ดูแลเด็ก ใน เมืองสมุทรปราการ, สมุทรปราการ

ดูแลเด็ก ใน เมืองสมุทรปราการ, สมุทรปราการ

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

นันทิรา ระยับศรี
นันทิรา ระยับศรี
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี

ตอนนี้ทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่โรงเรียนนานาชาติ เป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสเข้ากับเด็กได้ดีสามารถสอนพื้นฐานให้เด็กวัยก่อนเข้าเรียนได้ ตามพัฒนาการของน้องค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
ณัฐวิกา พุ่มมาก
ณัฐวิกา พุ่มมาก
Saijai ประสบการณ์ 3-4 ปี

เป็นครูอนุบาล มีใบประกอบวิชาชีพค่ะ เรียนจบการศึกษาปฐมวัยผ่านสังเกตการสอน ฝึกสอน มีประสบการณ์ในการทำงานค่ะ รักเด็กชอบเด็กเลี้ยงเด็กเหมือนลูกตัวเองใส่ใจทุกรายละเอียดของเด็กค่ะ นิสัยร่าเริง ชอบร้องเพลง ชอบพาเด็กๆทำอาหาร ขนม และทำกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
บุญตา สุอังคะวาทิน
บุญตา สุอังคะวาทิน
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 55 ปี

ผ่านหลักสูตร คุรุศาสตร๋มหาบัณฑิตด้วยค่ะ

แสดงเพิ่มเติม

ใจเย็น รักเด็ก มีความอดทนสูง สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ยิ้มแย้มแจ่มใจ เสริมสร้างพัฒนาการเด็กตามช่วงวัยได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
ลัดดา เหล่าทา
ลัดดา เหล่าทา
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

มีประสบการณ์เลี้ยงเด็กมากกว่า 10 ปี

แสดงเพิ่มเติม
ณัฎฐ์ชญานิศ ศรีสุขรัตนา
ณัฎฐ์ชญานิศ ศรีสุขรัตนา
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

เป็นคนรักเด็ก ถึงแม้ตัวเองจะไม่มีบุตร เคยรับเลี้ยงเด็กในซอยวัยก่อนเข้าเรียน เพราะพ่อแม่เด็กต้องทำงาน จะซื้อของเล่นและพาไปเที่ยวในละแวกใกล้ หรือถ้าพ่อแม่อนุญาตก็พาไปไกลได้ ชอบซื้อขนมและสิ่งของต่างๆแจกเด็กในซอย

แสดงเพิ่มเติม
ฮามีด๊ะฮ์ โต๊ะขวัญ
ฮามีด๊ะฮ์ โต๊ะขวัญ
Saijai อายุ 31 ปี

มีความอดทน ขยัน รักความสะอาด ใจเย็น

แสดงเพิ่มเติม
ณัฐวรินทร์ ภานุโรจนรัศมี
ณัฐวรินทร์ ภานุโรจนรัศมี
Saijai ประสบการณ์ 4-5 ปี

รักเด็ก, ใจเย็น, ละเอียด, รักสะอาด, ยืดหยุ่น, รับฟังและพร้อมเรียนรู้

แสดงเพิ่มเติม
วิไล นันต๊ะภาพ
วิไล นันต๊ะภาพ
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 48 ปี
Khaimuk  Homberg
Khaimuk Homberg
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี

มีประสบการณ์ในการดูแลเด็กและทำงานร่วมกับเด็กมากกว่า 5 ปี

รักเด็กค่ะ พูดได้ 2 ภาษา ไทย-อังกฤษ สามารถสอนการบ้านน้องและช่วยเหลือในด้านอื่นๆได้

มีใบขับขี่ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
ทิพวรรณ์ ราศรี
ทิพวรรณ์ ราศรี
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 28 ปี

เป็นคนอัธยาศัยดีค่ะ ใจเย็นค่ะชอบเล่นกับเด็ก ส่งเสริมพัฒนาการของน้องได้ค่ะ

แสดงเพิ่มเติม
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
เสาวณีย์ เขาพระจันทร์
Saijai ประสบการณ์ 5 ปี
Saijai อายุ 39 ปี

