วิธีการทำงาน
ติดต่อเรา
ติดต่อเราโดยตรงผ่าน LINE OA เพื่อจองบริการที่คุณต้องการ
แจ้งรายละเอียดให้เราทราบ
เลือกบริการ วันที่ เวลา และสถานที่ที่คุณต้องการให้ตรงกับความต้องการของคุณ
ยืนยันการจองของคุณ
เราจะยืนยันการจองของคุณภายใน 24 ชั่วโมงผ่านทาง LINE OA
ประเภทงานบริการ
ผู้ดูแลผู้สูงอายุชั่วคราว ผู้ดูแลผู้สูงอายุสองภาษา ผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย รับอยู่เป็นเพื่อนผู้สูงอายุ ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้ดูแลผู้ป่วยพักฟื้น/เฝ้าไข้ ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมบริการในเมืองยอดนิยม
บางเขน บางกอกน้อย ป้อมปราบศัตรูพ่า พระนคร บางพลัด บางบอน พระโขนง ภาษีเจริญ คลองสามวา ตลิ่งชัน
พยาบาลวิชาชีพ ICU และพยาบาลควบคุมโรคติดเชื้อ นิสัยร่าเริง สวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ เข้าใจชีวิต เชี่ยวชาญการดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพระบบสมอง หลอดเลือด หัวใจ ทางเดินอาหาร ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดระบบต่างๆ ผู้ป่วยที่มีแผลกดทับ ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจที่บ้าน ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลพิเศษที่บ้าน ผู้ป่วยสูงอายุที่ต้องการเพื่อน
เคยไปเฝ้าคนชราป่วยมะเร็ง ที่ รพ ศิริราชผู้ป่วยไปทำ คีโม 12 ครั้ง 6 เดือน ผู้ป่วยไปให้คีโม 2ครั้ง/1 เดือน ,เคยดูแลคนชรา ที่ลูกสาวลูกชายไปทำงานดูแลอยู่ 3 ปี,ไปเป็นเพื่อนพาคนชราไปหาหมอ ,เป็นเพื่อนอยู่ที่พักเวลาลูกหลานไปธุระ,เตรียมอาหาร,ยาตามหมอสั่ง ดิฉันเป็นคนสะอาดเรียบร้อย มีระเบียบ พูดเพราะ ใจดีใจเย็น
ข้อมูลสถิติน่าสนใจเกี่ยวกับ
รีวิวล่าสุด
คำถามที่พบบ่อยสำหรับการค้นหา ดูแลผู้สูงอายุ
1. เป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะ คืออายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถคิดและตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล มีวุฒิภาวะที่ดี
2. เนื่องจากการดูแลผู้สูงอายุเป็นเรื่องละเอียดอ่อน คนดูแลผู้สูงอายุจึงควรเป็นคนที่มีความรู้ทั้งในเรื่องจิตวิทยา และด้านโภชนาการอาหาร รวมทั้งความสะอาดทั่วไปด้วย แม้ว่าการจ้างคนดูแลผู้สูงอายุที่มีความรู้อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะกว่าการจ้างคนทั่วไป แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะหากผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่ไม่ดี คนดูแลขาดความรู้แล้ว อาจส่งผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจอีกด้วย
3. มีความน่าไว้วางใจ เมื่อจ้างคนดูแลผู้สูงอายุเข้ามาอยู่ในบ้าน อาจจะต้องรับรู้ในส่วนของที่เก็บของต่างๆ รู้ตารางชีวิตประจำวันของคนในครอบครัว คนดูแลผู้สูงอายุจึงต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้ มีประวัติที่ดี และมีทัศนคติที่ดี
4. มีความอดทน เนื่องจากการดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องง่ายๆ บางครั้งอาจจะต้องดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุอีกด้วย โดยเฉพาะหากเป็นผู้สูงอายุที่มีอาการป่วยหรือโรคประจำตัว ก็จะมีความยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้นไปอีก
