ดูแลผู้สูงอายุ ใน ราชเทวี, กรุงเทพมหานคร

ดูแลผู้สูงอายุ ใน ราชเทวี, กรุงเทพมหานคร

คุณต้องการใช้บริการนี้เมื่อไหร่?
ตอนนี้
ระบุวันที่

วิธีการทำงาน

Saijai

ติดต่อเรา

ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ

Saijai

แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ

เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ

Saijai

ยืนยันการจองของคุณ

เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA

นงนุช  ปั่นแก้ว
นงนุช ปั่นแก้ว
Saijai ประสบการณ์ 1-2 ปี

เคยทำงานดูแลผู้สูงอายุติดเตียง ทำทุกอย่างบนเตียง ให้อาหาร ให้ยา เข็ดตัว สวนอุจจาระ เปลี่ยนแพมเพิส ทำความสะอาดที่ดูแล ชอบเอาใจผู้ป่วยเข้าใจเอาใจใส่รักและเคารพผู้ป่วยและนายจ้างซื่อสัตย์จริงใจ แต่ไม่ชอบวุ่นวาย

แสดงเพิ่มเติม
ปนัดดา ราชสี
ปนัดดา ราชสี
Saijai ประสบการณ์ 0-1 ปี
Saijai อายุ 26 ปี

อดนอนได้ ความอดทนสูงใจรักในงานบริการ ซื้อสัตย์ รักงานชอบคุย

แสดงเพิ่มเติม

ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ

Saijai จำนวนประชากร
Saijai จำนวนประชากรเด็ก (แรกเกิด-14 ปี)
Saijai จำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป)
Saijai จำนวนสัตว์เลี้ยง สุนัข

รีวิวล่าสุด

เจอเว็บใส่ใจ เข้าไปเลือกคนดูแล เอารูปกับประวัติมานั่งคุยกับคุณย่า เลยได้ป้ากิ๊กมาดูแล ป้ากิ๊กดูแลดีมาก คุณย่ามีความสุข ในเว็บใส่ใจบอกข้อมูลครบเลยทั้งประวัติการทำงาน และประวัติการศึกษา
Saijai
กฤษณ์ ชัยเขตุสานุวัฒน์
5 ปีที่แล้ว
ประทับใจในการให้บริการมาก ๆ ค่ะ
Saijai
สุดาพร มณีทอง
5 ปีที่แล้ว
ราคาไม่สูงเหมือนจ้างพยาบาลตามโรงพยาบาล และผู้ดูแลยังมีประสบการณ์ มั่นใจ หายห่วงเลยค่ะ
Saijai
ศรีรัตน์ สุขสวัสดิ์
5 ปีที่แล้ว
พ่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามเดือนก่อน ผมเลยหาคนดูแลจากเว็บไซต์ของใส่ใจ ขั้นตอนต่าง ๆ ง่ายมากครับ และทางผู้ดูแลที่ทางใส่ใจส่งมา บริการได้น่าประทับใจมากครับ นอกจากจะใส่ใจคอยดูแลคุณพ่อผมแล้วยังคอยพูดคุยรับฟังเรื่องต่าง ๆ อีกด้วย ตอนนี้ผมจ้างพี่เค้าดูแลตลอดจนกว่าพ่อจะหายเลยครับ
Saijai
อนันต์ บุญเกิด
5 ปีที่แล้ว
ได้คนคอยดูแลแม่ผมอย่างดี และถ่ายภาพรายงานเรื่องแม่ให้ผมทางไลน์อีกด้วยครับ คุ้มราคามากครับ
Saijai
ปราโมทย์ มนตรา
5 ปีที่แล้ว

คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลผู้สูงอายุ

ตัวเลือกใดที่ดีกว่าระหว่างจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่บ้านหรือให้ผู้สูงอายุอยู่บ้านพักคนชรา
คาดการณ์ว่าในปี 2564 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุ ร้อยละ 16.2 ของประชากรทั้งหมด ผู้สูงอายุที่เคยดูแลเราในวันก่อนก็เปลี่ยนบทบาทมาเป็นคนที่เราต้องดูแล วิถีชีวิตปัจจุบัน หลายครอบครัวไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ด้วยตัวเอง อะไรที่ดีกว่าระหว่างจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่บ้านหรือให้ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุดูแล

ข้อดีของการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

การที่ผู้สูงอายุได้อยู่อาศัยในบ้าน ทำให้ไม่รู้สึกแปลกสถานที่ รู้สึกว่าอยู่กับครอบครัวลูกหลาน ไม่เกิดความว้าเหว่ ผู้สูงอายุยังอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมและไม่รู้สึกว่ามีใครหายไป การดูแลยังอยู่ในสายตาของลูกหลาน หากเกิดข้อบกพร่องหรือสิ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุไม่สบายใจ ผู้สูงอายุสามารถพูดขึ้นกับลูกหลานและแก้ไขปัญหาได้ในทันที

ข้อเสียของการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

คือค่าใช้จ่ายที่สูง เพราะต้องใช้ผู้ที่ผ่านการอบรมเป็นพิเศษ และอาจต้องจ้าง ตลอด 24 ชั่วโมง หรืออาจต้องใช้ 1-2 คนในการดูแล ผู้ว่าจ้างไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่านิสัยของคนที่จ้างมาเป็นอย่างไร รักการทำงานบริการผู้สูงอายุหรือไม่ หรือสามารถการปรับตัวให้เข้ากับผู้สูงอายุได้หรือไม่

ข้อดีของการใช้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือบ้านพักคนชรา

คือมีสถานที่พร้อมในการดูแลผู้สูงอายุ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการดูแล บางแห่งมีเครื่องมือแพทย์ หรือพยาบาลวิชาชีพดูแล ผู้สูงอายุได้พบปะกับอื่น ๆ ในวัยเดียวกัน ซึ่งจะช่วยคลายความกังวลใจของผู้สูงอายุลงไปได้บ้าง หากมีเหตุฉุกเฉิน เกิดอุบัติเหตุ ไม่สบาย ทางศูนย์ดูแลพร้อมให้ปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาล

ข้อเสียของการใช้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและเราจะไม่มีทางรู้หรือเห็นเหตุการณ์อื่นใดนอกเหนือจากตอนที่ไปถึงศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งอาจปล่อยปละละเลย ผู้สูงอายุอาจไม่มีความสุขที่ต้องจากครอบครัว สุขภาพจิตอาจแย่ลง

ท้ายที่สุดแล้วความใส่ใจและความพร้อมของสมาชิกครอบครัวมีส่วนในการพิจารณาการตัดสินใจ และที่สำคัญคือตัวของผู้สูงอายุที่เราต้องดูแลว่าท่านมีความพร้อมและยินยอมเห็นสมควรกับแนวทางการเลือกดูแลของสมาชิกครอบครัว
ทักษะสำคัญที่ผู้ดูแลผู้สูงอายุควรมี
การที่เราจะเลือกใครสักคนมาดูแลผู้สูงอายุในบ้านของเรา แน่นอนว่าต้องมีปัจจัยและคุณสมบัติหลายอย่างในการตัดสินที่จะรับบุคคลภายนอกเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับคนในครอบครัวของเราทั้งในช่วงเวลาที่เราอยู่หรือไม่อยู่บ้านก็ตาม คุณสมบัติที่คนส่วนใหญ่คาดหวังสำหรับคนดูแลผู้สูงอายุ มีดังต่อไปนี้