ใส่ใจดูแลเหมือนลูกเจ้าของเองใจเย็น ดูแลได้ตลอด

แสดงเพิ่มเติม
อานนท์ ทองแสง
อานนท์ ทองแสง
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี
Saijai อายุ 31 ปี

ผมเป็นคนสุภาพ เรียบร้อย ไม่ยุ่งอบายมุข ไม่พูดคำหยาบ ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย ทำได้ทุกอย่างครับ สอนได้ทุกวิชา ค่าจ้างเป็นต่อชั่วโมงหรือให้เป็นรายเดือนก็ได้ครับ

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

พี่เลี้ยงเด็กที่จ้างผ่านเว็บใส่ใจคือดีจริง ๆ พี่เลี้ยงเด็กมีประสบการณ์ในการเลี้ยงดูเด็กและเป็นคนที่ซื่อสัตย์มาก ทำให้คนเป็นแม่อย่างเราหายห่วงลูกเลยจริง ๆ หากใครที่กำลังมองหาพี่เลี้ยงเด็ก บริการของทางใส่ใจถือเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียวสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน
Saijai
กรรชัย วงศ์พานิชญ์
5 ปีที่แล้ว
ลูกยังเล็กเราจ้างพี่เลี้ยงมา ตกลงเวลาเริ่มงาน 9.30-17.30 น. (พี่เลี้ยงมา 8.30 น. ทุกวัน ) ประสบการณ์ เคยดูแล เด็กเล็ก 4 เดือน – 2 ขวบ พอเด็กเข้าโรงเรียน ก็ว่าง พอดีที่บ้านช่วยกันหา เจอเว็บนี้เห็นรีวิวประสบการณ์คนเลี้ยงเลย คุยดู พี่เลี้ยงทำงานดีมาก่อนเวลา เตรียมของใช้ ทำงานเป็นระเบียบเหมือนอบรมมาดี อุ่นใจ คิดถูกที่ใช้บริการใส่ใจ แนะนำค่ะ
Saijai
ณัฐวรรณ แสงสีเงิน
5 ปีที่แล้ว
ลองค้นหาบริการพี่เลี้ยงเด็กอยู่หลายที่ จนได้มาเจอเว็บใส่ใจ ลองเข้าไปดู รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างมีขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ให้เลือกพี่เลี้ยง ขั้นตอนนัดสัมภาษณ์ รายละเอียดและคำแนะนำต่าง ๆ พี่เลี้ยงที่ได้มาก็ตรงตามความต้องการสุด ๆ รู้สึกประทับใจมาก
Saijai
ณัฐณิชา ทิวาสวัสดิ์
5 ปีที่แล้ว
อยู่ ๆ พี่เลี้ยงคนเก่าลาออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้าต้องรีบหาพี่เลี้ยงใหม่แบบเร่งด่วน ไม่รู้จะทำยังไง บังเอิญมาเจอเว็บใส่ใจ หาพี่เลี้ยงคนใหม่ได้ง่ายมาก ๆ แถมได้คนดี มีประสบการณ์ ทำงานคล่อง เยี่ยมเลยค่ะ ประทับใจสุด ที่สำคัญคุณแม่สบายใจได้คนมาทำงานทันที
Saijai
ภัทรา กิจบำรุง
5 ปีที่แล้ว
เมื่อก่อนไม่กล้าจ้างพี่เลี้ยงเด็ก แต่ลองจ้างผ่านทางใส่ใจดู พี่เลี้ยงทำงานได้น่าพอใจมาก ๆ พูดเพราะมาก จนลูกเราติดคำพูดเลยค่ะ ราคาก็ที่ไม่สูงเกินไป จับต้องได้สำหรับคนที่มีรายได้ไม่เยอะอย่ามากต่อเดือน คุณแม่คนไหนอยากหาพี่เลี้ยงเด็ก แนะนำเลยค่ะ
Saijai
ชื่นนภา วัฒนพันธ์
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลเด็ก

พี่เลี้ยงเด็กส่วนตัวหรือเนอสเซอรี่ (Nursery) อะไรคือคำตอบสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้
ข้อดีของการให้พี่เลี้ยงดูแลเด็กที่บ้านของคุณเอง