5. ควรจบหลักสูตรผู้ช่วยการพยาบาล หรือสาขาที่เกี่ยวข้องและหากมีประสบการณ์มักจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ แต่หากไม่จบหลักสูตรดังกล่าว แต่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงอายุมาก่อน ก็จะได้รับการพิจารณาเช่นกัน
6. มีความซื่อสัตย์สุจริต เนื่องจากในบางครั้งอาจจะต้องอยู่กับผู้สูงอายุเพียงลำพัง
7. มีความขยันและสามารถช่วยเหลืองานอย่างอื่นได้ตามความเหมาะสม
1. ตรวจสอบประวัติย้อนหลังของผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ทำการว่าจ้างมา เพื่อให้แน่ใจว่าคนดูแลที่จ้างมานั้นไม่เคยมีประวัติการกระทำที่ผิดกฎหมายมาก่อน โดยสามารถตรวจสอบประวัติอาชญากรรมกับกองทะเบียนประวัติอาชญากรได้ที่ http://www.criminal.police.go.th/
2. สอบถามประวัติการทำงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา โดยอาจสอบถามจากผู้ว่าจ้างโดยตรงว่าเคยดูแลผู้สูงอายุมาอย่างไรบ้าง มีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหนในการดูแลผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ขณะเดียวกันก็สามารถสอบถามจากผู้ว่าจ้างที่เคยทำการจ้างก่อนหน้านี้ได้เช่นเดียวกัน
3. ฝากฝังทางเพื่อนบ้านให้ช่วยสอดส่องดูแลอีกทีหนึ่ง ซึ่งเพื่อนบ้านจะสามารถติดต่อหาเราได้ทันทีหากมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น
4. หากว่าจ้างคนดูแลผู้สูงอายุโดยหาจากสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ควรศึกษาคำวิจารณ์หรือรีวิวจากผู้ใช้ก่อนหน้าว่ามีความคิดเห็นต่อการบริการอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าคนดูแลที่จ้างมานั้นน่าเชื่อถือและเป็นคนมีความเป็นมืออาชีพจริง ๆ
5. การติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณบ้านช่วยให้สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา ถือเป็นการป้องกันความปลอดภัยที่ดีอย่างหนึ่งเช่นกัน
จากข้อมูลสำรวจการจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุ มีผู้ดูแลผู้สูงอายุ 2 รูปแบบ
รูปแบบที่ 1: ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรมมาเพื่อดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะ บุคคลเหล่านี้มีความเข้าใจผู้สูงอายุ และสามารถทำงานพยาบาลได้ เช่นช่วยอาบน้ำ ช่วยป้อนอาหาร ช่วยดูแลเรื่องยา ตรวจสุขภาพเบื้องต้น รวมถึงดูแลสุขอนามัยของผู้สูงอายุ
รูปแบบที่ 2: แม่บ้านทั่วไป อาจมีความชำนาญเรื่องงานบ้านแต่เรื่องดูแลใส่ใจรายละเอียดอาจจะไม่เท่าผู้ที่ผ่านการอบรมมา
1. สิ่งที่ควรตกลงกันอย่างแรกคือขอบข่ายงานและวิธีการ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง เช่น งานอะไรที่ทำได้หรือทำไม่ได้
2. ชั่วโมงการทำงาน ด้วยลักษณะงานของผู้ดูแลผู้สูงอายุ บางครั้งต้องมาอาศัยใกล้ชิดเพื่อดูแลผู้สูงอายุตลอดเวลา ตื่นพร้อมกันนอนพร้อมกัน หรือแค่ช่วงเวลาหนึ่งที่เราต้องการให้ผู้ดูแลเข้ามา ดูแลผู้สูงอายุ หากเกินเวลาที่ตกลงไว้จะต้องมีค่าจ้างพิเศษ หรือค่าล่วงเวลาที่ตามตกลงไว้ หากต้องการวันหยุดหรือวันลา ต้องแจ้งล่วงหน้าหรือหาคนมาทดแทนได้
3. ยุคปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าการไว้ใจใครสักคนที่เข้ามาทำงานใกล้ชิดในบ้านนั้นยากยิ่ง ทางเลือกหนึ่งผู้ดูแลผู้สาอายุ ต้องยินยอมให้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม แม้ไม่อาจการันตีได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่อย่างน้อยเป็นการคัดกรองผู้ดูแลผู้สูงอายุที่จะเข้ามาใกล้ชิดบุคคลในครอบครัวได้ ประวัติการทำงานและประสบการณ์การทำงาน การได้พูดคุย ถึงประวัติการทำงาน ทำให้เราได้รู้จักผู้ดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น อาจมีการยกตัวอย่างเหตุการณ์ เพื่อเปรียบเทียบหากเกิดขึ้นกับเราต้องทำอย่างไร เราจะได้รู้ว่าผู้ที่จะเข้ามาดูแลผู้สูงอายุของเราจะทำอย่างไรในเหตุการณ์ที่เราสมมุติขึ้น หากเคยทำที่หนึ่งได้แต่ทำกับเราไม่ได้เราได้บอกผู้สูงอายุไว้ก่อน หรือตกลงกันก่อนจะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง
4. ค่าจ้าง ควรพิจารณาให้เหมาะสมและคุ้มค่าตามเนื้องานในการดูแลผู้สูงอายุในแต่ละคน
ความเป็นมา
ชื่อพระโขนง คงไม่ได้เพี้ยนมาจาก ผ้าขนหนู เป็นแน่แท้ และเชื่อได้ว่าหลายๆ คนคงคุ้นชื่อ ‘พระโขนง’ มาจากตำนานหรือภาพยนตร์ที่สร้างหลายครั้งครา บางคนเคยกลัวจนไม่กล้าเก็บมะนาวใต้แคร่อย่าง “แม่นาค พระโขนง” หรือถ้าทันสมัยขึ้นมาหน่อยก็จะได้ยินในอีกชื่อว่า “พี่มาก พระโขนง” ซึ่งถ้าดูจากในหนังจะเห็นเลยว่า วิถีคนในอดีต เดินทางด้วยเรือเป็นหลัก ถ้าหากใช้คำวัยรุ่นสมัยนี้ก็คงพายเรือมาขิงกัน ซึ่งไม่ใช่เพียงย่านพระโขนงเท่านั้น แทบทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯทั้งสองฝั่ง ต่างล้วนใช้การเดินทางทางน้ำเป็นการเดินทางหลัก ในปัจจุบันพระโขนงเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากทั้งด้านคมนาคมที่รถไฟฟ้า BTS เข้ามาแทนที่การเดินทางรูปแบบเดิม ๆ และเปลี่ยนรูปแบบที่อยู่อาศัยจากบ้านเรือนยกใต้ถุนสูง กลายเป็นคอนโดมิเนียมสูงเทียมฟ้า เขตพระโขนงบนพื้นที่ที่น้อยกว่า 18 ตารางกิโลเมตร ที่มีประชากรไม่หนาแน่นมากนักหากเทียบกับเขตอื่นๆ ของกรุงเทพฯพระโขนงมีประชากรอยู่ที่ 88000 คน (พ.ศ2563) พระโขนง เป็นอีกหนึ่งเขตที่มีความน่าสนใจในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย เพราะเติบโตมาจากย่านเมืองเก่าที่มีเรื่องราวหลากหลาย ที่เหมือนชะลอรอเวลาที่จะก้าวตามเขตพื้นที่อื่นๆ อย่างแรกที่จะสัมผัสได้ทันทีเมื่อเข้าสู่เขตย่านพระโขนง ก็คือกลิ่นอายของเมืองเก่าที่น่าจะเคยเฟื่องฟูมาก ๆ ในอดีต แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไรและพื้นที่ข้างเคียงจะมีความเจริญมากมายขนาดไหน แต่เขตพระโขนงก็ยังสามารถคงเสน่ห์ของวิถีชีวิตแบบท้องถิ่นย้อนยุคเอาไว้ได้ พร้อมกับปล่อยให้ความเจริญค่อยๆ เข้ามาผสมผสานกับตัวตนของย่านได้อย่างกลมกลืน บรรยากาศมีความคึกคักอยู่ตลอดเวลา ผู้คนที่เดินจับจ่ายใช้สอยภายในเขต ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ จะมีนักท่องเที่ยวหรือคนที่เข้ามาทำงานไม่มากนัก เราจึงได้เห็นความผูกพันบางอย่างของผู้คนกับย่านสะท้อนออกมาด้วย เขตพระโขนงนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านค้า โรงพยาบาล (โรงพยาบาล กล้วยน้ำไท โรงพยาบาลสุขุมวิท โรงพยาบาล เทพธารินทร์) ธนาคาร อนาคตอันใกล้นี้ จะมีรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิทหรือสายสีเขียวเข้มวิ่งผ่าน และจะมีรถไฟฟ้าสายสีเทา ท้ายที่สุดแล้วพระโขนง หนึ่งในย่านที่ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าถนนเส้นนี้มีความสำคัญอย่างมากในการเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจการค้าของกรุงเทพมหานคร มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่บริเวณเพลินจิตเพลินจิตยาวไปจนถึงเขตพระโขนงและบางนาก่อนจะเข้าสู่จังหวัดทางภาคตะวันออก