1. เป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะ คืออายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถคิดและตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล มีวุฒิภาวะที่ดี
2. เนื่องจากการดูแลผู้สูงอายุเป็นเรื่องละเอียดอ่อน คนดูแลผู้สูงอายุจึงควรเป็นคนที่มีความรู้ทั้งในเรื่องจิตวิทยา และด้านโภชนาการอาหาร รวมทั้งความสะอาดทั่วไปด้วย แม้ว่าการจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่มีความรู้อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะกว่าการจ้างคนทั่วไป แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะหากผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่ไม่ดี คนดูแลขาดความรู้แล้ว อาจส่งผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจอีกด้วย
3. มีความน่าไว้วางใจ เมื่อจ้างคนดูแลผู้สูงอายุเข้ามาอยู่ในบ้าน อาจจะต้องรับรู้ในส่วนของที่เก็บของต่างๆ รู้ตารางชีวิตประจำวันของคนในครอบครัว คนดูแลผู้สูงอายุจึงต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้ มีประวัติที่ดี และมีทัศนคติที่ดี
4. มีความอดทน เนื่องจากการดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องง่ายๆ บางครั้งอาจจะต้องดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุอีกด้วย โดยเฉพาะหากเป็นผู้สูงอายุที่มีอาการป่วยหรือโรคประจำตัว ก็จะมีความยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้นไปอีก
5. ควรจบหลักสูตรผู้ช่วยการพยาบาล หรือสาขาที่เกี่ยวข้องและหากมีประสบการณ์มักจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ แต่หากไม่จบหลักสูตรดังกล่าว แต่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงอายุมาก่อน ก็จะได้รับการพิจารณาเช่นกัน
6. มีความซื่อสัตย์สุจริต เนื่องจากในบางครั้งอาจจะต้องอยู่กับผู้สูงอายุเพียงลำพัง
7. มีความขยันและสามารถช่วยเหลืองานอย่างอื่นได้ตามความเหมาะสม
ควรทำอย่างไรเพื่อคลายความกังวลเมื่อคุณต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่ตามลำพังกับผู้ดูแล
เมื่อเราได้พิจารณาคุณสมบัติและตัดสินใจจ้างผู้ดูแลมาดูแลผู้สูงอายุที่บ้านของเราแล้ว เราอาจจะมีความกังวลด้านอื่นๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นควรจะเป็นผู้ดูแลชั่วคราวแบบไป-กลับ หรือผู้ดูแลแบบที่อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง เพราะการที่ต้องให้บุคคลภายนอกซึ่งเป็นคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ภายในบ้านของเรา ในระยะแรกอาจจะต้องมีการปรับตัวในการอยู่ร่วมกัน หากว่าเราอยู่ที่บ้านตลอดก็อาจช่วยลดความกังวลในด้านความปลอดภัยลงไปได้ แต่ถ้าสมาชิกในบ้านต้องออกไปทำงานนอกบ้านและต้องทิ้งผู้สูงอายุไว้เพียงลำพังกับผู้ดูแล ความกังวลย่อมเพิ่มมากขึ้นทั้งกับคนที่เรารักและทรัพย์สินมีค่าภายในบ้าน แนวทางที่ช่วยลดความกังวลของผู้ว่าจ้างจากที่ได้กล่าวมาข้างต้น ได้แก่

1. ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของคนดูแลผู้สูงอายุ โดยสามารถร้องขอให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุทำการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมกับกองทะเบียนประวัติอาชญากรได้ที่ http://www.criminal.police.go.th/
2. ตรวจสอบประวัติการทำงานกับนายจ้างคนเก่า ในกรณีที่ผู้ดูแลผู้สูงอายุเคยผ่านประสบการณ์การทำงานมาก่อน
3. หากเป็นผู้ดูแลที่มาจากบริษัท ทางบริษัทควรจะมีการส่งตัวแทนจากบริษัทเข้ามาเยี่ยมและตรวจสอบการทำงานของผู้ดูแลเป็นระยะๆ
4. คนในครอบครัวหมั่นตรวจตราและสอดส่องการทำงานของผู้ดูแลคนสูงอายุอยู่ตลอดเวลาในระยะแรกๆของการทำงาน
5. หากมีเพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ สามารถฝากให้เพื่อนบ้านช่วยสอดส่องดูแลขณะที่ผู้ดูแลอยู่ลำพังกับผู้สูงอายุ
6. ปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ตามจุดต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวภายในบ้านได้ตลอด 24 ชม.
ข้อตกลงที่สำคัญในการดูแลผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง
เมื่อตัดสินใจจ้างคนดูแลผู้สูงอายุแล้ว ควรทำข้อตกลงสำคัญระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้ดูแลที่คุณทำการได้จ้างมา เพื่อเป็นการรับประกันความปลอดภัยให้กับผู้สูงอายุตลอดระยะเวลาการดูแล ซึ่งข้อตกลงที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจระหว่างสองฝ่ายมีดังนี้

1. ทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยสิ่งที่ควรระบุอยู่ในสัญญาอย่างชัดเจนได้แก่ ระยะเวลาการดูแล วันที่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ ชั่วโมงการทำงาน จำนวนค่าจ้าง รวมไปถึงสวัสดิการและวันหยุดที่ผู้ดูแลควรได้รับตามกฎหมายแรงงาน โดยที่ทั้งสองฝ่ายต้องเซ็นยินยอมเพื่อเป็นการรับรู้ต่อสัญญาและข้อกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้
2. ผู้ว่าจ้างควรอธิบายข้อมูลส่วนตัวของผู้สูงอายุให้กับผู้ดูแลอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปนิสัย ความชอบส่วนตัว อาหารที่กินได้และไม่ได้ ที่สำคัญหากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว ผู้ว่าจ้างควรบอกให้ผู้ดูแลรับรู้ก่อนเพื่อให้ผู้ดูแลสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้
3. อธิบายขอบเขตและวิธีการทำงานให้กับผู้ดูแลอย่างชัดเจน สิ่งใดที่ทำได้และไม่ได้ เพื่อเป็นการป้องกันขั้นเบื้องต้น
4. ข้อตกลงเรื่องที่อยู่อาศัย หากผู้ว่าจ้างต้องการให้ผู้ดูแลอาศัยอยู่ที่บ้านตลอดช่วงระยะการดูแลผู้สูงอายุ ควรจัดเตรียมที่พักอาศัยให้กับผู้ดูแล รวมไปถึงแจกแจงเรื่องกฎในการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในบ้านตลอดช่วงระยะเวลาเช่นกัน
5. ใส่ใจในเรื่องของสุขอนามัยของผู้ดูแลที่ทำการว่าจ้างมา หากผู้ดูแลมีอาการป่วยกะทันหัน ผู้ว่าจ้างควรออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่ผู้ดูแลควรได้รับ และควรให้ผู้ดูแลลางานได้ทันที เพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อต่อผู้สูงอายุภายในบ้าน

การทำข้อตกลงในการว่าจ้างนั้นนอกจากจะเป็นการช่วยให้ทำความเข้าใจอย่างชัดเจนแล้ว ยังช่วยสร้างความสบายใจให้กับทั้งสองฝ่ายได้อีกด้วย

ที่มาของเขตราชเทวี

กล่าวถึงชื่อของเขตราชเทวี สามารถเขียนแบบอักษรโรมันคือ Khet Ratchathewi และเขียนแบบอักษรไทยคือ เขตราชเทวี โดยการตั้งชื่อเขตนั้นมาจาก สี่แยกราชเทวี ที่เป็นจุดตัดระหว่างถนนพญาไทกับถนนเพชรบุรี ซึ่งชื่อสี่แยกมาจาก สะพานพระราชเทวี ที่ใช้ข้ามคลองประแจจีน และได้ถูกถมไปในเวลาต่อมาในบริเวณถนนพญาไท ก่อนเข้าถนนเพชรบุรี คำว่า “พระราชเทีวี” มาจากชื่อของ พระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวีในรัชกาลที่ 5 - พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ต่อมาท่านได้รับการเปลี่ยนพระยศเป็น สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี นั้นเอง

เขตราชเทวีมาจากการแยกตัวของเขตพื้นที่ทางทิศใต้ของเขตพญาไทซึ่งเป็นเขตที่ผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่นเพราะมีความเจริญรุ่งเรืองมาก ทำให้สถานที่สำคัญ ๆ บางแห่งที่ตั้งอยู่ในเขตราชเทวี มีคำว่าพญาไทพ่วงอยู่ด้วย จึงทำให้หลาย ๆ คนมักสับสน อย่างเช่น สถานนีรถไฟฟ้าพญาไท ที่ตั้งอยู่ในเขตราชเทวี เป็นต้น