1. ลูกน้อยของคุณได้รับการดูแลจากพี่เลี้ยงแบบใกล้ชิด ทำให้เด็กรู้สึกได้ถึงความเอาใจใส่ และมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี
2. มีความยืดหยุ่นในการทำกิจวัตรประจำวันเพราะเด็กไม่ต้อง กิน นอน หรือ เล่นตามตารางเหมือนอยู่ในศูนย์รับเลี้ยงเด็กหรือเนอสเซอรี่ (Nursery)
3. พี่เลี้ยงเด็กสามารถปรับเวลาการทำงานให้สอดคล้องกับเวลาทำงานและวันหยุดของคุณพ่อคุณแม่
4. คุณพ่อคุณแม่มีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้นเพราะไม่ต้องเผื่อเวลาในการรับส่ง ก่อนและหลังเลิกงาน
5. เด็กได้รับการดูแลในบรรยากาศที่คุ้นเคยและรู้สึกปลอดภัย
6. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเดินทางรับส่ง หมดปัญหาเรื่องรถติดและมลภาวะบนท้องถนน
7. คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเวลาในการเตรียมตัวหรือจัดเตรียมของใช้ให้ลูก เช่น ขวดนม เสื้อผ้า หรือแพมเพิส
8. ลดความเสี่ยงของโรคติดต่อ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ภูมิต้านทานยังน้อยจะเจ็บป่วยได้ง่าย หากต้องอยู่ปะปนกับเด็ก ๆ อื่น
9. มีคนอยู่บ้านตลอดเวลาในขณะที่คุณพ่อคุณแม่ออกไปทำงาน

ข้อดีของการเข้าเนอสเซอรี่ (Nursery)

1. ฝึกทักษะการเข้าสังคมเพราะเด็กต้องอยู่ร่วมกับเด็กคนอื่น ๆ และครูพี่เลี้ยง
2. ค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับการจ้างพี่เลี้ยงส่วนตัว
3. เนอสเซอรี่มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อให้เด็กฝึกทักษะผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ
ทักษะสำคัญที่พี่เลี้ยงเด็กควรมีคืออะไร
6 ทักษะสำคัญที่พี่เลี้ยงเด็กควรมี

1. ความรู้ด้านการส่งเสริมพัฒนาการ การส่งเสริมพัฒนาการทำได้ทั้งผ่านการเล่นและการทำกิจวัตรประจำวัน พี่เลี้ยงเด็กที่ดีควรหากิจกรรมเพื่อให้เด็กมีส่วนร่วมและช่วยเหลือตัวเองได้ตามวัยที่เหมาะสม
2. ความอดทนและใจรักเด็ก เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกันทั้งลักษณะนิสัย อารมณ์และการแสดงออก บางคนว่านอนสอนง่าย บางคนชอบเล่นซนทั้งวัน หรือบางคนงอแง พี่เลี้ยงเด็กที่ดีควรมีใจรักเด็กเป็นพื้นฐาน พร้อมทำความเข้าใจและมีความอดทน พยายามหาวิธีที่ทำให้เด็กรู้สึกวางใจ ปลอดภัย และยอมเชื่อฟังพี่เลี้ยงในที่สุด
3. ความรู้ด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและรู้เบอร์โทรศัพท์ในกรณีฉุกเฉิน ถ้าเด็กหกล้มมีแผลถลอกพี่เลี้ยงเด็กต้องรู้ว่าจะจัดการกับแผลถลอกอย่างไร ในกรณีฉุกเฉินพี่เลี้ยงเด็กต้องสามารถติดต่อหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือได้
4. ทักษะการสื่อสาร เด็กมีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุ พี่เลี้ยงเด็กต้องเข้าใจการสื่อสารกับเด็ก เช่น เข้าใจภาษากายของทารก การสื่อสารของเด็กเล็ก สำหรับเด็กที่สามารถสื่อสารด้วยทำพูดได้แล้ว พี่เลี้ยงเด็กต้องพูดคุยเพื่อให้เด็กเชื่อฟังโดยไม่ใช้การบังคับและให้เด็กรู้สึกสบายใจ
5. ทักษะการแก้ปัญหา หากไม่ใช่เรื่องที่ร้ายแรงพี่เลี้ยงเด็กต้องรู้วิธีแก้ปัญหาหรือสถานการณ์ตรงหน้าตามสมควรโดยไม่จำเป็นต้องรายงานหรือรอให้คุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจทุกครั้ง
6. ความคิดสร้างสรรค์ คงไม่ดีแน่หากพี่เลี้ยงเด็กดูแลเด็กด้วยการให้เด็กดูสมาร์ทโฟนเป็นชั่วโมง พี่เลี้ยงเด็กที่ดีควรมีความคิดสร้างสรรค์เล่นกับเด็กเพื่อให้เด็กเพลิดเพลินได้นานหลายชั่วโมงและให้เด็กได้พักผ่อนตามเวลา

