิ่งชันแล้ว ยังมีตลาดคลองลัดมะยมที่ยังคงเอกลักษณ์ แบบดั้งเดิมไว้ได้
ทั้งหมดเป็น 5 สถานที่ 5 กิจกรรม ที่จะทำให้เรารู้สึกภูมิใจและเข้าใจกรุงเทพมากขึ้น มองกรุงเทพฯ แบบคูลๆ แบบคุณๆ ดู ยังมีกรุงเทพฯ แบบคูลๆ อีกมากมายให้ค้นหา
สูงวัย ไร้กังวล ในกรุงเทพฯ
สูงวัย ไร้กังวล ในกรุงเทพฯ
ในปี พ.ศ.2561 ที่ผ่านมาได้มีการสำรวจพบว่า กรุงเทพฯ มีผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) อยู่ที่ 1 ล้านคน นั่นหมายถึงในทุกๆ เขตพื้นที่ 10% ของประชากรเป็นผู้สูงอายุ และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ เราจะเดินทางสู่ “Super Aged Society” ที่จะมีประชากรสูงวัยมากกว่าจำนวนเด็กเกิดที่เกิดใหม่ (จริงๆ แล้วเราเริ่มเข้าสู่ Aged Society สังคมประชากรสูงวัย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2543) เพื่อเป็นการรองรับ ทางกรุงเทพมหานคร ได้มีโครงการ 1 ชุมชน 1 ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีบริการเวชศาสตร์ฟื้นฟู จัดการดูแลผู้สูงอายุ และให้ความรู้ทำให้เข้าใจผู้สูงอายุมากขึ้น ป้องกันความอ้างว้าง เข้าสังคม ปกป้องศักดิ์ศรี ขณะเดียวกัน ทางกรุงเทพมหานครได้จัดให้มีสวนสาธารณะเพื่อผู้สูงอายุถึง 41 แห่งที่มีความร่มรื่น การเดินทางที่สะดวก และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมารองรับ เช่นสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) บนเนื้อที่กว่า 375 ไร่และมีเนื้อที่ติดกับอีก 2 สวนคือ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสริกิติ์ฯ และสวนจตุจักร เป็นต้น กทม.ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้คนกรุงฯ 10 ตารางเมตรต่อคน ภายใต้โครงการ Green Bangkok 2030
ทางด้านสถานพยาบาล โรงพยาบาลในเครือกรุงเทพมหานคร ดูแลโดยสำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร โดยมีโรงพยาบาลในสังกัดทั้งหมด 11 แห่ง พร้อมให้บริการผู้สูงอายุ ที่น่าสนใจที่สุดคือโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ยังเป็นศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุที่มีความชำนาญ ในการดูแลเฉพาะด้านแก่ผู้สูงอายุแห่งแรกของเอเชีย สมกับเป็นมหานคร ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องมากว่า 8 ปี
ขณะเดียวกันเมื่อปี พ.ศ.2562 กรุงเทพมหานครยังเป็นเมืองสุขภาพดีที่สุดของโดยได้ลำดับที่ 13 จาก 44 ประเทศโดยการจัดลำดับของ The Healthy Lifestyle Cities Report โดยชนะเมืองใหญ่ๆ อย่าง กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และกรุงโตรอนโต ประเทศแคนนาดา โดยการจัดลำดับนี้ ดูจากราคาของน้ำดื่ม อายุขัยเฉลี่ย ปัญหามลภาวะในเมือง เป็นต้น
จากนี้ไปกรุงเทพมหานครมีหลากหลายโครงการที่จะดำเนินการภายใต้แนวคิด “มหานครสำหรับทุกคน” โดยเน้นการให้ความสำคัญกับประชาชนทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ให้ได้รับความสะดวก สบาย มีความเป็นอยู่ที่ดี และการเข้าถึงบริการ การเข้าถึงข้อมูล ด้านต่าง ๆ รวมไปถึงการสื่อสารบนโลกออนไลน์ Bangkok Enjoy Aging อาวุโส โก้เก๋า Bangkok Enjoy Aging อาวุโส โก้เก๋า ได้รวบรวมบทความ ข่าวสารข้อมูลของผู้สูงอายุ เพื่อให้ลูกหลาน หรือตัวผู้สูงอายุเอง ได้ปรึกษาแลกเปลี่ยนข้อมูลขของตนเอง
SAIJAI "ใส่ใจ" เป็นเพียงแพลตฟอร์มที่ใช้สำหรับติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้บริการกับผู้ให้บริการดูแลเด็ก ดูแลผู้สูงอายุ ครูสอนพิเศษ/ติวเตอร์ แม่บ้าน/ทำความสะอาด คนขับรถ ดูแลสัตว์เลี้ยง เสริมสวย และช่างซ่อมบำรุงเท่านั้น "SAIJAI" ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการหรือจ้างบุคคลใดให้บริการ ไม่มีสถานะเป็นนายจ้าง ผู้ว่าจ้าง ตัวแทน ผู้ร่วมทุน อย่างหนึ่งอย่างใดทั้งสิ้นของผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการเป็นผู้รับจ้างอิสระ ซึ่งผู้รับบริการเป็นผู้ว่าจ้าง คุณภาพการให้บริการเป็นความรับผิดชอบทั้งสิ้นของผู้ให้บริการเอง การเรียกใช้บริการจากผู้ให้บริการ อาจมีความเสี่ยง ซึ่งผู้รับบริการรับทราบและยินดีใช้บริการ บนความเสี่ยงใด ๆ ในความรับผิดชอบของตัวท่านเอง