ในอดีตเขตราชเทวีเป็นตำบล 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลถนนพญาไท ตำบลทุ่งพญาไท ตำบลถนนเพชรบุรี และตำบลมักกะสัน ซึ่งเกิดจากการยุบรวมตำบลเล็ก ๆ เข้าด้วยกัน และขึ้นกับอำเภอดุสิต จากนั้นมีการปรับย้ายมาขึ้นกับอำเภอพญาไท เวลาผ่านไปมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นคือ คณะปฏิวัติได้จัดตั้งกรุงเทพมหานครขึ้นแทนนครหลวงกรุงเทพธนบุรี โดยรวมจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีไว้ด้วยกัน อำเภอพญาไทจึงถูกยกฐานะขึ้นเป็นเขตพญาไท และตำบล 4 ตำบลดังกล่าวปรับเปลี่ยนเป็นแขวงแทนและถูกแยกพื้นที่ทางตอนใต้ของเขตพญาไทมาจัดตั้งเป็นเขตราชเทวีในปัจจุบันแทน ดังที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้น จากนั้นได้มีการนำพื้นที่บางส่วนของแขวงมักกะสันไปจัดตั้งในเขตดินแดงแทน

ทำให้เขตราชเทวีมีพื้นที่ไม่กว้างนัก แต่มีความสำคัญเนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่เขตชั้นในของกรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์กลางการค้าทางธุรกิจ และท่ามกลางความเจริญนี้ยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้



ภาพปัจจุบันของเขตราชเทวี


ปัจจุบันเขตราชเทวี มีแบ่งการปกครองออกเป็น 4 แขวง ดังนี้ แขวงถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท แขวงถนนเพชรบุรี และแขวงมักกะสัน โดยมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นในแขวงทุ่งพญาไท มีพื้นที่โดยรวม 7,725 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ในอาณาบริเวณของกรุงเทพมหานครทางทิศตะวันตกของฝั่งพระนคร มีอาณาเขตทิศเหนือ ติดกับเขตพญาไทและเขตดินแดง ทิศตะวันออกติดกับเขตห้วยขวาง ทิศใต้ติดกับเขตวัฒนาและเขตปทุมวัน และทิศตะวันตกติดกับเขตดุสิต เป็นเขตที่มีความเจริญรุ่งเรืองของการคมนาคมอย่างสูง เพราะมีเส้นทางให้เลือกได้หลากหลายเส้นทาง

ทั้งเส้นทางบนบก ที่มีการพัฒนาก่อสร้างถนนเพิ่มเติม ทั้งสายหลัก สายรอง ทางพิเศษ ทางรถไฟสายเหนือและสายตะวันออก ที่ผู้คนสามารถเลือกใช้ไปต่างจังหวัดในทั้งสองภาคของประเทศไทยได้ อีกทั้งมีรถไฟใต้ดิน รถไฟฟ้าบีทีเอสถึง 3 สถานีด้วยกันคือ สถานีมักกะสัน สถานีพญาไท และสถานีราชปรารภ และรถไฟฟ้าที่สามารถเชื่อมไปยังท่าอากาศยานอีกด้วย

สำหรับเส้นทางน้ำโดยมีคลองสำคัญคือ คลองแสนแสบ ที่อยู่ทางบริเวณทิศใต้ของพื้นที่ เป็นคลองที่กั้นเขตวัฒนาและเขตปทุมวัน ซึ่งถูกขุดขึ้นตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 3 - พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำบางปะกงเข้าด้วยกัน เป็นคลองที่ผู้คนใช้เดินทางในปัจจุบันโดยเรือโดยสารคลองแสนแสบ มีเส้นทางระหว่าง ท่าน้ำวัดศรีบุญเรือง ในเขตบางกะปิ จนถึง ท่าสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย มีจุดต่อเรือที่ ท่าประตูน้ำ รวม 28 ท่าเรือ ในลักษณะการบริการเรือด่วนในคลองแสนแสบ และคลองมหานาค