ทั้งหมดนี้คือคุณสมบัติและทักษะที่ดีที่คุณพ่อและคุณแม่ควรมองหาในตัวพี่เลี้ยงเด็กที่คุณเลือกมาเพื่อดูแลลูกน้อยของคุณค่ะ
หากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลเมื่อต้องปล่อยให้ลูก ๆ อยู่กับพี่เลี้ยงตามลำพัง ควรทำอย่างไร
ใส่ใจขอพูดถึงข้อกังวลและแนวทางแก้ไขเมื่อคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลลูกๆ ที่บ้าน

1. ความปลอดภัยของลูกน้อย สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลมากที่สุดคือความปลอดภัย ไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุหรือการกระทำรุนแรงของพี่เลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของลูกน้อยทั้งทางร่างกายและพฤติกรรม ควรพูดคุย ซักถามเด็กอยู่เป็นประจำเกี่ยวกับกิจกรรมระหว่างวันที่ลูก ๆ ทำกับพี่เลี้ยง การติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในบ้านเป็นอีกวิธีที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่อุ่นใจขึ้น
2. ประสบการณ์การทำงาน บางครั้งพี่เลี้ยงเด็กอาจไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับประสบการณ์ทำงานและความชำนาญของตน นอกจากการสัมภาษณ์พี่เลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่อาจจะให้มีการทดลองงานสักระยะหนึ่งเพื่อดูว่าพี่เลี้ยงเด็กมีความชำนาญหรือสามารถทำงานได้ตามมอบหมายหรือไม่
3. พี่เลี้ยงเด็กหยิบฉวยทรัพย์สินในบ้าน หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่เจอพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์แต่ยังกังวลว่าพี่เลี้ยงเด็กอาจพยายามขโมยสิ่งของมีค่าภายในบ้าน แนวทางป้องกันที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้คือ ไม่วางสิ่งของมีค่าไว้ในที่เปิดเผย ล็อคลิ้นชักเก็บของและประตูห้องที่พี่เลี้ยงเด็กไม่จำเป็นต้องใช้ คุณพ่อคุณแม่อาจจะติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ภายในบ้านเพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาได้อีกทาง
พ่อแม่ควรตกลงอะไรบ้างก่อนจ้างพี่เลี้ยงเด็ก?
เมื่อคุณพ่อคุณแม่สามารถหาพี่เลี้ยงเด็กที่ถูกใจได้แล้ว ควรพูดคุยและตกลงกันเรื่องใดบ้างก่อนเริ่มงาน

1. วันและเวลาทำงาน คุณพ่อและคุณแม่ควรมีแผนการทำงานของพี่เลี้ยงที่ชัดเจน เช่นกำหนดวันทำงาน วันหยุด และเวลาทำงานในแต่ละวันให้ชัดเจน และควรถามความสมัครใจหากต้องการให้พี่เลี้ยงทำงานล่วงเวลา
2. ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ คุณพ่อคุณแม่ควรระบุขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจน หากต้องการให้พี่เลี้ยงทำงานบ้านหรืองานอื่น ๆ นอกจากดูแลเด็ก ควรตกลงกันให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน
3. ระยะเวลาการทดลองงาน หาดคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้พี่เลี้ยงทดลองงานก่อนสักระยะหนึ่งก่อนทำสัญญาว่าจ้าง ควรระบุช่วงระยะเวลาและเงื่อนไขในการทดลองงานให้ชัดเจน
4. ค่าจ้าง คุณพ่อคุณแม่ควรสอบถามและตกลงค่าจ้างของพี่เลี้ยงให้ชัดเจน และค่าจ้างควรจะสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และจำนวนชั่วโมงทำงานในแต่ละวัน ประสบการณ์ในการทำงานอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ประกอบการพิจารณาอัตราค่าจ้างได้
5. กรณีจ้างพี่เลี้ยงประจำแบบพักอาศัยร่วม คุณพ่อคุณแม่ต้องจัดการเรื่องที่พักให้กับพี่เลี้ยง รวมถึงอาหารในแต่ละวันตามตกลงกัน
6. ข้อตกลงในการอยู่อาศัยร่วมกัน คุณพ่อคุณแม่ควรบอกกล่าวพี่เลี้ยงให้ชัดเจนถึงกฎระเบียบต่าง ๆ สิ่งใดไม่ควรปฏิบัติของการอาศัยอยู่ร่วมกัน