วิธีช่วยคนที่คุณรักด้วยภาวะสมองเสื่อมให้นอนหลับฝันดี
หากพ่อแม่หรือผู้สูงอายุที่คุณรักป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมและดูเหมือนพวกเขาไม่เคยนอนหลับสบายเลย ให้ตระหนักว่าปัญหาการนอนหลับนั้นพบได้บ่อยมากในหมู่ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม ในความเป็นจริงผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมประมาณ 25 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ประสบปัญหาการนอนหลับ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์เชื่อว่าผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมบางรายประสบปัญหารูปแบบการนอนหลับที่ไม่ต่อเนื่องเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสมองที่มีสภาวะสมองลงและส่งผลต่อจังหวะการนอน
แม้จะไม่สามารถควบคุมภาวะความเสื่อมของสมองได้ แต่มีวิธีช่วยให้ผู้ป่วยนอนหลับสบายตลอดคืน ดังนี้
1. หยุดหายใจขณะหลับ
ผู้เชี่ยวชาญประมาณการว่ามากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในสถานพยาบาลระยะยาวต้องทนทุกข์ทรมานจากภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ โรคนี้เป็นโรคเกี่ยวกับการหายใจที่ทำให้คนเราตื่นขึ้นได้มากถึง 30 ครั้งทุก ๆ ชั่วโมง โดยหอบหายใจขณะหลับเนื่องจากการอุดกั้นทางเดินหายใจขณะนอนหลับ
หากสาเหตุของการนอนไม่หลับที่ไม่ต่อเนื่องเกิดจากการหยุดหายใจขณะหลับ ให้ทำการรักษาอาการหยุดหายใจเพื่อช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น
2. ส่งเสริมการออกกำลังกายและการรับแสงแดดในตอนเช้า
มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าทั้งการออกกำลังกายและการรับแสงแดดในช่วงเช้าช่วยให้ผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อมนอนหลับได้ดีขึ้น ผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมหรือผู้สูงอายุสามารถช่วยให้คนที่คุณรักได้รับทั้งแสงและการออกกำลังกาย โดยพาพวกเขาไปเดินเล่นในตอนเช้าหรือตอนบ่าย เมื่อผู้ป่วยสมองเสื่อมหรือผู้สูงอายุได้ออกกำลังกายมากขึ้นในระหว่างวัน พลังงานจะลดลงและสิ่งนี้สามารถช่วยให้สงบลงในเวลากลางคืน
3. ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยาที่อาจรบกวนการนอนหลับ
หากผู้ป่วยสมองเสื่อมหรือผู้สูงอายุกำลังใช้ยาหลายชนิดเพื่อช่วยควบคุมอาการสมองเสื่อม ให้ตระหนักว่ายาบางชนิดอาจส่งผลต่อการนอนหลับได้ ผู้ดูแลต้องลองสังเกตว่าอาการนอนหลับไม่หลับของผู้ป่วยสมองเสื่อมหรือผู้สูงอายุเริ่มขึ้นไม่นานหลังจากที่พวกเขาเริ่มใช้ยาตัวใหม่ นั่นอาจเป็นเพราะฤทธิ์ของยาที่รบกวนการนอน
ลองปรึกษาแพทย์เพื่อปรับตัวยาหรือเวลารับประทานยา บางครั้งการปรับเปลี่ยนเวลารับประทานยา เช่น การทานในตอนเช้าแทนที่จะเป็นตอนเย็น การลดขนาดยาลงเล็กน้อย หรือการเปลี่ยนใช้ยาอื่น อาจทำให้ผู้ป่วยสมองเสื่อมหรือผู้สูงอายุหลับได้ดีขึ้นในตอนกลางคืน
4. ดูแลภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
การดูแลภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในผู้ป่วยสมองเสื่อมหรือผู้สูงอายุช่วยตอนกลางคืนเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ป่วยสมองเสื่อมหรือผู้สูงอายุนอนหลับสบาย แต่ยังช่วยป้องกันการติดเชื้ออีกด้วย เช่น การติดเชื้อที่ผิวหนังและทางเดินปัสสาวะ หากจำเป็นผู้ดูแลควรตรวจสอบและเปลี่ยนผ้าอ้อมทุก ๆ 3 ชั่วโมง ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนผู้ดูแลควรเปิดไฟแสงสลัวขณะตรวจดูอุจจาระและปัสสาวะ และทำการเปลี่ยนผ้าอ้อมอย่างนุ่มนวลและรวดเร็วเพื่อให้ผู้ป่วยสมองเสื่อมหรือผู้สูงอายุนอนหลับอย่างสบาย
ผู้ดูแลผู้สูงอายุคือเพื่อนใหม่ในวัยเกษียณ
หากคุณมีพ่อแม่สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพัง เมื่อสมาชิกในครอบครัวไม่สามารถอยู่ดูแลผู้สูงอายุได้ตลอดเวลา ผู้ให้บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านอาจเป็นบริการที่เป็นประโยชน์ ผู้สูงอายุจะได้รับความช่วยเหลือเกี่ยวกับกิจกรรมประจำวันและมีเพื่อนแก้เหงา
ประโยชน์จากการใช้บริการผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน
1. การแจ้งเตือนยา
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวจะมีปัญหาในการจดจำว่าควรทานยาทุกวันเมื่อใด การขาดยาที่สำคัญอาจมีผลร้ายแรง ข้อดีอย่างหนึ่งของการมีผู้ช่วยดูแลที่บ้านคือพวกเขาจะเก็บบันทึกเวลาและตารางการใช้ยาในแต่ละวันการเตือนความจำเหล่านี้มีประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้สูงอายุมีปัญหาเรื่องความจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุจะได้รับประโยชน์อย่างมาก
2. ความช่วยเหลือในการดูแลเรื่องส่วนตัวและอาบน้ำ
3. เตรียมอาหาร
ผู้ดูแลผู้สูงอายุจะช่วยดูแลเรื่องการรับประทานอาหารของผู้สูงอายุ รวมถึงการเตรียมอาหารและดูแลเพื่อให้มั่นใจว่าผู้สูงอายุไม่ละเลยการกินอย่างเหมาะสม ผู้ดูแลจะช่วยสังเกตว่าอาหารประเภทใดหรือเมนูอะไรที่ผู้สูงอายุโปรดปรานและร่วมรับประทานอาหารเป็นเพื่อนกันผู้สูงอายุ สิ่งเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้ผู้สูงอายุกินอาหารอย่างมีความสุขและช่วยลดอาการเบื่ออาหารได้
4. ดูแลรักษาความสะอาดเรียบร้อย
การรักษาบ้านให้เป็นระเบียบอาจเป็นงานน่าเบื่อสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวหรือติดเตียงชั่วคราว ดังนั้นผู้ดูแลผู้สูงอายุสามารถแบ่งเบางานบางอย่างรวมถึงการทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ เช่น ล้างจาน ปัดฝุ่น ปูเตียง หรือซักผ้า
5. ช่วยจัดการธุระนอกบ้าน
ผู้ดูแลผู้สูงอายุช่วยเป็นธุระซื้อของที่จำเป็น ทำธุระทั่วไป และยังสามารถเป็นเพื่อนผู้สูงอายุไปหาหมอหรือนัดสำคัญอื่นๆ ได้อีกด้วย
SAIJAI "ใส่ใจ" เป็นเพียงแพลตฟอร์มที่ใช้สำหรับติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้บริการกับผู้ให้บริการดูแลเด็ก ดูแลผู้สูงอายุ ครูสอนพิเศษ/ติวเตอร์ แม่บ้าน/ทำความสะอาด คนขับรถ ดูแลสัตว์เลี้ยง เสริมสวย และช่างซ่อมบำรุงเท่านั้น "SAIJAI" ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการหรือจ้างบุคคลใดให้บริการ ไม่มีสถานะเป็นนายจ้าง ผู้ว่าจ้าง ตัวแทน ผู้ร่วมทุน อย่างหนึ่งอย่างใดทั้งสิ้นของผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการเป็นผู้รับจ้างอิสระ ซึ่งผู้รับบริการเป็นผู้ว่าจ้าง คุณภาพการให้บริการเป็นความรับผิดชอบทั้งสิ้นของผู้ให้บริการเอง การเรียกใช้บริการจากผู้ให้บริการ อาจมีความเสี่ยง ซึ่งผู้รับบริการรับทราบและยินดีใช้บริการ บนความเสี่ยงใด ๆ ในความรับผิดชอบของตัวท่านเอง