นอกจากนั้นเขตนี้เป็นศูนย์กลาง การคมนาคมแล้ว ยังเป็นศูนย์รวมของสถานที่ตั้งสำคัญต่าง ๆ ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม การค้า การท่องเที่ยว การศึกษา สถานที่ราชการของรัฐ, รัฐวิสาหกิจ และการแพทย์ ทำให้มีประชากรอาศัยอยู่บริเวณเขตนี้อย่างหนาแน่น เกิดเป็นทำเลทองที่มีมูลค่าที่ดินสูงในปัจจุบัน



สถานีพญาไทมีอะไรดี

สถานีรถไฟฟ้าพญาไท เป็นสถานีที่มีผู้โดยสารใช้บริการในต่อวันจำนวนมาก เพราะมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น เนื่องจากเป็นย่านที่พัก โรงแรม คอนโด โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า สำนักงาน ร้านอาหาร โรงเรียน มหาวิทยาลัย แหล่งการค้า แหล่งท่องเที่ยว และการบริการต่าง ๆ อีกทั้งเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟฟ้าใน เขตราชเทวี ในเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสุขุมวิท และรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นสนามบินที่สำคัญ เป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางทั้ง ภายใน และต่างประเทศไปยังจังหวัดต่าง ๆ ตัวสถานีตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของสี่แยกพญาไท (จุดบรรจบถนนพญาไท และถนนศรีอยุธยา) โดยอยู่คร่อมจุดตัดทางรถไฟสายตะวันออกและอยู่ใต้เส้นทางรถไฟฟ้าเชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

วิธีไปยังสถานี

รถไฟใต้ดิน รถไฟใต้ดิน: สายสุขุมวิท

รถประจำทางเส้นพญาไท : สาย 29 34 36 54 59 62 79 140 515 38 139 140 163 164 172 177 187 529 542

สถานที่ใกล้เคียงที่สำคัญ อาทิ

สำนักงานเขตราชเทวี สถานีตำรวจนครบาลพญาไท กรมปศุสัตว์ กรมแพทย์ทหารบก ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา

สถานีวิทยุศึกษา สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ที่ทำการไปรษณีย์ราชเทวี สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 4 (อาคารพญาไทพลาซ่า ชั้น 28-29) สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (อาคารพญาไทพลาซ่า ชั้น 35-36) วังสวนผักกาด มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สำนักงานถนนศรีอยุธยา โรงพยาบาลเดชา โรงพยาบาลพญาไท 1 โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย โรงเรียนพญาไท โรงเรียนอำนวยศิลป์ โรงเรียนศรีอยุธยา ในพระอุปถัมภ์ฯ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

โรงแรม และ ที่พัก ใกล้เคียง

-โรงแรมทรูสยาม (True Siam Hotel)

-โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ (The Sukosol Hotel Bangkok)

-โรงแรมฟลอริดา (Florida Hotel)

-โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ (Pullman Bangkok King Power)

-โรงแรม วินซ์ ประตูน้ำ (Vince Hotel Pratunam Bangkok)

-ใบหยก บูติค โฮเต็ล (Baiyoke Boutique Hotel)

-เซเรนนาต้า โฮเทล เเอนด์ รีสอร์ท (SERENATA Hotels & Resorts)

คอนโด ใกล้เคียง และติด BTS พญาไท

-ไอดีโอ คิว พญาไท ( IDEO Q PHAYATHAI )

-ศุภาลัย เอลีท พญาไท ( Supalai Elite Phyathai )

-ไอดีโอ โมบิ พญาไท ( IDEO MOBI PHAYATHAI )

-โนเบิล รีเวนต์ ( NOBLE REVENT )

-ดิ แอดเดรส พญาไท ( THE ADDRESS PHAYATHAI )

นับได้ว่าเขตราชเทวี เป็นเขตที่มีการพัฒนา การคมนาคมรุ่งเรืองมาก ถึงขั้นมากที่สุดในบรรดา 50 เขตของกรุงเทพมหานครก็ว่าได้