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่ควรพูดคุยตกลงกับพี่เลี้ยงเด็กให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน

พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ แหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจสำหรับเด็กๆ

พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ (Naval Museum) เป็นพิพิธภัณฑสถานแบบพิเศษที่รวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ และอนุรักษ์วัตถุพิพิธภัณฑ์ ข้าวของเครื่องใช้ที่เกี่ยวกับกองทัพเรือไทย อาทิเช่น อาวุธยุทโธปกรณ์ที่เคยใช้ในการรบ เรือรบจำลองของไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นจนถึงปัจจุบัน เรือดำน้ำรุ่นแรกของราชนาวีไทย (เรือมัจฉานุ) เรือหลวงพระร่วง เรือเหรา รวมทั้งยุทธนาวีครั้งสำคัญๆ พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ ตรงข้ามกับโรงเรียนนายเรือ จากแยกบางนาไปสำโรงประมาณ 10 กิโลเมตร

พิพิธภัณฑ์ทหารเรือแบ่งเป็น การจัดการแสดงกลางแจ้ง อาคาร 1 และ อาคาร 2

ในส่วนของ การจัดการแสดงกลางแจ้ง จัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ โดยจัดตั้งไว้บริเวณสนามหญ้าด้านหน้าตัวอาคาร เช่น เรือดำน้ำ เรือ PBR เครื่องบิน HU-16B ปืนใหญ่โบราณ รถสะเทินน้ำสะเทินบก (LVT MK4) รถหุ้มเกราะ V-15 ปืนเรือ ขนาด 75/51 มม.และปืนล้อสนาม

อาคาร 1 เป็นอาคาร 2 ชั้น สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2515 ชั้นล่างแบ่งออกเป็น 3 ห้อง ห้องแรกจัดเป็นห้องเทิดพระเกียรติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ห้องที่ 2 เป็นห้องเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ห้องที่ 3 เป็นห้องจัดแสดงสรรพาวุธ

อาคาร 1 ชั้น 2 จัดแสดงห้องเทิดพระเกียรติ จอมพลเรือคนสำคัญ ห้องเครื่องลายคราม ห้องเครื่องแบบทหารเรือ ห้องธงราชนาวีและธงที่ใช้ในกองทัพเรือ

อาคาร 2 เป็นอาคาร 3 ชั้น สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2530

ชั้นที่ 1 จัดแสดงประภาคารแห่งแรกของประเทศไทย เรือโบราณ และอาวุธยุทโธปกรณ์ เช่น ตอร์ปิโด ปืนเที่ยง และทุ่นระเบิด

ชั้นที่ 2 จัดแสดงเรือในพระราชพิธีและการจัดขบวนเรือ รวมถึงเรือสำคัญในพระราชพิธี เช่น เรือพระนั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช นอกจากนี้ยังมีเรือรบสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ครุฑหัวเรือ เครื่องมือเดินเรือและอุปกรณ์ของชาวเรือ

ชั้นที่ 3 เป็นส่วนนิทรรศการพิเศษ จัดแสดงเหตุการณ์การสู้รบและการทำสงครามของทหารเรือที่สำคัญต่างๆ เช่นยุทธนาวีที่เกาะช้าง สงครามมหาเอเชียบูรพา ยุทธการบ้านชำราก จังหวัดตราด และการรบที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ร.ศ. 112 เป็นต้น

พิพิธภัณฑ์ทหารเรือเปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09:00 – 15:00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เดินทางสะดวก มีลานจอดรถรองรับเพียงพอ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่มีเด็กๆ เพื่อเป็นการศึกษาเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับราชนาวีไทย ได้เห็นอาวุธและเรือโบราณ โดยเฉพาะวันเด็กของทุกปี ทางพิพิธภัณฑ์จะมีการจัดงานวันเด็ก มีกิจกรรมต่างๆเพื่อให้เด็กได้สนุกสนานเพลิดเพลิน พร้อมรับความรู้กลับบ้านไปด้วย



รวมโรงเรียนนานาชาติในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

ด้วยปัจจุบันมีการแข่งขันทางการศึกษาสูง ผู้ปกครองที่มีฐานะส่วนใหญ่ต้องการส่งเสริมให้บุตรหลานได้เรียนในโรงเรียนที่มีบรรยากาศการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ มีครูอาจารย์ชาวต่างชาติเป็นผู้สอนในแต่ละวิชาเป็นหลัก เพื่อเป็นการปูพื้นฐานก่อนจะส่งบุตรหลานไปเรียนต่อยังต่างประเทศเมื่อถึงเวลาอันสมควร จังหวัดสมุทรปราการเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีโรงเรียนนานาชาติหลายแห่งมาก และคาดว่าธุรกิจสถานศึกษานานาชาติจะยิ่งเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เราได้รวบรวมโรงเรียนนานาชาติในเขตอำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการมาไว้ที่นี่ เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้ผู้ปกครองที่กำลังวางแผนส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติต่อไป

1. โรงเรียนนานาชาติไทย-สิงคโปร์ (Thai-Singapore International School TSIS) ตั้งอยู่เลขที่ 1000 หมู่ 5 ถนนศรีนครินทร์ ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ มีหลักสูตร Singapore curriculum เน้นสอน 3 ภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ค่าเทอมเริ่มต้นที่ 150,000 บาท/ปี

2. โรงเรียนประภามนตรี (Praphamontree Affiliated School - PPMAS) ตั้งอยู่เลขที่ 99/551 หมู่ 8 ถนนศรีนครินทร์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ เป็นโรงเรียนเด็กเล็ก ตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาลและประถมศึกษาตอนต้น มีหลักสูตร Singapore curriculum เน้นสอน 3 ภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ค่าเทอมชั้นเตรียมอนุบาลเริ่มต้นที่ 200,000 บาท/ปี และชั้นประถมศึกษา เริ่มที่ 310,000 บาท/ปี

3. โรงเรียนไทยซิกซ์ (Thai Sikh International School - Senior Campus) ตั้งอยู่เลขที่ 1799 1-2 ถนนทางรถไฟสายเก่าปากน้ำ ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง เปิดสอนชั้นปี 7-13 (key stage 3 -5) มีหลักสูตร UK Curriculum มีอัตราค่าเล่าเรียนที่ต่ำที่สุดประเทศไทยเมื่อเทียบกับโรงเรียนนานาชาติอื่นๆ ค่าเทอมเริ่มตั้งแต่ 228,000 บาท/ปี

4. Bangkok Chicago Christian International School ตั้งอยู่เลขที่ 99/558 หมู่ 8 ถนนศรีนครินทร์ ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษา มีทั้งระบบจีน และระบบอเมริกา ค่าเทอมเริ่มตั้งแต่ 165,000 บาท/ปี ในระดับชั้นอนุบาล ไปจนถึง 420,000 บาท/ปี ในชั้นมัธยมศึกษา

5. Double Trees International School Srinakarin ตั้งอยู่เลขที่ 21 ซอย 43 (เกษม) ถนนสุขุมวิท อำเภอเมืองสมุทรปราการ เป็นโรงเรียนนานาชาติอนุบาล รับเด็กอายุตั้งแต่ 1.5 – 6 ขวบ เน้นสอน 3 ภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน



ประโยชน์ของนมแม่

น้ำนมแม่ ถือเป็นอาหารชั้นเลิศของลูกวัยทารกในช่วง 6 เดือนแรก ช่วยเสริมภูมิคุ้มต้านทานโรค ทำให้มีร่างกายแข็งแรง ฟื้นตัวเร็วหากเจ็บป่วย ป้องกันการติดเชื้อทางเดินอาหาร โรคภูมิแพ้ อีกทั้งทำให้มีระดับไอคิวสูงเพราะนมแม่จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางสมอง และเป็นการสร้างความผูกพันระหว่างแม่และลูก ทำให้ทารกรู้สึกปลอดภัย

ส่วนข้อดีของตัวผู้เป็นแม่คือ ช่วยลดความเสี่ยงของการโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ โรคเบาหวาน ลดความเสี่ยงภาวะตกเลือดหลังคลอดบุตร และประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องซื้อนมผง สามารถช่วยประหยัดค่ารักษาพยาบาลของลูกน้องได้ เนื่องจากมีภูมิต้านทานโรคดี นอกจากนี้ยังช่วยลดน้ำหนักที่เพิ่มมาระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้รูปร่างคุณแม่กลับมาสู่ภาวะปกติได้เร็วขึ้น

ควรให้นมลูกเมื่อไหร่

องค์การอนามัยโลก (WHO) และยูนิเซฟ แนะนำว่าควรให้นมลูกทันทีในช่วง 1 ชั่วโมงหลังคลอด และควรให้ลูกกินนมแม่อย่างเดียวตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 เดือน จากนั้นก็กินต่อเนื่องควบคุมกับอาหารเสริมที่มีประโยชน์และปลอดภัยไปจนถึงอายุ 2 ขวบ สารอาหารในน้ำนมแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ 3 ระยะ ได้แก่

น้ำนมระยะที่ 1 (Colostrum) หรือระยะหัวน้ำนม ช่วง 1-3 วันแรก น้ำนมจะมีสีเหลือง เนื่องจากมีทีแคโรทีนสูง ประกอบด้วยโปรตีนต่างๆ ที่ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีเกลือแร่และวิตามิน รวมทั้งสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของสมองและการมองเห็น อีกทั้งยังช่วยขับขี้เทาของลูกด้วย

น้ำนมระยะที่ 2 (Transitional Milk) ช่วง 5 วัน – 2 สัปดาห์แรก น้ำนมจะเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น มีไขมันและน้ำตาลเพิ่มขึ้น

น้ำนมระยะที่ 3 (Mature Milk) หลังจาก 2 สัปดาห์แรกผ่านมาไป น้ำนมแม่จะเริ่มมีปริมาณมากขึ้น และมีสารอาหารหลักเพิ่มขึ้น ทั้งโปรตีน ไขมันที่เป็นกรดไขมันจำเป็นต่อร่างกาย น้ำตาลแลคโตสซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตสายสั้นมากกว่า 200 ชนิด มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์และแบคทีเรียที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญอีกมากมาย เช่น วิตามิน A, B1, B2, B6, B12, C, D, E, K รวมถึงธาตุเหล็ก แคลเซียม และไอโอดีน

ช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอด เด็กจะต้องการกินนมค่อนข้างถี่ ประมาณทุกๆ 1-2 ชั่วโมง ทารกจะกินนมครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยเพราะกระเพาะของเด็กแรกเกิดมีขนาดเพียงประมาณเท่าลูกเชอร์รี่ เมื่ออายุได้ 1 สัปดาห์จึงจะขยายขนาดเท่าประมาณลูกปิงปอง การกินถี่อาจทำให้ทารกมีอาการง่วง เพราะต้องตื่นทุก 3-4 ชั่วโมง และทารกจะสามารถนอนได้นานมากกว่า 6 ชั่วโมง หลังจากมีอายุ 3 เดือน

เมื่อน้ำนมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย จึงมีการสนับสนุนให้ทารกได้กินนมแม่จนถึง 6 เดือน หรือหากคุณแม่สามารถกระตุ้นน้ำนมให้มีน้ำนมได้นานถึง 1 ปี หรือ 2 ปี ให้ลูกได้กินควบคู่กับอาหารหลักตามวัยก็จะยิ่งดี